มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) Foundation for Consumer Foundation for Consumers (FFC)
ร่วมผลักดันสภาองค์กรผู้บริโภค

เรือนเพาะเห็ดไม่ต้องใช้ 🍄ในรถเมล์ปรับอากาศก็เพาะเห็ดได้ 😏บนรถเมล์สาย 36 เลข 4-44124คราวก่อนก็บนสาย 82 เลข 5-40128 เพาะเห...
21/09/2026

เรือนเพาะเห็ดไม่ต้องใช้ 🍄
ในรถเมล์ปรับอากาศก็เพาะเห็ดได้ 😏
บนรถเมล์สาย 36 เลข 4-44124
คราวก่อนก็บนสาย 82 เลข 5-40128 เพาะเห็ดไว้หลังเบาะเดี่ยวตั้งหลายดอก ทำเอาพนักงาน ขสมก. สาย 77 คนหนึ่งหัวร้อนว่าเพจรถเมล์ไทยจัญไร ลงแต่เรื่องแย่ๆ ทั้งที่เพจแชร์มาจากที่อื่น
คิดว่ามันดีนักหรือ กับการที่เห็ดโผล่ในรถเมล์ ทั้งเชื้อรา สปอร์ สารพัด
แล้วมาเคสล่าสุดในวันนี้ (21/9/69) เจอบนรถปรับอากาศสาย 36 คนแจ้งนี่เป็นบัสแฟน มาร้องผ่านเพจ บอกให้อู่พระราม 9 จัดการที
ฝาก ขสมก. พร้อมบวก ไปตรวจสอบที เห็ดยังอยู่ในรถไหม ไม่ใช่มีผู้โดยสารเด็ดไปกินแล้วนะ 😆🍄
#ร้องมาเราเรียนให้

#รถเมล์ไทย

https://www.facebook.com/share/p/1EZvxfiSNi/

เรือนเพาะเห็ดไม่ต้องใช้ 🍄
ในรถเมล์ปรับอากาศก็เพาะเห็ดได้ 😏
บนรถเมล์สาย 36 เลข 4-44124
คราวก่อนก็บนสาย 82 เลข 5-40128 เพาะเห็ดไว้หลังเบาะเดี่ยวตั้งหลายดอก ทำเอาพนักงาน ขสมก. สาย 77 คนหนึ่งหัวร้อนว่าเพจรถเมล์ไทยจัญไร ลงแต่เรื่องแย่ๆ ทั้งที่เพจแชร์มาจากที่อื่น
คิดว่ามันดีนักหรือ กับการที่เห็ดโผล่ในรถเมล์ ทั้งเชื้อรา สปอร์ สารพัด
แล้วมาเคสล่าสุดในวันนี้ (21/9/69) เจอบนรถปรับอากาศสาย 36 คนแจ้งนี่เป็นบัสแฟน มาร้องผ่านเพจ บอกให้อู่พระราม 9 จัดการที
ฝาก ขสมก. พร้อมบวก ไปตรวจสอบที เห็ดยังอยู่ในรถไหม ไม่ใช่มีผู้โดยสารเด็ดไปกินแล้วนะ 😆🍄
#ร้องมาเราเรียนให้
#รถเมล์ไทย

 #ผลักดันรถเมล์สาย 4-72 (วงกลมวัดสหธรรมาราม - ถนนพระรามที่ 2) มพบ.ร่วม เพจรถเมล์ไทยประชุมสร้างความร่วมมือกับ ขสมก.ให้ สา...
21/09/2026

#ผลักดันรถเมล์สาย 4-72 (วงกลมวัดสหธรรมาราม - ถนนพระรามที่ 2)

มพบ.ร่วม เพจรถเมล์ไทยประชุมสร้างความร่วมมือกับ ขสมก.ให้ สาย 4-72 บริการกับประชาชน อย่างเร็วที่สุด

เพื่อผลักดันให้เกิดรถโดยสารในเส้นทางเดินรถ สาย 4-72 (วงกลมวัดสหธรรมาราม - ถนนพระรามที่ 2) ให้เกิดขึ้นจริงอย่างรวดเร็ววันที่ 18 กันยายน 2569 ณ ที่ทำการสำนักงานใหญ่ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เพจรถเมล์ไทย Rotmaethai และเครือข่ายผู้บริโภคจึงเข้าหารือกับทีมผู้บริหารขอองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อประสานความร่วมมือและสอบถามถึงความพร้อมต่อการเข้าขอใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางสาย 4-72 วงกลมวัดสหธรรมาราม – ถนนพระรามที่ 2

การเข้าพบครั้งนี้เป็นภารกิจต่อเนื่องจากการร่วมกับ ร่วมกับ ดร.กิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุลผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ลงพื้นที่เพื่อร่วมทดสอบและสำรวจเส้นทางเดินรถ สาย 4-72 (วงกลมวัดสหธรรมาราม - ถนนพระรามที่ 2) เพื่อร่วมกันเตรียมความพร้อมและประเมินสภาพเส้นทางจริงก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เมื่อที่ 16 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา

อ่านต่อเว็บไซต์มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

https://ffcthailand.org/news/Rotmaesai4-72year2026

#มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค #เพจรถเมล์ไทย #สภาองค์กรของผู้บริโภค #รถเมล์ไทย #สสส #ปฏิรูปรถเมล์

 #คำแถลงของมูลนิธิชีววิถี (BioThai) เกี่ยวกับ  #คำชี้แจงของกรมการข้าว และ  #กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่คลาดเคลื่อนและไม่เป็...
21/09/2026

#คำแถลงของมูลนิธิชีววิถี (BioThai) เกี่ยวกับ #คำชี้แจงของกรมการข้าว และ #กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่คลาดเคลื่อนและไม่เป็นความจริง กรณีการแก้ไขพ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ให้เป็นไปตาม UPOV1991

1. https://www.facebook.com/share/p/1KUqtevjqY/

2. https://www.facebook.com/share/191wBVJmmV/

กรมการข้าวและกระทรวงเกษตรฯ ออกคำชี้แจงกรณีสื่อและประชาชนเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช 2542 ให้เป็นไปตาม UPOV1991 (ในคำชี้แจงของกระทรวงเกษตรนำเอาบางส่วนของอนุสัญญา UPOV1991 แนบมาด้วย) โดยระบุว่า “การเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อผิดกฎหมาย ไม่เป็นความจริง" ทั้งยังยืนยันว่าเกษตรกรยังสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อได้ตามปกติ

มูลนิธิชีววิถี (BioThai) เห็นว่า คำชี้แจงดังกล่าว คลาดเคลื่อนและบอกความจริงไม่ครบ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึง “พันธุ์พืชที่ได้รับการคุ้มครอง” ภายใต้ UPOV 1991

1. หลักของ UPOV 1991 คือ การผลิตหรือขยายพันธุ์ของ “พันธุ์พืชคุ้มครอง” อยู่ในสิทธิของผู้ทรงสิทธิ

Article 14(1) กำหนดว่า การผลิตหรือขยายพันธุ์ (production or reproduction/multiplication) ของวัสดุขยายพันธุ์ของพันธุ์คุ้มครองต้องได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิ ไม่ใช่ว่าจะผิดเฉพาะเมื่อ “ขยายแล้วนำไปขาย” เท่านั้น

2. การเก็บเมล็ดพันธุ์คุ้มครองไว้ปลูกต่อเป็น “ข้อยกเว้น” ไม่ใช่สิทธิอัตโนมัติ

Article 15(2) เปิดให้แต่ละประเทศ “อาจ” (may) ออกข้อยกเว้นให้เกษตรกรนำผลผลิตจากพันธุ์คุ้มครองกลับมาปลูกในที่ถือครองของตนได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า

“within reasonable limits and subject to the safeguarding of the legitimate interests of the breeder”

คือ ภายในขอบเขตที่สมเหตุสมผล และต้องคุ้มครองผลประโยชน์อันชอบธรรมของนักปรับปรุงพันธุ์ นั่นหมายความว่าการมีข้อยกเว้นอาจทำได้น้อยมาก

