19/06/2026
"โลกนี้ยังมีผู้ใหญ่ที่ดี อยู่นะ" : เมื่อเด็กถูกรังแก
เด็กหลายคนที่ถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้เงียบเพราะเขาเข้มแข็ง แต่เงียบ เพราะเขาหมดหวัง
หลายคนเคยพยายามบอกแล้ว
บอกเพื่อน แต่เพื่อนช่วยอะไรไม่ได้
บอกครู แต่ได้รับคำตอบว่า "เดี๋ยวก็ดีกัน"
บอกผู้ปกครอง แต่กลับถูกมองว่าอ่อนไหวเกินไป หรือถูกบอกให้ "อดทนไว้"
เมื่อการขอความช่วยเหลือไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไร เด็กจึงค่อยๆ เรียนรู้ว่า การพูดออกไปไม่มีประโยชน์
ในทางจิตวิทยา ภาวะนี้เรียกว่า Learned Helplessness หรือการเรียนรู้ว่าตัวเองไร้อำนาจ เมื่อเผชิญความทุกข์ซ้ำๆ จนเชื่อว่าต่อให้พยายามอย่างไรก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
เด็กจึงเลือกเงียบ ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้ใครช่วย แต่เพราะไม่เชื่อว่าจะมีใครช่วยได้จริง
ความรุนแรงที่เด็กเผชิญในวันนี้ ไม่ได้มีเพียงการล้อเลียน ผลัก ตี ด่าทอ หรือกีดกันในโรงเรียนอีกต่อไป
แต่มันขยายเข้าไปอยู่ในโทรศัพท์มือถือและสื่อสังคมออนไลน์
การโพสต์ประจาน การตัดต่อภาพ การสร้างข่าวลือ การคอมเมนต์เหยียดหยาม การตั้งกลุ่มลับเพื่อแกล้งเพื่อน หรือการแชร์ข้อความซ้ำๆ เพื่อสร้างความอับอาย ล้วนเป็นการรังแกในโลกออนไลน์ หรือ Cyberbullying
ความแตกต่างของการรังแกออนไลน์ คือมันไม่จบเมื่อเลิกเรียน
เด็กกลับถึงบ้าน แต่ข้อความยังเด้งเข้ามา
ปิดห้องนอน แต่ภาพของตัวเองยังถูกแชร์ต่อ
ลบโพสต์หนึ่งไป แต่อีกหลายสิบคนอาจบันทึกหน้าจอไว้แล้ว
โลกออนไลน์ทำให้ความรุนแรงติดตามเด็กไปได้ทุกที่ และเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเด็กจำนวนไม่น้อยจึงรู้สึกว่า "ไม่มีที่ปลอดภัย"
ข้อมูลจากหลายการศึกษาพบว่า เด็กที่เผชิญการรังแกทั้งในโรงเรียนและในโลกออนไลน์ มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล การทำร้ายตนเอง และการคิดฆ่าตัวตายสูงกว่าเด็กทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ เพราะความรุนแรงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยมีผู้ชมจำนวนมาก
สิ่งที่น่าเศร้ายิ่งกว่าการถูกกลั่นแกล้ง คือการที่เด็กเชื่อว่า "ไม่มีใครอยู่ข้างฉัน"
ด้วยเหตุนี้ เมื่อมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ลงพื้นที่จัดกิจกรรมเสริมทักษะป้องกันภัยให้กับเด็ก จึงเน้นย้ำเด็กๆ เสมอว่า หากพบเหตุความรุนแรงใดๆ ในชีวิต ให้ "ขอความช่วยเหลือ" จากผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ทันที
หากผู้ใหญ่คนแรกไม่ช่วย จงบอกผู้ใหญ่คนที่สอง
หากคนที่สองไม่เชื่อ ก็จงบอกคนที่สาม และบอกต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีใครสักคนรับฟังและลงมือช่วยเหลือ
เพราะการที่ผู้ใหญ่คนหนึ่งไม่รับฟัง ไม่ได้หมายความว่าผู้ใหญ่ทุกคนจะเพิกเฉย
โลกนี้ยังมีครูที่พร้อมปกป้องเด็ก ยังมีผู้ปกครองที่พร้อมรับฟัง ยังมีญาติ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และผู้ใหญ่ใจดีอีกมากมาย ที่พร้อมจะเชื่อในคำพูดของเด็ก และยืนเคียงข้างเขา
ในขณะเดียวกัน ผู้ใหญ่ทุกคนก็มีหน้าที่สำคัญเช่นกัน
เมื่อเด็กกล้ามาเล่าว่ากำลังถูกกลั่นแกล้ง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในห้องเรียนหรือบนหน้าจอโทรศัพท์ สิ่งแรกที่เด็กต้องการไม่ใช่การตำหนิ ไม่ใช่การตั้งคำถามว่า "ทำไมไม่สู้" หรือ "ทำไมไม่บล็อกเขา"
แต่คือการได้ยินคำว่า "ครูเชื่อหนู" "พ่อแม่เชื่อหนู" "เดี๋ยวเราจะช่วยกันหาทางแก้ปัญหานี้"
เพราะเพียงคำพูดสั้นๆ เหล่านี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กคนหนึ่งกลับมาเชื่อมั่นในโลกอีกครั้ง
และสำหรับเด็กทุกคนที่กำลังเผชิญความรุนแรง ไม่ว่าจะในโรงเรียนหรือบนโลกออนไลน์ อยากให้รู้ไว้ว่า
โลกนี้ยังมีผู้ใหญ่ที่ดี อยู่นะ
หากวันนี้ยังไม่เจอ ก็อย่าเพิ่งหยุดบอก จงบอกต่อไป จนกว่าจะเจอผู้ใหญ่คนนั้น
เพราะไม่มีเด็กคนไหนควรถูกปล่อยให้ต่อสู้กับความรุนแรงเพียงลำพัง และไม่มีเสียงขอความช่วยเหลือของเด็กคนใด ควรถูกปล่อยให้เงียบหายไป
ถ้าเด็กคนหนึ่งกำลังถูกกลั่นแกล้ง จงเป็นผู้ใหญ่ที่รับฟังเขา
"โลกนี้ยังมีผู้ใหญ่ที่ดีอยู่นะ และผู้ใหญ่คนนั้น อาจเป็นคุณ"
ขอบคุณคำคมดีๆ จากซีรีย์ Teach you a lesson