การยางแห่งประเทศไทยRAOT

การยางแห่งประเทศไทยRAOT เพจอย่างเป็นทางการของการยางแห่งประเทศไทย

เพจอย่างเป็นทางการของการยางแห่งประเทศไทย ใช้สำหรับการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ภาพข่าว กิจกรรมของการยางแห่งประเทศไทย งดแสดงความคิดเห็นที่ส่อในการเกิดข้อขัดแย้ง ใส่ร้ายป้ายสี

👨🏻‍💼🌏กยท. ร่วมประชุมสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ (ITRC) ครั้งที่ 41 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เดินหน้ากระชับความร่วมมือสภาไตรภาค...
08/10/2026

👨🏻‍💼🌏กยท. ร่วมประชุมสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ (ITRC) ครั้งที่ 41 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เดินหน้ากระชับความร่วมมือสภาไตรภาคี มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง🌳✨

📍วันนี้ (8 ต.ค. 69) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย – การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำโดย นายศันสนะ สุริยะโยธิน กรรมการการยางแห่งประเทศไทย รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายโกศล บุญคง รองผู้ว่าการด้านบริหาร นำคณะผู้แทนฝ่ายไทยเข้าร่วมการประชุมผู้บริหารระดับสูงสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ (International Tripartite Rubber Council: ITRC) ครั้งที่ 41 ซึ่งเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย (TIM) โดยมีมาเลเซียเป็นเจ้าภาพและประธานการประชุม ประจำปี 2569 ในโอกาสนี้ นายศันสนะได้กล่าวถ้อยแถลงในนามคณะผู้แทนฝ่ายไทย โดยแสดงความขอบคุณมาเลเซียในฐานะเจ้าภาพ พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการสานต่อความร่วมมือไตรภาคีที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่าสองทศวรรษ บนพื้นฐานของความไว้วางใจและเป้าหมายร่วมกันตามปฏิญญาบาหลี ค.ศ. 2001 (Bali Declaration 2001) ที่มุ่งสร้างเสถียรภาพราคายางธรรมชาติและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยางในภูมิภาค

นายศันสนะ กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมยางธรรมชาติโลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งการเติบโตของประเทศผู้ผลิตยางรายใหม่และความท้าทายจากกฎระเบียบทางการค้าระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงเชื่อมั่นในความสำคัญของความร่วมมือสภาไตรภาคียาง และพร้อมผนึกกำลังกับมาเลเซียและอินโดนีเซียในการทบทวนบทบาทและปรับทิศทางความร่วมมือให้สอดคล้องกับบริบทของอุตสาหกรรมยางโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคยางพาราและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรชาวสวนยางของทั้งสามประเทศ

สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีการหารือประเด็นสำคัญครอบคลุมทั้งภาพรวมสถานการณ์ราคายางธรรมชาติ ความคืบหน้าการดำเนินงานของบริษัท International Rubber Consortium (IRCo) การพิจารณาข้อเสนอแนะของคณะทำงานเฉพาะกิจเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของ ITRC และ IRCo ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความร่วมมือภายใต้กรอบเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย–มาเลเซีย–ไทย (IMT-GT) โดยทั้งสามประเทศได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางพัฒนากลไกความร่วมมือ ITRC ให้มีความเข้มแข็งและสามารถรับมือกับความท้าทายของอุตสาหกรรมยางธรรมชาติทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ITRC ครั้งที่ 42 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการสานต่อความร่วมมือด้านยางพาราระหว่างประเทศสมาชิกอย่างต่อเนื่อง

✍🏼 ทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.

__________________________
การยางแห่งประเทศไทย
www.raot.co.th
#กยท #การยางแห่งประเทศไทย

8 ตุลาคมวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์---------------ทรงพระเจริญ🙏🏻🙏🏻🙏🏻
08/10/2026

8 ตุลาคม
วันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์
---------------
ทรงพระเจริญ
🙏🏻🙏🏻🙏🏻

06/10/2026

🌧️ น้ำท่วมสวนยาง…จะได้รับความช่วยเหลืออย่างไร ฟื้นฟูแบบไหนหลังน้ำลด?

