มูลนิธิเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ ๓

มูลนิธิเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ ๓ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก มูลนิธิเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ ๓, องค์กรการกุศล, หอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน เขตดุสิต, Bangkok.

วันพุธที่   ๖ พฤษภาคม  ๒๕๖๙ มูลนิธิฯ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่อดีตกรรมการมูลนิธิฯที่ล่วงลับ และผู้มีอุปการคุณ ที่ล่วงลับ...
06/05/2026

วันพุธที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙

มูลนิธิฯ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่อดีตกรรมการมูลนิธิฯที่ล่วงลับ และผู้มีอุปการคุณ ที่ล่วงลับ

ณ ศาลาการเปรียญ วัดบางไผ่พระอารามหลวง อ.บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

วันพุธที่   ๖ พฤษภาคม  ๒๕๖๙ มูลนิธิเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นาง...
06/05/2026

วันพุธที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙

มูลนิธิเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานถวายเป็นพระราชกุศล ๑๐๓ ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี องค์อุปถัมภ์มูลนิธิฯ

ณ ศาลาการเปรียญ วัดบางไผ่พระอารามหลวง อ.บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี  ๑๐๓ ปี วัน...
06/05/2026

น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ๑๐๓ ปี วันประสูติ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙

วันฉัตรมงคล******"วันฉัตรมงคลเป็นวันที่ระลึกในการครบรอบปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับพระบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษ...
04/05/2026

วันฉัตรมงคล
******"

วันฉัตรมงคลเป็นวันที่ระลึกในการครบรอบปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับพระบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทยโดยสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงมีพระราชดำริว่า วันที่พระองค์ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกนั้น เป็นมหามงคลสมัยซึ่งประเทศทั้งปวงที่มีพระเจ้าแผ่นดินย่อมนับถือวันนั้นเป็นวันนักขัตฤกษ์มงคลกาล แต่ในกรุงสยามมิได้มีการนักขัตฤกษ์อันใด ครั้งนี้วันบรมราชาภิเษกของพระองค์ ตรงกับสมัยที่เจ้าพนักงานได้สมโภชเครื่องราชูปโภคแต่เดิมมา ควรที่จะมีการสมโภชพระมหาเศวตฉัตรให้เป็นสวัสดิมงคลแก่ราชสมบัติ จึงได้ทรงพระราชดำริจัดการพระราชกุศล พระราชทานชื่อว่า ฉัตรมงคล นี้ขึ้น

ในรัชกาลพระบาทสมเด็พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ พระราชพิธีฉัตรมงคลจัดขึ้นทุกวันที่ ๕ พฤษภาคม เพราะทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ และทางราชการถือเป็นวันหยุดตามประเพณีวันหนึ่งของประเทศไทย

ต่อมาในรัชกาลที่ ๑๐ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตั้งการพระราชพิธีนี้ขึ้นในวันที่ ๔ - ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างเป็นทางการจัดขึ้นในวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ และในปีถัดไปจึงถือให้วันที่ ๔ พฤษภาคม เป็นวันฉัตรมงคล ทางราชการถือเป็นวันหยุดตามประเพณีวันหนึ่งของประเทศไทย

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พสกนิกรชาวไทยจึงได้ถือเอาวันที่ ๔ พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันฉัตรมงคล เพื่อน้อมรำลึกถึงวันสำคัญนี้

๒๙ เมษายน วันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติมหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมารทรงพระเจริญด...
29/04/2026

๒๙ เมษายน วันคล้ายวันประสูติ
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ
มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร

ทรงพระเจริญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการมูลนิธิเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

25/04/2026
25/04/2026

การรบที่สงขลาและปัตตานีในครั้งเหตุการณ์กบฎหวันหมาดหลีหรือกบฎไทรบุรี ในสมัยรัชกาลที่๓

ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2381 ตนกูมูฮาหมัดซาอัดส่งตนกูมูฮาหมัดทาอิบ และตนกูมูฮาหมัดยิหวา (Tunku Muhammad Jiwa) นำทัพจำนวน 3,000 คน จากไทรบุรีไปทางเหนือเข้ารุกรานเมืองสงขลา ฝ่ายเมืองสงขลาพระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง) ผู้รักษาเมืองสงขลาส่งพระยาไชยานอกราชการยกทัพจากเมืองสงขลาจำนวน 800 คน เข้าสู้รบกับทัพของตนกูทาอิบ ตนกูทาอิบถอยไปอยู่ที่สะเดา ในขณะที่พระยาไชยานอกราชการคอยตั้งรับอยู่ที่บ้านปริก ตนกูทาอิบส่งทัพแยกย้ายกระจายไปตั้งตามที่ต่าง ๆ ได้แก่ ปังลิมาโปปและปังลิมามระ ตั้งอยู่ที่บ้านสะเดา จำนวน 1,000 คน โต๊ปดังตั้งที่ยางงาม 300 คน โต๊ะนุเระอยู่ที่ตะพานสูง 400 คน ปังลิมาที่สบาเพน 300 คน ตนกูยิหวาตั้งที่ทุ่งบ้านโพธิ์ 1,000 คน

ข่าวการกบฏของไทรบุรีไปถึงกรุงเทพฯในเดือนกันยายนพ.ศ. 2381 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชโองการให้เจ้าพระยานครฯ (น้อย) และพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) รีบเดินทางลงมาเพื่อป้องกันเมืองของตน รวมทั้งมีพระราชโองการให้เกณฑ์ไพร่พลจากเมืองชุมพร เมืองไชยา และเมืองปะทิว เพื่อนำไปสู้รบกับฝ่าบกบฏอีกด้วย พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) เดินทางถึงเมืองสงขลาในเดือนธันวาคมพ.ศ. 2381 ยกทัพจากเมืองสงขลาประกอบไปด้วยคนไทยและคนจีนออกไปพร้อมกับพระยายะหริ่ง (พ่าย) เจ้าเมืองยะหริ่ง และพระยาสาย (ต่วนหนิดะ) เจ้าเมืองสาย ไปตั้งอยู่ที่หาดใหญ่ พระยาสงขลาส่งพระยายะหริ่ง (พ่าย) และพระยาสาย (ต่วนหนิดะ) ยกทัพสยามเข้าโจมตีทัพของตนกูทาอิบที่สะเดาแตกพ่ายและถอยร่นไปอยู่ที่ทุ่งโพธิ์ฝั่งไทรบุรี พระยายะหริ่งและพระยาสายยกทัพติดตามตนกูทาอิบไปที่ทุ่งโพธิ์แต่ฝ่ายมลายูวกโจมตีด้านหลังตัดเส้นทางเสบียง พระยายะหริ่งและพระยาสายจึงถอยกลับมาอยู่ที่คลองหินเหล็กไฟ ตนกูทาอิบยกทัพติดตามกลับมาโจมตีทัพของฝ่ายสยามที่คลองหินเหล็กไฟ พระยายะหริ่งและพระยาสายแบ่งทัพกระจายออกไปตั้งรับที่เขาลูกช้าง (ปัจจุบันคือเขารูปช้าง) เขาเก้าเส้ง และที่คลองสำโรง คุมเชิงกันอยู่

ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2381 ตนกูทาอิบได้แบ่งทัพ 300 คน นำโดยตนกูมูฮาหมัดยิหวาไปทางตะวันออกเข้าโจมตีเมืองจะนะ ในเวลานั้นเจ้าเมืองจะนะคือพระยาจะนะ (บัวแก้ว) ไม่อยู่ไปราชการที่สงขลา ปลัดเมืองจะนะเป็นผู้รักษาป้องกันเมือง ฝ่ายไทรบุรีสามารถเข้ายึดเมืองจะนะได้และเผาทำลายเมือง จากนั้นจึงยกไปตั้งอยู่ที่บ้านนาเกลี้ยกล่อมเมืองเทพาและหนองจิกให้เข้าร่วมการกบฏ เมืองหนองจิกจึงเข้าร่วมกับฝ่ายกบฏ ตนกูยิหวายกทัพต่อเข้าโจมตีเมืองปัตตานี พระยาระแงะ (ตุวันบอซู) และพระพิทักษ์ธานีเมืองสายสามารถป้องกันเมืองปัตตานีไว้ได้ ตนกูยิหวาถอยร่นออกไป ในเดือนมีนาคมพ.ศ. 2382 พระยาสงขลาส่งหลวงไชยสุรินทร์ยกทัพ 500 คน ไปโจมตีทัพฝ่ายมลายูของตนกูยิหวาที่บ้านนา ตนกูยิหวาเอาชนะหลวงไชยสุรินทร์ได้ หลวงไชยสุรินทร์จึงถอยกลับมาตั้งอยู่ที่ปลักแรด (ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ) ตนกูยิหวายกทัพติดตามมาสู้รบที่ปลักแรด พระยาสงขลาให้กำลังเสริมแก่หลวงไชยสุรินทร์ที่ปลักแรด 500 คน หลวงไชยสุรินทร์จึงต้านทานตนกูยิหวาได้ คุมเชิงกันอยู่อีกเช่นกัน

