TIMS : สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต

TIMS : สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก TIMS : สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต, องค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGO), Borommaratchachonnanisisattaphat, Rama I Road, Wang Mai, Pathum Wan, Bangkok.

Thailand Institute for Mental Health Sustainability

สถาบันวิชาการเชิงยุทธศาสตร์ที่ประสานพลังทางสังคม เพื่อขับเคลื่อนความรู้ นวัตกรรม และนโยบายสาธารณะ เพื่อสุขภาวะทางจิตอย่างยั่งยืนของสังคมไทย

🌱TIMS ชวนทำความรู้จัก Mind First Aid Mini Booklet คู่มือเล่มเล็กของนักรับฟังในวันที่ใครหลายคนดูเหมือน “ยังไหว” แต่ข้างใน...
07/07/2026

🌱TIMS ชวนทำความรู้จัก Mind First Aid Mini Booklet คู่มือเล่มเล็กของนักรับฟัง

ในวันที่ใครหลายคนดูเหมือน “ยังไหว” แต่ข้างในอาจกำลังเหนื่อย สับสน หรือแบกโลกไว้ลำพัง... การมีใครสักคนที่รับฟังอย่างตั้งใจ ไม่ตัดสิน และไม่ด่วนแก้ปัญหา อาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ใครคนนั้นกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง 💚

✨️“Mind First Aid mini booklet: คู่มือเล่มเล็กของนักรับฟัง” เป็นคู่มือขนาดกะทัดรัดที่จะชวนเราเริ่มต้นเรียนรู้ทักษะการปฐมพยาบาลใจเบื้องต้น และฝึกการรับฟังอย่างเข้าใจ เพื่อให้เราสามารถเป็น ‘นักรับฟัง’ ของคนรอบข้างในชีวิตประจำวันได้ เพราะในยามที่เผชิญเรื่องยากลำบาก... คนแรกที่อยู่ตรงนั้นอาจไม่ใช่จิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา แต่คือเพื่อนร่วมงาน เพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัว

คู่มือเล่มนี้ไม่ได้ชวนเรา “รักษา” ใคร แต่ชวนเราเรียนรู้ว่าจะอยู่ข้างใครบางคนอย่างไรให้ปลอดภัย อ่อนโยน และอยู่ในขอบเขตที่พอดีกับใจเรา

🔍 สิ่งที่จะได้เรียนรู้จากคู่มือเล่มนี้:
💟 เข้าใจระบบนิเวศทางใจ: ความทุกข์ไม่ได้เกิดลอย ๆ แต่เชื่อมโยงกับร่างกาย จิตใจ ความสัมพันธ์ และสภาพแวดล้อม
💟ทักษะสำคัญของการรับฟัง: เช่น การใช้คำถาม การสะท้อนความรู้สึก การทวนและสรุปความ การใช้ความเงียบอย่างเหมาะสม ฯลฯ
💟การจบบทสนทนาและการส่งต่อ: ขอบเขตที่ดีของการรับฟังไม่ใช่การแบกเรื่องราวของคนอื่นไว้กับตัวเราทั้งหมด แต่เป็นการช่วยประคองใครบางคนให้ไปถึงความช่วยเหลือที่เหมาะสมอย่างไม่โดดเดี่ยว เพราะบางสถานการณ์อาจเกินขอบเขตของเราในฐานะคนรับฟัง จึงจำเป็นต้องรู้จักเชื่อมต่อไปยังความช่วยเหลือที่เหมาะสม อย่างผู้เชี่ยวชาญหรือบริการสุขภาพจิตอื่น ๆ
💟การดูแลใจคนฟัง (Self-care): เรียนรู้การเช็กความพร้อมของตนเองก่อนรับฟังและการดูแลใจหลังการรับฟัง เพื่อป้องกันภาวะเหนื่อยล้าจากการเห็นอกเห็นใจ

🌈สำหรับ TIMS คู่มือเล่มนี้สะท้อนความเชื่อว่า "สุขภาพจิตที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากสังคมที่ผู้คนมองเห็นกัน ฟังกัน และไม่ปล่อยให้ใครต้องเผชิญความทุกข์ตามลำพัง"

ในวันที่โลกเต็มไปด้วยเสียงมากมาย การรับฟังอย่างแท้จริง อาจเป็นของขวัญที่เรียบง่ายและจำเป็นที่สุดที่เรามอบให้กันได้ มาร่วมเรียนรู้ที่จะ “ฟังเป็น” และอยู่ข้างกันอย่างอ่อนโยนไปด้วยกัน 🙌

🔗 ดาวน์โหลด Booklet อ่านฟรีที่: tims.psy.chula.ac.th/en/article/ฟังเป็น-ก็ช่วยประคองใจใ/

#สสส #สำนัก2 #คู่มือเล่มเล็กของนักรับฟัง #การฟังสร้างพื้นที่ปลอดภัย #ความยั่งยืนทางสุขภาพจิต

“เชื่อมคนให้ถึงใจ เพื่อสุขภาวะที่ดีของคนไทย”🌈เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพ เวลา 13.00 - 15...
26/06/2026