🔴 วันนี้ เวลา 13.00 น. พบกันใน FB Live กษ. x RAOT และหน่วยงานในสังกัด พูดคุย มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมแนวทางฟื้นฟูสวนยางหลังน้ำลด เพื่อให้ชาวสวนยาง เข้าถึงความช่วยเหลือ และฟื้นฟูสวนได้อย่างเหมาะสม

📲 รับชมพร้อมกันได้ที่นี่ ⬇️⬇️
https://www.facebook.com/share/v/1Dt9kzomdk/?mibextid=wwXIfr

#กยท #การยางแห่งประเทศไทย #ช่วยเหลือชาวสวนยาง #น้ำท่วมสวนยาง #เกษตรกรชาวสวนยาง

🙌🏻👨🏻‍💻 กยท. เดินหน้า วางกลยุทธ์ดูแลชาวสวนยางฝ่าอุทกภัย เร่งช่วยเหลือ–เยียวยา–ฟื้นฟู  🌳🍃📍การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดโ...
05/10/2026

🙌🏻👨🏻‍💻 กยท. เดินหน้า วางกลยุทธ์ดูแลชาวสวนยางฝ่าอุทกภัย เร่งช่วยเหลือ–เยียวยา–ฟื้นฟู 🌳🍃

📍การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดโต๊ะหารือผู้บริหารระดับสูง เตรียมมาตรการเยียวยา-ฟื้นฟูสวนยางหลังน้ำลดอย่างเร่งด่วน วางกลยุทธ์ขานรับข้อสั่งการ รมว.เกษตรฯ เร่งช่วยเหลือชาวสวนยางจากเหตุอุทกภัย เผยพื้นที่สวนยางภาคตะวันออกกระทบกว่า 1.41 แสนไร่ จัดถุงยังชีพช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว 1,300 ชุด

นายศันสนะ สุริยะโยธิน รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า ตามข้อสั่งการของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เน้นย้ำให้ กยท. เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือดูแลเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย กยท. ได้เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนในทันทีครอบคลุมในทุกภาคของประเทศ โดยล่าสุด สถานการณ์อุทกภัยและฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 24 – 30 กันยายน 2569 พบว่า มีพื้นที่สวนยางได้รับผลกระทบในพื้นที่ จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ.ฉะเชิงเทรา จ.สระแก้ว จำนวน 141,472 ไร่ เป็นเกษตรกรชาวสวนยางรวมจำนวน 7,679 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 69 ) โดยพื้นที่ดังกล่าวมีน้ำท่วมขัง รอการระบาย ในเบื้องต้น กยท. จึงได้จัดสวัสดิการสนับสนุนปัจจัยยังชีพ รวมมูลค่า 347,000 บาท สำหรับจัดถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภค-บริโภค อาหาร และเครื่องดื่ม รวม 1,300 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรชาวสวนยางและประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดเพื่อรับแจ้งการขอรับความช่วยเหลือจากเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ประสบภัย กรณีได้รับแจ้งสวนยางได้รับความเสียหาย หลังน้ำลด กยท. พร้อมเข้าสำรวจสวนยางทันที หากตรงตามเกณฑ์จ่ายเงินช่วยเหลือกรณีสวนยางประสบภัย ตามมาตรา 49(5) เพื่อเร่งเยียวยาเกษตรกรชาวสวนยางโดยเร็ว

นายศันสนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. นั้น กรณีสวนยางทั่วไป หากสวนยางประสบภัยจนเสียสภาพสวนหรือต้นยางได้รับความเสียหายเกิน 20 ต้น/แปลง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด กยท. จะจัดสรรเงินจากกองทุนพัฒนายางพารา มาตรา 49(5) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง รายละไม่เกิน 3,000 บาท กรณีสวนปลูกแทน ได้รับความเสียหายจนเสียสภาพสวน (ต้นยาง/ไม้ยืนต้นชนิดอื่นที่เป็นพืชหลักเสียหาย คงอยู่น้อยกว่า 70% ของจำนวนต้นที่ปลูก) กยท. ช่วยเหลือเงินในส่วนที่ขาดจากงวดงาน และกรณีได้รับความเสียหายแต่ไม่เสียสภาพสวน (ต้นยาง/ไม้ยืนต้นชนิดอื่นที่เป็นพืชหลักเสียหาย คงอยู่ไม่น้อยกว่า 70% ของจำนวนต้นที่ปลูก) กยท. ให้ความช่วยเหลือเป็นค่าปลูกซ่อมครั้งเดียว อัตราต้นละ 45 บาท สำหรับพืชหลักอายุน้อยกว่า 2 ปี ยกค้ำยันไม่ได้ หรือ ค้ำยันแล้วตาย ส่วนในกรณีที่พืชหลักสามารถยกค้ำยันให้ตรงได้ กยท. ช่วยเหลือค่าปลูกซ่อม/ค้ำยันครั้งเดียว ในพืชหลักอายุ 2-3 ปี อัตราต้นละ 55 บาท และพืชหลักอายุ 3 ปีขึ้นไป อัตราต้นละ 110 บาท หากเกษตรกรมีข้อสงสัยหรือต้องการขอรับความช่วยเหลือสามารถติดต่อ กยท. ในพื้นที่ที่สวนยางตั้งอยู่ได้ทันที หรือภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ประสบภัยหรือวันที่ภัยพิบัติสิ้นสุด ทั้งนี้ กยท. พร้อมให้คำปรึกษาและขอคำแนะนำการฟื้นฟูสวนยางหลังน้ำลด เพื่อรักษาคุณภาพผลผลิตยางของเกษตรกร

“นอกเหนือจากการเตรียมความพร้อมเพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์เมื่อเกิดภัยพิบัติแล้ว สิ่งสำคัญที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการเตรียมพร้อมล่วงหน้า โดยเฉพาะการกำหนดมาตรการรับมือและจัดทำแผนรองรับในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติ โดยอาศัยข้อมูลและบทเรียนจากเหตุการณ์ในอดีตที่มักเกิดขึ้นซ้ำในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อให้สามารถวางแผนป้องกันและรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นายศันสนะ กล่าวย้ำ

นอกเหนือจากสวัสดิการช่วยเหลือดังกล่าว กยท. จัดสรรเงินทุนให้กู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาล ปรับปรุงที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ หรือเป็นทุนในการประกอบอาชีพอีกรายละไม่เกิน 50,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 3 ปี รวมถึงมาตรการช่วยเหลือทายาทชาวสวนยางกรณีเกษตรกรชาวสวนยางเสียชีวิตจากภัยพิบัติ โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือเป็นค่าปลงศพ รายละ 30,000 บาท

✍️ ทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.

__________________________
การยางแห่งประเทศไทย
www.raot.co.th
#กยท #การยางแห่งประเทศไทย
#น้ำท่วม #อุทกภัย

💦💚กยท. ลุยช่วยน้ำท่วม “ระยอง–จันทบุรี–ฉะเชิงเทรา” มอบถุงยังชีพ 1,300 ชุด บรรเทาความเดือดร้อน พร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด...
05/10/2026

💦💚กยท. ลุยช่วยน้ำท่วม “ระยอง–จันทบุรี–ฉะเชิงเทรา” มอบถุงยังชีพ 1,300 ชุด บรรเทาความเดือดร้อน พร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด🚤🙍

