TIMS : สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต

TIMS : สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก TIMS : สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต, องค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGO), Borommaratchachonnanisisattaphat, Rama I Road, Wang Mai, Pathum Wan, Bangkok.

Thailand Institute for Mental Health Sustainability

สถาบันวิชาการเชิงยุทธศาสตร์ที่ประสานพลังทางสังคม เพื่อขับเคลื่อนความรู้ นวัตกรรม และนโยบายสาธารณะ เพื่อสุขภาวะทางจิตอย่างยั่งยืนของสังคมไทย

ความช่วยเหลือเป็นเรื่องดี แต่ถ้ามีมากเกินไปหรือล้ำเส้น อาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด และอาจไปแทรกแซงความพยายามที่จะลุกขึ้น...
27/03/2026

ความช่วยเหลือเป็นเรื่องดี แต่ถ้ามีมากเกินไปหรือล้ำเส้น อาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด และอาจไปแทรกแซงความพยายามที่จะลุกขึ้นใหม่ของเขาอีกครั้ง
เมื่อเกิดวิกฤต ภาพที่เราได้เห็นเสมอคือความร่วมแรงร่วมใจของภาคประชาชนและประชาสังคมที่ไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้เดือดร้อน หลายครั้งภาพเหล่านั้นทำให้เรารู้สึก ‘มีหวัง’ ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ความช่วยเหลือจะไม่มีวันขาดแคลน

แต่ในเนื้องานของบุคลากรและอาสาสมัครที่ให้ความช่วยเหลือผู้คน นอกจากแรงกายแรงใจที่ทุ่มเทลงไป การมีหลักยึดเป็นเข็มทิศในการทำงานก็สำคัญไม่แพ้กัน หนึ่งในหลักยึดที่เราต้องมีเสมอคือ ‘ขอบเขตของการช่วยเหลือ’

คนทำงานและอาสาอาจมีคำถามในใจได้ว่า “จะช่วยอะไรได้บ้างนะ?” “จะช่วยยังไงให้ดีที่สุด?” รวมไปถึงคำถามที่ละเอียดอ่อนกว่านั้นคือ “จะมอบความช่วยเหลืออย่างไร ที่ไม่เป็นการดูหมิ่นศักดิ์ศรีหรือลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของคนตรงหน้า?”

เราต่างรู้ดีว่าในภาวะวิกฤต การบรรเทาทุกข์คือสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ แต่สิ่งสำคัญที่คนทำงานต้องตอบให้ได้ก็คือ การโอบอุ้มแค่ไหนถึงเรียกว่าพอดี เราจะเกื้อกูลกันอย่างไรโดยไม่ล้ำเส้นชีวิตของอีกฝ่าย

คำตอบอยู่ตรงนี้ >> หลักนำทางที่เราใช้ได้เสมอคือ การเคารพในศักดิ์ศรี (Dignity) และขอบเขตความเป็นส่วนตัว (Boundaries) ของผู้ประสบภัย ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ ความเป็นส่วนตัว และการตัดสินใจ

นึกไว้เสมอว่า ผู้ช่วยเหลือไม่ใช่คนที่มุ่งตรงเข้าไปโอบอุ้มทุกสิ่งทุกอย่าง หรือพยายามแก้ไขทุกอย่างให้เป็นตามที่เราเห็นว่าควรเป็น ในทางกลับกัน การช่วยเหลือที่ดีจะเอื้อให้ผู้ประสบปัญหามีกำลังใจ มองเห็นว่าจะเริ่มช่วยเหลือตัวเองอย่างไร การปฏิบัติในแนวทางนี้จะช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัย ไว้วางใจ เขาช่วยเหลือตัวเองได้ โดยเราในฐานะผู้ช่วยเหลือไม่ต้องแทรกแซงความพยายามที่จะลุกขึ้นใหม่อีกครั้ง ไม่ว่าของใครก็ตาม

เหตุผลที่เราจะไม่สวมบทบาทเป็นผู้ขจัดทุกปัญหา มาจากทั้งหลักการการให้ความช่วยเหลือในภาวะวิกฤตที่เป็นสากลและการมุ่งสร้างปลายทางที่ยั่งยืนร่วมกัน เพราะจะมีอะไรดีไปกว่าการที่มนุษย์คนหนึ่งและสังคมรอบข้างเขาค่อยๆ ลุกขึ้นและก้าวเดินไปด้วยกันจนรับมือปัญหาได้ดีขึ้น ทั้งยัง ‘รักษาและส่งต่อความหวัง’ ให้แก่กันและกันได้ โดยไม่ต้องอยู่ในบทบาทผู้รับความช่วยเหลือเท่านั้น

อินโฟกราฟฟิก : Antizeptic

#สื่อสารสุขภาพจิต #สสส #สำนัก2 #ความยั่งยืนทางสุขภาพจิต #การปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้น

"รับฟังอย่างไรให้ถูกหลัก และให้ผู้พูดรู้สึกปลอดภัย" ชวนทำความรู้จักเทคนิคการรับฟังอย่างถูกวิธีจากผู้เชี่ยวชาญ ส่วนหนึ่งจ...
19/03/2026