“เชื่อมคนให้ถึงใจ เพื่อสุขภาวะที่ดีของคนไทย”🌈

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพ เวลา 13.00 - 15.00 น. Match Group และ Tinder Thailand ร่วมกับ สำนักความรอบรู้สุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) Global Initiative on Loneliness and Connection (GILC) Sati App และ AIS ☘️ จัดงานเปิดตัวแคมเปญ “Human Connection” โครงการระดับประเทศครั้งแรก เพื่อรับมือต่อปัญหาภาวะโดดเดี่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นในสังคมไทย ผ่านการสร้างความเชื่อมต่อระหว่างผู้คนให้เกิดพื้นที่แห่งการรับฟัง สร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสุขภาพจิตที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน🫱🏼‍🫲🏽

📊 จากผลสำรวจ Human Connection โดย Match Group ร่วมกับ Ipsos ในการเก็บข้อมูลจากคนโสดชาวไทย 1,000 คนในช่วงอายุ 18-45 ปี สะท้อนประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "สถานการณ์ความเหงา" ในสังคมไทยได้ว่า
🔸85% เผชิญความเหงาอย่างน้อยบางครั้งในชีวิตประจำวัน 24% รู้สึกเหงาบ่อยครั้งไปจนถึงตลอดเวลา
🔸ความสัมพันธ์ที่มีความหมายจริง ๆ ในชีวิตกลับมีน้อย
🔸คนส่วนใหญ่เลือกหันเข้าหาโลกออนไลน์แก้เหงา แต่สุดท้ายก็ยังคงต้องการความสัมพันธ์ที่มีความหมายในชีวิตจริง
🔸ความเหงาส่งผลกระทบทั้งความเป็นอยูที่ดีทางอารมณ์ สุขภาพ ความมั่นใจ และประสิทธิภาพในการทำงาน
🔸อุปสรรคที่ทำให้เรา "เชื่อมต่อ" กับคนอื่นได้ยากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ภาระหน้าที่เบียดบังเวลา ขาดพื้นที่ทางสังคมในการพบเจอผู้คน ขาดความมั่นใจในการเข้าสังคม และการออกไปทำกิจกรรมทางสังคมมีต้นทุนที่ต้องจ่าย 💸

💡สะท้อนได้ว่า วิกฤตความโดดเดี่ยวที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตไม่ใช่เพียงเรื่องเล็กน้อย การสร้าง Human Connection ให้เกิดความสัมพันธ์ที่มีความหมาย ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วน สามารถร่วมมือช่วยกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับผู้คนได้ เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยให้ใจแข็งแรงไปด้วยกัน

⭐️ ดังนั้น เพื่อให้สังคมแห่งการเชื่อมต่อที่มีความหมายเกิดขึ้นจริง จึงนำมาสู่การเปิดตัวแคมเปญ “Human Connection” ที่พร้อมเปิดให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ หน่วยงานรัฐ องค์กรไม่แสวงหากำไร (Non-Profit) และกลุ่มคอมมูนิตี้ต่าง ๆ มาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน 4 เสาหลักในการขับเคลื่อน ดังนี้

⏰ สร้างเวลาเพื่อความสัมพันธ์: ทวงคืนเวลาชีวิต เพื่อให้ผู้คนได้มีโอกาสไปเจอหน้าและปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น
🌱 หนุนเงื่อนไขที่เอื้อต่อการเชื่อมต่อ: ปรับเปลี่ยนปัจจัยและสภาพแวดล้อมรอบตัว เพื่อให้การสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ กลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น
💬 ทลายกำแพง "ความเหงา": ชวนทำให้บทสนทนาเรื่องความเหงากลายเป็นเรื่องธรรมดาที่พูดคุยกันได้ปกติ ไม่ต้องอายหรือปิดบัง
❤️ เสริมเกราะสุขภาวะทางอารมณ์: สร้างระบบสนับสนุนทางใจที่เข้าถึงง่าย เพื่อประคับประคองผู้คนในวันที่เผชิญความโดดเดี่ยว

💟 กิจกรรมภายในงานเปิดตัวแคมเปญ Human Connection แบ่งเป็น 2 ช่วงหลัก ได้แก่ การนำเสนอผลสำรวจเรื่องความสัมพันธ์และความเหงาในประเทศไทย ต่อเนื่องด้วยเวทีเสวนา แลกเปลี่ยนพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาและแนวทางร่วมมือ เพื่อสร้างการเชื่อมต่อที่มีคุณภาพให้เกิดขึ้นในสังคม เนื่องจากความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพเป็นรากฐานสำคัญอย่างหนึ่งในการป้องกันดูแลปัญหาสุขภาพจิต

🍒 งานนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ 4 ท่าน มาร่วมกล่าวเปิดงานและทิศทางการขับเคลื่อนสังคมที่ใจเชื่อมถึงกัน ได้แก่
• Ms. Katie Peters รองประธานอาวุโสฝ่ายกิจการองค์กร Match group
• ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กรมสุขภาพจิต และผู้ร่วมก่อตั้ง TIMS
• คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS
• Mr. Edward Garcia ผู้ก่อตั้ง Global Initiative on Loneliness and Connection (GILC)

🎙ในช่วงเสวนา “ลดระยะห่าง สร้างสังคมไทยให้เข้มแข็งขึ้น” โดย
• คุณรณัสถ์ ศรีรุ่งเรืองเดชาล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด Tinder ประเทศไทย
• ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุขและกรมสุขภาพจิต
• คุณสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS
• ผศ.ดร.เจนนิเฟอร์ ชวโนวานิช กรรมการบริการและผู้ร่วมก่อตั้ง TIMS
• และคุณอมรเทพ สัจจะมุนีวงศ์ ผู้ก่อตั้ง Sati App ที่มาร่วมตอบคำถามกับทั้ง 4 ท่านในช่วง Q&A ได้สะท้อนถึงสาระสำคัญที่ว่า

