ชุมชนมุสลิมบ้านครุ : Kampung Muslim Baan Khru

ชุมชนมุสลิมบ้านครุ : Kampung Muslim Baan Khru สัปปุรุษบ้านครุ

04/10/2026

📌ร่วมรับฟังการเสวนา จากทายาทบ้านครุ

ในหัวข้อ “เรียนศาสนา ผลบุญดุนยา อาคีเราะห์”

ภายในงาน “รวมน้ำใจสู่อัลบิดายะห์ ครั้งที่ 16”
ณ โรงเรียนอัลบิดายะห์
ในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 16.00 น

03/10/2026

📣📣อีกไม่นาน เราจะได้พบกันครับ📣📣

“รวมน้ำใจสู่อัลบิดายะห์ ครั้งที่ 16”
ในวันศุกร์ที่ 30 วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2569

📌ภายในงานมีกิจกรรมและการแสดงความสามารถของนักเรียนโรงเรียนอัลบิดายะห์
📌มีร้านอาหารเลิศรส มีร้านเสื้อผ้าของฝากอีกมากมา รอให้ทุกท่านมาเลือกซื้อกันครับ

"จงรำลึกถึงอัลลอฮ์ ﷻ ในทุกสภาวการณ์"ธรรมเทศนาวันศุกร์ (خطبة الجمعة) โดยอาจารย์ฟาอีซ ทองทาวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569ณ มัสย...
02/10/2026