ในเดือนกุมภาพันธ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่าสถานการณ์ทางเมืองสงขลาและปัตตานีไม่สู้ดี จึงมีพระราชโองการให้พระวิชิตณรงค์และพระราชวรินทร์นำทัพเรือจำนวน 700 คน ยกลงไปช่วยเมืองสงขลา พระวิชิตณรงค์โดยสารเรือกำปั่นแกล้วกลางสมุทรและพระราชวรินทร์ลงเรือกำปั่นอีกลำหนึ่งยกทัพไปจากกรุงเทพฯในเดือนกุมภาพันธ์ และในเดือนมีนาคม พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯให้พระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา (ทัต บุนนาค) และเจ้าพระยายมราช (บุนนาค) ยกทัพเรือออกไปช่วยปราบกบฏทางใต้อีกทัพหนึ่ง

สยามยึดไทรบุรีคืน

เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) เดินทางถึงเมืองนครศรีธรรมราชในเดือนกุมภาพันธ์พ.ศ. 2382 ประสบกับปัญหาขาดแคลนกำลังพล ไพร่พลที่จะเกณฑ์มาจาก ชุมพร ไชยา และปะทิว ยังไม่เสร็จสิ้นเรียบร้อย ใช้เวลารวบรวมไพร่พลจากนครศรีธรรมราชและพัทลุงและส่งคนไปซื้อเรือรบจากสิงคโปร์ รวมทั้งส่งพระยาวิชิตภักดีเจ้าเมืองไชยานำทัพไปตั้งที่เมืองพังงาเพื่อคอยสังเกตการณ์ทางภูเก็ต จนกระทั่งในเดือนมีนาคม เจ้าพระยานครฯ (น้อย) ซึ่งล้มป่วยมาตั้งแต่กรุงเทพฯต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่นครศรีธรรมราชไม่สามารถนำทัพเองได้ จึงมอบหมายให้บุตรชายทั้งสามคือพระยาอภัยธิเบศร์ (แสง) เจ้าเมืองไทรบุรี พระเสนานุชิต (นุช) ปลัดเมืองไทรบุรี และพระวิชิตสรไกร (กล่อม) นำทัพเมืองนครศรีธรรมราชและพัทลุงจำนวน 3,995 คน ยกลงไปทางใต้พบกับทัพของตนกูมูฮาหมัดซาอัดที่สะเดา ฝ่ายตนกูซาอัดมีกองกำลังเพียง 500 คนจึงแตกพ่ายหนีไป โดยที่ตนกูซาอัดเหลือกองกำลังติดตามตัวเพียง 50 คนเท่านั้นและถอยไปตั้งรับที่กูปังบาซู พระยาอภัยธิเบศร์ พระเสนานุชิต และพระวิชิตสรไกร ยกทัพฝ่ายสยามเข้าโจมตีเมืองกูปังบาซู และสามารถเข้ายึดเมืองกูปังบาซูได้สำเร็จ ฝ่ายตนกูซาอัดเมื่อเสียเมืองกูปังบาซูแล้วจึงถอยไปอยู่ที่ตะพานช้างและมีคำสั่งให้ตนกูมูฮาหมัดทาอิบและตนกูมูฮาหมัดยิหวาถอนกำลังถอยออกจากสงขลามาช่วยต้านทัพของนครศรีธรรมราช

