Feminist Legal Support

Feminist Legal Support Supporting feminism & gender justice

รับปรึกษาและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายให้กับผู้เสียหายที่ถูกกระทำความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ

กรณีคุณอังคณา นีละไพจิตร กับปรากฏการณ์ “ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศที่เกิดจากเทคโนโลยีหรือในพื้นที่ออนไลน์” (Online or Tec...
22/10/2025

กรณีคุณอังคณา นีละไพจิตร กับปรากฏการณ์ “ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศที่เกิดจากเทคโนโลยีหรือในพื้นที่ออนไลน์” (Online or Technology-Facilitated Gender-Based Violence)

ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศที่เกิดจากเทคโนโลยีหรือในพื้นที่ออนไลน์ (Online or Technology-Facilitated Gender-Based Violence) หมายถึง การกระทำที่มีลักษณะละเมิด ทำให้เกิดอันตราย หรือสร้างความเสียหายต่อผู้หญิง เด็กหญิง หรือบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยมีรากฐานจากความไม่เท่าเทียมทางเพศ และกระทำผ่านหรือได้รับการส่งเสริมโดยเครื่องมือดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือระบบสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์

พฤติกรรมเหล่านี้ก่อให้เกิดอันตรายทางกายภาพ ทางเพศ จิตใจ สังคม ฯลฯ และยังเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของบุคคล ความรุนแรงในลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นโดยตรงในพื้นที่ออนไลน์ หรือเกิดขึ้นแบบออฟไลน์แต่มีการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ เช่น การติดตามตำแหน่งของผู้หญิงโดยใช้ GPS โดยปราศจากความยินยอม

ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศในพื้นที่ออนไลน์ไม่เพียงแต่เพิ่มความรุนแรงของรูปแบบความรุนแรงดั้งเดิม เช่น ความรุนแรงในความสัมพันธ์แบบคู่รัก แต่ยังนำมาซึ่งรูปแบบใหม่ ๆ ของความรุนแรง เช่น การสะกดรอยทางออนไลน์ (Online stalking) การล่วงละเมิดโดยใช้ภาพลามกที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เช่น วิดีโอ Deepfake

ตัวอย่างของความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศในพื้นที่ออนไลน์:

• การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ (Cyberbullying): การส่งข้อความที่มีลักษณะข่มขู่ คุกคาม หรือดูหมิ่นเพื่อสร้างความกลัว
• การส่งเนื้อหาทางเพศโดยไม่ยินยอม (Non-consensual Sexting): การส่งภาพหรือข้อความลามกโดยที่ผู้รับข้อความไม่ได้ให้ความยินยอม
• การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวโดยเจตนาเพื่อก่อให้เกิดอันตราย (Doxing): การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหายในพื้นที่สาธารณะ เพื่อทำให้เกิดความเสื่อมเสียหรือความรุนแรงตามมา

“โดยกลุ่มที่มักตกเป็นเป้าหมายของความรุนแรงลักษณะนี้มากเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้หญิงและเด็กหญิงที่มีบทบาทในพื้นที่สาธารณะ เช่น นักข่าว ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักการเมือง นักกิจกรรมเฟมินิสต์ เยาวชนหญิง และผู้หญิงที่แสดงออกในพื้นที่ออนไลน์”

แม้สังคมจะพูดเรื่องความเท่าเทียม แต่ในความเป็นจริง การที่ผู้หญิงมีบทบาทสาธารณะโดยเฉพาะใน ประเด็นการเมือง สิทธิมนุษยชน หรือประชาธิปไตย ยังถูกต่อต้านอย่างรุนแรงอยู่ (Women Human Rights Defender – WHRDs) จึงมักถูกคุกคามทางเพศหรือคอมเมนต์ดูหมิ่น บนสื่อออนไลน์ หรือถูกกล่าวหาว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติหรือสถาบัน รวมถึงถูกลดทอนความน่าเชื่อถือ ด้วยการโจมตีเรื่องเพศหรือชีวิตส่วนตัว

