19/09/2026
🚨 จับพิรุธ “ประชุมปลอม” ของนิติบุคคลคอนโด อย่ายื่นคำร้องฝ่ายเดียวผิดทาง
⚖️ #เจาะบทเรียนจากคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 4469/2566
ปัญหาใหญ่ของการอยู่อาศัยในคอนโด ไม่ได้มีแค่ค่าส่วนกลางหรือการบริหารอาคาร แต่ยังรวมถึง “ความไม่โปร่งใสในการประชุมใหญ่” เช่น
❌ แอบจัดประชุมเงียบ ๆ
❌ ใช้ใบมอบฉันทะไม่ถูกต้อง
❌ รวบรวมคะแนนเสียงโดยมิชอบ
❌ ทำตัวเลของค์ประชุมให้ครบ
❌ จัดทำรายงานการประชุมที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
เมื่อเจ้าของร่วมพบความผิดปกติ หลายคนอาจคิดว่า
“ในเมื่อประชุมไม่ชอบ ก็ยื่นคำร้องฝ่ายเดียวให้ศาลเพิกถอนไปเลย”
แต่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4469/2566 สอนบทเรียนสำคัญว่า...
⚠️ ข้อเท็จจริงอาจอยู่ข้างคุณ แต่ถ้าเลือกกระบวนการศาลผิดตั้งแต่ต้น คดีก็อาจถูกยกคำร้องโดยที่ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยเนื้อหาข้อพิพาทเลย
🔍 คดีนี้เกิดอะไรขึ้น?
เจ้าของร่วมรายหนึ่งพบความผิดปกติในการประชุมใหญ่สามัญของนิติบุคคลอาคารชุด จำนวน 2 ครั้ง
ประเด็นสำคัญที่นำมาอ้าง ได้แก่
📄 เจ้าของร่วมหลายรายไม่ได้มาประชุมเอง แต่มีการใช้ ใบมอบฉันทะ ให้บุคคลอื่นออกเสียงแทน
💸 ใบมอบฉันทะบางส่วน ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย ซึ่งมีปัญหาเรื่องการนำเอกสารมาใช้เป็นพยานหลักฐานหรือใช้บังคับ
✍️ ลายมือชื่อในบัญชีลงทะเบียนเข้าประชุมมีรายละเอียดไม่ชัดเจนและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้อง
📊 เมื่อไม่นับผู้เข้าประชุมจากใบมอบฉันทะที่มีปัญหา จำนวนผู้เข้าประชุมจริงถูกกล่าวอ้างว่า ไม่ครบองค์ประชุม 1 ใน 4 ตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. 2522
เจ้าของร่วมจึงยื่น “คำร้องขอฝ่ายเดียว” ต่อศาล เพื่อขอให้เพิกถอนการประชุมใหญ่และรายงานการประชุมทั้ง 2 ครั้ง
⚖️ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง ก่อนคดีขึ้นสู่ศาลฎีกา
เดิมมีการหยิบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 ซึ่งเกี่ยวกับการขอเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ของบริษัทจำกัด และกำหนดระยะเวลาไว้ 1 เดือนนับแต่วันลงมติ มาพิจารณาประกอบ
แต่เมื่อคดีขึ้นสู่ ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภค ศาลได้แยกประเด็นสำคัญออกอย่างชัดเจน
🔥 หลักสำคัญข้อที่ 1 : ถ้าอ้างว่า “ไม่มีการประชุมจริง” ไม่ใช่เพียงประชุมผิดระเบียบ
ศาลฎีกาพิจารณาว่า หากข้ออ้างของผู้ร้องคือ
❌ ไม่มีองค์ประชุมตามกฎหมาย
❌ ไม่มีการประชุมกันจริง
❌ ตัวเลขหรือมติที่ปรากฏเป็นเพียงการจัดทำขึ้นเพื่อนำไปใช้อ้างต่อนายทะเบียน
กรณีเช่นนี้ไม่ใช่การกล่าวว่า “มีการประชุมจริง แต่การประชุมผิดระเบียบ”
แต่เป็นการกล่าวว่า
🚫 “การประชุมใหญ่ครั้งนั้นมิได้เกิดขึ้นจริงตั้งแต่ต้น”
ดังนั้น จึง ไม่ใช่กรณีที่ต้องนำระยะเวลา 1 เดือนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1195 มาใช้บังคับ
🚨 แต่ประเด็นที่ทำให้คดีแพ้ทางเทคนิค คือ “ยื่นผิดประเภทคดี”
เจ้าของร่วมเลือกดำเนินการในรูปแบบ
📌 คดีไม่มีข้อพิพาท / คำร้องขอฝ่ายเดียว
ตามหลัก ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 และมาตรา 188 (1)
ปัญหาคือ...
