23/05/2026
การแปรรูปรัฐวิสาหกิจอาจเข้าข่าย
“การทุจริตเชิงนโยบาย” ได้
หากมีลักษณะเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนหรือบุคคลบางฝ่าย โดยมิได้คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง
ความหมายของ “การทุจริตเชิงนโยบาย”
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ให้นิยามโดยทั่วไปว่า
เป็นการใช้อำนาจรัฐหรือกำหนดนโยบายสาธารณะโดยอาศัยความชอบธรรมทางกฎหมายหรือการเมือง แต่มีเจตนาแอบแฝงเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทำให้รัฐหรือประชาชนเสียประโยชน์
ลักษณะสำคัญ เช่น
▪️ใช้นโยบายของรัฐเป็นเครื่องมือ
▪️ดำเนินการถูกต้องตาม
“รูปแบบกฎหมาย” แต่ขัดต่อหลักธรรมาภิบาล
▪️เปิดทางให้เอกชนหรือกลุ่มทุนได้ประโยชน์มหาศาล
▪️ประชาชนหรือรัฐสูญเสียทรัพย์สิน
อำนาจควบคุม หรือผลประโยชน์ระยะยาว
การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ คืออะไร
การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ คือ การเปลี่ย,นสถานะหรือโครงสร้างการบริหารของรัฐวิสาหกิจให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เช่น
▪️ขายหุ้นให้เอกชน
▪️เปิดตลาดแข่งขัน
▪️ให้สัมปทาน
เปลี่ยนจากหน่วยงานรัฐเป็นบริษัทมหาชน
ในทางหลักการเป็นการแปรรูป “ แต่เมื่อใด “การแปรรูป” อาจเป็น “ทุจริตเชิงนโยบาย”
หากมีพฤติการณ์ เช่น
▪️ประเมินมูลค่าทรัพย์สินต่ำกว่าความจริง
▪️ขายกิจการให้ทุนผูกขาด
▪️ออกกฎหมายหรือเงื่อนไขเอื้อเอกชนเฉพาะราย
▪️ลดบทบาทรัฐจนประชาชนเสียประโยชน์
▪️ปกปิดข้อมูลสาธารณะ
▪️ใช้อำนาจทางการเมืองกดดันองค์กรตรวจสอบหรือสหภาพแรงงาน
กรณีเช่นนี้อาจถูกวิพากษ์ว่าเป็น
“การทุจริตเชิงนโยบายภายใต้การแปรรูป”
มุมมองของขบวนการแรงงาน
องค์กรแรงงานจำนวนมาก รวมถึง
สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
มักมองว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจบางกรณี
▪️ทำให้รัฐสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจ
▪️ทำลายความมั่นคงในการจ้างงาน
▪️ทำให้บริการสาธารณะกลายเป็นธุรกิจแสวงกำไร
▪️เพิ่มความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการพื้นฐาน
จึงมีข้อเรียกร้องให้
เปิดเผยข้อมูลทุกขั้นตอน
ให้ประชาชนและแรงงานมีส่วนร่วม
ประเมินผลกระทบทางสังคมก่อนดำเนินการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนของนักการเมืองและทุน
สรุป
การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ “ไม่เท่ากับ”
การทุจริตเชิงนโยบายโดยอัตโนมัติ
แต่หากนโยบายดังกล่าวถูกออกแบบ
หรือดำเนินการเพื่อเอื้อผลประโยชน์
แก่กลุ่มทุน โดยรัฐและประชาชนเสียประโยชน์ ก็อาจเข้าลักษณะ
“การทุจริตเชิงนโยบาย”
ได้ทั้งในทางการเมือง สังคม และกฎหมาย