25/05/2026
คุณรู้หรือไม่ ⁉️ กาแฟแก้วเดียว อาจมีผลต่อฤทธิ์ยาที่กินอยู่โดยไม่รู้ตัว
☕️ การเริ่มต้นวันด้วยการดื่มกาแฟ หรือชาสักแก้วเพื่อเพิ่มความสดชื่น ตื่นตัวในตอนเช้าอาจเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของใครหลาย ๆ คน แต่คุณรู้หรือไม่ว่ากาเฟอีนในเครื่องดื่มเหล่านี้ อาจมีผลต่อยาที่คุณกำลังกินทั้งในแง่ผลข้างเคียงที่เพิ่มขึ้น หรืออาจลดประสิทธิภาพของยาโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้ควบคุมอาการของโรคไม่ได้ โรคกำเริบ อาจเกิดการดื้อยา เสี่ยงต่อการรักษาไม่หายและอาการทรุดหนัก
👉🏻 กาเฟอีน (Caffeine หรือ 1,3,7-trimethylxanthine) ที่พบได้ในกาแฟ ชา โกโก้ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มชูกำลัง เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลให้รู้สึกตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า หัวใจเต้นเร็วและแรงขึ้น ซึ่งฤทธิ์เหล่านี้อาจไปเสริม หรือรบกวนการทำงานของยาหรือการขับออกของยาบางชนิดได้
ตัวอย่างยาที่ควรระวังเมื่อกินร่วมกับเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน ได้แก่
1️⃣ ยาแก้คัดจมูก และยาขยายหลอดลม 🤧
เนื่องจากการกินกาเฟอีนร่วมกับกลุ่มยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมของ pseudoephedrine และยาขยายหลอดลม เช่น theophylline ส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงเพิ่มขึ้น เช่น ใจสั่น มือสั่น นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย เนื่องจากทั้งยาและกาเฟอีนต่างก็มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานในร่างกายคล้ายกัน เมื่อกินร่วมกันจึงเสริมฤทธิ์กันได้
2️⃣ ยาลดความดันโลหิต 🫀
เนื่องจากกาเฟอีนส่งผลทำให้หลอดเลือดหดตัวและหัวใจเต้นเร็วขึ้น จึงสามารถต้านฤทธิ์ยาลดความดันโลหิต กลุ่ม beta-blockers เช่น metoprolol, atenolol, bisoprolol ทำให้ประสิทธิภาพในการลดความดันโลหิตลดลง
3️⃣ ยาปฏิชีวนะบางชนิด 💊
เช่น ciprofloxacin, norfloxacin
เนื่องจากยามีผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ใช้ในการเปลี่ยน สภาพของกาเฟอีน ทำให้กาเฟอีนคงอยู่ในกระแสเลือดยาวนานขึ้น
4️⃣ ยารักษาโรคจิตเวช/โรคซึมเศร้าบางชนิด 🎭
เช่น clomipramine, imipramine, clozapine เนื่องจากกาเฟอีนมีผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ใช้ในการ เปลี่ยนสภาพยา ทำให้ระดับยาในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลเพิ่มโอกาสการเกิดผลข้างเคียงจากยา รวมถึงอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาได้
5️⃣ ยารักษาไทรอยด์ ❤️🩹
ได้แก่ levothyroxine เนื่องจากการรับประทานกาแฟร่วมกับ levothyroxine มีผลลดการดูดซึมยา ทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง
⭐️🚩 สรุปคำแนะนำสำหรับผู้ที่บริโภคเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนเป็นประจำ ได้แก่
👉🏻ควรหลีกเลี่ยงการกินยาพร้อมกับเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาเฟอีน โดยแนะนำให้กินยาร่วมกับน้ำเปล่า
👉🏻 สำหรับยาที่อาจได้รับผลกระทบต่อการดูดซึมจากกาเฟอีน ควรเว้นระยะห่างระหว่างการบริโภคกาเฟอีนกับการกินยาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้ยามีประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์อย่างเหมาะสม
👉🏻 ควรจำกัดปริมาณกาเฟอีน เช่น ดื่มกาแฟไม่เกินวันละ 1–2 แก้ว และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มชูกำลังซึ่งมักมีกาเฟอีนในปริมาณสูง
✴️ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น มือสั่น นอนไม่หลับมากขึ้น ควรลดหรือหลีกเลี่ยงกาเฟอีน และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
เอกสารอ้างอิง
1. EFSA Panel on Dietetic Products, Nutrition and Allergies (NDA). (2015). Scientific Opinion on the safety of caffeine. EFSA Journal, 13(5), 4102.
2. Reddy V, Subramanian S, Manikantan S, Ramakrishna S. Pharmacology of caffeine and its effects on the human body. European Journal of Medicinal Chemistry Reports. 2024;10:100138.
3. IBM Micromedex. Drug Interactions: Caffeine. Greenwood Village (CO): IBM Corporation; 2026.
บทความโดย เภสัชกรหญิงลลิตภัทร ตรีรัตนพันธ์
จัดทำโดยอนุกรรมการสื่อสารองค์กร สมาคมผู้ให้อาหารทางหลอดเลือดดำและทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย