กางเมือง - KANG MUANG

กางเมือง - KANG MUANG นักกิจกรรมความปลอดภัยทางถนน
เพราะถนนทุกสายต้องปลอดภัยสำหรับทุกชีวิต

ดีจัง 🙂
22/09/2026

ดีจัง 🙂

GLOBAL: มหาวิทยาลัยออเบิร์นพัฒนา LiDAR ตรวจจุดบอดทางม้าลาย หวังแก้จุดเสี่ยงก่อนเกิดอุบัติเหตุ

มหาวิทยาลัยออเบิร์น สหรัฐอเมริกา เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ว่า ศจ.ฮวากั๋ว โจว (Huaguo Zhou) จากภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม กำลังพัฒนาเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยี LiDAR (Light Detection and Ranging)ร่วมกับระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เพื่อประเมินทัศนวิสัยของคนเดินเท้าบริเวณทางแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟและทางม้าลายกลางช่วงถนน โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากกรมการขนส่งรัฐแอละแบมา (ALDOT) เพื่อค้นหาจุดที่ต้นไม้ รถจอด หรือสภาพถนนบดบังการมองเห็นรถที่กำลังแล่นเข้ามา

เทคโนโลยี LiDAR ใช้แสงเลเซอร์สร้างภาพสภาพแวดล้อมแบบสามมิติ ก่อนนำมาวิเคราะห์ระยะการมองเห็นและเวลาที่คนเดินเท้าต้องใช้ข้ามถนน โดยคำนึงถึงความสูงระดับสายตาที่แตกต่างกันของผู้ใหญ่ เด็ก และผู้ใช้รถเข็น รวมถึงการมองเห็นไฟหน้ารถในเวลากลางคืน โครงการนี้ต่อยอดจากระบบเดิมที่ผ่านการตรวจสอบเทียบกับการวัดภาคสนาม และนำไปประเมินทางแยกกว่า 230 แห่งในรัฐแอละแบมาแล้ว แต่ระบบสำหรับคนเดินเท้ายังอยู่ระหว่างการพัฒนา

เป้าหมายคือช่วยให้หน่วยงานดูแลถนนสามารถสำรวจทางม้าลายจำนวนมากจากระยะไกล ระบุสิ่งกีดขวาง และจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไข เช่น ตัดแต่งต้นไม้ ปรับข้อกำหนดการจอดรถ หรือปรับปรุงทางข้าม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุก่อนที่จะเกิดขึ้น แทนการรอให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแล้วจึงดำเนินการ

#สสส

12/09/2026

GLOBAL: ทางตรงอาจไม่ใช่ทางรอด แคนเบอร์ราออกแบบทางข้ามหักมุมตัว Z ให้คนเดินชะลอมองรถรางก่อนข้าม

ทางข้ามรถรางในกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ออกแบบทางเดินแบบหักมุมหรือ Z-crossing เป็นการออกแบบทางเดินให้หักเหเป็นรูปตัว Z โดยใช้ราวกั้นและเกาะพักจัดแนวทางเดินให้หักมุม แทนการเปิดทางให้คนเดินตรงข้ามรางรวดเดียว

ซึ่งความซับซ้อนนี้ มีจุดประสงค์เฉพาะคือ เมื่อเดินมาถึงจุดข้าม คนเดินต้องชะลอ เลี้ยวเปลี่ยนทิศทาง และหันลำตัวไปตามแนวราง ทำให้ผู้ใช้งานต้องหันไปมองทิศทางที่รถไฟวิ่งมาก่อนที่จะข้ามเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงจากการเดินข้ามโดยไม่ทันสังเกต รวมถึงผู้ที่กำลังใช้โทรศัพท์มือถือหรือสวมหูฟัง เป็นมาตรการที่ช่วยปรับพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ผ่านการออกแบบทางกายภาพ ไม่ได้พึ่งพาป้ายเตือนเพียงอย่างเดียว

ในภาพยังปรากฏมาตรการเตือนหลายชั้น ทั้งสัญญาณไฟคนข้าม คำว่า “LOOK” บนพื้น สัญลักษณ์รถราง แผ่นปุ่มนูนเตือนภัย และราวกั้นที่ช่วยป้องกันไม่ให้เดินตัดตรง

