ปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ

ปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ, องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม, ถนนอรุณอมรินทร์, Bangkok.
(1)

มูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ จดทะเบียน เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ โดยมีพระไพศาล วิสาโล เป็นประธานกรรมการ ภารกิจหลักคือการขับเคลื่อนสังคมให้ทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้ เพื่อสร้างถิ่นรมณีย์ ให้เกิดความร่มเย็น รวมทั้งสร้างความสงบเย็นด้วยธรรมะ หรือ”รมณีย์ที่ใจ” มูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ ได้รับการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

โดยมีพระพรหมพัชรญาณมุนี (พระอาจารย์ชยสาโร) เป็นประธาน

ที่ปรึกษา และพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล เป็นประธานกรรมการ

มีองค์กรภาคีที่ร่วมกันก่อตั้งมูลนิธินี้หลายองค์กร อาทิเช่น วัดป่าสุคะโต วัดป่ามหาวัน มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ มูลนิธิเด็ก มูลนิธิวนเกษตรผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม มูลนิธิพระไตรปิฎกเพื่อประชาชน กลุ่มบิ๊กทรี (มูลนิธิรักษ์ไม้ใหญ่) และเครือข่ายอัสสัมชัญ

วัตถุประสงค์หลักของมูลนิธิคือ การสร้างเสริมค่านิยมทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้ สร้างป่า และรณรงค์ส่งเสริมให้มีการปลูกต้นไม้กันมากๆ ทั้งในที่ดินของตนเอง วัดและที่สาธารณะใกล้บ้าน ทั้งในเมืองและชนบท ตลอดจนพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม โดยมีการดูแลต่อเนื่องจนต้นไม้เติบใหญ่ เพื่อสร้างป่า สร้างถิ่นรมณีย์ และพื้นที่สีเขียวให้กระจายไปทั่วประเทศ

ท่านสามารถร่วมสนับสนุนงานของมูลนิธิได้ที่ กองทุนเจ้าภาพต้นไม้ สร้างถิ่นรมณีย์ (ชื่อบัญชี มูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ) ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 264-284369-6 เงินบริจาคของท่านจะถูกนำไปจัดหากล้าไม้ ตลอดจนระบบบริหารจัดการน้ำ เพื่อช่วยให้ต้นไม้เติบใหญ่ สร้างถิ่นรมณีย์ที่ยั่งยืนสืบต่อไป

วันแม่ปีนี้ ดอกมะลิราคาแรงจนหลายคนถอนหายใจ  ลองเปลี่ยนมามอบ "ต้นไม้ดอกหอมสีขาว" กันดีกว่า นอกจากจะหอมชื่นใจ เป็นสัญลักษณ...
10/08/2026

วันแม่ปีนี้ ดอกมะลิราคาแรงจนหลายคนถอนหายใจ ลองเปลี่ยนมามอบ "ต้นไม้ดอกหอมสีขาว" กันดีกว่า นอกจากจะหอมชื่นใจ เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่บริสุทธิ์แล้ว ยังสามารถปลูกในกระถางได้ ดูแลง่าย และอยู่คู่บ้านให้คุณแม่ได้ชื่นชมไปอีกนานเลยล่ะ🥰
🌸พุดซ้อน (Cape Jasmine) ดอกสวยซ้อน หอมละมุน ชื่นใจ
ดอกสีขาวซ้อนกันสวยงามคล้ายดอกกุหลาบ กลิ่นหอมละมุน ไม่ฉุนจนเกินไป ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ปลูกในกระถางได้สบายๆ
ความหมาย: สื่อถึงความเจริญ มั่นคง และบริสุทธิ์

🌸แก้ว (Orange Jessamine) หอมฟุ้งไกล ทนแดด ทนฝน
ดอกเล็กๆ สีขาวออกเป็นช่อ กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น เป็นไม้พุ่มที่ทนทาน ปลูกง่าย โตไว เหมาะสำหรับคุณแม่ที่อาจจะไม่มีเวลาดูแลมากนัก
ความหมาย: สื่อถึงความดีงาม ความใสสะอาด และความมีคุณค่า

🌸 โมก (Water Jasmine) หอมเย็นๆ ชวนผ่อนคลาย
ดอกโมกมีกลิ่นหอมเย็นๆ ยิ่งช่วงเย็นและค่ำจะยิ่งหอม ปลูกเป็นไม้กระถางประดับระเบียง หรือปลูกเป็นแนวรั้วก็สวยงาม ทนร่มได้ดี เหมาะกับบ้านที่แสงแดดอาจจะไม่จัดมาก
ความหมาย: สื่อถึงความบริสุทธิ์ ความสุข และความสงบ

🌸 ชมนาด (Bread Flower) หอมกลิ่นข้าวใหม่ผสมใบเตย สุดคลาสสิก
ใครที่ชอบกลิ่นหอมแบบไทยๆ ต้องชอบต้นนี้ค่ะ/ครับ กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์คล้ายข้าวหุงสุกใหม่ๆ ผสมใบเตย เป็นไม้เลื้อย ถ้าปลูกในกระถางอาจจะต้องทำซุ้มหรือหาที่ให้เค้าเลื้อยสักนิด
ความหมาย: สื่อถึงความรักที่หอมหวาน และความอุดมสมบูรณ์