3. ไม่ใช่พืชทุกชนิดจะใช้ข้อยกเว้นนี้ได้เหมือนกัน

แนวทางของ UPOV ระบุว่า Article 15(2) มุ่งรองรับพืชที่มีวิถีปฏิบัติ (common practice) ในการนำผลผลิตที่เก็บเกี่ยวกลับมาใช้เป็นพันธุ์ เช่น ธัญพืชเมล็ดเล็ก และไม่ควรตีความเพื่อขยายสิทธิพิเศษของเกษตรกร (Farmers' Privilege) ไปยังภาคการผลิตที่ไม่มีธรรมเนียมดังกล่าว (ขยายความโดยไบโอไทย - UPOV ใช้คำว่าสิทธิพิเศษของเกษตรกร แต่จริงๆแล้วสิทธิของเกษตรกร- Farmer's Right โดยเฉพาะการเก็บพันธุ์พืชไปปลูกต่อนั้น ถือว่าเป็นสิทธิพื้นฐานของเกษตรกร ที่ได้รับการรับรองในสนธิสัญญาระหว่างประเทศของ UN)

ที่สำคัญ UPOV เคยตอบรัฐบาลไทยเรื่องนี้โดยตรงแล้ว ในหนังสือลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2020 โดยอธิบายหลัก common practice และการกำหนดข้อยกเว้นภายใต้ Article 15(2)

4. แม้แต่ “ข้าว” ก็ไม่ได้แปลว่าเกษตรกรทุกคนเก็บพันธุ์คุ้มครองปลูกต่อได้โดยไม่มีเงื่อนไข

รัฐบาลไทยเคยถาม UPOV โดยตรงว่า จะให้ เกษตรกรรายย่อย เก็บพันธุ์ปลูกต่อโดยไม่จ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้ทรงสิทธิได้หรือไม่

UPOV ตอบว่า รัฐบาลไทยต้องพิจารณา ขนาดฟาร์ม พื้นที่ปลูก และมูลค่าผลผลิต และยกตัวอย่างว่า เกษตรกรที่มีพื้นที่ต่ำกว่า 10 เฮกตาร์อาจผลิตเพียง 5% ของผลผลิตในประเทศหนึ่ง แต่ถึง 90% ในอีกประเทศหนึ่ง จึงไม่สามารถกำหนดคำว่า “เกษตรกรรายย่อย” จากขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียวได้ ( เช่น ถ้ายกเว้นชาวนาไม่ถึง 20 ไร่ในกรณีประเทศไทย ซึ่งอาจครอบคลุมชาวนากว่า 70% ของประเทศ อย่างนี้ทำไม่ได้-ขยายความโดยไบโอไทย)

UPOV ยังระบุว่า การจ่ายค่าตอบแทน (remuneration) แก่ผู้ทรงสิทธิอาจเป็นวิธีหนึ่งในการคุ้มครอง legitimate interests ของ breeder (ในบางประเทศแม้รัฐบาลออกข้อยกเว้นให้ฟาร์มเกษตรกรรายย่อยแล้ว แต่ก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้บริษัทเมล็ดพันธุ์อยู่ดี)

5. แม้แต่ “ปลูกเพื่อยังชีพ” ก็มีเงื่อนไข ไม่ใช่ยกเว้นอัตโนมัติ

กรมการข้าวและกระทรวงเกษตรกล่าวถึงข้อยกเว้นสำหรับ “การใช้ประโยชน์ส่วนตัว” แต่ Article 15(1)(i) ของ UPOV 1991 ใช้ถ้อยคำที่ชัดเจนยิ่งกว่านั้น ว่า

“acts done privately and for non-commercial purposes”

หมายความว่าต้องเป็น ทั้งการกระทำในลักษณะส่วนตัว และไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า ไม่ใช่เพียงปลูกเองหรือเก็บเมล็ดพันธุ์เองก็ได้รับยกเว้น

UPOV อธิบายไว้ชัดว่า เกษตรกรที่เก็บเมล็ดพันธุ์ของตนเองไว้ปลูกในที่ถือครองของตน แม้อาจถือว่าเป็นการกระทำในลักษณะ private แต่หากการเก็บเมล็ดนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อการผลิตเชิงพาณิชย์ ก็อาจไม่เข้าข้อยกเว้น Article 15(1)(i) และต้องไปพิจารณาข้อยกเว้น Farm-Saved Seed ตาม Article 15(2) แทน

ส่วนกรณี เกษตรกรเพื่อยังชีพ (subsistence farmers) UPOV ก็ไม่ได้บอกว่าได้รับยกเว้นทั้งหมดโดยอัตโนมัติ แต่ใช้ถ้อยคำว่า “may be considered” หรือ “อาจถือว่า” เข้าเงื่อนไข หากเป็นการขยายพันธุ์เพื่อผลิตพืชอาหาร สำหรับบริโภคทั้งหมดโดยเกษตรกรและผู้อยู่ในอุปการะที่อาศัยอยู่ในที่ถือครองนั้น

และเรื่องนี้ UPOV เคยตอบรัฐบาลไทยโดยตรงในหนังสือวันที่ 14 กรกฎาคม 2020 โดยยกตัวอย่างในลักษณะเดียวกันว่า การทำ subsistence farming อาจ เข้า Article 15(1)(i) เมื่อเป็นทั้ง private และ non-commercial

แม้แต่การแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองของเกษตรกรเพื่อยังชีพในชุมชน ก็ไม่ได้เป็นสิทธิทั่วไป UPOV ระบุเพียงว่า ประเทศสมาชิกมีความยืดหยุ่นที่จะพิจารณาอนุญาตการแลกเปลี่ยนกับสินค้าจำเป็นอื่น เป็นครั้งคราวภายในชุมชนท้องถิ่น และทำได้ในกรณีที่ผลประโยชน์อันชอบธรรมของนักปรับปรุงพันธุ์ไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเท่านั้น

คำชี้แจงของกรมการข้าวและกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งระบุที่มาว่ามาจาก กรมวิชาการเกษตร จึงเป็นคำชี้แจงที่คลาดเคลื่อนไม่ตรงกับความเป็นจริง และไม่อาจตอบข้อสงสัยต่อประชาชนว่า เหตุใดต้องแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช 2542 และการแก้ไขนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของใคร แต่อย่างใด

21 กันยายน 2569
มูลนิธิชีววิถี

เอกสารอ้างอิง

1. UPOV Convention 1991
https://www.upov.int/edocs/pubdocs/en/upov_pub_221.pdf
2. UPOV Explanatory Notes on Exceptions — UPOV/EXN/EXC/1
https://www.upov.int/edocs/expndocs/en/upov_exn_exc.pdf
3. UPOV FAQ — Subsistence Farmers / Private & Non-commercial
https://www.upov.int/en/plant-variety-protection/learn/faqs
4. UPOV FAQ — การแลกเปลี่ยนพันธุ์ของ Subsistence Farmers
https://www.upov.int/en/plant-variety-protection/learn/faqs
5. UPOV WG-SHF/4/2 — Smallholder Farmers
https://www.upov.int/edocs/mdocs/upov/en/wg_shf_4/wg_shf_4_2.pdf
6. หนังสือ UPOV ถึงรัฐบาลไทย 14 กรกฎาคม 2020

หมายเหตุ : ผลกระทบของ UPOV1991 ยังมีประเด็นอื่นๆอีกนอกเหนือจากนี้รวม 7 ประเด็น ซึ่งจะได้นำมาเสนออย่างละเอียดเป็นลำดับต่อไป

#เก็บพันธุ์พืชไปปลูกต่อไม่ใช่อาชญากรรม #สิทธิเกษตรกร

---------------------------------------

#146องค์กรภาคประชาชน ร้อง รัฐสภา- รัฐบาล ตรวจสอบ FTA ไทย-EU เสี่ยงทำลายเกษตรกรรม กระทบสุขภาพ เศรษฐกิจชุมชนทุกมิติ ย้ำ !! หากเร่งปิดเจรจา ‘ประเทศไทยเสียเปรียบทันที’

