19/06/2026
AI-First ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการออกแบบคนใหม่ทั้งองค์กร
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายองค์กรประกาศตัวว่ากำลังเดินหน้าสู่การเป็น AI-First Organization ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยี แพลตฟอร์มข้อมูล และระบบอัตโนมัติต่าง ๆ แต่คำถามสำคัญคือ การเป็น AI-First หมายถึงการมี AI มากขึ้นจริงหรือ หรือแท้จริงแล้วคือการทำให้องค์กรและคนทั้งองค์กรพร้อมทำงานในโลกที่ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของทุกกระบวนการ
บนเวที “Building an AI-First Organization: How True is Redesigning Workforce for Business Transformation” ในงาน Thailand HR Tech Conference & Exposition 2026
คุณศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล (CHRO) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการขับเคลื่อนองค์กรขนาดใหญ่สู่การเป็น AI-First Organization โดยชี้ให้เห็นว่า AI Transformation ที่แท้จริงไม่ได้เริ่มต้นจากเทคโนโลยี แต่เริ่มต้นจาก “คน”
คุณศรินทร์ราเริ่มต้นด้วยแนวคิดที่สะท้อนแก่นของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้อย่างชัดเจนว่า “AI is the Engine. People are the Driver.” หรือ AI คือเครื่องยนต์ แต่คนคือผู้ขับเคลื่อน เพราะต่อให้เทคโนโลยีมีความสามารถมากเพียงใด หากคนในองค์กรไม่เข้าใจ ไม่เชื่อมั่น หรือไม่สามารถนำไปใช้สร้างคุณค่าได้จริง การลงทุนทั้งหมดก็อาจไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจตามที่คาดหวังไว้
สำหรับทรู การเปลี่ยนผ่านสู่ AI-First Organization จึงไม่ได้เป็นเพียงโครงการด้านเทคโนโลยี แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์องค์กรภายใต้แนวคิด BIGmoveON ที่ประกอบด้วย 4 แกนสำคัญ ได้แก่ Experience เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า Growth เพื่อเร่งการเติบโต AI เพื่อก้าวสู่โลกใหม่แห่งปัญญาประดิษฐ์ และ People เพื่อปลดล็อกศักยภาพของพนักงานทั้งองค์กร
สิ่งที่น่าสนใจคือ ทรูไม่ได้มอง AI เป็นเป้าหมาย แต่เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ โดยมี “คน” เป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนผ่านทั้งหมด
หนึ่งในโครงการสำคัญที่สะท้อนแนวคิดนี้คือการสร้าง Skills Bridge Human Potential and AI Possibility ซึ่งเป็นแนวคิดที่มองว่าทักษะคือสะพานเชื่อมระหว่างศักยภาพของมนุษย์กับความเป็นไปได้ที่ AI สามารถสร้างขึ้นได้ องค์กรจึงต้องเข้าใจว่าพนักงานแต่ละคนมีความสามารถอะไร มีศักยภาพด้านใด และสามารถเติบโตไปสู่บทบาทใหม่แบบไหนได้บ้างในอนาคต
ทรูจึงเริ่มต้นจากการสร้าง Skills Data เพื่อทำความเข้าใจขีดความสามารถที่แท้จริงของพนักงาน ไม่ใช่เพียงดูจากตำแหน่งงานหรือ Job Description จากนั้นจึงใช้ Dynamic Matching เชื่อมโยงทักษะของคนเข้ากับโอกาสใหม่ ๆ ภายในองค์กร และต่อยอดด้วย Growth & Rewards เพื่อสนับสนุนการพัฒนา การยอมรับ และการเติบโตของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก Job-Based Organization ไปสู่ Skill-Based Organization อย่างชัดเจน เพราะในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรไม่สามารถยึดติดกับโครงสร้างงานแบบเดิมได้อีกต่อไป สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าพนักงานอยู่ในตำแหน่งอะไร แต่คือพวกเขามีทักษะอะไร และสามารถสร้างคุณค่าอะไรให้กับองค์กรได้บ้าง
การกำหนด Future Skills ของทรูจึงไม่ได้เกิดจากการคาดเดา แต่ใช้กระบวนการที่เป็นระบบ เริ่มจากการวิเคราะห์ทักษะสำคัญที่ธุรกิจต้องการในอนาคต ศึกษาแนวโน้มของอุตสาหกรรม เปรียบเทียบกับองค์กรชั้นนำ รับฟังเสียงสะท้อนจากพนักงาน ตรวจสอบร่วมกับทีมข้ามสายงาน และได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง เพื่อให้มั่นใจว่าทักษะที่ลงทุนพัฒนาจะสร้างผลกระทบต่อธุรกิจในระยะยาวอย่างแท้จริง
อีกหนึ่งแนวคิดที่โดดเด่นมากใน Session นี้คือ “Every Employee Has a Role in the AI Era.” คุณศรินทร์ราเชื่อว่า AI ไม่ควรเป็นเรื่องของทีมเทคโนโลยีเพียงกลุ่มเดียว แต่ต้องเป็นเรื่องของพนักงานทุกคนในองค์กร