📊 ความเหงาเป็นเรื่องซับซ้อน การจะขับเคลื่อนระดับชาติได้ ต้องเริ่มจากการเก็บข้อมูลที่เป็น "หลักฐานเชิงประจักษ์" เพื่อให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด
🌐 ไม่ใช่ปัญหาส่วนตัว แต่เป็นเรื่องโครงสร้าง: โลกปัจจุบันถูกออกแบบมาจนกลายเป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ โดยเฉพาะเรื่องหนึ่งที่เห็นชัดอย่าง “งานขโมยเวลา มนุษย์ขาด Quality Connection”
💜 ต้องร่วมมือและลงมือทำแบบ Co-create: ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ ต้องเกิดจากการร่วมมือกันระหว่าง ภาคประชาชน ภาครัฐ และเอกชน ให้ทุกฝ่ายรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน และเน้นการลงมือทำจริงเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

การจัดงานเปิดตัวแคมเปญในครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสในการส่งต่อ "คำเชิญชวน" ให้ทุกคนมาร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทย ด้วยความเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้นอย่างไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง 🧑‍🤝‍🧑✨

#สสส #สำนัก2 #ความยั่งยืนทางสุขภาพจิต

☘️ สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับเทศบาลเมืองดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และภาคีเครือข่าย จัดเ...
24/06/2026

☘️ สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับเทศบาลเมืองดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และภาคีเครือข่าย จัดเวทีปรึกษาหารือ "การสั่งจ่ายกิจกรรมทางสังคม (Social Prescribing): นวัตกรรมการเสริมสร้างระบบนิเวศสุขภาวะทางจิต" เพื่อรับฟัง แลกเปลี่ยน ให้ข้อคิดเห็นเติมเต็มแนวทางการพัฒนาโมเดลการสั่งจ่ายกิจกรรมทางสังคม 🎈 โดยมีเทศบาลเมืองดอนแก้วเป็นพื้นที่นำร่องในการร่วมออกแบบ ก่อนนำไปสู่การทดลองใช้ การเรียนรู้ และการขยายผลในอนาคต✨

#การสั่งจ่ายกิจกรรมทางสังคม
#สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต #สสส #สำนัก2

🌱การส่งเสริมให้ชุมชนมีศักยภาพในการเป็นกลไกดูแลใจถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะคนป่วยหนึ่งคนมีผลกระทบต่อคนทั้งชุมชนได้เมื่อวันท...
15/06/2026

🌱การส่งเสริมให้ชุมชนมีศักยภาพในการเป็นกลไกดูแลใจถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะคนป่วยหนึ่งคนมีผลกระทบต่อคนทั้งชุมชนได้

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) ภายใต้การสนับสนุนจาก สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth และคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Psychology CU) ร่วมกับ The Active ThaiPBS จัดกิจกรรม “Mind Month Forum: ใกล้บ้าน ใกล้ใจ กับสุขภาพจิตชุมชน” ณ Convention Hall ชั้น 2 อาคาร D ไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Mind Month 2026 “สุขภาพใจ…เริ่มได้ทันที” ด้วยความความร่วมมือจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ทุกคนเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างเสริมชุมชนดูแลใจ และมุ่งให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการผลักดันประเด็นเรื่องระบบสุขภาพจิตในชุมชนต่อไป

💟กิจกรรมภายในงาน มีทั้งกิจกรรม Workshop ระดมความคิดเห็นของเหล่าคนทำงานด้านสุขภาพจิตและสุขภาวะในชุมชนจากหลากหลายพื้นที่ และเวทีเสวนาเชิงนโยบาย เพื่อหารือแลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์ ปัญหา และร่วมกันหาแนวทางที่ใช่ในการสร้างระบบดูแลใจในชุมชนให้เกิดขึ้นจริง

🙌 กิจกรรมระดมความคิดเห็น “วาดอนาคตชุมชนดูแลใจ” นำโดยกระบวนกร คุณจามีกร อำนาจผูก จากสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งชวนผู้เข้าร่วมตกผลึกผ่าน 3 กิจกรรม ได้แก่
1️⃣Unpack Hope and Fear Checkpoint - สำรวจความกลัวและความหวังจากมุมของคนทำงานในพื้นที่ เกี่ยวกับการสร้างระบบดูแลใจในชุมชน ว่าอะไรคือจุดติดขัด อะไรคือสิ่งที่ช่วยให้ไปต่อ
2️⃣Transformative Future - เปรียบเทียบภาพแทนการทำงานของแต่ละหน่วยงาน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นอยู่ รวมถึงเป้าหมายที่อยากเป็นหรืออยากทำต่อในอนาคต
3️⃣วาดภาพ “ชุมชนดูแลใจ” - ชวนวาดภาพที่สะท้อนถึง “ชุมชนดูแลใจ” ในปัจจุบันและอนาคตที่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า