"จงรำลึกถึงอัลลอฮ์ ﷻ ในทุกสภาวการณ์"
ธรรมเทศนาวันศุกร์ (خطبة الجمعة)
โดยอาจารย์ฟาอีซ ทองทา
วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569
ณ มัสยิดดารุนน่าอีม (ทุ่งครุ)
ผู้ศรัทธาผู้มุ่งหวังในความเมตตาจากอัลลอฮ์ ﷻ ทุกท่าน ผลงานและข้อปฏิบัติทางศาสนานั้นมีอยู่มากมายหลายประการ และทั้งหมดล้วนตั้งอยู่บนรากฐานของการแสดงความเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ ﷻ การสร้างความผูกพันระหว่างกับพระองค์ และการยืนยันความศรัทธาอันแน่นแฟ้นที่มีต่อพระองค์
ความพิเศษของการซิกรุลลอฮ์ที่เหนืออิบาดะฮ์อื่น ๆ
หนึ่งในผลงานที่จะสร้างความผูกพันและความศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ﷻ นั้นก็คือ "การรำลึก พูด คิด นึกถึงพระองค์" (ذكر الله) ดังที่อัลกุรอานได้ระบุไว้ ความว่า :
وَلَذِكْرُ ٱللَّهِ أَكْبَرُ ۗ وَٱللَّهُ يَعْلَمُ مَا تَصْنَعُونَ
"...และการรำลึกถึงอัลลอฮ์นั้นยิ่งใหญ่ยิ่งนัก (ประเสริฐที่สุด) และอัลลอฮ์ทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเจ้ากระทำ" (อัลอันกะบูต 29:45)
อัลลอฮ์ ﷻ ได้กำหนดให้อิบาดะฮ์ต่าง ๆ มีจำนวนและเวลาของมัน เช่น การละหมาดฟัรฎู ในวันหนึ่งกับคืนหนึ่งเราจะต้องทำการละหมาด 5 เวลา รวมเป็น 17 รอกาอัต และในแต่ละเวลาก็จะมีเวลามากำกับว่าเข้าเวลาเมื่อใด หมดเวลาเมื่อใด แต่พระองค์ไม่ได้ทรงกำหนดว่าการซิกรุลลอฮ์ หรือการรำลึกถึงพระองค์นั้นจะต้องมีจำนวนเท่าใด และไม่ได้กำหนดว่าเราจะต้องรำลึกถึงพระองค์ในเวลาใด เพียงแต่พระองค์ทรงสั่งใช้ให้เรารำลึกนึกถึงพระองค์ให้มาก ๆ ดังรับสั่งในอัลกุรอาน ความว่า :
يَـٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ ٱذْكُرُوا۟ ٱللَّهَ ذِكْرًا كَثِيرًا
"โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงรำลึกถึงอัลลอฮ์ด้วยการรำลึกอย่างมากมาย" (อัลอะฮ์ซาบ 33:41)
ถ้อยคำซิกรุลลอฮ์ที่ประเสริฐ
พี่น้องศรัทธาชนที่เคารพรักทุกท่าน การรำลึกถึงอัลลอฮ์ ﷻ ที่ประเสริฐที่สุด คือ การอ่านอัลกุรอาน แต่มีอยู่ 4 ถ้อยคำที่ประเสริฐลดหลั่นลงมาจากอัลกุรอาน โดยมีรายงานจากท่านซะมุเราะฮ์ บิน ญุนดุบ (ร.ฎ.) ว่าท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ได้แสดงวัจนะไว้ ความว่า :
أَفْضَلُ الْكَلَامِ بَعْدَ الْقُرْآنِ أَرْبَعٌ
"คำกล่าวที่ประเสริฐที่สุดรองจากอัลกุรอานมีอยู่ 4 คำ...
وَهُنَّ مِنَ الْقُرْآنِ..และทั้ง 4 คำนั้นเป็นส่วนหนึ่งจากอัลกุรอาน...
سُبْحَانَ اللَّه..ซุบฮานัลลอฮ์ (มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮ์)...
وَالْحَمْدُ لِلَّهِ..วัลฮัมดุลิลลาฮ์ (การสรรเสริญทั้งมวลเป็นกรรมสิทธิ์แด่อัลลอฮ์)...
وَلَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ..วะลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์)...
وَاللَّهُ أَكْبَرُ..วัลลอฮุอักบัร (อัลลอฮ์ทรงยิ่งใหญ่ที่สุด)...
لَا يَضُرُّكَ بَأَيِّهِنَّ بَدَأْتَ..ไม่เกิดผลเสียหายใด ๆ แก่ท่านเลยไม่ว่าท่านจะเริ่มกล่าวคำใดก่อนก็ตาม"
(มุสนัด อะห์มัด หมายเลข 19357)
การรำลึกถึงอัลลอฮ์ในสภาวการณ์ต่าง ๆ ของมนุษย์
นักวิชาการได้กล่าวถึงการรำลึกถึงอัลลอฮ์ ﷻ ในทุก ๆ สภาวการณ์ ทุก ๆ ชั่วขณะไว้ว่า แท้จริงบ่าวนั้นจะไม่ออกนอก 4 สภาวการณ์ดังต่อไปนี้:
1. สภาวะที่บ่าวอยู่ในความภักดี (ทำความดี) ต่ออัลลอฮ์ ﷻ
หากอยู่ในสภาพนี้ สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องรำลึกนึกถึงพระองค์ ด้วยการขอดุอาอ์ต่อพระองค์ให้ทรงอำนวยความสะดวกและตอบรับการงานของพวกเรา
2. สภาวะที่บ่าวฝ่าฝืนต่อคำสั่งห้ามของอัลลอฮ์ ﷻ (ทำความผิดบาป)
สมควรอย่างยิ่งที่จะรำลึกถึงอัลลอฮ์ ﷻ และร้องขอให้พระองค์ทรงยับยั้งเราจากการทำบาป ขอให้เราเป็นผู้เตาบะฮ์สำนึกผิด และขอให้พระองค์ทรงรับการเตาบะฮ์ของเรา
3. สภาวะที่บ่าวได้รับความโปรดปราน (نعمة) จากอัลลอฮ์ ﷻ
เช่น การมีสุขภาพดี มีที่อยู่อาศัย มีรายได้พอเลี้ยงตนเองและครอบครัว มีร่างกายที่สามารถมาละหมาดได้ ทั้งหมดนี้เรียกว่า 'นิอ์มัต' จากอัลลอฮ์ เราต้องทำการรำลึกถึงพระองค์ด้วยการ 'ชุโกร' ขอบคุณในสิ่งที่พระองค์ประทานให้
4. สภาวะที่บ่าวได้รับการทดสอบ (بلاء) อย่างรุนแรง
หากประสบกับสภาพนี้ ให้เรารำลึกถึงพระองค์ด้วยการอดทน (صبر) กับสิ่งที่กำลังประสบอยู่
คุณประโยชน์ 5 ประการของการซิกรุลลอฮ์
ท้ายที่สุดของคุตบะฮ์ นักวิชาการได้กล่าวถึงคุณประโยชน์ของการซิกรุลลอฮ์ หรือการรำลึกถึงอัลลอฮ์ ﷻ ไว้ 5 ประการ คือ :
1. การรำลึกถึงอัลลอฮ์อยู่อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้พระองค์ทรงพอพระทัยต่อผู้ที่นึกถึงพระองค์
2. การรำลึกถึงอัลลอฮ์ ﷻ จะช่วยเพิ่มพูนความอยากในการทำความดี และทำให้ปรารถนาที่จะดำรงไว้ซึ่งการเคารพภักดีต่อพระองค์มากยิ่งขึ้น
3. การรำลึกถึงอัลลอฮ์ ﷻ จะทำให้เรารอดพ้นจากการล่อลวงของชัยฏอน
4. การรำลึกถึงอัลลอฮ์ ﷻ ทำให้หัวใจของเราอ่อนน้อม ไม่แข็งกระด้าง
5. การรำลึกถึงอัลลอฮ์ ﷻ จะยับยั้งเราจากการทำผิดบาปต่าง ๆ
ดังนั้น ไม่ว่าเราจะอยู่ในสภาวการณ์ใดก็ตาม อย่าได้ลืมรำลึกนึกถึงอัลลอฮ์ ﷻ เมื่อประสบปัญหาก็ให้อดทน เมื่อมีความสุขก็ให้ขอบคุณ เมื่อทำผิดก็ให้กลับเนื้อกลับตัวขออภัยโทษ รวมถึงเมื่อต้องการสิ่งใดก็จงวิงวอนขอต่อพระองค์ แล้วเราจะเป็นผู้ที่มีจิตใจสงบ ดังรับสั่งของพระองค์ในอัลกุรอาน ความว่า :
أَلَا بِذِكْرِ ٱللَّهِ تَطْمَئِنُّ ٱلْقُلُوبُ
"พึงทราบเถิด ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮ์เท่านั้น ที่ทำให้จิตใจสงบ" (อัรเราะฮ์ดุ 13:28)

