We Fair รัฐสวัสดิการเป็นไปได้ในสังคมไทย

ประมวลภาพ Workshop การเรียนรู้รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคม สำหรับเยาวชน และนักกิจกรรมชนเผ่าชาติพันธุ์ภาคเหนื...
14/05/2026

ประมวลภาพ Workshop การเรียนรู้รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคม สำหรับเยาวชน และนักกิจกรรมชนเผ่าชาติพันธุ์ภาคเหนือ
ระหว่างในวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 ณ จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งทั้งนี้มีเครือข่ายชนเผ่าชาติพันธุ์ภาคเหนือเข้าร่วม 8 ชนเผ่า ประกอบไปด้วย กระเหรี่ยง อ่าข่า ลาหู่ ม้ง ไทใหญ่ ดาราอาง ลเวือะ และลีซู จำนวน 25 คน

ขอขอบคุณองค์กรร่วมจัด :
•สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย สมาคมศูนย์รวมการศึกษา และวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (Impect)
•โครงการเสริมสร้างศักยภาพการขับเคลื่อนงานแบบอำนาจร่วมสำหรับแกนนำและคนทำงานประชากรกลุ่มเฉพาะ (นธส.)

จัดโดย : เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair)

WEFAIR FOR WELFARE STATE

#วีแฟร์ #รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า #จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน #นโยบายการคุ้มครองทางสังคม #รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคมสำหรับเยาวชนนักเรียนนักศึกษาชนเผ่าชาติพันธุ์ภาคเหนือ

การประชุมหารือข้อเสนอเครือข่ายภาคประชาชน ระหว่างตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์...
13/05/2026

การประชุมหารือข้อเสนอเครือข่ายภาคประชาชน ระหว่างตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ และเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า และเครือข่ายขับเคลื่อนกฎหมายคุ้มครองแรงงานว่าด้วยสิทธิความเป็นมารดาของแรงงานหญิง และการปฏิรูปประกันสังคม
ทางเครือข่ายฯ เสนอให้จัดสวัสดิการแบบถ้วนหน้าแทนการพุ่งเป้า โดยเพิ่มงบสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กแบบถ้วนหน้า เบี้ยคนพิการ และเสนอให้ปรับเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุแบบขั้นบันได คุณอภิสิทธิ์เห็นด้วยกับแนวทางถ้วนหน้า หากมีความกังวลเรื่องงบประมาณ เสนอนำร่องจ่าย 1,000 บาทต่อเดือนให้กลุ่มผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไปก่อน
ที่ประชุมยังมีการพูดคุยถึงร่างกฎหมายแรงงาน การลดเวลาทำงานเหลือ 40 ชั่วโมง/สัปดาห์ สิทธิลาประจำเดือน มุมนมแม่ที่ถูกตีตก การแก้กฏหมายประกันสังคม เรื่องสิทธิประโยชน์การลาคลอด ที่ยังไม่ได้แก้ไขกฎหมายประกันสังคมเรื่องการจ่ายเงินการลาคลอด จาก 45 วัน เป็น 60 วัน แม้กฎหมายคุ้มครองแรงงานจะแก้ไขและออกมาใช้แล้ว คือ 120 วัน ให้นายจ้างจ่าย 60 วัน และประกันสังคมจ่าย 60 วัน คุณอภิสิทธิ์ฯได้มอบหมายให้ สส. รัดเกล้า สุวรรณคีรี ไปร่วมทำข้อมูลกับเครือข่ายฯ เพื่อจะได้นำไปตั้งกระทู้ถามในสภาต่อไป ส่วนอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87และ98 ว่าด้วยการเจรจาต่อรอง รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง สมัยคุณอภิสิทธิ์ เชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบในเรื่องนี้แล้ว แต่รัฐบาล และกระทรวงแรงงานในสมัยต่อมาไม่ยอมนำการลงนามรับรองการให้สัตญาบัน จึงค้างมาถึงปัจจุบัน ประเด็นประกันสังคมมาตรา 40 ปัจจุบันการส่งเงินสมทบมีถึง 3 ช่องทาง ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิประโยชน์ มีข้อเสนอให้ยุบรวมเหลือ ช่องทางเดียวเป็นมาตรฐานเดียวเป็นประกันสังคมถ้วนหน้า ขณะที่ประเด็นสิทธิรักษาพยาบาล คุณอภิสิทธิ์เห็นด้วยกับแนวทางรวมสิทธิรักษาพยาบาลของประกันสังคมไปอยู่กับบัตรทอง เพื่อลดความซ้ำซ้อน และนำงบเป็นบำนาญชราภาพ
สำหรับประเด็นที่อยู่อาศัย ได้พูดคุยถึงประเด็นที่ประชาชนสามารถส่งเงินผ่อนซื้อบ้านโดยตรงกับการเคหะฯ ได้ เพื่อแก้ปัญหาแรงงานนอกระบบกู้ธนาคารไม่ผ่าน พร้อมเสนอให้รัฐคุมอัตราดอกเบี้ยบ้านให้คงที่และมีเงินช่วยค่าเช่าสำหรับกลุ่มคนเพิ่งเริ่มทำงาน สำหรับการปฏิรูปภาษี คุณอภิสิทธิ์เห็นด้วยกับข้อเสนอของภาคประชาชนที่ให้คิดภาษีที่ดินโดยนำที่ดินของเจ้าของเดียวกันมารวมคิดทั้งแปลงเพื่ออุดช่องโหว่ และชี้ให้เห็นถึงปัญหาการเลี่ยงภาษีมรดกผ่านการตั้งกองทุน และเสนอให้ยกเลิกลดหย่อนภาษี BOI
ที่ประชุมยังมีพุดคุยถึงการออกกฎหมายคุ้มครอง 4 ชุมชนเดิมที่ได้สิทธิโฉนดชุมชนไปแล้ว ไม่ให้ถูกผลกระทบจากการยกเลิกระเบียบ และมีการเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐ โดยต้องการให้ใช้ คณะกรรมการระดับชาติ เป็นกลไกพิจารณา แทนคณะกรรมการระดับจังหวัด