💡ผลลัพธ์สำคัญของกิจกรรม: ทำให้แต่ละคนเห็น position การทำงานในตอนนี้ว่ามีความเชื่อมโยงกับชุมชนมากน้อยแค่ไหน มีความหวังและความกลัวอะไรร่วมกันบ้างในการสร้างชุมชนดูแลใจ ตลอดจนการเปรียบเทียบภาพความแตกต่างของชุมชนดูแลใจในปัจจุบันและอนาคตที่อยากให้เป็น นำไปสู่ “ข้อเสนอแนะเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงไม่เป็นเพียงภาพฝัน” ได้แก่
🧩1. ให้ความสำคัญตั้งแต่ฐานราก: หนุนเสริมทั้ง "คน งบประมาณ และองค์ความรู้" โดยทำงานด้วย ‘ความเข้าใจ’ เรื่องสุขภาพจิตในุชมชนอย่างแท้จริง
🧩2. สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ให้เกิดการทำงานร่วมกันได้
🧩3. Connectivity: มีกลไกการเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติร่วมกันในแต่ละพื้นที่/หน่วยงานอย่างต่อเนื่อง
🧩4. หลังบ้านแข็งแกร่งด้วยเครือข่าย: ระบบสนับสนุนจากเครือข่ายต้องมีความพร้อมและแนวทางทำงานร่วมกันที่ชัดเจน ก่อให้เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน
🧩5. ผู้เชี่ยวชาญและชุมชนทำงานร่วมกัน สลายพันธะของการแบ่งคนนอกและคนใน
🧩6. ปลายทางคือระบบดูแลใจที่ "ทุกคนเข้าถึงได้ และเข้าถึงได้ง่ายที่สุด"

🎙ช่วงบ่ายมีการจัดเวทีเสวนา Policy Forum ในประเด็น “สุขภาพจิตใจ ดูแลใจได้ด้วยชุมชน” ซึ่งเป็นการพูดคุยหารือว่า เราจะสามารถสร้างสร้างชุมชนดูแลใจให้เป็นระบบดูแลใจใกล้บ้านได้อย่างไร ผู้ดำเนินรายการคือ ผศ.ดร.ธีรพัฒน์ อังศุชวาล และคุณบุศย์สิรินทร์ ยิ่งเกียรติกุล ร่วมกับวิทยากรอีก 5 ท่าน ได้แก่
🔸นพ.บุรินทร์ สุรอรุณสัมฤทธิ์ (จิตแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักวิชาการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข)
🔸ดร.สุภาภรณ์ ศรีธัญรัตน์ (ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 10)
🔸คุณบุญชอบ ทับไกร (ผู้อำนวยการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลหลักห้า อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร)
🔸คุณชูไชย นิจไตรรัตน์ (ผู้อำนวยการมูลนิธิ Path2health และโครงการสุขเป็น)
🔸คุณอมรเทพ สัจจะมุนีวงศ์ (ผู้ก่อตั้ง Sati App และผู้รับผิดชอบโครงการม้านั่งมีหู)

🌻สาระสำคัญของการเสวนาชวนแลกเปลี่ยนวิธีคิดว่า เรื่องของสุขภาพใจไม่ใช่แค่หน้าที่ของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเท่านั้น แต่ชุมชนคือด่านหน้าสำคัญที่จะช่วยดูแลและคัดกรองใจกันเองในเบื้องต้นก่อนที่ใจจะพัง โดยหัวใจสำคัญของระบบการดูแลใจใกล้บ้าน คือ “การวางรากฐานระบบและสร้างเครือข่ายสนับสนุนที่แข็งแรง” เริ่มง่ายๆ ตั้งแต่การติดอาวุธให้คนในชุมชนเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กันและกัน ผ่านการฝึกสังเกต รับฟัง และรู้จักการส่งต่อ (Look-Listen-Link) ไปยังระบบช่วยเหลือเพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงการดูแลจิตใจที่เหมาะสม ปลอดภัย และทันท่วงที

TIMS อยากขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกท่าน ที่ให้เกียรติมาเข้าร่วมการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ขอขอบคุณทีมงาน The Active ThaiPBS ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพจิตในชุมชน ขอบคุณกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ที่ให้การสนับสนุนและเป็นแกนนำช่วยผลักดันโครงการและการจัดกิจกรรมของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตให้กับคนไทย และขอขอบคุณคนทำงานด้านสุขภาพจิตในชุมชน ที่ยังคงมี “ความหวัง” จะเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพจิตในสังคม เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงความช่วยเหลือทางด้านจิตใจได้มากขึ้น ตลอดจนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

#สสส #สำนัก2 #ความยั่งยืนทางสุขภาพจิต #ชุมชนดูแลใจ #สุขภาพใจเริ่มได้ทันที #สุขเป็น

✨ เพราะสุขภาพใจที่ดี เริ่มต้นได้ตั้งแต่ระดับ “ชุมชน”TIMS ให้การสนับสนุนทุนแก่สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จั...
05/06/2026

✨ เพราะสุขภาพใจที่ดี เริ่มต้นได้ตั้งแต่ระดับ “ชุมชน”

TIMS ให้การสนับสนุนทุนแก่สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จับมือกับเทศบาลเมืองดอนแก้ว จ.เชียงใหม่ ร่วมกันสร้าง "โมเดลการสั่งจ่ายกิจกรรมทางสังคม (Social Prescribing)" นวัตกรรมใหม่ที่จะเปลี่ยนกิจกรรมในท้องถิ่นให้กลายเป็นการดูแลสุขภาพจิตที่ทุกคนเข้าถึงง่ายและยั่งยืน

