มูลนิธิเส้นด้าย - Zendai Foundation

มูลนิธิเส้นด้าย - Zendai Foundation ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก มูลนิธิเส้นด้าย - Zendai Foundation, องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร, 2D-03-05 ชั้น 2 โซน 1 เลขที่ 8 อาคารโกลด์มาร์เก็ต ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร, Bangkok.

ร่วมสนับสนุน มูลนิธิเส้นด้าย
ได้ที่ไม่ใช้เส้น
ธนาคารกสิกรไทย บัญชี 1178359769
ชื่อบัญชี : มูลนิธิเส้นด้าย
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมพัฒนาสังคมไปด้วยกัน
เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ลูกชายวัย 63 กับการอุ้มดูแลพ่อ วัย 93 ผู้ป่วยติดเตียงการต้องเห็นคนที่รักกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง คือความเจ็บปวดที่ไม่มีใค...
18/06/2026

ลูกชายวัย 63 กับการอุ้มดูแลพ่อ วัย 93 ผู้ป่วยติดเตียง

การต้องเห็นคนที่รักกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง คือความเจ็บปวดที่ไม่มีใครอยากเจอ เช่นเดียวกับชีวิตของ ลุงสุพจน์ อดีตพนักงานออฟฟิศวัย 93 ปี
ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังทั้งพาร์กินสันและไทรอยด์ หลังเกษียณได้ไม่นาน โรคร้ายก็รุมเร้าซ้ำเติม ทั้งไตวายและอาการสโตรก(หลอดเลือดสมอง) จนต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ
แต่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนชีวิตลุงสุพจน์ไปตลอด เกิดขึ้นเมื่อปี 2566 ลุงสุพจน์เกิดอาการปอดติดเชื้ออย่างหนักจนต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลนานถึงครึ่งเดือน การนอนนิ่งๆ เป็นเวลานานส่งผลให้แขนขาอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว จนสุดท้ายกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ปัจจุบันลุงสุพจน์อาศัยอยู่กับลูกชายวัย 63 ปี ซึ่งอยู่ในสถานะว่างงานและทุ่มเทเวลาทั้งหมดคอยดูแลพ่อเพียงลำพัง
ในทุกๆ วัน ลูกชายจะต้องคอยอุ้มลุงสุพจน์เพื่อเปลี่ยนแพมเพิสและอาบน้ำอยู่เสมอ แม้ว่าร่างกายของตัวเองในวัยจะเริ่มล้าและไม่ค่อยไหวก็ตาม
โชคดีอยู่บ้างที่มีน้องชายซึ่งอาศัยอยู่ที่เชียงใหม่ คอยส่งเงินมาให้ใช้ไม่ขาดทุกเดือน ทำให้เรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านสำหรับสองพ่อลูกยังคงเพียงพอไม่ขัดสน
แต่เรื่องที่หนักหนาที่สุดในตอนนี้ คือ การพาลุงสุพจน์ไปหาหมอ เวลาเคลื่อนย้ายร่างกายลุงไม่สามารถบอกได้ว่าเจ็บตรงไหนหรือไม่ ทำให้ลูกชายเกิดความกังวลใจและเป็นห่วงความปลอดภัยของพ่อ
ด้วยความกังวล ลูกชายจึงได้โทรปรึกษากับสายด่วน สปสช. (กองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร) เพื่อหาวิธีพาพ่อไปโรงพยาบาลอย่างถูกวิธีและปลอดภัย ซึ่งทาง สปสช. ได้แนะนำให้รู้จักกับรถเส้นด้าย ที่มีบริการรับส่งผู้ป่วยฟรี
เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและเติมเต็มความปลอดภัยในทุกการเดินทาง ให้สองพ่อลูกอุ่นใจว่าการไปหาหมอในทุกๆ ครั้ง จะไม่เป็นเรื่องที่ยากลำบากและน่ากังวลอีกต่อไป

