09/05/2026
หลังออกมาใช้ชีวิตข้างถนนเข้าปีที่ 3 พื้นบาทวิถีใต้สะพานพระปิ่นเกล้าก็ได้กลายเป็นม้านั่งในยามเช้าและเตียงนอนในยามค่ำคืนของ ‘ป้าอารีย์’ (นามสมมติ) วัย 63 ปี
‘ป้าอารีย์’ คือหญิงชราร่างท้วมเจ้าของผมซอยสั้นสีดำสลับขาวผู้ใช้ชีวิตในช่วงวัยชราที่ฟุตบาทเลียบถนนเจ้าฟ้าใต้สะพานพระปิ่นเกล้า เธอจะนั่งสลับกับนอนอยู่บนผืนผ้ายางขนาดพอดีหนึ่งคนนั่งตลอดวัน ข้างกายมีกระเป๋าสัมภาระ 2-3 ใบ และใบหนึ่งจะถูกใช้ต่างหมอนสำหรับการเอนกายนอนอยู่เสมอ
บทสนทนาแรกเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย เพื่อทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น เธอเล่าว่าเดิมทีเธอและครอบครัวอาศัยอยู่ที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ป้าอารีย์ไม่ได้เรียนหนังสืออย่างเด็กคนอื่น พออายุเข้า 17 ปี เธอก็เริ่มทำงานรับจ้างตามโรงงานกระดาษเพื่อหารายได้ ก่อนที่จะพบรักกับสามีคนแรกและย้ายไปอยู่ที่พระประแดงตอนอายุ 25 แต่ไม่นานหลังจากมีลูกคนที่ 2 สามีของเธอก็ส่งลูกไปอยู่ที่อื่นโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า นั่นจึงทำให้เธอไม่เคยได้พบหน้าลูกอีกเลย
ป้าอารีย์ในช่วงวัย 50 กลาง เริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่อีกครั้ง และอยู่กินกับสามีคนที่ 2 ได้ 7 ปี แต่เมื่อสามีของเธอเสียชีวิตลง เธอก็ย้ายออกจากบ้านที่อยู่ด้วยกันที่บางปลาและกลับมาอยู่อาศัยกับพี่สาว แต่แล้วไม่นานนัก ป้าอารีย์ก็ตัดสินใจเก็บกระเป๋าออกจากบ้านและออกมาใช้ชีวิตข้างถนนเป็นครั้งแรก
“เราไม่รู้จะนอนตรงไหน ก็นอนตรงนั้นแหละ”
“เขานอนได้ เขากินได้ เราก็ต้องทำได้”
เมื่อถามถึงการนอนในที่สาธารณะในครั้งแรก เธอตอบพลางชี้ไปยังฝั่งสนามหลวงที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากใต้สะพานพระปิ่นเกล้านัก ค่ำหนึ่งของปี 2566 ป้าอารีย์ในชุดเครื่องแต่งกายอย่างชาวมุสลิมมาถึงสนามหลวงพร้อมกระเป๋าเป้ติดตัวเพียง 2 ใบ เธอเล่าว่าที่ที่เธอนอนเป็นคืนแรกคือหน้าโรงแรมแห่งหนึ่งบริเวณปากซอยตรอกสาเก เพราะเห็นว่ามีคนไร้บ้านอาศัยหลับนอนอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งตลอดทั้งพื้นที่ยังมีไฟฟ้าส่องสว่างตลอดคืน การนอนข้างถนนในคืนแรกของป้าอารีย์ก็ผ่านไปอย่างไม่ยากเย็นนักเมื่อได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนไร้บ้านที่อยู่มาก่อนหน้า
“ตอนนอนสวนนั้น ทรายเต็มหลังเราไปหมด”
หลังจากใช้เวลาอยู่บริเวณสนามหลวงได้สักระยะ ป้าอารีย์ก็เริ่มคุ้นเคยกับการอยู่อย่างคนไร้บ้านมากขึ้น เธอขยับออกจากสนามหลวงและย้ายไปอยู่ตามพื้นที่สาธารณะอื่น ๆ ในละแวกใกล้เคียงในเวลาต่อมา
“มาอยู่ตรงนี้เราก็ไม่อยากเอาผ้าคลุมหัวคุลมหน้า เพราะก็มีแต่คนไทยทั้งนั้น”
เวลาล่วงเลยมากว่า 3 ปี ฮิญาบและเครื่องแต่งกายตามธรรมเนียมศาสนาของป้าอารีย์ถูกแทนที่ด้วยเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงขาสามส่วน ผมที่เคยไว้ยาวก็ถูกซอยสั้นจากการเข้าใช้บริการตัดผมฟรี เสื้อผ้าและสัมภาระต่าง ๆ ในปีแรกถูกผลัดเปลี่ยนไปตามอายุการใช้งาน
ไม่ใกล้ไม่ไกลจากผืนผ้ายางของป้าอารีย์ รั้วเหล็กราว 4-5 อันถูกวางเรียงกันบนพื้นฟุตบาท ป้าอารีย์อธิบายว่า รั้วเหล็กเหล่านี้ใช้เพื่อกันคนไร้บ้านออกจากพื้นที่ เทศกิจจะเข้ามาจัดการเก็บข้าวของและสัมภาระที่วางอยู่ข้างถนน
และแม้ว่าการนอนริมถนนจะทำให้เธอต้องเผชิญกับอาการปวดหลังอย่างต่อเนื่อง แต่ผ้านวมก็ยังไม่ใช่ตัวเลือกที่เธอปรารถนาในยามค่ำคืนนัก เมื่อเทศกิจเข้าตรวจตราพื้นที่ เธอจึงต้องเก็บสัมภาระส่วนตัวอย่างเร่งรีบ การมีผ้านวม แม้จะให้ความสะดวกสบายในการหลับนอน แต่ความสะดวกสบายนี้กลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อวิถีชีวิตคนไร้บ้านอย่างเธอ
“อยู่ตรงนี้ เราก็มีความสุขดี”
หลังออกจากบ้าน ป้าอารีย์ก็ไม่ได้กลับไปบ้านของพี่สาวอีกเลย เธอเอ่ยอย่างหนักแน่นว่า ตอนนี้เธอไม่มีความต้องการจะกลับไปที่ไหน จะมีก็เพียงการหาห้องเช่าเพื่อการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นเท่านั้น การอยู่ข้างถนนแม้จะลำบากอย่างไร แต่ก็ย่อมดีกว่าการอยู่ในบ้านที่เธอรู้สึกไม่เป็นที่ต้อนรับเป็นไหน ๆ
เขียนและภาพ : นิลเนตร สุขเจริญ
#สุขภาวะข้างถนน