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 14:00 น. ณ พรรคประชาธิปัตย์

#วีแฟร์ #รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า #จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน #ข้อเสนอสวัสดิการ #พีมูฟ

สิ้นสุด WORKSHOPการเรียนรู้รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคม สำหรับเยาวชน และนักกิจกรรมชนเผ่าชาติพันธุ์ภาคเหนือ ร...
10/05/2026

สิ้นสุด WORKSHOP
การเรียนรู้รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคม สำหรับเยาวชน และนักกิจกรรมชนเผ่าชาติพันธุ์ภาคเหนือ
ระหว่างในวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 ณ จังหวัดเชียงใหม่

ขอขอบคุณองค์กรร่วมจัด :
•สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย
สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (Impect)
•โครงการเสริมสร้างศักยภาพการขับเคลื่อนงานแบบอำนาจร่วมสำหรับแกนนำและคนทำงานประชากรกลุ่มเฉพาะ (นธส.)

จัดโดย : เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair)

WEFAIR FOR WELFARE STATE

#วีแฟร์ #รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า #จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน #นโยบายการคุ้มครองทางสังคม #รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคมสำหรับเยาวชนนักเรียนนักศึกษาชนเผ่าชาติพันธุ์ภาคเหนือ

ประมวลภาพกิจกรรม WORKSHOP การเรียนรู้รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคม สำหรับภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม จังหวัดนร...
08/05/2026

ประมวลภาพกิจกรรม WORKSHOP การเรียนรู้รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคม สำหรับภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม จังหวัดนราธิวาส
เมื่อวันที่ 25-26 เมษายน 2569 ณ โรงแรมอิมพีเรียล จ.นราธิวาส
ผู้เข้าร่วม: ประชาชน จ.นราธิวาส จ.ปัตตานี เครือข่ายคนพิการ เครือข่ายประมง เครือข่ายเยาวชน เครือข่ายสุขภาพ เครือข่ายเด็กเท่ากัน
องค์กรจัดกิจกรรม :เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair)
องค์กรร่วมจัด: โครงการเสริมสร้างศักยภาพการขับเคลื่อนงานแบบอำนาจร่วม ฯ นธส. สมาคมคนพิการจังหวัดนราธิวาส

