21/08/2026
บทความนี้สำหรับผู้ที่เคยตั้งคำถามว่า โรคซึมเศร้า เกี่ยวข้องกับ การวิวัฒนาการของมนุษย์ซักมุมหรือไม่ ในแวดวงวิชาการมีคนคุยเรื่องกันจริงจังค่ะ
ว่าโรคซึมเศร้า อาจจะเป็นผลมาจากวิวัฒนาการเรื่องภูมิคุ้มกันที่เตรียมมาให้ก้าวร้าวรุนแรง ซึ่งไม่เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน (Evolutionary legacy)
ย้อนไปสมัยยุคที่การแพทย์ยังไม่พัฒนาเลย การเสียชีวิตส่วนใหญ่ของมนุษย์คือ ผลเชิงกายภาพล้วนๆ เช่น บาดแผลฉกรรจ์ที่สู้กับสัตว์หรือมนุษย์ด้วยกันเอง
ถ้ารอดจากบาดแผล/เสียเลือดนั้นมาได้ ก็จะมาจบชีวิตด้วยการติดเชื้อ ลุกลามไปจนถึงติดเชื้อกระแสเลือดแล้วเสียชีวิต
เหตุการณ์เหล่านี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงทำให้มนุษย์กลุ่มที่วิวัฒนาการมาเส้นทางที่เรียกว่า “Inflammatory bias” มีชีวิตรอดมากกว่า
Inflammatory bias คืออะไร?
มันคือการตอบสนองของร่างกายที่มีแนวโน้มไปทางการอักเสบมากกว่าปกติ ซึ่งฝังรากลึกอยู่ใน DNA ของเรา
เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่า มนุษย์กลุ่มที่มีการทำงานของภูมิคุ้มกันไวกว่าปกติ จะทั้งสู้เชื้อโรคได้ดี และฟื้นฟูแผลได้ดีด้วย (ใช่ค่ะ เม็ดเลือดขาวใช้ในการหายของแผลด้วยค่ะ)
เท่านั้นยังไม่พอ ยังมี Fight/flight response bias ด้วย นั่นคือมีความไวต่อภัยอันตราย และตอบสนองให้ระบบร่างกายอยู่ในสภาวะตื่นตัว เพื่อสู้และหนีตลอดเวลา
ไม่แปลกเลยค่ะ ที่จะเป็นแบบนี้ เพราะโลกในยุคเก่าโหดร้ายมาก ไม่มีความปลอดภัยอะไรเลย ภูมิไม่แข็งแกร่ง ประสาทไม่ตื่นตัว ไม่รอดค่ะ บาดแผลนิดหน่อย เตรียมตัวเสียชีวิตแล้ว
และสิ่งเหล่านี้ยังอธิบายได้ด้วยว่า ภูมิคุ้มกันที่ก่ออักเสบในระดับสมองนั้น สร้าง ‘พฤติกรรมผิดปกติบางอย่าง’ เช่น สิ้นยินดี (Anhedonia), วิตกกังวลเกินเหตุ (Anxiety), ปลีกตัวออกห่าง (Avoidant)
อาจเพราะเพื่อให้เกิดสภาวะที่เปิดโหมดหนีต่อ stress ทั้งหมด ซึ่งในยุคนั้นคือเหล่าสัตว์ร้ายและการโดนล่า พอแล้ว เลิกสนใจความสุขจากการกิน จากการล่าแล้ว เราไม่ยินดีแล้ว ไม่สุขแล้ว หนี หนี หนี, มีสัญญาณว่าศัตรูอยู่ใกล้ๆ เปิดโหมดวิตกกังวล กังวล-กลัว-แพนิค เพื่อวางแผนหนี หนี และหนี
