สถาบันอาหาร Intelligence Center

สถาบันอาหาร Intelligence Center สถาบันอาหาร National Food Institute

📢 ประชาสัมพันธ์ ประกาศกระทรวงฯ ฉบับใหม่ ‼️📍 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 472) พ.ศ. 2569ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร...
21/08/2026

📢 ประชาสัมพันธ์ ประกาศกระทรวงฯ ฉบับใหม่ ‼️

📍 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 472) พ.ศ. 2569
ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522
เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการใช้วัตถุในอาหารที่ผลิตเพื่อจำหน่าย นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือที่จำหน่ายฯ (ฉบับที่ 2)

🔎 สาระสำคัญ
เพิ่มเติมหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการใช้ เมทิลแอลกอฮอล์ (Methyl Alcohol) หรือเมทานอล (Methanol) เป็น สารช่วยในการผลิต (Processing Aid) สำหรับการผลิตอาหาร ในกรณีอาหารที่ผ่านการประเมินความปลอดภัยแล้ว

📅 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

ผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอาหาร ควรศึกษารายละเอียดของประกาศและตรวจสอบการดำเนินงานให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนด

📚 ศึกษารายละเอียดกฎหมายอาหารเพิ่มเติมได้ที่https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/125361.pdf

🇪🇺🚨 อัปเดตกฎระเบียบ EU: สหภาพยุโรปปรับปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ของสารปราบศัตรูพืชในสินค้าพืชและสัตว์คณะกรรมาธิการยุโ...
19/08/2026

🇪🇺🚨 อัปเดตกฎระเบียบ EU: สหภาพยุโรปปรับปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ของสารปราบศัตรูพืชในสินค้าพืชและสัตว์

คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นควรปรับปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ของสารปราบศัตรูพืช 6 รายการ ได้แก่ สาร 1,4-dimethylnaphthalene, chlormequat, metribuzin, metribuzin-desamino-diketo, terbuthylazine และ triclopyr ในสินค้าพืชและสัตว์ โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้

รายละเอียดการปรับค่า MRLs

สาร 1,4-dimethylnaphthalene: กำหนดค่า MRL ชั่วคราวไว้ที่ระดับ 0,03 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ในผลิตภัณฑ์จากพืช (ยกเว้นมันฝรั่ง) เนื่องจากพบปริมาณสูงกว่าค่าขีดจำกัดการตรวจวัด (LOD) และจะมีการทบทวนค่า MRL ชั่วคราวนี้อีกครั้งหลังจาก 7 ปีนับจากวันที่กฎระเบียบนี้ประกาศใช้

สาร terbuthylazine: กำหนดให้คงค่า MRL สำหรับข้าวโพดหวาน เมล็ดทานตะวัน เนื้อวัว และเนื้อม้า แต่กำหนดให้ปรับลดค่า MRL ให้อยู่ที่ค่าปริมาณต่ำสุดที่สามารถดักตรวจได้ (LOD) ในลูปิน/ถั่วลูปิน ที่ระดับ 0,01 มิลลิกรัม/กิโลกรัม และเมล็ดฝ้าย ที่ระดับ 0,01 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

สาร triclopyr: กำหนดให้คงค่า MRL สำหรับแอปเปิ้ล แพร์ พีช แอพริคอต และข้าว ปรับลดค่า MRL ให้อยู่ที่ระดับ LOD ในเกรฟฟรุ๊ต ที่ระดับ 0,01 มิลลิกรัม/กิโลกรัม กำหนดค่า MRL ในส้ม มะนาว และส้มแมนดาริน ที่ระดับ 0,07 มิลลิกรัม/กิโลกรัม รวมทั้งกำหนดค่า MRLs ในสินค้าสัตว์ (เนื้อ ไขมัน ตับ ไต เครื่องที่บริโภคได้) จากสุกร ที่ระดับ 0,015 – 1,5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม, จากวัว ที่ระดับ 0,05 – 4 มิลลิกรัม/กิโลกรัม, จากแกะและแพะ ที่ระดับ 0,06 – 5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม และนมจากวัว แกะ และแพะ ที่ระดับ 0,01 – 0,015 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

