ลูกพ่อสัมพเกษี ศรัทธาธรรมหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดจันทาราม ท่าซุง

ลูกพ่อสัมพเกษี ศรัทธาธรรมหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดจันทาราม ท่าซุง ธรรมมะจากหลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง เผยแ

หลวงปู่ดู่ วัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา“..พระอรหันต์ทุกองค์ไม่มีองค์ไหนมีความประมาทในชีวิต ยกตัวอย่างพระอรหันต์ที่มรณภ...
08/10/2026

หลวงปู่ดู่ วัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
“..พระอรหันต์ทุกองค์ไม่มีองค์ไหนมีความประมาทในชีวิต ยกตัวอย่างพระอรหันต์ที่มรณภาพแล้วให้ฟังองค์หนึ่งว่า พระองค์นี้ก็คือ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใครไปคุยกับท่าน ท่านก็คุยธรรมะ ถ้าใครไปชมท่าน ท่านก็บอกว่าท่านยังเลวอยู่มาก หลวงปู่ท่านบอกท่านไม่มีอะไรดีเลย แต่เวลาตายแล้ว หลวงปู่ดู่ท่านไม่ไปนรก สวรรค์ก็ไม่ไป พรหมโลกก็ไม่ไป ท่านไปพระนิพพาน ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่ไปพยากรณ์นะ คือว่าถ้าพระองค์ไหนก็ตามคิดว่าตัวไม่ดี องค์นั้นเป็นพระที่ดีที่สุด ที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า “บุคคลใดมีความรู้สึกตัวเองว่าเป็นพาล ตถาคตกล่าวว่าบุคคลนั้นเป็นบัณฑิต” คำว่า “พาล” แปลว่า “โง่” คือรู้ตัวเองว่าไม่ดี....ทีนี้หลวงปู่ดู่ท่านคิดว่าตัวท่านเป็นพาล แต่อารมณ์จิตของท่านผ่องใส ท่านเห็นแต่ความไม่ดีของร่างกาย หมายถึงร่างกายทุกส่วนมันไม่ดี..”
โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

08/10/2026
“ผู้บำเพ็ญบารมีมาดีย่อมได้ครูบาอาจารย์ดี”คนที่มีบุญญาธิการคือหลวงพ่อปาน  เวลาบวชแล้วแล้วปรารถนาพุทธภูมิเพื่อความเป็นพระพ...
08/10/2026

“ผู้บำเพ็ญบารมีมาดีย่อมได้ครูบาอาจารย์ดี”

คนที่มีบุญญาธิการคือหลวงพ่อปาน เวลาบวชแล้วแล้วปรารถนาพุทธภูมิเพื่อความเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล คนประเภทนี้ที่มีบุญมาก มีบารมีมาก เมื่อบวชแล้วก็ดี หรือหวังปฏิบัติดวามดีใด ๆ ย่อมจะได้อาจารย์ที่สำเร็จมรรคสำเร็จผลมาก่อน ไม่ใช่จะพบอาจารย์ที่สั่ว ๆ หมายความว่าตัวเองก็ไม่ได้อะไรแล้วก็สอนลูกศิษย์ไปตามความรู้เห็นที่คิดว่ามันจะเป็นอย่างนั้น คิดว่ามันจะเป็นอย่างนี้ เมื่อตัวเองยังทำไม่ได้ผล ปฏิบัติผลอะไรไม่ปรากฏ แล้วจะสอนคนอื่นให้เขาทำได้ยังไง

อย่างนี้ถ้าจะเปรียบเทียบให้ฟังก็เช่นเดียวกับครูโรงเรียน ครูเองก็ไม่มีความรู้ในวิชาการต่าง ๆ แล้วก็จะไปสอนศิษย์ให้มีความรู้ได้ยังไง ในเมื่อคนที่สอนวิชาช่างตัวเองไม่ได้เป็นช่าง ทำอะไรก็ไม่เป็นซักอย่าง แล้วจะไปสอนคนอื่นให้เขาเป็นช่างได้ยังไง

ข้อนี้มีอุปมาฉันใด แม้ความรู้ในพระพุทธศาสนาก็เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นพระ พระต้องมีศีลบริสุทธิ์ มีสมาธิตั้งมั่น มีวิปัสสนาญาณแจ่มใส ทีนี้ถ้าคนสอนคนอื่นให้เป็นพระ แต่ว่าตัวเขาไม่เป็นพระ เขายังเป็นผู้ละเมิดต่อกฎบัญญัติคือศีล ไม่เคารพในศีล ปฏิบัติศีลได้ไม่ครบถ้วน สมาธิคือฌานสมาบัติไม่มี วิปัสสนาญาณไม่ปรากฏ คือจิตยังตกอยู่ในอำนาจของกิเลสและตัณหา ถ้าคนประเภทนี้มาเป็นพระอุปัชฌาย์หรือคู่สวด อบรมสั่งสอนพระ ก็จะสอนตามความเห็นชอบของตัว ตัวเองเป็นคนโลภในลาภสักการะ ติดในรูป เสียง กลิ่น รสและสัมผัส มัวเมาอยู่ในยศถาบรรดาศักดิ์ ติดอยู่ในความสุข แล้วพอใจคำสรรเสริญ ก็จะสอนลูกศิษย์ลูกหาให้มีอารมณ์เหมือนกัน ตกเป็นทาสของกิเลสและตัณหาเหมือนกัน เพราะตัวเองก็สั่งสมทรัพย์สมบัติไว้มากมาย กลายเป็นพระเศรษฐี พระร่ำรวยมีเจ้าหนี้ มีลูกหนี้ ซื้อสวน ซื้อนา ซื้อไร่ ซื้อพัสดุต่าง ๆ ไว้เป็นสมบัติของตน

