19/08/2026
หมีนอร์เวย์ ช้างจันทบุรี.................
ข่าวจากนอร์เวย์เมื่อวันก่อน ทำให้ผมนึกถึงเมืองไทยขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ที่หมู่เกาะสฟาลบาร์ด มีหมีขั้วโลกตัวหนึ่งกำลังนอนหลับอยู่ตามประสาหมี
หมีมิได้ปิดถนน
มิได้ประท้วงรัฐบาล
มิได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการ
และเท่าที่ทราบก็มิได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด
หมีเพียงแต่นอน.................
แต่คนบนเรือลำหนึ่งเห็นเข้าก็เกิดความคิดพิสดารขึ้นมา
เป่าแตรเรือเสียงดังเพื่อปลุกมัน
หมีตกใจ ตื่นขึ้น แล้วเดินหนีไป.................
เท่านั้นเองครับ
รัฐบาลนอร์เวย์ถือเป็นเรื่องใหญ่
ถึงกับปรับผู้กระทำ 50,000 โครน หรือประมาณ 1.75 แสนบาท
เพราะกฎหมายสฟาลบาร์ดถือว่าการรบกวนหมีขั้วโลกโดยไม่มีเหตุจำเป็น
เป็นความผิด.................
อ่านแล้วผมก็นั่งคิดว่า...
ประเทศหนึ่ง หมีขาวกำลังนอนหลับอยู่ตัวเดียว
ถ้าไปปลุกมันขึ้นมา
รัฐถือว่าเป็นเรื่องที่ทำผิดกฎหมายบ้านเมือง
ส่วนอีกประเทศหนึ่ง
การปล้นพื้นที่ซึ่งเป็นบ้านของสัตว์ป่าไปทำอ่างเก็บน้ำ
เรื่องกลับสามารถเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
แถมยังมีรายงาน มีตัวเลข มีงบประมาณ
และมีคำอธิบายทางราชการเป็นปึก ๆ ได้อย่างเรียบร้อย.................
5 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีของนายอนุทิน ชาญวีรกุล
มีมติอนุมัติให้เดินหน้า โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี
วงเงิน 7,200 ล้านบาท
โดยรัฐบาลให้เหตุผลเรื่องการเพิ่มแหล่งน้ำ
พื้นที่ชลประทาน การบรรเทาอุทกภัย
และการรองรับความต้องการน้ำในภาคตะวันออก.................
เรื่องนี้ต้องพูดให้ยุติธรรมว่า...
รัฐบาลมิได้ประกาศว่าจะสร้างเขื่อนเพื่อแกล้งช้าง แกล้งกระทิง หรือทำให้สัตว์ป่าลำบาก
รัฐบาลมีเหตุผลของรัฐบาลว่าประชาชนต้องใช้น้ำ
ชาวสวนก็ต้องใช้น้ำ เมืองก็ต้องใช้น้ำ อุตสาหกรรมก็ต้องใช้น้ำ
และโดยที่ไม่มีใครพูดว่า...
ดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ในโครงการที่จะต้องอนุมัติในอนาคต
ก็จำเป็นจะต้องใช้น้ำมากมายมหาศาลแค่ไหน.................
ปัญหาจึงมิได้อยู่ที่ว่า “ประเทศไทยควรมีน้ำหรือไม่”
เพราะคนเสียสติเท่านั้นจึงจะตอบว่าไม่ควรมี
คำถามอยู่ที่ว่า...
เราจะเอาน้ำมาโดยต้องแลกกับอะไร
และได้พยายามหาทางเลือกที่ทำลายน้อยกว่านี้ถึงที่สุดแล้วหรือยัง.................
ตามข้อมูลที่เผยแพร่...
พื้นที่หัวงานและอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดมีรวมประมาณ 11,982 ไร่
ในจำนวนนี้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น 6,191 ไร่
และผืนป่านี้มีความสำคัญในฐานะพื้นที่เชื่อมต่อทางนิเวศของกลุ่มป่าตะวันออก
เป็นถิ่นอาศัยและทางเคลื่อนย้ายของสัตว์ใหญ่ทั้งช้างป่าและกระทิง.................
นี่แหละครับที่ทำให้ผมนึกถึงหมีนอร์เวย์
ที่นอร์เวย์ หมีถูกปลุกจากที่นอนแล้วเดินหนีไปไม่กี่ก้าว คนปลุกเสียเงิน
แต่ที่จันทบุรี หากผืนป่าหลายพันไร่กลายเป็นอ่างเก็บน้ำ
สัตว์ป่าจะมิได้ถูกปลุกให้ “ย้ายไปนอนตรงโน้นหน่อย”
มันอาจต้องเปลี่ยนบ้าน
เปลี่ยนเส้นทางหากิน
เปลี่ยนแหล่งน้ำ
และบางส่วนอาจถูกผลักให้ออกมาเผชิญหน้ากับชุมชนมนุษย์มากขึ้น
ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อกังวลที่องค์กรอนุรักษ์ยกขึ้นคัดค้านโครงการ.................
บางทีความแตกต่างระหว่างประเทศมิได้อยู่ที่ความร่ำรวยอย่างเดียว
แต่อยู่ที่ว่า รัฐบาลถือว่าสัตว์ป่ามีสิทธิ์ในบ้านของมันมากเพียงใด
ฝรั่งนอร์เวย์เห็นหมีนอนหลับ ก็ถือว่าที่ตรงนั้นเป็นบ้านของหมี ห้ามส่งเสียงดัง
ส่วนบ้านเราเห็นป่า มีช้าง มีกระทิง มีสัตว์ป่าอยู่
กลับถามว่า “ตรงนี้เก็บน้ำได้กี่ล้านลูกบาศก์เมตร”
..................
บ้านเมืองจะไม่สร้างถนน ไม่สร้างอ่าง ไม่สร้างโรงพยาบาล ไม่สร้างอะไรเลยก็คงไม่ได้
แต่คำว่าพัฒนา จะมีความหมายก็ต่อเมื่อหลังการพัฒนาแล้ว
คนอยู่ได้ สัตว์อยู่ได้
และป่ายังเหลือพอที่จะเรียกว่าป่า
หากเราสร้างความเจริญโดยย้ายบ้านของสิ่งมีชีวิตอื่นออกไปเรื่อย ๆ
วันหนึ่งเราอาจมีเขื่อน มีถนน มีนิคมอุตสาหกรรม มีตัวเลขจีดีพีงดงามเต็มไปหมด
แต่พอหันไปถามว่า “แล้วช้างไปอยู่ไหน”
คนในห้องประชุมอาจต้องเปิดเอกสารอีกสามแฟ้มจึงจะตอบได้
ผมขออยากฝากข่าวหมีขั้วโลกตัวนี้ไปถึงรัฐบาลไทย.