สิ่งเหล่านี้แหละค่ะ คือของตกทอดมารุ่นสู่รุ่น ฝังอยู่ใน DNA พร่ำสอนเหลาน้องๆ ในระบบภูมิคุ้มกันของเรา ให้ฮึกเหิม และทำงาน สร้างการอักเสบตลอดเวลา เพราะไม่อยากให้ร่างกายทั้งร่าง ไปสู่จุดที่เสียชีวิตได้
และสิ่งนั้นแหละค่ะ มันไม่เหมาะกับยุคปัจจุบัน
ในยุคสมัยโบราณ มันโหดร้ายมากก็จริง แต่มันมาแบบรุนแรง ตูมเดียว แล้วหายไป พลาดคือตาย รอดคือได้กินของอร่อย ได้พื้นที่ตรงนั้น พูดแบบประสาทวิทยาคือ Acute severe stress แล้วจบไป
ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นต่อ ไม่ต้องกังวลเรื่องวางแผนการเงิน เดี๋ยวค่อยหาแดรกพรุ่งนี้ แดรกเมื่อหิว ไม่ต้องกังวลเรื่องเรียนต่อ ไม่ต้องหางาน เพราะอยากได้อะไร เดี๋ยวไปล่า ที่สำคัญไม่มีโซเชี่ยล
แต่พอมาในยุคปัจจุบันที่ความปลอดภัยเราสูงขึ้นแล้ว มันกลายเป็นว่าปัญหาส่วนใหญ่ที่เข้ามา มันกลายเป็นปัญหาเชิงความเป็นอยู่ในชีวิตหมดเลย ที่มักสร้างความเครียดเชิงจิตใจแบบรุนแรงและเรื้อรัง
นั่นจึงทำให้ระบบที่มี inflammatory bias มันโคตรไม่เหมาะ เพราะเจอ stress ปุ๊บ เปิดใช้งานแล้วค่ะ เปิดการอักเสบแล้วค่ะ นี่ยังไม่นับนะว่า ระบบเซลล์ไขมันวิวัฒน์มาให้สร้างสารก่ออักเสบได้นี่คือหนึ่งในหายนะด้วย (เหมือนธรรมชาติไม่คิดว่าจะอยู่ดีกินดีจนอ้วนเลย)
และนั่นคือทำให้สมองเรานั้น ไวต่อความเครียดเรื้อรัง ไวต่อการอักเสบ สร้างแวดล้อมที่ทำให้เซลล์ประสาทฝ่อลงได้ง่าย
ซึ่งถ้าคนนั้นมีปัจจัยเสี่ยงอยู่แล้ว มีพันธุกรรมของการจัดการสารสื่อประสาททำได้แย่กว่าคนทั่วไป, มีประสบการณ์เลวร้ายช่วงวัยเด็ก ทำให้ DNA บางจุดเกิดการปิดผนึก (Epigenetics), ก็จะทำให้เกิดซึมเศร้าในที่สุดค่ะ
สรุป: โลกโบราณเต็มไปด้วยการทำร้ายร่างกายและการติดเชื้อ ปลูกฝังมาให้มนุษย์วิวัฒนาการสร้างระบบภูมิคุ้มกันและระบบสู้เครียดที่ไวกว่าปกติ แรงกว่าปกติ เพื่อจัดการกับปัญหารุนแรงแต่มาแล้วจบไป แต่พอมาถึงยุคปัจจุบันที่เจอแต่ปัญหาเรื้อรัง ไม่แรงถึงตาย (ในขณะนั้น) แต่มาต่อเนื่องไม่หยุด ระบบนี้เลยกลายเป็นจุดอ่อน สร้างซึมเศร้าได้ในที่สุด
จริงๆ ในแผนภาพนี้มีเรื่อง old friend hypothesis ด้วย ไม่รู้จะสนใจกันมั้ย ถ้าสนใจคราวหน้ามาเขียนเพิ่มค่ะ
ปล. ภาพจาก paper ปี 2015 นู่นเลยนะคะ แสดงว่าในแวดวงวิจัยเรื่องซึมเศร้าเขาไปไกลถึงขั้นอักเสบ, การฝ่อของเซลล์ประสาทนานมากแล้วค่ะ