📌ระหว่างวันที่ 28 ก.ย.–4 ต.ค. 2569 การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เฝ้าติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรชาวสวนยางและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ครอบคลุมพื้นที่ จังหวัดระยอง จันทบุรี และฉะเชิงเทรา มอบถุงยังชีพ รวมกว่า 1,300 ชุด เพื่อส่งมอบสิ่งของจำเป็นและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่
กยท. เขตภาคกลางและภาคตะวันออก โดย นายคเณศร์ งามเสงี่ยม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กยท. เขตภาคกลางและภาคตะวันออก ด้านแผนและวิชาการ ได้รับมอบหมายจาก นายพชรเดช ศรีสุวรรณ ผู้อำนวยการ กยท. เขตภาคกลางและภาคตะวันออก พร้อมด้วยพนักงานในสังกัด ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัย รวม 300 ชุด ณ สหกรณ์ฯ บ้านค่าย จำกัด และกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางบางบุตร อ.บ้านค่าย, สหกรณ์ฯเขาชะเมา จำกัด และสหกรณ์ฯ ชำฆ้อ จำกัด อ.เขาชะเมา และกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางบ้านนา อ.แกลง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมพูดคุย รับฟังปัญหา และให้กำลังใจประชาชนอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกันในพื้นที่ จ.จันทบุรี ผู้บริหารและพนักงาน กยท. จ.จันทบุรี ลงพื้นที่ส่งมอบถุงยังชีพและน้ำดื่ม จำนวน 600 ชุด เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรชาวสวนยางและประชาชน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลวังโตนด และสหกรณ์กองทุนสวนยางพวา และพื้นที่ ต.รำพัน อ.ท่าใหม่, ต.ช้างข้าม อ.นายายอาม, ต.พวา อ.แก่งหางแมว และ ต.วังใหม่ อ.นายายอาม

นอกจากนี้ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา คณะผู้บริหาร และพนักงานในสังกัด กยท. เขตภาคกลางและภาคตะวันออก ร่วมติดตาม นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ อ.ราชสาส์น มอบถุงยังชีพ จำนวน 100 ชุด ทั้งนี้ กยท.จ.ฉะเชิงเทรา ยังได้ร่วมกับคณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางระดับจังหวัด มอบถุงยังชีพ จำนวน 300 ชุด แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อื่นๆ อาทิ ที่ว่าการอำเภอแปลงยาว, พื้นที่ ต.หนองแหน และ ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม, พื้นที่ ต.คู้ยายหมี อ.สนามชัยเขต และศูนย์พักพิงสนามเฉลิมพระเกียรติ อ.ท่าตะเกียบ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์น้ำกลับเข้าสู่ภาวะปกติ กยท. จะเร่งสำรวจและตรวจสอบความเสียหายสวนยางของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. หากพบว่าสวนยางประสบภัยจนเสียสภาพสวน หรือต้นยางได้รับความเสียหาย เกิน 20 ต้นต่อแปลง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด กยท. จะจัดสรรเงินจากกองทุนพัฒนายางพารา มาตรา 49(5) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง รายละไม่เกิน 3,000 บาท

__________________________
การยางแห่งประเทศไทย
www.raot.co.th
#กยท #การยางแห่งประเทศไทย #อุทกภัย #น้ำท่วม #ถุงยังชีพ

✨🛰️ กยท. ตั้งคณะทำงาน - ผนึก AI รับมือโรคยางใบร่วง 🪾🍃📍“เบญจพล“ประธานบอร์ด กยท. ถกวางระบบรับมือโรคยางพารา ตั้งคณะทำงาน เช...
04/10/2026

✨🛰️ กยท. ตั้งคณะทำงาน - ผนึก AI รับมือโรคยางใบร่วง 🪾🍃

📍“เบญจพล“ประธานบอร์ด กยท. ถกวางระบบรับมือโรคยางพารา ตั้งคณะทำงาน เชื่อมข้อมูล 7 เขต ใช้ AI ประเมินความเสี่ยง - เตือนภัยล่วงหน้า ดัน Quick Win ฟื้นผลผลิตเกษตรกร

นายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท.ได้มีการเรียกประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการทำงานด้านการบริหารจัดการโรคและยกระดับมาตรฐานผลผลิตและผลิตภัณฑ์ยางพารา เพื่อให้การดำเนินงานของ กยท. เป็นไปในทิศทางเดียวกันและสนับสนุนการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้มีการตั้งคณะทำงานด้านการบริหารจัดการโรคและยกระดับมาตรฐานผลผลิตยางพารา ผลิตภัณฑ์ยางพารา แก้ไขปัญหาโรคใบร่วงระดับภายใน กยท. ควบคู่กับคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยประสานงานเชื่อมโยงข้อมูลกับ กยท. ทั้ง 7 เขต ผ่านระบบประชุมทางไกล หรือระบบประชุม VDO Conference (Zoom) เพื่อให้การรายงานข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว พร้อมให้มีการรายงานสรุปข้อมูลเฝ้าระวังประจำวัน ประมวลผลข้อมูลจากสถานีวัดอากาศ AI และให้ กยท.เขตและจังหวัดวางแนวทางตรวจสอบ กำกับการสำรวจพื้นที่การระบาด ให้ประสานงานกับเกษตรอำเภอ จังหวัด ในการพิสูจน์ยืนยันความเสียหายจริงอย่างรัดกุม

