มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก

มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก เป็นองค์กรที่ทำให้สังคมไทยได้ตระหนัก และรับรู้ความเป็นจริงของปัญหาการละเมิดสิทธิเด็ก

มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ เป็นองค์กรสาธารณกุศลลำดับที่ ๕๘๑ มีวัตถุประสงค์ในการให้ความช่วยเหลือคุ้มครองเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ ๑๘ ปี ซึ่งถูกกระทำความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ โดยประสานความร่วมมือกับทีมสหวิชาชีพ ในการให้ความช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านกฎหมายและฟื้นฟูเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมพัฒนาให้บุคคลแวดล้อมเด็ก ได้

แก่ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน อาสาสมัคร สามารถทำหน้าที่ในการส่งเสริมพัฒนาและปกป้องคุ้มครองเด็ก

สนใจร่วมสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กได้ที่ http://www.thaichildrights.org/donate/donate

"โลกนี้ยังมีผู้ใหญ่ที่ดี อยู่นะ" : เมื่อเด็กถูกรังแกเด็กหลายคนที่ถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้เงียบเพราะเขาเข้มแข็ง  แต่เงียบ เพร...
19/06/2026

"โลกนี้ยังมีผู้ใหญ่ที่ดี อยู่นะ" : เมื่อเด็กถูกรังแก

เด็กหลายคนที่ถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้เงียบเพราะเขาเข้มแข็ง แต่เงียบ เพราะเขาหมดหวัง
หลายคนเคยพยายามบอกแล้ว
บอกเพื่อน แต่เพื่อนช่วยอะไรไม่ได้
บอกครู แต่ได้รับคำตอบว่า "เดี๋ยวก็ดีกัน"
บอกผู้ปกครอง แต่กลับถูกมองว่าอ่อนไหวเกินไป หรือถูกบอกให้ "อดทนไว้"
เมื่อการขอความช่วยเหลือไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไร เด็กจึงค่อยๆ เรียนรู้ว่า การพูดออกไปไม่มีประโยชน์

ในทางจิตวิทยา ภาวะนี้เรียกว่า Learned Helplessness หรือการเรียนรู้ว่าตัวเองไร้อำนาจ เมื่อเผชิญความทุกข์ซ้ำๆ จนเชื่อว่าต่อให้พยายามอย่างไรก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
เด็กจึงเลือกเงียบ ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้ใครช่วย แต่เพราะไม่เชื่อว่าจะมีใครช่วยได้จริง

ความรุนแรงที่เด็กเผชิญในวันนี้ ไม่ได้มีเพียงการล้อเลียน ผลัก ตี ด่าทอ หรือกีดกันในโรงเรียนอีกต่อไป
แต่มันขยายเข้าไปอยู่ในโทรศัพท์มือถือและสื่อสังคมออนไลน์
การโพสต์ประจาน การตัดต่อภาพ การสร้างข่าวลือ การคอมเมนต์เหยียดหยาม การตั้งกลุ่มลับเพื่อแกล้งเพื่อน หรือการแชร์ข้อความซ้ำๆ เพื่อสร้างความอับอาย ล้วนเป็นการรังแกในโลกออนไลน์ หรือ Cyberbullying
ความแตกต่างของการรังแกออนไลน์ คือมันไม่จบเมื่อเลิกเรียน
เด็กกลับถึงบ้าน แต่ข้อความยังเด้งเข้ามา
ปิดห้องนอน แต่ภาพของตัวเองยังถูกแชร์ต่อ
ลบโพสต์หนึ่งไป แต่อีกหลายสิบคนอาจบันทึกหน้าจอไว้แล้ว

โลกออนไลน์ทำให้ความรุนแรงติดตามเด็กไปได้ทุกที่ และเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเด็กจำนวนไม่น้อยจึงรู้สึกว่า "ไม่มีที่ปลอดภัย"

ข้อมูลจากหลายการศึกษาพบว่า เด็กที่เผชิญการรังแกทั้งในโรงเรียนและในโลกออนไลน์ มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล การทำร้ายตนเอง และการคิดฆ่าตัวตายสูงกว่าเด็กทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ เพราะความรุนแรงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยมีผู้ชมจำนวนมาก

