มูลนิธิเพื่อการฟื้นฟูพัฒนาเด็กและครอบครัว - FORDEC

มูลนิธิเพื่อการฟื้นฟูพัฒนาเด็กและครอบครัว - FORDEC Foundation For Rehabilitation & Development of Children and Family (FORDEC)
Web: http://www.fordectha

Founded in 1998 by a former street orphan, the Foundation for Rehabilitation & Development of Children and Family (FORDEC) is one of the main Thai charitable organization in the education and social development sectors. The NGO is dedicated to help, especially in Bangkok, underprivileged children and disadvantaged families regardless of race or religion. FORDEC provides material and moral support

in its center or through its different activities and programs. All this in the aim of improving the conditions of living of the needy, with integrity, dedication and love. Thanks to 9 annual programs, continuous activities in its Daycare Center (situated in Samuthprakan, Thailand) and a lot of sponsors, approximately 1400 children (from kindergarten to university) benefit from the organisation every year. Several families also benefit from FORDEC's actions in housing and development issues. As one of the biggest and most efficient national charitable organization in Thailand in the education and social development area FORDEC has been awarded several times by the Thai government and the Rockefeller Foundation. The word "Dec" in Thai means "child", so "FORDEC" means "For the sake of a child!"
The motto of the the organization is "One's Love and Concern to All distressed". Book retracing the life of Dr. Amporn Whatanavongs, CEO / Founder
https://www.amazon.com/Boy-Bamboo-Heart-Amporn-Wathanavongs/dp/1908518227