นายเบญจพล ยังกล่าวถึงมาตรการเร่งด่วน (Quick Win) ว่า จะครอบคลุมตั้งแต่การเฝ้าระวัง ป้องกัน รักษา ไปจนถึงการฟื้นฟู โดยการป้องกัน ได้จัดเตรียมนำเทคโนโลยี AI และ Data Analytics มาใช้ประมวลผลข้อมูลจากสถานีวัดอากาศและสถานีตรวจวัดสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ โดยติดตามค่าความชื้นสัมพัทธ์และปริมาณน้ำฝนแบบ Real-time เพื่อประเมินความเสี่ยงและแจ้งเตือนล่วงหน้า 2–3 เดือน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคใบร่วง ส่วนการป้องกันรักษาเน้นการใช้ชีวภัณฑ์ เช่น บาซิลลัส ซับทิลิส และไตรโคเดอร์มา รวมถึงการใช้โดรนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลพื้นที่ ขณะที่สารเคมีจะเน้นใช้เฉพาะในระยะเริ่มต้นของการเกิดโรคตามแนวทางที่กำหนด ในส่วนการฟื้นฟู กยท. จะส่งเสริมการใช้สารชีวภัณฑ์ ปุ๋ยอินทรีย์ และการปรับปรุงโครงสร้างดิน เพื่อช่วยให้ต้นยางกลับมาแข็งแรงและสามารถสร้างผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ บพท. เป็นหน่วยงานหลักในการวิจัยและทดสอบแนวทางในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง

“ที่ประชุมยังพิจารณาทบทวนตัวชี้วัดการแก้ปัญหาโรคใบร่วง จากเดิมที่วัดจากการลดพื้นที่ระบาด เปลี่ยนเป็นการพิจารณาจากปริมาณผลผลิตยางพาราในภาพรวมของประเทศ เพื่อสะท้อนผลสัมฤทธิ์ของการแก้ปัญหาและการฟื้นตัวของต้นยางที่เริ่มกลับมากรีดได้”

นายเบญจพล กล่าวว่า การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนแนวทางของ กยท. ในการยกระดับการบริหารจัดการโรคยางพารา จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การวางระบบเฝ้าระวังเชิงรุก ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการทำงาน พร้อมเชื่อมโยงหน่วยงานตั้งแต่ระดับพื้นที่ถึงระดับกระทรวง เพื่อรักษาผลผลิตและสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคยางพาราของประเทศ
/////

__________________________
การยางแห่งประเทศไทย
www.raot.co.th
#กยท #การยางแห่งประเทศไทย

📢👨🏻‍💻 กยท. หารือ ANRPC เตรียมพร้อมดันไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ปี 2026 ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางธรรมชาติระดับโลก 🙌🏻🌏📍เมื่อวา...
03/10/2026

📢👨🏻‍💻 กยท. หารือ ANRPC เตรียมพร้อมดันไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ปี 2026 ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางธรรมชาติระดับโลก 🙌🏻🌏

📍เมื่อวานนี้ (2 ตุลาคม 2569) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย -- ผู้แทนการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำโดย นายศันสนะ สุริยะโยธิน รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. พร้อมด้วย นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ ได้เข้าประชุมกับสำนักงานเลขาธิการสมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ (Association of Natural Rubber Producing Countries: ANRPC) เพื่อหารือรายละเอียดและเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดประชุมวิชาการในหัวข้อ “Building a Resilient Competitive and Sustainable Global Natural Rubber Industry” ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2569 ภายใต้การประชุมประจำปี ANRPC Annual Meeting 2026 ซึ่งประเทศไทย โดย กยท. จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน ณ โรงแรม Pullman Pattaya Hotel G เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

