10/04/2026
แถลงการณ์เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair)
วิพากษ์นโยบายรัฐบาลอนุทิน สิทธิสวัสดิการถดถอย ทอดทิ้งประชาชน ?
วันที่ 10 เมษายน 2569
จากคำแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล วันที่ 9-10 เมษายน 2569 สะท้อนให้เห็นว่า นโยบายด้านสังคมขาดเจตจำนงในการยกระดับระบบสวัสดิการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน มีแนวโน้มลดทอนสวัสดิการให้เป็นสินค้า ขาดวิสัยทัศน์ในการปฎิรูปโครงสร้างสังคมที่เท่าเทียม ละเลยวาระการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของความเท่าเทียม เครือข่าย We Fair มีข้อสังเกต 5 ประการ ดังนี้
1. นโยบายสวัสดิการสังคมไร้รูปธรรม ขาดเจตจำนงทางการเมือง
นโยบายด้านสวัสดิการสังคม หลีกเลี่ยงการระบุตัวเลข งบประมาณ หรือกรอบเวลาที่ชัดเจน ไม่กล่าวถึงการยกระดับสวัสดิการสังคม เงินอุดหนุนเด็ก เบี้ยความพิการ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เงินอุดหนุนสตรีมีครรภ์ ซึ่งย้อนแย้งอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับนโยบายด้านความมั่นคงหรือเศรษฐกิจ เช่น ข้อ 12 ระบุชัดเจนถึงทหารอาสา 100,000 อัตรา กรอบสัญญา 4 ปี, ข้อ 1.2 นโยบายเศรษฐกิจที่ระบุโครงการคนละครึ่งพลัส ในทางตรงข้าม นโยบายด้านสังคมที่มีเป็นเพียงหลักการไร้รูปธรรม เช่น ข้อ 13 เรียนฟรีมีงานทำ ข้อ 14 รักษาทุกที่ได้ทันที สะท้อนความถดถอยของคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560
2. นโยบายการศึกษา "เรียนฟรียังไม่ฟรีจริง" ผลักภาระให้ประชาชน
นโยบายเรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ เรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ในข้อ 13 รวมถึง แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ฟรี ในข้อ 13.1 รัฐบาลมุ่งเน้นแก้ปัญหาที่ปลายเหตุด้วยการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ โดยละเลยโครงสร้างความเหลื่อมล้ำ ไม่มีการกล่าวถึง "การจัดสรรงบประมาณอุดหนุนรายหัว" และไม่แก้ปัญหา "ค่าใช้จ่ายแฝง" ในระบบโรงเรียน การผลักการเรียนฟรีไปอยู่ระบบออนไลน์ สร้างภาระค่าอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตให้ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย นี่คือการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในการสร้างระบบการศึกษาฟรีถ้วนหน้า
3. นโยบายระบบสาธารณสุขภายใต้ "ความเหลื่อมล้ำ"
นโยบายระบบประกันสุขภาพฯ ให้สามารถรักษาทุกที่ ในข้อ 14 และ การใช้เทคโนโลยีAIทางการแพทย์เพื่อยกระดับบริการสุขภาพ ในข้อ 14.3 รัฐบาลเน้นไปที่เทคโนโลยีและฐานข้อมูล ไม่กล่าวถึงการจัดสรร "งบประมาณรายหัว" ภายใต้ความเหลื่อมล้ำของระบบหลักประกันสุขภาพ ยิ่งกว่านั้น ในข้อ 14.1 ที่ระบุถึง "การสร้างความสมดุลระหว่างการรักษาเชิงป้องกันและการรักษาพยาบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินงบประมาณ" อาจเป็นข้ออ้างในการควบคุมต้นทุน และบีบให้โรงพยาบาลต้องบริหารจัดการความขาดแคลนกันเอง รวมถึงละเลยสวัสดิภาพการทำงานบุคลากรทางการแพทย์
4. นโยบายแรงงานไร้สิทธิคุ้มครองและหลักประกัน
นโยบายด้านแรงงานระบุถึง การพัฒนาทักษะ/ Reskill Upskill ในข้อ 1.2 และ ข้อ 13.2 สะท้อนการมองแรงงานเป็น"ทุนมนุษย์" ที่ต้องรับผิดชอบตัวเองเพื่อรองรับอุตสาหกรรม รัฐบาลใช้ภาษาที่ให้อำนาจกับกลุ่มทุน (สร้างโอกาส, ให้แต้มต่อ) ในตรงกันข้ามไม่มีการกล่าวถึง "การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ", "การคุ้มครองสิทธิการรวมตัวของแรงงาน", “การขยายสิทธิประโยชน์ประกันสังคม” "หลักประกันรายได้พื้นฐาน" เมื่อแรงงานมีรายได้ไม่พอประทังชีวิตหรือตกงาน จึงถือว่ารัฐบาลผลักภาระให้แรงงานเผชิญชะตากรรมด้วยตนเอง
5. สวัสดิการ "กลายเป็นสินค้า" เลี่ยงเก็บภาษีคนรวย
การจัดกลไกบริหารราชการใน กลุ่มยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านสังคมและสวัสดิการ ระบุชัดว่าต้องสร้างสมดุลกับ "ความมั่นคงทางการคลัง" แสดงว่าสวัสดิการจะถูกจำกัดด้วยกรอบวินัยการเงินการคลัง มีแนวโน้มเป็น "สวัสดิการพุ่งเป้า" เฉพาะคนมีรายได้น้อย ยิ่งไปกว่านั้นใน ข้อ 2.4 การเพิ่มบทบาทเอกชนระดมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สะท้อนถึงการมองสวัสดิการให้เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจ ลดทอนรัฐสวัสดิการให้กลายเป็น "สินค้า" เน้นการดึงเอกชนมาร่วมลงทุนมากกว่าการทำให้สวัสดิการเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งในท้ายที่สุดจะนำไปสู่การแสวงหากำไรจากบริการสาธารณะ ละเลยการปฏิรูประบบภาษีและระบบงบประมาณ
เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) เห็นว่า คำแถลงนโยบายของรัฐบาลได้สะท้อนถึงความย้อนแย้งในคำมั่นสัญญาต่อประชาชน ขาดเจตจำนงในการรื้อถอนโครงสร้างความเหลื่อมล้ำ การปฏิรูประบบภาษีและงบประมาณ จึงเป็นนโยบายที่ทำให้ สิทธิสวัสดิการถดถอย ทอดทิ้งประชาชน ผลักภาระให้ประชาชนเอาชีวิตรอดด้วยตัวเอง ภายใต้ระบบการเมืองเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมและสถานการณ์สงครามพลังงาน
เครือข่าย We Fair ขอยืนยันว่า "สวัสดิการคือสิทธิขั้นพื้นฐาน" ไม่ใช่การสงเคราะห์ ไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่เครื่องมือแสวงหากำไร พวกเราจะติดตามทวงถามเจตจำนงทางการเมืองจากรัฐบาลอย่างถึงที่สุด เพื่อผลักดันให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรที่เป็นธรรม สร้าง"รัฐสวัสดิการ" และระบบการคุ้มครองทางสังคมที่โอบรับทุกคนอย่างเสมอหน้า ไม่ให้เป็นเพียงวาทกรรมที่ใช้หลอกลวงอีกต่อไป
#วีแฟร์ #รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า #จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน #การคุ้มครองทางสังคม