11/09/2026
Nike Pegasus Plus 2
อาทิตย์ที่ผ่านมาเราอยู่กับรองเท้าคู่นี้เยอะมาก ไม่ใช่เพราะว่าอยากลองหรือติดใจมันขนาดนั้น แต่พอได้ใช้งานไปเรื่อยๆเริ่มรู้สึกว่ามันใช้งานแบบนี้ได้ แบบนั้นก็พอได้ อ้าวแล้วแบบนี้ล่ะ? หลังจากที่ผ่านการวิ่งทั้ง อีซี่, คอร์ทสั้น, เทมโป้ และใส่เดิน เราก็ตกตะกอนได้ว่านี่คือรองเท้าที่อเนกประสงค์มากอย่างที่ Nike บอกไว้ว่าคู่นี้คือรองเท้าที่คุ้มที่สุดของแบรนด์ในตอนนี้
เวอร์ชั่นที่สอง
เรารู้สึกว่าอยากลืมเวอร์ชั่นแรกไปเลย คู่นั้นเราไม่มีรีวิวด้วยซ้ำแต่รู้สึกว่ามันยังขาดแคลนคุณสมบัติหลายอย่างของรองเท้าวิ่งดีๆสักคู่ แต่เวอร์ชั่นนี้รู้สึกว่าพร้อมใช้งานแล้วจริงๆ คู่นี้ใช้โฟม ZoomX ทั้งตัวและเป็นเนื้อโฟม TPEE ที่ได้รับคอนเฟิร์มมาแล้ว แทรกด้วยแผ่น Zoom ที่อยู่ปลายเท้า แผ่นใหญ่พอสมควร เป็น Curved Zoom ลักษณะเดียวกับ Peg Premium และเป็นปผ่น Zoom ที่หนากว่า Peg 42 ถึง 3 มม. โครงสร้างนี้ทำให้เรารู้สึกว่า Plus 2 น่าใช้ขึ้นมากเพราะมันเป็น Baby Peg Premium ที่ใช้วิ่งได้สมูธแล้วจริงๆ
ตัวเลขสักหน่อย
คู่นี้ระบุน้ำหนักที่ 261 กรัมในไซส์ 10 us เราเลยเอามาชั่งเองที่บ้านเพราะเราอยากรู้น้ำหนัก 9 us สรุปว่าได้ตัวเลข 246 และ 249 กรัมระหว่างรองเท้าสองข้าง ถือว่าผ่านมาตรฐานรองเท้าซ้อมของเราเองที่ไม่ควรเกิน 250 กรัม รองเท้าจริงรู้สึกเบาและเร็วกว่านั้นอีกหน่อยด้วยทรงเดิมๆของ Pegasus มักจะรู้สึกพุ่งนิดๆ และความหนาของส้นเท้าอยู่ที่ 38 มม.กับดร็อป 10
ZoomX + Zoom Air
โฟมในคู่นี้ก็ยังไม่สามารถเอาไปเทียบกับคู่อื่นได้ตรงๆถึงแม้จะเป็น TPEE เหมือนกัน ถ้าเป็น Vomero Plus จะนุ่มแน่นและมีความเด้ง แต่โฟมใน Peg+ 2 นุ่มกว่าอีก มันเด้งเล็กน้อยไม่มาก ให้ความรู้สึกหนานุ่มที่ชัดกว่า บวกกับทรงรองเท้าที่เรียวสไตล์ Pegasus ทำให้คู่นี้รู้สึกมีความเป็น Uptempo Trainer ตั้งแต่ลองใส่ครั้งแรก หนานิดๆ นุ่มชัด มีแรงเด้ง และทรงเรียวทำให้เร่งความเร็วได้ง่าย
การตั้งโจทย์
Peg+ 2 ระบุไว้ว่าเป็นรองเท้าที่เหมาะสมกับการวิ่ง Tempo มากที่สุด และโจทย์หลักคือความเร็ว ไม่ใช่ daily+fast ไม่ใช่แบบนั้นฮะ แต่ต้องเร่งความเร็วได้ดีในระดับ Tempo เราจะคิดต่อกันจากตรงนี้
ความอเนกประสงค์นี้