ทรูจึงตั้งเป้าหมายให้พนักงาน 100% ผ่านการเรียนรู้ AI Fundamentals ภายในปี 2026 และให้พนักงานทุกคนสามารถนำ AI ไปประยุกต์ใช้กับงานจริงได้ภายในปี 2027 ขณะเดียวกันยังวางเป้าหมายให้พนักงานอย่างน้อย 50% พัฒนาสู่ระดับ AI Users และต่อยอดไปสู่ AI Builders และ AI Leaders ในอนาคต
แนวคิดนี้สะท้อนมุมมองที่แตกต่างจากหลายองค์กรที่มอง AI เป็นทักษะเฉพาะทาง เพราะทรูเชื่อว่าในอนาคต AI จะกลายเป็น “ภาษากลาง” ที่ทุกคนต้องสื่อสารได้
นั่นคือเหตุผลที่องค์กรลงทุนอย่างจริงจังในการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น AI Inspirer ซึ่งเป็นเครือข่ายบุคลากรกว่า 200 คนที่มีทั้งความเข้าใจด้านดิจิทัลและความรู้ด้าน AI ทำหน้าที่เป็น Change Maker ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้และการนำ AI ไปใช้ในองค์กร
นอกจากนี้ยังมีโครงการ AI Practice Day ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ทดลองจริงมากกว่าการอบรมแบบเดิม คุณศรินทร์ราอธิบายว่า การเรียนรู้ AI ไม่ควรเป็นเพียงการนั่งฟังบรรยาย แต่ต้องเป็นการลงมือทำจริง ให้พนักงานได้ทดลอง สร้าง และนำ AI ไปใช้กับงานของตนเองจริง ๆ เพราะการเปลี่ยนพฤติกรรมจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนเห็นคุณค่าจากการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
ในขณะเดียวกัน ทรูยังขยายบทบาทออกไปสู่ระดับประเทศผ่านโครงการ AI for All Thais ซึ่งร่วมมือกับ Google และเครือข่ายพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อยกระดับความพร้อมด้าน AI ของคนไทยในวงกว้าง สะท้อนให้เห็นว่า AI Transformation ไม่ใช่เรื่องขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของระบบนิเวศทั้งประเทศ
แม้ AI จะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่คุณศรินทร์ราย้ำว่า สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างในระยะยาวยังคงเป็น Human Skills เพราะ AI สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและประมวลผลได้ดีขึ้นทุกวัน แต่ยังไม่สามารถทดแทนความเป็นมนุษย์ได้ ทรูจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะในสามมิติสำคัญ ได้แก่ Grow Self, Grow Teams และ Grow Business โดยมุ่งเน้นความสามารถด้าน Agility, Ex*****on, Collaboration, Customer Focus และ Strategic Foresight ซึ่งเป็นทักษะที่ช่วยให้คนสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับ HR การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เพราะคุณศรินทร์ราเชื่อว่า HR กำลังต้องเปลี่ยนจากผู้ดูแลระบบงานบุคคล ไปสู่ผู้ออกแบบอนาคตขององค์กร
จากเดิมที่ HR มุ่งเน้น Recruitment, Learning, Compensation หรือ Employee Relations วันนี้ HR ต้องเรียนรู้บทบาทใหม่ในการ Design Work, Build Capabilities และ Elevate Humanity โดยต้องสามารถออกแบบงานใหม่สำหรับ Human-AI Collaboration ใช้ Workforce Intelligence ในการตัดสินใจ พัฒนา AI Fluency ทั่วทั้งองค์กร รวมถึงนำการเปลี่ยนแปลงด้วยความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความเป็นมนุษย์
นอกจากนี้ ทรูยังมองเห็นบทบาทใหม่ของ HR ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น Head of Future of Work, Head of HR Data Scientist, Head of HR Insights & Analytics, Head of Job Reinvention หรือแม้แต่ Head of Second-Act Coach ซึ่งสะท้อนว่า HR ในอนาคตจะเป็นทั้งนักวิเคราะห์ นักออกแบบ และผู้นำการเปลี่ยนแปลงในเวลาเดียวกัน
ก่อนจบการบรรยาย คุณศรินทร์ราได้ฝากข้อความที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของทรูได้อย่างชัดเจนว่า
“At True, our goal isn't to make AI a skill for a few. It's to make AI a common language for everyone.”
เพราะในมุมมองของทรู ความสำเร็จของ AI Transformation ไม่ได้วัดจากจำนวนระบบ AI ที่องค์กรนำมาใช้ แต่คือการทำให้คนทั้งองค์กรสามารถสื่อสาร เข้าใจ และสร้างคุณค่าร่วมกับ AI ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ท้ายที่สุดแล้ว การเป็น AI-First Organization จึงไม่ใช่เรื่องของการนำเทคโนโลยีมาแทนคน แต่คือการสร้างองค์กรที่คนและ AI สามารถเติบโตไปด้วยกัน โดยมีทักษะ ความไว้วางใจ และความเป็นมนุษย์เป็นรากฐานสำคัญของการเปลี่ยนแปลง