ลูกศิษย์ก็คงจะคิดว่าอาจารย์ของเรานี่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แล้วก็จะทำตามแบบอาจารย์ หรือเป็นคนเจ้าโมโหโทโส ผูกพยาบาทคาดภัยเวร จองล้างจองผลาญคนอื่น ชอบแช่งชักหักกระดูกคนอื่นให้เป็นอย่างนั้น ให้เป็นอย่างนี้ มีวาจาร้าย มีจิตชั่ว ลูกศิษย์เมื่อเห็นเมื่อตัวอยู่ใกล้ ๆ กับอาจารย์ เมื่อเห็นอาจารย์ปฏิบัติอย่างนั้น เขาก็จะคิดว่าอย่างนี้เป็นความดี พระควรปฏิบัติอย่างนั้น อย่างนี้เป็นต้น

รวมความว่าถ้าตัวเองไม่ใช่พระก็จะไปสอนใครให้เป็นพระไม่ได้ คนประเภทนี้อาจารย์ที่ไม่มีความหมาย มีศีลไม่บริสุทธิ์ มีสมาธิไม่ตั้งมั่น มีวิปัสสนาญาณไม่แจ่มใส ท่านที่มีบุญบารมีมาก ๆ ท่านไม่เกิดในสำนักเหล่านั้น ท่านไม่บวช ท่านไม่อยู่ในสำนักเหล่านั้น

ถ้าสำนักใดครูบาอาจารย์ทั้งหลายตั้งอยู่ในกฎของความดี คือเป็นพระจริง มีความเคร่งครัด มีศีลบริสุทธิ์ มีสมาธิตั้งมั่น มีวิปัสสนาญาณแจ่มใส เช่นเดียวกับครูบาอาจารย์ของหลวงพ่อปาน คู่สวดก็ได้อภิญญาทั้งสององค์ คือ หลวงปู่คล้าย และหลวงพ่อปั้น วัดพิกุล สำหรับพระอุปัชฌาย์ก็เป็นพระทรงอภิญญา ทั้งสามท่านมีอภิญญาทั้งสิ้น

ฉะนั้นเมื่อท่านเกิดมาเพื่อบำเพ็ญบารมีเป็นพระพุทธเจ้าคือปรารถนาพุทธภูมท่านจึงได้ครูบาอาจารย์ที่หมาะสมที่สมควรแก่การสอน คือมีความรู้ครบถ้วนบริบูรณ์ทุกอย่าง ทั้งศีล สมาธิ ปัญญา อันนี้จัดว่าเป็นบารมีของท่านอาจารย์ดี คนที่มีบารมีย่อมพบอาจารย์ที่มีบารมี

ฉะนั้นคนที่จะบรรลุมรรคผลใด ๆ หรือแม้ว่าจะปฏิบัติกรรมฐานได้ในขั้นฌานโลกีย์ อันนี้ก็ต้องพบอาจารย์ดีที่มีฌานสมาบัติ คนที่พบครูบาอาจารย์ที่ได้ฌานโลกีย์ก็ดี หรือเป็นพระอริยเจ้าตั้งแต่พระโสดา สกิทาคา อนาคา อรหันต์ อันนี้เป็นของพบได้ยาก เป็นของคันคว้าได้ยาก คนที่ต้องมีบารมีสมควรเท่านั้น ถ้ามีบารมีไม่สมควรจะไม่พบครูอาจารย์ประเกทที่มีบารมีนี้ได้เลย

พระราชพรหมยาน,ธัมมวิโมกข์(2532),104,69-70

Facebook : นิตยสารธัมมวิโมกข์ วัดท่าซุง

สมัครสมาชิกนิตสารธัมมวิโมกข์ได้ที่ ID Line : Thammavimok2021

หรือกดที่ลิ้ง https://line.me/ti/p/bgrsOBjCHf

 #วิธีการเจริญเมฆจิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ขึ้น "เมฆจิต" เป็นสายกลาง ก็เลยขอบอกวิธีการเจริญ "เมฆจิต" ก็คือเจริญพุทธคุณ ธ...
08/10/2026