สาร chlormequat: กำหนดค่า MRLs ชั่วคราวในเห็ดหอยนางรม ที่ระดับ 2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม และเห็ดเพาะ ที่ระดับ 0,6 มิลลิกรัม/กิโลกรัม โดยจะทบทวนค่าชั่วคราวนี้อีกครั้งหลังจาก 7 ปี กำหนดให้ปรับลดค่า MRLs ในสินค้าสัตว์ทุกชนิด (ยกเว้นเนื้อและไตจากแกะและแพะ) พร้อมกำหนดให้ยกเลิกค่า CXLs ของ Codex และกำหนดค่า MRLs ใหม่ในนม (วัว ม้า และสัตว์อื่นๆ) ที่ระดับ 0,3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม และสัตว์ปีก (เนื้อ และไขมัน) ที่ระดับ 0,05 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

สาร metribuzin และสาร metribuzin-desamino-diketo (metribuzin-DADK): ไม่ได้รับการต่ออนุญาตให้ใช้งานเป็นสารออกฤทธิ์ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 จึงเห็นควรกำหนดให้แยกชนิดสารพิษตกค้างที่กำหนดให้ตรวจในสินค้าพืชออกเป็น 2 ประเภท และกำหนดค่าปริมาณต่ำสุดที่สามารถดักตรวจได้ (LOD) ของทั้งสองสารในสินค้าพืชและสัตว์

ระยะเวลาการบังคับใช้และการอนุโลม
กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วันหลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 16 มิถุนายน 2569)

กำหนดให้ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2570 เป็นต้นไป

คณะกรรมาธิการยุโรปอนุโลมช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านให้กับสินค้าที่วางจำหน่ายในสหภาพยุโรป ก่อนวันที่ 6 มกราคม 2570 โดยให้สามารถใช้ค่า MRLs เดิมได้

✨ เพิ่มความมั่นใจในธุรกิจอาหารของคุณ ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันอาหารสามารถรับบริการให้คำปรึกษากฎหมายอาหาร ติดต่อได้ที่ แผนกวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ โทร 02-4228688 ต่อ 3111, 3110 หรือ แอดไลน์ .NFI
------------------------------------------------------------
📌 ติดตามข่าวสารอุตสาหกรรมอาหาร และรอบรู้เรื่องอาหารไปกับศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร
Facebook : https://www.facebook.com/NFI.FIC
Line : .nfi หรือ https://lin.ee/04MoaSs
Website : food.oie.go.th

#สหภาพยุโรป #ส่งออกยุโรป #สารตกค้าง #มาตรฐานสินค้าเกษตร #ศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร #สถาบันอาหาร

📢 แจ้งปรับปรุงเว็บไซต์ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหารศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร ขอเรียนแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ขณ...
18/08/2026

📢 แจ้งปรับปรุงเว็บไซต์ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร

ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร ขอเรียนแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ขณะนี้ระบบเว็บไซต์กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุง โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:

🗓️ เว็บไซต์จะสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติภายในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

🌐 มีการปรับเปลี่ยน URL เว็บไซต์ใหม่ เพื่อการเข้าถึงที่สะดวกยิ่งขึ้น
จากเดิม fic.nfi.or.th เปลี่ยนเป็น food.oie.go.th

🙏 ทางศูนย์ฯ ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

🚨 ช่องทางติดต่อสำหรับกรณีเร่งด่วน
หากลูกค้าหรือผู้ประกอบการท่านใดต้องการข้อมูลเร่งด่วนในระหว่างการปรับปรุงเว็บไซต์ สามารถติดต่อขอรับข้อมูลได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ:

📲 Line OA : .nfi

📞 โทรศัพท์ : 02-4228688 ต่อ 3111
------------------------------------------------------------
📌 ติดตามข่าวสารอุตสาหกรรมอาหาร และรอบรู้เรื่องอาหารไปกับศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร
Facebook : https://www.facebook.com/NFI.FIC
Line : .nfi หรือ https://lin.ee/04MoaSs
Website : food.oie.go.th