"รับฟังอย่างไรให้ถูกหลัก และให้ผู้พูดรู้สึกปลอดภัย" ชวนทำความรู้จักเทคนิคการรับฟังอย่างถูกวิธีจากผู้เชี่ยวชาญ ส่วนหนึ่งจากโมเดลการพัฒนานักปฐมพยาบาลใจเบื้องต้น ภายใต้หลักสูตร Mind First Aid

เพราะเข้าใจดีว่าบางทีปัญหาที่เรามีก็ไม่ได้ต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแก้ปัญหาเสมอไป หรือบางครั้งเราอาจจะไม่ได้อยากได้คำแนะนำ แต่คือการมีคนรับฟังเข้ามาระหว่างทางแห่งความว้าวุ่น ‘นักรับฟัง’ เลยกลายมาเป็นส่วนเติมเต็มช่องว่างนี้

ในทางกลับกัน ไม่ใช่ว่าใครจะเป็นนักรับฟังที่ดีได้ ดร. นายแพทย์วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ หรือ คุณหมอแน๊ต จิตแพทย์และผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) บอกว่าจริงๆ ไม่มีนิยามของอาชีพนักรับฟัง แต่ถึงอย่างนั้นนักรับฟังที่ดีไม่ได้แปลว่าเงียบตลอด รวมถึงนักรับฟังก็ไม่ใช่คนที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา

“คนเงียบมีอยู่ 2อย่าง คือ ฟังกับไม่ฟัง ส่วนฟังแล้วชอบพูดให้คำแนะนำต่างๆ คืออยู่ตรงกลาง คือไม่ใช่ฉันไม่สนใจ ฉันสนใจ ลึกๆ แล้วอยากเป็นใครสักคนที่จัดการปัญหาคนตรงข้างหน้านั้นได้ คนที่พูดคือคนที่มีความใส่ใจระดับหนึ่งเพียงแต่ไม่รู้เทคนิค”

เทคนิคในการรับฟังอย่างถูกต้องแบบ 'นักรับฟัง' หลักๆ ที่หมอแน็ตแนะนำคือ

1.ฟังให้เข้าใจ
2.ให้คนตรงหน้าได้คิดเองก่อน เค้าเองอาจจะมีวิธีการอยู่แล้วในใจ
3.ถามเค้าว่าคิดวิธีการแก้ปัญหานี้อย่างไร
4.แบ่งปันแลกเปลี่ยน และแชร์ความคิดของเรา

เทคนิคนักรับฟังแบบที่กล่าวมา เป็นส่วนหนึ่งของ โมเดลพัฒนานักปฐมพยาบาลใจเบื้องต้น จากหลักสูตร Mind First Aid (อ่าน : นักปฐมพยาบาลใจเบื้องต้น : ไม่รีบแก้ไข ไม่เร่งตัดสิน แต่เน้นประคับประคอง ดูแลสุขภาพจิตจากผู้รับฟังที่มีประสบการณ์ ผ่านหลักสูตร Mind First Aid ) ซึ่งพัฒนามาจากการศึกษาหลักสูตรปฐมพยาบาลทางใจที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น RAPID model ของ มหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปคินส์ และ Look-Listen-Link ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งพบว่าหลักสูตรเหล่านี้ยึดโยงกับประสาทสัมผัส ทำขึ้นมาเพื่อคนหลายกลุ่ม อาทิ คนพิการ คนกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้

มากกว่านั้น แนวคิด ‘นักรับฟัง’ ยังสอดคล้องกับหลักการInformal Community Care หรือการดูแลในชุมชนแบบไม่เป็นทางการ ตามมาตรฐานของ WHO ซึ่งมองว่านี่คือ ‘ฐานรากสำคัญ’ ของระบบสุขภาพจิตที่ยั่งยืนเพราะเป็นการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตจากคนในชุมชน อาทิ เพื่อนบ้าน อาสาสมัคร ครู เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้นำชุมชนด้านต่างๆ ฯลฯ จุดแข็งอยู่ที่เป็นบริการที่ชุมชนเข้าถึงได้ง่าย ที่สำคัญ ไม่ได้อยู่ในระบบบริการสาธารณสุขหรือสวัสดิการอย่างเป็นทางการของรัฐ แต่มีบทบาทสำคัญและทำงานคล้ายด้านหน้าที่ในการดูแลและประคับประคองชุมชนกันเองอย่างเข้มแข็ง

TIMS, คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, SATI App, MasterPeace และ Young Good Governance จึงร่วมพัฒนาหลักสูตร Mind First Aid ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ส่วนที่สำคัญ การดึงคนนอกวิชาชีพเข้ามาเป็นนักรับฟังที่ได้มาตรฐาน มีประสบการณ์ และผ่านการอบรมจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ จะช่วยเพิ่ม ‘ปริมาณ’ การให้บริการด้านสุขภาพจิตที่ไม่ทับซ้อนกันและให้ทันกับความต้องการของสังคมที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

