มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา

มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา จัดหาทุนให้แก่นักศึกษาแพทย์ ที่เรียนดี มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ แต่ขาดทุนทรัพย์

Medical Students Scholarship Foundation For

Benefits of Mankind

22/09/2026
21/09/2026
17/09/2026

กำเงินหมื่นซื้อเครื่องวัดความดันหรือสมาร์ทวอชดี?
เปิดลิสต์ 20 ความเข้าใจผิดที่คนไทยโดนแกงบ่อยที่สุด!

ใครกำลังเล็งจะซื้อเครื่องวัดความดันติดบ้านไว้ให้พ่อแม่ หรือกำลังสับสนว่าจะใส่สมาร์ทวอชเรือนโปรดตัวท็อปไว้วัดความดันแทนดีไหม ยกมือขึ้นนน!

สภาพพพ… หลายครอบครัวตั้งใจดูแลสุขภาพเต็มที่ แต่กลับตกม้าตายเพราะความเชื่อฝังหัวผิด ๆ ที่แชร์ต่อกันมา พี่ต่อขออาสามานั่งกางสมุดชำแหละให้ฟังเน้น ๆ 20 ข้อ จะได้ดูแลคนในบ้านได้ตรงเป้าและไม่เสียเงินฟรีครับ!

หมวดที่ 1: แกดเจ็ต & การเลือกเครื่องวัด
1. “สมาร์ทวอชข้อมือหรูใช้วัดความดันแทนเครื่องมือแพทย์ได้ 100%”
เอาเข้าจริง นาฬิกาสมาร์ทวอชยุคนี้เทคโนโลยีล้ำมาก ช่วยจับเทรนด์คร่าว ๆ และใช้อ้างอิงการขึ้นลงระหว่างวันได้ดีเลยล่ะ แต่ยังไม่เสถียรเป๊ะถึง 100% สำหรับการวินิจฉัยทางการแพทย์ ถ้าจะวัดเพื่อปรับยาหรือรักษาจริง เครื่องวัดดิจิทัลแบบรัดต้นแขนยังคงเป็นมาตรฐานหลักที่หมอแนะนำครับ

2. “ใช้เครื่องวัดแบบรัดข้อมือตัวเล็ก ๆ สะดวกกว่า แม่นยำเท่ากันเป๊ะ”
แบบรัดข้อมือพกพาง่ายก็จริง แต่ตำแหน่งข้อมือต้องอยู่ระดับเดียวกับหัวใจตลอดเวลา ถ้าขยับมือต่ำลงนิดเดียว ค่าความดันจะพุ่งสูงเกินจริงทันที งานวิจัยพบว่าเครื่องวัดข้อมือมีความคลาดเคลื่อนมากกว่าแบบต้นแขน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

3. “ซื้อเครื่องยี่ห้อไหนมา แขนเล็กแขนใหญ่ก็ใช้สายรัดเดียวกันได้หมด”
หลอกดาวมาก! ขนาดผ้าพันแขน (Cuff size) สำคัญกว่าตัวบอดี้เครื่องซะอีก ถ้าสายรัดแน่นเกินไป ค่าจะสูงหลอกตา ถ้าหลวมโพรก ค่าจะต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ต้องวัดรอบแขนก่อนซื้อเสมอ

4. “ซื้อเครื่องมาครั้งเดียว ใช้ยาว ๆ 10 ปี ไม่ต้องตรวจเช็กอะไร”
เซ็นเซอร์แรงดันมีวันเสื่อม ควรนำเครื่องไปเทียบค่ามาตรฐานที่โรงพยาบาลหรือศูนย์บริการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

5. “เครื่องวัดความดันราคาหลักหมื่นต้องดีกว่าหลักพันเสมอ”
หัวใจไม่ได้อยู่ที่ความแพง แต่อยู่ที่การผ่านการรับรองมาตรฐานสากล เช่น dabl Educational Trust หรือสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทยต่างหาก

หมวดที่ 2: ท่าวัด & พฤติกรรมการจดบันทึก
6. “เดินขึ้นบันไดมาเหนื่อย ๆ วัดเลย จะได้รู้ว่าความดันตอนเหนื่อยเป็นยังไง”
ผิดคิวสุดๆ ต้องนั่งพักนิ่ง ๆ อย่างน้อย 5 นาทีก่อนกดปุ่มสตาร์ท ไม่งั้นตัวเลขจะพุ่งทะลุปรอทจนตกใจเปล่า ๆ