#วิธีการเจริญเมฆจิต

โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ขึ้น "เมฆจิต" เป็นสายกลาง ก็เลยขอบอกวิธีการเจริญ "เมฆจิต" ก็คือเจริญพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ นั่นเอง
ใช้คำภาวนาว่า

"พุทธัง เมฆะนิมิตจิตตัง มะอะอุ
ธัมมัง เมฆะนิมิตจิตตัง อุอะมะ
สังฆัง เมฆะนิมิตจิตตัง อะมะอุ"

ใช้คำภาวนาอย่างนี้ให้มันคล่อง
ถ้าจะให้เร็ว ก็จับภาพพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งที่เราชอบ กำหนดจิตคิดให้เห็นว่าท่านอยู่ในตัวเราคือในอก อย่างนี้เราจะได้ทั้ง "ทิพจักขุญาณ" และ "วิญญาณัญจายตนฌาน" เป็นอรูปฌาน ได้ทั้งสองอย่าง

เพราะฉะนั้นเวลาภาวนาเขาก็ห้ามเห็นภาพอะไรลอยมานี่ให้ทิ้งทันที รักษาอารมณ์เข้าไว้ เราจะต้องการอย่างเดียวเฉพาะภาพที่เราจับไว้ในตอนต้น คือภาพพระพุทธรูปจะจับไว้ข้างนอกก็ได้ แต่ว่าข้างนอกก็เสียท่านิดหนึ่ง เราจะได้แต่ "ทิพจักขุญาณ" เท่านั้น

ถ้าเราฝึกใจให้นึกว่าเราเห็นภาพพระพุทธรูปในอกของเรา นี่พอได้ "ทิพจักขุญาณ" แล้ว ก็จะได้ "มโนมยิทธิ" ด้วย สามารถถอดกายข้างในไปเที่ยวสู่ภพต่างๆ ได้ นี่ประโยชน์ใหญ่กว่ากันเหนื่อยหน่อยไม่เป็นไร

แต่ก็ระมัดระวังไว้ ว่าเวลาภาวนาอย่าไปอยากนึกถึงภาพใดๆ ทั้งหมด กำหนดจิตไว้เฉพาะว่าเราจะเห็นภาพพระภายในอกเราเท่านั้น

ทีนี้เวลาภาวนาใช้เวลาไหนบ้าง
ต้องไม่เลือกเวลา เดินไปอยู่ นั่งอยู่ นอนอยู่ ทำงานอยู่ พอเลิกงานก็จับนิดหน่อย ลืมตาก็ได้ หลับตาก็ได้ ภาวนาเป็นปกติ

หรือท่านผู้ใดอยากจะได้ "ทิพจักขุญาณ" พิเศษ อาจจะง่ายกว่า "เมฆจิต" ก็คือ คาถาเห็นผีของ "หลวงพ่อปาน" ให้ใช้ภาวนาบทภาวนาอันนั้นง่ายกว่ามาก ได้เร็วกว่า

หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
_________
จากหนังสือ "ธัมมวิโมกข์" ปีที่ ๓๘ ฉบับที่ ๔๓๐ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๖๐ หน้า ๗๖ คัดลอกโดย คณะบุญสุประวีณ์

"พบท้าวเวสสุวรรณ"ตามวิสุทธิมรรคท่านบอกว่า  คนที่เจริญกรรมฐานเข้าถึงอุปจารสมาธิก็จะมีท้าวมหาราชองค์ใดองค์หนึ่งส่งบริวารขอ...
08/10/2026

"พบท้าวเวสสุวรรณ"

ตามวิสุทธิมรรคท่านบอกว่า คนที่เจริญกรรมฐานเข้าถึงอุปจารสมาธิก็จะมีท้าวมหาราชองค์ใดองค์หนึ่งส่งบริวารของท่าน 1 องค์ ซึ่งเป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชมาคุมป้องกันอันตราย คือว่าเวลาที่เรานั่งสมาธิอยู่อาจจะมีผีมาหลอกก็ได้ มีอสุรกายมาหลอกก็ได้ อย่างนี้เป็นต้น เทวดาองค์นั้นจะคุ้มครองไม่มีอันตราย บางทีเทวดาบางองค์ที่ท่านมาคุ้มครองท่านก็ไม่ให้เราเห็น บางองค์ท่านก็ให้เราเห็น ดีไม่ดีมาให้เราเห็นเรากลัวเสียอีก หรือไงหมอ...