สิ่งที่น่าเศร้ายิ่งกว่าการถูกกลั่นแกล้ง คือการที่เด็กเชื่อว่า "ไม่มีใครอยู่ข้างฉัน"
ด้วยเหตุนี้ เมื่อมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ลงพื้นที่จัดกิจกรรมเสริมทักษะป้องกันภัยให้กับเด็ก จึงเน้นย้ำเด็กๆ เสมอว่า หากพบเหตุความรุนแรงใดๆ ในชีวิต ให้ "ขอความช่วยเหลือ" จากผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ทันที

หากผู้ใหญ่คนแรกไม่ช่วย จงบอกผู้ใหญ่คนที่สอง
หากคนที่สองไม่เชื่อ ก็จงบอกคนที่สาม และบอกต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีใครสักคนรับฟังและลงมือช่วยเหลือ
เพราะการที่ผู้ใหญ่คนหนึ่งไม่รับฟัง ไม่ได้หมายความว่าผู้ใหญ่ทุกคนจะเพิกเฉย

โลกนี้ยังมีครูที่พร้อมปกป้องเด็ก ยังมีผู้ปกครองที่พร้อมรับฟัง ยังมีญาติ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และผู้ใหญ่ใจดีอีกมากมาย ที่พร้อมจะเชื่อในคำพูดของเด็ก และยืนเคียงข้างเขา

ในขณะเดียวกัน ผู้ใหญ่ทุกคนก็มีหน้าที่สำคัญเช่นกัน
เมื่อเด็กกล้ามาเล่าว่ากำลังถูกกลั่นแกล้ง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในห้องเรียนหรือบนหน้าจอโทรศัพท์ สิ่งแรกที่เด็กต้องการไม่ใช่การตำหนิ ไม่ใช่การตั้งคำถามว่า "ทำไมไม่สู้" หรือ "ทำไมไม่บล็อกเขา"

แต่คือการได้ยินคำว่า "ครูเชื่อหนู" "พ่อแม่เชื่อหนู" "เดี๋ยวเราจะช่วยกันหาทางแก้ปัญหานี้"

เพราะเพียงคำพูดสั้นๆ เหล่านี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กคนหนึ่งกลับมาเชื่อมั่นในโลกอีกครั้ง
และสำหรับเด็กทุกคนที่กำลังเผชิญความรุนแรง ไม่ว่าจะในโรงเรียนหรือบนโลกออนไลน์ อยากให้รู้ไว้ว่า

โลกนี้ยังมีผู้ใหญ่ที่ดี อยู่นะ

หากวันนี้ยังไม่เจอ ก็อย่าเพิ่งหยุดบอก จงบอกต่อไป จนกว่าจะเจอผู้ใหญ่คนนั้น
เพราะไม่มีเด็กคนไหนควรถูกปล่อยให้ต่อสู้กับความรุนแรงเพียงลำพัง และไม่มีเสียงขอความช่วยเหลือของเด็กคนใด ควรถูกปล่อยให้เงียบหายไป
ถ้าเด็กคนหนึ่งกำลังถูกกลั่นแกล้ง จงเป็นผู้ใหญ่ที่รับฟังเขา

"โลกนี้ยังมีผู้ใหญ่ที่ดีอยู่นะ และผู้ใหญ่คนนั้น อาจเป็นคุณ"


ขอบคุณคำคมดีๆ จากซีรีย์ Teach you a lesson

โลกนี้ยังมีผู้ใหญ่ที่ดีอยู่นะ ประโยคสั้นๆ นี้ อาจเป็นเพียงคำปลอบใจสำหรับผู้ใหญ่หลายคนแต่สำหรับเด็กที่เคยถูกทำร้าย ถูกทอด...
18/06/2026

โลกนี้ยังมีผู้ใหญ่ที่ดีอยู่นะ
ประโยคสั้นๆ นี้ อาจเป็นเพียงคำปลอบใจสำหรับผู้ใหญ่หลายคน
แต่สำหรับเด็กที่เคยถูกทำร้าย ถูกทอดทิ้ง หรือถูกละเมิดจากคนที่เขาเคยรักและไว้วางใจ มันคือประโยคที่เชื่อได้ยากที่สุด!