______________________________

บริจาคอุปกรณ์การแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมาได้ที่
มูลนิธิเส้นด้าย เลขที่ 8 อาคารโกลด์ มาร์เก็ต
ชั้น 2 โซน 1 (ห้อง 2D-03,2D-04,2D-05 )
ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร 10900
โทร.02-096-5000
ร่วมสนับสนุนบริจาคกองทุน ผู้ประสบภัยทางสังคม
ธนาคารกสิกรไทย
เลขบัญชี 219-116508-2
หรือหากคุณเป็นบริษัท กลุ่มองค์กร
โครงการกิจกรรม CSR
ประสงค์จะช่วยเหลือในการบริจาคอุปกรณ์การแพทย์
สามารถติดต่อเราได้ที่ โทร.02-096-5000

จำลอง วัย 47 ปี ไม่มีอาชีพ เพราะด้วยโรคประจำตัว เขาเริ่มมีอาการปวดต้นคอในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2567 ตอนนั้นเขาคิดว่าแค่นอนต...
17/06/2026

จำลอง วัย 47 ปี ไม่มีอาชีพ เพราะด้วยโรคประจำตัว เขาเริ่มมีอาการปวดต้นคอในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2567 ตอนนั้นเขาคิดว่าแค่นอนตกหมอน จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก
แต่ผ่านไป 1 สัปดาห์ อาการปวดไม่ลดลง กลับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จำลองจึงไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กอาการเบื้องต้น แพทย์จัดยาให้รับประทาน 1 เดือน แต่ก็ไม่ดีขึ้น เขาจึงต้องกลับไปขอยาอีกครั้ง
ตลอด 2 เดือนนั้น เขาได้เพียงกินยา เพราะแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร
จนครั้งต่อมา จำลองตัดสินใจเปลี่ยนโรงพยาบาล
แพทย์ต้องตัดชิ้นส่วนบางส่วนของร่างกายไปตรวจ

ผลตรวจที่ออกมา คือมะเร็ง

หลังรู้ผล เขาต้องถูกส่งตัวไปรักษาหลายแห่ง เพราะไม่มีเงิน กว่าจะได้เข้าสู่กระบวนการรักษาเวลาก็ล่วงเลยเข้าเดือนที่ 3 แล้ว
และในช่วงเวลาที่รอคอยนั้น เชื้อมะเร็งได้ลุกลามไปทั่วร่างกาย ไม่สามารถรักษาได้ทัน
หรือหากจะรักษา โอกาสดีขึ้นก็น้อยมาก
“ต้องรอหมอ ต้องรอตามขั้นตอนของเขา จนมะเร็งมันลาม กว่าจะได้ทำคีโม เขาระยะสุดท้ายแล้วถึงได้เริ่ม”
วันนี้ จำลองกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง
ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่กับภรรยา อยู่กันเพียง 2 คนในบ้านเช่าเดือนละ 1,500 บาท
อาชีพที่คอยประคองชีวิตทั้งคู่ให้ผ่านไปแต่ละวันคือ หมอนวด เธอไม่มีญาติที่ไหนคอยหนุนหลัง
เธอคือทุกอย่างของจำลอง รายได้หลักมาจากเธอเพียงคนเดียว

รวมค่าจ้างต่อวันค่าครั้งละ 200 บาท
แต่ช่วงนี้เธอต้องหยุดพักงานเพื่อดูแลสามี
รายรับจึงไม่มีเข้ามา แม้แต่ข้าวบางทียังไม่มีกิน
“ตอนที่เขาต้องติดเตียง รู้สึกว่า นี่คือที่สุดของชีวิต น้ำตาไหล แต่ต้องกัดฟันสู้ต่อไป เพราะตัวเขาไม่มีญาติ เนื่องจากติดต่อไม่ได้ มีแต่เรานี่แหละที่ช่วย เราสู้เพื่อเขา เพื่ออยากให้เขามีชีวิตอยู่“

”ทุกครั้งที่เห็นเขายิ้มได้ เราก็จะหายเหนื่อยแล้ว”