นายศันสนะ เผยว่า การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบการดำเนินงานและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุม อาทิ รูปแบบและกำหนดการประชุม หัวข้อและประเด็นสำคัญที่จะนำเข้าสู่การประชุม ประเทศสมาชิกที่จะเข้าร่วม ตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ การอำนวยความสะดวก รวมไปถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์ของความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก ANRPC ทั้งนี้ การประชุมประจำปี ANRPC ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติในการแลกเปลี่ยนข้อมูล สถานการณ์และแนวโน้มอุตสาหกรรมยางพารา รวมถึงหารือประเด็นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การวิจัยและพัฒนา การพัฒนาอย่างยั่งยืน และประเด็นความท้าทายที่มีผลต่อภาคยางพาราของประเทศสมาชิก

นายศันสนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ประเทศไทยได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญของ กยท. ในการแสดงบทบาทและศักยภาพของประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตและส่งออกยางธรรมชาติที่สำคัญ ตลอดจนเป็นเวทีผลักดันและแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราให้มีความเข้มแข็ง เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับ กยท. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านยางพาราของประเทศไทย จะร่วมกับสำนักงานเลขาธิการ ANRPC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าเตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อให้การจัดประชุมประจำปี ANRPC ในประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นเวทีสำคัญที่จะขับเคลื่อนความร่วมมือด้านยางธรรมชาติในระดับนานาชาติ

__________________________
การยางแห่งประเทศไทย
www.raot.co.th
#กยท #การยางแห่งประเทศไทย

🇹🇭🇲🇾 กยท. หารือ MARGMA มุ่งรักษาความเข้มแข็งห่วงโซ่น้ำยางไทย-อุตสาหกรรมถุงมือยางมาเลเซีย 🏭🧤📍เมื่อบ่ายวานนี้ (1 ต.ค. 69) ...
02/10/2026

🇹🇭🇲🇾 กยท. หารือ MARGMA มุ่งรักษาความเข้มแข็งห่วงโซ่น้ำยางไทย-อุตสาหกรรมถุงมือยางมาเลเซีย 🏭🧤

📍เมื่อบ่ายวานนี้ (1 ต.ค. 69) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย — การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำโดย นายศันสนะ สุริยะโยธิน กรรมการการยางแห่งประเทศไทย รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ พบปะหารือกับผู้บริหารสมาคมผู้ผลิตถุงมือยางมาเลเซีย (MARGMA) หวังกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ยกระดับห่วงโซ่อุปทานน้ำยางธรรมชาติไทย ป้อนอุตสาหกรรมถุงมือยางโลก ชูแนวคิดสร้างเสถียรภาพราคาเพื่อเกษตรกร พร้อมนำมาตรฐานสากล ISO และงานวิจัยร่วมแก้ไขปัญหาด้านคุณภาพและสภาพภูมิอากาศแปรปรวนอย่างยั่งยืน หวังร่วมกันขับเคลื่อนและรักษาความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานยางพาราระหว่างสองประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีการค้าโลก
นายศันสนะ กล่าวว่า มาเลเซียถือเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกถุงมือยางรายใหญ่ที่สุดในระดับโลก และเป็นตลาดหลักในการนำเข้าน้ำยางข้นจากประเทศไทย การหารือร่วมกับ MARGMA ในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายระหว่างผู้ผลิตต้นน้ำ (ไทย) และผู้ใช้ปลายน้ำ (มาเลเซีย) โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมตามความต้องการของตลาด (Market-Driven) เป็นหลัก โดยกรอบจากการหารือครั้งนี้เพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืนครอบคลุม 5 มิติสำคัญ ได้แก่ การบริหารความมั่นคงด้านวัตถุดิบ ซึ่งจำเป็นต้องวางแผนรับมือกับข้อจำกัดด้านปริมาณและคุณภาพผลผลิตที่ได้รับผลกระทบจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ การยกระดับคุณภาพด้วยมาตรฐาน ISO โดยมีการเสนอแนวทางพัฒนามาตรฐานน้ำยางข้นของไทยโดยอ้างอิงมาตรฐาน ISO เป็นพื้นฐาน ซึ่งฝ่ายมาเลเซียพร้อมให้การสนับสนุนในการปรับปรุงและเสนอจัดทำมาตรฐานใหม่ร่วมกัน การผลักดันระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบ รองรับกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวดขึ้น การลดความผันผวนด้านราคา โดยได้หารือแนวคิดการสร้างเสถียรภาพราคาน้ำยางเพื่อสร้างรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยางไทยให้มั่นคง และศึกษาแนวทางลดการพึ่งพิงราคาจากตลาดกลางสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Markets) และการบูรณาการงานวิจัยสนับสนุนตลาด จะเน้นนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมทางเทคนิคมาสนับสนุนกระบวนการซื้อขาย เพื่อป้องกันข้อโต้แย้งด้านคุณภาพระหว่างปลายทางและต้นทาง
รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. กล่าวเพิ่มเติมว่า กยท. ได้รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากสมาชิก MARGMA โดยขั้นตอนหลังจากนี้ กยท. จะเร่งติดตามประเด็นด้านคุณภาพร่วมกับคู่ค้าไทยและมาเลเซียอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งรวบรวมฐานข้อมูลมาตรฐานและงานวิจัยที่มีอยู่ เพื่อจัดตั้งการประชุมหารือเฉพาะด้าน (Technical Discussion) ตลอดจนศึกษาความเป็นไปได้ ขอบเขตอำนาจหน้าที่ และข้อจำกัดทางกฎหมายอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่การทำความตกลงและพันธกรณีโครงการความร่วมมือร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

