Plastic Industry Club - กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก

Plastic Industry Club - กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
โดยมี คุณฐิติธัม พงศ์พนางาม ดำรงตำแหน่งประธานฯ

08/09/2026

หญิงวัย 70 ปีเศษในในรัฐนิวเซาท์เวลส์ เป็นรายแรกของออสเตรเลีย ที่ร่างของเธอถูกฝังไปพร้อมกับ “โลงศพ” ที่มีส่วนประกอบจาก “เห็ดรา” ที่สามารถย่อยสลายภายในเวลา 45 วัน และกลายเป็นส่วนหนึ่งของผืนดิน
“แนวคิดที่ว่า หลังจากเสียชีวิตแล้ว เราไม่ได้เดินทางขึ้นสู่สวรรค์ แต่กลับคืนสู่ผืนดิน กลายเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับความตายและการจากลาที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ” ดร.ฮันนาห์ โกลด์ นักมานุษยวิทยาวัฒนธรรมจาก มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น กล่าว เธอระบุว่า ผู้คนในปัจจุบันให้ความสนใจกับการลาจากโลกในแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น
หญิงดังกล่าวชื่อ แคโรลิน พิธีศพของเธอถูกจัดขึ้นที่สุสานท่ามกลางเพื่อนๆ และครอบครัวที่มาบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย ร่างของเธอถูกบรรจุในโลงศพที่ผลิตจาก “ไมซีเลียม” ซึ่งเป็นโครงข่ายเส้นใยของเชื้อราที่เจริญเติบโตอยู่ใต้ดินหรือบนวัสดุอินทรีย์ ทำหน้าที่ดูดซับสารอาหารและย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ โดยถูกเพาะร่วมกับเส้นใยกัญชงและขึ้นรูปเป็นโลงศพ
โลงศพจากเห็ดรานี้ เป็นผลผลิตของบริษัท Loop Biotech ตัวโลงมีน้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม เพาะขึ้นรูปในแม่พิมพ์ภายในห้องที่ควบคุมสภาพอากาศ โดยใช้เวลาราว 1 สัปดาห์ เมื่อนำไปฝังโลงศพย่อยสลายตามธรรมชาติโดยใช้เวลาราว 45 วัน ในการกลายเป็นส่วนหนึ่งของผืนดิน ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าโลงไม้ที่อาจใช้เวลานานถึง 50 ปีจึงจะย่อยสลายหมด
โดนัลด์ สามีของแคโรลิน บอกว่า การเลือกใช้โลงศพชีวภาพนี้ ให้ความรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ตรงกับตัวตนของแคโรลินมาก เพราะเธอเป็นคนที่พร้อมช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ และแม้หลังจากเสียชีวิตไปแล้ว เธอก็ยังสามารถมอบความสมบูรณ์กลับคืนให้กับธรรมชาติได้
“ถ้าจิงโจ้ตัวหนึ่งตายในป่า มันก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรแห่งชีวิต ร่างกายของเราก็เช่นกัน ต้องการเพียงแค่กลับคืนสู่ธรรมชาติ และปล่อยให้ธรรมชาติทำในสิ่งที่มันทำได้ดีที่สุดมาตลอด” บ็อบ เฮนดริกซ์ ผู้ก่อตั้ง Loop Biotech กล่าว
ดร.ฮันนาห์ บอกว่า เมื่อผู้คนมีความผูกพันกับศาสนาน้อยลง คุณค่าในรูปแบบอื่นๆ หรือการรวมกลุ่มกันในชุมชนก็มีความสำคัญมากขึ้น และหนึ่งในสิ่งที่เห็นก็คือแนวคิดเรื่อง eco-death หรือความตายที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
#ความตาย #โลงศพเห็ดรา #สิ่งแวดล้อม #ไมซีเลียม

แต่จริงๆแล้ว โพลีเอสเตอร์ (Polyester) ก็สามารถนำมาใช้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง และราคาแพงได้หลายอย่างเลยนะ!!!ใครสามรถยกตั...
31/08/2026

แต่จริงๆแล้ว โพลีเอสเตอร์ (Polyester) ก็สามารถนำมาใช้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง และราคาแพงได้หลายอย่างเลยนะ!!!

ใครสามรถยกตัวอน่างได้ เอามาแชร์กันเลย!