กรณีของคุณอังคณา นีละไพจิตร เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศที่เกิดจากเทคโนโลยีหรือในพื้นที่ออนไลน์ (Online or Technology-Facilitated GBV) ในฐานะนักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิง ที่ตกเป็นเป้าของการโจมตีในโลกออนไลน์ ทั้งด้วยถ้อยคำดูหมิ่น เหยียดเพศ ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงการข่มขู่ใช้ความรุนแรงทางกายภาพ และการสร้างกระแสความเกลียดชังต่อเธออย่างต่อเนื่อง

กรณีของคุณอังคณา จึงไม่ใช่เพียง “การวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์” แต่เป็น ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศในยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ต่อผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และเป็นความท้าทายสำคัญที่รัฐต้องตระหนักและหามาตรการรับมืออย่างจริงจัง

การปล่อยให้การคุกคามและการเหยียดเพศดำรงอยู่โดยไร้ความรับผิดรับชอบ (Accountability) เท่ากับเป็นการยอมรับให้ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศที่เกิดจากเทคโนโลยีหรือในพื้นที่ออนไลน์กลายเป็น “บรรทัดฐานใหม่”

ดังนั้น ไม่ว่าใครก็ตามจึงมีหน้าที่ร่วมกันส่งเสียง ต่อต้าน และต้องไม่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของความรุนแรงฯ ที่เกิดขึ้นในสังคม


💪💜 ใครคือ “ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน” (Women Human Rights Defenders: WHRDs)?ตามนิยามของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยช...
17/10/2025

💪💜 ใครคือ “ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน” (Women Human Rights Defenders: WHRDs)?

ตามนิยามของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) “ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน” (Women Human Rights Defenders: WHRDs) คือ ผู้หญิงและเด็กหญิงที่ทำงานเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนในทุกประเด็น รวมถึงบุคคลทุกเพศสภาพที่ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิสตรีและส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ 🌈✊

“ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (WHRDs) มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ “มิติทางเพศ” ถูกบรรจุเข้าไปในกระบวนการวิเคราะห์และการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้องค์กรสิทธิมนุษยชน หน่วยงานของรัฐ และสถาบันต่าง ๆ นำ ประสบการณ์จริงและมุมมองของผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดนโยบาย มาตรการคุ้มครอง”

แม้ว่าการจำกัดพื้นที่พลเมืองและการโจมตีผู้ปกป้องสิทธิฯ จะส่งผลกระทบต่อทุกคน แต่ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ กลับถูกโจมตีโดยเฉพาะเจาะจง พวกเธอต้องเผชิญกับอุปสรรค ความเสี่ยง และการละเมิดที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ทางเพศ (เช่น การเป็นผู้หญิง เด็กหญิง หรือ LGBTIQA+) กลุ่มที่สังกัด (เช่น ขบวนการผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน) และประเด็นที่พวกเธอผลักดัน

ความท้าทายเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างทางสังคมที่ยังคงกดทับผู้หญิงและผู้มีความหลากหลายทางเพศในหลายระดับ ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ มักเผชิญกับการเลือกปฏิบัติ การคุกคามและความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ รวมถึงการโจมตีสมาชิกในครอบครัวและคนใกล้ชิด พวกเธอตกเป็นเป้าของความเป็นปฏิปักษ์จากสังคม ถูกเจ้าหน้าที่รัฐใส่ร้ายป้ายสี และในบางกรณี การคุกคามเหล่าก็ลุกลามไปสู่ความรุนแรงทางร่างกาย

ในยุคดิจิทัล ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ ยังเผชิญกับการคุกคามและความรุนแรงในโลกออนไลน์ นับเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เพิ่มความเสี่ยงให้กับผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ อย่างต่อเนื่อง

💜อังคณา นีละไพจิตร: ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย
หนึ่งในตัวอย่างของผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ ในประเทศไทยคือ อังคณา นีละไพจิตร วุฒิสมาชิก และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งทำงานรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนมาอย่างยาวนาน