7. “ก่อนวัดความดัน ซดกาแฟเข้ม ๆ หรือสูบบุหรี่สักมวนไม่เห็นเกี่ยวกัน”
คาเฟอีนและนิโคตินทำให้หลอดเลือดหดตัวชั่วคราว ควรงดอย่างน้อย 30 นาทีก่อนวัด

8. “นั่งไขว่ห้างคุยโทรศัพท์ไป วัดความดันไป ชิล ๆ”
การไขว่ห้างและการชวนคุยเบา ๆ ระหว่างเครื่องปั๊มลม สามารถดันตัวเลขให้เพี้ยนขึ้นไปได้ถึง 5–10 มม.ปรอท

9. “ปวดปัสสาวะก็กลั้นไว้ก่อน วัดเสร็จค่อยลุกไปเข้าห้องน้ำ”
กระเพาะปัสสาวะที่ตึงเต็มไปด้วยปัสสาวะจะกระตุ้นระบบประสาท ส่งผลให้ค่าความดันซิสโตลิกพุ่งพรวดได้อีกเกือบ 10 มม.ปรอท

10. “วัดข้างไหนก็ได้ ซ้ายขวาค่าเท่ากันหมดแหละ”
คนเราความดันแขนสองข้างต่างกันได้เล็กน้อย ครั้งแรกควรวัดทั้งสองข้าง แล้วยึดข้างที่ได้ค่าสูงกว่าเป็นแขนหลักในการวัดครั้งต่อไป

11. “วัดรอบเดียวผ่าน จำตัวเลขไว้ในใจ พอมีอาการเวียนหัวค่อยวัดใหม่”
ทริกจำเองในหัวมักลืมสนิท การวัดที่ถูกต้อง (HBPM) ต้องวัดซ้ำ 2 ครั้งห่างกัน 1 นาที แล้วจดค่าเฉลี่ยลงสมุดอย่างสม่ำเสมอ

12. “วัดเวลาไหนของวันก็ได้ ตัวเลขคงไม่ต่างกัน”
ค่าความดันเปลี่ยนแปลงตามนาฬิกาชีวภาพ ควรวัด 2 ช่วงเวลาหลักคือ ตอนเช้าหลังตื่นนอน (ก่อนกินยา) และช่วงค่ำก่อนเข้านอน

หมวดที่ 3: สัญญาณเตือน & อาการหลอกตา
13. “ไม่มีอาการปวดหัว มึนท้ายทอย แปลว่าความดันปกติ ชัวร์!”
ฆาตกรเงียบตัวจริงไม่เคยส่งการ์ดเชิญ คนส่วนใหญ่ที่เป็นความดันโลหิตสูงไม่มีอาการใด ๆ เลยจนกระทั่งเส้นเลือดตีบหรือแตก

14. “ความดันขึ้นสูงปรี๊ด ต้องรีบหายาลดความดันใต้ลิ้นมากินทันที”
อันตรายมากกก การทำให้ความดันฮวบฮาบเร็วเกินไปอาจทำให้สมองขาดเลือด หากสูงมากและมีอาการวิงเวียน แขนขาอ่อนแรง ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

15. “ไปหาหมอที่คลินิกทีไรความดันพุ่งทุกที แปลว่าป่วยหนักแน่ ๆ”
อาจเป็นภาวะ White-coat hypertension (ความดันตื่นเต้นเสื้อกาวน์) การจดบันทึกความดันที่บ้านต่อเนื่อง 7 วัน จะช่วยให้คุณหมอแยกแยะได้ชัดเจน

16. “ผู้สูงอายุยิ่งแก่ ความดัน 160–170 ถือเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ต้องคุม”
ตัวเลขสูงขนาดนั้นอันตรายต่อหัวใจและไต แม้ผู้สูงวัยหลอดเลือดจะแข็งตัวขึ้น แต่เกณฑ์การดูแลก็ยังต้องควบคุมอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์

หมวดที่ 4: การกินยา & วิถีชีวิต
17. “กินยาความดันไปนาน ๆ เดี๋ยวไตจะพัง สู้หยุดยาแล้วหันไปกินยาสมุนไพรดีกว่า”
ยาลดความดันแผนปัจจุบันผ่านการวิจัยมาเพื่อช่วยปกป้องไต แต่ตัวการที่ทำให้ไตวายตัวจริงคือการปล่อยให้ความดันสูงเรื้อรังต่างหาก

18. “ความดันลงมาเลขสวย 120/80 แล้ว หยุดยาเองได้เลย หายแล้ว!”
เลขสวยเพราะฤทธิ์ยายังคุมอยู่ หยุดยาปุ๊บ ความดันจะดีดกลับทันควัน ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด

19. “กับข้าวไม่ได้ใส่น้ำปลาเยอะ แปลว่าโซเดียมไม่เกิน กินได้สบายใจ”
โซเดียมแฝงในผงชูรส ซอสปรุงรส ขนมกรุบกรอบ และอาหารแปรรูป เพียบเลยนะพวกแก

20. “เป็นความดันสูง ห้ามออกกำลังกายเด็ดขาด เดี๋ยวเส้นเลือดแตก”
ถ้าควบคุมความดันได้ดี การเดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยานเบา ๆ สม่ำเสมอ กลับช่วยให้หลอดเลือดยืดหยุ่นและลดความดันได้อย่างดีเยี่ยม

สรุปสั้น ๆ ให้จำง่าย
สมาร์ทวอช = ใช้ดูเทรนด์ได้ แต่ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัย

เครื่องวัดความดันแบบต้นแขน = มาตรฐานทองคำสำหรับใช้ที่บ้าน

เครื่องวัดข้อมือ = พกสะดวก แต่ต้องวางระดับหัวใจเสมอ ไม่งั้นค่าเพี้ยน

วัดความดันที่ถูกต้อง = นั่งพัก 5 นาที, ไม่วัดตอนปวดฉี่, งดกาแฟ/บุหรี่ 30 นาทีก่อนวัด, วัดซ้ำ 2 ครั้งแล้วจดค่าเฉลี่ย

ความดันสูงมักไม่มีอาการ = อย่ารอให้ปวดหัวแล้วค่อยวัด

ห้ามหยุดยาเอง = ความดันดีดกลับอันตรายกว่าที่คิด

โซเดียมแฝงมีทุกที่ = อ่านฉลากก่อนกิน

ออกกำลังกายได้ = ถ้าคุมความดันได้ดี จะช่วยให้ความดันลดลงด้วย

พี่ต่อเข้าใจว่า… การดูแลสุขภาพคนในบ้าน ไม่ใช่เรื่องของการวิ่งตามอุปกรณ์ที่แพงที่สุด แต่มันคือความใส่ใจในการเลือกใช้เครื่องมือให้ถูกวิธี และการจดบันทึกตัวเลขเล็ก ๆ น้อย ๆ ในทุกเช้าค่ำต่างหาก

หากบทความนี้มีประโยชน์ อย่าลืมกดเซฟเก็บไว้ดูตอนเลือกซื้อเครื่อง และกดแชร์ต่อเพื่อเตือนคนที่คุณรักด้วยนะครับ!

และหากท่านใดต้องการร่วมส่งต่อโอกาสทางการรักษาให้กับผู้ป่วยยากไร้ทั่วประเทศ: คลิกบริจาคสมทบทุนในการจัดทุกกิจกรรมการระดมทุนการศึกษาของมูลนิธิได้ง่าย ๆ ด้วยการสแกน e-donation QR Code ที่ด้านล่างของรูป เพื่อบริจาค กำกับโดยกรมสรรพากร โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยอดบริจาคจะถูกบันทึกในระบบ สามารถหักลดหย่อนภาษีได้โดยไม่จำเป็นต้องออกใบเสร็จ

#ความดันโลหิตสูง #วัดความดันที่บ้าน #ความเข้าใจผิดเรื่องความดัน #สมาร์ทวอช #พี่ต่อพี่ปัน #มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา

คำชี้แจง: พี่ต่อและพี่ปันเป็นมาสคอตของมูลนิธิ ไม่ใช่แพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เนื้อหาด้านสุขภาพจัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือการรักษาโดยแพทย์ รอยโรคที่มีลักษณะคล้ายกันอาจมีสาเหตุต่างกันมาก หากมีอาการรุนแรงหรือไม่แน่ใจ ควรเข้ารับการตรวจจากบุคลากรทางการแพทย์

15/09/2026

จอวัดความดันไม่ได้มีไว้ใบ้หวย!!!!!

เปิดความลับตัวเลข 3 ตัว สูงพัง ต่ำวูบ และหายนะของการ "หยุดยาเอง"

คิดว่าอายุยังน้อย หน้าตาแจ่มใส แล้วหลอดเลือดข้างในจะเหนียวแน่นเป็นอมตะเหรอ? โถ…ไปเอาความคิดนี้มาจากใหน!