🌸กรรณิการ์ (Night Blooming Jasmine) หอมหวานละมุน บานกลางคืน
ดอกสีขาวเล็กๆ มีก้านสีแสด โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมหวานละมุนที่จะโชยมาในช่วงกลางคืน เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ชอบนั่งพักผ่อนรับลมเย็นๆ ที่ระเบียงบ้านในยามค่ำคืน
ความหมาย: เชื่อว่าเป็นต้นไม้แห่งสรวงสวรรค์ สื่อถึงความสุขและความสมหวัง

🌸พุดน้ำบุษย์ (Golden Gardenia) หอมไกล ดอกเปลี่ยนสีได้
ความพิเศษของพุดน้ำบุษย์คือ ดอกจะเปลี่ยนสีจากขาว เป็นเหลืองอ่อน และเหลืองเข้มตามลำดับ กลิ่นหอมแรงและหอมไกล ปลูกในกระถางได้ ดอกดก และทนแล้งได้พอสมควร
ความหมาย: สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง และความมีเสน่ห์

🌸สายหยุด (Desmos chinensis) หอมสดชื่นยามเช้า ต้อนรับวันใหม่
ดอกมีสีเหลือง แต่ขอจัดรวมอยู่ในกลุ่มดอกหอมด้วย เพราะกลิ่นหอมสดชื่นมากในตอนเช้า พอสายกลิ่นก็จะจางลงไป เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ชอบตื่นเช้ามาจิบกาแฟ ชมสวน
ความหมาย: สื่อถึงความสดใส การเริ่มต้นวันใหม่ที่ดี

อย่าลืมหากระถางสวยๆ ผูกโบว์ หรือเขียนการ์ดใบเล็กๆ แนบไปด้วย รับรองว่าถูกใจคุณแม่แน่นอนค่ะ 🪴✨

#วันแม่ #ของขวัญวันแม่ #ต้นไม้ดอกหอม #ปลูกต้นไม้สร้างถิ่นรมณีย์
#ปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ

ตั้งแต่ตื่นจนถึงเข้านอน เด็กยุคนี้ต้องเผชิญกับหน้าจอแทบจะตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือแม้แต่ตอนที่พักไปเล่น"เกมต่อสู...
09/08/2026

ตั้งแต่ตื่นจนถึงเข้านอน เด็กยุคนี้ต้องเผชิญกับหน้าจอแทบจะตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือแม้แต่ตอนที่พักไปเล่น"เกมต่อสู้" 🎮 ที่ดูเหมือนจะช่วยคลายเครียด แต่จริงๆ แล้วฉากแอ็กชันและการแข่งขันที่ต้องลุ้นตลอดเวลา กลับกระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนความเครียดและอยู่ในภาวะตื่นตัวขั้นสุด กลายเป็น "ความเครียดสะสมแบบไม่รู้ตัว" ซ่อนอยู่
การที่สมองต้องรับมือกับข้อมูลมหาศาลและการตื่นตัวผ่านหน้าจอ ทำให้เด็กๆ เกิดภาวะที่ทางจิตวิทยาเรียกว่า "ภาวะสมองล้าจากการเพ่ง" (Directed Attention Fatigue)
เวลาที่เราหรือเด็กๆ จ้องหน้าจอ สมองต้องบังคับตัวเองและใช้พลังงานมหาศาลในการ "เพ่งความสนใจ" ไปที่จุดเดียว ยิ่งเพ่งนาน สมองก็ยิ่งทำงานหนักและตึงเครียดเหมือน "เกลียวที่ถูกขันจนแน่น" ขึ้นเรื่อยๆ
แล้วเราจะ "คลายเกลียว" ความตึงเครียดนี้ ให้สมองได้พักหายใจได้ยังไง? 🤔
นักจิตวิทยาสิ่งแวดล้อม Rachel และ Stephen Kaplan ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ใน "ทฤษฎีการฟื้นฟูความสนใจ" (Attention Restoration Theory - ART) ว่า เครื่องมือคลายเกลียวสมองที่ดีที่สุด ไม่ใช่การให้ลูกไถฟีดโซเชียลหรือดูคลิปฮาๆ ใน Tiktok แต่คือ "ธรรมชาติ" ค่ะ 🌳
ทฤษฎี ART ระบุว่า ธรรมชาติมีเวทมนตร์อย่างหนึ่งที่เรียกว่า "Soft Fascination" (ความดึงดูดใจแบบนุ่มนวล) 🍃 การมองใบไม้สีเขียว ดูการเจริญเติบโตของต้นไม้ หรือมองกิ่งไม้ไหว เป็นสิ่งที่น่าดึงดูดใจ โดยที่สมองเรา "ไม่ต้องใช้ความพยายาม" ในการจดจ่อเลยแม้แต่น้อย
วินาทีที่เด็กๆ ละสายตาจากความวุ่นวายบนหน้าจอ แล้วหันไปมองต้นไม้ หรือใช้เวลาท่ามกลางพื้นที่สีเขียว อย่างสวนหลังบ้าน หรือสวนสาธารณะ ให้สมองส่วนที่เหนื่อยล้าจากการเพ่งอย่างหนักจะได้ "ปิดสวิตช์" หยุดพัก และฟื้นฟูตัวเอง เกลียวที่ตึงเปรี๊ยะจะได้รับการคลายออก ให้สมองได้กลับมาเบาสบายอีกครั้ง
วันหยุดแบบนี้ อยากให้พี่ป้าน้าอา ลองชวนเด็กๆ (และตัวคุณเองด้วย) วางจอมือถือ วางไอแพด แล้วปล่อยให้ธรรมชาติช่วย "คลายเกลียว" สมองที่เหนื่อยล้ากันนะคะ เพราะสิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่สมาธิที่เพิ่มขึ้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ "ความสุข" ของเด็กๆ ด้วยค่ะ เมื่อสมองเบาสบาย อารมณ์หงุดหงิดก็จะลดลง กลายเป็นเด็กที่อารมณ์ดี สดใส ร่าเริง และมีความสุขจากข้างในอย่างแท้จริง 💚