✍🏼 ทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.

การยางแห่งประเทศไทย
www.raot.co.th
#กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ #กยท #การยางแห่งประเทศไทย #อุตสาหกรรมยาง #ผลิตภัณฑ์ยาง

🇹🇭🇲🇾 กยท. ร่วมกับ MRB เร่งขับเคลื่อนความร่วมมืออุตสาหกรรมยางและเศรษฐกิจของไทย-มาเลเซีย ตั้งคณะทำงานร่วมผลักดัน "การค้า-ค...
02/10/2026

🇹🇭🇲🇾 กยท. ร่วมกับ MRB เร่งขับเคลื่อนความร่วมมืออุตสาหกรรมยางและเศรษฐกิจของไทย-มาเลเซีย ตั้งคณะทำงานร่วมผลักดัน "การค้า-ความยั่งยืน-วิจัย" มุ่งสร้างมาตรฐานสากล รองรับกฎหมายการค้าโลก ⚖️🌏

📍เมื่อวานนี้ (1 ตุลาคม 2569) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย – การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสกับ Malaysian Rubber Board (MRB) ภายใต้ความร่วมมืออุตสาหกรรมยางและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่าง กยท. และ MRB พร้อมตั้งคณะทำงานด้านการค้า อุตสาหกรรม และความยั่งยืน และด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนความร่วมมือร่วมกันให้เป็นรูปธรรม ตลอดจนร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมยางให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

นายศันสนะ สุริยะโยธิน กรรมการการยางแห่งประเทศไทย รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลทั้งสองประเทศ ซึ่งได้มีความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางและเศรษฐกิจระหว่างการยางแห่งประเทศไทย และ Malaysian Rubber Board (MRB) ภายใต้บันทึกความเข้าใจเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 นับว่าเป็นโอกาสดีของอุตสาหกรรมยางพาราที่จะได้ร่วมกันขับเคลื่อนความร่วมมือนี้ให้เป็นรูปธรรม โดยกำหนดขอบเขตและแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงจัดตั้งหรือกำหนดรูปแบบคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเกิดผลในทางปฏิบัติ และตั้งใจที่จะสานต่อความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสององค์กรให้มีความก้าวหน้า ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนายางพาราตามความต้องการของตลาด พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าสินค้าสอดคล้องกับนโยบายหลักของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) โดยบทบาทของ กยท. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและบริหารจัดการภาคยางพาราของไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ซึ่งความร่วมมือกับ MRB จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ตามกรอบความร่วมมือในรูปแบบทวิภาคีที่จะสนับสนุนการกำหนดกิจกรรมร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมยางทั้งสองประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