⚖️ การจะยื่นคำร้องฝ่ายเดียวต่อศาลได้ ต้องมีกฎหมายบัญญัติรับรองสิทธิไว้โดยเฉพาะและชัดแจ้งว่าให้ใช้วิธีนั้นได้
ตัวอย่างเช่น
✅ ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
✅ ร้องขอให้บุคคลเป็นผู้ไร้ความสามารถ
แต่สำหรับ พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. 2522
❌ ไม่มีบทบัญญัติใดเปิดช่องให้เจ้าของร่วมยื่นคำร้องฝ่ายเดียว เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนการประชุมหรือรายงานการประชุมในลักษณะดังกล่าว
เมื่อไม่มีกฎหมายรองรับ การยื่นคำร้องฝ่ายเดียวจึงเป็น การใช้สิทธิทางศาลไม่ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา
ศาลฎีกาจึง พิพากษายืนให้ยกคำร้อง
✅ แล้ววิธีที่ถูกต้องต้องทำอย่างไร?
หากเจ้าของร่วมเห็นว่าสิทธิของตนถูกโต้แย้งหรือได้รับความเสียหายจากการประชุมที่อ้างว่าไม่ได้เกิดขึ้นจริง
ต้องเสนอคดีในรูปแบบ
⚔️ “คดีมีข้อพิพาท”
ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ประกอบ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7
กล่าวง่าย ๆ คือ
1️⃣ เจ้าของร่วมผู้เสียหายเป็น “โจทก์”
2️⃣ ยื่นฟ้อง “นิติบุคคลอาคารชุด” เป็นจำเลย
3️⃣ จัดทำ คำฟ้องอย่างเป็นทางการ
4️⃣ ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า การประชุม มติ หรือรายงานการประชุมดังกล่าว ไม่มีผลผูกพันหรือไม่มีผลตามกฎหมาย แล้วแต่ข้อเท็จจริงและคำขอท้ายฟ้อง
วิธีนี้ทำให้จำเลยมีสิทธิ
📑 ยื่นคำให้การ
📂 นำพยานหลักฐานเข้าสู้
⚖️ โต้แย้งและหักล้างข้อกล่าวหา
เป็นไปตามหลัก Due Process of Law หรือกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม
📌 บทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าของร่วมและกรรมการคอนโด
🛑 1. อย่าเลือกทางลัดผิดประเภทคดี
หากเป็นข้อพิพาทว่าการประชุมไม่มีจริง องค์ประชุมไม่ครบ หรือเอกสารการประชุมไม่ชอบ ในลักษณะเดียวกับฎีกานี้ อย่ายื่นเป็นคำร้องขอฝ่ายเดียว เพราะไม่มีกฎหมายอาคารชุดเปิดช่องไว้
⚔️ 2. ต้องฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาท
ให้ผู้เสียหายเป็นโจทก์ และยื่นฟ้องนิติบุคคลอาคารชุดต่อศาลที่มีเขตอำนาจ ซึ่งโดยลักษณะข้อพิพาทอาจอยู่ในกระบวนพิจารณาคดีผู้บริโภค
📝 3. หลักฐานคือหัวใจ
ควรตรวจสอบและเก็บไว้ตั้งแต่ต้น เช่น
📄 ใบมอบฉันทะ
💸 การปิดอากรแสตมป์
✍️ บัญชีรายชื่อและลายมือชื่อผู้เข้าประชุม
📊 จำนวนคะแนนและองค์ประชุม
📑 รายงานการประชุม
📧 หนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบ
🎥 ภาพถ่าย วิดีโอ หรือหลักฐานอื่นที่พิสูจน์ว่าใครเข้าประชุมจริง
⚖️ สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4469/2566 แบบสั้นที่สุด