#ชวนทำ #คลายเกลียวสมอง
#ปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ

08/08/2026

อุทาหรณ์จากกรณีกราดยิงหมู่ : พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
แสดงธรรมเย็นวันที่ 7 สิงหาคม 2569 วัดป่าสุคะโต

เมื่อเช้าเกิดเหตุที่สะเทือนขวัญแล้วก็น่าเศร้าสลด เพราะว่ามีการกราดยิงหมู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง แถวนนทบุรี มือปืนนี่ก็เป็นเด็กอายุแค่ 14 กราดยิงครู ผู้บริหารโรงเรียน แล้วก็เจ้าหน้าที่โรงเรียน ตายไป 6 หรือ 7 คน บาดเจ็บอีก 20-30 คน

ที่ยิ่งกว่านั้นคือว่า เมื่อตำรวจไปที่บ้านพักของเด็กคนนี้ พบว่าปู่และย่าของเด็กคนนี้ก็ถูกฆ่าตาย โดยเด็กคนนี้ฆ่าปู่ย่าก่อนที่จะไปกราดยิงใครต่อใครที่โรงเรียน ส่วนเจ้าตัวก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

อันนี้ก็เลยเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจมาก มีคำถามว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร อะไรทำให้เด็กคนนี้ ซึ่งครูคนอื่นบอกว่าเป็นเด็กที่เรียบร้อย เงียบ ไม่ค่อยมีเรื่องชกต่อยวิวาทกับใคร ทำไมเด็กคนนี้กลายเป็นฆาตกรกราดยิง จนทำให้มีคนตายเกือบ 10 คน ตอนนี้ตัวเลขยังไม่นิ่ง

ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวสะเทือนขวัญที่หลายคนก็คงได้ยิน ข่าวคนที่ชื่อป๋อง ไปฆ่าพี่น้องชาวรัสเซีย ฝังลงหลุม โดยที่ก่อนหน้านั้นก็ฆ่ายกครัวไป 3 คน ในเวลาใกล้ ๆ กัน แล้วก็ฝังอยู่ในหลุมใกล้ ๆ กัน หลายคนพูดถึงฆาตกรคนนี้ ว่ามันมีสันดานชั่ว บางคนก็เรียกว่าเป็นสัตว์นรก ที่ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น

แต่กรณีของเด็กคนนี้ คงไม่มีใครที่จะสรุปหรือตัดสินว่าเขาเป็นสัตว์นรก มีสันดานชั่วร้าย เพราะเป็นเด็กที่เรียบร้อย บางคนใช้คำว่าเป็นคนดี คนดีในสายตาของคนทั่วไปก็คงหมายถึงเด็กเรียบร้อย สุภาพ ไม่มีเรื่องมีราวกับใคร ไม่เกกมะเหรกเกเร ไม่สูบบุหรี่ ไม่ชกต่อยกับใคร ไม่รีดไถไม่บูลลี่ใคร
แต่ทำไมเขาถึงทำเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญนี้ได้ นี่ยังดีที่มีการระงับเหตุอย่างรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นก็คงจะมีคนตายแล้วก็บาดเจ็บมากกว่านี้

จะว่าไปแล้ว ถ้าหากว่ามีแค่เหตุการณ์นี้แค่เหตุการณ์เดียว ก็คงจะไม่ทำให้มีคำถามมาก แต่ถ้าเราจำได้ช่วง 6 ปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นหลายครั้งมาก

ปี 63 ก็มีการกราดยิงที่เทอร์มินอล 21 ที่โคราช ในตอนออกพรรษาเลยทีเดียว ตายไป 30 คน

2 ปีต่อมา ก็มีการฆ่าหมู่ที่ศูนย์เด็ก หนองบัวลำภู ตายไป 36 คน ในจำนวนนั้นเป็นเด็ก 20 กว่าคน

1 ปีต่อมา ก็มีการกราดยิงที่พารากอน เด็กอายุ 14 ก่อเหตุ แต่คนตายไม่มากเท่าที่เกิดขึ้นกับ 2 กรณี คือตาย 3 คน แต่ก็บาดเจ็บหลายคน

แล้วนี่ก็เป็นกรณีล่าสุด

การกราดยิงจนคนตายหมู่ หรือว่าการสังหารหมู่นี่มันเกิดขึ้นค่อนข้างถี่ แล้วคนที่เป็นฆาตกร ก็ไม่ใช่เป็นคนที่เรียกว่าชั่วร้าย

กรณีเทอร์มินอล 21 ก็เป็นจ่า เป็นทหารคนหนึ่ง ส่วนกรณีหนองบัวลำภู ก็เป็นตำรวจ อาจจะมีคดีเล็กน้อย ไม่หนักหนา แต่ว่าก็อาจจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่กรณีที่พารากอน แล้วก็ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์นี่ เป็นเด็กอายุ 14 ทั้ง 2 คน แล้วก็ไม่มีวี่แววเป็นฆาตกร