วันที่ 25 เมษายน 2569
กิจกรรมที่ 1 : Menti Meter: การสำรวจความเห็น (1) รัฐสวัสดิการคืออะไร (2) นโยบายสวัสดิการเร่งด่วน
กิจกรรมที่ 2 : ช่องว่างความเหลื่อมล้ำ: บทบาทสมมุติ กลุ่มชนชั้นทางสังคม กับช่องว่างการเข้าถึงสิทธิ
กิจกรรมที่ 3 : บอร์ดเกม สวัสดิการ-สวัสดิกรรม: การจำลองชนชั้นทางสังคมกับการเข้าถึงสวัสดิการสังคม
กิจกรรมที่ 4 : ปิ่นโต 3 ชั้น: ระบบรัฐสวัสดิการ 3 รูปแบบในประเทศไทย
วันที่ 26 เมษายน 2569
กิจกรรมที่ 5 : 15 คำถามเปิดโลกสู่รัฐสวัสดิการ: คำถามเพื่อการเรียนรู้รัฐสวัสดิการ
กิจกรรมที่ 6 : รัฐธรรมนูญกับรัฐสวัสดิการ: รัฐธรรมนูญเปรียบเทียบ 2540 2550 2560 กับประเด็นสวัสดิการสังคม
กิจกรรมที่ 7 : บทบาทสมมติ X การขับเคลื่อนนโยบายรัฐสวัสดิการ: เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดถ้วนหน้า, เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุถ้วนหน้า, ประกันสังคมถ้วนหน้า, หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า, เรียนฟรีถึงปริญญาตรี
นอกจากนี้ มีการนำเสนอชุดข้อมูลความเหลื่อมล้ำ การศึกษา สวัสดิการเด็ก และแรงงาน พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

#วีแฟร์ #ข้อเสนอสวัสดิการ #รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า #นธส. #สสส. #สำนัก9

“การประชุมหารือข้อเสนอเครือข่ายภาคประชาชนระหว่างตัวแทนรัฐบาล”โดยมีคุณชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ตัวแทนพรรคเพื่อไทย และเครือข่...
29/04/2026

“การประชุมหารือข้อเสนอเครือข่ายภาคประชาชนระหว่างตัวแทนรัฐบาล”
โดยมีคุณชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ตัวแทนพรรคเพื่อไทย และเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า และเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิมารดาและการปฏิรูปประกันสังคมโดยทางเครือข่ายฯ ได้นำเสนอประเด็นหลัก 3 ประเด็นข้อเสนอในการพัฒนานโยบายรัฐสวัสดิการ โดยคุณชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ตัวแทนพรรคเพื่อไทยเห็นชอบในหลักการ และยืนยันว่ารับเรื่องดำเนินการต่อไป

1) ข้อเสนอการยกระดับสวัสดิการสังคมสานต่อมติคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการฯ และหน่วยงานภาครัฐ: ภาคีเครือข่ายฯ ขอให้คณะรัฐมนตรีเร่งรัดมติเห็นชอบปรับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด (0-6 ปี) เป็น 600 บาทถ้วนหน้า และปรับเพิ่มเบี้ยความพิการเป็น 1,000 บาทถ้วนหน้า เพื่อสร้างหลักประกันรายได้ให้กลุ่มเปราะบางกว่า 5 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กแรกเกิดที่เข้าไม่ถึงสิทธิหลายแสนคนจากการคัดกรองความยากจน โดยทางเครือข่ายยืนยันว่าข้อเสนอการปรับขึ้นเงินอุดหนุนนี้ได้รับการตอบรับจากคณะรัฐมนตรีในสามชุดก่อนหน้า เพียงแต่ต้องการมติครม.ที่ยืนยันในการเพิ่มเงินอุดหนุนดังกล่าว โดยคุณชนินทร์ได้รับหลักการ และจะนำไปผลักดันต่อกับครม.