SOCIETY: รู้จัก ‘โพลีเอสเตอร์’ คำด่าใหม่ Gen Z
ที่สื่อถึงอะไรที่มีลักษณะ
ราคาถูก คุณภาพต่ำ และ ‘ปลอม’
Gen Z เป็นคนรุ่นที่ผลิตศัพท์แสงใหม่ออกมาเรื่อยๆ ซึ่งหลักๆ ก็มักจะผลิตศัพท์แสงด้านความสัมพันธ์ และเกี่ยวกับภาวะทางจิตใจมาเยอะ แต่นานๆ ทีคนรุ่นนี้จะผลิต 'คำด่า' ที่น่าสนใจและจริงๆ เป็นที่เข้าใจได้ในคนรุ่นอื่นด้วย
และคำที่ว่านี้คือ 'โพลีเอสเตอร์' (Polyester) ที่หมายถึง 'ใยสังเคราะห์' แบบในผ้าใยสังเคราะห์
ในบริบทปัจจุบัน การที่คนรุ่นใหม่ๆ ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ผ้าใยสังเคราะห์แทบจะเป็น 'หน้าตา' ของความผิดพลาดของอุตสาหกรมเสื้อผ้าปัจจุบันที่เรียกรวมๆ ว่า ‘ฟาสต์แฟชั่น’ คือการผลิตเสื้อผ้าแบบใช้แล้วทิ้งมาให้เป็นมลพิษในบั้นปลาย
และแทบจะร้อยทั้งร้อย เสื้อผ้าแบบฟาสต์แฟชั่น มันก็ทำมาจากใยสังเคราะห์ซึ่งคุณลักษณะมันจากมุมอุตสาหกรรมคือต้นทุนต่ำและทนทาน ส่วนสายตาคนที่ไม่ชอบก็คือ มันดูราคาถูก คุณภาพต่ำ และไม่เป็นธรรมชาติ หรือมัน 'ปลอม' นั่นเอง
ดังนั้นในมุมของคนรุ่นใหม่คำว่า 'โพลีเอสเตอร์' คือสัญลักษณ์ของของราคาถูก และไม่เป็นธรรมชาติ (ในทางที่ไม่ดี)
ว่ากันว่าสแลงนี้เริ่มใช้ในราวๆ ปี 2024-2025 ในการวิจารณ์ตัดตัดต่อวิดีโอห่วยๆ ใน TikTok แต่ต่อมาคำนี้ก็เริ่มถูกใช้เป็นคำด่าในบริบทที่หลากหลาย โดยอาจใช้ลอยๆ หรือใช้เป็นคำคุณศัพท์นำหน้าคำนามก็ได้ เช่น Polyester Lifestyle ก็จะหมายถึงพวกอินฟลูเอนเซอร์ที่ดูรวยปลอมๆ ประสบความสำเร็จปลอมๆ ชีวิตดีปลอมๆ Polyester Food ก็หมายถึงอาหารที่เต็มไปด้วยการแปรรูปและสังเคราะห์มาก
พูดอีกแบบคือคำว่า 'โพลีเอสเตอร์' ก็ใช้ครอบคลุมถึงของที่ 'ถูกผลิตมาแบบขายมวลชน' (mass produced) ที่มีธรรมชาติเหมือนกันหมด คือราคามันจะถูก คุณภาพต่ำ และเต็มไปด้วยองค์ประกอบที่ไม่เป็นธรรมชาติจำนวนมาก (ซึ่งก็เป็นที่มาของราคาและคุณภาพที่ต่ำ)
แน่นอน นี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่ใหม่เลย เพราะจริงๆ การผลิตเชิงอุตสาหกรรมของทุกสิ่งทุกอย่างก็มุ่งมาทางนี้ทั้งนั้น อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต่างก็คือ ทัศนคติของผู้คนที่เปลี่ยนไป มันไม่ได้มองการผลิตเชิงอุตสาหกรรมว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของทุนนิยมที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงของที่มีคุณภาพทัดเทียมกันแบบยุคการผลิตแบบมวลชนพีกๆ แต่มันมองว่า วงจรการผลิตอันล้นเกินของสิ่งปลอมๆ คุณภาพต่ำนั้นไม่ได้เป็นอะไรนอกจากความต้องการของระบบทุนนิยม ที่ต้องการโตไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้ใส่ใจสิ่งแวดล้อมหรือความต้องการของคนจริงๆ
เรื่องนี้จึงไม่แปลกว่าทำไมคน Gen Z จำนวนมากถึงกลับมาโหยหา 'ความเป็นของแท้' แบบที่ทุกวันนี้ทุนนิยมก็ไม่ทำมาขายอีกแล้ว เช่นของจากยุคแอนะล็อกอย่างทศวรรษ 1990 รวมถึงการอยากกลับมามีกิจกรรมต่างๆ ในโลกวัตถุที่ห่างจาก 'หน้าจอ'
ทั้งหมดเกิดจากความ 'ปลอม' ที่ล้นเกินในปัจจุบันจนทำให้คนอยากได้อย่างอื่นบ้างที่ต่างออกไป
ความเจ๋งก็คือ การใช้คำว่า 'โพลีเอสเตอร์' นั้นแทบจะตรงตัวเป็นสากล แบบไม่ต้องตีความใดๆ เลย เป็นที่เข้าใจได้ในทุกวัฒนธรรมทุกวันนี้ ว่าผ้าแบบนี้คือสัญลักษณ์ของการสร้างของสังเคราะห์ผิดธรรมชาติมาเพื่อผลิตของราคาถูกแบบใช้แล้วทิ้ง ซึ่งของพวกนี้ก็จะสร้างมลภาวะต่อไปอีกยาวนาน
แต่ก็เช่นกัน เอาแบบซีเรียสเลย ถ้าพอจะรู้ ทุกวันนี้มลภาวะไมโครพลาสติก ที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำทั้งโลก ส่วนใหญ่มันก็มาจากการเอาเสื้อผ้า 'โพลีเอสเตอร์' ไปซักนี่เอง
จากงานวิจัย ไมใครพลาสติกพวกนี้ก็เข้าไปในร่างกายและอวัยวะภายในมนุษย์เรียบร้อย เพราะเราอยู่ในภาวะที่เราหนีสิ่งพวกนี้ไม่พ้น
ดังนั้นบางทีมันก็อาจเขินๆ หน่อยเวลาด่าอะไรเป็น 'โพลีเอสเตอร์' เพราะอนุภาคของมันก็เข้าไปในร่างกายเราเต็มไปหมด โดยไม่รู้จะเอาออกยังไงด้วย