ล่าสุด อังคณาออกมาแสดงความกังวลต่อรัฐบาลไทย ในกรณีอินฟลูเอนเซอร์เปิดเครื่องเสียงใส่ประชาชนชาวกัมพูชาว่า อาจสร้างความหวาดกลัวและความวิตกกังวลให้กับแรงงานข้ามชาติในพื้นที่ชายแดน พร้อมชี้ว่า การกระทำใด ๆ ที่สร้างความหวาดกลัวหรือส่งผลกระทบทางจิตใจต่อพลเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อกลุ่มเปราะบาง แม้ในสถานการณ์ความขัดแย้งหรือสงคราม อาจเข้าข่ายการทรมานทางจิตวิทยา (Psychological Torture) ตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีด้วย

แต่ไม่นานหลังออกมาแสดงความเห็น เธอกลับตกเป็นเป้าการโจมตีอย่างรุนแรงบนโลกออนไลน์ ถูกข่มขู่เอาชีวิต ถูกโจมตีโดยมุ่งเป้าไปที่เพศ รวมถึงการโจมตีไปที่ชีวิตส่วนตัวและครอบครัว และยังตกเป็นเป้าของข้อความสร้างความเกลียดชังอย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “ผู้หญิงที่ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิมนุษยชนยังคงต้องเผชิญกับความรุนแรงและการคุกคาม” เพียงเพราะกล้าที่จะเรียกร้องให้รัฐเคารพหลักสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

✊ หน้าที่ของรัฐและสังคม
รัฐมีหน้าที่หลักในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการทำงานของผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ ที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงและการโจมตีที่รุนแรงสูงกว่านักปกป้องสิทธิฯ เพศชาย แม้จะทำงานรณรงค์ในประเด็นเดียวกัน

และนอกจากนี้ เราทุกคนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนและปกป้องผู้หญิงที่ยืนหยัดเพื่อสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่การยืนหยัดเคียงข้างผู้หญิงเท่านั้น แต่เราต้องไม่เป็นส่วนหนึ่งของวาทกรรมแห่งความเกลียดชัง และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมแห่งความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมสนับสนุนให้ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนกล้ายืนหยัดและส่งเสียงเพื่อความยุติธรรม 💜


📍กระบวนการยุติธรรมไทยสะท้อนความยุติธรรมทางเพศ (Gender justice) ได้ดีแค่ไหน? [Part 1/2]FLS ขอพาทำความเข้าใจความจริงเบื้อง...
10/10/2025

📍กระบวนการยุติธรรมไทยสะท้อนความยุติธรรมทางเพศ (Gender justice) ได้ดีแค่ไหน? [Part 1/2]

FLS ขอพาทำความเข้าใจความจริงเบื้องหลังกระบวนการทางกฎหมายในคดีทางเพศ และคอนเซ็ปต์ “ความยุติธรรมทางเพศ” ในกระบวนการยุติธรรมไทย ผ่านสิ่งที่ผู้เสียหายที่ถูกกระทำความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ (Gender-based violence: GBV) ต้องเจอ เมื่อต้องการเข้าสู่กระบวนการ

เรามักได้ยินว่า ผู้เสียหายที่ต้องการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในคดีทางเพศมักพบเจออุปสรรคที่ซ้ำซ้อน อุปสรรคที่มีในทุกๆ กระบวนการนี้เองคือสิ่งที่ทำให้ผู้เสียหายตัดสินใจไม่ดำเนินคดีต่อ การล้มเลิกการดำเนินคดีจึงสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกขั้นตอนของการกระบวนการยุติธรรม

✔️ขั้นการแจ้งความ

เมื่อผู้เสียหายต้องการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ด่านแรกที่ต้องเจอคือการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ผู้เสียหายต้องเผชิญกับทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับคดีความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ที่ส่วนใหญ่มองว่า “เป็นเรื่องส่วนตัวและสามารถไกล่เกลี่ยได้” ในบางกรณีเจ้าหน้าที่มีการบังคับให้ผู้เสียหายต้องเข้าสู่การไกล่เกลี่ย โดยปราศจากความยินยอมของผู้เสียหาย