28/09/2026

#ขอส่งกำลังใจและดุอาอ์ให้พี่น้องทุกคนทุกครอบครัวที่ประสบภัยน้ำท่วม

มัสยิดดารุนน่าอีม(ทุ่งครุ)

27/09/2026

ดุอาอ์ที่ท่านนบี ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แนะนำเมื่อพบกับการสูญเสียและการทดสอบ

“อัลลอฮุมมะญุรนี ฟีมุซีบะตี วะอัคลิฟลี คอยรอนมินฮา”

#ฝ่ายวิชาการกรรมการกลางฯ

”ล้มละลาย“ : ธรรมเทศนาวันศุกร์ (خطبة الجمعة) โดยอาจารย์อนัส บินฮาซัน คอเต็บประจำมัสยิดฯ ในวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 ณ ...
26/09/2026

”ล้มละลาย“ :
ธรรมเทศนาวันศุกร์ (خطبة الجمعة)
โดยอาจารย์อนัส บินฮาซัน คอเต็บประจำมัสยิดฯ
ในวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569
ณ มัสยิดดารุนน่าอีม (ทุ่งครุ)
พี่น้องร่วมศรัทธาที่อัลลอฮ์ ﷻ ทรงเมตตาทุก ๆ ท่าน สำหรับวันคืนที่ผันผ่านเข้ามาในชีวิตของเราและผ่านพ้นไปนั้น ย่อมมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นกับเรา ทั้งเรื่องดีที่เราขอบคุณพระองค์ และเรื่องที่ไม่ดีที่เราไม่ถูกอกถูกใจ ซึ่งเรานั้นต้องทบทวนว่าทำไมสิ่งเหล่านี้จึงเกิดขึ้นกับเรา แล้วเราจะกำหนดจุดยืนอย่างไร เราจะแก้ไขให้ดีขึ้นได้อย่างไร
ในทุก ๆ เช้าที่เราตื่นขึ้นมา เราจะต้องทบทวน รวมถึงตั้งปณิธานหรือเป้าหมายให้เรานั้นประกอบแต่การงานที่ดีเพื่อภาคผลที่ดี ดังมีหะดีษรายงานจากอบูมาลิก อัลฮาริษ บินอาซิม อัลอัชอารีย์ (ร.ฎ.) ถึงคำกล่าวของท่านนบี ﷺ ความว่า :
كُلُّ النَّاسِ يَغْدُو، فَبَائِعٌ نَفْسَهُ فَمُعْتِقُهَا أَوْ
مُوبِقُهَا
“...มนุษย์ทุกคนตื่นขึ้นมาในยามเช้า ต่างก็ออกไปขวนขวายเพื่อนำชีวิตและเวลาของตนเองไปแลกกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งมีทั้งผู้ที่ไถ่ถอนชีวิตให้รอดพ้นจากไฟนรกด้วยการภักดีต่ออัลลอฮ์ หรือผู้ที่ทำลายชีวิตให้ย่อยยับด้วยการทำบาป”
(บันทึกโดยมุสลิม ในกิตาบอัฏเฏาะฮาเราะฮ์ หมายเลข 223 และหะดีษที่ 23 จาก 40 หะดีษอิหม่ามอันนะวะวีย์)
มนุษย์ทุกคนตื่นเช้าขึ้นมาเพื่อพร้อมที่จะออกจากบ้านและเดินทางไปในทุก ๆ วัน ในขณะที่นาฬิกาชีวิตของเราก็กำลังเดินไปเรื่อย ๆ จนเข็มของนาฬิกาจะหยุดเดินก็เมื่อวันที่เราหมดลมหายใจและวิญญาณออกจากร่างของเราไป
จากหะดีษข้างต้น คนที่แลกแรงกายและแรงทรัพย์นั้นจึงมีอยู่ 2 ประเภท :
ประเภทแรก คือคนที่แลกชีวิตเพื่อไถ่ตัวเองให้พ้นจากการลงโทษของอัลลอฮ์ ﷻ นั่นก็หมายถึง ตื่นเช้าขึ้นมาก็ทำแต่เรื่องดี เพราะคำว่า "فَمُعْتِقُهَا" (ฟะมุอ์ติกุฮา) หมายถึงการปลดปล่อยตนเองดังนั้นสิ่งที่เขาพยายามทำในเช้าวันนั้นถือเป็นเหตุเป็นปัจจัย เป็นสาเหตุทำให้เขานั้นรอดพ้นจากการลงโทษ ได้รับการปลดปล่อยจากพระองค์
ประเภทที่สอง คือ "مُوبِقُهَا" (มูบิกุฮา) หรือคนที่ทำให้ตนเองพินาศ ตื่นเช้าขึ้นมาหาแต่เรื่องที่ทำให้เขานั้นต้องกลายเป็นคนที่เสียหาย เป็นคนที่ประสบกับความหายนะ เป็นคนเสี่ยงที่จะเข้านรกของพระองค์