สิ่งที่ลำบากของครอบครัวนี้ คือรายจ่ายที่บางครั้งไม่มีจ่าย จนต้องอดบ้าง
“สบู่ แฟ่บหมด ก็เติมน้ำเปล่าใส่จนมันใส ไม่เหลือฟองนั่นแหละ”
ต่อมา ทางโรงพยาบาลได้แนะนำให้รู้จักกับ มูลนิธิเส้นด้าย ครอบครัวนี้จึงได้รู้จัก โครงการรถเส้นด้าย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร (สปสช.) เพื่อช่วยรับ-ส่งผู้ป่วยที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงการรักษา
เพื่อให้ผู้ป่วยติดเตียงอย่างจำลองได้เดินทางไปโรงพยาบาลตามนัดอย่างปลอดภัย
และเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่เกินกำลังของครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่ง

สำหรับบางคน ความช่วยเหลืออาจเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย แต่สำหรับครอบครัวนี้ อาจหมายถึง “เวลา” เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันให้นานขึ้นอีกสักวัน
และอีกหนึ่งความหวัง ที่ยังไม่อยากดับลง

______________________________

บริจาคอุปกรณ์การแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมาได้ที่
มูลนิธิเส้นด้าย เลขที่ 8 อาคารโกลด์ มาร์เก็ต
ชั้น 2 โซน 1 (ห้อง 2D-03,2D-04,2D-05 )
ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร 10900
โทร.02-096-5000
ร่วมสนับสนุนบริจาคกองทุน ผู้ประสบภัยทางสังคม
ธนาคารกสิกรไทย
เลขบัญชี 219-116508-2
หรือหากคุณเป็นบริษัท กลุ่มองค์กร
โครงการกิจกรรม CSR
ประสงค์จะช่วยเหลือในการบริจาคอุปกรณ์การแพทย์
สามารถติดต่อเราได้ที่ โทร.02-096-5000

"หนูเห็นน้องตั้งแต่เริ่มเดิน ตัวน้อยๆ เดินได้ เดินเก่งมาก จนโตขึ้นน้องก็เลือกทำงานเพื่อเก็บเงิน แต่ตอนนี้ น้องกลายเป็นคน...
16/06/2026