ทำความเข้าใจ ‘นักรับฟังมืออาชีพ’ ให้มากขึ้น อ่านต่อที่

👂นักปฐมพยาบาลใจเบื้องต้น : ไม่รีบแก้ไข ไม่เร่งตัดสิน แต่เน้นประคับประคอง ดูแลสุขภาพจิตจากผู้รับฟังที่มีประสบการณ์ ผ่านหลักสูตร Mind First Aid
https://mutualfinding.co/gifted-listeners-from-mind-first-aid/

👂ฟังอย่างเข้าใจ ฟังอย่างไม่ล้ำเส้น ฟังอย่างมีค่าตอบแทน ฟังอย่าง ‘นักรับฟังมืออาชีพ’
https://mutualfinding.co/professionallistener/

18/03/2026

🏆 ขอแสดงความยินดีกับองค์กรทั้ง 9 แห่งที่ได้รับรางวัล Thai Mind Awards "สุดยอดองค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต" ประจำปี 2026 และขอขอบคุณทุก ๆ องค์กรที่ส่งผลงานมาเข้าร่วมการคัดเลือกรางวัลของเราในปีนี้ 🪄

⭐️ การตระหนักรู้และการให้ความสำคัญเรื่องสุขภาวะทางจิตในที่ทำงานของทุกท่าน ถือเป็นแบบอย่างที่ช่วยส่งเสริมให้องค์กรอื่น ๆ ในสังคมไทยเล็งเห็นว่า การลงทุนด้านสุขภาวะทางจิตของพนักงาน เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานให้กับคนในองค์กรได้อย่างแท้จริง 🔮

🐏 ความตั้งใจนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้องค์กรเติบโตอย่างแข็งแรง แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการยกระดับสุขภาวะของสังคมไทยในระยะยาวอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนด้วย 🌈

💙 TIMS ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็ก ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ที่พยายามสนับสนุนสุขภาพใจของคนทำงานอย่างเป็นระบบ ด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ เปลี่ยนที่ทำงานให้เป็นพื้นที่แห่งความสุข ลดปัญหาความเครียด และส่งเสริมการเติบโตของบุคลากรอย่างเต็มที่ 🫶🏻

🫧 หวังว่าทุกท่านจะได้รับแรงบันดาลใจจากการเรียนรู้ร่วมกันในครั้งนี้ และขอเชิญชวนติดตามงาน Thai Mind Awards ได้ในโอกาสครั้งต่อไป 🐳




#สำนัก2 #สสส

“มากกว่าผู้รับความช่วยเหลือ คนพิการคือ ‘พลังสำคัญ’ ที่เยียวยาใจคนในสังคม”ผลสะท้อนจากโครงการ Mind First Aid พิสูจน์ให้เห็...
18/03/2026

“มากกว่าผู้รับความช่วยเหลือ คนพิการคือ ‘พลังสำคัญ’ ที่เยียวยาใจคนในสังคม”

ผลสะท้อนจากโครงการ Mind First Aid พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อได้รับโอกาสและพื้นที่ คนพิการสามารถเป็นนักปฐมพยาบาลทางใจที่มีศักยภาพ และมีหัวใจของการรับฟังอย่างแท้จริง

“เราไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะเสกความทุกข์ให้หายไป แต่เป็นคนธรรมดาที่วางตัวเองลง เพื่อเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้หัวใจอีกดวงระบายออกมา โดยไม่ตัดสินและมีขอบเขตในการรับฟัง” —มาเรียม มากาบู

นี่คือผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงจากการจ้างงานผ่าน ม.35 ที่คืนความภาคภูมิใจและสร้างคุณค่าให้กับคนพิการ พร้อมกับเสริมสร้างสังคมแห่งการรับฟังให้เกิดขึ้น

“เมื่อก่อนเราก็อยู่กรุงเทพ ใส่ขาเทียมเดินได้ปกติเลย จนมีเหตุการณ์ที่ต้องตัดขาเพิ่ม ใส่ขาเทียมไม่ได้ ต้องใช้ไม้ค้ำยันเดิน เราใช้ชีวิตในกรุงเทพแบบเดิมไม่ได้ มันทำให้เรารู้สึกว่าเราคือคนพิการ”

มาเรียม มากาบู นักรับฟังจากหลักสูตร Mind First Aid หลักสูตรอบรมนักปฐมพยาบาลใจหรือนักรับฟัง ส่วนหนึ่งของโครงการการพัฒนานักปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้นในคนพิการ เคยอาศัยอยู่ในเมืองหลวงได้อย่างปกติ ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองพิการเพราะยังช่วยเหลือตัวเองได้ แต่พอเปลี่ยนจากการใช้ขาเทียมเป็นไม้ค้ำยัน ทำให้เธอใช้ชีวิตประจำวันได้ลำบากมากขึ้น ท้ายที่สุดจึงต้องถอดใจ กลับไปอยู่บ้านที่พิษณุโลก

แต่งานสำหรับคนพิการในต่างจังหวัดก็มีอยู่อย่างจำกัด มาเรียมจึงอยู่บ้านเป็นแม่บ้าน ไม่พบเจอใคร ไม่มีสังคม จนวันหนึ่งถูกแนะนำให้รู้จักอาชีพ ‘นักรับฟังพลังพิเศษ’

“นักรับฟังพลังพิเศษไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะเสกความทุกข์ให้หายไป แต่เป็นคนธรรมดาที่สามารถวางตัวเองลงและเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้หัวใจอีกดวงสามารถระบายออกมา โดยที่เราไม่ตัดสินเขาและมีขอบเขตในการรับฟัง” มาเรียมอธิบาย

ภายในงานเสวนา ‘คืนความรู้ Mind First Aid โมเดลต้นแบบในการดูแลใจคนไทย’ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ได้มีการรายงานผลลัพธ์ของโครงการ ทำให้เห็นว่า ภายในระยะโครงการ มีคนพิการจำนวน 10 คน ถูกจ้างงานตำแหน่งในนักรับฟัง ซึ่งเป็นการจ้างงานผ่านมาตรา 35 พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 เป็นมาตราที่ส่งเสริมอาชีพคนพิการในรูปแบบอื่น เช่น การจัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการ

นอกจากมาตรา 35 ที่สามารถใช้เป็นช่องทางจ้างงานคนพิการได้แล้ว ตามกฎหมายยังมีมาตรา 33 ที่ระบุว่า นายจ้างที่มีลูกจ้าง 100 คนขึ้นไป ต้องจ้างคนพิการในอัตราส่วน 100 คน ต่อคนพิการ 1 คน เงินเดือนเริ่มต้นตามค่าแรงขั้นต่ำ เพิ่มขึ้นตามวุฒิการศึกษาและความสามารถ

ที่ผ่านมาองค์กรส่วนใหญ่มักสนับสนุนคนพิการผ่าน ม.34 ซึ่งก็คือการส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ในกรณีที่องค์การไม่สามารถจ้างคนพิการเข้าทำงานได้ การส่งเงินอย่างเดียวทำให้คนพิการได้ประโยชน์จากกองทุน เช่นเงินกู้ หรือเครื่องมือช่วยเหลือความพิการ แต่อาจจะไม่ได้ช่วยให้พวกเขาช่วยเหลือตัวเองได้อย่างยั่งยืน เมื่อเทียบกับการจ้างงานโดยตรง

ในเวลาต่อมาโครงการมีการจ้างคนพิการเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีคนพิการจำนวน 40 รายที่เป็นนักรับฟังในองค์กรต่างๆ

ซึ่งมาเรียมคือ 1 ในคนพิการที่ผ่านการอบรมจากโครงการและถูกจ้างงานภายใต้ม. 35 ทำให้มาเรียมเกิดความภาคภูมิใจว่า คนพิการอย่างเธอไม่ใช่ผู้รับ แต่สามารถเป็นผู้ให้ทางออกกับใครอีกหลายคนได้

อ่าน “ฟังเป็น วางได้ เข้าใจ ไม่ต้องเห็นด้วย” มาเรียม มากาบู คนพิการที่ถูกจ้างงานตำแหน่งนักรับฟัง จากโครงการการพัฒนานักปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้นในคนพิการ https://section09.thaihealth.or.th/2026/03/18/mind-first-aid/

เรื่อง : ธันยพร เกษรสิทธิ์
ภาพ : TIMS, จักรพงษ์ นุตาลัย
ภาพประกอบ : บัว คำดี

#นักรับฟัง #คนพิการ #ประชากรกลุ่มเฉพาะ #สำนัก9 #สสส #นับเราด้วยคน #เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน ับเราด้วยคน

“สุขภาพใจแข็งแรงขึ้นได้ด้วยพื้นที่ปลอดภัยในที่ทำงาน” ✨️💙เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 7 สำนักวิทยทรัพยา...
17/03/2026

“สุขภาพใจแข็งแรงขึ้นได้ด้วยพื้นที่ปลอดภัยในที่ทำงาน” ✨️💙

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 7 สำนักวิทยทรัพยากร (หอสมุดกลาง) อาคารมหาธีรราชานุสรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย TIMS และสสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth ร่วมกับคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Psychology CU) จัดงานมอบรางวัลสุดยอดองค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต (Thai Mind Awards 2026) เพื่อเชิดชู 9 องค์กรต้นแบบที่พิสูจน์ให้เห็นว่า "พื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ" (Psychological Safety) คือหัวใจสำคัญของการทำงานยุคใหม่

💬 งานมอบรางวัลในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มากล่าวเปิดงานและมอบรางวัลให้กับองค์กรต่าง ๆ โดยมี ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการ TIMS กล่าวรายงานถึงความตั้งใจในการยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงานอย่างยั่งยืน

TIMS ขอแสดงความยินดีกับทั้ง 9 องค์กรที่ได้รับรางวัล ประจำปี 2026:
🏅รางวัลสุดยอดองค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต (Thai Mind Awards Winner 2026) ได้แก่
1. AIA ประเทศไทย
2. บริษัท B. Grimm Power จำกัด (มหาชน)
3. กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร
4. โรงแรม Park Hyatt Bangkok