ในเดือนมีนาคม พระยาสงขลาให้นำปืนใหญ่จ่ารงค์ขึ้นไปไว้บนเขาลูกช้าง ระดมยิงใส่ค่ายทหารต่าง ๆ ของตนกูมูฮาหมัดทาอิบ ถูกหอรบพังทลายลงห้าหอและถูกชาวมลายูเสียชีวิตจำนวนมาก พระยายะหริ่ง (พ่าย) พระยาสาย (ต่วนหนิดะ) และหลวงไชยสุรินทร์ ยกทัพเข้าโจมตีค่ายต่าง ๆ ของฝ่ายไทรบุรีจนแตกพ่ายไป เมื่อทัพเรือของพระวิชิตณรงค์และพระราชวรินทร์มาถึงเมืองสงขลาในเดือนมีนาคมพบว่าทางทัพของฝ่ายไทรบุรีได้ถอยไปจากสงขลาแล้ว

ทัพนครศรีธรรมราชเข้าโจมตีค่ายตะพานช้างทางเหนือของเมืองอาโลร์เซอตาร์ ตนกูอับดุลเลาะฮ์และตนกูมูฮาหมัดทาอิบไม่สามารถป้องกันค่ายได้แตกพ่ายไป ทัพนครศรีธรรมราชเข้ายึดเมืองอาโลร์เซอตาร์ เมืองหลวงของไทรบุรีได้ในเดือนมีนาคมนั้น การกบฏจึงสิ้นสุดลง
อ้างอิง:กรมศิลปากร. จดหมายหลวงอุดมสมบัติ. พุทธศักราช ๒๕๓๐.
#ประวัติศาสตร์
#รัชกาลที่3
#ปัตตานี
#สงขลา

244 ปี  กรุงรัตนโกสินทร์เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ทรงพระกรุณา...
21/04/2026

244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายราชธานีจากฝั่งธนบุรีข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามายังฝั่งตะวันออก และประกอบพระราชพิธียกเสาหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคล นับเป็นจุดเริ่มต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ที่เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน

20/04/2026

🏛️วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่คือ "มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม"📚🇹🇭

🛕ยุคสมัยก่อนวัดคือสถานที่ที่ประชาชนทั่วไปสามารถศึกษาหาความรู้ได้ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) ครั้งใหญ่ โดยทรงมุ่งหวังให้เป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป ให้เป็นเสมือน “อาศรมทางปัญญา” ปลูกฝังความรู้ด้านต่างๆ ให้แก่สังคมของสยาม แทนที่จะเก็บไว้ในราชสำนักหรือในหมู่พระสงฆ์เพียงอย่างเดียว โปรดเกล้าฯ ให้จารึกวิชาต่างๆ จำแนกเป็นวิชาการ ๖ แขนงดังนี้

🌟พุทธศาสตร์ จารึกเรื่องราวทางพุทธศาสนา ทั้งคำสอนและชาดกพุทธประวัติ เช่น เรื่องมโหสถ ภาพอศุภ ๑๐ ญาณ ๑๐ ฎีกาพาหุง เรื่องพระพุทธบาท เรื่องธุดงค์ ภาพรามาวตาร ต้นเรื่องรามเกียรติ์ และภาพอื่น ฯลฯ ไว้ตามผนังพระอุโบสถ และที่อื่นภายในวัด🙏🏻

🌟อักษรศาสตร์ จารึกตำรับตำราวรรณคดี กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ พร้อมทั้งแสดงแบบฉันทลักษณ์ไว้ตามเสาพระระเบียงรอบพระอุโบสถ เช่น จารึกเพลงยาวกลบท ๕๐ ฉันท์ วรรณพฤติ ๕๐ รวม ๑๐๐ เป็นต้น✍🏻

🌟แพทยศาสตร์ จารึกตำรายาที่ใช้ได้ผลดีมาแล้ว มีทั้งตำราแก้โรค ตำราหมอนวด จับเส้น มีภาพและรูปหล่อประกอบรูปฤาษีดัดตนแก้โรคต่างๆ ถึง ๘๒ รูป อธิบายถึงพันธุ์ไม้สมุนไพรสรรพคุณต่างๆ สำหรับใช้เป็นยา พร้อมทั้งให้ปลูกต้นสมุนไพรทั่วบริเวณอีกด้วย💆🏻‍♂️🌿

🌟สถาปัตยกรรมศาสตร์ โปรดเกล้าฯ สนับสนุนช่างฝีมือที่มีความสามารถตามแบบแผนต่างๆ เห็นได้ว่าเจดีย์วัตถุสถานและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในวัดโพธิ์มีมากแบบ และแสดงถึงคุณภาพของศิลปินสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ทั้งสิ้น🏗️🛕

🌟วิจิตรศิลป์ ไม่ว่าจะในด้านการแกะสลักลวดลายอย่างวิจิตรบรรจง ลายเขียนแบบต่างๆ การเขียนลายรดน้ำ ปิดทองลายฉลุ ปิดทองประดับกระจก ลงรักปิดทองประดับกระจก ประติมากรรมตุ๊กตารูปคน รูปสัตว์ รูปหล่อดีบุก การจัดสวนไม้ประดับ🎨✍🏻✨

🌟ความรู้รอบตัว จารึกเรื่องเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น ประเพณีสงกรานต์ ขบวนแห่กฐินพยุหยาตราสถลมารค และทำเนียบสมณศักดิ์ ฯลฯ📜🇹🇭

📌ด้วยความสำคัญของวิชาความรู้เหล่านี้จึงเปรียบเสมือนเป็น "มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม" และได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยองค์การ UNESCO ได้ขึ้นทะเบียน "จารึกวัดโพธิ์" เป็น "มรดกความทรงจำแห่งโลก" (Memory of the World) เมื่อปี ๒๕๕๑ เนื่องจากเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงภูมิปัญญาไทยที่ถ่ายทอดจากอดีตสู่ปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์🌍🏆

#วัดโพธิ์ #จารึกวัดโพธิ์
#วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร
#มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม
#ในรั้วในวัง

10/04/2026

กษัตริย์นักสร้างวัด

07/04/2026

รัชกาลที่ 3 ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดเก่ามากมาย แต่ที่ทรงสร้างใหม่มีเพียง 3 วัด
ตลอดเวลา 26 ปี 8 เดือน ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ดำรงสิริราชสมบัติ พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อราชอาณาจักรมากมายมหาศาล และเนื่องจากมีพระราชศรัทธาอย่างหนักแน่นในพระพุทธศาสนา จึงทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดเก่า และพระอารามร่วมกับเจ้านายและข้าราชบริพารไปมากมาย
พระราชศรัทธาในการซ่อม สร้าง และบูรณะวัตถุสถานเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เป็นที่มาของคำกล่าวขานในยุคหลังว่า “ในรัชกาลที่ 1 ใครเป็นทหาร ก็โปรด ในรัชกาลที่ 2 ใครเป็นกวี ก็โปรด ส่วนในรัชกาลที่ 3 ใครสร้างวัด ก็โปรด”
แม้รัชกาลที่ 3 จะทรงนิยมสร้างวัด แต่วัดที่ทรงสร้างใหม่จริง ๆ มี 3 วัดเท่านั้น ได้แก่ วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร วัดเทพธิดารามวรวิหาร และวัดราชนัดดารามวรวิหาร นอกนั้นเป็นการบูรณปฏิสังขรณ์วัดเก่าทั้งสิ้น
การสร้างพระอารามหลวงเป็นประเพณีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าแผ่นดินอาจจะทรงสร้างเป็นของพระองค์เอง สร้างพระราชทานให้เป็นเกียรติยศแก่ผู้อื่น หรือมีผู้อื่นสร้างถวายแล้วทรงพระกรุณารับเป็นพระอารามหลวงก็ได้ สำหรับวัดที่รัชกาลที่ 3 ทรงสร้างและสถาปนาใหม่ ล้วนอุทิศให้ผู้อื่นทั้งสิ้น ดังนี้
วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร ตำบลบางศรีเมือง อำเภอเมือง จัดหวัดนนทบุรี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2390 (รัชกาลที่ 3 เสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 2394) ทรงสร้างเพื่ออุทิศพระราชทานพระบรมชนกนาถ (รัชกาลที่ 2) และพระราชชนนี คือเจ้าจอมมารดาเรียม หรือกรมสมเด็จพระศรีสุราลัย พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยพระราชมารดามีเคหสถานเดิมอยู่บริเวณดังกล่าว
วัดเทพธิดารามวรวิหาร แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ทรงสถาปนาเมื่อ พ.ศ. 2379 แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2382 พระราชทานเป็นพระเกียรติยศแก่ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าหญิงวิลาส หรือ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ผู้ทรงพระสิริโฉม ซึ่งทรงพระเมตตาโปรดโปรานอย่างยิ่ง ด้วยรับราชการใกล้ชิดตลอดมา และกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพเองก็ทรงบริจาคทรัพย์ร่วมสร้างวัดแห่งนี้ด้วย
วัดราชนัดดารามวรวิหาร แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ทรงสร้างพระราชทานเป็นพระเกียรติยศ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี พระธิดาในพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ (พระราชโอรสพระองค์ที่ 8 ในรัชกาลที่ 3 ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาบาง) เนื่องจากเป็นพระราชนัดดา (หลาน) ที่ทรงผูกพันสนิทสนมยิ่งกว่าพระองค์อื่น ๆ จึงโปรดให้สร้างวัเพื่มเฉลิมพระเกียรติยศ ใน พ.ศ. 2386 พระราชทานนาม “วัดราชนัดดาราม”
จุดสังเกตคือ ทั้ง 3 วัดล้วนสร้างเฉลิมพระเกียรติให้แก่ “ฝ่ายใน” หรือเจ้านายสตรีทั้งสิ้น และวัดราชนัดดารามฯ ก็มีความพิเศษเฉพาะตัวกว่าวัดอื่น เพราะทรงกำหนดให้ก่อสร้าง “โลหะปราสาท” ขึ้นภายในวัดด้วย
พระราชทรัพย์ที่ใช้ไปกับการสร้างและบูรณะวัดทั้งหลายตลอดรัชกาล ไม่ได้ทรงได้มาจากการราษฎร แต่เป็นทรัพย์สินจากพระปรีชาสามารถด้านการค้าและการคลัง ที่เพิ่มพูนรายรับของแผ่นดิน จนมีรายได้มากพอให้บำเพ็ญพระราชกุศลได้อย่างอเนกอนันต์
แม้จนวาระที่สุดแห่งพระชนม์ชีพ การบูรณะปฏิสังขรณ์พระอารามยังไม่คลายไปจากพระราชหฤทัย ถึงกับมีพระราชดำรัส “ฝากฝัง” พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ว่า
“ทุกวันนี้คิดสละห่วงใยหมด อาลัยอยู่แต่วัดสร้างไว้ใหญ่โตหลายวัด ที่ยังค้างอยู่ก็มี ถ้าชำรุดทรุดโทรมปจะไม่มีผู้ใดช่วยทำนุบำรุง เงินในพระคลังที่จับจ่ายใช้ราชการแผ่นดินอยู่ที่สี่หมื่นชั่งขอสักหนึ่งหมื่นเถิด ถ้าผู้ใดเป็นเจ้าแผ่นดินแล้วให้ช่วยบอกแก่เขา ขอเงินรายนี้ให้ทำนุบำรุงวัดที่ชำรุด และการวัดที่ค้าอยู่นั้นเสียให้แล้วด้วย”
ที่สำคัญคือ ตลอดพระชนม์ชีพไม่เพียงทรงทำนุบำรุงพระอารามอันเป็นศาสนวัตถุเท่านั้น รัชกาลที่ 3 ยังทรงสนพระราชหฤทัยในเรื่องการศึกษาพระปริยัติธรรม การจัดระเบียบคณะสงฆ์ ตลอดจนการกิจการงานเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ในพระพุทธศาสนาอีกด้วย
อ้างอิง :
ราชบัณฑิตยสถาน. (2472). ตำนานเรื่องวัตถุสถานต่าง ๆ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสถาปนา. กรุงเทพฯ : โสภณพิพรรฒธนากร.
รศ. ธงทอง จีนทราศุ และคณะ. (2531). มหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์: พระราชกรณียกิจด้านการศึกษาและศาสนา. กรุงเทพฯ : อักษรสัมพันธ์.
ภาพ : พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 (จาก หนังสือ มหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์),วัดเทพธิดารามวรวิหารจาก (ศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ 2566), วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร (จาก เฟซบุ๊ก วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร l Wat Chaloemphrakiat) และโลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหาร (โดย ณัฐฐาพร สินทรัพย์ประเสริฐ)
#รัชกาลที่3 #พระอารามหลวง #ศิลปวัฒนธรรม

ที่อยู่

หอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน เขตดุสิต
Bangkok
10300

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มูลนิธิเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ ๓ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์