บ้านปลอดบุหรี่ : Smoke Free Home

บ้านปลอดบุหรี่ : Smoke Free Home " สร้างค่านิยมที่ไม่สูบบุหรี่ในบ้าน ร่วมปกป้องเด็กเล็ก จากการได้รับอันตรายจากควันบุหรี่ทุกชนิด "
- มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ (มสบ.) -

1. ทำไมบ้านต้องปลอดบุหรี่
เพราะ…ควันบุหรี่ทำร้ายเด็ก >> มีการวิจัยจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ทันทีที่บุหรี่ถูกจุดขึ้น การเผาไหม้ของมวนบุหรี่ทำให้เกิดสารเคมีที่เป็นพิษมากกว่า 43 ชนิดที่เป็นสารก่อมะเร็งและเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ที่มีระดับ “ปลอดภัย” ในการสัมผัสเป็น 0 (%)
2. ไม่ควรสูบบุหรี่ใกล้เด็ก
เพราะ…เด็กมีโอกาสได้รับอันตรายจากควันบุหรี่มือสองได้มากกว่าผู้ใหญ่ >> เด็กเป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้สูบบุหรี

่ และไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ เด็กอาจเกิดพฤติกรรมเลียนแบบผู้ใหญ่ด้วยการสูบบุหรี่ในอนาคต
3. เด็กที่ได้รับควันบุหรี่ จะทำให้เกิดระคายเคืองตา จมูก คอ และปอด ทำให้เป็นหวัดง่าย มีอัตราการเกิดโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเช่น โรคหอบหืด หลอดลมอักเสบ ทำให้เด็กที่เป็นโรคทางเดินหายใจอาการกำเริบและรุนแรงขึ้น

13/08/2026
13/08/2026
13/08/2026
13/08/2026
13/08/2026

พลังเล็ก ๆ จากหัวใจของนักเรียนโรงเรียนคลองสาม ขอชวนทุกคนเลือกความรัก เลือกสุขภาพ และร่วมกันห่างไกลบุหรี่ไฟฟ้า ยา และสารเสพติด เพื่อครอบครัว ชุมชน และสังคมที่น่าอยู่
“เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ อาจเริ่มต้นจากเสียงเล็ก ๆ ที่พูดด้วยหัวใจ” 💚

ขอขอบคุณ โรงเรียนคลองสาม สำนักงานเขตมีนบุรี ร่วมสื่อสารรณรงค์ปกป้องเด็กเล็กจากบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และยาเสพติด
#บ้านปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า #กรุงเทพมหานคร 🚭

13/08/2026
13/08/2026
12/08/2026

คนไม่สูบ 3.4 ล้านรับพิษ ‘ควันบุหรี่ในบ้าน’ กุมารแพทย์ชี้ ‘ทารก’ เสี่ยงเกิด ‘ใหลตาย’
สถิติน่ากังวลว่ามีผู้ได้รับควันบุหรี่มือ 2 ในบ้านสูงถึง 6.7 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ไม่สูบบุหรี่ถึง 3.4 ล้านคน ส่วนเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่อาศัยร่วมกับผู้สูบบุหรี่มีถึง 40% เป็นพ่อสูบมากที่สุด ส่งผลให้เด็กกลุ่มนี้ 80.4 % มีอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ขณะที่กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนอันตานจากควันบุหรี่มือ 2 และควันบุหรี่มือ 3 ทำให้เด็กทารกเสี่ยง "ใหลตาย" พร้อมย้ำว่าสูบที่ระเบียงหรือการเปิดหน้าต่าง พัดลม ไม่สามารถป้องกันสารพิษได้จริง
เมื่อ วันที่ 11 ส.ค. 2569 ที่โรงแรม เบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดเวทีเสวนาเรื่อง “ถึงเวลาแล้วหรือยัง? ที่บ้านต้องปลอดควันบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า” เพื่อกระตุกเตือนสังคมและเร่งสร้างค่านิยมใหม่ ให้บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัย ปราศจากภัยเงียบของควันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่คุกคามสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กเล็ก
📌3.4 ล้านไม่สูบบุหรี่ แต่ต้องรับสารพิษในบ้าน
ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยว่า จากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 สะท้อนสถานการณ์น่ากังวลพบผู้ได้รับควันบุหรี่มือ 2 ในบ้าน 6.7 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นคนสูบบุหรี่ 3.3 ล้านคน และเป็นคนที่ไม่สูบบุหรี่ 3.4 ล้านคน
ทั้งนี้ ในครัวเรือนที่มีเด็กเล็ก (0-5 ปี) ทุก 10 ครัวเรือน จะพบ 5 ครัวเรือนที่มีคนสูบบุหรี่ และมีถึง 3 ใน 10 ครัวเรือน ที่สมาชิกสูบบุหรี่ภายในตัวบ้านโดยตรง อีก 2 ใน 10 ครัวเรือน สูบบุหรี่นอกตัวอาคารบ้าน ส่งผลให้เด็กเล็กต้องสัมผัสควันบุหรี่มือ 2 และควันบุหรี่มือ 3 ตกค้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“สังคมต้องร่วมกันทำให้บ้านเป็นเขตปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบ และลดอันตรายจากการได้รับควันบุหรี่ในบ้าน ผลักดันค่านิยมใหม่ให้บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง โดยให้ถือว่าการสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าในบ้านไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นภัยคุกคามสุขภาพของคนในครอบครัวที่ต้องหยุดยั้ง”ศ.นพ.ประกิตกล่าว
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1247005
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจHealth

12/08/2026

แพทย์ชี้ ‘สูบบุหรี่ในบ้าน’ ทำร้ายด้วย 'สารพิษ' เป็น ‘ความรุนแรงในครอบครัว’
12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ 2569 มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และกรมควบคุมโรค พลิกมุมคิดสังคมเรื่อง “สูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าในบ้าน” เท่ากับเป็น “ความรุนแรงในครอบครัว”รูปแบบหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญชี้เป็นการทำร้ายด้วยสารเคมีสารพิษ ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของสมาชิกในบ้าน จากการต้องรับ “ควันบุหรี่มือ 2” และ “ควันบุหรี่มือ 3” ทั้งที่ตัวเองไม่ได้สูบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาเป็นเด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ ผลกระทบจะยิ่งหนักหนามากขึ้น แนะนำให้ใช้กฎหมายเกี่ยวกับการกฎหมายคุ้มครองครอบครัวมาดำเนินการ
จากข้อมูลประเทศไทยที่น่าเป็นห่วงว่า “คนไม่สูบ 3.4 ล้านรับพิษ ควันบุหรี่ในบ้าน กุมารแพทย์ชี้ทารกเสี่ยงเกิดใหลตาย ตัวการสำคัญที่สูบจัดหนักที่สุด คือ คนเป็นพ่อ” อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า การควบคุมการสูบบุหรี่ในบ้านยังมีช่องโหว่
นายจิระวัฒน์ อยู่สะบาย รองผู้อำนวยการกองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าการบังคับใช้กฎหมายในปัจจุบัน ภายใต พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ประเทศไทยประสบความสําเร็จอย่างสูงในการกําหนดให้พื้นที่สาธารณะเป็น "เขตปลอดบุหรี่" สังคมมีความตระหนักรู้มากขึ้น แต่ความท้าทายหลักที่ยังหลงเหลืออยู่ คือ "พื้นที่ส่วนบุคคล" เช่น บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กฎหมายฉบับนี้เข้าไปดำเนินการได้ยากที่สุด
📍“บ้าน”จุดบอดกฎหมายควบคุมยาสูบ
“แม้ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฯ ให้อำนาจการควบคุมและเอาผิดอย่างเด็ดขาดเฉพาะในพื้นที่สาธารณะ สถานที่ทำงาน แต่เมื่อผู้สูบกลับเข้าบ้าน กฎหมายฉบับนี้จะเข้าไปบังคับใช้ในบ้านไม่ได้โดยตรง นี่คือช่องโหว่สำคัญที่ทำให้สมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเด็กเล็ก คนสูงอายุ และคนตั้งครรภ์ ต้องตกเป็นเหยื่อรับควันบุหรี่อย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้” นายจิระวัฒน์กล่าว
เมื่อบ้านกลายเป็นจุดบอดทางกฎหมาย สมาชิกในครอบครัวจึงต้องรับความเสี่ยงทางสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตกสู่กลุ่มเปราะบาง เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และสตรีมีครรภ์ กลายเป็นเหยื่อของควันบุหรี่มือ 2 และมือ 3 ภายในบ้านของตนเอง เนื่องจาก พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑยาสูบฯมีข้อจํากัดไม่สามารถบังคับใช้หรือตรวจจับพฤติกรรมในเคหสถานได้โดยตรง เพราะสิทธิความเป็นส่วนตัว การแทรกแซงพฤติกรรมในบ้านต้องการกลไกทางกฎหมายที่ละเอียดอ่อนกว่าปกติ
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1247135?
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจHealth

12/08/2026

ต้องมีแม่อีกกี่คน? เห็นลูกตายก่อนตัวเองเพราะบุหรี่ #วันแม่แห่งชาติ #อิ่มอุ่น #สสส

ที่อยู่

Bangkok
10400

เบอร์โทรศัพท์

+6622781828

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านปลอดบุหรี่ : Smoke Free Homeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์