✨️รางวัลองค์กรที่โดดเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาวะตาม GRACE Model (Honorable Mention) ได้แก่
1. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในมิติ Growth and Development
2. บริษัท โตโยตา มอเตอร์ ประเทศไทย (จำกัด) ในมิติ Care for Health and Safety และ All for Inclusion
3. บริษัท แพนโดรา โปรดัคชั่น จำกัด ในมิติ Care for Health and Safety
4. บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ในมิติ The Good Initiative for GRACE Model
5. ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสมุทรปราการ ในมิติ Care for Health and Safety

🌱 มากกว่ารางวัล คือการแบ่งปัน "เส้นทาง" แห่งความสุข
ภายในงานยังมีการเปิดพื้นที่วงเสวนาร่วมกับองค์กรที่ได้รับรางวัล ทั้งการถอดบทเรียนความสำเร็จจาก 2 ตัวแทนองค์กรต้นแบบที่ได้รับรางวัล Thai Mind Awards ประจำปี 2025 ได้แก่ โรงพยาบาลสัตว์เพื่อนสัตว์เลี้ยงศรีราชา และ Western Digital Storage Technologies สาขาปราจีนบุรี โดยทั้ง 2 องค์กรมาร่วมแบ่งปัน “แนวทางปฏิบัติในการเสริมสร้างสุขภาวะใจที่ดีของบุคลากร” ตลอดเส้นทาง 1 ปีที่ผ่านมาและเป้าหมายต่อไปในการพัฒนา ต่อด้วยวงเสวนาเจาะลึกประเด็นสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตในที่ทำงาน จากองค์กรต้นแบบที่ได้รับรางวัลในปีนี้ แบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่

🎙️ช่วงที่ 1 "Purpose-Driven Leadership" บทบาทผู้นำองค์กรในการสร้างความหมายให้กับงานและส่งเสริมการเติบโตของบุคลากร ดำเนินการเสวนาโดย ผศ. ดร.ทิพย์นภา หวนสุริยา ร่วมกับคุณวินิตา สาน้อย Chief People and Culture Officer (CPCO) จากบริษัท PTG Energy และคุณเกรียงไกร อยู่ยืน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล จากบริษัท B.Grimm Power

🎙️ช่วงที่ 2 "Designing Well-being Systems" การออกแบบระบบ นโยบาย และกระบวนการทำงานที่สนับสนุนสุขภาพใจของคนทำงานอย่างเป็นระบบ ดำเนินการเสวนาโดย ผศ. ดร.ประพิมพา จรัลรัตนกุล ร่วมกับคุณพรสวรรค์ รักษ์มณี และคุณคมกฤช คนรู้ จากกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร คุณดิษยา มีเพียร ผู้อำนวยการ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสมุทรปราการ และคุณวรพงศ์ โรจน์มานะวงศ์ Learning manager จากโรงแรม Park Hyatt Bangkok

🎙️ช่วงที่ 3 "Scaling Well-being Impact" การขยายผลแนวทางเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีทั้งในระดับองค์กรและสังคม ดำเนินการเสวนาโดย อ. ดร.เจนนิเฟอร์ ชวโนวานิช ร่วมกับคุณศรัณยา เทียนถาวร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท AIA ประเทศไทย คุณสุทธิพงศ์ ลาภอนันต์ (Senior Manager) และคุณศนิ พงษ์สุระนันทน์ (Specialist, Health & Well-being) จากบริษัท Pandora Production จำกัด

🌻 งานมอบรางวัล Thai Mind Awards 2026 ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเชิดชูองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมสุขภาพใจของบุคลากร แต่เป็นเครื่องยืนยันว่า การลงทุนกับสุขภาพใจของคนทำงานคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว เนื่องจากช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

“เพราะความเข้าใจในมนุษย์เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืนและต่อยอดสู่สังคมการทำงานที่เป็นมิตรต่อสุขภาพใจอย่างแท้จริง”

#สสส #สำนัก2

16/03/2026
13/03/2026

คนทำงาน 27% ฝืนสู้จนใจพัง เปลี่ยนที่ทำงานเป็นที่แห่งความสุข
สสส. ผนึกคณะจิตวิทยา จุฬาฯ-TIMS เดินหน้า Thai Mind Awards ปี 2 มอบรางวัลองค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต
สสส. ผนึกคณะจิตวิทยา จุฬาฯ-TIMS เดินหน้าโครงการ Thai Mind Awards ปีที่ 2 มอบรางวัล 9 องค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต พร้อมเป็นต้นแบบให้องค์กรทั่วประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงาน เพิ่มศักยภาพองค์กร เปลี่ยน “ที่ทำงาน” เป็น “พื้นที่แห่งความสุข-ความปลอดภัยกับจิตใจ” หวังแก้ปัญหาคนวัยทำงานเครียดสูง 11% ฝืนไปทำงานแม้มีปัญหาสุขภาพจิต 27% ต้องการสวัสดิการตรวจรักษากายใจ การลา และการพูดคุยรับฟังปรึกษา
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 มี.ค. 2569 ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 7 สำนักวิทยทรัพยากร (หอสมุดกลาง) อาคารมหาธีรราชานุสรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานประกาศรางวัลสุดยอดองค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต (Thai Mind Awards 2026) ให้แก่ 9 องค์กรต้นแบบ พร้อมเปิดพื้นที่เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมสร้างสังคมแห่งการผลักดันนโยบายด้านสุขภาวะในองค์กร
ติดตามเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่: https://www.thaihealth.or.th/?p=415245
#สสส #สื่อสารสุข #สุขภาวะองค์กร