การร่วมมือกันครั้งนี้ยังถือเป็นการต้อนรับ “Mind Month” 💚 เดือนแห่งสุขภาพใจ ตลอดช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อสร้างความตระหนักรู้และทำให้เรื่องสุขภาพใจเป็นเรื่องของทุกคนอย่างแท้จริง 🙌

#สสส #สำนัก2 #ความยั่งยืนทางสุขภาพจิต #การสั่งจ่ายกิจกรรมทางสังคม #ชุมชนดูแลใจ

05/06/2026

“ยิ่งเจอวิกฤตซ้อน ยิ่งเพิ่มความเครียด”
ชวนรับชมย้อนหลัง [Live] Easy นโยบายเข้าใจได้ : ใจไม่พัง ถ้าฟังกันมากขึ้น (31 พ.ค. 69) ร่วมหาคำตอบว่าจะทำอย่างไรให้ "ชุมชน" กลายเป็นพื้นที่หลักที่ช่วยป้องกัน ดูแล และเยียวยาหัวใจของทุกคนได้อย่างทั่วถึง 💚

#สสส #สำนัก2 #ความยั่งยืนทางสุขภาพจิต #ชุมชนดูแลใจ

💫ชวนรับชมย้อนหลัง [Live] “Bangkok Pitch แผนพลิกบางกอก” ฟังเสียงของตัวแทนคนรุ่นใหม่อย่างทีม “The Dream Project / Z-Strong...
02/06/2026

💫ชวนรับชมย้อนหลัง [Live] “Bangkok Pitch แผนพลิกบางกอก” ฟังเสียงของตัวแทนคนรุ่นใหม่อย่างทีม “The Dream Project / Z-Strong” และ “ทีมใส่ใจ (psyjai)” กลุ่มเยาวชนและคนทำงานด้านจิตวิทยา ที่ลุกขึ้นมาออกแบบและนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายด้านสุขภาพจิตในโรงเรียน เพื่อรับมือกับปัญหาสุขภาพจิตในเด็กและเยาวชน
กรุงเทพฯ แบบไหน…ที่คนรุ่นใหม่อยากเห็น? มาร่วมรับฟังไอเดียพลิกเมืองเพื่อพัฒนาสุขภาวะทางใจของเด็กและเยาวชนต่อไป
📺 รับชมรายการย้อนหลังได้ที่
https://www.facebook.com/share/v/1YG2Z2xGfV/

หรือ อ่านบทความเพิ่มเติมที่
📍กรุงเทพฯ ต้องมีพื้นที่พักใจ เสียงจากเยาวชน ถึงผู้ว่าฯ คนใหม่: https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-309

📍สุขภาพจิตในโรงเรียน โจทย์ท้าทายผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่: https://policywatch.thaipbs.or.th/forum/mental-health-school

#สสส #สำนัก2 #ความยั่งยืนทางสุขภาพจิต #สุขภาพจิตในโรงเรียน

ปิดท้าย MIND MONTH เดือนนี้ด้วยเรื่อง “สุขภาพจิตในโรงเรียน” ที่กำลังกลายเป็นวิกฤตเงียบที่สังคมไทยไม่อาจมองข้าม
ข้อมูล UNICEF หรือ “ยูนิเซฟ” ระบุว่า เด็กและเยาวชนไทยกว่า 17.6% อยู่ในภาวะเสี่ยงซึมเศร้าและมีความคิดฆ่าตัวตาย ขณะที่ความเครียดในวัยเรียนเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน จากแรงกดดันด้านการเรียน สภาพแวดล้อมในโรงเรียน ไปจนถึงปัญหาความสัมพันธ์ทั้งในครอบครัวและสังคมรอบตัว
ภายใต้เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันอย่างกรุงเทพมหานคร ปัญหาสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโจทย์เชิงนโยบายที่ท้าทายผู้ว่ากทม.คนใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยเฉพาะในช่วงที่ คนกรุงเทพฯ กำลังจะร่วมกันตัดสินอนาคตเมือง ผ่านการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569
รายการ Bangkok Pitch แผนพลิกบางกอก Bangkok Active Election 2026 Thai PBS ได้ร่วมออกแบบนโยบาย ผ่านการฟังเสียงของเด็กและเยาวชน ที่ลุกขึ้นมารวมตัวกันออกแบบนโยบายสาธารณะ เพื่อเสนอต่อ ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
2 ทีมเยาวชนที่ร่วมนำเสนอนโยบายสาธารณะต่อ ผู้ว่า กทม.คนใหม่ ประกอบด้วย ทีม The Dream Project” หรือ “Z-Strong และทีมใส่ใจ ( psyjai ) กลุ่มเยาวชนและคนทำงานด้านจิตวิทยา ที่รวมตัวกันเพื่อผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายด้านสุขภาพจิตในโรงเรียน
📌 คลิกอ่านเพิ่มในคอมเมนต์
#แผนพลิกบางกอก ุงเทพฯ #เลือกตั้งผู้ว่ากทม69

🌏 TIMS ชวนฟังเสวนา "Only Human Invited" ภายใต้แคมเปญ Mind Month 2026 สุขภาพใจ…เริ่มได้ทันที โดยนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์โรงพ...
30/05/2026

🌏 TIMS ชวนฟังเสวนา "Only Human Invited" ภายใต้แคมเปญ Mind Month 2026 สุขภาพใจ…เริ่มได้ทันที โดยนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล🧑🏻‍⚕️