เราได้ใส่ทั้งบนลู่วิ่ง, ในคอร์ท และถนน ใส่หลากหลายมาก ความรู้สึกแรงคือมันนุ่มฮะ ยุบตัวง่าย ยวบนิดๆแต่ไม่มากถึงขนาดหน่วง ใส่วิ่ง easy แล้วรู้สึกว่าเป็น Fun Shoe อีกแล้ว นุ่ม ยกเท้าง่ายเพราะทรงรองเท้าที่ส่งไปข้างหน้าดี วิ่งช้าแล้วแถมความเร็วให้นิดๆ แต่ความเร็วไม่ได้มาจากแรงเด้ง มันมากจากพื้นที่รู้สึกบางเล็กน้อยทำให้เราต้องยกเท้าขึ้นไว้ กับทรงรองเท้าที่เรียวพอ สับขาง่าย
Short Intervals
มันเซสชั่นนึงที่เราได้การบ้านให้วิ่งแบบ 30 วินาทีเร็วสลับช้า ทำเป็นเซ็ตๆไปไม่เยอะมาก เซ็ตสั้นๆแบบนี้จะใช้ความเร็วสูงได้และทุบเท้าได้เลย เราเลยเอาคู่นี้ไปลองเพราะอยากรู้ว่า Zoom Air ปลายเท้าจะเวิร์คแค่ไหน สิ่งที่เจอคือเวลาวิ่งช้าไม่เป็นปัญหา แต่พอวิ่งเร็วแล้วเราจะรู้สึกได้ชัดขึ้นว่าโฟมมันนุ่มมากจนสู้แรงตบเท้าไม่ได้ โฟมคือตัวไม่ทัน แต่แผ่น Zoom Air ที่ปลายเท้ามันมีความแน่นกว่า เด้งไม่มาก แต่มันกลายเป็นตัวที่ปกป้องปลายเท้าเอาไว้ไม่ให้แรงจากพื้นถนนสะท้อนขึ้นมา และความแน่นของมันทำให้เร่งความเร็วได้ด้วย รู้สึกว่าทรงรองเท้าเพรียวๆทั้งหน้าผ้าและพื้นมันช่วยเรื่องความเร็วมากพอสมควร แต่เรายังคงรู้สึกว่าการวิ่งแบบความเร็วสูงขนาดนี้ ยังไม่ตรงโจทย์ของรองเท้าคู่นี้เท่าไหร่ มันยังไม่ได้เร็วพอ
Tempo
หลังจากวิ่งเร็วสั้นๆมาแล้ว เราไม่คิดว่าคู่นี้จะไหวกับเทมโป้ด้วยซ้ำ แต่เราลองผ่านโปรแกรม 1,000 m X 10 แล้วเกินคาดฮะ ไม่คิดว่ามันจะรับไหวขนาดนี้ ความเร็วในโปรแกรมนี้ถือว่าไม่มากขนาดนั้น ช้ากว่าเพซ 10k อยู่สิบกว่าวิ ตรงนี้เราคิดว่ามันถึงเพดานความเร็วของคู่นี้แล้ว ซึ่งตรงกับที่เค้าบอกไว้ว่ามันถูกสร้างมาเพื่อเทมโป้ ช่วงเร่งความเร็วกลางๆมันได้ประโยชน์จากความไวของรองเท้าที่ทั้งบางและน้ำหนักดี ไปถึงเพซได้ไม่ลำบาก ความนุ่มของโฟมมีประโยชน์กับระยะที่ยาวหน่อย ผ่าน 1,000 เมตรไปได้อย่างที่โฟมไม่ยอมแพ้ก่อน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกถึงแรงเด้งของ Zoom Air ชัดขนาดนั้นเช่นกัน ช่วงพักเซ็ต(2 นาที) ก็รู้สึกว่าโฟมนุ่มๆนี่ช่วยไว้ ไม่กระด้างเท้าตรงไหน ความเร็วกลางๆนี่แหละ กำลังดีกับคู่นี้
Easy
วิ่งช้าแล้วรู้สึกเหมือนรองเท้า daily รุ่นฮิตๆสมัยนี้ฮะ เช่น EVO SL หรือ Novablast 6 วิ่งได้ ใส่สบาย ไม่เค้นจนเกินไป มีความนุ่มให้ใช้ น้ำหนักไม่ถ่วง แต่ยังไงก็รู้สึกว่ามันไม่ตรงโจทย์ ต้องยกเพซให้เร็วขึ้นอีกสักนิดกำลังดี เพราะโฟมยุบตัวเยอะหน่อย ทำให้ต้องรีบยกเท้าขึ้นมา กลายเป็นสับเท้าไวขึ้น แต่ถ้าทำได้จะรู้สึกสมูธพอสมควร และอาจจะเลยเถิดเพซ easy ไปนิดๆ ถ้าไม่ซีเรียสก็ถือว่าคู่นี้ผ่านฮะ