🚨เจ้าหน้าที่บางคนตั้งคำถามที่ตีตราหรือกล่าวโทษผู้เสียหาย เช่น “แต่งตัวยั่วยวนหรือไม่” “ทำไมถึงไม่หนี” ซึ่งสะท้อนอคติทางเพศและทำให้ผู้เสียหายรู้สึกผิดและลังเลที่จะดำเนินคดีต่อ
🚨ภาระในการพิสูจน์ (Burden of proof) เป็นของผู้เสียหาย แม้ผู้เสียหายจะอยู่ในภาวะช็อก ตกใจ หรือมีบาดแผลทางร่างกายและจิตใจ แต่ยังต้องรับภาระในการรวบรวมพยานหลักฐาน และบางกรณีเจ้าหน้าที่ปฏิเสธไม่รับแจ้งความ หากไม่มี “หลักฐานชัดเจน” ตั้งแต่แรก
🚨ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ เช่น ในกรณีการตรวจร่างกายเพื่อเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ หากผู้เสียหายไม่ได้แจ้งความ อาจเผชิญกับการปฏิเสธตรวจของแพทย์ได้ บางครั้งยังขาดระบบประสานงานส่งต่อให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย หรือขาดเจ้าหน้าที่หญิงประจำจุดบริการ

✔️ขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน
อย่างที่เราเคยได้ยิน การสอบสวนในคดีทางเพศมักเป็นไปอย่างล่าช้าและกินเวลายาวนาน หลายครั้งผู้เสียหายก็ตัดสินใจล้มเลิกการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

นอกจากนี้ จากการทำงานของ FLS เรายังพบว่า
🚨ไทยยังขาดการอำนวยความสะดวกระหว่างขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนในคดีทางเพศ เช่น ไม่มีห้องแยกสำหรับการสอบถามผู้เสียหาย
🚨ในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นผู้พิการ ไม่มีเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมให้ความช่วยเหลือสำหรับผู้พิการ
🚨ไม่มีระบบการติดตามความคืบหน้าที่โปร่งใส ทำให้ผู้เสียหายต้องเป็นฝ่ายโทรสอบถามเอง และหลายครั้งก็ไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนกลับมา
🚨เจ้าหน้าที่สอบสวนจำนวนมากไม่ได้รับการอบรมเรื่องการถามคำถามผู้เสียหายตามหลักการไม่ก่อให้เกิดอันตราย (Do No Harm) และ การดูแลที่เข้าใจผลกระทบจากบาดแผลทางใจ (Trauma-informed approach) ทำให้คำถามหลายคำถามของเจ้าหน้าที่กลับสร้างบาดแผลทางจิตใจซ้ำแก่ผู้เสียหาย
🚨การขาดการประสานงาน หรือสื่อสารกับผู้เสียหาย เกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินคดี หรือการแจ้งสิทธิขั้นพื้นฐานกับผู้เสียหาย

📎รออ่านใน Part 2/2



10/10/2025
🌷จะไม่มีขบวนการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ถ้าไม่มีเฟมินิสม์ (Feminism) กับแนวคิดอัตลักษณ์และอำนาจทับซ้อน (Intersec...
28/09/2025

🌷จะไม่มีขบวนการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ถ้าไม่มีเฟมินิสม์ (Feminism) กับแนวคิดอัตลักษณ์และอำนาจทับซ้อน (Intersectionality)

การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริงไม่เคยหมายถึงเพียงการโค่นล้มเผด็จการหรือสถาบันทางอำนาจอย่างเดียว แต่หมายความว่าคนทุกกลุ่มในขบวนการเคลื่อนไหวมีสิทธิเสียง ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ และได้รับความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน

ดังนั้น การทำความเข้าใจ “แนวคิดที่ว่าด้วยอัตลักษณ์และอำนาจที่ทับซ้อน” หรือ Intersectionality จึงเป็นแนวคิดสำคัญที่จะช่วยให้เรามองเห็นการกดขี่หรือการเลือกปฏิบัติที่ทับซ้อน และเชื่อมโยงกับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนได้ชัดเจนขึ้น

🌻แนวคิดอัตลักษณ์และอำนาจทับซ้อน (Intersectionality) คืออะไร?
Intersectionality คือแนวคิดเรื่องอัตลักษณ์และอำนาจผ่านมุมมองแบบเฟมินิสม์ ที่อธิบายว่า การกดทับเชิงอำนาจเกิดขึ้นซ้อนทับกันในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเพศ เชื้อชาติ ชนชั้น เพศวิถี ความพิการ อายุ หรือสถานะการย้ายถิ่น ฯลฯ