อาตมาเคยโดนครั้งแรกเจริญกรรมฐานใหม่ ๆ ก็วันหนึ่งหลวงพ่อปานท่านบวงสรวงจะเอาพระพักตร์พระพุทธรูปไปที่เขาวงพระจันทร์ ก็ถามท่านว่า "เวลาเชิญจริง ๆ ท้าวมหาราชมาไหมครับ" ท่านถามว่า "เคยเจริญกรรมฐานหรือเปล่า?" บอก "เจริญครับ" ท่านถาม "เคยเห็นท้าวมหาราชไหม?" บอก "ไม่เคยเห็นครับ"

ท่านบอก "เอางี้ก็แล้วกัน อีกสักประเดี๋ยวหนึ่งฉันจะเชิญแล้วท่านจะมา แกอยากเห็นองค์ไหนจะได้เห็นองค์นั้น หรือต้องการเห็นทั้ง 4 องค์ก็ได้ หรือว่าเวลานี้จิตไม่สงัดพอ ตอนเย็นเวลาประมาณ 5 โมงเย็น ก็บอกท่านว่าขอพบทั้ง 4 องค์ หรือองค์ใดองค์หนึ่ง"

ท่านถามว่า "แกเจริญกรรมฐานเวลาเท่าไหร่?" บอกว่า "เวลาตี 2 ครับ ตีหนึ่งครึ่งผมตื่นทำวัตรสวดมนต์เสร็จก็เจริญกรรมฐาน ท่านบอกว่า "ขอให้บอกท่านว่าตี 2 ตรงขอให้มาพบที่ที่พักอยู่" ทีนี้ไอ้การนึกอยากเห็นหรือไม่อยากเห็นใคร รู้จักท้าวเวสสุวรรณองค์เดียวใช่ไหม ความจริงไม่ได้มั่นใจหรอก อยากเห็นเฉย ๆ คนเขาพูดถึง ท้าวเวสสุวรรณ องค์เดียวโดยเฉพาะ ก็บอก ท่านท้าวเวสสุวรรณ บอกว่าคืนนี้เวลาตี 2 ขอพบท่านที่ตึกที่พัก

เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืดตี 1 ครึ่ง ล้างหน้าล้างตาเสร็จทำวัตรสวดมนต์เสร็จ เวลาจะเข้าถึงตี 2 อีก ๕ นาทีตี 2 ก็เข้าเจริญสมาธิ พอถึงตี 2 ตรง ก็ปรากฏว่าเห็นภาพลอยมาจากทิศเหนือ นุ่งขาวห่มขาวถือไม้กระบองยาว

จิตก็มีความรู้สึกว่านั่นคือท้าวเวสสุวรรณ รูปร่างหน้าตาของท่านจริง ๆ ก็คนเราธรรมดานี่แหละ ไม่มีเขี้ยวหรอก ไม่มีเขี้ยวอย่างภาพเขาเขียนนะ มาถึงท่านก็ยืนที่หน้าต่าง ศีรษะท่านแค่ขื่อใช่ไหม พอเห็นเข้าเท่านั้นแหละกลัว ขนลุกซ่า ทำยังไงรู้ไหม แข็งใจพูด บอก"ท่านครูครับ ผมขอบคุณที่ท่านครูอุตส่าห์มาสงเคราะห์ เชิญกลับได้"

ท่านหัวเราะ ท่านถามว่า "กลัวผมทำไมล่ะ บอกเชิญให้มาพบแล้วกลัวทำไม?" แล้วท่านก็ทำให้ไม่กลัว แล้วคุยกันอยู่พักหนึ่ง ก็นานถึงตี 4 ท่านก็เล่าความเป็นมาต่าง ๆ ในความเป็นเทวดาให้ทราบ เป็นเทวดาได้อย่างไร สมัยเป็นมนุษย์เป็นอะไรมา

เวลานี้เป็นท้าวเวสสุวรรณ ก็ถามท่านบอกว่า "ที่เขาเขียนทำไมถึงมีเขี้ยว เวลานี้ทำไมไม่มีเขี้ยว" ท่านบอกว่า "จะเข้าวัดเลยถอดเขี้ยวเก็บเสียก่อน" เทวดาโกหกเป็นเหมือนกันนะ ถาม "มีจริง ๆ หรือ?" ท่านบอก "ไม่มีหรอก ท่านว่ามีเขี้ยว เขาลือกันส่งเดชไป” ความจริงท่านเป็นเทวดาที่มีความสวยสดงดงามมาก

ทีนี้ต่อมาอีก 2 คืน ถึงเวลาเจริญกรรมฐานก็มีคนคนหนึ่งเดินเข้ามาทางประตู ขอญาติโยมพุทธบริษัทโปรดทราบทุกคนนะ ว่าขณะที่เจริญกรรมฐานผีหรือว่าใครก็ตามทำอะไรเราไม่ได้เลยนะ เขาจะเข้ามาใกล้เราได้เพียงแค่ 1 วา วัดจากตัวเราไปข้างหน้า 1 วา ข้างหลัง 1 วา ข้าง ๆ 1 วา เขาจะเข้ามาใกล้ได้แค่นั้น จะเข้ามาใกล้กว่านั้นไม่ได้ และก็ทำอันตรายไม่ได้