👉 หากอ้างว่า “การประชุมไม่ได้เกิดขึ้นจริง” เพราะไม่มีองค์ประชุมตามกฎหมาย กรณีไม่ใช่เพียงการประชุมผิดระเบียบ จึงไม่อยู่ภายใต้กรอบ 1 เดือนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1195
👉 แต่การขอให้ศาลวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว ไม่สามารถใช้วิธียื่นคำร้องขอฝ่ายเดียว ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 188 (1) ได้ เพราะไม่มีกฎหมายรับรองให้ใช้สิทธิวิธีนั้น
👉 หากมีการโต้แย้งสิทธิ ต้องดำเนินการเป็น คดีมีข้อพิพาท ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 โดยยื่นฟ้องคู่กรณีต่อศาลที่มีเขตอำนาจ
👉 คดีนี้ศาลฎีกาจึง พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้อง เนื่องจากผู้ร้องเลือกใช้กระบวนการทางศาลไม่ถูกต้อง
🏢 อยู่คอนโด อย่าดูแค่ผลของมติประชุม แต่ต้องดูด้วยว่า “การประชุมเกิดขึ้นจริงหรือไม่” และหากจะขึ้นศาล ต้องเลือกประเภทคดีให้ถูกตั้งแต่ก้าวแรก
เพราะบางครั้ง...
“มีหลักฐานว่าผิด” ยังไม่พอ หาก “ใช้สิทธิผิดวิธี” ก็อาจไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาคดีเลย
#คำพิพากษาศาลฎีกา #ฎีกา4469_2566 #กฎหมายอาคารชุด #พรบอาคารชุด #นิติบุคคลอาคารชุด #คอนโดมิเนียม #ประชุมใหญ่คอนโด #ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม #องค์ประชุม #ใบมอบฉันทะ #รายงานการประชุม #เจ้าของร่วม #สิทธิเจ้าของร่วม #คดีผู้บริโภค #กฎหมายคอนโด #ข้อพิพาทคอนโด #กฎหมายอสังหาริมทรัพย์ #ทนายบ้านและคอนโด
https://www.facebook.com/share/p/1DtTn5YgFk/
🚨 จับพิรุธ “ประชุมปลอม” ของนิติบุคคลคอนโด อย่ายื่นคำร้องฝ่ายเดียวผิดทาง
⚖️ เจาะบทเรียนจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4469/2566
ปัญหาใหญ่ของการอยู่อาศัยในคอนโด ไม่ได้มีแค่ค่าส่วนกลางหรือการบริหารอาคาร แต่ยังรวมถึง “ความไม่โปร่งใสในการประชุมใหญ่” เช่น
❌ แอบจัดประชุมเงียบ ๆ
❌ ใช้ใบมอบฉันทะไม่ถูกต้อง
❌ รวบรวมคะแนนเสียงโดยมิชอบ
❌ ทำตัวเลของค์ประชุมให้ครบ
❌ จัดทำรายงานการประชุมที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
เมื่อเจ้าของร่วมพบความผิดปกติ หลายคนอาจคิดว่า
“ในเมื่อประชุมไม่ชอบ ก็ยื่นคำร้องฝ่ายเดียวให้ศาลเพิกถอนไปเลย”
แต่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4469/2566 สอนบทเรียนสำคัญว่า...
⚠️ ข้อเท็จจริงอาจอยู่ข้างคุณ แต่ถ้าเลือกกระบวนการศาลผิดตั้งแต่ต้น คดีก็อาจถูกยกคำร้องโดยที่ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยเนื้อหาข้อพิพาทเลย
🔍 คดีนี้เกิดอะไรขึ้น?