ดังนั้น ในทุก ๆ เช้าที่เราตื่นขึ้นมา จงคิดดูให้ดี ๆ ว่าเรากำลังจะเดินไปทางไหน เรากำลังแสวงหาอะไร และการเดินทางของเรานั้นจะไปสิ้นสุดที่ใด
ทุกวันนี้มีมุสลิมจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้สนใจบัญชาของอัลลอฮ์ ﷻ ไม่ได้ใส่ใจคำเตือนของท่านนบี ﷺ เน้นถูกใจและสะใจไปวัน ๆ จนทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในสังคม เพียงแค่ลิ้นของใครบางคนก็ทำให้สังคมนั้นสั่นคลอนได้ ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ความวุ่นวาย (فتنة) นั้นอยู่ในสภาพที่หลับใหล แล้วอัลลอฮ์ ﷻ ทรงสาปแช่งคนที่ไปปลุกมันขึ้นมา
การที่คนหนึ่งบอกว่าเขานั้นเป็นคนตรง ๆ พูดจาตรง ๆ ชอบอะไรตรง ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถไปทำร้ายจิตใจใครก็ได้ การเป็นคนพูดตรงไม่ได้หมายความว่าจะไปพูดจาทับถมใคร ๆ ให้เสียใจก็ได้ ดังหะดีษที่รายงานจากท่านอับดุลลอฮ์ บินอัมร์ บินอัลอาศ (ร.ฎ.) ว่าท่านนบี ﷺ กล่าวว่า :
الْمُسْلِمُ مَنْ سَلِمَ الْمُسْلِمُونَ مِنْ لِسَانِهِ وَيَدِهِ
"มุสลิมที่แท้จริงคือผู้ที่มุสลิมคนอื่น ๆ ปลอดภัยจากลิ้นและมือของเขา..."
(บันทึกโดยบุคอรี หมายเลข 10 และ 6484 และมุสลิม หมายเลข 40)
บทเรียนจากหะดีษนี้ก็คือ เราที่อยู่ร่วมกันในสังคมร่วมจะต้องระวังการใช้คำพูด โดยเฉพาะการพูดเรื่องของคนอื่นซึ่งมีแนวโน้มเป็นการนินทาหรือถึงขั้นการใส่ร้ายป้ายสี ซึ่งอิสลามถือว่าเป็นบาปใหญ่ที่ผู้กระทำจะต้องชดใช้
เรื่องราวของ "ผู้ล้มละลาย" (المفلس) ในวันกิยามะฮ์
มีรายงานจากอบูฮุรอยเราะฮ์ (ร.ฎ.) ว่าท่านนบี ﷺ ได้ถามบรรดาศ่อฮาบะฮ์ที่นั่งอยู่ด้วย ความว่า :
أَتَدْرُونَ مَا الْمُفْلِسُ؟
"พวกท่านรู้ไหมว่าคนที่ล้มละลายเป็นใคร?"
บรรดาศ่อฮาบะฮ์ก็ตอบว่า :
الْمُفْلِسُ فِينَا مَنْ لَا دِرْهَمَ لَهُ وَلَا مَتَاعَ
"คนล้มละลายในทัศนะของพวกเรา คือผู้ที่ไม่มีทั้งดิรฮัม (เงินตรา) และไม่มีทรัพย์สินข้าวของใดๆ"
ท่านนบี ﷺ จึงกล่าวตอบอีกครั้งว่า :
إِنَّ الْمُفْلِسَ مِنْ أُمَّتِي يَأْتِي يَوْمَ الْقِيَامَةِ بِصَلَاةٍ وَصِيَامٍ وَزَكَاةٍ
"แท้จริงคนล้มละลายจากประชาชาติของฉัน คือผู้ที่มาในวันกิยามะฮ์พร้อมกับการละหมาด การถือศีลอด และการจ่ายซะกาต" (หมายถึงเขามีความดีเหล่านี้มากมายก่ายกอง)
وَيأْتِي قَدْ شَتَمَ هَذَا، وَقَذَفَ هَذَا، وَأَكَلَ مَالَ هَذَا، وَسَفَكَ دَمَ هَذَا، وَضَرَبَ هَذَا
"แต่เขามาในสภาพที่เคยด่าทอคนนี้ เคยกล่าวหาใส่ร้ายคนนี้ เคยโกงกินทรัพย์สินของคนนี้ เคยทำให้คนนี้ต้องหลั่งเลือด (ทำร้ายจนเลือดตกยางออกหรือฆ่า) และเคยทุบตีคนนี้"
فَيُعْطَى هَذَا مِنْ حَسَنَاتِهِ وَهَذَا مِنْ حَسَنَاتِهِ، فَإِنْ فَنِيَتْ حَسَنَاتُهُ قَبْلَ أَنْ يُقْضَى مَا عَلَيْهِ أُخِذَ مِنْ خَطَايَاهُمْ فَطُرِحَتْ عَلَيْهِ ثُمَّ طُرِحَ فِي النَّارِ