เครดิตภาพ: Pattaraporn Kongsatan

#สสส #ออสเตรเลีย

สิ่งเล็กๆที่หลายคนมองข้าม ติดฟิล์มรถยนต์รอบหน้า ลองเลือกฟิล์มให้ใสขึ้นอีกสักนิดกันนะ 👍😊
06/09/2026

สิ่งเล็กๆที่หลายคนมองข้าม
ติดฟิล์มรถยนต์รอบหน้า ลองเลือกฟิล์มให้ใสขึ้นอีกสักนิดกันนะ 👍😊

"คุณเคยพยายามสบตาคนขับรถตรงปากทางเข้าออกซอย ตรงจุดตัดทางสัญจร หรือตรงทางข้ามถนน เพื่อเช็กว่า คนขับรถเขาเห็นเราหรือยัง... แต่กลับมองเห็นแต่กระจกรถมืด ๆ สะท้อนจนเห็นแต่เงาตัวเราเองไหม?"

มีรถจำนวนมากเลยที่ติดฟิลม์กระจกจนดำมืด ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานาที่เป็นไปตามสมัยนิยม แต่ที่จริงแล้ว การติดฟิลม์ใส คือเรื่องที่ถูกต้อง และผู้เป็นเจ้าของรถทุกคันควรทำกันนะ

ทำไม "ฟิล์มใส" ถึงช่วยลดอุบัติเหตุบนถนนได้มากกว่าที่คุณคิด?

หลายคนเลือกติดฟิล์มรถยนต์สีมืดสนิทเพราะต้องการความเป็นส่วนตัว หรือเชื่อว่ายิ่งมืดยิ่งกันร้อน แต่ในมุมมองของความปลอดภัยบนท้องถนน "ความใสที่มองเห็นกันได้" คือสิ่งสำคัญที่อาจช่วยชีวิตคนได้มากกว่าที่คิด

1. การสบตา (Eye Contact) คือสัญญาณความปลอดภัย
เวลาเราจะข้ามทางลาย หรือเลี้ยวรถตรงทางแยก สัญญาณที่ชัวร์ที่สุดไม่ใช่แค่ไฟเลี้ยว แต่คือ "สายตา" ของคนขับ
การมองเห็นหน้าคนขับช่วยให้คนเดินเท้า คนขี่จักรยาน และรถคันอื่น รู้ทันทีว่าคนขับเห็นเราแล้ว และพร้อมจะชะลอให้

2. มองทะลุได้ ช่วยลดการชนท้าย
กระจกที่ใสช่วยให้รถคันหลังสามารถ "มองทะลุ" ผ่านรถของเราไปเห็นสิ่งกีดขวางหรือเหตุการณ์ข้างหน้าได้ ทำให้พวกเขามีเวลาปฏิกิริยา (Reaction Time) ในการเบรกเพิ่มขึ้น ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุชนท้ายซ้อนคัน

3. ทัศนวิสัยกลางคืนที่ไม่โดนบดบัง
ฟิล์มที่มืดเกินไปจะลดการมองเห็นวัตถุที่มีแสงน้อยในเวลากลางคืนหรือช่วงฝนตกหนักอย่างมาก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักๆ ของการมองไม่เห็นคนเดินถนนหรือรถจักรยานที่ไม่มีไฟท้าย

ความจริงเรื่องฟิล์มกรองแสง

ฟิล์มสมัยนี้ไม่ได้กันร้อนด้วย "ความมืด" อีกต่อไปแล้ว ฟิล์มใสเทคโนโลยีเซรามิกคุณภาพสูงสามารถกันความร้อน (TSER) และรังสี UV ได้สูงมาก โดยที่ไม่ต้องแลกกับความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนร่วมกัน

ข้อมูลวิจัยและสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีบอกว่า การสบตา (Eye Contact) คือหัวใจของการรอดชีวิตบนถนน

สถาบันประกันภัยเพื่อความปลอดภัยบนทางหลวงสหรัฐฯ (IIHS) และงานวิจัยด้านพฤติกรรมผู้ใช้ถนนระบุว่า การสบตาระหว่างคนขับกับคนเดินเท้า คนขี่จักรยาน และผู้ใช้ทางร่วม เป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินจังหวะหยุดหรือไป
การติดฟิล์มมืดสนิททำให้เกิดภาวะ "Visual Block" ที่ตัดการสื่อสารนี้ออกไปอย่างสิ้นเชิง