💚 มาร่วมหาคำตอบพร้อมกันถึงภัยคุกคามอันลึกซึ้งของ AI ที่มีผลต่อสุขภาวะทางจิตของเราทุกคน โดยวิเคราะห์ว่าเทคโนโลยีนี้กำลังแทรกแซงสุขภาพจิตของมนุษย์เราอยู่หรือไม่ ผ่านมุมมองของผู้เชี่ยวชาญจาก 3 ศาสตร์ (AI / จิตเวชศาสตร์คลินิก / นโยบายสุขภาพจิต)

📌 วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.00-21.00 น.

youtube live: https://youtube.com/live/z52bvDlQXXA?feature=share

#สุขภาพจิต #สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต #สสส #สำนัก2

Enjoy the videos and music you love, upload original content, and share it all with friends, family, and the world on YouTube.

🌱 เปลี่ยนคำพูดที่อาจลดทอนความรู้สึก มาเป็นการเรียนรู้ที่จะ "รับฟังอย่างเข้าใจ" กับ Mind First Aid mini booklet คู่มือเล่...
30/05/2026

🌱 เปลี่ยนคำพูดที่อาจลดทอนความรู้สึก มาเป็นการเรียนรู้ที่จะ "รับฟังอย่างเข้าใจ" กับ Mind First Aid mini booklet คู่มือเล่มเล็กของนักรับฟัง ที่ชวนให้เห็นว่าการรับฟังให้รู้สึกถึงการ "อยู่เคียงข้าง" ไม่ใช่เรื่องยากและทุกคนสามารถเรียนรู้ โดยใช้ทักษะความเป็นมนุษย์ที่มีอยู่แล้ว ให้เกิดการรับฟังอย่างไม่ตัดสินและเป็นพื้นที่ปลอดภัยแก่คนรอบข้างได้

ชวนดาวน์โหลดคู่มือที่: https://www.tims.psy.chula.ac.th/en/article/ฟังเป็น-ก็ช่วยประคองใจใ/

