30/04/2026
https://www.facebook.com/share/p/18nKke9LAp/
“ทำไมทองไม่ร่วง…ทั้งที่โลกยังปั่นป่วน ?” หรือจริง ๆ แล้ว ‘แรงซื้อเงียบ’ กำลังซ่อนบางอย่างที่ใหญ่กว่าสงคราม
แม้สงครามยังไม่จบ
แม้ตลาดโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
แต่ราคาทองคำกลับ “ไม่ยอมลง”
จากจุดที่ทองคำเคยร่วงลงมาใกล้ 4,000 เหรียญ นักลงทุนจำนวนมากเชื่อว่าราคาน่าจะปรับฐานลงต่อ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม
ทองคำ “ยกฐานใหม่” กลับขึ้นมายืนแถว 4,700 เหรียญอีกครั้ง
คำถามสำคัญคือ...
อะไรคือแรงที่ค้ำราคาทองไว้ ? ทำไมทองไม่หลุดฐานเดิม ? และนี่คือสัญญาณของการขึ้นรอบใหม่ หรือเป็นเพียงภาพลวงชั่วคราว ?
นี่คือหนึ่งในประเด็นสำคัญจากบทสัมภาษณ์ในรายการ Business Tomorrow วันที่ 27 เมษายน 2569 โดย คุณสุวัฒน์ สินสาฎก กรรมการผู้จัดการ บริษัท หลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด ที่อธิบายว่า เบื้องหลังความนิ่งของราคาทองในเวลานี้ อาจกำลังสะท้อน “การเปลี่ยนโครงสร้างครั้งใหญ่ของระบบการเงินโลก”
และสิ่งที่เกิดขึ้น...อาจสำคัญกว่าสงครามเสียอีก
—————
1) ราคาทองไม่ไปไหน...ไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
:
ในรอบล่าสุด ราคาทองคำดีดขึ้นจากบริเวณประมาณ 4,300 เหรียญ ไปแตะ 5,600 เหรียญอย่างรวดเร็ว
แรงซื้อในช่วงนั้นมาจากนักเก็งกำไรจำนวนมากที่แห่เข้ามา เพราะมองว่าความเสี่ยงจากสงครามและความผันผวนทางเศรษฐกิจจะหนุนราคาทองให้ไปต่อ
แต่หลังจากนั้นราคาทองกลับค่อย ๆ ปรับลง ลงจาก 5,600 กลับมาใกล้ระดับ 4,000 เหรียญอีกครั้ง
ถ้ามองเพียงผิวเผิน หลายคนอาจคิดว่า “ทองหมดรอบแล้ว”
แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ทองกลับไม่หลุดฐานเดิม
มันลงมาใกล้ 4,000 แล้วดีดกลับ ก่อนจะสร้างฐานใหม่แถว 4,600–4,800 เหรียญ
นั่นหมายความว่า ถึงแม้ราคาจะผันผวน แต่ฐานราคากลับ “สูงขึ้น”
ในภาษาตลาดเรียกว่า Higher Low
และสำหรับคุณสุวัฒน์ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
—————
2) ทองคำไม่ได้มีแค่บทบาท “สินทรัพย์ปลอดภัย” อีกต่อไป
:
นักลงทุนส่วนใหญ่มักมองทองคำอยู่ใน 2 มิติหลัก
▪️ มิติแรกคือ ทองคำเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง เช่น สงคราม เงินเฟ้อ หรือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ
▪️ มิติที่สองคือ ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้ดีในช่วงที่สินทรัพย์อื่นไม่น่าสนใจ เช่น ตอนดอกเบี้ยต่ำหรือตลาดหุ้นแย่
สองเหตุผลนี้คือสิ่งที่ตลาดใช้วิเคราะห์ราคาทองมาตลอดหลายสิบปี
แต่หลังปี 2022 เป็นต้นมา มี “บทบาทที่สาม” ของทองคำที่เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ
และนั่นคือ ทองคำกำลังกลับมาเป็น “ฐานของเงินตรา” อีกครั้ง
นี่คือประเด็นสำคัญที่สุด
เพราะหากทองกลับมาเป็นสินทรัพย์สำรองที่ประเทศต่าง ๆ ใช้หนุนเสถียรภาพของระบบการเงิน ความต้องการทองคำจะไม่ใช่แค่เรื่องเก็งกำไรอีกต่อไป
แต่จะกลายเป็น “ยุทธศาสตร์ระดับประเทศ” และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ราคาทองไม่ยอมหลุดฐาน
—————
3) ในวันที่นักลงทุนลังเล...ธนาคารกลางกำลังซื้อเงียบ
:
เวลานี้ นักลงทุนจำนวนมากยัง “ลังเล”