คนส่วนใหญ่มักชะล่าใจ คิดไปเองว่าถ้าไม่มีอาการมึนหัวหรือท้ายทอยตึงเปรี๊ยะ แปลว่าร่างกายยังฟิตเปรี๊ยะร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เอาเข้าจริง พอเดินไปนั่งหย่อนก้นแตะเครื่องวัดความดันตามจุดคัดกรองปุ๊บ หลายคนถึงกับหน้าถอดสี ตาค้างกันเป็นแถว! สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทยเขาแนะนำไว้ชัดเจนเลยว่า คนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ควรเริ่มวัดความดันโลหิตอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งได้แล้วครับ ไม่ใช่รอให้แตะวัยเกษียณหรือรอให้ล้มตึงคาโต๊ะทำงานก่อนนะเหรอ

แล้วตัวเลข 3 ตัวที่โชว์หราบนหน้าจอดิจิทัลเครื่องวัดความดัน มันส่งเสียงเตือนอะไรถึงเราบ้าง? พี่ต่อสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ตามนี้เลยครับ:

ตัวบน (SYS - Systolic): แรงดันขณะหัวใจบีบตัวฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่าง ค่าปกติไม่ควรเกิน 120 มิลลิเมตรปรอท

ตัวล่าง (DIA - Diastolic): แรงดันขณะหัวใจคลายตัวพักผ่อน ค่าปกติไม่ควรเกิน 80 มิลลิเมตรปรอท

ตัวล่างสุด (PUL - Pulse Rate): ชีพจรหรือจังหวะการเต้นของหัวใจใน 1 นาที (คนพักผ่อนปกติมักแกว่งอยู่ที่ 60–100 ครั้งต่อนาที)

แต่ความพีกมันอยู่ตรงนี้ครับ! เวลาตัวเลขพวกนี้เพี้ยนไปจากมาตรฐาน ไม่ว่าจะ "สูงเกิน" หรือ "ต่ำไป" มันสร้างความเสียหายให้ร่างกายคนละแบบ ชนิดที่น่ากลัวไม่แพ้กันเลย

เริ่มที่ฝั่ง "ความดันโลหิตสูง" ภัยเงียบตัวฉกาจที่ทางการแพทย์ขนานนามว่าเป็น Silent Killer เพราะมันแอบกัดกร่อนผนังหลอดเลือดด้านในแบบเงียบเชียบ หากปล่อยให้ตัวเลขค้างเติ่งอยู่ที่ 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไปนานๆ ผนังหลอดเลือดจะแข็งเปราะ ตีบตัน หรือโป่งพอง โรคร้ายแรงที่จะแห่ขบวนตามมาติดๆ มีตั้งแต่:

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): เส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบตัน นำไปสู่อัมพฤกษ์ อัมพาตเฉียบพลัน

โรคหัวใจขาดเลือดและหัวใจล้มเหลว: หัวใจต้องออกแรงบีบสู้กับแรงต้านสูงลิบจนกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวและเสื่อมสภาพ

โรคไตวายเรื้อรัง: เส้นเลือดฝอยที่ทำหน้าที่กรองของเสียในไตพังยับเยิน จนของเสียคั่งและต้องฟอกไตในที่สุด

จอประสาทตาเสื่อม: หลอดเลือดฝอยในลูกตาเสียหายจนตามัวหรือบอดสนิท
และถ้าวันไหนตัวเลขพุ่งทะลุแตะ 180/120 มิลลิเมตรปรอท ขึ้นมา อันนี้เข้าขั้นภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต (Hypertensive Crisis) ที่อวัยวะภายในกำลังจะวายเฉียบพลัน ต้องรีบพุ่งตัวไปโรงพยาบาลทันที อย่ามัวแต่นั่งรอดูอาการเด็ดขาด!

หันมาดูฝั่ง "ความดันโลหิตต่ำ" กันบ้าง หลายคนเข้าใจผิดคิดว่ายิ่งต่ำยิ่งดี ยิ่งห่างไกลโรค แต่ถ้าตัวเลขดิ่งลงต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท พร้อมมีอาการร่วมด้วย นั่นแปลว่าแรงดันเลือดไม่พอที่จะปั๊มออกซิเจนขึ้นไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญ! สัญญาณเตือนคือหน้ามืด วิงเวียน ทรงตัวไม่อยู่ ตาพร่า และเสี่ยงวูบหมดสติ (Syncope) อันตรายที่น่ากลัวที่สุดของคนความดันต่ำไม่ใช่แค่ตัวโรคโดยตรง แต่คือ "อุบัติเหตุจากการหกล้มกระแทกพื้น" จนกะโหลกร้าว กระดูกสะโพกหัก หรือเลือดออกในสมอง ยิ่งในผู้สูงอายุ ยิ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงได้เลยครับ

และคำถามยอดฮิตที่พี่ต่อได้ยินบ่อยจนกุมขมับคือ... "กินยาจนตัวเลขกลับมาสวยแล้ว หยุดยาเองได้มั๊ย?"