นายศันสนะ เผยว่า การประชุมเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสในครั้งนี้ ทั้งไทยและมาเลเซีย ได้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน 2 ด้าน ได้แก่ ด้านการค้า อุตสาหกรรม และความยั่งยืน และด้านการวิจัยและพัฒนา ซึ่งจะมุ่งเน้นการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนร่วมกัน ได้แก่ ระบบการตรวจสอบย้อนกลับที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของทั้งสองประเทศ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นจากประเทศผู้ใช้ อาทิ สหภาพยุโรปที่การประเมินควรจะอยู่ในเกณฑ์ความเสี่ยงต่ำ หรือเรื่องต้นทุนความยั่งยืนที่คำนึงถึงภาระของผู้ประกอบการและแนวทางให้เกษตรกรรายย่อยได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสม เพื่อให้ต้นทุนทั้งห่วงโซ่อุปทานเป็นต้นทุนที่แท้จริง และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของยางพาราที่ทั้งสองประเทศต้องดูแลทั้งระบบ รวมถึงความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราให้มีมาตรฐานเดียวกัน และสามารถรองรับกฎหมาย หรือมาตรฐานอื่นๆ ที่มิใช่ EUDR เท่านั้น แต่สามารถรองรับได้ทุกมาตรฐาน หรือทุกกฎหมายจากประเทศผู้ใช้ ทั้งนี้ กลไกคณะทำงาน เน้นกระชับ ยืดหยุ่น และสอดคล้องกับภารกิจที่พร้อมดำเนินการ โดยระบุ กิจกรรมสำคัญ กรอบเวลา และผลลัพธ์ที่คาดหวังให้ชัดเจน

✍🏼 ทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.

การยางแห่งประเทศไทย
www.raot.co.th
#กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ #กยท #การยางแห่งประเทศไทย #อุตสาหกรรมยาง

✨🙌🏻กยท. ร่วมติดตาม รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่เคหะชุมชนออเงิน พร้อมบูรณาการหน่วยงานสังกัด กษ. มอบถุงยังชีพ - ส่งกำลังใจผู้ประสบ...
01/10/2026

✨🙌🏻กยท. ร่วมติดตาม รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่เคหะชุมชนออเงิน พร้อมบูรณาการหน่วยงานสังกัด กษ. มอบถุงยังชีพ - ส่งกำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม🌊🦺

📍วันนี้ (1 ต.ค. 69) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำโดย นายอนันต์ เพชรบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ นายจิรวิทย์ มีชูภัณฑ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการผลิต และ นายชฤทธิ์ เพ็ชรศรีประสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ พร้อมด้วยพนักงาน กยท. ร่วมลงพื้นที่ติดตาม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการลงพื้นที่บริเวณการเคหะชุมชนออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร เพื่อให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมร่วมมอบถุงยังชีพและส่งมอบกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้ กยท. ได้จัดเตรียมถุงยังชีพ จำนวน 200 ชุด ภายในบรรจุสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น อาทิ น้ำดื่มและอาหารแห้ง เพื่อมอบแก่ประชาชนในพื้นที่ พร้อมร่วมส่งมอบกำลังใจ พูดคุย และรับฟังปัญหาจากประชาชนอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งให้หน่วยงานในสังกัดได้ร่วมบูรณาการทั้งกำลังและทรัพยากรร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ทันต่อสถานการณ์

นอกจากการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้ว กยท. ยังคงพร้อมดูแลเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและภัยพิบัติด้วยเช่นกัน โดยกรณีเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. มีสวนยางได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติจนเสียสภาพสวน (ในคราวเดียวกันไม่น้อยกว่า 20 ต้นในแปลงเดียวกัน) สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนได้รายละไม่เกิน 3,000 บาท ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถแจ้งเหตุและติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงาน กยท. ในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป

✍🏼 ทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.

การยางแห่งประเทศไทย
www.raot.co.th
#กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ #กยท #การยางแห่งประเทศไทย #น้ำท่วม

ที่อยู่

67/25
Bangkok
10700

เบอร์โทรศัพท์

+6624332222

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ การยางแห่งประเทศไทยRAOT โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์