ฟังอย่างเข้าใจ ฟังอย่าง 'นักรับฟังมืออาชีพ'
13/03/2026

ฟังอย่างเข้าใจ ฟังอย่าง 'นักรับฟังมืออาชีพ'

บางทีปัญหาที่เรามีก็ไม่ได้ต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแก้ปัญหาเสมอไป โดยเฉพาะปัญหานั้น ถ้าเราคิดว่าท้ายที่สุดเราจะแก้ได้ด้วยตัวเอง แค่ตอนนี้ยังสับสน คิดวิธีไม่ออก แต่การมีคนรับฟังเข้ามาระหว่างทาง อย่างน้อยก็อาจช่วยให้ก้อนปัญหามันลุกลามไปมากกว่านี้

“ไม่ใช่นักวิชาชีพ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ เขาเป็นด่านหน้าที่ทำให้คนรู้สึกสงบ รู้สึกที่จะเปิดใจในการคุย แต่ไม่ได้รักษา”

คำอธิบายจาก ผศ.ดร.ธีรพัฒน์ อังศุชวาล หรือ อ.มิล คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ปรึกษาโครงการการพัฒนานักปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้นในคนพิการ (Mind First Aid) และผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS)

เรียกว่า ‘นักรับฟังมืออาชีพ’

“จริงๆ ไม่มีนิยามของอาชีพนักรับฟัง แต่มีคนทำสิ่งนี้อยู่" ดร. นายแพทย์วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ หรือ คุณหมอแน๊ต จิตแพทย์และผู้ร่วมก่อตั้ง TIMS ยกตัวอย่าง สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ที่บ้างก็เป็นนักจิตวิทยา บ้างก็เป็นนักสังคมสงเคราะห์

“สิ่งที่เขาทำคือการรับฟัง การให้คำแนะนำจริงๆ มีน้อยมาก เค้าแทบจะใช้วิชาชีพของเขาในการทำน้อยมาก ขอแค่มีทักษะในการรับฟังอย่างถูกต้อง และสามารถให้คำแนะนำเบื้องต้นได้"

ในฐานะจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น คุณหมอแน็ตอธิบายว่านักรับฟังที่ดีไม่ได้แปลว่าเงียบตลอด

“คนเงียบมีอยู่ 2อย่าง คือ ฟังกับไม่ฟัง ส่วนคนพูดอยู่ตรงกลาง คือไม่ใช่ฉันไม่สนใจ ฉันสนใจ ลึกๆ เค้าอยากเป็นใครสักคนที่จัดการปัญหาคนตรงข้างหน้านั้นได้ คนที่พูดคือคนที่มีความใส่ใจระดับหนึ่งเพียงแต่ไม่รู้เทคนิค”

และนักรับฟังควรมีค่าตอบแทนที่เหมาะสม

“เราควรทำสิ่งนี้ไม่ให้มันฟรีเพราะคนทำฟรีวันหนึ่งเค้าจะเลิกทำ ถ้าเราดึงส่วนนี้ให้คนไม่ทำฟรีได้ แล้วเค้าได้ค่าตอบแทนเหมาะสมมันก็จะยั่งยืน”

แต่หลังจากโมเดลพัฒนานักปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้น จากหลักสูตร Mind First Aid โดย TIMS, คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, SATI App, MasterPeace และ Young Good Governance ออกตัวไปแล้ว มีหนึ่งผลลัพธ์ที่ชัดเจนคือการทำให้เกิดการจ้างงานคนพิการ 40 คนในตำแหน่งนักรับฟังในบริษัทเอกชนไทย คิดเป็นมูลค่ารายได้รวม 5,760,000 บาท

ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้ที่สนใจงานนักรับฟัง ฟังอย่างเข้าใจ ฟังอย่างไม่ล้ำเส้น และฟังอย่างมีค่าตอบแทน

อ่านต่อ : ฟังอย่างเข้าใจ ฟังอย่างไม่ล้ำเส้น ฟังอย่างมีค่าตอบแทน ฟังอย่าง ‘นักรับฟังมืออาชีพ’ https://mutualfinding.co/professionallistener/

เรื่อง : ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ
ภาพถ่าย : TIMS : สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต , จักรพงษ์ นุตาลัย
ภาพประกอบ : บัว คำดี

#นักปฐมพยาบาลใจเบื้องต้น #นักรับฟัง

12/03/2026
ชวนทำความรู้จักบทบาทของ 'นักปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้น'
10/03/2026

ชวนทำความรู้จักบทบาทของ 'นักปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้น'

การรับฟังจะช่วยคนที่เจอปัญหา ไม่ใช่การบำบัดรักษา ไม่ใช่การจ่ายยา แต่เป็นด่านหน้าที่ทำให้คนรู้สึกสงบและเปิดใจพูดคุย