2) การสานต่อกลไกการขับเคลื่อนยกระดับสวัสดิการเพื่อพัฒนาระบบสิทธิสวัสดิการถ้วนหน้า: ภาคีเครือข่ายฯ ขอให้คณะรัฐมนตรีสานต่อกลไกการขับเคลื่อนยกระดับสวัสดิการ ได้แก่ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสวัสดิการเชิงโครงสร้างอย่างมีเอกภาพ ซึ่งมีการทำงานร่วมกับภาครัฐและหน่วยราชการมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ชุดข้อเสนอรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน 9 ด้าน คุณชนินทร์ได้เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการในชุดก่อนหน้า พร้อมผลักดันให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาคประชาชนกับรัฐบาลเพิ่มเติมในลำดับถัดไป

3) การพัฒนาระบบสิทธิสวัสดิการถ้วนหน้า ตามภารกิจกระทรวง พม. จากชุดข้อเสนอสวัสดิการถ้วนหน้า: ภาคีเครือข่ายฯ ขอให้มีการพัฒนานโยบายสวัสดิการสังคม ดังนี้ เงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้าอัตราไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจน เงินอุดหนุนคนพิการถ้วนหน้าไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจน บำนาญผู้สูงอายุถ้วนหน้าไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจน การสร้างที่อยู่อาศัยและการอุดหนุนดอกเบี้ย และสิทธิสวัสดิการสำหรับประชากรกลุ่มเฉพาะ คุณชนินทร์รับทราบในหลักการ และกล่าวว่าทางรัฐบาลมีแนวนโยบายที่จะพัฒนาสวัสดิการอยู่แล้ว โดยอาจจะมีการจัดลำดับความสำคัญและมุ่งเน้นไปยังสวัสดิการด้านเด็กก่อน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพม.เพิ่มเติม โดยขอให้คณะรัฐมนตรีเร่งนำร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. .... ฉบับที่เสนอโดยกระทรวงฯ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว ท้ายที่สุด คุณชนินทร์ในฐานะตัวแทนรัฐบาล ได้ให้การตอบรับต่อข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้ รวมถึงพร้อมช่วยในการประสานงานให้ภาคประชาชนได้เข้าพูดคุยกับดร.ยศนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯที่ดูและด้านสวัสดิการสังคมและคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในลำดับถัดไป

#วีแฟร์ #รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า #จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน #ข้อเสนอสวัสดิการ

พบกับ WORKSHOPการเรียนรู้รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคม สำหรับเยาวชน นักเรียน-นักศึกษา ชนเผ่าชาติพันธุ์ภาคเหนื...
25/04/2026

พบกับ WORKSHOP
การเรียนรู้รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคม
สำหรับเยาวชน นักเรียน-นักศึกษา ชนเผ่าชาติพันธุ์ภาคเหนือ
ในวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 ณ จังหวัดเชียงใหม่

พบกับกิจกรรมการเรียนรู้
รัฐสวัสดิการคืออะไร? ช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ความยากจน-ความเปราะบาง–ความเหลื่อมล้ำ บอร์ดเกม “สวัสดิกรรม-สวัสดิการ” ปิ่นโต 3 ชั้น : ระบบสวัสดิการ 3 รูปแบบ 15 คำถาม เปิดโลก สู่รัฐสวัสดิการ รัฐธรรมนูญกับรัฐสวัสดิการ สถานการณ์รัฐสวัสดิการในประเทศและชุดข้อเสนอ รัฐสวัสดิการ 9 ด้าน และบทบาทสมมุติทักษะการสื่อสารนโยบายรัฐสวัสดิการ

จัดโดย : เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair)
องค์กรร่วมจัด : โครงการเสริมสร้างศักยภาพการขับเคลื่อนงานแบบอำนาจร่วมสำหรับแกนนำและคนทำงานประชากรกลุ่มเฉพาะ (นธส.) สภาเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย

WEFAIR FOR WELFARE STATE
#วีแฟร์ #รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า #จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน #นโยบายการคุ้มครองทางสังคม #รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคมสำหรับเยาวชนนักเรียนนักศึกษาชนเผ่าชาติพันธุ์ภาคเหนือ

การประชุมหารือข้อเสนอเครือข่ายภาคประชาชน ระหว่างตัวแทนรัฐบาลโดยมีคุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย และเครื...
18/04/2026

