อาสากู้ชีพ-กู้ภัย Rescue Thailand

อาสากู้ชีพ-กู้ภัย Rescue Thailand ประชาสัมพันธ์ ผลงานข่าวสารของกู้ภัยอาสาสมัครมูลนิธิ การปฏิบัติการกู้ชีพ-กู้ภัย บริการทางการแพทย์เจ็บป่วยฉุกเฉินโทร 1418 -1669-1646

25/02/2026
18/02/2026
03/02/2026

ช่างซ่อมบำรุงพลัดตกช่องลิฟต์ในคอนโดมิเนียม จ.สมุทรปราการ อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามเข้าช่วย สุดท้ายเสียชีวิต

#ข่าวทั่วไทย #ไทยรัฐออนไลน์
https://www.thairath.co.th/news/local/2911881

29/01/2026

สั่งปรับ 1 แสนบาท หน่วยปฏิบัติการแพทย์ 2 ราย
1. ลากเคส ว.40 พระราม 9 นำส่งบางใหญ่
2. ว.4 ข้ามเขต ขึ้นทะเบียนประจวบฯ ไปยกเชียงใหม่
คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน (กพฉ.) เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด มีมติเอกฉันท์สั่งปรับทางปกครองหน่วยปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน 2 แห่ง หลังตรวจพบการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดแจ้ง ทั้งการออกปฏิบัติการโดยไม่ได้รับคำสั่ง การปฏิบัตินอกเขตพื้นที่ และการไม่ประเมินคัดแยก การไม่รายงานหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ ทั้งนำส่งผู้ป่วยตาม “สิทธิการรักษา” อันเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ไกลออกไป แทนโรงพยาบาลที่ใกล้อันเป็นไปตามความจำเป็นและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน (กพฉ.) มีมติ เห็นชอบให้พิจารณาการลงโทษปรับทางปกครอง จากกรณีการกระทำอันฝ่าฝืนกฎหมายการแพทย์ฉุกเฉิน
กรณีแรก เป็นหน่วยปฏิบัติการแพทย์ระดับพื้นฐานแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร จากเหตุอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บริเวณถนนพระราม 9 โดยพบว่า หน่วยปฏิบัติการดังกล่าวออกปฏิบัติการฉุกเฉินโดยไม่รายงานหน่วยปฏิบัติการอำนวยการเพื่อขอรับการอำนวยการหรือคำสั่งการแพทย์ ซึ่งถือเป็นหลักสำคัญของระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
นอกจากนั้น ยังไม่ดำเนินการประเมินและคัดแยกระดับความฉุกเฉินของผู้ป่วยให้ถูกต้องตามมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉิน และที่สำคัญคือ นำประเด็นสิทธิการรักษาและการขึ้นทะเบียนสถานพยาบาลมาเป็นเหตุในการตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลเพื่อนำส่งผู้ป่วย ทำให้ต้องนำส่งโรงพยาบาลที่อยู่ไกลจากจุดเกิดเหตุ แทนที่จะพิจารณาจากโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้อันเป็นไปตามความจำเป็นและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ของผู้ป่วยฉุกเฉิน ส่งผลให้ผู้ป่วยฉุกเฉินไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรืออันตรายร้ายแรงถึงชีวิต
กพฉ. เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการจงใจฝ่าฝืน มาตรา 29 (1) แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 อย่างร้ายแรง และกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการแพทย์ฉุกเฉิน จึงมีมติสั่งปรับทางปกครอง ตามมาตรา 37 ในอัตราสูงสุด 100,000 บาท
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้พิจารณาอีกกรณีหนึ่ง เป็นหน่วยปฏิบัติการแพทย์ระดับพื้นฐานในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ออกปฏิบัติการฉุกเฉินในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่นอกเขตพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย และไม่ได้รับคำสั่งหรือการอำนวยการทางการแพทย์ การกระทำดังกล่าวส่งผลให้เกิดความสับสนและอุปสรรคต่อการทำงานของหน่วยปฏิบัติการที่ได้รับมอบหมายโดยชอบด้วยกฎหมาย
แม้กรณีนี้จะไม่พบความเสียหายต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน แต่ กพฉ. ระบุว่า หน่วยปฏิบัติการแพทย์จะต้องปฏิบัติการฉุกเฉินโดยเป็นไปตามการอำนวยการหรือคำสั่งทางการแพทย์เท่านั้น ดังนั้น การปฏิบัติงานนอกระบบสั่งการถือเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย และกระทบต่อการบริหารจัดการทรัพยากรในระบบการแพทย์ฉุกเฉินโดยรวม การกระทำดังกล่าวเป็นการจงใจฝ่าฝืนมาตรา 29 (1) แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 เช่นเดียวกัน กพฉ. จึงมีมติสั่งปรับทางปกครอง ตามมาตรา 37 เป็นเงิน 40,000 บาท
กพฉ. ย้ำว่า การแพทย์ฉุกเฉินเป็นเรื่องของ “เวลาและชีวิต” ในการช่วยผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤตฉุกเฉินภายใต้มาตรฐานการปฏิบัติงานที่คำนึงถึงความรวดเร็วในการนำส่งผู้ป่วยเพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและทันทวงที หน่วยปฏิบัติการทุกระดับต้องปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและมาตรฐานการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ยึดความความจำเป็นและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
การลงโทษหน่วยปฏิบัติการทั้ง 2 แห่งในครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า รัฐจะบังคับใช้กฎหมายการแพทย์ฉุกเฉินอย่างจริงจัง เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน และสร้างมาตรฐานเดียวกันให้กับระบบการแพทย์ฉุกเฉินทั่วประเทศ

#ทุกภารกิจมีชีวิตเป็นเดิมพัน

01/01/2026

ที่อยู่

326 ถนนเจ้าคำรพบรรจบกับถนนพลับพลาไชย แขวงป้อมปราบ กรุงเทพ
Bangkok
10100

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อาสากู้ชีพ-กู้ภัย Rescue Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์