สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย(หญิงรักหญิง)

สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย(หญิงรักหญิง) หญิงรักหญิง

สมาคมฟ้าสีรุ้ง มีที่มาจากความคิดที่จะช่วยเหลือคนไทย ที่รักเพศเดียวกันให้มีพื้นที่ทางสังคม และได้รับความสนใจจากภาครัฐในเรื่องของบริการ ทางการแพทย์และอื่นๆ มากขึ้น โดยมีคุณกมลเศรษฐ์ เก่งการเรือ ซึ่งในขณะนั้นมีตำแหน่งเป็นนักสังคมศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์,ที่ปรึกษา คลีนิกนิรนามสภากาชาดไทย และเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง “ชมรมเพื่อนวันพุธ” ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือเพื่อนๆ ที่ติดเชื้อ HIV/AI

DS

คุณกมลเศรษฐ์ และผู้มีบทบาททางสังคมคนรักเพศเดียวกันในขณะนั้น เช่นคุณระวี รติกาล, คุณวิโรจน์ ตั้งวาณิช จึงจัดงานเสวนาปัญหาเกย์ขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากตัวแทนภาครัฐอย่าง กระทรวงสาธารณสุข พูดคุยถึงปัญหาของ คนรักเพศเดียวกันในประเทศไทยจนได้ข้อสรุปว่าควรมี การรวมกลุ่มขึ้นอย่างชัดเจนในนาม “ชมรมเส้นทางสีรุ้ง” ในปีพ.ศ. 2542 หลังจากนั้นเป็นต้นมาความเคลื่อนไหวต่างๆ ในนาม“ชมรมเส้นทางสีรุ้ง” ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวัง จนกระทั่ง ต้องเปลี่ยนกลยุทธในการหาความร่วมมือ จากคนไทยที่รักเพศเดียวกัน กลุ่มต่างๆ ซึ่งกระจัดกระจาย อยู่ในหลายๆ สังคม ด้วยการเข้าถึงที่ เพื่อรวบรวมความคิดเห็น ตลอดจนแนวคิดและวิธีการดำเนินงานใหม่ ภายใต้ชื่อใหม่ “กลุ่มฟ้าสีรุ้ง” ในปีพ.ศ. 2543 เน้นเรื่องสุขภาพและคุณภาพชีวิต ของคนไทยที่รักเพศเดียวกัน

หลัังจากนั้นเป็นต้นมา “กลุ่มฟ้าสีรุ้ง” ได้เข้าร่วมทำกิจกรรมกับองค์กรต่างๆ จากต่างประเทศ ในการรณรงค์ป้องกันโรคเอดส์ ในสวนสาธารณะ, กลุ่มเยาวชน และกลุ่มผู้ขายบริการ ตลอดปีพ.ศ. 2544 และเรียกชื่อกลุ่มใหม่เป็น “องค์กรฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย”

สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย ได้จดทะเบียนเป็นสมาคม เมื่อปีพ.ศ. 2546 และขยายสำนักงาน สาขาไปทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทยใน ปัจจุบัน มีคุณวิโรจน์ ตั้งวาณิช เป็นนายกสมาคมคนแรก และคุณกิตตินันท์ ธรมธัช เป็นนายกสมาคมคนปัจจุบัน (พ.ศ. 2550), คุณกมลเศรษฐ์ เก่งการเรือ เป็นเลขาธิการสมาคม

นอกจากนั้น ยังได้ขยายความร่วมมือในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ไปยังองค์กรอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ โดยเป็นแกนนำหลักของ “เครือข่ายความหลากหลายทางเพศ ในประเทศไทย” หรือ ThQN: Thailand Q***r Network ซึ่งเป็นศูนย์กลาง การประสานงาน และสื่อสารระหว่างบุคคล - องค์กรต่างๆ ที่ทำงานเพื่อสังคมแห่ง ความหลากหลายทางเพศ ในประเทศไทย

26/11/2025
26/11/2025

วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล (International Day for the Elimination of Violence against Women)

สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย
ขอร่วมแสดงจุดยืน ถึงการยุติความรุนแรงต่อสตรี
“ความรุนแรงไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งสิ้น” ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีเพศสภาพ อัตลักษณ์ ความเชื่อ ความคิดเห็น หรือสถานะทางสังคมเช่นไร เราเชื่อว่าทุกคนล้วนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ต้องได้รับการปกป้องอย่างเท่าเทียม และมีสิทธิที่จะใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย ปราศจากความหวาดกลัว และความรุนแรงทุกรูปแบบ
สมาคมฯ จึงยืนหยัดต่อต้านความรุนแรงทั้งทางร่างกาย วาจา จิตใจ รวมถึงความรุนแรงเชิงโครงสร้างที่กดทับหรือปิดกั้นพื้นที่ในการมีตัวตนของผู้คน พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมรับผิดชอบในการสร้างสังคมที่เคารพสิทธิ เสมอภาค และปลอดภัยสำหรับทุกคน
ในปี ค.ศ. 1999 องค์การสหประชาชาติ (United Nations) ได้ประกาศให้วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปีเป็น “วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล” เพื่อรณรงค์ให้ทั่วโลกตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงที่ผู้หญิงต้องเผชิญ และร่วมกันหยุดยั้งวงจรความรุนแรงนั้นอย่างจริงจัง หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของวันนี้คือ ริบบิ้นสีขาว แสดงคำมั่นว่าจะไม่ทำร้ายผู้หญิง และจะไม่เพิกเฉยเมื่อเห็นความรุนแรงเกิดขึ้นต่อหน้า
องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้นิยามความรุนแรงว่าเป็นการใช้กำลังหรืออำนาจ ไม่ว่าจะด้วยการกระทำหรือการข่มขู่ ซึ่งก่อให้เกิดหรือมีแนวโน้มทำให้เกิดการบาดเจ็บ ความเสียหายทางจิตใจ หรือการถูกทอดทิ้ง โดยจำแนกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ความรุนแรงทางร่างกาย ทางเพศ ทางจิตใจ และความรุนแรงที่เกิดจากการทอดทิ้งหรือความสูญเสียที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ถูกกระทำ
ข้อมูลจากกองบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2565 มีผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวมากถึง 15,108 คน (89.45%) ตัวเลขนี้ไม่เพียงเป็นสถิติ แต่คือความจริงอันเจ็บปวดที่สะท้อนว่าปัญหาความรุนแรงยังฝังรากลึก และยังต้องการการแก้ไขอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องจากทุกภาคส่วนในสังคม
ภาคประชาชนจึงร่วมกันผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวฯ ฉบับใหม่ เพื่อปรับปรุงกฎหมายเดิม พ.ศ. 2550 ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เน้นการป้องกัน การคุ้มครอง และการดำเนินคดีที่เหมาะสม ควบคู่กับมาตรการเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ถูกกระทำ การยกระดับบทบาททีมสหวิชาชีพ ผู้จัดการรายกรณี และมาตรการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้กระทำผิดอย่างยั่งยืน
ทุกคนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2568 ผ่านเว็บไซต์ของรัฐสภา:
https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=509

#วันยุติความรุนแรงต่อสตรี
#สิทธิมนุษยชน #ปลอดความรุนแรงสำหรับทุกคน #สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย
#ร่างพรบความรุนแรงในครอบครัว #คุ้มครองผู้ถูกกระทำ

20/11/2025
08/11/2025

วันคนพิการแห่งชาติ ถูกจัดขึ้นทุกปีในวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน เป็นวันที่สร้างความตระหนักรู้ให้แก่สังคมไทย เพื่อมองเห็นศักยภาพแทนที่จะมองข้อจำกัด ของเพื่อนร่วมสังคมคนพิการ เพราะความพิการไม่ใช่จุดจบของความสามารถ แต่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างทางใหม่ ที่แต่ละคนลุกขึ้นสู้ ฝ่าฟัน และยืนยันว่าคุณค่าความเป็นมนุษย์นั้นเท่าเทียมกัน

ปี 2568 ประเทศไทยมีคนพิการ 2.25 ล้านคน เป็นร้อยละ 3.41% ของประชากรไทย โดยพิการทางการเคลื่อนไหว51.88% พิการทางการได้ยิน 19.45% พิการทางการเห็น 7.53% พิการทางจิตใจ 7.31% พิการด้านสติปัญญา 6.47% ความพิการทางออทิสติก 1.30% ความพิการทางการเรียนรู้ 0.82% พิการมากกว่า 1 ประเภท 5.23%

ในจำนวนนี้มีกลุ่มคนพิการที่เป็น LGBTQ+ รวมอยู่ด้วย โดยเฉพาะคนหูหนวกผู้ใช้ภาษามือ ซึ่งต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านภาษาในการสื่อสารเรื่องเพศและสุขภาพ เนื่องจากภาษามือไทยยังไม่มีคำเฉพาะสำหรับหัวข้อเหล่านี้

ชมรมคนหูหนวกไทยฟ้าสีรุ้ง จึงได้ริเริ่มโครงการสำคัญในการ บัญญัติคำศัพท์ภาษามือเกี่ยวกับเพศ และสุขภาพของกลุ่ม LGBTQ+ เพื่อให้คนหูหนวกสามารถเข้าถึงข้อมูลและความรู้ที่จำเป็นในชีวิตได้อย่างเท่าเทียมกับคนทั่วไป เพราะเรื่องเพศ สุขภาวะเพศ หรือสิทธิมนุษยชน เป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับรู้และเข้าใจอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะมีความพิการหรือไม่ก็ตาม ในอดีต คนหูหนวกที่เป็น LGBTQ+ ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายในการเข้าถึงข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องสุขภาวะทางเพศ การคุมกำเนิด การตรวจโรคติดต่อ หรือแม้แต่การพูดคุยเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศกับบุคลากรทางการแพทย์ หลายครั้งการสื่อสารไม่ตรงกันเพราะไม่มีคำภาษามือเฉพาะที่ใช้ได้ในบริบทเหล่านี้ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือไม่ได้รับการรักษาและคำแนะนำที่เหมาะสม

ทางชมรมฯ จึงมุ่งมั่นสร้างภาษามือเฉพาะทาง สำหรับใช้ในเรื่องเพศและสุขภาพ เพื่อให้คนหูหนวกกลุ่ม LGBTQ+ สามารถพูดถึงร่างกาย ความรู้สึก และสิทธิของตนเองได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย คำเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ของภาษา แต่เป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างคนหูหนวกกับสังคมในวงกว้าง

โดยชมรมคนหูหนวกไทยสายรุ้งได้ร่วมมือกับสมาคมสายรุ้งแห่งประเทศไทย พัฒนาภาษามือและได้รับการอนุมัติจากสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยแล้วประมาณ 86 คำ พร้อมกับกำลังขยายให้ครอบคลุมมากขึ้นเรื่อย ๆ
อีกทั้งเผยแพร่ผ่านเพจของชมรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนทั่วไป รวมถึงแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับภาษามือในหมวดเพศและสุขภาวะทางเพศ

เพราะสำหรับคนหูหนวก LGBTQ+ แล้วการได้สื่อสารด้วยภาษาของตัวเอง ไม่ใช่เพียงเรื่องของภาษาเท่านั้น แต่คือเรื่องของศักดิ์ศรี ความปลอดภัย และสิทธิในการเป็นมนุษย์คนหนึ่งอย่างสมบูรณ์

วันนี้เรายังมีเพื่อนคนพิการอีกมากมาย พวกเขาต้องการโอกาสมากกว่าความสงสาร ต้องการการมีส่วนร่วมมากกว่าการถูกช่วยเหลือ วันคนพิการแห่งชาติจึงเป็นวันที่เราทุกคนร่วมกันสร้างสังคมที่เปิดกว้าง เสมอภาค และให้ทุกคนได้เติบโตในแบบของตัวเอง

(ช่องทางติดต่อ FB: ชมรมคนหูหนวกไทยฟ้าสีรุ้ง)

#วันคนพิการแห่งชาติ #สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย #ชมคนคนหูหนวกไทยฟ้าสีรุ้ง #การมีส่วนร่วมของทุกคน #ความหลากหลายทางเพศ