#ประกาศ #แจ้งปรับปรุงเว็บไซต์ #ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร #สถาบันอาหาร

🇻🇳🍻 เวียดนามประกาศใช้มาตรฐานทางเทคนิคสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีผลบังคับใช้ปี 2570!กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม ...
17/08/2026

🇻🇳🍻 เวียดนามประกาศใช้มาตรฐานทางเทคนิคสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีผลบังคับใช้ปี 2570!

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม (MOIT) ได้ออก Circular No. 39/2026/TT-BCT ประกาศใช้ ข้อกำหนดทางเทคนิคระดับชาติว่าด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (QCVN 30:2026/BCT) เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิต นำเข้า และจำหน่ายในประเทศ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570

ประกาศฉบับนี้ครอบคลุมทั้งข้อกำหนดทางเทคนิค วิธีการทดสอบ การแสดงฉลาก และการปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยมีสาระสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมพร้อม ดังนี้:

📌 1. ข้อกำหนดสำหรับแอลกอฮอล์เกรดอาหาร
สำหรับแอลกอฮอล์เกรดอาหารที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีการกำหนดค่าจำกัดสำหรับสารสำคัญต่างๆ เพื่อควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบ ดังนี้:
🔸 ความเข้มข้นแอลกอฮอล์ (ที่อุณหภูมิ 20°C): ≥96% (v/v)
🔸 เอสเทอร์ (Esters): ≤13 mg/L
🔸 อัลดีไฮด์ (Aldehydes): ≤5 mg/L
🔸 แอลกอฮอล์ชั้นสูง (Higher alcohols): ≤5 mg/L
🔸 เมทานอล (Methanol): ≤300 mg/L
🔸 เฟอร์ฟูรัล (Furfural): ≤5 mg/L

📌 2. ประเภทผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดทางกายภาพ/เคมี
แบ่งกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ เบียร์, ไวน์ (ไวน์แดง ไวน์ขาว และไวน์โรเซ่), ไวน์อัดลม (สปาร์กลิงไวน์), ไวน์เสริมแอลกอฮอล์, ไวน์ปรุงแต่งกลิ่นรส และสุรากลั่น
พร้อมกำหนดค่ามาตรฐานเฉพาะ สำหรับเมทานอล ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (sulfur dioxide) และตัวชี้วัดคุณภาพอื่นๆ เช่น
🔸 ปริมาณเมทานอลในสุรากลั่น: ระหว่าง 100–13,500 mg/L (คำนวณเทียบเท่าแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 100% ขึ้นอยู่กับชนิดวัตถุดิบ)
🔸 ปริมาณเมทานอลในไวน์: ระหว่าง 250–400 mg/L

📌 3. เกณฑ์ด้านจุลชีววิทยา (สำหรับเบียร์สด)
ข้อกำหนดด้านจุลชีววิทยานี้ ถูกกำหนดไว้เฉพาะสำหรับเบียร์สด (draft beer) เท่านั้นครับ:
🔸 จำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมด: ≤ 1,000 CFU/mL
🔸 Clostridium perfringens: < 1 CFU/mL
🔸 โคลิฟอร์ม (Coliforms): < 1 CFU/mL
🔸 เอนเทอโรคอคไค (Enterococci): < 1 CFU/mL
🔸 ยีสต์และรา: ≤ 100 CFU/mL

📌 4. ข้อกำหนดด้านการแสดงฉลากและการตรวจสอบย้อนกลับ
🔸 ฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องเป็นไปตาม Government Decree No. 37/2026/NĐ-CP ว่าด้วยการแสดงฉลากอาหาร
🔸 ผลิตภัณฑ์ต้องผ่านกระบวนการขึ้นทะเบียน หรือประกาศข้อมูลผลิตภัณฑ์ตามที่กำหนดก่อนวางจำหน่ายในตลาด
🔸 ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องจัดทำ ระบบตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์ (Product Traceability) ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