“เป็นเด็กจะไปเครียดอะไร ตอนทำงานเครียดกว่านี้อีก”
“อดทนไปก่อน งานไหนก็เหนื่อยทั้งนั้นแหละ”
“ปัญหาแค่นี้เอง จะคิดมากทำไม”
“บอกแล้วให้ลองทำแบบนี้ ไม่ยอมเชื่อ”
ฯลฯ
บางคนอาจเคยได้รับคำพูดเหล่านี้ หลังเปิดใจเล่าปัญหาของตัวเองให้คนใกล้ตัวฟัง ซึ่งไม่ว่าอีกฝ่ายจะพูดด้วยเจตนาที่ดีหรือไม่ แต่คำพูดที่ลดทอนหรือมองข้ามความรู้สึกของคนที่กำลังเผชิญปัญหานั้น นอกจากจะไม่ได้ช่วยให้ปมความทุกข์ของเขาคลี่คลายลงแล้ว ยังอาจเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมความเจ็บปวดให้รุนแรงขึ้น
ในช่วงเวลาแย่ๆ คนเราล้วนต้องการเพียงใครสักคนที่ ‘รับฟังแต่ไม่ตัดสิน’ เพราะการที่เรากล้าเล่าเรื่องราวต่างๆ หรือระบายความทุกข์ให้ใครฟัง นั่นหมายความว่าเราไว้เนื้อเชื่อใจให้อีกฝ่ายได้เข้ามาสู่พื้นที่ส่วนตัวภายในใจของเรา ทว่า บ่อยครั้งสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาไม่ใช่ความเห็นอกเห็นใจ แต่อาจเป็นคำแนะนำหรือคำตำหนิที่ทำให้รู้สึกว่า ปัญหาของเรานั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับผู้อื่น
เราจึงอยากชวนให้ทุกคนได้รู้จักกับ ‘Mind First Aid mini booklet คู่มือเล่มเล็กของนักรับฟัง’ ส่วนหนึ่งของหลักสูตรจาก ‘TIMS : สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต’ ซึ่งพูดถึงทักษะการปฐมพยาบาลใจเบื้องต้น และการฝึกรับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจในชีวิตประจำวัน
ข้อมูลจากเว็บไซต์ TIMS ระบุว่า “หัวใจสำคัญของคู่มือนี้เริ่มจากความเข้าใจง่ายๆ ว่า สุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เรื่องของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น หลายครั้ง คนแรกที่อยู่ตรงนั้นในช่วงเวลายากลำบาก อาจไม่ใช่นักจิตวิทยา แพทย์ หรือผู้ให้บริการวิชาชีพ แต่คือเพื่อน คนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน ครู คนในชุมชน หรือใครสักคนที่พร้อมนั่งฟังอย่างจริงใจ คู่มือเล่มนี้จึงไม่ได้ชวนเรา ‘รักษา’ ใคร แต่ชวนเราเรียนรู้ว่าจะอยู่ข้างใครบางคนอย่างไรให้ปลอดภัย อ่อนโยน และมีขอบเขต”
“สิ่งที่น่าสนใจคือ คู่มือไม่ได้ทำให้ ‘การฟัง’ กลายเป็นเรื่องยากหรือเป็นวิชาการเกินไป ตรงกันข้าม มันทำให้เราเห็นว่า การฟังที่ดีเริ่มจากท่าทีพื้นฐานมากๆ เช่น ยอมรับอีกฝ่ายในแบบที่เขาเป็น ไม่รีบตัดสิน ไม่ด่วนให้คำแนะนำ รักษาความลับ เคารพการตัดสินใจของเขา และใช้ภาษากายกับน้ำเสียงที่บอกว่าเราอยู่ตรงนี้นะ”
เนื้อหาในคู่มือจะประกอบไปด้วย 5 หัวข้อหลัก ดังนี้
1. ระบบนิเวศทางจิตใจ (Support Ecosystem)
2. ทักษะการรับฟังเบื้องต้น การรับรู้ การเข้าใจ (Sense)
3. การสิ้นสุดการช่วยเหลือและส่งต่อแนวทางที่เหมาะสม (Summarize)
4. การดูแลใจและทัศนคติที่เหมาะสมในการรับฟัง (Self-care)
5. รู้จัก Mind First Aid: หลักสูตรพัฒนานักรับฟังที่ใช้ทักษะการปฐมพยาบาลใจ
ในหัวข้อที่ 2 ทักษะการรับฟังเบื้องต้น การรับรู้ การเข้าใจ (Sense) ได้กล่าวไว้ว่า “การเข้าใจใครสักคน ไม่ได้หมายถึงแค่การฟังสิ่งที่เขาพูดหรือสังเกตสิ่งที่เห็น แต่คือการเข้าถึงอารมณ์ ความรู้สึก และประสบการณ์ที่เขาเผชิญอยู่โดยไม่ตัดสิน …การรับฟังใครสักคนได้อย่างแท้จริง เริ่มต้นจากการสร้าง ‘ความสัมพันธ์’ ให้เป็นพื้นที่ที่คนคนนั้นรู้สึกปลอดภัยพอจะเปิดใจให้ใครสักคนเข้าถึงความคิดความรู้สึกในโลกภายในเขาได้”
โดยหัวข้อนี้อธิบายถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ผ่าน 5 แนวทาง ได้แก่
1. การยอมรับอีกฝ่ายในแบบที่เขาเป็น ระมัดระวังการตัดสินด้วยกรอบความคิดและประสบการณ์ตัวเอง เพื่อให้อีกฝ่ายเป็นตัวเองโดยไม่ต้องกังวล ช่วยให้กล้าเล่าและซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองมากขึ้น
2. เข้าใจความรู้สึกระหว่างทาง สังเกตและฝึกการรับรู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เล่า พร้อมสะท้อนสิ่งที่ได้ยินกลับไปอย่างอ่อนโยน
3. มองเห็นคุณค่าในตัวเขา การที่เราช่วยพูดสะท้อนให้เขาเห็นความพยายาม ความตั้งใจ หรือสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ สิ่งเหล่านี้มีความหมายมากพอจะช่วยให้เขากลับมายืนได้อีกครั้ง
4. เปิดพื้นที่ให้เขาได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง เคารพในสิทธิของอีกฝ่ายในการเลือกเส้นทาง ให้เขารู้สึกมีพลังและยังคงเป็นเจ้าของชีวิตของตัวเอง
5. ใช้ภาษากายและน้ำเสียงที่เหมาะสม การสบตาอย่างพอดี หรือการใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวล ล้วนเป็นสัญญาณที่บอกอีกฝ่ายว่า “เราอยู่ตรงนี้” และพร้อมรับฟัง
‘Mind First Aid mini booklet คู่มือเล่มเล็กของนักรับฟัง’ จึงเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้ย้อนกลับมาทบทวนตัวเองว่า วันนี้เราเป็นนักรับฟังที่ดีให้กับคนที่เรารักแล้วหรือยัง? พร้อมทั้งค่อยๆ เรียนรู้และพัฒนาทักษะการรับฟังด้วยความเข้าใจไปด้วยกัน
ดาวน์โหลด ‘Mind First Aid mini booklet คู่มือเล่มเล็กของนักรับฟัง’ ได้ที่https://psy-tims-chula.sgp1.digitaloceanspaces.com/wp-content/uploads/2026/05/MindFirstaid_minibooklet.pdf
นอกจากนี้ยังมีหลักสูตร ‘Mind First Aid Training’ ให้ทุกคนได้เข้าไปเรียนรู้เกี่ยวกับการเป็นนักปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้น ผ่านทาง https://elearning.satiapp.co/ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย
อ้างอิง
- https://www.tims.psy.chula.ac.th/en/article/
- https://www.facebook.com/share/p/1BFYycMS49/?mibextid=wwXIfr
#การรับฟัง #คู่มือเล่มเล็กของนักรับฟัง

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ ชั้น 4 TIMS ภายใต้การสนับสนุนจาก สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเ...
28/05/2026

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารบรมราชชนนีศรีศตพรรษ ชั้น 4 TIMS ภายใต้การสนับสนุนจาก สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth และคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Psychology CU) ร่วมกับ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) และสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) จัดกิจกรรม “Workshop เสริมสร้าง Mental Health Literacy เพื่อ Workspace ที่ปลอดภัยและยั่งยืน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Mind Month 2026 “สุขภาพใจ…เริ่มได้ทันที”

โดยพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก
🔸 ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
🔸 พญ.ณิชาภา สวัสดิกานนท์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต
🔸 ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS)
🔸 ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์ อุปนายกรัฐกิจสัมพันธ์สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT)
ร่วมกล่าวเปิดงานและบอกเล่าถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนเรื่องสุขภาพจิตในที่ทำงาน