วานนี้ (17 ก.ย. 69 ) 146 องค์กรภาคประชาชนและองค์กรพัฒนาเอกชน ร่วมยื่นหนังสือต่อฝ่ายการเมืองและรัฐสภาทั้งต่อคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเรียกร้องให้ติดตาม ตรวจสอบ และผลักดันรัฐบาลและคณะผู้แทนเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (Thailand–EU FTA) ให้ยึดประโยชน์สาธารณะและสิทธิของประชาชนเป็นสำคัญ ก่อนการเจรจารอบที่ 10 ระหว่างวันที่ 28 กันยายน–6 ตุลาคม 2569 ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญและอาจนำไปสู่การปิดการเจรจา

การยื่นข้อเสนอวันนี้ประกอบด้วย 4 เรื่อง

1.เพื่อคุ้มครองสิทธิด้านยาและการสาธารณสุข

2.เพื่อคุ้มครองการบริโภคแอลกอฮอล์ และเศรษฐกิจชุมชน

3.เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของเศรษฐกิจดิจิตัล

4.เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของสินค้าเกษตรในประเทศและความมั่นคงทางอาหารของไทย

ภาคประชาชนย้ำว่า การตัดสินใจในการเจรจาครั้งนี้จะผูกพันประเทศไทยและประชาชนไปอีกหลายสิบปี รัฐบาลจึง ไม่ควรเร่งปิดการเจรจา หากยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่รักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยและประชาชนในประเด็นสำคัญเหล่านี้ได้

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ขอร่วมให้ประชาชนจับตาการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (Thailand–EU FTA) รอบที่ 10 ครั้งนี้และขอเรียกร้องให้ให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกร ผู้บริโภค ผู้ป่วย นักวิชาการ องค์กรภาคประชาสังคม และผู้มีส่วนได้เสียอย่างมีความหมาย ก่อนที่รัฐบาลจะตกลงยอมรับข้อผูกพันสำคัญใดๆ

ที่สำคัญคือติดตามการชี้แจ้งข้อมูลของกรมวิชาการเกษตรต่อการแก้ไขกฎหมายพ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช และข้อห่วงกังวลทั้งหมดของประชาชนที่ได้ยื่นเสนอในวันนี้อย่างละเอียด ใกล้ชิดต่อไป!

อ่านเนื้อหาฉบับเต็มที่เว็บไซต์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

https://ffcthailand.org/news/ThailandEUFTA2026

#ความตกลงการค้าเสรีไทยสหภาพยุโรป #รัฐสภา #รัฐบาล #146 องค์กรภาคประชาชน #นิตยสารฉลาดซื้อ #มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

คำแถลงของมูลนิธิชีววิถี (BioThai) เกี่ยวกับคำชี้แจงของกรมการข้าว และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่คลาดเคลื่อนและไม่เป็นความจริง กรณีการแก้ไขพ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ให้เป็นไปตาม UPOV1991

กรมการข้าวและกระทรวงเกษตรฯ ออกคำชี้แจงกรณีสื่อและประชาชนเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช 2542 ให้เป็นไปตาม UPOV1991 (ในคำชี้แจงของกระทรวงเกษตรนำเอาบางส่วนของอนุสัญญา UPOV1991 แนบมาด้วย) โดยระบุว่า “การเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อผิดกฎหมาย ไม่เป็นความจริง" ทั้งยังยืนยันว่าเกษตรกรยังสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อได้ตามปกติ

มูลนิธิชีววิถี (BioThai) เห็นว่า คำชี้แจงดังกล่าว คลาดเคลื่อนและบอกความจริงไม่ครบ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึง “พันธุ์พืชที่ได้รับการคุ้มครอง” ภายใต้ UPOV 1991

1. หลักของ UPOV 1991 คือ การผลิตหรือขยายพันธุ์ของ “พันธุ์พืชคุ้มครอง” อยู่ในสิทธิของผู้ทรงสิทธิ

Article 14(1) กำหนดว่า การผลิตหรือขยายพันธุ์ (production or reproduction/multiplication) ของวัสดุขยายพันธุ์ของพันธุ์คุ้มครองต้องได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิ ไม่ใช่ว่าจะผิดเฉพาะเมื่อ “ขยายแล้วนำไปขาย” เท่านั้น

2. การเก็บเมล็ดพันธุ์คุ้มครองไว้ปลูกต่อเป็น “ข้อยกเว้น” ไม่ใช่สิทธิอัตโนมัติ

Article 15(2) เปิดให้แต่ละประเทศ “อาจ” (may) ออกข้อยกเว้นให้เกษตรกรนำผลผลิตจากพันธุ์คุ้มครองกลับมาปลูกในที่ถือครองของตนได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า

“within reasonable limits and subject to the safeguarding of the legitimate interests of the breeder”

คือ ภายในขอบเขตที่สมเหตุสมผล และต้องคุ้มครองผลประโยชน์อันชอบธรรมของนักปรับปรุงพันธุ์ นั่นหมายความว่าการมีข้อยกเว้นอาจทำได้น้อยมาก

3. ไม่ใช่พืชทุกชนิดจะใช้ข้อยกเว้นนี้ได้เหมือนกัน

แนวทางของ UPOV ระบุว่า Article 15(2) มุ่งรองรับพืชที่มีวิถีปฏิบัติ (common practice) ในการนำผลผลิตที่เก็บเกี่ยวกลับมาใช้เป็นพันธุ์ เช่น ธัญพืชเมล็ดเล็ก และไม่ควรตีความเพื่อขยายสิทธิพิเศษของเกษตรกร (Farmers' Privilege) ไปยังภาคการผลิตที่ไม่มีธรรมเนียมดังกล่าว (ขยายความโดยไบโอไทย - UPOV ใช้คำว่าสิทธิพิเศษของเกษตรกร แต่จริงๆแล้วสิทธิของเกษตรกร- Farmer's Right โดยเฉพาะการเก็บพันธุ์พืชไปปลูกต่อนั้น ถือว่าเป็นสิทธิพื้นฐานของเกษตรกร ที่ได้รับการรับรองในสนธิสัญญาระหว่างประเทศของ UN)

ที่สำคัญ UPOV เคยตอบรัฐบาลไทยเรื่องนี้โดยตรงแล้ว ในหนังสือลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2020 โดยอธิบายหลัก common practice และการกำหนดข้อยกเว้นภายใต้ Article 15(2)

4. แม้แต่ “ข้าว” ก็ไม่ได้แปลว่าเกษตรกรทุกคนเก็บพันธุ์คุ้มครองปลูกต่อได้โดยไม่มีเงื่อนไข

รัฐบาลไทยเคยถาม UPOV โดยตรงว่า จะให้ เกษตรกรรายย่อย เก็บพันธุ์ปลูกต่อโดยไม่จ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้ทรงสิทธิได้หรือไม่

UPOV ตอบว่า รัฐบาลไทยต้องพิจารณา ขนาดฟาร์ม พื้นที่ปลูก และมูลค่าผลผลิต และยกตัวอย่างว่า เกษตรกรที่มีพื้นที่ต่ำกว่า 10 เฮกตาร์อาจผลิตเพียง 5% ของผลผลิตในประเทศหนึ่ง แต่ถึง 90% ในอีกประเทศหนึ่ง จึงไม่สามารถกำหนดคำว่า “เกษตรกรรายย่อย” จากขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียวได้ ( เช่น ถ้ายกเว้นชาวนาไม่ถึง 20 ไร่ในกรณีประเทศไทย ซึ่งอาจครอบคลุมชาวนากว่า 70% ของประเทศ อย่างนี้ทำไม่ได้-ขยายความโดยไบโอไทย)

UPOV ยังระบุว่า การจ่ายค่าตอบแทน (remuneration) แก่ผู้ทรงสิทธิอาจเป็นวิธีหนึ่งในการคุ้มครอง legitimate interests ของ breeder (ในบางประเทศแม้รัฐบาลออกข้อยกเว้นให้ฟาร์มเกษตรกรรายย่อยแล้ว แต่ก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้บริษัทเมล็ดพันธุ์อยู่ดี)