ก็มีคนคนหนึ่งผมหยักศก ท่าทางแข็งแรง จะว่าอ้วนก็ไม่อ้วน เรียกว่าคนล่ำก็แล้วกัน มาถึงปั๊บมายืนกอดอกข้างหน้านัยน์ตาแดง ถามว่าใคร เขาก็เฉย เขาไม่ตอบ ถามว่า "ใครมายื่นที่นี่?" เขาก็ไม่ตอบ ถามครั้งที่ 3 "ใคร?" ก็ไม่ตอบ บอก " ไป " ออกไปให้พ้น แกก็ไม่ไป เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไรใช่ไหม บอก "ไป” แกก็ไม่ไป 3 ไป

พอไปที่สามแกต้องไป แกเดินไป 2 – 3 ก้าวแกหันมามองหน้าอีก แกไปอยู่ที่หน้าประตู อาตมาเจริญกรรมฐานเลิกก็สว่างตอนเช้าไปถาม หลวงพ่อปาน ถามว่า "เมื่อคืนนี้มีคนคนหนึ่งครับ เข้ามาทางประตู ผมหยิก ๆ หน่อยหยิกหยักศก หน้าตาก็ไม่น่ากลัว แต่ทำท่าหยิ่งผมเลยขับ" หลวงพ่อปาน หัวเราะชอบใจ บอกว่า "ไอ้คนฉลาดอย่างแกนี่ มันหายากจริง ๆ เลย" ถาม "ทำไมครับ?" ท่านบอกนั่นแหละท้าวเวสสุวรรณ เขาส่งคนมาสงเคราะห์แก เฝ้าแก เสือกออกไปไล่เขาอีก เขามาฟ้องข้า"

แหม...เทวดานี่ปากบอนจัง ก็รวมความว่าขอบรรดาท่านพุทธบริษัททุกคนจำไว้ด้วยนะ ว่าถ้าบังเอิญพบเห็นใครก็ตาม มาในลักษณะนั้นให้ทราบว่านั่นคือเทวดาที่ท้าวมหาราชส่งมาคุ้มครองเรา

ก็เป็นอันว่านี่ตอนถึงปีตินะ ถ้าถึงฌานจะมองไม่เห็น ก็เป็นอันว่าเราก็คุยกันแค่ฌานสมาบัติ

พระราชพรหมยาน,ธัมมวิโมกข์ (2564),482,46-48

Facebook : นิตยสารธัมมวิโมกข์ วัดท่าซุง

สมัครสมาชิกนิตสารธัมมวิโมกข์ได้ที่ ID Line : Thammavimok2021

หรือกดที่ลิ้ง https://line.me/ti/p/bgrsOBjCHf

💖 #โอวาทท่านย่า 💖 #ให้เชื่อมั่นในความดี ตอนนี้สำคัญที่สุด กำลังใจ  #ต้องทำใจให้เข้มแข็ง อย่าให้อกุศลกรรมเข้ามาแทรก ถ้าอก...
08/10/2026

💖 #โอวาทท่านย่า 💖

#ให้เชื่อมั่นในความดี ตอนนี้สำคัญที่สุด กำลังใจ #ต้องทำใจให้เข้มแข็ง อย่าให้อกุศลกรรมเข้ามาแทรก ถ้าอกุศลกรรมเข้ามาแทรกไม่ต้องไปไหนแล้วยิ่งไปกันใหญ่เลย

#ข้างบนให้คำมั่นสัญญาแล้วว่า #ช่วยก็ต้องช่วย พวกเอ็งอย่าใจร้อน ค่อยๆ คิด ไอ้ที่ไปซื้อเชือกจะมาผูกคอ ไม่ต้องซื้อ ไอ้ที่จะกินยาตาย ไม่ต้องกิน ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น

#พวกเราต้นร้าย #แต่ปลายมันดีว่ะ

ให้บอกต่อๆ กันไปนะ ให้เชื่อมั่นในความดีของตัวเอง ให้เชื่อมั่นในพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และคุณของเทวดา #ทำดีแล้วไม่มีคำว่าฉิบหาย #อะไรที่เป็นกฏของกรรมต้องยอมรับ ท่านช่วยอยู่เสมอ ท่านปัดเป่าให้ถึงขนาดนี้ ไม่อย่างนั้น ไม่มีทาง ป่านนี้เหรอไปหมดแล้ว ไม่มีเหลือหรอก จำคำนี้ไว้

ที่มาหนังสือธัมมวิโมกข์ปีที่๒ ฉบับที่๕๕
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี

หลวงตาท่านเล่าว่าตอนท่านเป็นฆราวาส มีพระมาสอนให้คิดว่า...จงวางอารมณ์ใจให้เหมือนพระอาทิตย์ที่ขึ้นในทิศตะวันออกมุ่งสู่ทิศต...
07/10/2026

หลวงตาท่านเล่าว่าตอนท่านเป็นฆราวาส
มีพระมาสอนให้คิดว่า...
จงวางอารมณ์ใจให้เหมือนพระอาทิตย์ที่ขึ้นในทิศตะวันออกมุ่งสู่ทิศตะวันตก ทุกวันก็เป็นแบบนั้น มิเคยเปลี่ยนแปลง...และเมื่อขึ้นแล้วก็มิเคยถอยกลับ...
ในขณะเดินทางแสงที่ส่องออกมา...ก็ไม่เคยเลือกที่จะให้ประโยชน์และความสุขกับ คน สัตว์ สิ่งของ...โดยไม่เท่าเทียมกัน...
พระอาทิตย์ยินดีและไม่เคยเรียกร้องกับ คน สัตว์ สิ่งของ ที่จะนำแสงสว่างและความร้อนของท่านไปใช้ ทั้งไม่สนใจใส่ใจว่าใครจะชม จะด่า.. เวลา เส้นทางของท่านเป็นไปเพื่อความจริงที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเปลี่ยนไป...
- หลวงตาพระราชภาวนาพัชรญาณ -
เจ้าอาวาสวัดเขาวง(ถ้ำนารายณ์)

 #คู่บุญไม่ใช่ใครก็เป็นได้บางคนอยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิต แต่พอตายจากกันก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย 😢แต่มีเพื่อนคู่หนึ่ง ห่างกันเป็...
07/10/2026

#คู่บุญไม่ใช่ใครก็เป็นได้บางคนอยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิต แต่พอตายจากกันก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย 😢
แต่มีเพื่อนคู่หนึ่ง ห่างกันเป็นแสนกัป ก็ยังข้ามชาติกลับมาเจอกันได้ เพราะเคยทำสิ่งนี้ร่วมกันเพียงครั้งเดียว 🙏

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง เล่าว่าเรื่องนี้เริ่มจากเจ้าชายศากยะ 3 คนนั่งถกกันเรื่องที่ฟังแล้วต้องอมยิ้ม คือ "ข้าวมาจากไหน" 🍚 เจ้าชายกิมพิละบอกว่าข้าวมาจากฉาง เพราะเคยเห็นคนขนข้าวเปลือกเข้าไปเก็บ เจ้าชายภัททิยะบอกว่าข้าวมาจากหม้อ เพราะเคยเห็นคนตักข้าวออกจากหม้อ ส่วนเจ้าชายอนุรุทธะตอบหน้าตาเฉยว่า ข้าวเกิดขึ้นเองในถาดทองคำ... และคำตอบนี้ไม่ได้มาจากความไม่รู้ แต่มาจากบุญที่มากเกินไป

ตั้งแต่เกิดมา เจ้าชายอนุรุทธะไม่เคยเห็นใครไถนา ไม่เคยเห็นใครหุงข้าว ทุกมื้อเห็นแต่ข้าวที่จัดวางพร้อมอยู่ในถาดทองคำสูงศอกเศษตรงหน้า 😮 เพราะในอดีตชาติท่านเคยอธิษฐานไว้ว่า "ขอคำว่าไม่มี จงอย่าปรากฏแก่ข้าพเจ้า" บุญนั้นมากจนปิดบังความจริงของโลกไว้ทั้งหมด... จนวันที่พี่ชายเล่าความจริงให้ฟัง

เจ้าชายมหานามะผู้เป็นพี่ชายอธิบายว่า กว่าจะได้ข้าวมาสักจาน ต้องไถนา เก็บเกี่ยว ขนเข้าฉาง แล้วจึงนำมากิน พอสิ้นปีก็ต้องกลับไปไถนาใหม่ วนแบบนี้ไปทุกปี 🌾 เจ้าชายอนุรุทธะฟังแล้วเห็นทันทีว่างานของคนครองเรือนไม่มีวันจบ ท่านจึงขอลาพี่ชาย แล้วออกบวชพร้อมเจ้าชายศากยะอีก 5 คน โดยมีเจ้าชายภัททิยะเป็นหัวหน้า เดินทางไปขอบวชกับพระพุทธเจ้าที่อนุปิยอัมพวัน... และการบวชครั้งนั้น ทำให้ท่านได้ "ดวงตา" ที่ไม่มีใครเทียบได้

หลังบวช พระอนุรุทธะปฏิบัติจนได้วิชชา 3 และบรรลุเป็นพระอรหันต์ 👁️ ท่านมีทิพยจักษุ (ตาทิพย์) ที่คมกล้าเป็นเลิศ นั่งอยู่ที่เดียวก็มองเห็นแสนจักรวาลได้ชัดเจน เหมือนวางลูกมะขามป้อมไว้บนฝ่ามือแล้วมอง ท่านยังระลึกชาติย้อนหลังได้ตามต้องการ วันหนึ่งท่านจึงนึกย้อนไปดูว่าบุญมากมายขนาดนี้มาจากไหน

ภาพที่เห็นย้อนกลับไปที่เมืองพาราณสี 🙏 ชาตินั้นท่านเป็นชายยากจนชื่อ "อันนภาระ" รับจ้างขนหญ้าให้สุมนเศรษฐี วันหนึ่งเขายอมสละอาหารส่วนของตัวเองถวายพระอุปริฏฐปัจเจกพุทธเจ้า เมื่อสุมนเศรษฐีรู้ข่าวก็เกิดความเลื่อมใส ขออนุโมทนาบุญ และอุปถัมภ์เลี้ยงดูอันนภาระต่อมา ตั้งแต่วันนั้นทั้งสองก็ผูกบุญกันข้ามภพข้ามชาติ... แล้วชาตินี้ สุมนเศรษฐีไปเกิดอยู่ที่ไหน?

พระอนุรุทธะใช้ตาทิพย์ตามหาเพื่อนเก่า 🔍 แล้วพบว่าเศรษฐีผู้เคยอนุโมทนาบุญ มาเกิดเป็นลูกของมุณฑกอุบาสกที่มุณฑนิคม หมู่บ้านเชิงเขา อุบาสกคนนี้มีลูกชาย 2 คน คนโตชื่อ "มหาสุมนะ" คนเล็กชื่อ "จูฬสุมนะ" คำว่า มหา แปลว่าพี่ จูฬ แปลว่าน้อง สุมนะ แปลว่าผู้มีจิตใจดี และเพื่อนเก่าของท่านก็คือจูฬสุมนะ เด็กชายวัยเพียง 7 ขวบ... ท่านยังเห็นต่อไปอีกว่า ถ้าไปหาเด็กคนนี้ เขาจะบรรลุธรรมสูงสุด

ใกล้เข้าพรรษา พระอนุรุทธะเหาะไปลงที่หน้าบ้านของมุณฑกอุบาสก ซึ่งเป็นคนคุ้นเคยกันมาตั้งแต่ก่อนบวช ✨ อุบาสกให้ลูกชายออกมารับบาตร นิมนต์ฉันข้าว และขอให้ท่านจำพรรษาอยู่ที่นั่นตลอด 3 เดือน เขาดูแลพระเถระด้วยใจที่เปี่ยมปีติ จนรู้สึกว่า 3 เดือนผ่านไปเร็วเหมือนวันเดียว... แต่พอถึงวันออกพรรษา เรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น

อุบาสกยกของถวายพระผู้จำพรรษามาวางไว้ที่เท้าพระเถระ ทั้งผ้าไตรจีวร น้ำอ้อย น้ำมัน และข้าวสาร 🎁 แต่พระอนุรุทธะไม่รับ ท่านบอกว่าไม่จำเป็นต้องใช้ของเหล่านี้ สิ่งที่ยังขาดอยู่คือ "กัปปิยการ" หรือผู้ช่วยดูแลพระ อุบาสกเข้าใจทันทีจึงเสนอลูกชายคนโตให้บวช แต่ท่านปฏิเสธ และขอเจาะจงว่าต้องเป็นจูฬสุมนะ ลูกคนเล็กเท่านั้น

ผู้เป็นพ่อยินดีถวายลูกคนเล็กให้บวช แล้วสิ่งอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น 🙏 ทันทีที่มีดโกนปลงผมเสร็จ เด็กชายวัย 7 ขวบก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ บุญที่เคยทำร่วมกันเมื่อแสนกัปก่อน พาเพื่อนสองคนกลับมาพบกันอีก และพาไปถึงฝั่งพร้อมกันในชาติสุดท้าย

หลวงพ่อฤาษีลิงดำชี้ให้เห็นว่า สุมนเศรษฐีไม่ได้เป็นคนถวายข้าวด้วยมือตัวเองด้วยซ้ำ เพียงแค่ยินดีและสนับสนุนบุญของคนอื่น บุญนั้นก็ตามส่งผลจนถึงพระนิพพาน 🪷 หลวงพ่อยังเล่าว่าพระอรหันต์ผู้มีญาณวิเศษจะใช้ญาณก็ต่อเมื่อเห็นประโยชน์จริงเท่านั้น ไม่ใช้เพื่ออวด ท่านเตือนไม่ให้หลงเชื่อการโฆษณาเรื่องพระอรหันต์อย่างงมงาย และอย่าเป็นคน "เกาะตำรา แต่แกะตำราไม่ออก" คือจำตัวหนังสือได้แต่ไม่เข้าใจสภาวะจริงของการปฏิบัติ ส่วนตัวหลวงพ่อเองเปรียบตัวเองว่าเป็น "พระกังหัน" ที่ต้องหมุนทำงานช่วยคนไม่หยุด

ใครอยากเกิดมาเจอคนที่รักในทุกชาติ และพากันไปถึงฝั่งเหมือนพระอนุรุทธะกับจูฬสุมนะ พิมพ์ "สาธุ" แล้วแท็กคู่บุญของคุณไว้ใต้โพสต์นี้ได้เลยครับ 🙏 แชร์เก็บไว้เป็นธรรมทาน ให้คนที่คุณรักได้อ่านด้วยกัน