03/11/2025

การนำเสนอข่าวที่เหมารวมกลุ่ม LGBTQ+ กับพฤติกรรมผิดกฎหมาย

สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย ขอแสดงความห่วงใยต่อการนำเสนอข่าวของสื่อบางสำนักในการพาดหัวข่าวเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) เข้ากับคดีปาร์ตี้ยาเสพติด ซึ่งเป็นการสื่อสารที่ไม่เหมาะสม ขาดความละเอียดอ่อน และละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

การระบุอัตลักษณ์ทางเพศของผู้ถูกจับกุมโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาข่าว ถือเป็นการผลิตซ้ำอคติ สร้างภาพเหมารวมเชิงลบ และอาจนำไปสู่การตีตรา (stigma) ต่อชุมชน LGBTQ+ ทั้งที่ความหลากหลายทางเพศ ไม่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกระทำผิดกฎหมายใด ๆ

สมาคมฟ้าสีรุ้งฯ ขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนทุกแขนง
• เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกบุคคลโดยไม่เลือกปฏิบัติ
• หลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่ตอกย้ำอคติหรือสร้างภาพลักษณ์ด้านลบ
• ยึดมั่นในหลักจริยธรรมวิชาชีพสื่อ และรายงานข่าวอย่างรอบด้าน โปร่งใส และรับผิดชอบต่อสังคม

เราทุกคนมีบทบาทร่วมกันในการสร้างสังคมที่เท่าเทียม ปราศจากการตีตรา และเคารพความหลากหลายของทุกชีวิต