5. แม้แต่ “ปลูกเพื่อยังชีพ” ก็มีเงื่อนไข ไม่ใช่ยกเว้นอัตโนมัติ

กรมการข้าวและกระทรวงเกษตรกล่าวถึงข้อยกเว้นสำหรับ “การใช้ประโยชน์ส่วนตัว” แต่ Article 15(1)(i) ของ UPOV 1991 ใช้ถ้อยคำที่ชัดเจนยิ่งกว่านั้น ว่า

“acts done privately and for non-commercial purposes”

หมายความว่าต้องเป็น ทั้งการกระทำในลักษณะส่วนตัว และไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า ไม่ใช่เพียงปลูกเองหรือเก็บเมล็ดพันธุ์เองก็ได้รับยกเว้น

UPOV อธิบายไว้ชัดว่า เกษตรกรที่เก็บเมล็ดพันธุ์ของตนเองไว้ปลูกในที่ถือครองของตน แม้อาจถือว่าเป็นการกระทำในลักษณะ private แต่หากการเก็บเมล็ดนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อการผลิตเชิงพาณิชย์ ก็อาจไม่เข้าข้อยกเว้น Article 15(1)(i) และต้องไปพิจารณาข้อยกเว้น Farm-Saved Seed ตาม Article 15(2) แทน

ส่วนกรณี เกษตรกรเพื่อยังชีพ (subsistence farmers) UPOV ก็ไม่ได้บอกว่าได้รับยกเว้นทั้งหมดโดยอัตโนมัติ แต่ใช้ถ้อยคำว่า “may be considered” หรือ “อาจถือว่า” เข้าเงื่อนไข หากเป็นการขยายพันธุ์เพื่อผลิตพืชอาหาร สำหรับบริโภคทั้งหมดโดยเกษตรกรและผู้อยู่ในอุปการะที่อาศัยอยู่ในที่ถือครองนั้น

และเรื่องนี้ UPOV เคยตอบรัฐบาลไทยโดยตรงในหนังสือวันที่ 14 กรกฎาคม 2020 โดยยกตัวอย่างในลักษณะเดียวกันว่า การทำ subsistence farming อาจ เข้า Article 15(1)(i) เมื่อเป็นทั้ง private และ non-commercial

แม้แต่การแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองของเกษตรกรเพื่อยังชีพในชุมชน ก็ไม่ได้เป็นสิทธิทั่วไป UPOV ระบุเพียงว่า ประเทศสมาชิกมีความยืดหยุ่นที่จะพิจารณาอนุญาตการแลกเปลี่ยนกับสินค้าจำเป็นอื่น เป็นครั้งคราวภายในชุมชนท้องถิ่น และทำได้ในกรณีที่ผลประโยชน์อันชอบธรรมของนักปรับปรุงพันธุ์ไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเท่านั้น

คำชี้แจงของกรมการข้าวและกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งระบุที่มาว่ามาจาก กรมวิชาการเกษตร จึงเป็นคำชี้แจงที่คลาดเคลื่อนไม่ตรงกับความเป็นจริง และไม่อาจตอบข้อสงสัยต่อประชาชนว่า เหตุใดต้องแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช 2542 และการแก้ไขนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของใคร แต่อย่างใด

21 กันยายน 2569
มูลนิธิชีววิถี

เอกสารอ้างอิง

1. UPOV Convention 1991
https://www.upov.int/edocs/pubdocs/en/upov_pub_221.pdf
2. UPOV Explanatory Notes on Exceptions — UPOV/EXN/EXC/1
https://www.upov.int/edocs/expndocs/en/upov_exn_exc.pdf
3. UPOV FAQ — Subsistence Farmers / Private & Non-commercial
https://www.upov.int/en/plant-variety-protection/learn/faqs
4. UPOV FAQ — การแลกเปลี่ยนพันธุ์ของ Subsistence Farmers
https://www.upov.int/en/plant-variety-protection/learn/faqs
5. UPOV WG-SHF/4/2 — Smallholder Farmers
https://www.upov.int/edocs/mdocs/upov/en/wg_shf_4/wg_shf_4_2.pdf
6. หนังสือ UPOV ถึงรัฐบาลไทย 14 กรกฎาคม 2020

หมายเหตุ : ผลกระทบของ UPOV1991 ยังมีประเด็นอื่นๆอีกนอกเหนือจากนี้รวม 7 ประเด็น ซึ่งจะได้นำมาเสนออย่างละเอียดเป็นลำดับต่อไป

#เก็บพันธุ์พืชไปปลูกต่อไม่ใช่อาชญากรรม #สิทธิเกษตรกร

 #มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค. :   เจอสิ่งแปลกปลอมในอาหารผู้บริโภคต้องเรียกร้องสิทธิ !  สารพัดสิ่งแปลกปลอมที่ปนเปื้อนมาในอาหาร...
21/09/2026

#มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค. : เจอสิ่งแปลกปลอมในอาหารผู้บริโภคต้องเรียกร้องสิทธิ ! สารพัดสิ่งแปลกปลอมที่ปนเปื้อนมาในอาหาร ต้นเหตุจากความสะเพร่า ของ ผู้ประกอบการ ทำกันเหมือนเป็นเรื่องปกติ! ถูกร้องเรียนอันดับ 1

เหตุการณ์แบบนี้ยังคงอยู่ เกิดจาก ผู้บริโภค นั่นแหละ ที่ไม่รักษาสิทธิตัวเอง บางคนบอกช่างมันเถอะ ยังดีที่บางคนบอกไม่ได้สิ ต้องเรียกร้องให้ร้านค้ารับผิดชอบ

ใช่ค่ะ มันต้องเรียกร้อง ค่าชดเชยค่าเสียหาย! เมื่อผู้บริโภคไม่ละเลยสิทธิตัวเอง ย่อมได้สิทธินั้นกลับคืน...ว่าแต่จะไปร้องกับใครดีหว่า ?

อ่านต่อ เว็บไซต์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค https://ffcthailand.org/news/foreignmatterinfood

#สิ่งแปลกปลอมในอาหาร #ผู้บริโภคต้องเรียกร้องสิทธิ #มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

----

จี้ตรวจสอบด่วน!! สาวผ่าหมูยอเจอใยขัด? ซ่อนอยู่ด้านในแท่งหมูยอ

สมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพหมูยอแท่ง ซึ่งเมื่อผ่าดูข้างในกลับพบชิ้นส่วนลักษณะคล้ายแผ่นใยขัดทำความสะอาดคราบสกปรก ขดอยู่ภายในชิ้นหมูยอ ทำเอาเจ้าตัวถึงกับงงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ภายหลังโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก บางส่วนแซวด้วยอารมณ์ขัน เช่น “หมูยอพันธุ์ใหม่ ใส่สาหร่าย” และ “สูตรใหม่ เอาไว้ล้างจาน” ขณะที่อีกหลายคนแสดงความกังวลและตั้งคำถามถึงมาตรฐานการผลิต พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบว่า สิ่งแปลกปลอมดังกล่าวเข้าไปอยู่ในผลิตภัณฑ์ได้อย่างไร

ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน ว่าสิ่งที่พบคือวัสดุชนิดใด เกิดขึ้นในขั้นตอนใดของกระบวนการผลิต หรือมีสาเหตุมาจากอะไร รวมถึงยังไม่มีข้อมูลยืนยันจากผู้ผลิตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : May Ninlawan

#แผ่นใยขัดทำความสะอาด
#ข่าวช่อง8 #หมูยอ
#ข่าวออนไลน์ช่อง8

https://www.facebook.com/share/p/1EGdG5YDty/

----

สั่งพิซซ่าเดลิเวอรี แต่เปิดดูกล้องในครัวผ่านแอป แล้วเจอพนักงาน “โรยรังแค” ลงบนพิซซ่า! ล่าสุดตำรวจ เมืองหางโจวสั่งควบคุมตัวพนักงานดังกล่าว 7 วัน และร้านปิดชั่วคราว เรื่องเกิดขึ้นที่ร้านพิซซ่า
แห่งหนึ่งในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา

ทางหน่วยงานกำกับดูแลตลาดในเขตที่ร้านพิซซ่าอยู่ในพื้นที่ ระบุว่า เวลาประมาณ 19.34 น. (เวลาจีน) พนักงานแซ่หยาง ซึ่งกำลังทำงานอยู่ในครัว มีพฤติกรรมเกาศีรษะและนำสิ่งที่มาจากศีรษะลงบนพิซซ่า

โดยคนที่พบเหตุการณ์ และเผยแพร่ออกมา คือลูกค้าที่สั่งอาหารออนไลน์

ลูกค้าเปิดดูภาพจากครัวของร้านผ่านระบบ 阳光厨房 หรือ “ครัวโปร่งใส” บนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี เมื่อเห็นพฤติกรรมดังกล่าวจึงบันทึกหน้าจอและนำคลิปเผยแพร่บนโลกออนไลน์ จนกลายเป็นกระแสในจีน
阳光厨房 เป็นระบบที่จีนใช้เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความปลอดภัยด้านอาหาร โดยติดตั้งกล้องในพื้นที่ประกอบอาหารและเชื่อมภาพกับแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้ลูกค้าของร้านที่เข้าร่วมระบบสามารถกดดูสภาพหลังครัวได้แบบ Real-time แนวคิดคือให้ผู้บริโภคมีส่วนช่วยตรวจสอบร้านอาหาร ไม่ได้พึ่งการตรวจจากเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว
หลังคลิปกลายเป็นกระแส ร้านสาขาดังกล่าวได้หยุดให้บริการ ขณะที่ตำรวจและหน่วยงานกำกับดูแลตลาดเข้าตรวจสอบ โดยผลการตรวจสอบระบุว่า พิซซ่าที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกทำลายทิ้ง และไม่ได้จำหน่ายให้ลูกค้า
ทางแบรนด์พิซซ่าเจ้านั้น ออกแถลงการณ์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลของพนักงาน ซึ่งละเมิดมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารอย่างร้ายแรง พร้อมแจ้งตำรวจและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบ
วันที่ 16 กันยายน ตำรวจหางโจวเปิดเผยว่า พฤติกรรมดังกล่าวของพนักงานแซ่หยาง เข้าข่ายก่อความวุ่นวายและรบกวนความสงบเรียบร้อย (寻衅滋事)จึงถูกควบคุมตัวเป็นเวลา 7 วัน ตามมาตรการทางปกครองของจีน (行政拘留7日)
คำว่า 行政拘留 (Administrative Detention) ตรงนี้ไม่ใช่ “จำคุก 7 วัน” จากคำพิพากษาของศาล แต่เป็นมาตรการลงโทษทางปกครองที่ตำรวจจีนสามารถสั่งควบคุมตัวผู้กระทำผิดตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดครับ
เดี๋ยวนี้เวลาสั่งอาหารเดลิเวอรี ถ้าร้านไหนมีกล้องในครัวให้ดู ก็ลองกดเข้าไปดูสักนิดนะครับ 😅 ว่าแต่…ในไทยมีแบบนี้หรือยังนะ 😂 (หมายถึง กล้อง นะ ไม่ใช่ โรยรังแค นะครับ 🤣)

#อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #ชีวิตในจีน

https://www.facebook.com/share/p/1EY6RXxXka/

-------------

จี้ตรวจสอบด่วน!! สาวผ่าหมูยอเจอใยขัด? ซ่อนอยู่ด้านในแท่งหมูยอ

สมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพหมูยอแท่ง ซึ่งเมื่อผ่าดูข้างในกลับพบชิ้นส่วนลักษณะคล้ายแผ่นใยขัดทำความสะอาดคราบสกปรก ขดอยู่ภายในชิ้นหมูยอ ทำเอาเจ้าตัวถึงกับงงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ภายหลังโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก บางส่วนแซวด้วยอารมณ์ขัน เช่น “หมูยอพันธุ์ใหม่ ใส่สาหร่าย” และ “สูตรใหม่ เอาไว้ล้างจาน” ขณะที่อีกหลายคนแสดงความกังวลและตั้งคำถามถึงมาตรฐานการผลิต พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบว่า สิ่งแปลกปลอมดังกล่าวเข้าไปอยู่ในผลิตภัณฑ์ได้อย่างไร

ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน ว่าสิ่งที่พบคือวัสดุชนิดใด เกิดขึ้นในขั้นตอนใดของกระบวนการผลิต หรือมีสาเหตุมาจากอะไร รวมถึงยังไม่มีข้อมูลยืนยันจากผู้ผลิตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : May Ninlawan

#แผ่นใยขัดทำความสะอาด
#ข่าวช่อง8 #หมูยอ
#ข่าวออนไลน์ช่อง8

หนุ่มไทยในเกาหลี(ใต้) โพสต์คลิป ทำคนไทยตาร้อน ถนนที่นั่นหนามาก ลั่นมิน่า 100 ปี ยังเหมือนเดิมเพจ “เขยบึงกาฬคนหากินหมาน” ...
20/09/2026

หนุ่มไทยในเกาหลี(ใต้) โพสต์คลิป ทำคนไทยตาร้อน ถนนที่นั่นหนามาก ลั่นมิน่า 100 ปี ยังเหมือนเดิม

เพจ “เขยบึงกาฬคนหากินหมาน” โพสต์คลิปพาไปดูการก่อสร้างถนนในประเทศเกาหลีใต้ เผยให้เห็นชั้นโครงสร้างถนนที่มีความหนาจนเจ้าตัวถึงกับออกปากด้วยความตกใจว่า “ถนนบ้านเขาโคตรหนา”

ในคลิป หนุ่มไทยลงไปนั่งบริเวณชั้นถนนที่กำลังก่อสร้าง พร้อมใช้มือเทียบให้เห็นความหนาของโครงสร้าง โดยเมื่อประเมินจากภาพด้วยสายตา คาดว่าชั้นโครงสร้างถนนมีความหนาไม่ต่ำกว่า 80 เซนติเมตร ก่อนเจ้าตัวจะกล่าวว่า “มิน่า 100 ปียังเหมือนเดิม” สื่อถึงมาตรฐานและความแข็งแรงของถนนในเกาหลีใต้

หลังคลิปถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตไทยให้ความสนใจจำนวนมาก หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมมาตรฐานการก่อสร้าง พร้อมอดเปรียบเทียบกับถนนในประเทศไทยไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพ ความคงทน และการใช้งบประมาณให้คุ้มค่า

ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการประเมินจากภาพ เนื่องจากในคลิปไม่มีการใช้เครื่องมือวัดความหนาอย่างเป็นทางการ

รายงาน

https://www.facebook.com/share/p/1DbArUXsAS/

หนุ่มไทยในเกาหลี โพสต์คลิป ทำคนไทยตาร้อน ถนนที่นั่นหนามาก ลั่นมิน่า 100 ปี ยังเหมือนเดิม

เพจ “เขยบึงกาฬคนหากินหมาน” โพสต์คลิปพาไปดูการก่อสร้างถนนในประเทศเกาหลีใต้ เผยให้เห็นชั้นโครงสร้างถนนที่มีความหนาจนเจ้าตัวถึงกับออกปากด้วยความตกใจว่า “ถนนบ้านเขาโคตรหนา”

ในคลิป หนุ่มไทยลงไปนั่งบริเวณชั้นถนนที่กำลังก่อสร้าง พร้อมใช้มือเทียบให้เห็นความหนาของโครงสร้าง โดยเมื่อประเมินจากภาพด้วยสายตา คาดว่าชั้นโครงสร้างถนนมีความหนาไม่ต่ำกว่า 80 เซนติเมตร ก่อนเจ้าตัวจะกล่าวว่า “มิน่า 100 ปียังเหมือนเดิม” สื่อถึงมาตรฐานและความแข็งแรงของถนนในเกาหลีใต้

หลังคลิปถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตไทยให้ความสนใจจำนวนมาก หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมมาตรฐานการก่อสร้าง พร้อมอดเปรียบเทียบกับถนนในประเทศไทยไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพ ความคงทน และการใช้งบประมาณให้คุ้มค่า

ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการประเมินจากภาพ เนื่องจากในคลิปไม่มีการใช้เครื่องมือวัดความหนาอย่างเป็นทางการ

รายงาน

 #คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ของไทย สั่งปรับ  #ช้อปปี้ 3.47 ล้านบาท เหตุ  #เอาเปรียบ SME  #บังคับ ร่วมจัดรายการส่...
20/09/2026

#คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ของไทย สั่งปรับ #ช้อปปี้ 3.47 ล้านบาท เหตุ #เอาเปรียบ SME #บังคับ ร่วมจัดรายการส่งเสริมการขาย. สะท้อนอำนาจ SME ไม่จำเป็นต้องยอมเสมอไป

#คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) มี #คำสั่งปรับ ทางปกครอง #ช้อปปี้ (ประเทศไทย)
3.47 ล้านบาท กรณีจัดรายการส่งเสริมการขายและให้ร้านค้าเข้าร่วมโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
และไม่ได้รับความยินยอม ซึ่งถูกพิจารณาในประเด็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
สุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาเอสเอ็มอีไทย มองว่าคำวินิจฉัยนี้เป็นบทเรียนสำคัญของผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์ม ตั้งแต่สิทธิในการเลือกเข้าร่วมโปรโมชัน การรับรู้ต้นทุน ไปจนถึงเงื่อนไขการถอนตัว อ่านต่อ 5 คำถามที่ SME ควรใช้ตรวจสอบว่าเงื่อนไขทางการค้าที่เผชิญอยู่เข้าข่ายถูกเอาเปรียบหรือไม่

อ่านข่าวเพิ่มเติมที่ : https://www.posttoday.com/smart-sme/748997
#ช้อปปี้
#กขค.
#สุปรีย์ #ทองเพชร


#สภาเอสเอ็มอีไทย
#โพสต์ทูเดย์

คณะกรรมการแข่งขันทางการค้ามีคำสั่งปรับทางปกครอง ช้อปปี้ (ประเทศไทย) 3.47 ล้านบาท กรณีจัดรายการส่งเสริมการขายและให้ร้านค้าเข้าร่วมโดยไม่แจ้งล่วงหน้าและไม่ได้รับความยินยอม ซึ่งถูกพิจารณาในประเด็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
สุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาเอสเอ็มอีไทย มองว่าคำวินิจฉัยนี้เป็นบทเรียนสำคัญของผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์ม ตั้งแต่สิทธิในการเลือกเข้าร่วมโปรโมชัน การรับรู้ต้นทุน ไปจนถึงเงื่อนไขการถอนตัว อ่านต่อ 5 คำถามที่ SME ควรใช้ตรวจสอบว่าเงื่อนไขทางการค้าที่เผชิญอยู่เข้าข่ายถูกเอาเปรียบหรือไม่
#ช้อปปี้
#กขค.
#สุปรีย์ #ทองเพชร


#สภาเอสเอ็มอีไทย
#โพสต์ทูเดย์

🚨 จับพิรุธ “ประชุมปลอม” ของนิติบุคคลคอนโด อย่ายื่นคำร้องฝ่ายเดียวผิดทาง⚖️  #เจาะบทเรียนจากคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 4469/2566...
19/09/2026