📖 ที่มา: เทศน์หลวงพ่อฤาษีฯ
(พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง
เรื่องบุพกรรมพระอนุรุทธะ ตอนจบ / อ้างอิงเรื่องจากอรรถกถาธรรมบท
#เพจมรดกธรรมพระราชพรหมยาน

#หลวงพ่อฤาษีลิงดำ #หลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุง #คู่บุญ #บุญเก่า #กฎแห่งกรรม #ข้อคิดธรรมะ #พระอนุรุทธะ
#ธรรมะนำสุข #แชร์เป็นธรรมทาน #สาธุ
#วัดท่าซุง #ธรรมบท #คำสอนหลวงพ่อ

พูดถึงเรื่องน้ำท่วม "อาตมาพยายามเตือนแล้ว  #แต่ต้องบอกว่ากรรมยังหนัก นี่เลื่อนมาเดือนกว่า ต้องบอกว่าเป็นวาระกรรมที่เลี่ย...
04/10/2026

พูดถึงเรื่องน้ำท่วม "อาตมาพยายามเตือนแล้ว #แต่ต้องบอกว่ากรรมยังหนัก นี่เลื่อนมาเดือนกว่า ต้องบอกว่าเป็นวาระกรรมที่เลี่ยงไม่ได้ เตือนแล้วเขาก็เลยเลื่อนไปจนพวกเราตายใจว่าไม่ท่วมแน่ ล่อไปตูมเดียวท่วม ๑๑ จังหวัดพร้อมกัน #แต่ขอบอกว่านี่ยังไม่ใช่ที่หนักที่สุด #แค่น้ำจิ้มเท่านั้น อาหารหลักยังไม่มา คอยดูเอาก็แล้วกันว่าจะมาเมื่อไร ปีนี้ ปีหน้า หรือปีโน้น บอกมากก็ไม่ได้ บอกมากเดี๋ยวก็โดนเอง

ไปนึกถึงหลวงปู่จวน หลวงปู่วัน หลวงพ่อสิงห์ทอง ท่านทั้งหลายเหล่านั้นรู้อยู่ว่าไปเครื่องบินเที่ยวนี้แล้วเครื่องบินจะตกแล้วตาย แต่ท่านก็ไปกันแบบรื่นเริงบันเทิงใจมากเลย #เพราะท่านเห็นอยู่แล้วว่าร่างกายนี้เป็นทุกข์ #เรามีโอกาสที่จะพ้นไปแล้ว #ก็เดินเข้าหาความตายอย่างรื่นเริงบันเทิงใจ

แต่ที่อัศจรรย์ที่สุดก็คือ ท่านที่อยู่มหาดไทยที่ไปพร้อมเอกสารลับของทางราชการ พอถึงเวลาเอกสารไปอยู่ในบาตรหลวงพ่อจวนอย่างไรก็ไม่รู้ เอกสารตัวเองใส่ไว้ในอกเสื้อ พอฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาล รอดตายมาได้ก็ตกใจว่าเอกสารลับจะตกอยู่ในมือใครหรือเปล่า ปรากฏว่าไปเจอว่าอยู่ในบาตรหลวงพ่อจวน หลวงพ่อก็มรณภาพไปแล้ว ทำไมเอกสารถึงไปอยู่ในบาตรได้ ?"

"ช่วงนั้นเป็นการสูญเสียพระอริยเจ้าชุดใหญ่ ไปพร้อม ๆ กันเลย #สร้างเวรสร้างกรรมมาด้วยกัน #ปกติก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ไฟโรงงานแต่กัปตันเขาเห็นเป็นไฟส่องทางสนามบิน เลยบังคับเครื่องลง #เพราะกรรมบัง ทำให้เข้าใจผิดไปได้ขนาดนั้น ปทุมธานีกับดอนเมืองห่างกันตั้งเยอะ เห็นไฟโรงงานเป็นแถวยาว นึกว่าไฟรันเวย์ก็ลง โรงงานราบเป็นหน้ากลอง"

"เมื่อก่อนอาตมาสนิทกับหลวงพ่อวัน (พระอาจารย์วัน อุตฺตโม วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม) มาก ไปขอข้าวท่านกินประจำ คนอื่นเขาไปใส่บาตร ส่วนอาตมาไปขอข้าวท่านกิน แต่ช้อนของท่านใหญ่มาก ขนาดเท่ากับทัพพีเล็ก ๆ เลย เป็นช้อนทองเหลือง คู่หนึ่งตักใส่ทีเดียวล้นจานเลย"

เก็บตกบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนธันวาคม ๒๕๕๙

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ลูกพ่อสัมพเกษี ศรัทธาธรรมหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดจันทาราม ท่าซุง โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์