เจ้าของร่วมรายหนึ่งพบความผิดปกติในการประชุมใหญ่สามัญของนิติบุคคลอาคารชุด จำนวน 2 ครั้ง
ประเด็นสำคัญที่นำมาอ้าง ได้แก่
📄 เจ้าของร่วมหลายรายไม่ได้มาประชุมเอง แต่มีการใช้ ใบมอบฉันทะ ให้บุคคลอื่นออกเสียงแทน
💸 ใบมอบฉันทะบางส่วน ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย ซึ่งมีปัญหาเรื่องการนำเอกสารมาใช้เป็นพยานหลักฐานหรือใช้บังคับ
✍️ ลายมือชื่อในบัญชีลงทะเบียนเข้าประชุมมีรายละเอียดไม่ชัดเจนและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้อง
📊 เมื่อไม่นับผู้เข้าประชุมจากใบมอบฉันทะที่มีปัญหา จำนวนผู้เข้าประชุมจริงถูกกล่าวอ้างว่า ไม่ครบองค์ประชุม 1 ใน 4 ตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. 2522
เจ้าของร่วมจึงยื่น “คำร้องขอฝ่ายเดียว” ต่อศาล เพื่อขอให้เพิกถอนการประชุมใหญ่และรายงานการประชุมทั้ง 2 ครั้ง
⚖️ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง ก่อนคดีขึ้นสู่ศาลฎีกา
เดิมมีการหยิบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 ซึ่งเกี่ยวกับการขอเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ของบริษัทจำกัด และกำหนดระยะเวลาไว้ 1 เดือนนับแต่วันลงมติ มาพิจารณาประกอบ
แต่เมื่อคดีขึ้นสู่ ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภค ศาลได้แยกประเด็นสำคัญออกอย่างชัดเจน
🔥 หลักสำคัญข้อที่ 1 : ถ้าอ้างว่า “ไม่มีการประชุมจริง” ไม่ใช่เพียงประชุมผิดระเบียบ
ศาลฎีกาพิจารณาว่า หากข้ออ้างของผู้ร้องคือ
❌ ไม่มีองค์ประชุมตามกฎหมาย
❌ ไม่มีการประชุมกันจริง
❌ ตัวเลขหรือมติที่ปรากฏเป็นเพียงการจัดทำขึ้นเพื่อนำไปใช้อ้างต่อนายทะเบียน
กรณีเช่นนี้ไม่ใช่การกล่าวว่า “มีการประชุมจริง แต่การประชุมผิดระเบียบ”
แต่เป็นการกล่าวว่า
🚫 “การประชุมใหญ่ครั้งนั้นมิได้เกิดขึ้นจริงตั้งแต่ต้น”
ดังนั้น จึง ไม่ใช่กรณีที่ต้องนำระยะเวลา 1 เดือนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1195 มาใช้บังคับ
🚨 แต่ประเด็นที่ทำให้คดีแพ้ทางเทคนิค คือ “ยื่นผิดประเภทคดี”
เจ้าของร่วมเลือกดำเนินการในรูปแบบ
📌 คดีไม่มีข้อพิพาท / คำร้องขอฝ่ายเดียว
ตามหลัก ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 และมาตรา 188 (1)
ปัญหาคือ...
⚖️ การจะยื่นคำร้องฝ่ายเดียวต่อศาลได้ ต้องมีกฎหมายบัญญัติรับรองสิทธิไว้โดยเฉพาะและชัดแจ้งว่าให้ใช้วิธีนั้นได้
ตัวอย่างเช่น
✅ ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
✅ ร้องขอให้บุคคลเป็นผู้ไร้ความสามารถ
แต่สำหรับ พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. 2522
❌ ไม่มีบทบัญญัติใดเปิดช่องให้เจ้าของร่วมยื่นคำร้องฝ่ายเดียว เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนการประชุมหรือรายงานการประชุมในลักษณะดังกล่าว
เมื่อไม่มีกฎหมายรองรับ การยื่นคำร้องฝ่ายเดียวจึงเป็น การใช้สิทธิทางศาลไม่ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา
ศาลฎีกาจึง พิพากษายืนให้ยกคำร้อง
✅ แล้ววิธีที่ถูกต้องต้องทำอย่างไร?