ใส่เดินรู้สึกไม่มีปัญหาอะไรนะ
ไม่โคลงเคลง ไม่อึดอัดติดขัดตรงไหน ความนุ่มของ ZoomX มีประโยชน์ตรงนี้อีกแล้ว แต่จะรู้สึกถึงทรงรองเท้าเรียวๆได้ชัดกว่าตอนวิ่งมาก ทรงนี้มันทำให้รู้สึกว่าต้องเดินเร็วขึ้นนิดนึง แช่เท้านานแล้วไม่ค่อยสบาย ตามสไตล์รองเท้าวิ่งที่มีสปีดหน่อย
ทั้งหมดที่ผ่านมาเรารู้สึกว่าคุ่นี้ตอบได้หลายโจทย์แบบกลางๆฮะ ในความรู้สึกที่ว่ามันไม่ไปสุดขนาดนั้น แต่หลายวันที่ต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน คู่นี้กลับตอบหลายๆโจทย์ได้แบบผ่านสบายๆ จนรู้สึกว่าถ้าเราต้องเอารองเท้ากีฬาสักคู่พกไปตอนเดินทาง น่าจะจบที่คู่นี้ได้ง่ายๆ
ยังไงก็ Pegasus
ตอนแรกเราคาดหวังจากสเปครองเท้าว่ามันน่าจะให้ความรู้สึกคล้ายๆ Saucony Endorphin Azura ที่มีก้อนโฟมหนาๆขั้นอยู่ระหว่างเท้าเรากับพื้นถนน หรือ EVO SLที่ถึงแม้โฟมจะไม่หนามากแต่ไม่ต้องใช้กล้ามเนื้อเท้ามากนัก แต่พอได้นวดคู่นี้เยอะๆก็เข้าใจได้ว่านี่คือ Pegasus อย่างที่เราเคยรู้จักจริงๆ เพราะถ้าเทียบกับรองเท้าในตลาดยุคนี้แล้ว ตระกูล Pegasus ถือว่ามัน Ground Feeling ค่อนข้างชัด เท้าเราอยู่ใกล้กับพื้นถนนพอสมควร พื้นหนาแต่ยังให้ความรู้สึก Flat Racing ผสมอยู่นิดๆ แล้วถีบเท้าออกด้วยแรงตัวเองมากกว่ารอให้รองเท้าเด้งเองโดยที่เราแค่ปล่อยไหล ให้ความรู้สึกแบบ Natural Motion ใช้แรงตัวเองชัดเจนอยู่ แต่ด้วยโฟมรอบนี้ที่ทำมาดีกว่าเดิมมาก เลยไม่ต้องห่วงเรื่องแรงสะท้านขนาดนั้น ทุบได้ ตบได้ แค่ต้องอย่าลืมว่ารองเท้ายังให้ความรู้สึกบางกว่าตัวอื่นเล็กน้อย
ถ้าเทียบความรู้สึกที่ใกล้เคียงจริงๆ เราคิดว่าโฟมใหม่นี้คล้ายๆ NB Rebel v5 ฮะ ที่นุ่มชัด มีแรงเด้งบ้าง เบา แต่ยุบตัวง่าย เหมาะกับการแตะแล้วยกเท้าขึ้นไวหน่อย ถ้าเร่งความเร็วนิดๆมันจะเริ่มสมูธขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ใช่ความเร็วสูงสุดในระดับ Interval และความนุ่มของโฟมทำให้รองเท้าใช้ประโยชน์ได้กว้างกว่าการทำความเร็วอย่างเดียว
เรารู้สึกกลางๆกับคู่นี้ฮะ ถ้าให้พล็อตกราฟก็อยู่ตรงกลางเลยล่ะ ไม่ได้เด่นอะไรในทางไหนมาก แต่ถ้าคิดว่าคู่ไหนจะใช้งานได้หลากหลายขนาดนี้ ตัวเลือกที่เอามาแข่งกันก็จะเหลือน้อยแล้วฮะ และเราคิดว่าน่าจะได้ใช้งานคู่นี้อีกพอสมควรด้วยความสาระพัดประโยชน์ของมัน เราใส่ตรงไซส์นะฮะ หน้าผ้าเรียวแต่ไม่ได้แคบแบบนั้น ไม่ต้องเผื่อไซส์เลย ใส่สบายกำลังดี