💟คำกล่าวของทั้ง 4 ท่านสะท้อนถึงความสำคัญของการร่วมมือกันสร้าง “ความตระหนักรู้ด้านสุขภาพจิต” (Mental Health Literacy) ที่เริ่มต้นได้จากการดูแลใจตัวเอง ไปจนถึงการเพิ่มทักษะของหัวหน้างานและองค์กร เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety) ให้เกิดขึ้นในทุกบริบทของสังคม

💡กิจกรรมภายในงาน มีทั้งการรับฟังบรรยายจากวิทยากร และกิจกรรม Workshop ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกคิด ทบทวน และนำความรู้ไปปรับใช้ เพื่อขับเคลื่อนเรื่องการดูแลสุขภาพใจให้กับคนในองค์กร

▶️ เริ่มต้นด้วยการบรรยายจากวิทยากรใน 2 หัวข้อหลัก ได้แก่
🎙เข้าใจ “Mental Health Literacy” ในมุมพนักงานและองค์กร โดย ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และ ผศ.ดร.เจนนิเฟอร์ ชวโนวานิช จากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ให้เห็นถึงสาระสำคัญว่า “Mental Health Literacy ไม่ใช่แค่ความรู้ แต่เป็นสมรรถนะสำคัญ ในการนำความรู้ด้านสุขภาพจิตไปใช้ดูแลสุขภาพใจของตนเองและผู้อื่นได้จริงในชีวิตประจำวัน อีกทั้งการริเริ่มนโยบายสุขภาพจิตในองค์กรเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องออกแบบให้เกิดการเข้าถึงและใช้งานได้จริง”

🎙 Healthy Psychosocial Working Environment โดย Dr.Yuka Ujita Senior จาก ILO หรือองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization) เจาะลึกให้เห็นว่า “งานเครียด ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า งานไม่มั่นคง การทำงานลากยาว หรือการบูลลี่ในออฟฟิศ” ไม่ใช่แค่ปัญหาส่วนตัว แต่เป็นอันตรายทางจิตสังคม (Psychosocial Hazard) ที่องค์กรยุคใหม่ต้องหันมาวางระบบดูแลสภาพแวดล้อมและสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้พนักงานอย่างจริงจัง

▶️ ปิดท้ายด้วยกิจกรรม Workshop “ขับเคลื่อนสุขภาพใจในองค์กรด้วยการฟัง” นำโดย ผศ.ดร.ธีรพัฒน์ อังศุชวาล จากคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และคุณเมธาวี ทัศนาเสถียรกิจ ที่ชวนให้คนทำงาน เปลี่ยน “การฟัง” ให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างพื้นที่ปลอดภัยในออฟฟิศ โดยผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จาก 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่:

🔍 1. “Elements of Active listener” ถอดรหัสพฤติกรรมของผู้ฟังที่ดี ผ่านองค์ประกอบ See, Say, Do, Think & Feel และสังเกตว่า ผู้ฟังที่ดีจะแสดงออกอย่างไร เพื่อให้ผู้พูดรู้สึกปลอดภัย และรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกรับฟัง เช่น การสบตา ไม่พูดแทรก และไม่ตัดสิน
✏️ 2. “ประเมินทักษะตัวเอง” โดยให้ทุกคนลองทำแบบทดสอบวัดระดับว่า จริง ๆ แล้วเราเป็นผู้ฟังที่ดีระดับไหน เพื่อให้เห็นจุดที่ตัวเองทำได้ดีและจุดที่ยังติดขัด
🙌 3. “ระดมไอเดียขยับองค์กร” ร่วมกันออกแบบไอเดีย นโยบาย หรือโครงการที่จะช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมการฟัง ตั้งแต่ระดับบุคคล ระดับทีม ไปจนถึงระดับองค์กร รวมถึงประเมินความท้าทายที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อคำนึงถึงการรับมือกับข้อจำกัดและความท้าทายเหล่านั้นหากนำไปปฏิบัติจริง

🌱 TIMS ขอขอบคุณวิทยากร ภาคีเครือข่าย และผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนพลังงานดี ๆ ไปด้วยกันในงานนี้ เพราะปัญหาสุขภาพจิตในที่ทำงาน ไม่ใช่แค่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่เราทุกคนในองค์กรควรช่วยกันขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เพียงแค่เริ่มต้นจาก “การรับฟังอย่างตั้งใจ”
สำหรับใครที่อยากส่งเสริมพื้นที่ปลอดภัยในองค์กร สามารถดาวน์โหลดคู่มือเล่มเล็กของนักรับฟัง (Mind First Aid Mini Booklet) ได้ที่ tims.psy.chula.ac.th/en/article/ฟังเป็น-ก็ช่วยประคองใจใ/

เพราะเราเชื่อว่า “ทุกคน” มีส่วนร่วมในการสร้าง Happy Workplace ในที่ทำงานได้ 💚
#สสส #สำนัก2 #ความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต #สุขภาพจิตคนทำงาน

ที่อยู่

Borommaratchachonnanisisattaphat, Rama I Road, Wang Mai, Pathum Wan
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 16:00
อังคาร 09:00 - 16:00
พุธ 09:00 - 16:00
พฤหัสบดี 09:00 - 16:00
ศุกร์ 09:00 - 16:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ TIMS : สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง TIMS : สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต:

แชร์