ผลกระทบต่อการมองเห็นเวลากลางคืน (Nighttime Visual Acuity): งานวิจัยด้านจักษุวิทยาและการขับขี่ระบุว่า ฟิล์มที่มีค่าแสงผ่าน (Visible Light Transmission: VLT) ต่ำกว่า 40–50% จะลดความสามารถในการมองเห็นวัตถุคอนทราสต์ต่ำ (เช่น คนเดินเท้าใส่เสื้อผ้าสีมืด หรือรถจักรยานไม่มีไฟ) ในช่วงเวลากลางคืนหรือฝนตกอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เวลาในการตอบสนอง (Reaction Time) ช้าลง

มุมมองทะลุรถ (See-Through Capability) ช่วยลดอุบัติเหตุคันหลัง

หลักการ "Sightlines" ในทางวิศวกรรมจราจร: รถคันหลังไม่ได้มองแค่มุมมองจากท้ายรถคันหน้าเท่านั้น แต่มักจะ "มองทะลุผ่านกระจก" ของรถคันหน้าไปเพื่อสังเกตเหตุการณ์ล่วงหน้า (เช่น เห็นเด็กกำลังวิ่งข้ามถนน หรือเห็นรถคันหน้าสุดกำลังเบรก)
เมื่อรถคันหน้าติดฟิล์มมืดจนมองไม่ทะลุ รถคันหลังจะสูญเสียการรับรู้สถานการณ์ล่วงหน้า (Loss of Situational Awareness) ทำให้ต้องเบรกกระทันหัน และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุชนท้าย (Rear-End Collision) มากขึ้น

มาตรฐานกฎหมายสากล

ในหลายประเทศยุโรป รวมถึงญี่ปุ่น และบางรัฐในสหรัฐฯ มีกฎหมายเข้มงวดเรื่องค่า VLT สำหรับกระจกหน้าและกระจกข้างคู่หน้า โดยกำหนดให้แสงผ่านได้ไม่น้อยกว่า 70% ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจและการมองเห็นบนท้องถนน

มาร่วมกันเปลี่ยนมุมมอง เลือกใช้ฟิล์มที่ใสพอจะเห็นหน้ากัน เพื่อถนนที่ปลอดภัยและเป็นมิตรสำหรับทุกคนกันครับ

💚ขอบคุณพี่ๆเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ มูลนิธิเมาไม่ขับ ที่ชวนกางเมืองไปพบเจอน้องๆกทม.กับโครงการดีๆแบบนี้นะคะ ชวนอ่านบทสัม...
04/09/2026

💚

ขอบคุณพี่ๆเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ มูลนิธิเมาไม่ขับ ที่ชวนกางเมืองไปพบเจอน้องๆกทม.กับโครงการดีๆแบบนี้นะคะ
ชวนอ่านบทสัมภาษณ์ของ RSN10 กันค่าาา 😊🙏🤍

COMMUNITY : เสริมเกราะให้เด็กประถม มีทักษะเอาตัวรอดบนถนน ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพฯ

เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาคือกลุ่มที่เดินทางด้วยตัวเองมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นกลุ่มที่สามารถป้องกันตัวเองจากอุบัติเหตุได้น้อยที่สุดเช่นกัน จากโจทย์ตั้งต้นที่น่ากังวลนี้จึงเป็นที่มาของ ‘โครงการเสริมเกราะป้องกันอุบัติเหตุ’ ซึ่งริเริ่มโดยมูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกับภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน รวมถึงกลุ่มกางเมือง โดยมุ่งลงพื้นที่จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกเดือนในโรงเรียนระดับประถมศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมไปจนถึงเดือนธันวาคมของปีนี้

เป้าหมายสำคัญของการลงพื้นที่ นางสาวอารียา เวชกามา ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายการเรียนรู้ กลุ่มกางเมือง ได้อธิบายว่า โครงการนี้ตั้งใจที่จะเข้าไปเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่ดีให้กับเด็กวัยประถม เพื่อให้พวกเขามีทักษะในการเอาตัวรอด และสามารถเดินทางด้วยตัวเองได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สาเหตุหลักเป็นเพราะเด็กในวัยนี้คือกลุ่มเปราะบางบนท้องถนน และมักเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่ว่าจะจากการเดินเท้า ปั่นจักรยาน ใช้รถโดยสารสาธารณะ หรือแม้กระทั่งการนั่งรถไปกับผู้ปกครอง