เช่น ผู้หญิงที่เป็นมีฐานะยากจนและเป็นกลุ่มชาติพันธ์ุ จะเผชิญการเลือกปฏิบัติแตกต่างจากผู้หญิงที่เป็นคนมีสัญชาติ เป็นคนรักต่างเพศ และมีฐานะ

✊แนวคิด Intersectionality สำคัญอย่างไรต่อขบวนการประชาธิปไตย
ขบวนการประชาธิปไตยพูดถึงการเคลื่อนไหวเพื่อต่อสู้เรื่องสิทธิและเสรีภาพ แต่หากไม่คำนึงถึงอัตลักษณ์และอำนาจที่ทับซ้อน ก็มีแนวโน้มที่จะสงวนพื้นที่และอำนาจให้กับกลุ่มคนที่มีอภิสิทธิ์ที่สุดภายในขบวนการ เช่น ผู้ชาย ชนชั้นนำ หรือกลุ่มคนส่วนใหญ่ ขณะที่เสียงของกลุ่มชายขอบ เช่น ผู้หญิง ผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือกลุ่มชาติพันธุ์ ฯลฯ ยังคงถูกเพิกเฉยหรือมองข้าม

การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมทางสังคมจึงไม่อาจหยุดเพียงการโค่นล้มโครงสร้างของรัฐหรือสถาบันทางอำนาจเท่านั้น แต่ต้องกล้าตั้งคำถามและทลายความเหลื่อมล้ำที่ยังมีลมหายใจอยู่ภายในขบวนการเอง

💪หากขบวนการประชาธิปไตยไม่มีมุมมอง intersectionality ละเลยโครงสร้างอำนาจที่เกิดจากความไม่เท่าเทียมทางเพศ แม้จะโค่นล้มโครงสร้างเผด็จการได้ แต่ก็ยังอาจเป็นพื้นที่ในการดำรงอยู่ของการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศและการกดขี่ในรูปแบบเดิม

🌷FLS เชื่อว่าการเรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนจะไม่บรรลุผลอย่างแท้จริง หากภายในขบวนการยังคงมีโครงสร้างทางอำนาจที่กดทับกลุ่มชายขอบ หรือปล่อยให้ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ และการเลือกปฏิบัติทางเพศ ยังคงถูกปกปิด เพิกเฉย และไร้การแก้ปัญหาต่อไป

เราจึงยืนยันว่า ความเป็นธรรมทางเพศต้องเป็นหัวใจของการเคลื่อนไหว ไม่ใช่เพียงประเด็นเฉพาะกลุ่ม นี่คือเหตุผลว่าทำไมแนวคิดเฟมินิสม์จึงจำเป็นต่อขบวนการเคลื่อนไหวฯ เพราะขบวนการเคลื่อนไหวฯ ต้องมีเสียงสะท้อนจากกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางอัตลักษณ์ เพื่อทำให้ขบวนการเข้มแข็ง ชอบธรรม และเป็นของชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน


📌 วันที่ 24 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา เกียกกาย เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศประเทศไทย (CaGBV) ซึ่งประกอบด้...
24/09/2025

📌 วันที่ 24 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา เกียกกาย เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศประเทศไทย (CaGBV) ซึ่งประกอบด้วย 13 องค์กรภาคประชาสังคม พร้อมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 26,729 รายชื่อ ได้เข้ายื่นร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว (ฉบับภาคประชาชน) ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรและตัวแทนพรรคการเมือง

⚠️ พ.ร.บ. ความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถคุ้มครองผู้ถูกกระทำได้จริง เพราะมุ่งรักษาสถาบันครอบครัวมากกว่าความปลอดภัยของผู้เสียหาย อีกทั้งยังเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะตำรวจและศาล ผลักภาระให้คู่กรณีไกล่เกลี่ยหรือยอมความกัน แทนการดำเนินคดีอาญาอย่างจริงจัง ทำให้ผู้ถูกกระทำจำนวนมากต้องกลับไปเผชิญความรุนแรงซ้ำๆ และยังขาดกลไกที่ช่วยเหลือประสานงานของสหวิชาชีพ

⚖️ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับภาคประชาชนจึงวางหลักการใหม่ที่ยึดผู้ถูกกระทำเป็นศูนย์กลาง กำหนดให้ผู้กระทำต้องรับโทษตามฐานความผิดในประมวลกฎหมายอาญา การยอมความต้องเป็นไปตามเจตนาของผู้ถูกกระทำ และเสริมกลไกสำคัญ เช่น case manager และการทำงานแบบสหวิชาชีพ เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความคุ้มครองและการช่วยเหลืออย่างรอบด้านและต่อเนื่อง

💝FLS และเครือข่าย CaGBV ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมสนับสนุนร่างกฎหมายของภาคประชาชนฉบับนี้

✊🏻 เราเชื่อว่าทุกเสียงคือพลังสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเป็นส่วนหนึ่งในการยุติความรุนแรงในครอบครัวอย่างแท้จริง

#ยุติความรุนแรงในครอบครัว

☝️รู้แล้วหรือยัง? เรามีเครื่องมือที่จะหยุดความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัวอยู่ในมือแล้วถึง 2 ฉบับ!หนึ่งในนั้นคือ ...
02/09/2025

☝️รู้แล้วหรือยัง? เรามีเครื่องมือที่จะหยุดความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัวอยู่ในมือแล้วถึง 2 ฉบับ!

หนึ่งในนั้นคือ ✔️ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทําด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. .... (ฉบับภาคประชาชน) จัดทำโดย #เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศประเทศไทย ที่เราทุกคนได้รวมตัวกันเข้าชื่อมากกว่า 26,700+ รายชื่อ!

Feminist Legal Support และเครือข่ายฯ ขอใช้โอกาสนี้ เชิญทุกคนร่วมงานเสวนา “กฎหมายจะช่วยยุติความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัวได้อย่างไร?”
📅วันอังคารที่ 9 กันยายน 2568
⏰ เวลา 10:00-12:00 น.
📌ห้องวีนัส โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

ร่วมเสวนาโดย
🌷อังคณา อินทสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
🌷ดร. พัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (ร่างกฎหมายคุกคามทางเพศ)
🌷ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน และกรรมการชมรมสมาชิกรัฐสภาสตรีไทย
🌷คุณธารารัตน์ ปัญญา ทนายความและผู้ก่อตั้งองค์กร Feminist Legal Support
🌷ดร. วราภรณ์ แช่มสนิท เลขาธิการสมาคมเพศวิถีศึกษา และตัวแทนเครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศประเทศไทย

มาร่วมกันรับฟังและสะท้อนความหวังในร่างแก้ไขกฎหมายฉบับใหม่ ที่จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการคุ้มครองผู้เสียหายจากความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัวไปด้วยกัน 🏡


#เร่งแก้ไขกฎหมายความรุนแรงในครอบครัว

🎊🎈🎉จบแล้วกับงานเปิดตัวนโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัย เพื่อการป้องกันและรับมือความรุนแรงด้วยเหตุแห่...
24/08/2025

🎊🎈🎉จบแล้วกับงานเปิดตัวนโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัย เพื่อการป้องกันและรับมือความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ภายในขบวนการและองค์กรภาคประชาสังคม (Safeguarding for Preventing and Responding to GBV within Movements)

ขอขอบคุณทุกคนที่มาพบกันเพื่อร่วมออกแบบพื้นที่ปลอดภัยสำหรับสมาชิกในขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม

💘Feminist Legal Support (FLS) เชื่อว่าการรวมตัวของเราเมื่อวาน ไม่ว่าจะมาจากที่ใดก็ตาม คือการร่วมกันวางรากฐานวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้เกิดขบวนการเคลื่อนไหวที่เข้มแข็ง ปลอดภัย เท่าเทียม และเคารพสิทธิมนุษยชน

และถึงจะไม่ได้พบกันเมื่อวาน FLS ก็มีข่าวดีมาบอก! คู่มือนโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัย มีให้ดาวน์โหลดแล้ว! จิ้มเลย 🔗https://drive.google.com/drive/folders/19tOeFOihRnIPz1Kq3_s8oHVm17HNr6Y8