หากเจ้าของร่วมเห็นว่าสิทธิของตนถูกโต้แย้งหรือได้รับความเสียหายจากการประชุมที่อ้างว่าไม่ได้เกิดขึ้นจริง
ต้องเสนอคดีในรูปแบบ
⚔️ “คดีมีข้อพิพาท”
ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ประกอบ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7
กล่าวง่าย ๆ คือ
1️⃣ เจ้าของร่วมผู้เสียหายเป็น “โจทก์”
2️⃣ ยื่นฟ้อง “นิติบุคคลอาคารชุด” เป็นจำเลย
3️⃣ จัดทำ คำฟ้องอย่างเป็นทางการ
4️⃣ ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า การประชุม มติ หรือรายงานการประชุมดังกล่าว ไม่มีผลผูกพันหรือไม่มีผลตามกฎหมาย แล้วแต่ข้อเท็จจริงและคำขอท้ายฟ้อง
วิธีนี้ทำให้จำเลยมีสิทธิ
📑 ยื่นคำให้การ
📂 นำพยานหลักฐานเข้าสู้
⚖️ โต้แย้งและหักล้างข้อกล่าวหา
เป็นไปตามหลัก Due Process of Law หรือกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม
📌 บทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าของร่วมและกรรมการคอนโด
🛑 1. อย่าเลือกทางลัดผิดประเภทคดี
หากเป็นข้อพิพาทว่าการประชุมไม่มีจริง องค์ประชุมไม่ครบ หรือเอกสารการประชุมไม่ชอบ ในลักษณะเดียวกับฎีกานี้ อย่ายื่นเป็นคำร้องขอฝ่ายเดียว เพราะไม่มีกฎหมายอาคารชุดเปิดช่องไว้
⚔️ 2. ต้องฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาท
ให้ผู้เสียหายเป็นโจทก์ และยื่นฟ้องนิติบุคคลอาคารชุดต่อศาลที่มีเขตอำนาจ ซึ่งโดยลักษณะข้อพิพาทอาจอยู่ในกระบวนพิจารณาคดีผู้บริโภค
📝 3. หลักฐานคือหัวใจ
ควรตรวจสอบและเก็บไว้ตั้งแต่ต้น เช่น
📄 ใบมอบฉันทะ
💸 การปิดอากรแสตมป์
✍️ บัญชีรายชื่อและลายมือชื่อผู้เข้าประชุม
📊 จำนวนคะแนนและองค์ประชุม
📑 รายงานการประชุม
📧 หนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบ
🎥 ภาพถ่าย วิดีโอ หรือหลักฐานอื่นที่พิสูจน์ว่าใครเข้าประชุมจริง
⚖️ สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4469/2566 แบบสั้นที่สุด
👉 หากอ้างว่า “การประชุมไม่ได้เกิดขึ้นจริง” เพราะไม่มีองค์ประชุมตามกฎหมาย กรณีไม่ใช่เพียงการประชุมผิดระเบียบ จึงไม่อยู่ภายใต้กรอบ 1 เดือนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1195
👉 แต่การขอให้ศาลวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว ไม่สามารถใช้วิธียื่นคำร้องขอฝ่ายเดียว ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 188 (1) ได้ เพราะไม่มีกฎหมายรับรองให้ใช้สิทธิวิธีนั้น
👉 หากมีการโต้แย้งสิทธิ ต้องดำเนินการเป็น คดีมีข้อพิพาท ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 โดยยื่นฟ้องคู่กรณีต่อศาลที่มีเขตอำนาจ
👉 คดีนี้ศาลฎีกาจึง พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้อง เนื่องจากผู้ร้องเลือกใช้กระบวนการทางศาลไม่ถูกต้อง
🏢 อยู่คอนโด อย่าดูแค่ผลของมติประชุม แต่ต้องดูด้วยว่า “การประชุมเกิดขึ้นจริงหรือไม่” และหากจะขึ้นศาล ต้องเลือกประเภทคดีให้ถูกตั้งแต่ก้าวแรก
เพราะบางครั้ง...
“มีหลักฐานว่าผิด” ยังไม่พอ หาก “ใช้สิทธิผิดวิธี” ก็อาจไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาคดีเลย
#คำพิพากษาศาลฎีกา #ฎีกา4469_2566 #กฎหมายอาคารชุด #พรบอาคารชุด #นิติบุคคลอาคารชุด #คอนโดมิเนียม #ประชุมใหญ่คอนโด #ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม #องค์ประชุม #ใบมอบฉันทะ #รายงานการประชุม #เจ้าของร่วม #สิทธิเจ้าของร่วม #คดีผู้บริโภค #กฎหมายคอนโด #ข้อพิพาทคอนโด #กฎหมายอสังหาริมทรัพย์ #ทนายบ้านและคอนโด