การประชุมหารือข้อเสนอเครือข่ายภาคประชาชน ระหว่างตัวแทนรัฐบาลโดยมีคุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย และเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า และเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิมารดาและการปฏิรูปประกันสังคมโดยทางเครือข่ายฯ ได้นำเสนอประเด็นหลัก 3+1 ประเด็น โดยคุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่ารับเรื่องดำเนินการต่อไป

1. ข้อเสนอการยกระดับสวัสดิการสังคม เสนอให้ปรับเงินอุดหนุนเด็กเล็กเป็นแบบถ้วนหน้า ซึ่งการปรับเป็นสิทธิถ้วนหน้าจะใช้งบประมาณราว 5,200 ล้านบาท และเสนอให้ปรับเบี้ยความพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาท สำหรับประเด็นนี้ คุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติระบุว่า รัฐบาลกังวลเรื่องสวัสดิการซ้ำซ้อน และในอนาคตอาจมีการปรับรูปแบบสวัสดิการให้ประชาชนเลือกได้ ตามความจำเป็น โดยมีการชี้แจงเพิ่มเติมว่าทางรัฐบาลจะมีการปรับโครงสร้างสวัสดิการรูปแบบใหม่ไม่ให้ซ้ำซ้อน ได้แก่ การปรับปรุงสิทธิใหม่ให้ทุกวัยได้สิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง และการกระตุ้นระยะสั้น เช่น สถานการณ์เด็กเกิดน้อย อาจมีนโยบายให้เป็นเงินก้อนเมื่อเด็กโตแทนการให้รายเดือน ทางเครือข่ายฯ กล่าวว่า เงินเด็กเล็ก 0-6 ปี ไม่มีความซ้ำซ้อนเพราะที่ผ่านมายังไม่เคยได้สิทธิแบบถ้วนหน้า การใช้ระบบคัดกรองคนจนแบบปัจจุบัน ทำให้เกิดปัญหาคนตกหล่นสูงถึงร้อยละ 34 โดยได้เน้นย้ำว่าระบบสวัสดิการพื้นฐานแบบถ้วนหน้า จะผูกกับฐานข้อมูลการเกิด เป็นวิธีที่จะลดการตกหล่นได้ดีที่สุด ขณะที่ฝั่งรัฐบาลยังกังวลเรื่องปัญหาเชิงปฏิบัติ เช่น ปู่ย่าตายายเป็นคนเลี้ยงแต่พ่อแม่เป็นคนรับเงิน

2. ข้อเสนอจากเครือข่ายฯ ขอคณะรัฐมนตรีให้เดินหน้า พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับ ที่เคยผ่านการพิจารณาวาระที่ 1 มาแล้ว ได้แก่ ฉบับที่กำหนดเวลาทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และฉบับที่ให้สิทธิการลาประจำเดือน รวมถึงการกำหนดให้สถานประกอบการต้องมีสถานที่หรือมุมนมแม่ ประเด็นนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเมื่อสัปดาห์ก่อนในการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยให้ทุกกระทรวงทบทวนกฎหมายของตนเองว่าฉบับใดจะยืนยันให้เดินหน้าต่อภายในสิ้นเดือนนี้ สำหรับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน หากพรรคเพื่อไทยเป็นผู้เสนอหรือสนับสนุน ทางพรรคภูมิใจไทยก็พร้อมสนับสนุนและไม่มีการคัดค้าน ในการการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเข้าสู่สภาได้ต่อไป

3. เครือข่ายฯ มีข้อเสนอ 9 ประเด็นในการสร้างรัฐสวัสดิการ เช่น การเรียนฟรี ระบบสุขภาพมาตรฐานเดียว ที่อยู่อาศัย งานและรายได้ ประกันสังคม การปฏิรูปภาษี มีความต้องการให้คณะกรรมการและอนุกรรมการชุดเดิมสามารถทำงานเชื่อมต่อกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน เพื่อให้งานเดินหน้าได้ทันทีโดยที่ประชาชนไม่ต้องมาชุมนุมเรียกร้อง โดยทางคุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าโครงสร้างกรรมการชุดเดิมสามารถเปิดประชุมและต่อยอดได้เลย นายกรัฐมนตรีไม่มีการดึงเรื่องไว้ หากหน่วยงานเสนอเรื่องขึ้นมาก็พร้อมอนุมัติทันที