✨ เพิ่มความมั่นใจในธุรกิจอาหารของคุณ ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันอาหารสามารถรับบริการให้คำปรึกษากฎหมายอาหาร ติดต่อได้ที่ แผนกวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ โทร 02-4228688 ต่อ 3111, 3110 หรือ แอดไลน์ .NFI
------------------------------------------------------------
📌 ติดตามข่าวสารอุตสาหกรรมอาหาร และรอบรู้เรื่องอาหารไปกับศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร
Facebook : https://www.facebook.com/NFI.FIC
Line : .nfi หรือ https://lin.ee/04MoaSs
Website : food.oie.go.th

#เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ #เวียดนาม #ส่งออกเวียดนาม #กฎระเบียบอาหาร #เบียร์สด #ไวน์ #ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร #สถาบันอาหาร

สคต. เฉิงตู ลุยเจาะตลาดจีนตะวันตก! จัดงานผลักดัน "Thai SELECT" ยกระดับภาพลักษณ์ร้านอาหารไทยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างป...
14/08/2026

สคต. เฉิงตู ลุยเจาะตลาดจีนตะวันตก! จัดงานผลักดัน "Thai SELECT" ยกระดับภาพลักษณ์ร้านอาหารไทย

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ นครเฉิงตู เดินหน้าจัดงานแถลงข่าวโครงการประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประจำปี 2569 ณ ร้านอาหาร ANOTHAI นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีสื่อมวลชนท้องถิ่นมณฑลเสฉวนเข้าร่วม 5 ราย เพื่อร่วมผลักดันและส่งเสริมภาพลักษณ์ธุรกิจบริการอาหารไทยให้เป็นที่รู้จัก พร้อมยกระดับมาตรฐานร้านอาหารไทยในภูมิภาคจีนตะวันตก

📌 อัปเดตสถานการณ์ร้านอาหาร Thai SELECT ในจีนตะวันตก
ปัจจุบันในพื้นที่รับผิดชอบของ สคต. นครเฉิงตู มีร้านอาหารที่ได้รับการรับรองตราสัญลักษณ์รวมทั้งสิ้น 45 แห่ง สะท้อนถึงการเติบโตและความนิยมของผู้บริโภคชาวจีนที่มีต่ออาหารไทย โดยแบ่งเป็น:

นครเฉิงตู 26 ร้าน (มากที่สุดในภูมิภาค)

นครฉงชิ่ง 11 ร้าน

นครซีอาน 5 ร้าน

นครหยินชวน 2 ร้าน

นครหลานโจว 1 ร้าน

📋 5 เกณฑ์เหล็ก สู่การรับรองมาตรฐานระดับสากล
ร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ทุกแห่ง ต้องผ่านการประเมินจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ อย่างเข้มข้นใน 5 ด้าน ได้แก่:

ความโดดเด่นของรสชาติและเทคนิคการนำเสนอ

รูปแบบการบริการ บรรยากาศ การตกแต่งร้าน และประสบการณ์ที่ได้รับ

คุณภาพและที่มาของวัตถุดิบ

ประสบการณ์ของเชฟ

สุขอนามัย

🚀 กลยุทธ์บุกตลาดสื่อดิจิทัลปี 2569
เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนรุ่นใหม่ที่นิยมค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจ สคต. นครเฉิงตู ได้เตรียมขยายการรับรู้ผ่าน KOL และ KOC กว่า 52 ราย บนแพลตฟอร์มยอดฮิตอย่าง Douyin, Xiaohongshu และ Dazhong Dianping เพื่อจัดทำคอนเทนต์รีวิวร้านอาหารและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT

💡 ก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมอาหารไทยในจีน
สคต. ณ นครเฉิงตู มีเป้าหมายที่จะบูรณาการความร่วมมือกับร้านอาหาร ผู้นำเข้า และภาคเอกชน เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการสาธิตประกอบอาหารอย่างต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มการรับรู้ของผู้บริโภค แต่ยังเป็นการกระตุ้นการใช้วัตถุดิบไทย และสนับสนุนการส่งออกสินค้าอาหารรวมถึงเครื่องปรุงรสของไทย เข้าสู่ตลาดจีนตะวันตกให้เติบโตมากยิ่งขึ้น

ที่มา : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู
------------------------------------------------------------
📌 ติดตามข่าวสารอุตสาหกรรมอาหาร และรอบรู้เรื่องอาหารไปกับศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร
Facebook : https://www.facebook.com/NFI.FIC
Line : .nfi หรือ https://lin.ee/04MoaSs
Website : food.oie.go.th
#อาหารไทย #ส่งออกอาหาร #ตลาดจีน #ตลาดจีนตะวันตก #เฉิงตู #สคตเฉิงตู #กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ #วัตถุดิบไทย #ธุรกิจร้านอาหาร

🚨 อย. ออกประกาศด่วน! ให้ “เกลือผสมไนไทรต์” ต้องเติมสีชมพู และแสดงคำเตือน เพื่อลดความเสี่ยงหยิบใช้ผิดสำนักงานคณะกรรมการอา...
13/08/2026

🚨 อย. ออกประกาศด่วน! ให้ “เกลือผสมไนไทรต์” ต้องเติมสีชมพู และแสดงคำเตือน เพื่อลดความเสี่ยงหยิบใช้ผิด

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เดินหน้ามาตรการเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหาร เติม "สีชมพู" ลงในเกลือผสมไนไทรต์ และแสดงคำเตือนบนฉลากทันที เพื่อแยกให้ชัดเจนจากเกลือบริโภคทั่วไป ป้องกันการหยิบผิดประเภทหรือใช้เกินปริมาณที่แนะนำ

📌 สาระสำคัญของมาตรการ:

เติมสีชมพู: ให้เติมสีผสมอาหารคาร์มีน (Carmine; INS 120) ปริมาณ 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (ร้อยละ 0.0025)

แสดงคำเตือนชัดเจน: ต้องมีข้อความบนฉลากระบุว่า "ระวัง ให้ใช้ตามปริมาณที่แนะนำที่ฉลาก หากใช้เกินปริมาณที่แนะนำอาจเกิดอันตรายได้" (หรือข้อความที่มีความหมายทำนองเดียวกัน)

รูปแบบตัวอักษร: ต้องใช้ตัวอักษรเส้นทึบ สีแดง ความสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร เพื่อให้เห็นได้ชัดเจนก่อนนำไปใช้

❓ ทำไมถึงต้องกำหนดให้เป็น "สีชมพู"?

เพื่อให้สังเกตความแตกต่างจากผลึกสีขาวของเกลือบริโภคทั่วไปได้อย่างชัดเจน

ไนไทรต์มักใช้เป็นสารช่วยตรึงสีในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ให้เกิดสีแดงอมชมพู การใช้สีบ่งชี้ในโทนแดงจึงเหมาะสมและช่วยลดโอกาสที่สีของอาหารจะผิดเพี้ยนจากการใช้สีอื่น

สอดคล้องกับหลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยในต่างประเทศ ที่แนะนำให้เกลือชนิดนี้มีสีชมพู เพื่อป้องกันความสับสน

💡 การดำเนินงานในระยะต่อไป
มาตรการขอความร่วมมือนี้เป็นระยะเร่งด่วนที่เกิดจากการหารือร่วมกับสมาคมร้านอาหาร-ภัตตาคาร และผู้ผลิต-ผู้นำเข้า ซึ่งพร้อมให้ความร่วมมือ ขณะเดียวกัน อย. กำลังอยู่ระหว่างจัดทำร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เพื่อยกระดับข้อกำหนดนี้ให้เป็นกฎหมายมาตรฐานเดียวกัน พร้อมทั้งเตรียมจัดหลักสูตรอบรมให้ความรู้แก่ผู้ปรุงอาหารและผู้จำหน่าย เพื่อให้ใช้วัตถุเจือปนอาหารได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