"ดังนั้น ความดีของเขาจะถูกแบ่งให้แก่คนนี้และแบ่งให้แก่คนนั้น (ที่เขาเคยละเมิด) และหากความดีของเขาหมดลงก่อนที่จะชดใช้ความผิดที่เขาติดค้างไว้ (ให้แก่ผู้เสียหาย) ได้ครบถ้วน บาปความผิดของผู้เสียหายเหล่านั้นก็จะถูกเอามาโยนใส่แบกไว้บนตัวเขา แล้วหลังจากนั้นเขาก็จะถูกโยนลงนรกไป"
(บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2581)
จากหะดีษดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แม้บุคคลใดจะทำความดีอยู่เสมอ แต่เคยไปด่าทอคนนั้น เคยใส่ร้ายคนนี้ เคยไปอธรรม ไปโกงกินทรัพย์สินของคนนั้น เคยไปละเมิดทรัพย์สินของคน ๆ นี้ ย่อมหมายความว่าบุคคลนั้นได้ละเมิดสิทธิของเพื่อนมนุษย์ () ไปแล้ว ความดีที่เขาเคยทำจะต้องแบ่งไปให้กับคน ๆ นั้น จะต้องแบ่งให้กับคน ๆ นี้ที่เขาได้อธรรมไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งความดีที่เขาเคยทำมาตลอดทั้งชีวิต 30 ปี 40 ปี 50 ปี ในโลกดุนยานั้นได้หมดลง ถึงตอนนั้นอัลลอฮ์ ก็จะทรงนำความผิดของคนที่เขาเคยนินทาหรือใส่ร้าย มาใส่ไว้ที่เขาแทน ในวันนั้นความผิดของใครต่อใครที่เขาเคยไปทำร้ายก็มารวมอยู่ที่ตัวเขา สุดท้ายแล้ว นอกจากความดีจะไม่มีเหลือในบัญชีของเขาเอง แต่กลับเต็มไปด้วยความผิดของใครต่อใครที่เขาเคยไปทำร้ายเอาไว้ และเมื่อบัญชีของเขามีแต่ความผิด เขาจะต้องถูกโยนตกสัตย์ลงไปอยู่ในขุมนรก และนี่คือความหมายของคำว่า ’ล้มละลาย‘ ที่แท้จริง
การเตือนสติและการเตรียมพร้อมสู่ความตาย
ที่บอกว่าชีวิตของเราจะต้องเดินทางนั้น แม้เวลาวันนี้จะหมดไป พรุ่งนี้ก็ต้องเดินทางต่อ ปีหน้าหมดไป ปีต่อไปเราก็จะต้องเดินทางต่อ เราจึงควรที่จะรู้ล่วงหน้าสักนิดหนึ่งว่า การเดินทางของเรานั้นกำลังนำพาเราเดินทางไปไหนกันแน่ การเดินทางของเราอยู่ในเส้นทางที่เราควรเดินไปหรือเบี่ยงออกจากเส้นทางที่อัลลอฮ์ ﷻ ได้ทรงกำหนดไว้หรือเปล่า
อัลลอฮ์ ﷻ ได้รับสั่งไว้ ท่านนบีก็เคยสอนไว้ ให้เรารำลึกถึงความตาย วันหนึ่งที่เวลาหมดไป ก็คือ 1 วันที่เข้าใกล้ความตายเข้าไป 1 วัน 1 ปีที่ผ่านไป นั่นก็หมายความว่าอายุขัยของเราเข้าใกล้ความตายมาอีก 1 ปี ทุกคนต้องตาย ไม่มีใครหนีพ้น
สิ่งสำคัญก็คือ ในวันอาคิเราะฮ์เราจะเป็นอย่างไร จะได้รับอะไรเป็นผลตอบแทนจากการที่เราเดินทางในโลกดุนยานี้ อัลลอฮ์ ﷻ รับสั่งว่า :
فَمَن زُحْزِحَ عَنِ النَّارِ وَأُدْخِلَ الْجَنَّةَ فَقَدْ فَازَ
“...ดังนั้นผู้ใดที่ถูกให้รอดพ้นจากไฟนรก และถูกให้เข้าสวรรค์แล้ว แน่นอนเขาก็ประสบความสำเร็จแล้ว...”
(อาลิอิมรอน 3:185)
แม้เราทุกคนไม่อาจหลีกเลี่ยงความตายได้ แต่เรามีสิทธิ์เลือกเส้นทางเดินของเราได้ ดังนั้นเราต้อง “อยู่ให้เป็น” ในโลกอยู่ดุนยานี้ หมายความว่า อัลลอฮ์ ﷻ ทรงบัญชาให้เราทำอะไรเราทำ พระองค์ทรงห้ามอะไรเราจะไม่ทำ และที่สำคัญ เราจะต้องเร่งรีบในการทำความดี สะสมเอาไว้ในบัญชีความดีของเรา เพราะเราไม่รู้ว่าเรานั้นจะอยู่ในโลกดุนยานี้ได้อีกกี่วัน