สำหรับประเด็นเร่งด่วน นโยบายลดภาระค่าครองชีพด้านพลังงาน ทางเครือข่ายฯ กล่าวว่าเรื่องพลังงานเป็นปัญหาความทุกข์ร้อนและเป็นเรื่องเฉพาะหน้าที่ต้องเร่งดูแล แม้รัฐบาลออกมารองรับเรื่องโซลาร์เซลล์แล้ว แต่สิ่งที่ต้องการเน้นย้ำคือ การผลักดันให้มาตรการนี้สามารถเกิดขึ้นและใช้งานได้จริงในทางปฏิบัติ ความคาดหวังหลักของข้อเสนอนี้ คือการเปลี่ยนโครงสร้างให้ประชาชนหลุดพ้นจากการเป็นเพียงผู้ที่ต้องเสียค่าไฟ และยกระดับให้กลายเป็น ผู้ที่สามารถผลิตและขายไฟฟ้าคืนสู่ระบบได้ นอกจากนี้ที่ประชุมมีการพูดถึงประเด็นปลดล็อกระเบียบของกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลเด็กได้ดีขึ้น เช่น การอนุญาตให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กรับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบครึ่งได้ และการแก้ระเบียบรถรับส่งนักเรียนที่ปัจจุบันระบุให้รับได้เฉพาะเด็กยากจนเท่านั้น สำหรับกรณีรถรับส่งรัฐบาล ชี้แจงว่ามีแผนจะโละรถเมล์ร้อนเพื่อเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า (EV) และจะนำรถเมล์ร้อนเก่าไปมอบให้ท้องถิ่นใช้เป็นรถรับส่งนักเรียนในตอนเช้า หรือใช้รับส่งผู้สูงอายุไปโรงพยาบาลในตอนกลางวัน แต่เรื่องนี้ติดระเบียบทั้งของท้องถิ่นและกรมการขนส่งทางบก ซึ่งจะต้องไปแก้ไขทั้งระบบ และท้องถิ่นต้องทำแผนบริหารจัดการมารองรับหากต้องการรับรถไปใช้งาน

#วีแฟร์ #รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า #จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน #ข้อเสนอสวัสดิการ

แถลงการณ์เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair)วิพากษ์นโยบายรัฐบาลอนุทิน สิทธิสวัสดิการถดถอย ทอดทิ...
10/04/2026