อันนี้มันเหมือนกับจะบอกว่า คนที่ลงมือปลิดชีวิตคนอื่น ไม่จำเป็นต้องเป็นคนพาลสันดานหยาบก็ได้ หรือที่บางคนเรียกว่าเป็นสัตว์นรก อาจจะเป็นคนที่อยู่รอบตัวเรา เป็นนักเรียน เป็นเด็กวัยรุ่นที่ดูไม่น่ามีพิษสงอะไร

แต่ว่าถ้าเราย้อนกลับไปดูคดีฆาตกรรมอีกมากมายหลายคดี ก็จะพบว่า ผู้ร้ายหรือฆาตกรนี่ หลายกรณีก็เป็นคนที่เรียบร้อย บางคนเป็นหมอ พูดจาสุภาพ ใจดี นุ่มนวล แต่สุดท้ายก็ลงมือฆ่าหั่นศพเมีย

บางคนก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดัง รักเมียมาก หวงเมีย แต่อยู่มาวันดีคืนดีก็เอาร่มในถุงกอล์ฟ กระหน่ำฟาดเมียจนตาย

ฉะนั้น คนเหล่านี้จะว่าไปก็ไม่ต่างจากคนที่อยู่รอบตัวเรา หรือตัวเราด้วยซ้ำ แต่ว่าวันดีคืนดีก็กลายเป็นฆาตกรไปเสียแล้ว ซึ่งถ้าเรามองให้ดี มันก็เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่า เราเอง หรือคนที่เป็นเพื่อนเรา ใครจะไปรู้วันหนึ่งอาจจะกลายเป็นฆาตกรก็ได้

อาจจะเพราะความโกรธ ความเกลียด หรือความเคียดแค้น ที่สะสม หรือว่าถูกกระทบ มันเป็นสิ่งที่เตือนใจเราว่า คนที่ดูเหมือนดี แต่ว่าวันดีคืนดีก็จะกลายเป็นอีกคนหนึ่งไปก็ได้

เรื่องนี้ก็ยังไม่มีบทสรุป เพราะว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิด และเจ้าตัวก็เสียชีวิตไปแล้ว แต่จากข้อมูลที่มี ก็พอจะเตือนใจเราได้ นอกจากที่เราอยากจะรู้ หรือว่าอยากจะแคะไค้ ว่าความจริงมันเป็นอย่างไร แต่อย่าให้เป็นเรื่องของคนอื่นอย่างเดียว ให้มันเป็นเรื่องของเราด้วย

ในแง่ที่เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่า เรานี้ ถึงแม้จะเป็นคนที่อาจจะคิดว่าตัวเองเป็นคนดี เป็นผู้ใฝ่ธรรม แต่ถ้าเราไม่ระวัง เราก็อาจจะกลายเป็นฆาตกรได้ วันดีคืนดีก็อาจจะบ้าคลั่ง กลายเป็นฆาตกรสังหารหมู่ กราดยิงหมู่ หรือไม่เช่นนั้นก็อาจจะทำร้ายคนใกล้ตัวจนตาย

อย่างที่เคยเล่า บางคนก็เป็นผู้ใฝ่ธรรม เป็นคนที่ให้เสียงสารคดี รายการธรรมะ แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการฆ่าลูกตาย แล้วก็ยิงตัวตาย บางคนก็ฆ่าพ่อ

พวกนี้จะว่าไปแล้ว ก็เป็นคนธรรมดา ๆ ไม่ต่างจากเราแต่ละคน แต่แล้วเขาทำเหตุการณ์ที่รุนแรงอย่างนั้นได้อย่างไร ก็เพราะความโกรธ ความเกลียด ความลืมตัว แต่ว่าในกรณีของเด็ก 14 ที่กราดยิงหมู่ครูและเพื่อน จนหลายคนตายนี้ เรายังไม่รู้ว่าเพราะอะไร

แต่ว่ามันก็มีคนที่เขาศึกษาเหตุการณ์กราดยิงหมู่ที่เกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในประเทศอเมริกา เคยมีคนศึกษาเหตุการณ์ยิงหมู่ ในช่วง 30 ปี ตั้งแต่ปี 1990 มีกราดยิงหมู่เยอะมาก เกือบ 200 กรณี ที่จริงคงจะมีมากกว่านั้น แต่ที่เขาศึกษาเฉพาะ 200 กรณี

เขาพบว่าคนที่เป็นฆาตกรหรือมือปืน แทบทั้งหมดเป็นผู้ที่เจอเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือถูกบีบคั้น อาจจะถูกพ่อแม่ใช้ความรุนแรงตั้งแต่เล็กจนถึงวัยรุ่น หรืออาจจะเกิดการบีบคั้นจากคนรอบข้าง หรืออาจจะเกิดความสูญเสียที่ทำให้เกิดความสะเทือนใจขึ้นมา

และประการที่ 2 คือ คนเหล่านั้นมาถึงจุดที่เรียกว่า จุดต่ำสุด บางคนอาจเรียกว่าจุดสูงสุดของวิกฤต ก็คือว่า วิกฤตมันพุ่งสูง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตของชีวิต ของการทำงาน ของครอบครัว หรือการเรียน หรือความสัมพันธ์กับเพื่อน