🚨 จับพิรุธ “ประชุมปลอม” ของนิติบุคคลคอนโด อย่ายื่นคำร้องฝ่ายเดียวผิดทาง
⚖️ #เจาะบทเรียนจากคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 4469/2566
ปัญหาใหญ่ของการอยู่อาศัยในคอนโด ไม่ได้มีแค่ค่าส่วนกลางหรือการบริหารอาคาร แต่ยังรวมถึง “ความไม่โปร่งใสในการประชุมใหญ่” เช่น
❌ แอบจัดประชุมเงียบ ๆ
❌ ใช้ใบมอบฉันทะไม่ถูกต้อง
❌ รวบรวมคะแนนเสียงโดยมิชอบ
❌ ทำตัวเลของค์ประชุมให้ครบ
❌ จัดทำรายงานการประชุมที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
เมื่อเจ้าของร่วมพบความผิดปกติ หลายคนอาจคิดว่า
“ในเมื่อประชุมไม่ชอบ ก็ยื่นคำร้องฝ่ายเดียวให้ศาลเพิกถอนไปเลย”
แต่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4469/2566 สอนบทเรียนสำคัญว่า...
⚠️ ข้อเท็จจริงอาจอยู่ข้างคุณ แต่ถ้าเลือกกระบวนการศาลผิดตั้งแต่ต้น คดีก็อาจถูกยกคำร้องโดยที่ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยเนื้อหาข้อพิพาทเลย
🔍 คดีนี้เกิดอะไรขึ้น?
เจ้าของร่วมรายหนึ่งพบความผิดปกติในการประชุมใหญ่สามัญของนิติบุคคลอาคารชุด จำนวน 2 ครั้ง
ประเด็นสำคัญที่นำมาอ้าง ได้แก่
📄 เจ้าของร่วมหลายรายไม่ได้มาประชุมเอง แต่มีการใช้ ใบมอบฉันทะ ให้บุคคลอื่นออกเสียงแทน
💸 ใบมอบฉันทะบางส่วน ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย ซึ่งมีปัญหาเรื่องการนำเอกสารมาใช้เป็นพยานหลักฐานหรือใช้บังคับ
✍️ ลายมือชื่อในบัญชีลงทะเบียนเข้าประชุมมีรายละเอียดไม่ชัดเจนและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้อง
📊 เมื่อไม่นับผู้เข้าประชุมจากใบมอบฉันทะที่มีปัญหา จำนวนผู้เข้าประชุมจริงถูกกล่าวอ้างว่า ไม่ครบองค์ประชุม 1 ใน 4 ตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. 2522
เจ้าของร่วมจึงยื่น “คำร้องขอฝ่ายเดียว” ต่อศาล เพื่อขอให้เพิกถอนการประชุมใหญ่และรายงานการประชุมทั้ง 2 ครั้ง
⚖️ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง ก่อนคดีขึ้นสู่ศาลฎีกา
เดิมมีการหยิบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 ซึ่งเกี่ยวกับการขอเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ของบริษัทจำกัด และกำหนดระยะเวลาไว้ 1 เดือนนับแต่วันลงมติ มาพิจารณาประกอบ
แต่เมื่อคดีขึ้นสู่ ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภค ศาลได้แยกประเด็นสำคัญออกอย่างชัดเจน
🔥 หลักสำคัญข้อที่ 1 : ถ้าอ้างว่า “ไม่มีการประชุมจริง” ไม่ใช่เพียงประชุมผิดระเบียบ
ศาลฎีกาพิจารณาว่า หากข้ออ้างของผู้ร้องคือ
❌ ไม่มีองค์ประชุมตามกฎหมาย
❌ ไม่มีการประชุมกันจริง
❌ ตัวเลขหรือมติที่ปรากฏเป็นเพียงการจัดทำขึ้นเพื่อนำไปใช้อ้างต่อนายทะเบียน
กรณีเช่นนี้ไม่ใช่การกล่าวว่า “มีการประชุมจริง แต่การประชุมผิดระเบียบ”
แต่เป็นการกล่าวว่า
🚫 “การประชุมใหญ่ครั้งนั้นมิได้เกิดขึ้นจริงตั้งแต่ต้น”
ดังนั้น จึง ไม่ใช่กรณีที่ต้องนำระยะเวลา 1 เดือนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1195 มาใช้บังคับ
🚨 แต่ประเด็นที่ทำให้คดีแพ้ทางเทคนิค คือ “ยื่นผิดประเภทคดี”
เจ้าของร่วมเลือกดำเนินการในรูปแบบ
📌 คดีไม่มีข้อพิพาท / คำร้องขอฝ่ายเดียว
ตามหลัก ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 และมาตรา 188 (1)
ปัญหาคือ...
⚖️ การจะยื่นคำร้องฝ่ายเดียวต่อศาลได้ ต้องมีกฎหมายบัญญัติรับรองสิทธิไว้โดยเฉพาะและชัดแจ้งว่าให้ใช้วิธีนั้นได้
ตัวอย่างเช่น
✅ ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
✅ ร้องขอให้บุคคลเป็นผู้ไร้ความสามารถ
แต่สำหรับ พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. 2522
❌ ไม่มีบทบัญญัติใดเปิดช่องให้เจ้าของร่วมยื่นคำร้องฝ่ายเดียว เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนการประชุมหรือรายงานการประชุมในลักษณะดังกล่าว
เมื่อไม่มีกฎหมายรองรับ การยื่นคำร้องฝ่ายเดียวจึงเป็น การใช้สิทธิทางศาลไม่ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา
ศาลฎีกาจึง พิพากษายืนให้ยกคำร้อง
✅ แล้ววิธีที่ถูกต้องต้องทำอย่างไร?
หากเจ้าของร่วมเห็นว่าสิทธิของตนถูกโต้แย้งหรือได้รับความเสียหายจากการประชุมที่อ้างว่าไม่ได้เกิดขึ้นจริง
ต้องเสนอคดีในรูปแบบ
⚔️ “คดีมีข้อพิพาท”
ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ประกอบ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7
กล่าวง่าย ๆ คือ
1️⃣ เจ้าของร่วมผู้เสียหายเป็น “โจทก์”
2️⃣ ยื่นฟ้อง “นิติบุคคลอาคารชุด” เป็นจำเลย
3️⃣ จัดทำ คำฟ้องอย่างเป็นทางการ
4️⃣ ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า การประชุม มติ หรือรายงานการประชุมดังกล่าว ไม่มีผลผูกพันหรือไม่มีผลตามกฎหมาย แล้วแต่ข้อเท็จจริงและคำขอท้ายฟ้อง
วิธีนี้ทำให้จำเลยมีสิทธิ
📑 ยื่นคำให้การ
📂 นำพยานหลักฐานเข้าสู้
⚖️ โต้แย้งและหักล้างข้อกล่าวหา
เป็นไปตามหลัก Due Process of Law หรือกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม
📌 บทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าของร่วมและกรรมการคอนโด
🛑 1. อย่าเลือกทางลัดผิดประเภทคดี
หากเป็นข้อพิพาทว่าการประชุมไม่มีจริง องค์ประชุมไม่ครบ หรือเอกสารการประชุมไม่ชอบ ในลักษณะเดียวกับฎีกานี้ อย่ายื่นเป็นคำร้องขอฝ่ายเดียว เพราะไม่มีกฎหมายอาคารชุดเปิดช่องไว้
⚔️ 2. ต้องฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาท
ให้ผู้เสียหายเป็นโจทก์ และยื่นฟ้องนิติบุคคลอาคารชุดต่อศาลที่มีเขตอำนาจ ซึ่งโดยลักษณะข้อพิพาทอาจอยู่ในกระบวนพิจารณาคดีผู้บริโภค
📝 3. หลักฐานคือหัวใจ
ควรตรวจสอบและเก็บไว้ตั้งแต่ต้น เช่น
📄 ใบมอบฉันทะ
💸 การปิดอากรแสตมป์
✍️ บัญชีรายชื่อและลายมือชื่อผู้เข้าประชุม
📊 จำนวนคะแนนและองค์ประชุม
📑 รายงานการประชุม
📧 หนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบ
🎥 ภาพถ่าย วิดีโอ หรือหลักฐานอื่นที่พิสูจน์ว่าใครเข้าประชุมจริง
⚖️ สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4469/2566 แบบสั้นที่สุด
👉 หากอ้างว่า “การประชุมไม่ได้เกิดขึ้นจริง” เพราะไม่มีองค์ประชุมตามกฎหมาย กรณีไม่ใช่เพียงการประชุมผิดระเบียบ จึงไม่อยู่ภายใต้กรอบ 1 เดือนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1195
👉 แต่การขอให้ศาลวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว ไม่สามารถใช้วิธียื่นคำร้องขอฝ่ายเดียว ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 188 (1) ได้ เพราะไม่มีกฎหมายรับรองให้ใช้สิทธิวิธีนั้น
👉 หากมีการโต้แย้งสิทธิ ต้องดำเนินการเป็น คดีมีข้อพิพาท ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 โดยยื่นฟ้องคู่กรณีต่อศาลที่มีเขตอำนาจ
👉 คดีนี้ศาลฎีกาจึง พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้อง เนื่องจากผู้ร้องเลือกใช้กระบวนการทางศาลไม่ถูกต้อง
🏢 อยู่คอนโด อย่าดูแค่ผลของมติประชุม แต่ต้องดูด้วยว่า “การประชุมเกิดขึ้นจริงหรือไม่” และหากจะขึ้นศาล ต้องเลือกประเภทคดีให้ถูกตั้งแต่ก้าวแรก
เพราะบางครั้ง...
“มีหลักฐานว่าผิด” ยังไม่พอ หาก “ใช้สิทธิผิดวิธี” ก็อาจไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาคดีเลย
#คำพิพากษาศาลฎีกา #ฎีกา4469_2566 #กฎหมายอาคารชุด #พรบอาคารชุด #นิติบุคคลอาคารชุด #คอนโดมิเนียม #ประชุมใหญ่คอนโด #ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม #องค์ประชุม #ใบมอบฉันทะ #รายงานการประชุม #เจ้าของร่วม #สิทธิเจ้าของร่วม #คดีผู้บริโภค #กฎหมายคอนโด #ข้อพิพาทคอนโด #กฎหมายอสังหาริมทรัพย์ #ทนายบ้านและคอนโด