😭เมื่อผู้ใหญ่ที่ควรปกป้องกลับเป็นคนที่สร้างบาดแผล เด็กจำนวนมากจึงไม่ได้สูญเสียเพียงความรู้สึกปลอดภัย แต่สูญเสียความเชื่อว่าโลกใบนี้ยังมีใครที่ไว้ใจได้

เด็กบางคนไม่กล้าสบตา ไม่กล้าพูดความรู้สึก บางคนหวาดระแวงทุกเสียงดัง บางคนเก็บทุกอย่างไว้ในใจ หรือบางคนแสดงออกด้วยความก้าวร้าว เพราะทั้งหมดนี้คือวิธีที่เด็กพยายามเอาตัวรอดจากประสบการณ์ที่หนักเกินกว่าจะรับมือได้

💗การบำบัดฟื้นฟูเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง จึงไม่ใช่เพียงการรักษาอาการ แต่คือการค่อยๆ ซ่อมแซมความไว้วางใจที่เคยแตกสลาย
ที่มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก เราเชื่อว่าการเยียวยาเริ่มต้นจากการทำให้เด็กรู้สึกว่า "ตรงนี้ปลอดภัย"

เด็กไม่จำเป็นต้องรีบเล่าเรื่องราวทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งในทันที แต่เขาควรมีพื้นที่ที่ได้รับการรับฟังโดยไม่ถูกตัดสิน ได้รับการเคารพในความรู้สึก และได้รับการยอมรับในคุณค่าของตัวเอง

ในทางจิตวิทยา เด็กที่ผ่านเหตุการณ์กระทบกระเทือนทางจิตใจ (Trauma) ต้องการประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้สมองและหัวใจเรียนรู้ว่า ภัยอันตรายได้ผ่านพ้นไปแล้ว การสร้างความรู้สึกปลอดภัย ความสัมพันธ์ที่มั่นคง และผู้ใหญ่ที่เชื่อถือได้ จึงเป็นรากฐานสำคัญของการฟื้นฟู

การบำบัดจึงไม่ใช่เพียงการจ่ายยาเพื่อรักษาบาดแผลทางใจ เพราะความเจ็บปวดของเด็กไม่ได้อยู่แค่ในสารเคมีของสมอง แต่อยู่ในความทรงจำ ความรู้สึก และความสัมพันธ์ที่เคยถูกทำลาย

การเยียวยาจึงต้องอาศัยหลายกระบวนการ หลายเครื่องมือ และหลายหัวใจที่ทำงานร่วมกัน ทั้งการใช้ชีวิตร่วมกันในแต่ละวัน การเล่น การพูดคุย การทำกิจกรรมกลุ่ม การใช้ศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด งานสร้างสรรค์ หรือกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความรู้สึกในแบบที่เขาพร้อม โดยไม่ถูกบังคับให้พูดในสิ่งที่ยังพูดไม่ได้

สิ่งสำคัญไม่แพ้กิจกรรมเหล่านั้น คือการมีผู้ใหญ่ที่คงเส้นคงวา รักษาคำพูด รับฟังโดยไม่เร่งรัด เคารพการตัดสินใจของเด็กในเรื่องเล็กๆ และอยู่เคียงข้างแม้ในวันที่เด็กยังไม่พร้อมเปิดใจ

เพราะการเยียวยาไม่ได้เกิดขึ้นจากคำสอนที่สวยงาม แต่เกิดจากประสบการณ์ซ้ำๆ ที่ทำให้เด็กสัมผัสได้ว่า "ฉันปลอดภัย" และ "ฉันมีคุณค่า"

เมื่อเด็กได้ใช้ชีวิตท่ามกลางผู้ใหญ่ที่อ่อนโยนและมั่นคง เขาจะค่อยๆ กลับมาเชื่อใจผู้คนอีกครั้ง กล้าฝันถึงอนาคตอีกครั้ง และค่อยๆ สร้างความเชื่อใหม่ว่า สิ่งที่เคยเกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของตัวเอง และอดีตไม่จำเป็นต้องกำหนดชีวิตทั้งชีวิต

เด็กคนหนึ่งอาจไม่ได้ต้องการผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบ
แต่ต้องการผู้ใหญ่สักคนที่ไม่เดินหนีในวันที่เขาเจ็บปวด ผู้ใหญ่ที่รับฟังโดยไม่ตัดสิน เชื่อในคุณค่าของเขา และคอยย้ำผ่านการกระทำในทุกๆ วันว่า "เธอไม่ได้เผชิญเรื่องนี้เพียงลำพัง"

เพราะการเยียวยาที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากคำพูดเพียงประโยคเดียว แต่เกิดจากความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ความสม่ำเสมอ และการอยู่เคียงข้างอย่างไม่ย่อท้อ จนเด็กค่อยๆ กลับมาเชื่อมั่นในตัวเองและในผู้คนรอบข้างอีกครั้ง