26/10/2025

26 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันตระหนักรู้บุคคลอินเตอร์เซ็กส์ (Intersex Awareness Day)💜💛
อินเตอร์เซ็กส์ คือ คนที่มีลักษณะเพศทางชีววิทยาไม่ชัดเจน ปรากฎได้ทั้งรูปแบบเพศสรีระที่มองเห็นด้วยตาหรือตรวจพบด้วยกระบวนการทางแพทย์ โดยมีลักษณะผสมผสามระหว่างเพศชายและหญิง ทั้งในแง่ของ โครโมโซม ฮอร์โมน หรืออวัยวะเพศ อาจพบได้แต่แรกเกิดหรือเมื่ออวัยวะพัฒนาเต็มที่
#ปัญหาที่อินเตอร์เซ็กต้องเผชิญ
เด็กอินเตอร์เซ็กหลายคนที่เกิดมามีอวัยวะเพศมีอวัยวะเพศหรือโครงสร้างทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์แตกต่างไปจากเพศชายและเพศหญิง อินเทอร์เซ็กซ์ไม่ได้มีรูปแบบชัดเจนตายตัวเหมือนกันทุกคน ความแตกต่างละเอียดอ่อนเหมือนกับสเปกตรัมเฉดสี อย่างไรก็ตามการเป็นเด็กอินเตอร์เซ็กนี้ไม่ส่งผลต่อสุขภาพของเด็ก
กลับกลายเป็นตัวผู้ปกครองเสียเองที่เกิดความกังวลอย่างมากว่าเด็กจะปฎิบัติตัวตามขนบธรรมเนียมอย่างไร ส่งผลให้รีบตัดสินใจให้ลูกเข้ารับการผ่าตัดหรือรักษาด้วยการให้ฮอร์โมน เพื่อแก้ไขให้มีเพียงเพศเดียว โดยไม่รอให้อวัยวะพัฒนาอย่างเต็มที่หรือการที่ให้ลูกได้กำหนดเพศของตัวเองเมื่อบรรลุนิติภาวะแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยยังคงจำกัดให้สามารถระบุเพศในสูติบัติได้เพียงสองทางเลือกเท่านั้น คือ “ชาย” หรือ “หญิง” ข้อจำกัดทางกฎหมายนี้ส่งผลโดยตรงต่อครอบครัวของเด็กที่มีลักษณะทางเพศที่ไม่สอดคล้องกับกรอบจำแนกแบบทวิภาค
ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยจึงรู้สึกกดดันให้ต้องเลือกเพศใดเพศหนึ่งอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามารถออกเอกสารทางราชการได้ครบถ้วนและไม่เกิดปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง ผลที่ตามมาคือ การตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดเพื่อปรับรูปลักษณ์ภายนอกของเด็กให้ตรงกับเพศที่ระบุไว้
ทั้งที่ในหลายกรณี การผ่าตัดดังกล่าวไม่ได้มีความจำเป็นทางการแพทย์ แต่เป็นการกระทำที่เกิดจากแรงกดดันทางสังคมและระบบเอกสารราชการมากกว่า
แม้ว่าแพทย์และผู้ปกครองอาจมีความตั้งใจดี แต่ความเป็นจริงคือขั้นตอนที่ดำนินการกับเด็กอินเตอร์เซ็กส์ ไม่ควรเผชิญกับการผ่าตัดหรือการรักษาทางการแทย์ที่ไม่จำเป็น หากไม่มีผลต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของเด็กเอง
เนื่องจากจะเป็นการสร้างบาดแผลความทุกข์ทรมานทางจิตใจตลอดชีวิตที่ไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้ ทั้งหมดนี้เพียงเพื่อให้เด็กออกมาสอดคล้องกับแนวคิดของสังคมว่าการเป็นเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชาย ควรมีลักษณะอย่างไร
#การคุ้มครองสิทธิของอินเตอร์เซ็กในไทย
ในประเทศไทยยังมิได้มีกฎหมายคุ้มครองอย่างชัดเจน แต่ภาคประชาชนกำลังผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ เพื่อให้เกิดการรับรองสิทธิและการคุ้มครองอย่างเป็นรูปธรรมโดยมีสาระสำคัญ 6 ประการดังนี้
1) สิทธิในการกำหนดเพศด้วยตนเอง บุคคลมีสิทธิเลือกเพศของตนเองตามเจตจำนงอย่างเสรี
2) การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ ผู้มีอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์สามารถเลือกเพศได้ด้วยตนเอง หากอายุต่ำกว่า ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและยื่นเอกสารแจ้งต่อนายทะเบียน
3) การคุ้มครองบุคคลอินเตอร์เซ็ก ห้ามมิให้บุคคลอื่น เช่น แพทย์ พ่อแม่ หรือบุคคลใดก็ตาม เลือกเพศแทนบุคคลอินเตอร์เซ็ก ฝ่าฝืนถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (2) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำให้เสียอวัยวะสืบพันธุ์หรือความสามารถสืบพันธ์
4) การให้ความช่วยเหลือและบริการด้านสุขภาวะทางเพศ มีสิทธิได้รับบริการสุขภาพถ้วนหน้า การปรึกษาและการใช้ฮอร์โมนอย่างปลอดภัย รวมถึงการเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศอย่างเหมาะสมตามมาตรฐานทางการแพทย์
5) สิทธิหลังการจดแจ้งเปลี่ยนเพศ สามารถเปลี่ยนคำนำหน้าและข้อมูลเพศให้ตรงกับเพศสภาพ รวมถึงได้รับสิทธิตามกฎหมายแรงงาน สิทธิในการยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมาย และสิทธิคุ้มครองตามเพศใหม่ในทุกมิติ
6) การป้องกันการเลือกปฏิบัติ ปกป้องสิทธิของทุกคนในการแสดงออกและมีตัวตนทางเพศตามที่ตนเป็น ห้ามเลือกปฏิบัติหรือออกกฎใดๆ ที่ไปจำกัดสิทธินั้น ไม่ว่าภาครัฐหรือเอกชนก็ต้องปฏิบัติตาม
ปัจจุบัน ร่างพระราชบัญญัติรับรองอัตลักษณ์ทางเพศของภาคประชาชน อยู่ระหว่างการรอบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณาหลักการในสภาผู้แทนราษฎร
การมีกฎหมายฉบับนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อสร้างหลักประกันให้บุคคลทุกเพศ โดยเฉพาะบุคคลอินเตอร์เซ็ก ได้รับการคุ้มครองสิทธิในอัตลักษณ์ทางเพศอย่างแท้จริง และสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเท่าเทียมและมีศักดิ์ศรี
#พรบการรับรองเพศ #ฟ้าสีรุ้ง

ที่อยู่

แขวง หัวหมาก เขต บางกะปิ กทม
Bangkok
10240

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย(หญิงรักหญิง)ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย(หญิงรักหญิง):

แชร์