https://www.facebook.com/share/p/1DtTn5YgFk/

🚨 จับพิรุธ “ประชุมปลอม” ของนิติบุคคลคอนโด อย่ายื่นคำร้องฝ่ายเดียวผิดทาง
⚖️ เจาะบทเรียนจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4469/2566
ปัญหาใหญ่ของการอยู่อาศัยในคอนโด ไม่ได้มีแค่ค่าส่วนกลางหรือการบริหารอาคาร แต่ยังรวมถึง “ความไม่โปร่งใสในการประชุมใหญ่” เช่น
❌ แอบจัดประชุมเงียบ ๆ
❌ ใช้ใบมอบฉันทะไม่ถูกต้อง
❌ รวบรวมคะแนนเสียงโดยมิชอบ
❌ ทำตัวเลของค์ประชุมให้ครบ
❌ จัดทำรายงานการประชุมที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
เมื่อเจ้าของร่วมพบความผิดปกติ หลายคนอาจคิดว่า
“ในเมื่อประชุมไม่ชอบ ก็ยื่นคำร้องฝ่ายเดียวให้ศาลเพิกถอนไปเลย”
แต่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4469/2566 สอนบทเรียนสำคัญว่า...
⚠️ ข้อเท็จจริงอาจอยู่ข้างคุณ แต่ถ้าเลือกกระบวนการศาลผิดตั้งแต่ต้น คดีก็อาจถูกยกคำร้องโดยที่ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยเนื้อหาข้อพิพาทเลย
🔍 คดีนี้เกิดอะไรขึ้น?
เจ้าของร่วมรายหนึ่งพบความผิดปกติในการประชุมใหญ่สามัญของนิติบุคคลอาคารชุด จำนวน 2 ครั้ง
ประเด็นสำคัญที่นำมาอ้าง ได้แก่
📄 เจ้าของร่วมหลายรายไม่ได้มาประชุมเอง แต่มีการใช้ ใบมอบฉันทะ ให้บุคคลอื่นออกเสียงแทน
💸 ใบมอบฉันทะบางส่วน ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย ซึ่งมีปัญหาเรื่องการนำเอกสารมาใช้เป็นพยานหลักฐานหรือใช้บังคับ
✍️ ลายมือชื่อในบัญชีลงทะเบียนเข้าประชุมมีรายละเอียดไม่ชัดเจนและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้อง
📊 เมื่อไม่นับผู้เข้าประชุมจากใบมอบฉันทะที่มีปัญหา จำนวนผู้เข้าประชุมจริงถูกกล่าวอ้างว่า ไม่ครบองค์ประชุม 1 ใน 4 ตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. 2522
เจ้าของร่วมจึงยื่น “คำร้องขอฝ่ายเดียว” ต่อศาล เพื่อขอให้เพิกถอนการประชุมใหญ่และรายงานการประชุมทั้ง 2 ครั้ง
⚖️ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง ก่อนคดีขึ้นสู่ศาลฎีกา
เดิมมีการหยิบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 ซึ่งเกี่ยวกับการขอเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ของบริษัทจำกัด และกำหนดระยะเวลาไว้ 1 เดือนนับแต่วันลงมติ มาพิจารณาประกอบ
แต่เมื่อคดีขึ้นสู่ ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภค ศาลได้แยกประเด็นสำคัญออกอย่างชัดเจน
🔥 หลักสำคัญข้อที่ 1 : ถ้าอ้างว่า “ไม่มีการประชุมจริง” ไม่ใช่เพียงประชุมผิดระเบียบ
ศาลฎีกาพิจารณาว่า หากข้ออ้างของผู้ร้องคือ
❌ ไม่มีองค์ประชุมตามกฎหมาย
❌ ไม่มีการประชุมกันจริง
❌ ตัวเลขหรือมติที่ปรากฏเป็นเพียงการจัดทำขึ้นเพื่อนำไปใช้อ้างต่อนายทะเบียน
กรณีเช่นนี้ไม่ใช่การกล่าวว่า “มีการประชุมจริง แต่การประชุมผิดระเบียบ”
แต่เป็นการกล่าวว่า
🚫 “การประชุมใหญ่ครั้งนั้นมิได้เกิดขึ้นจริงตั้งแต่ต้น”
ดังนั้น จึง ไม่ใช่กรณีที่ต้องนำระยะเวลา 1 เดือนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1195 มาใช้บังคับ
🚨 แต่ประเด็นที่ทำให้คดีแพ้ทางเทคนิค คือ “ยื่นผิดประเภทคดี”
เจ้าของร่วมเลือกดำเนินการในรูปแบบ
📌 คดีไม่มีข้อพิพาท / คำร้องขอฝ่ายเดียว
ตามหลัก ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 และมาตรา 188 (1)
ปัญหาคือ...
⚖️ การจะยื่นคำร้องฝ่ายเดียวต่อศาลได้ ต้องมีกฎหมายบัญญัติรับรองสิทธิไว้โดยเฉพาะและชัดแจ้งว่าให้ใช้วิธีนั้นได้
ตัวอย่างเช่น
✅ ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
✅ ร้องขอให้บุคคลเป็นผู้ไร้ความสามารถ
แต่สำหรับ พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. 2522
❌ ไม่มีบทบัญญัติใดเปิดช่องให้เจ้าของร่วมยื่นคำร้องฝ่ายเดียว เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนการประชุมหรือรายงานการประชุมในลักษณะดังกล่าว
เมื่อไม่มีกฎหมายรองรับ การยื่นคำร้องฝ่ายเดียวจึงเป็น การใช้สิทธิทางศาลไม่ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา
ศาลฎีกาจึง พิพากษายืนให้ยกคำร้อง
✅ แล้ววิธีที่ถูกต้องต้องทำอย่างไร?
หากเจ้าของร่วมเห็นว่าสิทธิของตนถูกโต้แย้งหรือได้รับความเสียหายจากการประชุมที่อ้างว่าไม่ได้เกิดขึ้นจริง
ต้องเสนอคดีในรูปแบบ
⚔️ “คดีมีข้อพิพาท”
ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ประกอบ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7
กล่าวง่าย ๆ คือ
1️⃣ เจ้าของร่วมผู้เสียหายเป็น “โจทก์”
2️⃣ ยื่นฟ้อง “นิติบุคคลอาคารชุด” เป็นจำเลย
3️⃣ จัดทำ คำฟ้องอย่างเป็นทางการ
4️⃣ ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า การประชุม มติ หรือรายงานการประชุมดังกล่าว ไม่มีผลผูกพันหรือไม่มีผลตามกฎหมาย แล้วแต่ข้อเท็จจริงและคำขอท้ายฟ้อง
วิธีนี้ทำให้จำเลยมีสิทธิ
📑 ยื่นคำให้การ
📂 นำพยานหลักฐานเข้าสู้
⚖️ โต้แย้งและหักล้างข้อกล่าวหา
เป็นไปตามหลัก Due Process of Law หรือกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม
📌 บทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าของร่วมและกรรมการคอนโด
🛑 1. อย่าเลือกทางลัดผิดประเภทคดี
หากเป็นข้อพิพาทว่าการประชุมไม่มีจริง องค์ประชุมไม่ครบ หรือเอกสารการประชุมไม่ชอบ ในลักษณะเดียวกับฎีกานี้ อย่ายื่นเป็นคำร้องขอฝ่ายเดียว เพราะไม่มีกฎหมายอาคารชุดเปิดช่องไว้
⚔️ 2. ต้องฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาท
ให้ผู้เสียหายเป็นโจทก์ และยื่นฟ้องนิติบุคคลอาคารชุดต่อศาลที่มีเขตอำนาจ ซึ่งโดยลักษณะข้อพิพาทอาจอยู่ในกระบวนพิจารณาคดีผู้บริโภค
📝 3. หลักฐานคือหัวใจ
ควรตรวจสอบและเก็บไว้ตั้งแต่ต้น เช่น
📄 ใบมอบฉันทะ
💸 การปิดอากรแสตมป์
✍️ บัญชีรายชื่อและลายมือชื่อผู้เข้าประชุม
📊 จำนวนคะแนนและองค์ประชุม
📑 รายงานการประชุม
📧 หนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบ
🎥 ภาพถ่าย วิดีโอ หรือหลักฐานอื่นที่พิสูจน์ว่าใครเข้าประชุมจริง
⚖️ สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4469/2566 แบบสั้นที่สุด
👉 หากอ้างว่า “การประชุมไม่ได้เกิดขึ้นจริง” เพราะไม่มีองค์ประชุมตามกฎหมาย กรณีไม่ใช่เพียงการประชุมผิดระเบียบ จึงไม่อยู่ภายใต้กรอบ 1 เดือนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1195
👉 แต่การขอให้ศาลวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว ไม่สามารถใช้วิธียื่นคำร้องขอฝ่ายเดียว ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 188 (1) ได้ เพราะไม่มีกฎหมายรับรองให้ใช้สิทธิวิธีนั้น
👉 หากมีการโต้แย้งสิทธิ ต้องดำเนินการเป็น คดีมีข้อพิพาท ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 โดยยื่นฟ้องคู่กรณีต่อศาลที่มีเขตอำนาจ
👉 คดีนี้ศาลฎีกาจึง พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้อง เนื่องจากผู้ร้องเลือกใช้กระบวนการทางศาลไม่ถูกต้อง
🏢 อยู่คอนโด อย่าดูแค่ผลของมติประชุม แต่ต้องดูด้วยว่า “การประชุมเกิดขึ้นจริงหรือไม่” และหากจะขึ้นศาล ต้องเลือกประเภทคดีให้ถูกตั้งแต่ก้าวแรก
เพราะบางครั้ง...
“มีหลักฐานว่าผิด” ยังไม่พอ หาก “ใช้สิทธิผิดวิธี” ก็อาจไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาคดีเลย
#คำพิพากษาศาลฎีกา #ฎีกา4469_2566 #กฎหมายอาคารชุด #พรบอาคารชุด #นิติบุคคลอาคารชุด #คอนโดมิเนียม #ประชุมใหญ่คอนโด #ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม #องค์ประชุม #ใบมอบฉันทะ #รายงานการประชุม #เจ้าของร่วม #สิทธิเจ้าของร่วม #คดีผู้บริโภค #กฎหมายคอนโด #ข้อพิพาทคอนโด #กฎหมายอสังหาริมทรัพย์ #ทนายบ้านและคอนโด

ที่อยู่

4/2 ซอยวัฒนโยธิน แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622483737

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค:

ทางลัด

แชร์