คุณสมบัติข้างต้น คือ คุณสมบัติที่นักรับฟังหรือนักปฐมพยาบาลใจทุกคนต้องมี เพื่อเป็น ‘ด่านหน้า’ ในการรองรับผู้ป่วยทางใจ ซึ่งเป็น ‘การดูแลจิตสังคม (Psychosocial Support)’ ที่ประเทศไทยยังขาดในระบบปฐมภูมิสุขภาพจิต

เพราะที่ผ่านมา การไปโรงพยาบาลครั้งนึงใช้เวลามากกว่าครึ่งในการรอคิว ในขณะที่เวลาที่เราได้เจอหมอกลับมีแค่ประมาณ 15 นาทีเท่านั้น ยิ่งเป็นแพทย์เฉพาะทางอย่างจิตแพทย์ที่มีอยู่น้อย ยิ่งรอนาน ทั้งที่อาการป่วยใจที่เราแบกมายังไม่ถูกแก้ไขจนหายดี

นี่คือปัญหาที่เรียกว่า ‘ช่องว่างการรักษา (Treatment Gap)’ ที่สัดส่วนของผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตมากกว่าบริการที่เหมาะสม ทันเวลา ต่อเนื่อง และมีคุณภาพ เพราะประเทศไทยมีบุคลากรด้านสุขภาพจิตเพียง 10.7 คน ต่อประชากร 100,000 คน และงบประมาณด้านสุขภาพจิตของคนไทยหารกันแล้วอยู่ที่ 41 บาทต่อหัว

นักปฐมพยาบาลใจจึงมีบทบาทในการเข้ามาลดขนาดช่องว่างนี้ ให้คนไทยเข้าใกล้การบริการด้านสุขภาพจิตที่มีดีกว่าเดิม

อ่าน นักปฐมพยาบาลใจเบื้องต้น : ไม่รีบแก้ไข ไม่เร่งตัดสิน แต่เน้นประคับประคอง ดูแลสุขภาพจิตจากผู้รับฟังที่มีประสบการณ์ ผ่านหลักสูตร Mind First Aid mutualfinding.co/gifted-listeners-from-mind-first-aid/

เรื่อง : ธันยพร เกษรสิทธิ์
ภาพ : TIMS : สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต
ภาพประกอบ : ภัทรภรณ์ สงสาร
#นักปฐมพยาบาลใจเบื้องต้น #นักรับฟังพลังพิเศษ

ขอเชิญร่วมรับชมถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัล"สุดยอดองค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต" Thai Mind Awards 2026 🏆 โดย สสส. (สำนักงานก...
07/03/2026

ขอเชิญร่วมรับชมถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัล
"สุดยอดองค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต" Thai Mind Awards 2026 🏆 โดย สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth TIMS : สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต และคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Psychology CU

⏰ วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 - 16.00 น.

#ความยั่งยืนทางสุขภาพจิต #สุดยอดองค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต #สำนัก2 #สสส

ขอเชิญร่วมรับชมถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัล
"สุดยอดองค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต" Thai Mind Awards 2026 🏆
โดยคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

⏰ในวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 - 16.00 น.
Live Streaming ผ่านทาง TIMS : สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต

🎙 ภายในงานพบกับ

- พิธีมอบรางวัลสุดยอดองค์กรส่งเสริมสุขภาพวะทางจิต และ รางวัลองค์กรที่มีผลงานโดเด่นในมิติต่าง ๆ ของสุขภาวะตามมิติของ GRACE คือ
G : Growth and Development
R : Recognition
A : All for Inclusion
C : Care for Health and Safety
E : Work - Life Enrichment

- การเสวนาเพื่อแบ่งปันองค์ความรู้และนโยบายด้านการดูแลสุขภาวะของบุคลากรในองค์กร

🏆ให้เกียรติมอบรางวัลโดย
- ศ. ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

🏆ให้เกียรติกล่าวรายงานโดย
- ผศ. ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

🙋‍♀️ดำเนินรายการโดย
- ผศ. ดร.หยกฟ้า อิศรานนท์

🙋‍♀️ ดำเนินรายการเสวนาโดย
- ผศ. ดร.ประพิมพา จรัลรัตนกุล กับหัวข้อ "Designing Well-being Systems"
- ผศ. ดร.ทิพย์นภา หวนสุริยา กับหัวข้อ "Purpose-Driven Leadership"
- อ. ดร.เจนนิเฟอร์ ชวโนวานิช กับหัวข้อ "Scaling Well-being Impact"

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณบุณยาพร อนะมาน 081-659-8780


04/03/2026

จิตแพทย์ในประเทศไทย 1 คน ต้องดูแลคนไทยจำนวน 100,000 คน

จำนวนจิตแพทย์ที่ไม่เพียงพอเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้เกิดช่องว่างทางการรักษา บางพื้นที่มีหมอกระจุกตัวอยู่มาก แต่บางพื้นที่ไม่มีหมอเลยสักคน กว่าจะได้รับการรักษาครั้งนึงก็ใช้เวลานาน พอถึงคิวกลับได้พูดคุยกับแพทย์แค่ 15 นาที ทำให้กระบวนการรักษาไม่มีประสิทธิภาพ