ธงชาติที่เกิดจากการReduce Reuse Rapair และRecycle
11/07/2026

ธงชาติที่เกิดจากการReduce Reuse Rapair และRecycle

เส้นสีน้ำเงินที่เปลี่ยนความหมายและประหยัดงบโดยไม่ต้องรื้อของเดิม
ภายใต้ความเรียบง่ายนี้ ซ่อนการต่อสู้ทางการเมือง นวัตกรรมการใช้ของเดิมให้คุ้ม และเรื่องเล่าของผู้วาดต้นฉบับที่คาดไม่ถึง
นี่คือ 3 ลอจิกการออกแบบที่พิสูจน์ว่า ธงสามสีผืนนี้มัน “คิดมาดี”

1. ไม่ใช่แค่ผสมสีประนีประนอม แต่คือการ “เลือกข้าง” อนาคต

ปี 1821 นอร์เวย์ต้องการธงใหม่ หลายคนมองว่าสีแดง-ขาวมาจากเดนมาร์ก (อดีตผู้ปกครอง) และน้ำเงินจากสวีเดน คล้ายการผสมสีเพื่อประนีประนอมอำนาจ

แต่ Fredrik Meltzer ผู้เสนอแบบ เขียนไว้ชัดเจนว่า การเลือกสีของรัฐที่นอร์เวย์เคยหรือยังมีความสัมพันธ์ทางการเมืองอยู่ด้วยนั้นดู ”ไม่เหมาะสม“

จุดย้อนแย้งคือ... แล้วทำไมดีไซน์ที่เขาเสนอ ถึงยังใช้ 3 สี ”แดง-ขาว-น้ำเงิน“ ชุดเดิมเป๊ะ?