"หนูเห็นน้องตั้งแต่เริ่มเดิน ตัวน้อยๆ เดินได้ เดินเก่งมาก จนโตขึ้นน้องก็เลือกทำงานเพื่อเก็บเงิน แต่ตอนนี้ น้องกลายเป็นคนที่ไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกแล้ว แม่ต้องทำทุกอย่าง เริ่มใหม่ทุกอย่าง เพราะน้องมีแม่คนเดียว“
นี่คือคำบอกเล่าคนเป็นแม่ ที่ต้องเฝ้ามองดู วีลูกชายวัยเพียง 21 ปี จากเด็กหนุ่มร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว มีความฝันอยากทำงานเก็บเงินในฐานะเด็กฝึกงานอู่ซ่อมรถยนต์ เพื่อสร้างอนาคตที่สุขสบายให้ครอบครัว แต่โชคชะตาเล่นตลกในคืนเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
เวลาประมาณ 4 ทุ่ม หลังเลิกงาน วีขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ฝนตก จนถนนลื่น เขาขี่มาทางตรงเลนกลางด้วยความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตร โดยไม่ทันสังเกตเห็นว่าที่ทางแยกข้างหน้า มีรถตู้จากอีกฝั่งกำลังจะเลี้ยวเข้าซอย
เพราะมีรถคันข้างๆ บังอยู่ วินาทีที่รถตู้เลี้ยวตัดหน้า วีตกใจรีบกำเบรกทันที แต่ด้วยสภาพถนนที่ลื่นทำให้รถไถลร่างกระแทกเข้ากับกันชนหน้ารถคันนั้นอย่างรุนแรงจนหมดสติ ทั้งที่ยังสวมใส่หมวกกันน็อก
ผลตรวจจากแพทย์แจ้งว่า วีมีอาการเลือดออกในสมองเป็นจุดๆ ขึ้นเป็นฟอง ซึ่งไม่สามารถผ่าตัดได้ วิธีรักษาเดียวคือการฉีดยาละลายเพื่อให้เลือดซึมหายไปเอง
วีกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงนับตั้งแต่วันนั้น และโชคก็ทำท่าเหมือนจะเข้าข้าง เมื่อเขาฟื้นลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหลังผ่านไปเกือบครึ่งเดือน จนได้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน
แต่แล้วเคราะห์ซ้ำก็เกิดขึ้น ในช่วงที่ครอบครัวคิดว่าอาการเริ่มดีขึ้น แม่จำเป็นต้องออกไปทำงานเพื่อหาเงิน และจะคอยกลับมาป้อนข้าวป้อนยาลูกเป็นระยะ ในเวลาที่ไม่มีใครอยู่บ้าน วีเกิดอาการเสมหะอุดตันหลอดลมจนชักเกร็ง เมื่อแม่กลับมาเห็นก็รีบพาส่งโรงพยาบาลทันที แต่มันสายเกินไป สมองของวีขาดอากาศหายใจไปนานถึง 20 นาทีจนหยุดทำงาน
และกลายเป็นผู้ป่วยสมองตาย ไม่สามารถพูดคุยหรือสื่อสารได้อีก ทำได้เพียงลืมตาแบบเหลือกตาขึ้นด้านบนเท่านั้น จากเดิมที่เคยอาศัยอยู่ในห้องพักของบริษัทรถยนต์ที่วีทำงาน เมื่ออุบัติเหตุทำให้ทำงานไม่ได้ วีและแม่จึงต้องย้ายออกมาขอพักพิงอยู่กับครอบครัวพี่สาวของแม่ที่ห้องเช่า
เพื่อให้ช่วยคอยสอดส่องดูแลในตอนที่แม่ต้องออกไปทำงานเป็นพนักงานร้านกาแฟในปั๊มน้ำมัน
แม่ได้เงินเดือนหมื่นต้นๆ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างของวี แม่เป็นคนแบกรับเพียงลำพัง ซึ่งแทบไม่เคยพอในแต่ละเดือน
เพราะเธอต้องซื้อทุกอย่างที่จำเป็นให้ลูก และในเวลาที่พี่สาวต้องออกไปทำงาน วีจะต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง โดยมีแม่คอยเฝ้ามองดูลูกผ่านกล้องวงจรปิดด้วยความเป็นห่วง
สิ่งที่ยากลำบากที่สุดของสองแม่ลูกในตอนนี้ คือค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปโรงพยาบาลตามที่หมอนัด แม้ระยะทางจะใกล้ แต่เนื่องจากห้องเช่าอยู่ที่ชั้น 5 และไม่มีลิฟต์ การจะวีลงมาด้านล่างแต่ละครั้งจึงมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากจนเกินกำลังของแม่
เธอจึงได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจาก สปสช. (กองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร) จนได้มารู้จักกับ มูลนิธิเส้นด้าย ที่มีโครงการรถรับส่งผู้ป่วยฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อ เข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป ช่วยอุ้มวีลงจากตึกชั้น 5 และพาส่งถึงมือหมออย่างปลอดภัย โดยที่คนเป็นแม่ไม่ต้องคอยพะวงกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางอีกต่อไป
รถรับส่งคันนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เคลื่อนย้ายผู้ป่วย แต่กำลังช่วยแบกรับความหวัง และต่อลมหายใจให้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเด็ดเดี่ยวคนหนึ่ง ได้มีกำลังใจที่จะสู้เพื่อลูกชายเพียงคนเดียวของเธอต่อไปในทุกๆ วัน

______________________________

บริจาคอุปกรณ์การแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมาได้ที่
มูลนิธิเส้นด้าย เลขที่ 8 อาคารโกลด์ มาร์เก็ต
ชั้น 2 โซน 1 (ห้อง 2D-03,2D-04,2D-05 )
ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร 10900
โทร.02-096-5000
ร่วมสนับสนุนบริจาคกองทุน ผู้ประสบภัยทางสังคม
ธนาคารกสิกรไทย
เลขบัญชี 219-116508-2
หรือหากคุณเป็นบริษัท กลุ่มองค์กร
โครงการกิจกรรม CSR
ประสงค์จะช่วยเหลือในการบริจาคอุปกรณ์การแพทย์
สามารถติดต่อเราได้ที่ โทร.02-096-5000