บางคนไม่แน่ใจว่าดอกเบี้ยสหรัฐจะขึ้นหรือลง
บางคนไม่มั่นใจว่าดอลลาร์จะอ่อนหรือแข็ง
บางคนเห็นหุ้นสหรัฐยังทำจุดสูงสุดใหม่ ก็ยังไม่กล้าเข้าทองเต็มตัว
พูดง่าย ๆ คือ นักลงทุนรายย่อยและนักเก็งกำไรจำนวนมาก “ยังยืนดูอยู่ข้างสนาม”
แต่ในขณะที่ตลาดลังเล อีกกลุ่มหนึ่งกลับกำลังทยอยสะสมทองอย่างเงียบ ๆ
กลุ่มนั้นคือ ธนาคารกลาง
เมื่อราคาทองย่อลงแรง แรงซื้อจากธนาคารกลางเข้ามารับ
จึงเกิดสิ่งที่เห็นในกราฟ คือราคาทองลง แต่ไม่หลุดฐาน และสุดท้ายยกฐานสูงขึ้นเรื่อย ๆ
นี่คือแรงซื้อที่ไม่หวือหวา แต่ทรงพลังมาก
เพราะคือการซื้อเพื่อ “สะสมทุนสำรอง” ไม่ใช่เพื่อเก็งกำไรระยะสั้น
—————
4) เกมใหญ่ที่ซ่อนอยู่: จีนกำลังท้าทายระบบทองคำของโลก
:
เบื้องหลังแรงซื้อเงียบนี้ อาจมีเกมที่ใหญ่กว่าการลงทุน
คุณสุวัฒน์ชี้ว่า โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านของ “โครงสร้างตลาดทองคำ”
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ตลาดทองคำโลกถูกกำหนดราคาผ่านตลาดกระดาษในฝั่งตะวันตก
ไม่ว่าจะเป็นลอนดอนหรือสหรัฐ
ปัญหาคือ ตลาดเหล่านี้ซื้อขาย “ทองคำกระดาษ” มากกว่าทองคำจริงหลายร้อยเท่า
พูดง่าย ๆ คือ มีการซื้อขายสิทธิ์ในทอง มากกว่าปริมาณทองจริงที่รองรับอยู่มหาศาล
ระบบนี้ทำให้ราคาทองถูกขับเคลื่อนด้วย leverage สูงมาก
แต่ตอนนี้จีนกำลังพยายามผลักดันระบบใหม่ ลดบทบาทของ “ทองกระดาษ” และเพิ่มบทบาทของ “ทองคำจริง”
ถ้าการเปลี่ยนผ่านนี้เกิดขึ้นจริง ทองคำอาจกลับมาเป็นสินทรัพย์ที่มีบทบาทในระบบการเงินมากกว่าที่เคย
และนั่นจะเปลี่ยน “ฐานราคา” ของทองคำไปโดยสิ้นเชิง
—————
5) ทำไมทองยังไม่พุ่ง ? เพราะตลาดยังไม่เห็นภาพชัด
:
แม้พื้นฐานระยะยาวจะดูแข็งแรง แต่ทองยังไม่พุ่ง เพราะนักลงทุนยังรอ “ความชัดเจน”
สงครามยังไม่จบ ทิศทางดอกเบี้ยยังไม่ชัด ดอลลาร์ยังไม่เลือกทาง
เมื่อทุกอย่างยังคลุมเครือ เงินทุนจำนวนมากจึงยังไม่ไหลเข้าทองเต็มตัว
แต่เมื่อใดที่ตลาดเริ่มเห็นภาพชัดว่า
▪️ ดอลลาร์กำลังอ่อนค่า
▪️ เฟดใกล้จบรอบดอกเบี้ย
▪️ ธนาคารกลางยังสะสมทองต่อ
เมื่อนั้น นักลงทุนทั้ง 3 กลุ่มจะกลับเข้ามาพร้อมกัน
▪️ กลุ่มป้องกันความเสี่ยง
▪️ กลุ่มหาผลตอบแทน
▪️ กลุ่มธนาคารกลาง
และนั่นอาจเป็นจุดที่ราคาทอง “วิ่งแรง” อีกครั้ง
—————
6) คำถามสำคัญตอนนี้คือ...ทองกำลังสะสมพลังเพื่อขึ้นรอบใหม่หรือไม่?
:
มุมมองของคุณสุวัฒน์ชัดเจนว่า แนวโน้มระยะยาวของทองยังเป็นขาขึ้น
เพราะต่อให้ดอกเบี้ยขึ้น แรงกดดันเชิงโครงสร้างของสหรัฐ ทั้งภาระหนี้มหาศาลและความเสี่ยงของดอลลาร์ ยังทำให้ทองคำได้เปรียบในระยะยาว
นั่นทำให้คุณสุวัฒน์เชื่อว่า
ครึ่งหลังของปีนี้ ทองมีโอกาสกลับไปยืนเหนือ 5,000 เหรียญอีกครั้ง
และมีโอกาสสูงถึง 70% ที่จะทำ New High ใหม่เหนือ 5,600 เหรียญ
นี่ไม่ใช่เพียงการคาดการณ์ราคาทอง
แต่คือการสะท้อนว่า ตลาดการเงินโลกอาจกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน
จุดที่ความเชื่อมั่นต่อดอลลาร์เริ่มสั่นคลอน และทองคำกำลังกลับมาเป็น “สินทรัพย์ยุทธศาสตร์” อีกครั้ง
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง... สิ่งที่เราเห็นอยู่ตอนนี้ อาจไม่ใช่ “ทองนิ่ง”
แต่คือ ความเงียบก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
#ทองคำ #เศรษฐกิจโลก #ดอลลาร์ #ธนาคารกลาง #จีน #สหรัฐฯ