พี่ต่อขอตอบตรงนี้ตัวโตๆ เลยว่า "ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด!"

รู้ป่ะว่าตัวเลขที่เห็นมันนิ่งและสวยงามอยู่นั้น ไม่ใช่เพราะโรคหายไปเอง แต่เป็นเพราะ "ยายังคอยคุมบังเหียนไว้" ต่างหาก! การตัดสินใจเทยาทิ้งหรือหยุดกินยาเองดื้อๆ จะนำไปสู่หายนะที่เรียกว่า ภาวะความดันดีดกลับรุนแรง (Rebound Hypertension) ร่างกายที่เคยชินกับการมียาไปบล็อกระบบประสาทหรือขยายหลอดเลือด พอขาดกะทันหัน หัวใจจะเต้นกระหน่ำ เส้นเลือดจะหดเกร็งบีบตัวรุนแรง ส่งผลให้ความดันพุ่งกระฉูดสูงลิ่วกว่าเดิมภายในไม่กี่วัน และความดันที่พุ่งพรวดแบบไม่ทันตั้งตัวนี่แหละ คือตัวกระตุ้นให้เส้นเลือดในสมองแตกคาบ้านหรือหัวใจวายเฉียบพลันมานับไม่ถ้วนแล้ว!

หลอดเลือดในร่างกายยาวรวมกันหลายหมื่นกิโลเมตรและสูบฉีดเลือดตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุดพัก การหมั่นตรวจเช็กตัวเลข และมีวินัยในการดูแลตัวเองตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ จึงไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ แต่เป็นการรักษาต้นทุนชีวิตที่ดีที่สุดของตัวเราเอง

อ่านจบแล้วคิดว่ามีประโยชน์ ช่วยกดแชร์หรือบันทึกโพสต์นี้ส่งต่อเตือนใจเพื่อนๆ คนในครอบครัว หรือผู้ใหญ่ที่บ้านที่ชอบแอบงดยาเองกันด้วยนะครับ

ร่วมบริจาคสมทบทุนในการจัดทุกกิจกรรมการระดมทุนการศึกษาของมูลนิธิได้ง่าย ๆ ด้วยการสแกน e-donation QR Code ที่ด้านล่างของรูป เพื่อบริจาค กำกับโดยกรมสรรพากร โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยอดบริจาคจะถูกบันทึกในระบบ สามารถหักลดหย่อนภาษีได้โดยไม่จำเป็นต้องออกใบเสร็จ

#ความดันโลหิต #สุขภาพดีสร้างได้ #เตือนภัยสุขภาพ #รู้ทันโรค #มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา

คำชี้แจง: พี่ต่อและพี่ปันเป็นมาสคอตของมูลนิธิ ไม่ใช่แพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เนื้อหาด้านสุขภาพจัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือการรักษาโดยแพทย์ รอยโรคที่มีลักษณะคล้ายกันอาจมีสาเหตุต่างกันมาก หากมีอาการรุนแรงหรือไม่แน่ใจ ควรเข้ารับการตรวจจากบุคลากรทางการแพทย์

มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา ได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษา ครั้งที่6/2569 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 จำนวน 18 ทุน ทุนละ 60,0...
02/09/2026

มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา ได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษา ครั้งที่6/2569
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 จำนวน 18 ทุน ทุนละ 60,000 บาท จำนวนเงิน 1,080,000 บาท
แก่นักศึกษา คณะแพทยศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก โดยคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ร.ศ. ดร.นายแพทย์ศิริเกษม ศิริ ประธานและที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้บริหาร ผู้อุปการทุน
หลักสูตร พปส1, WBB2,3
(thumbtack)ช่องทางการติดต่อสอบถาม มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชาองค์การสาธารณะที่ 801 ตามประกาศกระทรวงการคลัง
📞 โทรศัพท์: 099-002-3233
🌐 เว็บไซต์: https://www.thunphaet.org/main/
📘 Facebook: https://www.facebook.com/share/1CAVXjroQT/?mibextid=wwXIfr
ร่วมบริจาค https://shorturl.at/ioLF9
🔗 ลิงก์เพิ่มเติม:
https://www.facebook.com/share/1912wtdhhZ/
https://lin.ee/VOpUKcf
thunphaet.org/main/

ที่อยู่

10 ซ. งามวงศ์วาน 18 แยก 6 ตำบลบางเขน
Bangkok
11000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์