วิกฤตมันพุ่งจุดสูงสุด หรือจะพูดอีกอย่างหนึ่งคือ ชีวิตมันต่ำสุด คือถ้าเจอเหตุการณ์สะเทือนขวัญสะสมมาในวัยเด็ก แต่ว่าชีวิตมันไม่ถึงจุดต่ำสุด ก็คงจะไม่เกิดอาการคลุ้มคลั่งขนาดนั้น

ประการที่ 3 คือ คนเหล่านี้เขาเคยได้ยินได้ฟัง เคยติดตาม เรียนรู้ การกราดยิงหมู่ ก่อนหน้านี้มาแล้ว จะพูดว่าเกิดเป็นพฤติกรรมเลียนแบบก็ได้

กรณีของเด็กไทยคนนี้ ตำรวจไปที่บ้านพบว่า เขามีการดูคลิปวิดีโอ หรือเปิดคลิปวิดีโอที่เกี่ยวกับเหตุการณ์สังหารหมู่มา ก่อนหน้านี้หลายกรณี ก็อาจจะเกิดการเลียนแบบก็ได้ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่พูดถึงกันมากว่า ที่กราดยิงหมู่ ก็เลียนแบบเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ แล้วยิ่งคนเหล่านี้เขามีโอกาสที่จะเข้าถึงอาวุธ ก็ยิ่งทำให้เกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ได้

อย่างเช่นเด็กคนนี้ ได้ปืนมาจากปู่ ปู่เป็นเจ้าของปืน ส่วนเหตุการณ์ที่เทอร์มินอล 21 ทหารนี่ ก็รู้อยู่แล้วว่า เขาได้ปืนมาจากไหน สามารถจะเอาปืนจากคลังอาวุธก็ได้ ส่วนกรณีศูนย์เด็กที่หนองบัวลำภู ก็เป็นตำรวจ แล้วรายนี้ไม่ได้ใช้ปืน ใช้มีด แทงเด็กตาย

แต่ทั้งหมดนี้ก็มีองค์ประกอบร่วมกันอย่างหนึ่งคือ เกิดความกดดัน
ซึ่งเราก็ต้องรู้ต่อไปว่า เด็กคนนี้ถูกกดดันอะไรบ้าง ก็มีข่าวว่า เด็กคนนี้ถูกบูลลี่ ถูกเพื่อนร่วมห้องแกล้ง คนแล้วคนเล่าก็แกล้ง เด็กไม่รู้จะทำอย่างไร ก็บอกครู ครูก็ไม่สนใจ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เขาว่ากัน

ตอนนี้มันยังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุป แต่ก็สังเกตว่า มันมีหลายเพจ หลายคนมาก ที่พากันแสดงความเห็น แล้วก็พยายามไล่ล่าหาข้อมูล แล้วก็แข่งกันนำเสนอข้อมูล มีการพาดหัวให้น่าสนใจ

เราก็เห็นพฤติกรรมอย่างนี้เกิดขึ้นตามสื่อโซเชียลมีเดีย เวลาเกิดเหตุการณ์แบบที่สะเทือนขวัญนี่ สื่อต่าง ๆ หรือว่าสื่อโซเชียลมีเดีย ก็เหมือนกับฉวยโอกาส หรือถือโอกาส ดึงยอดไลก์ เพิ่มยอดเอนเกจ ด้วยการพยายามเสนอข้อมูล ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถูกแค่ไหน แต่ว่าเสนอไว้ก่อน เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ติดตาม

แล้วบางทีก็มีการแสดงความเห็น ซึ่งจะว่าไปแล้ว มันก็ยังเป็นการด่วนสรุป ก่อนที่จะสรุปหรือหาคำตอบอะไรคงต้องตั้งคำถามกันเยอะ ๆ ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

และที่สำคัญคือ จะต้องคำนึงถึงความรู้สึกของผู้สูญเสีย ตอนนี้ถ้าคิดถึงแต่ว่าจะเพิ่มยอดไลก์จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี่ มันก็ดูจะเห็นแก่ตัวไปหน่อย สิ่งที่ควรนึกถึงคือ ผู้สูญเสีย ความรู้สึกของผู้สูญเสีย ความรู้สึกของญาติของผู้ตาย

การแสดงความเห็น การโพสต์อะไรก็ตาม จะต้องคำนึงถึงความรู้สึกของผู้สูญเสีย บางอย่างเขียนไปแล้ว พูดไปแล้ว โพสต์ไปแล้ว อาจจะทำให้มีคอมเมนต์มากขึ้น มียอดไลก์มากขึ้น แต่มันอาจทำร้ายจิตใจ หรือซ้ำเติมผู้สูญเสียก็ได้ ในยามนี้สิ่งที่ต้องคำนึงมากกว่าก็คือ ไม่ไปซ้ำเติมผู้สูญเสีย

ดังนั้นการที่จะด่วนสรุป ด่วนพูด ด่วนแสดงความเห็นอะไร ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ก่อน มากกว่าที่จะทำให้ตัวเองเป็นที่สนใจ หรือได้รับการยอมรับ เด่นดัง หรือว่าเข้าหาแสง

แต่สำหรับพวกเรา นอกจากการระมัดระวังเรื่องการแสดงความเห็นแล้ว สิ่งหนึ่งก็เอามาเป็นเครื่องเตือนใจได้ คือ ครูที่เสียชีวิตไป เชื่อว่าคงไม่มีสักคนเลย ที่ตอนออกจากบ้าน เขาจะรู้ว่าเขาจะไม่ได้กลับบ้าน จะไม่ได้กลับมาเจอสามี ไม่ได้กลับมาเจอลูก เพราะเขาไม่ได้ไปศึกสงครามที่ไหน เขาไปโรงเรียน ไปทำหน้าที่ ไม่มีใครรู้ ว่าไปแล้วจะไม่ได้กลับ

อันนี้มันก็เตือนใจเราได้เหมือนกันว่า ความตายนี่มันจะมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ก็เหมือนกับคนที่ขึ้นรถไปทำงาน ขึ้นรถเมล์ แล้วบังเอิญรถเมล์มันเกิดไปติดอยู่ที่สี่แยกแถวอโศก-มักกะสัน วันนั้นก็ปรากฏว่า รถไฟไม่หยุด ไม่ชะลอ มันก็ชนรถเมล์ ติดแอร์เสียด้วย คนที่อยู่บนรถเมล์ก็ตาย หลายคนก็ไม่คิดว่าออกจากบ้านไปแล้วจะไม่ได้กลับ

ชีวิตนี่มันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้

แต่ก็มีครูคนหนึ่ง ก่อนจะออกจากบ้าน แกก็กอดสามี แล้วร่ำลา บอกว่าไปก่อน อย่างน้อยก็ยังจากกันด้วยดี ดีกว่าทะเลาะกัน ซึ่งถ้าเกิดว่ามีคนที่ทะเลาะกับคู่รัก แล้วคู่รักไปโรงเรียนแล้วไม่กลับนี่ ก็คงจะเสียใจมาก

อย่างน้อย แม้จะจากกัน คำพูดสุดท้ายก็ควรเป็นคำพูดที่ไม่ได้สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้แก่กันและกัน

คนเราถ้าจะจากกัน ก็ควรจะจากกันแบบนี้ ถึงแม้เราไม่รู้ว่าจะจากกันหรือเปล่า หรือว่าจากกันแล้วจะได้กลับมาไหม แต่อย่างน้อย ก่อนที่จะจากกัน ก็ควรจะจากกันด้วยความรู้สึกที่ดี ๆ ไม่ว่าจะเป็นสามี ไม่ว่าจะเป็นภรรยา ไม่ว่าจะเป็นลูก เป็นพ่อ

นั่นก็หมายความว่า ก่อนที่เราจะจากกัน ก็เผื่อใจไว้หน่อย ว่าอาจจะไม่ได้เจอกันอีก ดังนั้นก็ให้เราทำดีต่อกัน จากกันด้วยดี หรือปฏิบัติต่อกันด้วยดี เสมือนว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของเรา

แล้วเรื่องนี้ก็เตือนใจได้อีกอย่างหนึ่งว่า เด็กที่ดูไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร วันหนึ่งก็กลายเป็นฆาตกรกราดยิง สังหารหมู่ได้ เราเองก็อย่าประมาท วันดีคืนดีเราก็อาจจะทำอย่างนั้นก็ได้ เพราะเวลามีเหตุบีบคั้น มีเรื่องสะเทือนใจ มีอะไรสะสม หรือชีวิตเรามันตกอยู่ในช่วงต่ำสุดของชีวิต ตอนนั้นเราก็กลายเป็นอีกคนหนึ่งไปแล้ว

คนเรานี่มันพร้อมจะกลายเป็นอีกคนหนึ่งได้เสมอ เมื่อมีอะไรมากระทบ หรือเมื่อเจอแรงบีบคั้น ถ้าไม่ทำร้ายคนอื่น ก็ทำร้ายตัวเอง ถึงแม้จะเป็นนักปฏิบัติธรรม ถึงแม้จะเป็นคนที่ใฝ่ธรรม แต่เราสามารถจะกลายเป็นอีกคนหนึ่งได้เสมอ ถ้าหากว่าเราไม่ระวังจิตระวังใจของตัวเอง

เวลาเราดูข่าวพวกนี้ เราก็เอามาใช้เตือนใจ หรือมาเป็นอุทาหรณ์สอนใจเรา ควบคู่ไปกับการตั้งคำถามว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และทำอย่างไรถึงจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกกับบ้านเมืองของเรา

ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เราสามารถเรียนรู้จากประเทศอื่นได้คือ บทบาทของสื่อมวลชน เพราะว่างานวิจัยของฝรั่งที่เขาศึกษาเรื่องการสังหารหมู่ เกือบ 200 กรณี เขาพบว่า มันเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ เรียนรู้จากสื่อที่ลงเหตุการณ์ มีการยิงที่โน่นที่นี่ สื่อก็ถือเป็นโอกาสที่จะขายข่าว ก็กลายเป็นแบบอย่างให้กับคนที่เขาเกิดความคิดแบบนี้ขึ้นมา

การฆ่าตัวตายก็ดี การสังหารหมู่ก็ดี จำนวนมากเกิดจากการเลียนแบบ หรือการเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แล้วรู้ได้อย่างไร ก็รู้จากการที่สื่อลงข่าวอย่างละเอียด แถมบางทีใส่สีใส่ไข่เข้าไปด้วย

แล้วบางคนก็อยากจะดัง มันก็มีประเภทที่อยากดัง อยากมีชื่อเสียง แล้วคิดว่าถ้าหากว่าทำแบบนี้แล้วสื่อจะให้ความสนใจ ก็เลยทำใหญ่เลย