ไปชมภาพบรรยากาศในงานกัน 🙌


ร่วมรับชมและรับฟัง งานเปิดตัวนโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยบน Youtube ได้ที่
23/08/2025

ร่วมรับชมและรับฟัง งานเปิดตัวนโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยบน Youtube ได้ที่

สนับสนุนการทำงานด้วยการสมัครเป็นสมาชิกช่องhttps://www.youtube.com/channel/UCnkNigNc-AUuFkdfpYOhaTg/join

💥LAST CALL: พรุ่งนี้พบกันที่งานเปิดตัว “นโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัย เพื่อการป้องกันและรับมือควา...
22/08/2025

💥LAST CALL: พรุ่งนี้พบกันที่งานเปิดตัว “นโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัย เพื่อการป้องกันและรับมือความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ภายในขบวนการและองค์กรภาคประชาสังคม”

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวภายในชุมชน สถานศึกษา สมาชิกขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม หรือเป็นบุคคลทั่วไปที่สนใจประเด็นความเท่าเทียมทางเพศ ทุกคนสามารถมาร่วมแลกเปลี่ยนกับเราได้!

“เราเชื่อว่าเสียงและการสนับสนุนของทุกคน เป็นพลังสำคัญในการยุติความรุนแรงฯ”

🗓 วันที่: วันเสาร์ 23 สิงหาคม 2568
📍 สถานที่: Jim Thompson Art Center ห้อง Event Space ชั้น 2
🕐 เวลา: 13.00 – 16.00 น.

💪ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่เข้มแข็งต้องไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง นี่คือโอกาสที่เราจะได้ออกแบบแนวทางปฏิบัติที่จะไม่ยอมรับความรุนแรงในทุกรูปแบบ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับสมาชิกในขบวนการไปด้วยกัน

🔗 ดูรายละเอียดงานที่นี่ : https://www.facebook.com/share/p/1BKVQppUsk/

📌จะไม่มีขบวนการเคลื่อนไหวที่เข้มแข็ง หากปราศจากพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักกิจกรรมFeminist Legal Support (FLS) ขอเชิญร่วมงานเ...
11/08/2025

📌จะไม่มีขบวนการเคลื่อนไหวที่เข้มแข็ง หากปราศจากพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักกิจกรรม

Feminist Legal Support (FLS) ขอเชิญร่วมงานเปิดตัว “นโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัย เพื่อการป้องกันและรับมือความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ภายในขบวนการและองค์กรภาคประชาสังคม” (Safeguarding for Preventing and Responding to GBV within Movements)

🗓 วันที่: วันเสาร์ 23 สิงหาคม 2568
📍 สถานที่: Jim Thompson Art Center ห้อง Event Space ชั้น 2
🕐 เวลา: 13.00 – 16.00 น.

🎙 ผู้ร่วมเสวนา:
💭 อกนิษฐ์ ต๊ะดิ นักสังคมสงเคราะห์ และอดีตนักกิจกรรมนักศึกษา
💭 ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท ที่ปรึกษาแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สมาคมเพศวิถีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
💭 สุไลพร ชลวิไล นักกิจกรรมเฟมินิสต์อิสระ
💭 ดำเนินรายการ: ธารารัตน์ ปัญญา ทนายความและผู้ก่อตั้งองค์กร Feminist Legal Support

🤝 มาร่วมฟัง แลกเปลี่ยน และร่วมออกแบบแนวทางปฏิบัติที่จะไม่ยอมรับความรุนแรงในทุกรูปแบบ ร่วมกันสร้างระบบป้องกันและรับมือความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศที่ชัดเจน เพื่อวางรากฐานวัฒนธรรมองค์กรที่ปลอดภัย เท่าเทียม และเคารพสิทธิมนุษยชน และทำให้พื้นที่ภายในขบวนการเคลื่อนไหวเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

✨ การจัดการกับความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ไม่ควรถูกมองว่าเป็น “การเลือกข้าง” แต่คือการแสดงความรับผิดชอบร่วมกัน ในฐานะผู้ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Feminist Legal Supportผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Feminist Legal Support:

แชร์