ซึ่งสิ่งที่จะมาช่วยเยียวยา แก้ไขปัญหาคอขวดนี้ คือ การมีด่านหน้า หรือกระบวนการขั้นปฐมภูมิในการคัดกรองผู้ป่วย และส่งต่อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในขั้นถัดไป แต่ด้านหน้าเองก็ต้องผ่านกระบวนการอบรมเช่นกัน เพื่อให้การดูแลสุขภาพใจเบื้องต้นมีประสิทธิภาพ

‘Mind First Aid’ เป็นหลักสูตรการพัฒนานักปฐมพยาบาลใจเบื้องต้นที่ทุกคน รวมไปถึงคนพิการสามารถเรียนได้ ซึ่งวิธีการของการปฐมพยาบาลนี้ไม่ใช้ยา ไม่มีการบำบัด แต่เป็น ‘การรับฟัง’ โดยไม่ตัดสิน และให้ผู้พิการ จากเดิมที่เป็นผู้รับ กลายเป็นผู้ให้ ผ่านการรับฟัง

หลักสูตร Mind First Aid พัฒนามาจากการศึกษาหลักสูตรปฐมพยาบาลทางใจที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น Look-Listen-Link ของ WHO ซึ่งพบว่าหลักสูตรเหล่านี้ยึดโยงกับประสาทสัมผัส ทำให้คนหลายกลุ่ม อาทิ คนพิการ ไม่สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้

TIMS, คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ SATI จึงร่วมพัฒนาหลักสูตร Mind First Aid ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนสุขภาพ (สสส. ) ที่ใช้โมเดล 4S ได้แก่

1️⃣ ระบบนิเวศทางจิตใจ (Support Ecosystem) : เรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์สุขภาพจิตในปัจจุบัน เข้าใจสุขภาพจิตแบบองค์รวม รู้จักความเครียดในรูปแบบต่างๆ
2️⃣ การรับรู้และการเข้าใจ (Sense) : เรียนรู้แนวคิดและทักษะที่ช่วยให้รับรู้และเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น
3️⃣ การสิ้นสุดการช่วยเหลือและส่งต่ออย่างเหมาะสม (Summarize) : เรียนรู้ขั้นตอนการยุติบทสนทนา และการส่งต่อข้อมูลเพื่อรับความช่วยเหลือ
4️⃣ การดูแลใจตนเองและทัศนคติที่เหมาะสมในการรับฟัง (Self-Care) : เรียนรู้วิธีการดูแลตัวเองในฐานะนักปฐมพยาบาลใจเบื้องต้น

โดยโมเดล 4S จะเป็นการเรียนรู้ทาง e-Learning หรือช่องทาง Online แต่การอบรมนักปฐมพยาบาลใจ จะมีการอบรมเชิงปฏิบัติการ (On site) และทดลองให้บริการรับสาย (On-the Job Training) อีกด้วย

ที่ผ่านมา มีคนพิการที่ผ่านการอบรม e-Learning จำนวน 210 คน และผ่านกระบวนการ 3O (Online, Onsite, On-the Job Training) พร้อมทำหน้าที่เป็น ‘นักรับฟังพลังพิเศษ’ ผ่านแอปพลิเคชันสติ (Sati) จำนวน 58 คน

ซึ่งพลังพิเศษไม่ใช่พลังเหนือธรรมชาติเหมือนฮีโร่ในภาพยนตร์ ไม่ใช่พลังที่ช่วยดีดนิ้วให้ปัญหาหายไป แต่เป็นพลังของการฟังที่ทำให้คู่สนทนารู้สึกดีขึ้น

ตำแหน่งนักรับฟังพลังพิเศษ จึงเป็นโมเดลต้นแบบการจ้างงานคนพิการที่กรมสุขภาพจิต กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และกรมการจัดหางาน ลงนาม MOU ร่วมกัน เพื่อนำร่องส่งเสริมคนพิการ 500 คน ให้มีทักษะพร้อมต่อยอดสู่โอกาสการประกอบอาชีพ และช่วยลดปัญหาสุขภาพจิตคนวัยทำงาน ซึ่งตอนนี้มีคนพิการที่ถูกจ้างงานให้ทำหน้าที่เป็นนักรับฟังภายใต้ ม.35 จำนวน 40 คน

Mind First Aid จึงเป็นทั้งโมเดลที่ช่วยดูแลสุขภาพใจเบื้องต้น และเป็นโมเดลที่ช่วยขยายโอกาสการทำงานของคนพิการอีกด้วย

เรื่อง : ธันยพร เกษรสิทธิ์
ภาพ : TIMS
ภาพประกอบ : บัว คำดี
#นักรับฟัง #ปฐมพยาบาลใจ

ที่อยู่

Borommaratchachonnanisisattaphat, Rama I Road, Wang Mai, Pathum Wan
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 16:00
อังคาร 09:00 - 16:00
พุธ 09:00 - 16:00
พฤหัสบดี 09:00 - 16:00
ศุกร์ 09:00 - 16:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ TIMS : สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง TIMS : สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต:

แชร์