และทั้งหมดนี้ คือแนวทางการบำบัดฟื้นฟูเด็กและครอบครัวที่มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กยึดถือและลงมือปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องตลอด 45 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้เด็กทุกคนได้เรียนรู้ว่า แม้โลกจะเคยทำร้ายเขา แต่โลกใบนี้ก็ยังมีผู้ใหญ่ที่พร้อมปกป้อง รับฟัง และเดินเคียงข้างเสมอ

"โลกนี้ยังมีผู้ใหญ่ที่ดีอยู่นะ"
และบางครั้ง การได้พบผู้ใหญ่คนนั้น ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเยียวยาทั้งชีวิตของเด็กคนหนึ่ง

#45ปีมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
#การคุ้มครองเด็กหน้าที่ของเราทุกคน
#ร่วมสร้างสังคมเอื้ออาทรสำหรับเด็ก

ครูคุ้มครองเด็ก คือใคร?คือ ผู้ที่มีบทบาทและหน้าที่สำคัญในการปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพ และช่วยเหลือเด็กนักเรียนจากการถูกล่ว...
16/06/2026

ครูคุ้มครองเด็ก คือใคร?
คือ ผู้ที่มีบทบาทและหน้าที่สำคัญในการปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพ และช่วยเหลือเด็กนักเรียนจากการถูกล่วงละเมิด ทารุณกรรม หรือถูกกระทำความรุนแรง เป็นคนที่เข้าใจและรับฟังเด็ก สามารถจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นได้ และเป็นที่พึ่งให้กับเด็กนักเรียนเมื่อมีปัญหา

บทบาทของครูคุ้มครองเด็ก
1. การเฝ้าระวัง
ครูมีการเฝ้าระวัง และ สังเกตความผิดปกติของเด็กนักเรียนในแต่ละวัน ทั้งความผิดปกติทางร่างกาย ทางจิตใจ หรือ ทางพฤติกรรม เช่น เด็กมีร่องรอยบาดแผล เด็กมีภาวะอารมณ์ที่เปลี่ยนไปจากเดิม หรือ เด็กมีพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากปกติ หากพบว่ามีเด็กนักเรียนที่มีความผิดปกติ ให้รีบดำเนินการช่วยเหลือ

2. การช่วยเหลือเด็กนักเรียน
หากพบว่านักเรียนอาจจะถูกกระทำความรุนแรง ครูสามารถช่วยเหลือได้ดังนี้
• สอบถามข้อมูล และ รับฟัง : ในการพูดคุยกับเด็กนักเรียน ครูควรรับฟังเด็กอย่างตั้งใจ ไม่ตัดสิน สร้างความไว้วางใจให้เด็กกล้าเล่าเรื่องราว และให้กำลังใจเด็ก
• รายงานเหตุ : หากพบว่าเด็กจะถูกกระทำความรุนแรง ตามพรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 กำหนดว่าเมื่อพบเห็นหรือทราบว่าเด็กถูกกระทำความรุนแรง ครูมีหน้าที่รายงานพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา 24* ให้ทราบโดยทันที
(*มาตรา 24 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก คือ ปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ หรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ)
• ประสานงานกับสหวิชาชีพ : หากเด็กมีความจำเป็นต้องได้รับการตรวจรักษาทันที ครูสามารถประสานงานกับสหวิชาชีพเพื่อให้เด็กได้รับการตรวจรักษาทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น แพทย์ นักจิตวิทยา ฯลฯ โดยแจ้งข้อสงสัยเบื้องต้นเพื่อให้แพทย์หรือนักจิตวิทยาได้ทำการตรวจและให้การรักษาอย่างเหมาะสม
• ดูแลเด็กนักเรียน : ในขณะที่เด็กนักเรียนอยู่ในความดูแล ครูควรดูแลเด็กให้ปลอดภัย และ ช่วยลดผลกระทบด้านจิตใจในเบื้องต้นจากการประสบเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ เช่น รับฟัง และให้กำลังใจ ไม่กดดัน รวมถึงทำให้สังคมรอบตัวเด็ก เช่น เพื่อนในห้องเรียน หรือครูผู้สอนท่านอื่น ได้เข้าใจ และไม่ซ้ำเติมเด็ก