อย่างเดวิด แชปแมน ซึ่งฆ่าจอห์น เลนนอน เขาบอกว่า ถ้าเขาไม่ฆ่าจอห์น เลนนอน เขาจะคงไม่ได้เป็นซัมบอดี้ ก็ยังคงเป็นโนบอดี้อยู่ แต่พอได้ฆ่าจอห์น เลนนอน เมื่อ 40 ปีที่แล้ว เขาดังเลย และเขาก็รู้ด้วยว่า ถ้าเขาฆ่าจอห์น เลนนอน เขาจะดัง เพราะสื่อก็จะตีปี๊บลงข่าว

ดังนั้น จะว่าไป สื่อนี้ก็มีส่วนที่ส่งเสริมให้หลายคนตัดสินใจเป็นฆาตกร หรือว่ากราดยิงหมู่ ไม่ว่าจะเพราะอยากดัง อยากมีชื่อเสียง อยากได้รับแสง หรือเพราะเห็นคนเขาเคยทำ แล้วเขาทำได้ เราก็อยากจะทำอย่างนั้นบ้าง หรือถ้าเราจะทำ เราก็เลียนแบบวิธีการที่เขาเคยทำสำเร็จ บางทีไม่ได้อยากดังอะไร แต่ออยากจะทำให้มันสำเร็จ ก็ต้องอาศัยประสบการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แล้วการที่สื่อลงข่าวพวกนี้ ก็ทำให้เป็นการกระตุ้น หรือหนุนให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จึงมีคนเสนอว่า เวลาเกิดข่าวแบบนี้ สื่อไม่ควรจะเปิดเผยชื่อของคนที่กระทำการ ทำก็ทำไป แต่ว่าจะไม่มีการเอ่ยชื่อ คนที่อยากดังก็เลยไม่มีโอกาสที่จะดังได้ หรือว่าไม่ต้องลงละเอียด หรือว่างดการแชร์ งดการเผยแพร่เรื่องราวแบบนี้

ซึ่งทุกวันนี้ก็เป็นเรื่องยาก เพราะเดี๋ยวนี้เราแชร์กันมากเหลือเกิน ส่วนหนึ่งเพราะเราอยากจะประกาศให้ใครรู้ว่าเราก็รู้เรื่องนี้เหมือนกัน หรืออาจจะแชร์ด้วยความเป็นห่วง แต่บางทีเราไม่รู้ว่า สิ่งที่เราทำ แม้จะปรารถนาดี แต่ว่ามันอาจจะเกิดผลเสียก็ได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่พึงสังวรเอาไว้...
บันทึกเสียง PhraTu / ถอดเสียง Nattha / เรียบเรียง Nok

03/08/2026

🙏บุญที่ทำงาน 24/7

👍🥰🌳
03/08/2026

👍🥰🌳

◉ NATURE: เมืองเล็ก ๆ ในควิเบครับรองอย่างเป็นทางการว่า “ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสิทธิ” มติสภาเมือง Terrasse-Vaudreuil ของแคนาดาระบุเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า ต้นไม้สมควรได้รับการคุ้มครอง รวมถึงสิทธิในการมีชีวิต เติบโตตามธรรมชาติ ความสมบูรณ์ และการฟื้นฟู
“ต้นไม้ก็เหมือนมนุษย์” Michel Bourdeau นายกเทศมนตรีของเมือง กล่าว “มันหายใจ มันมีชีวิต มันใช้น้ำ มันปกป้องเราจากทุกสิ่ง”
ระเบียบระบุไว้อย่างเป็นทางการว่าต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตและเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ ชีวิตบนโลกขึ้นอยู่กับการดำรงอยู่ของต้นไม้ และมนุษย์ต้องกระทำ ‘อย่างเป็นพี่น้องและสามัคคี’ กับต้นไม้เหล่านั้น
แต่หัวใจสำคัญของสิทธิเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าต้นไม้จะฟ้องศาลเองได้ แต่ในทุกการพัฒนาเมืองหรือการกระทำต่าง ๆ เช่น โค่น ย้าย หรือดัดแปลงต้นไม้ ต้องมีเหตุผลและผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยคำนึงถึงคุณค่าของต้นไม้ในฐานะสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่เพียงทรัพย์สินของเมือง
ความคิดริเริ่มของการรับรองนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง Des arbres et des arts (ต้นไม้และศิลปะ) กำกับโดย André Desrochers ซึ่งจุดประกายให้เกิดการถกเถียงวงกว้างถึงสถานะทางกฎหมายของต้นไม้ที่เป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่สิ่งของ
มตินี้ได้รับการรับรองอย่างเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกสภาและได้รับความนิยมจากประชาชนด้วยเช่นกัน ทำให้ Bourdeau ต้องการที่พัฒนาเมืองต่อไปในแนวทางร่วมมือกับธรรมชาติ รวมถึงเสนอต้นไม้ให้ผู้อยู่อาศัยปลูกเพิ่มเติมด้วย
“ต้นไม้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวอย่างแท้จริง” เขากล่าว “พวกมันช่วยลดเกาะความร้อนในเมือง ปรับปรุงคุณภาพอากาศ จัดการทรัพยากรน้ำอันมีค่า และปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ”
Terrasse-Vaudreuil ไม่ใช่เมืองเดียวที่ให้สิทธิกฎหมายกับธรรมชาติ ในปี 2021 แม่น้ำ Magpie ของควิกเบกได้รับสถานะบุคคลทางกฎหมายซึ่งให้สิทธิแก่แม่น้ำ 9 ประการ เช่น สิทธิในการวิวัฒนาการตามธรรมชาติ ปราศจากมลพิษ และรักษาสภาพความหลากหลายทางชีวภาพตามธรรมชาติ
“เรารู้ว่าบริษัทต่าง ๆ มีบุคลิกและสิทธิตามกฎหมาย ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้มีชีวิตอยู่” Karine Peloffy ทนายความของ Ecojustice กล่าว “ดังนั้น หากสิ่งไม่มีชีวิตสามารถมีสิทธิตามกฎหมายได้ แล้วอะไรจะทำสิ่งมีชีวิตได้รับสิทธิตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกันไม่ได้บ้าง?”
อ่านบนเว็บไซต์ที่ https://environman.co.th/terrasse-vaudreuil-tree-rights/

🙏🌳 จบลงไปแล้วอย่างสวยงามและอิ่มบุญอิ่มใจ กับมิติใหม่แห่งศรัทธาในงาน "อาสาฬหบูชา : มาเวียนเทียนแบบรักษ์โลก" เมื่อวันที่ ๒...
31/07/2026

🙏🌳 จบลงไปแล้วอย่างสวยงามและอิ่มบุญอิ่มใจ กับมิติใหม่แห่งศรัทธาในงาน "อาสาฬหบูชา : มาเวียนเทียนแบบรักษ์โลก" เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ณ วัดใหญ่ชัยมงคลวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา ✨
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นประธานในพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งได้ร่วมแจกกล้าไม้ให้กับพี่น้องประชาชนและพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมทำบุญในครั้งนี้ เพื่อนำกลับไปปลูกสร้างพื้นที่สีเขียวที่บ้านของตนเองอีกด้วย 🌱🙌
ภาพพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมกันสร้างปรากฏการณ์ "เวียนเทียนด้วยต้นไม้" จำนวน ๒,๖๑๔ ต้น แทนการใช้ดอกไม้ธูปเทียนแบบดั้งเดิม เป็นภาพที่งดงามและเปี่ยมไปด้วยความหมาย เพราะไม่เพียงแต่เป็นการรำลึกถึงวาระครบรอบ ๒,๖๑๔ ปี แห่งการแสดงปฐมเทศนาในวันอาสาฬหบูชาเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำบุญใหญ่ที่ "ดีต่อเรา และดีต่อโลก" อย่างแท้จริง 🌍💚

🌱 ต้นไม้ทั้งหมดในงานนี้ ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ป่าไม้พระนครศรีอยุธยา กรมป่าไม้ และจะถูกนำไปปลูกเพื่อพลิกฟื้นและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองมรดกโลกของเรา ซึ่งจะช่วยลดควันพิษ สู้ฝุ่น PM 2.5 และคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับชุมชนต่อไปในระยะยาว 🌬️🌳

ขออนุโมทนาบุญและขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทำบุญวิถีใหม่ในครั้งนี้ 🙏

ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายผู้ร่วมจัดงาน: อาสาจากมูลนิธิปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ, ศูนย์ป่าไม้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, วัดใหญ่ชัยมงคลวรวิหาร โครงการ Central Tham, ศูนย์การค้า Central Ayutthaya, Kantary Hotel Ayutthaya, โรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ อาสาสมัครกาชาด RCVolunteer

ขอบคุณภาพสวยๆ จากช่างภาพอาสา คุณแว่น คุณเพน และ คุณปิ่น

#เวียนเทียนด้วยต้นไม้ #อาสาฬหบูชา #กรมป่าไม้ #อยุธยา #ปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ

 #วัดสุทัศน์  บรรยากาศการเวียนเทียนด้วยต้นไม้ 🌳 ในวันอาสาฬหบูชาที่ผ่านมา ที่พุทธศาสนิกชนชาวกทม. ยังคงให้การต้อนรับอย่างอ...
31/07/2026

#วัดสุทัศน์ บรรยากาศการเวียนเทียนด้วยต้นไม้ 🌳 ในวันอาสาฬหบูชาที่ผ่านมา ที่พุทธศาสนิกชนชาวกทม. ยังคงให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเช่นเดิม เจ้าภาพต้นไม้ King's Stella Group - Global ร่วมกับเขตพระนคร กทม. ก็จัดเต็มด้วยการแจกกล้าไม้สวนครัวกว่า 500 ต้น เช่น พริก กะเพรา มะเขือเปราะ ให้ชาวกรุงได้เวียนเทียนและ นำไปปลูกเป็นอาหารปลอดภัย แถมบางต้นยังเช่นมะเขือเปราะ ยังช่วยลดฝุ่น สร้างอากาศสะอาดให้อีกด้วย

🙏สาธุกับทุกท่าน 😇 ที่มาทำบุญวิถีใหม่ สร้างบุญเพื่อต่อลมหายใจให้โลกกัน

ขอบคุณภาพจาก KSG

#ทำบุญวิถีใหม่ #เวียนเทียนด้วยต้นไม้

31/07/2026

🙏สาธุกับชาวบางคนที สมุทรสงคราม ที่มาร่วมทำบุญวิถีใหม่ #เวียนเทียนด้วยต้นไม้

ที่อยู่

ถนนอรุณอมรินทร์
Bangkok
10700

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66951639308

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ:

ทางลัด

แชร์