แถลงการณ์เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair)
วิพากษ์นโยบายรัฐบาลอนุทิน สิทธิสวัสดิการถดถอย ทอดทิ้งประชาชน ?
วันที่ 10 เมษายน 2569
จากคำแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล วันที่ 9-10 เมษายน 2569 สะท้อนให้เห็นว่า นโยบายด้านสังคมขาดเจตจำนงในการยกระดับระบบสวัสดิการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน มีแนวโน้มลดทอนสวัสดิการให้เป็นสินค้า ขาดวิสัยทัศน์ในการปฎิรูปโครงสร้างสังคมที่เท่าเทียม ละเลยวาระการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของความเท่าเทียม เครือข่าย We Fair มีข้อสังเกต 5 ประการ ดังนี้
1. นโยบายสวัสดิการสังคมไร้รูปธรรม ขาดเจตจำนงทางการเมือง
นโยบายด้านสวัสดิการสังคม หลีกเลี่ยงการระบุตัวเลข งบประมาณ หรือกรอบเวลาที่ชัดเจน ไม่กล่าวถึงการยกระดับสวัสดิการสังคม เงินอุดหนุนเด็ก เบี้ยความพิการ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เงินอุดหนุนสตรีมีครรภ์ ซึ่งย้อนแย้งอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับนโยบายด้านความมั่นคงหรือเศรษฐกิจ เช่น ข้อ 12 ระบุชัดเจนถึงทหารอาสา 100,000 อัตรา กรอบสัญญา 4 ปี, ข้อ 1.2 นโยบายเศรษฐกิจที่ระบุโครงการคนละครึ่งพลัส ในทางตรงข้าม นโยบายด้านสังคมที่มีเป็นเพียงหลักการไร้รูปธรรม เช่น ข้อ 13 เรียนฟรีมีงานทำ ข้อ 14 รักษาทุกที่ได้ทันที สะท้อนความถดถอยของคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560
2. นโยบายการศึกษา "เรียนฟรียังไม่ฟรีจริง" ผลักภาระให้ประชาชน
นโยบายเรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ เรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ในข้อ 13 รวมถึง แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ฟรี ในข้อ 13.1 รัฐบาลมุ่งเน้นแก้ปัญหาที่ปลายเหตุด้วยการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ โดยละเลยโครงสร้างความเหลื่อมล้ำ ไม่มีการกล่าวถึง "การจัดสรรงบประมาณอุดหนุนรายหัว" และไม่แก้ปัญหา "ค่าใช้จ่ายแฝง" ในระบบโรงเรียน การผลักการเรียนฟรีไปอยู่ระบบออนไลน์ สร้างภาระค่าอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตให้ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย นี่คือการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในการสร้างระบบการศึกษาฟรีถ้วนหน้า
3. นโยบายระบบสาธารณสุขภายใต้ "ความเหลื่อมล้ำ"
นโยบายระบบประกันสุขภาพฯ ให้สามารถรักษาทุกที่ ในข้อ 14 และ การใช้เทคโนโลยีAIทางการแพทย์เพื่อยกระดับบริการสุขภาพ ในข้อ 14.3 รัฐบาลเน้นไปที่เทคโนโลยีและฐานข้อมูล ไม่กล่าวถึงการจัดสรร "งบประมาณรายหัว" ภายใต้ความเหลื่อมล้ำของระบบหลักประกันสุขภาพ ยิ่งกว่านั้น ในข้อ 14.1 ที่ระบุถึง "การสร้างความสมดุลระหว่างการรักษาเชิงป้องกันและการรักษาพยาบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินงบประมาณ" อาจเป็นข้ออ้างในการควบคุมต้นทุน และบีบให้โรงพยาบาลต้องบริหารจัดการความขาดแคลนกันเอง รวมถึงละเลยสวัสดิภาพการทำงานบุคลากรทางการแพทย์
4. นโยบายแรงงานไร้สิทธิคุ้มครองและหลักประกัน
นโยบายด้านแรงงานระบุถึง การพัฒนาทักษะ/ Reskill Upskill ในข้อ 1.2 และ ข้อ 13.2 สะท้อนการมองแรงงานเป็น"ทุนมนุษย์" ที่ต้องรับผิดชอบตัวเองเพื่อรองรับอุตสาหกรรม รัฐบาลใช้ภาษาที่ให้อำนาจกับกลุ่มทุน (สร้างโอกาส, ให้แต้มต่อ) ในตรงกันข้ามไม่มีการกล่าวถึง "การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ", "การคุ้มครองสิทธิการรวมตัวของแรงงาน", “การขยายสิทธิประโยชน์ประกันสังคม” "หลักประกันรายได้พื้นฐาน" เมื่อแรงงานมีรายได้ไม่พอประทังชีวิตหรือตกงาน จึงถือว่ารัฐบาลผลักภาระให้แรงงานเผชิญชะตากรรมด้วยตนเอง
5. สวัสดิการ "กลายเป็นสินค้า" เลี่ยงเก็บภาษีคนรวย
การจัดกลไกบริหารราชการใน กลุ่มยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านสังคมและสวัสดิการ ระบุชัดว่าต้องสร้างสมดุลกับ "ความมั่นคงทางการคลัง" แสดงว่าสวัสดิการจะถูกจำกัดด้วยกรอบวินัยการเงินการคลัง มีแนวโน้มเป็น "สวัสดิการพุ่งเป้า" เฉพาะคนมีรายได้น้อย ยิ่งไปกว่านั้นใน ข้อ 2.4 การเพิ่มบทบาทเอกชนระดมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สะท้อนถึงการมองสวัสดิการให้เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจ ลดทอนรัฐสวัสดิการให้กลายเป็น "สินค้า" เน้นการดึงเอกชนมาร่วมลงทุนมากกว่าการทำให้สวัสดิการเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งในท้ายที่สุดจะนำไปสู่การแสวงหากำไรจากบริการสาธารณะ ละเลยการปฏิรูประบบภาษีและระบบงบประมาณ
เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) เห็นว่า คำแถลงนโยบายของรัฐบาลได้สะท้อนถึงความย้อนแย้งในคำมั่นสัญญาต่อประชาชน ขาดเจตจำนงในการรื้อถอนโครงสร้างความเหลื่อมล้ำ การปฏิรูประบบภาษีและงบประมาณ จึงเป็นนโยบายที่ทำให้ สิทธิสวัสดิการถดถอย ทอดทิ้งประชาชน ผลักภาระให้ประชาชนเอาชีวิตรอดด้วยตัวเอง ภายใต้ระบบการเมืองเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมและสถานการณ์สงครามพลังงาน
เครือข่าย We Fair ขอยืนยันว่า "สวัสดิการคือสิทธิขั้นพื้นฐาน" ไม่ใช่การสงเคราะห์ ไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่เครื่องมือแสวงหากำไร พวกเราจะติดตามทวงถามเจตจำนงทางการเมืองจากรัฐบาลอย่างถึงที่สุด เพื่อผลักดันให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรที่เป็นธรรม สร้าง"รัฐสวัสดิการ" และระบบการคุ้มครองทางสังคมที่โอบรับทุกคนอย่างเสมอหน้า ไม่ให้เป็นเพียงวาทกรรมที่ใช้หลอกลวงอีกต่อไป
#วีแฟร์ #รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า #จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน #การคุ้มครองทางสังคม