3. การป้องกันความรุนแรง
• สอดส่องดูแล หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงในโรงเรียน ให้รีบดำเนินการเพื่อป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุ เช่น พื้นที่จุดอับจุดเสี่ยง หรือ พื้นที่ที่อาจเกิดอันตรายต่อเด็ก , บุคคลที่อาจก่ออันตรายต่อเด็ก
• สร้างบรรยากาศการเรียนการสอนที่เป็นเชิงบวก ทั้งระหว่างครู กับเด็กนักเรียน โดยการปฏิบัติต่อเด็กด้วยวิธีเชิงบวก ไม่ใช้ความรุนแรง , ระหว่างเด็กนักเรียนด้วยกัน โดยการทำให้เด็กนักเรียนช่วยเหลือดูแลกัน เช่น เพื่อนช่วยเพื่อน พี่ช่วยน้อง
• ส่งเสริมความรู้และทักษะให้กับนักเรียนในการป้องกันความรุนแรง รวมถึงการขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง
• เป็นที่พึ่ง และ เป็นที่ปรึกษาให้กับนักเรียนเมื่อนักเรียนมีปัญหา

ครูไม่ได้เป็นเพียงผู้สอนหนังสือเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้เฝ้าดูแล ปกป้อง และคุ้มครองเด็กด้วยหัวใจ เพราะทุกการสังเกต ทุกการรับฟัง และทุกการช่วยเหลือของครู คือพลังสำคัญที่ทำให้เด็กเติบโตอย่างปลอดภัย ปกป้องด้วยหัวใจ เด็กปลอดภัยด้วยคุณครู

#ครูคุ้มครองเด็ก
#โรงเรียนคุ้มครองเด็ก
#ปกป้องเด็กด้วยหัวใจเด็กปลอดภัยด้วยคุณครู
#45ปีมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก

12 มิถุนายนวันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กสากลองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) กำหนดให้วันที่ 12 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันต่อต...
12/06/2026

12 มิถุนายน
วันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กสากล

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)
กำหนดให้วันที่ 12 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กสากล เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาการใช้แรงงานเด็ก และรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปกป้องเด็กจากการถูกแสวงหาประโยชน์ด้านแรงงาน เด็กทุกคนควรได้รับสิทธิในการศึกษา การพัฒนา และการเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพื่อก้าวสู่อนาคตที่มีคุณภาพ

หนังสือภาพ'สำเริง' ถ่ายทอดจากชีวิตจริงของ สำเริง พึ่งลาด เด็กหนุ่มจากหมู่บ้านหนองเสนิง จังหวัดสุรินทร์ ที่หวังหลุดพ้นจากความยากจนด้วยการเข้ามาทำงานโรงงานในกรุงเทพฯ แต่กลับต้องเผชิญการถูกบังคับใช้แรงงานอย่างทารุณ ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของเด็กชนบทจำนวนมากที่ดิ้นรนเข้ามาแสวงหาอนาคตในเมืองใหญ่ ทว่าแทนที่จะได้รับโอกาสที่ดี กลับตกเป็นเหยื่อการเอารัดเอาเปรียบอย่างร้ายแรง แม้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานหลายฝ่ายพยายามช่วยเหลือ แต่ก็ยังน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนแรงงานเด็กที่เกิดขึ้นในสังคม
https://www.thaichildrights.org/multimedia/cartoon-child-labor/

#วันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กสากล

สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาน...
12/06/2026

สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า กรรมการ และพนักงาน
มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก

“เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นมาต้องอาศัยคนทั้งชุมชนในการเลี้ยงดู”นอกจากครอบครัวแล้ว โรงเรียนและชุมชนล้วนมีบทบาทสำคัญในการส่งเสร...
11/06/2026

“เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นมาต้องอาศัยคนทั้งชุมชนในการเลี้ยงดู”

นอกจากครอบครัวแล้ว โรงเรียนและชุมชนล้วนมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม พัฒนา และคุ้มครองเด็ก เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับสิทธิตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กอย่างแท้จริง

แล้วคุณครูและผู้ใหญ่รอบตัวเด็กจะมีส่วนช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยและสนับสนุนการเติบโตของเด็กได้อย่างไร?

ขอเชิญคุณครูและผู้สนใจร่วมเรียนรู้ใน “หลักสูตรสิทธิเด็กและการคุ้มครองเด็กออนไลน์” เพื่อเสริมความเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลเด็กให้เติบโตอย่างปลอดภัย มีคุณภาพ และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเหมาะสม

เรียนได้ที่: https://e-learning.thaichildrights.org/
#การคุ้มครองเด็กหน้าที่ของเราทุกคน
#45ปีมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก

10/06/2026
เมื่อบ้าน ไม่ใช่วิมาน สำหรับเด็ก และคนใกล้ตัว คือ...ผู้ร้ายทางเพศ.. ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ร่วมแลกเปลี่...
09/06/2026

เมื่อบ้าน ไม่ใช่วิมาน สำหรับเด็ก และคนใกล้ตัว คือ...ผู้ร้ายทางเพศ..

ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ร่วมแลกเปลี่ยนการทำงานเพื่อช่วยเหลือคุ้มครองเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ (นาทีที่ 26:17-36:29)
-การทำงานที่ไม่ใช่แค่การช่วยเหลือให้เด็กปลอดภัย แต่ยังต้องบำบัดฟื้นฟูเด็ก เพราะเด็กได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำงานส่งเสริมพัฒนาครอบครัว ทำงานกับบุคคลที่อยู่แวดล้อมเด็ก และสิ่งสำคัญคือการทำงานป้องกัน
-กระบวนการทำงานช่วยเหลือคุ้มครองเด็ก ต้องทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพในทุกขั้นตอน
-ครู เป็นอีกบุคคลสำคัญที่มีส่วนช่วยเหลือเด็ก เมื่อพบเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเด็ก ครูจะเป็นผู้แจ้งเหตุขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานต่างๆ การทำงานเพื่อสนับสนุนให้ครูเข้าใจ จับสัญญาณเป็น รู้วิธีการคุ้มครองเด็กจะช่วยให้ครูเป็น "ครูคุ้มครองเด็ก" ที่ดูแล ช่วยเหลือเด็กได้อย่างทันท่วงที

-การแจ้งขอความช่วยเหลือ เราสอนเด็กให้รู้วิธีดูแลป้องกันตนเอง ประเมินความเสี่ยงเป็น และรู้วิธีขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ หากไม่มีใครเชื่อ ไม่มีใครพร้อมจะช่วย อย่าหยุด! ให้แจ้ง/บอกผู้ใหญ่คนอื่นต่อไปจนกว่าจะได้รับการช่วยเหลือ
-เด็กสามารถขอความช่วยเหลือ/แจ้งเหตุ ไปที่ สายด่วนมูลนิธิสายเด็ก โทร.1387 / สายด่วน พม. โทร.1300 / หรือติดต่อมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก

https://www.youtube.com/watch?v=k9DOPMbvTt4

ขอบคุณ Big Story เรื่องใหญ่ Thai PBS ที่นำเสนอประเด็นทางสังคมให้คนรู้และเข้าใจ พร้อมช่วยกันดูแลปกป้องเด็กให้ปลอดภัยจากความรุนแรงทุกรูปแบบ

ความรุนแรงต่อเด็กส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ สุขภาพกาย สุขภาพจิต และความเครียดในระยะยาว การสร้าง "ปัจจัยป้องกัน" ตั้งแต่วัยเด็...
09/06/2026

ความรุนแรงต่อเด็กส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ สุขภาพกาย สุขภาพจิต และความเครียดในระยะยาว
การสร้าง "ปัจจัยป้องกัน" ตั้งแต่วัยเด็กจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมั่นคงและมีภูมิคุ้มกันต่อปัญหาชีวิต
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยปกป้องเด็ก ได้แก่
• ตัวเด็ก ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรัก ความเอาใจใส่ ตอบสนองความต้องการอย่างเหมาะสม และไม่ใช้ความรุนแรง ทำให้รู้สึกปลอดภัยและพัฒนาทักษะทางอารมณ์ได้ดี
• ครอบครัว มีความสัมพันธ์ที่อบอุ่น ใช้วินัยเชิงบวก สื่อสารด้วยความเข้าใจ และสร้างบรรยากาศที่ปราศจากความรุนแรง
• โรงเรียนและสังคม เป็นพื้นที่ปลอดภัย ส่งเสริมการแก้ปัญหาด้วยการพูดคุยและความเห็นอกเห็นใจ สนับสนุนการเรียนรู้ของพ่อแม่ สร้างความรู้เรื่องผลกระทบของความรุนแรง และมีกฎหมายที่คุ้มครองเด็กอย่างจริงจัง
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้ใหญ่ทุกคนต้องร่วมกันปฏิเสธการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก ลดการตีและการลงโทษที่ทำร้ายร่างกาย เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข มีสุขภาพจิตที่ดี และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในอนาคต

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thaichildrights.org/articles/infographic-improving-safety-measures-against-children-violence/

ที่อยู่

979 ซอยจรัญสนิทวงศ์12 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10600

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6624121196

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก:

แชร์