✨ เพิ่มความมั่นใจในธุรกิจอาหารของคุณ ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันอาหารสามารถรับบริการให้คำปรึกษากฎหมายอาหาร ติดต่อได้ที่ แผนกวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ โทร 02-4228688 ต่อ 3111, 3110 หรือ แอดไลน์ .NFI
------------------------------------------------------------
📌 ติดตามข่าวสารอุตสาหกรรมอาหาร และรอบรู้เรื่องอาหารไปกับศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร
Facebook : https://www.facebook.com/NFI.FIC
Line : .nfi หรือ https://lin.ee/04MoaSs
Website : food.oie.go.th

#อย #เกลือผสมไนไทรต์ #วัตถุเจือปนอาหาร #ความปลอดภัยอาหาร #กฎระเบียบอาหาร #ศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร #สถาบันอาหาร

💙 ๑๒ สิงหาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติน้อ...
12/08/2026

💙 ๑๒ สิงหาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน สถาบันอาหาร

🇳🇱🌱 ทรงตัวแต่น่าจับตา! ตลาดโปรตีนจากพืชในเนเธอร์แลนด์ ผู้บริโภคเปิดรับมากขึ้น แม้ตัวเลขการบริโภคยังไม่เข้าเป้ารายงาน Pro...
11/08/2026

🇳🇱🌱 ทรงตัวแต่น่าจับตา! ตลาดโปรตีนจากพืชในเนเธอร์แลนด์ ผู้บริโภคเปิดรับมากขึ้น แม้ตัวเลขการบริโภคยังไม่เข้าเป้า

รายงาน Protein Monitor 2025 เผยสถานการณ์ตลาดโปรตีนจากพืชในประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่สะท้อนความท้าทายของทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ เมื่อตัวเลขการบริโภคยังคงทรงตัว แต่ทัศนคติของผู้บริโภคกลับมีแนวโน้มไปในทิศทางบวก!

📌 สรุปสถานการณ์ตลาดโปรตีนเนเธอร์แลนด์ในปี 2568

สัดส่วนการบริโภค: โปรตีนจากสัตว์ 61% และโปรตีนจากพืช 39% (แทบไม่เปลี่ยนจากปี 2567) ซึ่งยังคงเป็นความท้าทายใหญ่ของรัฐบาลที่ตั้งเป้าหมายสัดส่วน 50:50 ภายในปี 2573

เป้าหมายซูเปอร์มาร์เก็ต: แม้จะตั้งเป้าจำหน่ายโปรตีนจากพืชให้ได้ 50% ภายในปี 2568 แต่ทำได้จริงเฉลี่ยที่ 42.6% (มีเพียงห้าง Ekoplaza และ Odin ที่บรรลุเป้าหมาย 60% ได้ก่อนกำหนด)

💡 ทัศนคติดีขึ้น แต่อุปสรรคคือ "สภาพแวดล้อมทางอาหาร"
ผลสำรวจพบว่าชาวดัตช์มีความตั้งใจเลือกบริโภคโปรตีนจากพืชเพิ่มขึ้น และมองว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายกว่าในอดีต แต่การเติบโตยังถูกจำกัดด้วยปัจจัยเหล่านี้:

ความหลากหลาย: ผลิตภัณฑ์จากสัตว์มีตัวเลือกมากกว่าสินค้าโปรตีนจากพืชถึง 7 เท่า

โปรโมชัน: การส่งเสริมการขายสินค้าจากสัตว์สูงถึง 76% (เพิ่มขึ้นจากปี 2567)

ราคา: แม้โปรตีนจากพืชจะเริ่มถูกลง แต่ก็ยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ราคาต่ำที่สุด

ความเข้าใจคลาดเคลื่อน: ผู้บริโภคจำนวนมากยังมองว่าโปรตีนจากพืชต้องเป็น "เนื้อหรือนมทดแทน" เท่านั้น โดยมองข้ามแหล่งโปรตีนพื้นฐานอย่าง ถั่ว เต้าหู้ และเทมเป้