คำตอบคือ Meltzer ไม่ได้ปล่อยให้สีเหล่านี้ถูกอ่านแค่ในฐานะสีของประเทศเพื่อนบ้าน แต่เสนอความหมายอีกชั้นว่า มันคือ “สีแห่งเสรีภาพ” สากล ตามรอยธงฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร

พูดง่าย ๆ จากสีที่ชวนให้นึกถึงรัฐที่เคยปกครองหรือผูกพันทางการเมือง ถูกบิดเป็นสียืมจากขบวนการเสรีภาพโลก ธงผืนนี้ไม่ได้บอกว่า “เราเคยเป็นของใคร” แต่ใช้สีชุดเดิมประกาศว่า “เราเลือกยืนข้างอุดมการณ์อะไร”

2. นวัตกรรมแก้ปัญหาใช้ของเดิมให้คุ้มด้วย “เส้นสีน้ำเงินเส้นเดียว”

นี่คือดีเทลเชิงฟังก์ชันที่เจ๋งมาก ก่อนหน้านี้นอร์เวย์ใช้ธงเดนมาร์ก (พื้นแดง กางเขนขาว) มากว่า 400 ปี

หากเปลี่ยนรูปทรงและสีใหม่หมด ธงเดิมจะใช้ต่อไม่ได้ การเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ทั้งหมดย่อมสร้างต้นทุนที่ไม่จำเป็น

แบบของ Meltzer จึงเปิดทางให้ดัดแปลงง่าย ใครมีธงเดนมาร์กอยู่แล้ว ก็แค่เย็บกางเขนน้ำเงินทับลงไปตรงกลาง! ในยุคที่ต้องทำธงเอง ความง่ายในการผลิตและการรีไซเคิลจึงสำคัญมาก นี่คือลอจิกการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ฉลาดมาก ด้วยการลากเส้นเพิ่มแค่เส้นเดียว

3. แบบธงที่กษัตริย์กด “ไลก์” แต่ต้องสู้เกือบ 80 ปี กว่าจะได้ใช้แบบบริสุทธิ์

สภาโหวตรับดีไซน์นี้ในปี 1821 แต่กษัตริย์ Carl Johan (กษัตริย์ร่วมสวีเดน-นอร์เวย์) ไม่เซ็นกฎหมาย แต่ทรงออกกฤษฎีกาให้ใช้เป็นธงพาณิชย์ได้ โดยบนแบบร่าง ทรงเขียนว่า ”gillas“ (อนุมัติ/เห็นชอบ) จนเจ้าหน้าที่หอจดหมายเหตุนอร์เวย์แซวว่า นี่คือการกด “ไลก์” ที่เก่าแก่ที่สุดจากปี 1821!

ทว่าปี 1844 มีการเพิ่ม “ตราสหภาพ” ที่มุมธง ตอนแรกฝั่งนอร์เวย์ตอบรับดีเพราะดู ”เท่าเทียม“ กัน แต่ฝั่งสวีเดนกลับมีคนล้อตรานี้ว่า “สลัดปลาเฮอริ่ง” ฝั่ง จนในที่สุด ธงก็ถูกปรับกลับมาคลีนไร้ตราสหภาพในปี 1899

#ธงชาตินอร์เวย์ #นอร์เวย์

TIPMSE ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน-วิชาการ ขับเคลื่อน EPR ยกระดับบรรจุภัณฑ์ไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569...
18/06/2026

TIPMSE ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน-วิชาการ ขับเคลื่อน EPR ยกระดับบรรจุภัณฑ์ไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หรือ TIPMSE เปิดเวทีสัมมนา “EPR เปลี่ยนผ่านบรรจุภัณฑ์สู่ความยั่งยืน” ภายในงาน PROPAK ASIA 2026 เพื่อระดมความร่วมมือและสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ในการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยสู่ระบบความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) รองรับมาตรการด้านบรรจุภัณฑ์และแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy: CE) ที่กำลังเข้มข้นขึ้นทั่วโลก ณ ห้อง Sapphire 202 Impact Forum ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี

ไฮไลท์สำคัญในเวทีเสวนาหัวข้อ “นวัตกรรมเพิ่มศักยภาพการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์มุ่งเศรษฐกิจหมุนเวียน” ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันของตัวแทนผู้ผลิตจากหลากหลายอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ โดย คุณฐิติธัม พงศ์พนางาม ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก ส.อ.ท. ได้ร่วมเป็นหนึ่งในวิทยากร เน้นย้ำถึงแนวทางการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาทลายข้อจำกัดในระบบการจัดเก็บและคัดแยกขยะพลาสติก พร้อมชี้ว่าความสำเร็จในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อรับมือกฎหมายสากลอย่าง PPWR และ ESPR นั้น จำเป็นต้องอาศัยการร่วมมือและขับเคลื่อนไปพร้อมกันในทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ

อ่านต่อ คลิกที่ https://www.fti.or.th/News/details?id=1378

#กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก #สอท

เมื่อช่วงสายวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา คณะผู้บริหารกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก นำโดย คุณฐิติธัม พงศ์พนางาม ประธานกลุ่ม...
18/06/2026

เมื่อช่วงสายวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา คณะผู้บริหารกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก นำโดย คุณฐิติธัม พงศ์พนางาม ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก, คุณวิรัช เกลียวปฎินนท์ ประธานกิตติมศักดิ์ และคุณทศพล จินันท์เดช รองประธานกลุ่มฯ ได้เดินทางไปร่วมพิธีทำบุญพร้อมมอบกระเช้าดอกไม้ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 44 ปี และฉลองการปรับปรุงอาคารสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย โดยมี คุณวิเชียร เล็กวิจิตรธาดา นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ในนามของกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก ส.อ.ท. ขอแสดงความยินดีกับทางสมาคมฯ มา ณ โอกาสนี้

#กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก #สอท #สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย #ครบรอบ44ปีสมาคมฯ

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการ และสมาชิก  #กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
12/06/2026

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์

ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการ และสมาชิก #กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

01/06/2026

เบน คาร์เตอร์ เด็กชายชาวอังกฤษวัย 14 ปี เป็นออทิสติกและไม่สามารถพูดสื่อสารได้ ตั้งแต่อายุราว 2 ขวบ เขายอมดื่มน้ำจากแก้วสีฟ้าแบบมีหูจับของ Tommee Tippee เพียงใบเดียวเท่านั้น

ข้อจำกัดนี้รุนแรงถึงขั้นทำให้เขาไม่สามารถดื่มน้ำที่โรงเรียนได้ และครอบครัวแทบไม่เคยเดินทางไกล เพราะชีวิตของทุกคนผูกอยู่กับแก้วใบนี้

แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ แก้วรุ่นดังกล่าวเลิกผลิตไปนานแล้ว และแก้วใบสุดท้ายของเบนกำลังจะพังลง เขาปฏิเสธแก้วแบบอื่นโดยสิ้นเชิง จนเคยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากภาวะขาดน้ำมาแล้ว

เมื่อหมดหนทาง มาร์ก ผู้เป็นพ่อ จึงโพสต์รูปแก้วลงบนโซเชียลมีเดีย เพื่อขอความช่วยเหลือ

ไม่นาน เรื่องราวก็กลายเป็นไวรัล ผู้คนจากหลายประเทศพากันรื้อบ้าน ค้นหาแก้วรุ่นเก่า และส่งมาให้ครอบครัวคาร์เตอร์

กระทั่งเรื่องราวไปถึงบริษัท Tommee Tippee ทีมงานจึงเริ่มตามหาแม่พิมพ์ต้นฉบับของแก้วรุ่นนี้ และพบว่ามันยังถูกเก็บรักษาอยู่ในโรงงานที่เมืองตงกวน ประเทศจีน

แต่การนำแก้วรุ่นนี้กลับมาผลิตอีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย โรงงานต้องหยุดเครื่องจักร 3 เครื่องเป็นเวลา 2-3 วัน เพื่อปรับระบบและผลิตแก้วชุดพิเศษสำหรับเบนโดยเฉพาะ

ก่อนเริ่มการผลิตจริง ยังมีการส่งแก้วตัวอย่างข้ามโลกมาให้ครอบครัวตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้ใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุด

สุดท้าย Tommee Tippee ตัดสินใจผลิตแก้วสีฟ้ารุ่นเดิมขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษราว 500 ใบ ซึ่งมากพอสำหรับให้เบนใช้ไปตลอดชีวิต และทยอยส่งมอบให้ครอบครัวในช่วงปลายปี 2016

มาร์กบอกว่า ช่วงเวลาที่ได้รับแก้วเหล่านั้นให้ความรู้สึกดียิ่งกว่าการถูกรางวัลลอตเตอรี่เสียอีก

เรื่องราวของเบนไม่เพียงสะท้อนพลังของน้ำใจจากผู้คนทั่วโลก แต่ยังช่วยให้หลายคนเข้าใจโลกของเด็กออทิสติกมากขึ้น ผ่านสิ่งธรรมดาอย่าง "แก้วน้ำสีฟ้า" ที่มีความหมายต่อใครคนหนึ่งมากกว่าที่คนส่วนใหญ่จะจินตนาการได้
::
อ้างอิงจาก: CNN, China Daily

เรียนเชิญสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก และผู้ถือบัตร   ร่วมสนุก และลุ้นรางวัล + ใช้สิทธิ์ส่วนลดต่างๆจากLifeStyle & Travel...
12/05/2026

เรียนเชิญสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก และผู้ถือบัตร ร่วมสนุก และลุ้นรางวัล + ใช้สิทธิ์ส่วนลดต่างๆจากLifeStyle & Travel Media

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางLine Official สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ข่าวดี!!!ขยายเวลาร่วมสนุกค่า🎉จากที่ทักกันเข้ามาเยอะมาก ว่าร่วมสนุกไม่ทัน แอดมินใจดีให้เวลาถึงวันที่ 15 พฤษภานะคะ
ประกาศรายชื่อผู้โชคดี 16 พฤษภา😁
โค้งสุดท้ายแล้วนะพวกเรา ร่วมสนุกเที่ยวฟรีกันจ้ะ🤗

เชิญร่วมสนุกกับเพจ L+T Market
ทำครบ 2 ข้อตามกติกา คุณอาจเป็นผู้โชคดีได้ Vouchers โรงแรมหรือตั๋วเครื่องบินภายในประเทศไปเที่ยวฟรีๆนะจ๊ะ😊

กติกาง่ายมาก
1 แอดเพิ่มเพื่อนใน Line Official Account: L+T Market Official
ID line :
(มีรายชื่อเป็นเพื่อนใน Line Official จึงมีสิทธิ์ลุ้นรางวัล)

2 กด Liked/กดติดตามเพจนี้ และแชร์โพสนี้ใน Facebook ของคุณเป็นสาธารณะ

ทำครบ 2 ข้อ แคปหน้าจอส่ง comment ใต้โพสนี้ได้เลย คุณก็มีสิทธิ์ลุ้น Voucher 3 รางวัล🥹
1 Voucher โรงแรม Wyndham Grand Naiharn ภูเก็ต ห้อง Deluxe Pool Access Room+อาหารเช้า มูลค่า 8,000 บ จำนวน 2 ใบ รวมมูลค่า 16,000 บ
2 Voucher โรงแรม The Riverfront Reserve ปายแม่ฮ่องสอน ห้อง Bamboo Cottage +อาหารเช้า 2 คืน มูลค่า 14,000 บ
3 Voucher ตั๋วเครื่องบินภายในประเทศสายการบินนกแอร์ Nok Extra ไปกลับ 2 ที่นั่ง มูลค่า 10,000 บ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
- ของรางวัลไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือโอนสิทธิ์ได้
- ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
- บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสินใจแจกรางวัลให้ผู้ร่วมสนุกที่โชคดีได้รางวัล
- ระยะเวลาร่วมสนุก วันนี้จนถึง 30 เมษายน 2569

L+T Market Official ID Line :

โทร: 0822097639

#ร่วมสนุกชิงรางวัล ี #แจกตั๋วเครื่องบินฟรี #แจกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ

26/04/2026

นวัตกรรมจาก : วิศวกรเคมีเม็กซิกันเปลี่ยน "น้ำกระบองเพชร" เป็นพลาสติกชีวภาพ ย่อยสลายได้ใน 7 วัน

กัวดาลาจารา, เม็กซิโก — ในขณะที่วิกฤตขยะพลาสติกทั่วโลกยังคงทวีความรุนแรง นวัตกรรมจากพืชทะเลทรายกำลังกลายเป็นความหวังใหม่ เมื่อ Sandra Pascoe Ortiz นักวิจัยและวิศวกรเคมีจากมหาวิทยาลัย University of the Valley of Atemajac (UNIVA) ประสบความสำเร็จในการพัฒนา "พลาสติกจากกระบองเพชร" ที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติในระยะเวลาอันสั้น และที่สำคัญคือ "ปลอดภัยจนกินได้"

เบื้องหลังนวัตกรรม: จากพืชพื้นเมืองสู่โพลิเมอร์ทางเลือก
Sandra Pascoe เริ่มต้นโครงการนี้โดยใช้กระบองเพชรสายพันธุ์ Nopal (Opuntia ficus-indica) หรือกระบองเพชรใบเสมา ซึ่งเป็นพืชสัญลักษณ์และพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของเม็กซิโก เธอพบว่าน้ำสกัดจากใบกระบองเพชรมีสารน้ำตาลและกัม (Sugars and Gums) ที่มีโครงสร้างโมเลกุลสามารถนำมาทำเป็นโพลิเมอร์ได้

กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม:
• การสกัด: นำน้ำจากใบกระบองเพชรมาผสมกับสารเติมแต่งธรรมชาติ เช่น กลีเซอรีน และขี้ผึ้งธรรมชาติ
• การขึ้นรูป: นำของเหลวที่ผสมแล้วมาเทลงบนแม่พิมพ์แบนๆ เพื่อให้แห้งและกลายเป็นแผ่นฟิล์มพลาสติก
• ความยั่งยืน: กระบวนการนี้ไม่ใช้ปิโตรเลียม และการเก็บเกี่ยวใบกระบองเพชรไม่ได้ทำให้ต้นตาย พืชยังสามารถเติบโตและผลิตใบใหม่ได้ต่อเนื่อง

ย่อยสลายเร็วแค่ไหน?
จุดเด่นที่สุดที่ทำให้ชาวเน็ตทั่วโลกฮือฮาคือความเร็วในการคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งต่างจากพลาสติกทั่วไปที่ใช้เวลากว่า 500 ปี:
• ในน้ำ: หากแช่ไว้ในน้ำ พลาสติกนี้จะเริ่มสลายตัวและละลายไปในเวลาประมาณ 7 ถึง 10 วัน
• ในดิน: หากฝังดินร่วมกับขยะอินทรีย์อื่นๆ จะย่อยสลายหายไปภายใน 1 เดือน
• ความปลอดภัยต่อสัตว์โลก: เนื่องจากส่วนผสมทั้งหมดมาจากธรรมชาติ 100% หากพลาสติกนี้หลุดรอดไปในมหาสมุทรและสัตว์ทะเลเผลอกินเข้าไป จะไม่เกิดอันตรายและไม่มีไมโครพลาสติกตกค้างในร่างกาย

สถานะปัจจุบันและอนาคต
ปัจจุบันโครงการนี้ได้รับรางวัล National Invention Award จากสถาบันทรัพย์สินทางปัญญาแห่งเม็กซิโก (IMPI) และกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อขยายสเกลสู่ระดับอุตสาหกรรม โดย Sandra กำลังทดสอบกับกระบองเพชรกว่า 300 สายพันธุ์ เพื่อหาคุณสมบัติที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการผลิต ถุงขยะ, บรรจุภัณฑ์อาหาร และของเล่นเด็ก

หมายเหตุสำคัญ: แม้ข้อมูลเรื่องการละลายในน้ำภายในไม่กี่วันจะเป็นเรื่องจริง แต่พลาสติกชนิดนี้ยังคงมีข้อจำกัดเรื่องความทนทานต่อความชื้นสูงในระหว่างการใช้งาน ซึ่งนักวิจัยกำลังพัฒนาปรับปรุงสูตรเพื่อให้ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ที่มาข้อมูล (References)
• Forbes: "Mexican Researcher Creates Biodegradable Plastic From Cactus" – รายงานถึงศักยภาพในการทดแทนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
• WIPO (World Intellectual Property Organization): "Women in Green: Fantastic Plastic" – รายละเอียดทางเทคนิคและประวัติของ Sandra Pascoe Ortiz ในฐานะนักนวัตกรรม
• Reuters / AFP: รายงานข่าววิดีโอสาธิตการทำพลาสติกจากห้องแล็บในกัวดาลาจารา
• Wikipedia (English): ข้อมูลประวัติและการศึกษาของ Sandra Pascoe Ortiz และรายละเอียดสายพันธุ์กระบองเพชรที่ใช้

#เรื่องเล่า #ประวัติศาสตร์ #วิทยาศาสตร์ #ข่าว #ข่าวต่างประเทศ #ทองคำ ู้รอบโลก #ความรู้ #สาระน่ารู้ #เกร็ดความ

มันจะต้องถึงขั้นนี้กันเลยไหม?จะได้เริ่มเก็บหอย! #ล่าหยก
06/04/2026

มันจะต้องถึงขั้นนี้กันเลยไหม?
จะได้เริ่มเก็บหอย!

#ล่าหยก

ที่อยู่

เลขที่ 2 ถนน นางลิ้นจี่ แขวง ทุ่งมหาเมฆ เขต สาทร กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10120

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6623451006

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Plastic Industry Club - กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Plastic Industry Club - กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก:

ทางลัด

แชร์