จากการลงพื้นที่จัดกิจกรรม สิ่งที่พบกลับกลายเป็นสัญญาณบวกที่น่าชื่นชม และแท้จริงแล้วเด็กๆ ค่อนข้างมีความรู้และทัศนคติที่ดีในการใช้รถใช้ถนนอยู่แล้ว เห็นได้จากการมีส่วนร่วมตอบคำถาม การระบุตำแหน่งความเสี่ยง รวมถึงการประเมินอันตรายระหว่างการเดินทาง พวกเขาสามารถบอกได้ว่าสิ่งใดจะเป็นอันตรายต่อตนเอง และรู้ถึงวิธีแก้ไขหรือป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บ ซึ่งถือเป็นผลตอบรับที่น่าประทับใจมากสำหรับเด็กในระดับประถมศึกษา

อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยบนท้องถนนไม่ได้จบลงแค่ที่ตัวเด็กเพียงฝ่ายเดียว ในระดับโรงเรียนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมจัดการได้หลายรูปแบบ เช่น การพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ปกครองกลุ่มเสี่ยงที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มาส่งบุตรหลาน โดยเน้นย้ำให้การสวมหมวกนิรภัยเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกที่ต้องทำให้ได้ 100% ซึ่งโรงเรียนสามารถออกกฎระเบียบเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ให้กลายเป็นศูนย์ได้

สุดท้ายสถาบันครอบครัวก็มีผลอย่างมาก เพราะเด็กมักจะเลียนแบบพฤติกรรมของคนใกล้ตัว หากผู้ใหญ่ขับรถด้วยความระมัดระวัง คาดเข็มขัดนิรภัย และสวมหมวกนิรภัยอย่างสม่ำเสมอ เด็กก็จะซึมซับและปฏิบัติตาม

#สสส #เสริมเกราะป้องกันอุบัติเหตุ #เมาไม่ขับ

30/08/2026

เก็บตกภาพกิจกรรม ความประทับใจจาก
🚸 Station 1: นวัตกรรมลดความเสี่ยง เปิดมุมมองใหม่เรื่อง “ความเสี่ยง” ผ่านพลังความคิดสร้างสรรค์จากภาคประชาสังคม 💡
| กลุ่มกางเมือง X กรมควบคุมโรค
ในงาน TSY Forum ครั้งที่ 1“เสียงจากเยาวชนสู่นโยบายระดับชาติ”
วันที่ 27–28 สิงหาคม 2569 ณ.ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี
ทีมกางเมืองขอขอบคุณกรมควบคุมโรคมากๆ ค่ะ ที่ชวนพวกเราไปร่วมแลกเปลี่ยนพลังบวกและไอเดียสุดเจ๋งกับน้องๆ เยาวชนในครั้งนี้ รอติดตามโปรเจกต์ดีๆ ต่อไปได้เลย! 💛
Thailand Safe Youth Program
#นวัตกรรมลดความเสี่ยง #เสียงจากเยาวชนสู่นโยบายระดับชาติ #กางเมือง

04/08/2026

เปเปอร์ใหม่ ตั้งคำถามต่อวิธีการตั้งเวลาข้ามใหม่กับอายุคน ใช้ case study ในกรุงเทพฯ เก็บ data จากวิดีโอและสัมภาษณ์คนเดินเท้า 227 คน ทางแยก 6 แห่ง

ความเร็วในการเดินเฉลี่ยอยู่ที่: 1.15 เมตร/วินาที
15th percentile อยู่ที่: 0.95 เมตร/วินาที

แต่การตั้งค่าสัญญาณไฟในกรุงเทพฯ มักกำหนดโดยอิงความเร็วที่สูงกว่านั้น ซึ่งบางครั้งสูงถึง 1.21–1.73 เมตร/วิ ต่อให้เทียบ Highway Capacity Manual (HCM) ยังคงใช้ความเร็ว 1.07 เมตร/วิ

เปเปอร์เสนอว่าปรับเป็นยิดหยุ่น ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ = 1.100 - 0.002 * (% ของผู้สูงอายุ) แทนที่จะกำหนดระยะเวลาช่วงข้ามถนนไว้ที่ 15 วินาทีเท่ากันทุกจุด ให้ขึ้นกับสัดส่วนของผู้สูงอายุ
ในนั้นมีตารางไปตามดูได้ สำหรับถนนขนาด 4 เลน ระยะเวลาที่แนะนำในการข้ามถนนจะอยู่ที่ 17 ถึง 19 วินาที สำหรับถนนขนาด 6 ช่องจราจร จะอยู่ที่ 22 ถึง 26 วินาที

