28/09/2026
หลังสงครามเกาหลีจบลง GDP ต่อหัวของประเทศนี้อยู่ที่ประมาณ 67 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งต่ำกว่าโซมาเลียและเฮติ ประเทศที่ยังติดอันดับยากจนที่สุดในโลกจนถึงทุกวันนี้ พูดง่าย ๆ คือเกาหลีใต้ตอนนั้นจนกว่าประเทศที่จนที่สุดในโลกยุคนี้เสียอีก ทั้งประเทศแทบไม่เหลืออะไรนอกจากซากปรักหักพังและความช่วยเหลือจากต่างชาติ
ผ่านไป 73 ปี ประเทศเดียวกันนี้กลายเป็นบ้านของ Samsung และ SK Hynix สองบริษัทที่ผลิตชิปหน่วยความจำรวมกันเกือบ 2 ใน 3 ของทั้งโลก ซึ่งชิปหน่วยความจำคือชิ้นส่วนที่คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ใช้เก็บและประมวลผลข้อมูล และเป็นสิ่งที่ AI ทุกตัวต้องใช้ในการเทรนและรันโมเดล
ยิ่ง AI ฮิตมากเท่าไหร่ ทั้งโลกก็ยิ่งต้องการชิปพวกนี้มากขึ้นเท่านั้น เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2026 รัฐบาลเกาหลีใต้จับมือสองบริษัทนี้ประกาศทุ่มเงิน 518,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก้อนเดียว สร้างโรงงานผลิตชิปเพิ่ม โดยประธานาธิบดีเกาหลีใต้เรียกมันว่าการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของชาติ
[จาก 43 ปีที่สร้างชาติ สู่ 3 ปีที่ตัดสินใจ]
เส้นทางแรกของเกาหลีใต้เริ่มปี 1961 เมื่อ Park Chung-hee นายพลที่ยึดอำนาจด้วยการรัฐประหาร เริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับแรกในปี 1962 รัฐบาลเลือกไม่ปล่อยให้กลไกตลาดทำงานเอง แต่จับมือกับตระกูลธุรกิจขนาดใหญ่ไม่กี่ตระกูลที่ภายหลังถูกเรียกรวมกันว่า ชาโบล (chaebol) เช่น Samsung, Hyundai, LG อัดฉีดเงินกู้และสิทธิพิเศษให้กลุ่มนี้ไปสร้างอุตสาหกรรมส่งออกแทนประเทศ
จากจุดนั้นเศรษฐกิจเกาหลีโตเฉลี่ย 8-9% ต่อปี ติดต่อกันเกือบ 30 ปี ภาคเกษตรที่เคยเป็นครึ่งหนึ่งของ GDP หดเหลือไม่ถึง 3% ภายในเวลาไม่กี่ทศวรรษ ประเทศไล่เปลี่ยนอุตสาหกรรมหลักทีละสเต็ป จากสิ่งทอ ไปเหล็กและต่อเรือ ไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วงเวลานี้เองที่โลกเรียกมันว่า ปาฏิหาริย์แม่น้ำฮัน (Miracle on the Han River) ตามชื่อแม่น้ำที่ไหลผ่านกรุงโซล
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดปี 1983 เมื่อ Lee Byung-chul ผู้ก่อตั้ง Samsung ประกาศสิ่งที่ภายหลังถูกเรียกว่า Tokyo Declaration ว่าบริษัทจะกระโดดเข้าสู่ธุรกิจ DRAM ชิปหน่วยความจำชนิดหนึ่งที่คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องต้องมี ทั้งที่ตอนนั้นเทคโนโลยียังตามหลังคู่แข่งญี่ปุ่นกว่าสิบปี
Samsung ผลิตชิปตัวแรกได้ภายใน 10 เดือนหลังประกาศ และใช้เวลาไม่ถึง 10 ปีแซง Toshiba ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของโลกด้าน DRAM ในปี 1992 และปีถัดมาเกาหลีผลิต DRAM มากกว่าบริษัทญี่ปุ่นทั้งหมดรวมกัน นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นเจ้าตลาดชิปหน่วยความจำของโลกมาจนถึงทุกวันนี้
ธันวาคม 1996 เกาหลีใต้เข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 29 ของ OECD กลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วที่มีสมาชิกอย่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และประเทศในยุโรปตะวันตก การเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มนี้คือจุดที่โลกยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเกาหลีใต้พัฒนาแล้ว นับจากปี 1953 ที่ยังจนกว่าโซมาเลีย ใช้เวลาไป 43 ปี กว่าจะมาถึงจุดนี้ GDP โตขึ้น 12 เท่า รายได้ต่อหัวโตขึ้น 7 เท่า
เทียบกับเส้นทางที่สอง หลัง ChatGPT เปิดตัวปลายปี 2022 กระแส generative AI หรือ AI ที่สร้างข้อความ รูปภาพ วิดีโอได้เองก็ระเบิดไปทั่วโลก ทำให้ความต้องการชิปหน่วยความจำความเร็วสูงที่เรียกว่า HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งใช้ในเซิร์ฟเวอร์ AI โดยเฉพาะ พุ่งทะยานตั้งแต่ราวปี 2023 นับจากจุดนั้นถึงวันที่เกาหลีประกาศเดิมพันก้อนใหม่มูลค่า 518,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายน 2026 ใช้เวลาแค่ราว 3 ปี สั้นกว่าเส้นทางแรกเกือบ 15 เท่า
เงินก้อนใหญ่ที่ไหลเข้าอุตสาหกรรมชิปไม่ได้อยู่แค่ในบัญชีบริษัท พนักงาน Samsung และ SK Hynix กำลังจะได้รับโบนัสรวมกัน 162,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ระหว่างปี 2026-2028 เฉลี่ยแล้วพนักงาน Samsung ได้คนละราว 340,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนพนักงาน SK Hynix ได้คนละราว 476,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่าเงินเดือนเฉลี่ยทั้งประเทศราว 3 เท่า
เม็ดเงินนี้กำลังเปลี่ยนหน้าตาตลาดการเงินเกาหลี Samsung Securities รายงานว่าจำนวนลูกค้าที่มีสินทรัพย์เกิน 100 ล้านวอนโตขึ้น 15% เป็น 449,000 ราย บริษัทหลักทรัพย์และธนาคารต่างแย่งกันเสนอบริการดูแลความมั่งคั่งให้กลุ่มพนักงานสายเทคที่เพิ่งรวยเร็ว ข้อมูลจาก UBS ระบุว่าความมั่งคั่งเฉลี่ยต่อผู้ใหญ่ของเกาหลีโตขึ้น 44% ตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดในโลก