14/08/2026
การเร่งก่อสร้างแหล่ง Data Center ในสหรัฐอเมริกาเพื่อรองรับการเติบโตของ AI ที่ตามมาด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างมหาศาล จนมีกระแสต่อต้านการก่อสร้าง Data Center ในบางพื้นที่
แต่ที่หลายคนคาดไม่ถึงคือ มันกำลังดึงอุปทานการขนส่งสินค้าทางถนนไปอย่างมหาศาลอีกด้วย ก่อให้เกิดสภาวะขาดแคลนรถบรรทุกและกระตุ้นต้นทุนการขนส่งสินค้าทางถนนในสหรัฐฯ
เสี่ยงเป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่ต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น ซ้ำเติมต้นทุนของผู้ส่งออกที่ก็มีภาระค่าใช้จ่ายจากปัจจัยด้านภาษีอยู่แล้ว
นอกจากนี้การเร่งก่อสร้าง Data Center ในหลายพื้นที่ยังดึงเอาอุปทานการขนส่งโหมดอื่นๆไปด้วยทั้งทางทะเล ทางอากาศ ทางรถไฟ และยังคงมีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ
กลายเป็นประเด็นจุดความกังวลขึ้นมาว่าอุปทานการขนส่งอาจไม่เพียงพอต่ออุปสงค์ที่เติบโตรวดเร็วแบบไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาสตร์
โดยเฉพาะการขนส่งทางถนนหรือการขนส่งด้วยรถบรรทุก ที่ชิ้นส่วนและวัสดุสำคัญในการก่อสร้าง Data Center ล้วนต้องพึ่งพาและใช้บริการ ตั้งแต่วัสดุก่อสร้างอาคาร เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลง ระบบทำความเย็น ไปจนถึงเหล็กและโครงสร้าง เป็นต้น
ตามการวิเคราะห์ของ DAT Freight & Analytics แพลตฟอร์มด้านโลจิสติกส์ทางบกที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ ระบุว่าการสร้าง Data Center ขนาดทุกๆ 1 กิกะวัตต์ (GW) จะต้องใช้รถบรรทุกมากถึง 100,000 เที่ยว
ย้อนไปตั้งแต่กระแส AI เริ่มขึ้นในปี 2023 สหรัฐฯได้สร้าง Data Center ไปแล้วราว 20 GW คิดเป็นปริมาณการขนส่งทางรถบรรทุกประมาณ 2 ล้านเที่ยว หรือเฉลี่ยราว 6.7 แสนเที่ยวต่อปี
ส่วนในระหว่างปี 2026 ถึง 2030 คาดว่า Data Center ในสหรัฐฯ จะสร้างเพิ่มขึ้นอีกถึง 86 GW ส่งผลให้สหรัฐฯ ถือครองสัดส่วนทางตลาด Data Center เกินครึ่งหนึ่งของทั่วทั้งโลก ซึ่งถ้าคิดเป็นปริมาณการขนส่งทางรถบรรทุก จะเทียบได้เป็นตัวเลขมหาศาลถึง 8.6 ล้านเที่ยว หรือเฉลี่ยราว 1.72 ล้านเที่ยวต่อปี
ยิ่งตอกย้ำให้เห็นอัตราการเติบโตของอุปสงค์อย่างรุนแรง
อุปทานการขนส่งรถบรรทุกในสหรัฐฯ จะเป็นอย่างไร ? จะเกิดภาวะขาดแคลนรุนแรงหรือไม่ ? ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นไหม ? ผู้ส่งออกไทยต้องปรับตัวอย่างไร ? อ่านทั้งหมดนี้ได้ที่ Link ในช่อง Comment
#เศรษฐกิจไทย
#ค่าระวาง #ส่งออก #โลจิสติกส์ #งานโลจิสติกส์ #นำเข้าส่งออก #ทะเลแดง #ราคาทอง