🍽️ ความท้าทายของธุรกิจ Food Service (Catering)
ในฝั่งของโรงอาหารในสถานประกอบการและโรงพยาบาล สัดส่วนการจัดซื้อโปรตีนจากพืชลดลงเล็กน้อยเหลือ 41.8% (จากเดิม 42.8%) สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผู้บริโภคบางกลุ่มยังไม่ตอบรับ และรู้สึกต่อต้านหากถูกชี้นำให้เลือกเมนูมังสวิรัติมากกว่าปกติ

🇹🇭 ความเห็น สคต. และโอกาสของผู้ประกอบการไทย
จากพฤติกรรมที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ "รสชาติ คุณภาพ ราคา และความสะดวก" มากกว่าแค่เรื่องความยั่งยืนเพียงอย่างเดียว ถือเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการไทยที่จะเจาะตลาดนี้ โดย:

ไม่ต้องเน้นแข่งทำผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื้อสัตว์โดยตรง

นำเสนอ "วัตถุดิบ เครื่องปรุงรส และผลิตภัณฑ์อาหารไทย" ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มรสชาติ ความหลากหลาย และความสะดวกในการประกอบเมนูจากพืช

ที่มา : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก
------------------------------------------------------------
📌 ติดตามข่าวสารอุตสาหกรรมอาหาร และรอบรู้เรื่องอาหารไปกับศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร
Facebook : https://www.facebook.com/NFI.FIC
Line : .nfi หรือ https://lin.ee/04MoaSs
Website : food.oie.go.th
#โปรตีนจากพืช #ตลาดเนเธอร์แลนด์ #ส่งออกอาหาร #เทรนด์อาหาร #วัตถุดิบไทย #เครื่องปรุงรสไทย #ศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร #สถาบันอาหาร

🇫🇷🛒 ห้างค้าปลีกเอเชียในฝรั่งเศสบูมจัด! ดันตลาดสินค้าอาหารเอเชียโตต่อเนื่อง เปิดโอกาสทองส่งออกไทยห้างค้าปลีกสินค้าเอเชียร...
10/08/2026

🇫🇷🛒 ห้างค้าปลีกเอเชียในฝรั่งเศสบูมจัด! ดันตลาดสินค้าอาหารเอเชียโตต่อเนื่อง เปิดโอกาสทองส่งออกไทย

ห้างค้าปลีกสินค้าเอเชียรายใหญ่อย่าง Tang Frères ได้เปิดสาขาแห่งใหม่ในช่วงฤดูร้อนปี 2026 ณ เมือง Herblay-sur-Seine (ห่างจากกรุงปารีสประมาณ 30 กิโลเมตร) การขยายสาขาในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดสินค้าเอเชียในประเทศฝรั่งเศส

จากเดิมที่ร้านค้าปลีกสินค้าอาหารเอเชียมักกระจุกตัวอยู่แค่ใน 3 พื้นที่หลักของกรุงปารีส (เขต 13, เขต 20 และถนน Sainte-Anne) ปัจจุบันผู้ประกอบการได้เริ่มขยายสาขาไปยังฝั่งตะวันออก ตอนเหนือ และเขตปริมณฑล เพื่อรองรับความต้องการที่ไม่จำกัดแค่กลุ่มคนเชื้อสายเอเชียอีกต่อไป แต่ครอบคลุมถึงชาวฝรั่งเศสและหลากหลายเชื้อชาติ โดยเฉพาะผู้บริโภครุ่นเยาว์ที่ต้องการสินค้าใหม่ๆ ตลอดเวลา

📈 เจาะลึกสถิติตลาดสินค้าอาหารเอเชียในฝรั่งเศส

ตลาดผลิตภัณฑ์สินค้าเอเชียขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

มูลค่าผลประกอบการสินค้าอาหารรวมในปี 2024 สูงถึง 1.2 พันล้านยูโร

สินค้าอาหารสด: มูลค่า 713 ล้านยูโร (+ร้อยละ 3.6 จากปี 2023)