18/06/2026
18/06/2026
17/06/2026
16/06/2026

วิกฤตประชากรแฝงในตลาดแรงงานไทยกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อรายงานสถิติล่าสุดจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ชี้ให้เห็นถึงยอดรวมเด็กและเยาวชนไทยอายุระหว่าง 3 ถึง 18 ปี ที่ไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบการศึกษาเลย มีจำนวนสูงถึง 1,020,000 คน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงอย่างน่าตระหนกท่ามกลางโครงสร้างประชากรที่มีอัตราการเกิดใหม่ต่ำกว่า 500,000 คนต่อปีในปัจจุบัน ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงปัญหาการขาดโอกาสทางการศึกษาในระดับบุคคล แต่คือความล้มเหลวเชิงระบบที่กำลังตัดลอนทุนมนุษย์ของประเทศไปเกือบ 1 ใน 5 ของประชากรวัยเรียนทั้งหมดอย่างถาวร
ความเข้าใจผิดทั่วไปมักเชื่อว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบเกิดจากความเกียจคร้านหรือการขาดความทะเยอทะยานส่วนบุคคล ทว่าข้อมูลกลับสะท้อนความจริงที่กลับกันอย่างสิ้นเชิง โดยช่วงชั้นที่เกิดการหลุดออกจากระบบมากที่สุดคือ มัธยมศึกษาตอนต้น คิดเป็น 24.25% ของเด็กที่หลุดออกจากระบบทั้งหมด เนื่องจากช่วงวัยนี้คือรอยต่อสำคัญที่ครอบครัวกลุ่มเปราะบางต้องเผชิญกับสภาวะบีบคั้นทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ความไม่มั่นคงด้านรายได้ของผู้ปกครองซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม 42.67% ค้าขาย 12.75% และก่อสร้าง 8.27% ส่งผลให้เด็กต้องละทิ้งการศึกษาเพื่อเข้าสู่ภาคแรงงานไร้ฝีมือในการช่วยจุนเจือสภาวะการเงินของครัวเรือน อีกทั้งโครงสร้างหลักสูตรในระบบแบบเดิมที่เน้นการเรียนภาคทฤษฎีในห้องเรียนเพียงรูปแบบเดียว ไม่มีความยืดหยุ่นและไม่เอื้อต่อการสร้างรายได้ จึงกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการตัดสินใจออกจากระบบการศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พื้นที่วิกฤตที่พบตัวเลขสะสมสูงสุดกลับไม่ใช่จังหวัดห่างไกล แต่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอย่างกรุงเทพมหานครที่มีจำนวนเด็กตกหล่นสูงถึง 137,704 คน ตามด้วยจังหวัดชายแดนและเขตนิคมอุตสาหกรรมอย่าง ตาก 65,371 คน เชียงใหม่ 36,888 คน ชลบุรี 35,081 คน และสมุทรปราการ 30,772 คน สถิตินี้สะท้อนว่าเขตที่มีความต้องการแรงงานราคาถูกและมีค่าครองชีพสูง คือพื้นที่ที่มีแรงกดดันสภาวะยากจนข้ามรุ่นรุนแรงที่สุด เมื่อเยาวชนนับล้านคนหลุดออกนอกระบบด้วยวุฒิการศึกษาเพียงระดับประถมหรือมัธยมต้น พวกเขาจะถูกกักขังอยู่ในวงจรแรงงานไร้ทักษะที่มีรายได้ต่ำ และมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญปัญหาทางสังคม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การถูกกดขี่แรงงานผิดกฎหมาย การถูกล่วงละเมิดหรือเข้าสู่ธุรกิจค้าประเวณี และการเข้าสู่วงจรอาชญากรรมหรือยาเสพติด ซึ่งท้ายที่สุดจะย้อนกลับมาสร้างภาระค่าใช้จ่ายมหาศาลให้แก่รัฐในการปราบปรามและบำบัดรักษา
เมื่อเปรียบเทียบในมิติระดับภูมิภาค ยูเนสโกได้รายงานสถิติว่ มีเด็กและเยาวชนในภูมิภาคอาเซียนหลุดออกจากระบบการศึกษารวมกันกว่า 18,000,000 คน ซึ่งแม้ว่าประเทศที่กำลังพัฒนาในกลุ่มรายได้ต่ำจะมีตัวเลขในเชิงปริมาณที่สูง แต่หากพิจารณาในแง่สัดส่วนต่อประชากรวัยเรียนภายใต้โครงสร้างสังคมสูงวัยขั้นสุดยอด ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเสี่ยงเชิงโครงสร้างรุนแรงที่สุด เพราะการสูญเสียประชากรกว่า 1,020,000 คน สวนทางกับอัตราการเกิดที่ดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้อนาคตของประเทศขาดแคลนแรงงานทักษะสูงในการขับเคลื่อนนวัตกรรม และสูญเสียฐานภาษีในระบบเศรษฐกิจมหภาคไปอย่างมีนัยสำคัญ
ภาครัฐจึงได้ขับเคลื่อนมาตรการ Thailand Zero Dropout ผ่านกลไกการค้นหาและคัดกรองเชิงรุกรายบุคคล ซึ่งปัจจุบันสามารถติดตามและดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ได้แล้วมากกว่า 400,000 คน โดยเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดคือ ระบบธนาคารหน่วยกิต หรือ Credit Bank ร่วมกับการจัดการเรียนรู้ยืดหยุ่นในลักษณะ Learn to Earn ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนสามารถสะสมหน่วยกิตจากการทำงานจริงหรือการฝึกอาชีพควบคู่ไปกับการเรียน เพื่อเทียบโอนรับวุฒิการศึกษาได้ กลไกนี้ช่วยทำลายข้อจำกัดเดิมที่บังคับให้เด็กต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง ปากท้อง หรือ การศึกษา เปลี่ยนมาเป็นการสร้างความมั่นคงทางรายได้ควบคู่ไปกับการยกระดับวุฒิการศึกษา ซึ่งเป็นทางออกเดียวในการรักษาและฟื้นฟูทุนมนุษย์ของประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจในระยะยาว
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) | 2024 | รายงานสถานการณ์เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ภายใต้โครงการ Thailand Zero Dropout | เอกสารรายงานสถานการณ์และสถิติอย่างเป็นทางการ
ยูเนสโก (UNESCO) | 2025 | รายงานวิกฤตการศึกษาในภูมิภาคอาเซียนและแนวโน้มเด็กนอกระบบ | รายงานสถิติสากล
#วิกฤตการศึกษาไทย #เด็กหลุดนอกระบบ #กสศ #โครงสร้างประชากร

ที่อยู่

อ่อนนุช 64
Bangkok
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:30
อังคาร 08:00 - 16:30
พุธ 08:00 - 16:30
พฤหัสบดี 08:00 - 16:30
ศุกร์ 08:00 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6627212983

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มูลนิธิเพื่อการฟื้นฟูพัฒนาเด็กและครอบครัว - FORDECผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง มูลนิธิเพื่อการฟื้นฟูพัฒนาเด็กและครอบครัว - FORDEC:

แชร์