ประมวลภาพบรรยากาศ WORKSHOP การเรียนรู้รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคม สำหรับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา จังหวัดชาย...
08/04/2026

ประมวลภาพบรรยากาศ
WORKSHOP การเรียนรู้รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคม สำหรับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา จังหวัดชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 4-5 เมษายน 2569 เวลา 09:00-16:00 น. ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

จัดโดย : เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) ร่วมกับนักศึกษาฝึกงาน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

CR : ขอขอบคุณคณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี

#กิจกรรมนักศึกษาฝึกงานภาคปฏิบัติ #วีแฟร์ #รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า #จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน #นโยบายการคุ้มครองทางสังคม

เริ่มแล้ว.... WORKSHOP การเรียนรู้รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคม สำหรับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา จังหวัดชายแดนใ...
04/04/2026

เริ่มแล้ว....
WORKSHOP การเรียนรู้รัฐสวัสดิการและนโยบายการคุ้มครองทางสังคม สำหรับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา จังหวัดชายแดนใต้
ระหว่างวันที่ 4-5 เมษายน 2569 เวลา 09:00-16:00 น. ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

CR : ขอขอบคุณคณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี

#กิจกรรมนักศึกษาฝึกงานภาคปฏิบัติ #วีแฟร์ #รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า #จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน #นโยบายการคุ้มครองทางสังคม

@ผู้ติดตาม @แฟนตัวยง

30/03/2026

จนอยู่ จนไม่ไหวแล้ว (30 มี.ค. 2569) | ข่าวค่ำ ไทยพีบีเอส

Thai PBS วิกฤตพลังงานซ้อนวิกฤตค่าครองชีพ แค่เดือนเดียว ทั้งราคาน้ำมัน ของกินของใช้ทยอยปรับราคาขึ้น แรงงานรายได้ขั้นต่ำเริ่มกังวล โอทีลด เสี่ยงถูกเลิกจ้าง ปกติรายได้ก็แทบไม่พอกับราย จ่าย พยายามปรับตัวลดค่าใช้จ่ายทุกทางที่เป็นไปได้
ขณะที่ ผอ.We Fair ชี้ 7 มาตรการที่รัฐเตรียมเข็นออกมา ยังไม่ตอบโจทย์ เปรียบคนเป็นมะเร็ง แต่รัฐใช้พาราฯ แก้ เสี่ยงคนไทย “จน เพิ่ม” แนะต้องมีมาตรการเร่งด่วน พร้อมแก้ระยะยาวผ่านการปรับโครงสร้าง ทั้งพลังงานและ ระบบสวัสดิการรองรับกลุ่มเปราะบางในสังคม

ที่อยู่

Thailand
Bangkok
10900

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ We Fairผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง We Fair:

แชร์