23/09/2026
📣 แจ้งข่าวญะนาซะฮ์ 📣‎إِنَّا ِلِلَّهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رَاجِعُونَ"แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์แห่งอัลลอฮ์ และแท้จริงเราต้องก...
21/09/2026

📣 แจ้งข่าวญะนาซะฮ์ 📣
‎إِنَّا ِلِلَّهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رَاجِعُونَ
"แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์แห่งอัลลอฮ์
และแท้จริงเราต้องกลับสู่พระองค์"
คุณอับดุลเลาะห์ รัตนอุดม อายุ 83 ปี
พ่อตาของคุณอบูบากัร กองรอด (ซอยวากัฟจั่นมณี)
ได้กลับไปสู่พระเมตตาแห่งอัลลอฮ์ ﷻ แล้ว เมื่อเวลา 23.30 น. ที่ผ่านมา
เจ้าภาพกำหนดจัดการละหมาดญะนาซะฮ์
📌 ในวันนี้ (วันอังคารที่ 22กันยายน 2569)
📌 เวลา “หลังละหมาดซุฮ์ริ“
📌 ณ มัสยิดดารุนน่าอีม (ทุ่งครุ)
สุขสวัสดิ์ 70 ซอย 18
หากมัยยิตท่านนี้ ได้ละเมิดฮักก์ของท่านไม่ว่าจะด้วยกาย วาจา หรือจิตใจ ขอได้โปรดให้อภัยแก่มัยยิตท่านนี้ด้วย
ขอเรียนให้ญาติพี่น้องตลอดจนสัปปุรุษได้ร่วมแสดงตะอ์ซียะฮ์ และละหมาดญะนาซะฮ์ ตลอดจนไปส่งมัยยิตที่กุโบร์โดยพร้อมเพรียงกัน
สัปปุรุษประจำมัสยิดดารุนน่าอีม (ทุ่งครุ) ขอแสดงตะอ์ซียะฮ์แก่ครอบครัวของมัยยิตมา ณ โอกาสนี้
‎جَزَا كُمُ الله خَيْرًاكَثِيْرًا