Tatree Rakmark, Kasem Choocharukul,
Reevaluating pedestrian signal timing for an aging population: A case study of elderly walking speeds in Bangkok,
IATSS Research,
Volume 50, Issue 2,
2026,
Pages 1001-1010,
ISSN 0386-1112,
https://doi.org/10.1016/j.iatssr.2026.04.001.
(https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S038611122600018X)

22/07/2026

พื้นที่ที่ควรปลอดภัยที่สุด
ก็ยังเป็นพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยเหมือนเดิม.
ถ้าเรายังทำให้รถ ลดความเร็วลงไม่ได้

ถ้าเรายังไม่ทำให้พื้นที่ทางม้าลายศักดิ์สิทธิ์พอ (รถต้องหยุดให้คนข้าม ถ้าไม่หยุดจะต้องเจออะไร รับผิดชอบต่อการกระทำนี้ยังไง)

ถ้าเราปล่อยให้ความไม่ปกติกลายเป็นความปกติ
- ไม่ต้องชะลอความเร็วหรอกเวลาใกล้ทางม้าลาย คนต้องดูรถสิ
- ไม่ต้องหยุดรถหรอกถ้าไม่มีคนรอข้าม ฝ่าไฟแดงไปเลยก็ไม่เป็นไร
- ใครๆก็ทำกัน
วันนึงที่เราต้องเป็นคนข้ามทาง เราโอเคให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริงๆหรอคะ

เราต้องหยุดส่งต่อวัฒนธรรมที่ไม่ปลอดภัยกันได้แล้วค่ะ อย่าต้องรอให้ใครตาย แล้วค่อยลุกขึ้นมาแก้ (ปลายเหตุ) วันนึงเรื่องก็เงียบไป แล้ววันนึงก็เกิดเหตุที่ทางม้าลายจุดอื่น วนไปแบบนี้ นี่คือเมืองที่เราอยากใช้ชีวิตอยู่กันจริงๆไหมคะ

สิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นแต่แรก ออกมาจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังได้แล้วค่ะ ถ้าเด็กเกิดน้อยลงแล้ว เราหวังให้เขาเป็นกำลังในอนาคต แล้วเราจะไม่ทำอะไรเพื่อปกป้องเขาหน่อยหรอคะ

Take action กันเถอะค่ะ
เอาจริงกันเถอะค่ะ
เหตุการณ์แบบนี้ไม่ควรมีแล้วค่ะ

อยากให้ผู้บริหารทุกเมือง "ตั้งใจ" ออกแบบเมืองให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยค่ะ 🙂.สิ่งที่เราเชื่อและพูดออกมา ไม่ได้อยู่ฝ...
09/07/2026

อยากให้ผู้บริหารทุกเมือง
"ตั้งใจ" ออกแบบเมืองให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยค่ะ 🙂.
สิ่งที่เราเชื่อและพูดออกมา ไม่ได้อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับใคร แต่เราอยากบอกว่า เราอยากชวนและยินดีสนับสนุน เป็นกำลังในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ไปพร้อมกับทุกคน

30/06/2026

ยินดีกับอาจารย์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ด้วยนะคะ

ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ได้เดินหน้างาน/นโยบายที่ทีมอาจารย์ตั้งใจไว้ทุกนโยบายนะคะ

ให้นโยบายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยบนถนนได้นำพาทุกคนกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยทุกวัน คืนพื้นที่การสัญจรและการใช้ชีวิตกลับมาเป็นของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางให้ได้ถูกมองเห็นและถูกปกป้องอย่างจริงจัง แก้ปัญหาผ่านข้อมูล และยืนหยัด เดินหน้าต่อสู้กับความไม่ปลอดภัย ยืนหยัดต่อสิ่งที่ควรจะเป็นมากกว่าความถูกใจของคนเพียงบางกลุ่ม

พวกเราพร้อมเป็นอีกแรงหนุน หากนโยบายนั้นเกิดขึ้นมาเพื่อปกป้องและดูแลชีวิตของผู้คน

เราอยากเห็น กทม. ตายเป็นศูนย์ค่ะ
#ตายเป็นศูนย์ #ความปลอดภัยทางถนน #ผู้ว่ากรุงเทพ #กรุงเทพมหานคร #กางเมือง

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66811162399

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ กางเมือง - KANG MUANG โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กางเมือง - KANG MUANG:

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่