ยายวัลภา อายุ 84 ปี อดีตพนักงานธนาคารที่เกษียณมาพักผ่อนอยู่บ้านนานกว่า 20 ปี ทุกวันแกจะเดินไปตลาด ซื้อกับข้าวมาทำกินเองต...
15/06/2026

ยายวัลภา อายุ 84 ปี อดีตพนักงานธนาคารที่เกษียณมาพักผ่อนอยู่บ้านนานกว่า 20 ปี ทุกวันแกจะเดินไปตลาด ซื้อกับข้าวมาทำกินเองตามปกติ แต่วันหนึ่งแกเกิดพลาดล้ม
โชคดีมีพลเมืองดีช่วยพยุงมาส่งที่บ้าน ตอนแรกทุกคนคิดว่าไม่เป็นอะไร เพราะพอกลับมา ยายยังยกเก้าอี้มานั่งหน้าบ้าน บอกแค่ว่าลมมันเย็นดี แต่นั่งได้พักใหญ่ๆ ยายเกิดวูบล้มลงไปอีกครั้ง
วินาทีนั้นไม่มีใครอยู่บ้านเลย เพราะผู้ดูแลไปทำงานกับพี่สาวของยายวัลภา แกนอนล้มอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีใครเห็น ไม่มีใครช่วย และไม่มีเสียงเรียก…
จนเวลาผ่านไปนานมาก พอพี่สาวกับผู้ดูแลกลับมาถึงบ้าน ภาพที่เห็นคือยายฟุบอยู่กับพื้น มีรอยยุงกัดแดงเป็นจุดๆ นับไม่ถ้วนตามร่างกาย และการล้มครั้งนี้ทำให้ยายไม่สามารถพยุงตัวลุกขึ้นมาได้อีกเลย
ยายมีโรคประจำตัวคือโลหิตจางและเลือดออกในกระเพาะอาหาร หมอไม่สามารถเจาะเลือดมาตรวจได้ ทำให้แกต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง และปัจจุบันต้องแอดมิทอยู่ที่โรงพยาบาลเพราะเริ่มหายใจแผ่วลง
ตอนนี้คนดูแลหลักคือญาติอายุ 75 ปี และพี่สาวของยายอายุ 86 ปี ซึ่งเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ช่วงวัยทำงาน และเป็นคนช่วยเลี้ยงลูกให้ยายวัลภาจนโตอายุได้ 50 ปี
ในวันที่ยายล้มป่วย ทุกอย่างกลายเป็นทางตัน เพราะผู้ดูแลไม่มีรายได้เลย ส่วนลูกของยายก็มีเงินน้อย ไม่พอเลี้ยงดูครอบครัว ทางผู้ดูแลเคยปรึกษากันว่าจะส่งยายไปอยู่บ้านพักคนชรา เพื่อให้ยายสบายขึ้นและมีเพื่อน
แต่พอไปเช็กราคาดูแล้วก็สูงเกินกำลัง เงินที่มีอยู่ตอนนี้มีแค่เบี้ยคนชราและเบี้ยคนพิการ รวมกันแล้วได้เดือนละไม่ถึง 2,000 บาท
นอกจากเรื่องความเป็นอยู่แล้ว สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในตอนนี้คือ พวกเธอไม่มีเงินมากพอที่จะจ้างรถมารับส่งยายวัลภาระหว่างบ้านกับโรงพยาบาล
แต่โชคดีที่ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ถึงบริการรับส่งผู้ป่วยฟรี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร(สปสช.)
เพื่อเข้ามาช่วยตัดค่าใช้จ่ายเรื่องค่ารถออกไป ทำให้ครอบครัวที่มีรายได้ไม่ถึงสองพันบาทนี้ ยังสามารถพายายไปรักษาตัวต่อได้ โดยไม่ต้องแบกรับค่าเดินทางที่เกินกำลัง