สินค้าอาหารแห้ง: มูลค่า 305 ล้านยูโร (คงที่จากปี 2023)

สินค้าอาหารแช่แข็ง: มูลค่า 98 ล้านยูโร (+ร้อยละ 6.5 จากปี 2023)

🏪 ผู้นำตลาดค้าปลีกสินค้าอาหารเอเชียเจ้าสำคัญ

Tang Frères: มีร้านอาหารซื้อกลับบ้าน 9 สาขา ห้างค้าปลีก 9 สาขา และเป็นผู้ค้าส่งรายใหญ่ที่ขยายเข้าสู่ห้างค้าปลีกฝรั่งเศส เช่น Franprix และ Auchan

Paris Store: มี 5 สาขาในกรุงปารีส และ 14 สาขาอื่นๆ ทั่วประเทศ

Chen Market: มี 5 สาขาในกรุงปารีส เน้นทำเลในย่านชุมชนและเขตท่องเที่ยว

Ace Market และ K-Mart: เชี่ยวชาญด้านสินค้าอาหารญี่ปุ่นและเกาหลี

💡 ข้อมูลเพิ่มเติม: แบรนด์สินค้าเอเชียที่วางขายร้อยละ 72 (ข้อมูลปี 2025) นำเข้าจากจีนและญี่ปุ่น ขณะที่สินค้าเกาหลีก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของ K-Pop และซีรีส์เกาหลี

🇹🇭 โอกาสของสินค้าอาหารไทยในฝรั่งเศส
การขยายตัวของห้างเหล่านี้ช่วยส่งเสริมความต้องการนำเข้าสินค้าจากไทยได้อย่างมาก โดยมีสินค้าดาวเด่น ได้แก่

สินค้าข้าว: ในปี 2025 ฝรั่งเศสนำเข้าข้าวจากไทยมูลค่า 73.29 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.97 จากปี 2023 (ไทยเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 4)

สินค้าประเภทซอส: ในปี 2025 ฝรั่งเศสนำเข้าจากไทยมูลค่า 24.75 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 จากปี 2024 (ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 7 ของโลก แต่เป็น อันดับ 1 จากเอเชีย!)

ช่องทางออนไลน์อย่างเว็บไซต์ Joybuy ก็เริ่มมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสินค้าเอเชีย ซึ่งอาจช่วยเพิ่มการรับรู้สินค้าอาหารไทยได้มากขึ้น ตลาดฝรั่งเศสจึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก

สำหรับผู้ประกอบการไทย ปีนี้เป็นปีครบรอบการจัดงานแสดงสินค้าอาหารนานาชาติ SIAL PARIS 2026 ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้นำเสนอสินค้าและศึกษาแนวโน้มความต้องการของตลาดในอนาคต

------------------------------------------------------------
📌 ติดตามข่าวสารอุตสาหกรรมอาหาร และรอบรู้เรื่องอาหารไปกับศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร
Facebook : https://www.facebook.com/NFI.FIC
Line : .nfi หรือ https://lin.ee/04MoaSs
Website : https://fic.nfi.or.th/
#ตลาดอาหารเอเชีย #ส่งออกอาหาร #ห้างเอเชียในฝรั่งเศส #อาหารไทยในต่างแดน #อุตสาหกรรมอาหาร #ศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร #สถาบันอาหาร

ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และขอส่งความห่วงใยไปยังผู้ได้รั...
07/08/2026

ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และขอส่งความห่วงใยไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ทางศูนย์ฯ ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนคณะครู นักเรียน และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทุกท่าน 🖤🙏

ที่อยู่

2008 สถาบันอาหาร ซอยอรุณอมรินทร์36 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด
Bangkok Noi
10170

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

662-422-8688

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถาบันอาหาร Intelligence Centerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สถาบันอาหาร Intelligence Center:

ทางลัด

แชร์