20/09/2026

📌ขอเชิญร่วมงาน
“รวมน้ำใจสู่อัลบิดายะห์ ครั้งที่ 16”

ในวันศุกร์ที่ 30 และวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2569

ณ โรงเรียนอัลบิดายะห์ (มัสยิดดารุนน่าอีม ทุ่งครุ)

#แล้วพบกันในวันงานนะครับ
😁😁😁😁😁😁😁😁😁

📣 แจ้งข่าวญะนาซะฮ์ 📣‎إِنَّا ِلِلَّهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رَاجِعُونَ"แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์แห่งอัลลอฮ์ และแท้จริงเราต้องก...
20/09/2026

📣 แจ้งข่าวญะนาซะฮ์ 📣
‎إِنَّا ِلِلَّهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رَاجِعُونَ
"แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์แห่งอัลลอฮ์
และแท้จริงเราต้องกลับสู่พระองค์"
คุณฮาดี (ฮาดี้) แสงศรี อายุ 49 ปี
บุตรอัลมัรฮูม ฮัจยีอิสมาแอล และคุณยามีละห์ (ศรีสุวรรณ) แสงศรี
หลานชายของอัลมัรฮูม ฮัจยีรอซาต (แชหวังซาต) และอัลมัรฮูมะห์ ฮัจยะห์สนิ (โต๊ะหนิด) ศรีสุวรรณ
ได้กลับไปสู่พระเมตตาแห่งอัลลอฮ์ ﷻ แล้ว
เจ้าภาพกำหนดจัดการละหมาดญะนาซะฮ์
📌 ในวันนี้ (วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2569)
📌 เวลา 16.00 น. (บ่ายสี่โมง)
📌 ณ มัสยิดดารุนน่าอีม (ทุ่งครุ)
สุขสวัสดิ์ 70 ซอย 18
หากมัยยิตท่านนี้ ได้ละเมิดฮักก์ของท่านไม่ว่าจะด้วยกาย วาจา หรือจิตใจ ขอได้โปรดให้อภัยแก่มัยยิตท่านนี้ด้วย
ขอเรียนให้ญาติพี่น้องตลอดจนสัปปุรุษได้ร่วมแสดงตะอ์ซียะฮ์ และละหมาดญะนาซะฮ์ ตลอดจนไปส่งมัยยิตที่กุโบร์โดยพร้อมเพรียงกัน
สัปปุรุษประจำมัสยิดดารุนน่าอีม (ทุ่งครุ) ขอแสดงตะอ์ซียะฮ์แก่ครอบครัวของมัยยิตมา ณ โอกาสนี้
‎جَزَا كُمُ الله خَيْرًاكَثِيْرًا

ที่อยู่

Saksawas 70/18 Thung Khru
Bangkok
10140

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ชุมชนมุสลิมบ้านครุ : Kampung Muslim Baan Khru โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่