______________________________

บริจาคอุปกรณ์การแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมาได้ที่
มูลนิธิเส้นด้าย เลขที่ 8 อาคารโกลด์ มาร์เก็ต
ชั้น 2 โซน 1 (ห้อง 2D-03,2D-04,2D-05 )
ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร 10900
โทร.02-096-5000
ร่วมสนับสนุนบริจาคกองทุน ผู้ประสบภัยทางสังคม
ธนาคารกสิกรไทย
เลขบัญชี 219-116508-2
หรือหากคุณเป็นบริษัท กลุ่มองค์กร
โครงการกิจกรรม CSR
ประสงค์จะช่วยเหลือในการบริจาคอุปกรณ์การแพทย์
สามารถติดต่อเราได้ที่ โทร.02-096-5000

จากคุณยายวัย 78 ปี ที่เคยเดินเหินและช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป กลับต้องกลายมาเป็นผู้ป่วยติดเตียงนานถึง 20 ป...
14/06/2026

จากคุณยายวัย 78 ปี ที่เคยเดินเหินและช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป กลับต้องกลายมาเป็นผู้ป่วยติดเตียงนานถึง 20 ปี เพียงเพราะความโชคร้ายจากการ ขาดยาความดันก่อนแพทย์นัดแค่ 2 วัน
เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ ยายพิศมัย เริ่มมีอาการปวดหัว และร่างกายค่อยๆ ทรุดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อลูกสาวรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์ก็แจ้งข่าวร้ายว่ายายมีอาการเลือดคั่งในโพรงสมอง และจากผลของการขาดยาในครั้งนั้นทำให้คุณยายไม่สามารถกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้อีกเลย
ปัจจุบันคุณยายพิศมัยอาศัยอยู่กับลูกสาวและครอบครัว โดยลูกสาวทำงานเป็นพนักงานบริษัทและเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว ในช่วงที่เธอต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ก็จะมีพ่อวัย 82 ปี ซึ่งเป็นสามีของคุณยาย คอยช่วยเฝ้าดูอาการ
ในทุกๆ เดือน รายได้จากการทำงานของลูกสาวแทบจะไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายของคนในบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่ารถเดินทางไปโรงพยาบาล ที่มีราคาสูงมากจนเธอไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายนี้ได้ไหวในทุกครั้ง
ความเดือดร้อนนี้ทำให้เธอตัดสินใจติดต่อมายัง มูลนิธิเส้นด้าย ที่มีโครงการรถรับส่งผู้ป่วยฟรี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร (สปสช.) เพื่อ เพื่อขอความช่วยเหลือในเรื่องการเดินทาง ซึ่งโครงการนี้ได้เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่เกินกำลัง ช่วยให้ยายพิศมัยสามารถเดินทางไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย
และทำให้ครอบครัวที่กำลังสู้อย่างโดดเดี่ยวนี้ มีกำลังใจที่จะก้าวเดินต่อไปในทุกๆ วัน

______________________________

บริจาคอุปกรณ์การแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมาได้ที่
มูลนิธิเส้นด้าย เลขที่ 8 อาคารโกลด์ มาร์เก็ต
ชั้น 2 โซน 1 (ห้อง 2D-03,2D-04,2D-05 )
ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร 10900
โทร.02-096-5000
ร่วมสนับสนุนบริจาคกองทุน ผู้ประสบภัยทางสังคม
ธนาคารกสิกรไทย
เลขบัญชี 219-116508-2
หรือหากคุณเป็นบริษัท กลุ่มองค์กร
โครงการกิจกรรม CSR
ประสงค์จะช่วยเหลือในการบริจาคอุปกรณ์การแพทย์
สามารถติดต่อเราได้ที่ โทร.02-096-5000

จากแม่ค้าขยันขันแข็งที่เคยขายของชำ ในวัย 83 ปี ยายจิตนภา ที่มีโรคประจำตัวเป็นความดันสูงและกระดูกพรุน เริ่มมีอาการปวดเอวอ...
12/06/2026

จากแม่ค้าขยันขันแข็งที่เคยขายของชำ ในวัย 83 ปี

ยายจิตนภา ที่มีโรคประจำตัวเป็นความดันสูงและกระดูกพรุน เริ่มมีอาการปวดเอวอย่างรุนแรงและช่วงล่างไม่มีแรง ตอนแรกแกยังพอฝืนพยุงตัวเกาะกำแพงเดินได้ แต่เพียงแค่วันสองวันหลังจากนั้น อาการกลับทรุดหนัก
จากที่เคยพยายามลุก...แกกลับล้มพับลงไปกับพื้น วินาทีนั้นหลานสาวต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล ผลออกมาว่า กระดูกสันหลังของยายทรุดลงไปทับเส้นประสาท จนทำให้ขาของแกไร้ความรู้สึก และต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง
ปัจจุบัน บ้านหลังนี้อาศัยอยู่ด้วยกัน 3 คน คือ ยายจิตนภา, พี่สาวยายวัย 86 ปี ที่แม้กระดูกสันหลังจะคดแต่ยังพอช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง ทั้งคู่สถานภาพโสดและไม่มีลูก แต่มีหลานสาวที่เป็นผู้ดูแลหลักเพียงคนเดียวของบ้าน
ญาติคนอื่นหลานสาวก็เกรงใจไม่อยากรบกวน เธอจึงต้องรับช่วงต่อร้านขายของชำของยายเพื่อหารายได้ แต่ความจริงเร้าหมือนตลกร้าย ยุคนี้มีร้านสะดวกซื้อมาเปิดอยู่ใกล้ๆ รอบบริเวณบ้าน ทำให้รายได้จากการขายของชำลดจนไม่พอกินพอใช้
ทุกวันนี้เธอต้องควักเงินเก็บออกมาทยอยใช้เพื่อดูแลทั้งสองยาย และปัญหาที่หนักที่สุดตอนนี้คือ ค่ารถเดินทางไปโรงพยาบาล ของสองยายที่มีราคาสูงเกินกว่าจะจ่ายไหว
หลานสาวจึงต้องพึ่งพามูลนิธิเส้นด้าย ที่มีโครงการรถรับส่งผู้ป่วย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร (สปสช.)
เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่เคยแบกรับไม่ไหว และทำให้สองยายยังคงเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างต่อเนื่อง ในวันที่รายได้ของครอบครัวแทบจะไม่เหลือเลย
______________________________

บริจาคอุปกรณ์การแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมาได้ที่
มูลนิธิเส้นด้าย เลขที่ 8 อาคารโกลด์ มาร์เก็ต
ชั้น 2 โซน 1 (ห้อง 2D-03,2D-04,2D-05 )
ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร 10900
โทร.02-096-5000
ร่วมสนับสนุนบริจาคกองทุน ผู้ประสบภัยทางสังคม
ธนาคารกสิกรไทย
เลขบัญชี 219-116508-2
หรือหากคุณเป็นบริษัท กลุ่มองค์กร
โครงการกิจกรรม CSR
ประสงค์จะช่วยเหลือในการบริจาคอุปกรณ์การแพทย์
สามารถติดต่อเราได้ที่ โทร.02-096-5000

เสด็จสู่ทิพยสถาน ราวมณีรัฐร้าว   ราญสลายสรรพชีวิตเปล่าดาย   ไห้ร่ำทุกข์เกินเก็บในกาย   ฤทัยระทด ระทมเอยพระมิ่งฉัตรปกปักค...
12/06/2026

เสด็จสู่ทิพยสถาน

ราวมณีรัฐร้าว ราญสลาย
สรรพชีวิตเปล่าดาย ไห้ร่ำ
ทุกข์เกินเก็บในกาย ฤทัยระทด ระทมเอย
พระมิ่งฉัตรปกปักค้ำ เสด็จแล้วครรไลสวรรค์
กันแสงโศกส่งพระเมื้อ พิมานสถาน
เกษมสถิตทิพพิมาน ห่างเศร้า
ราษฎร์จำหลักกมลมาน น้อมภักดิ ท่านนา
สำนึกคุณพระมิ่งเกล้า สถิตเกล้านิรันดร์กาล

ลุงสหัส อายุ 60 ปี ป่วยมาเป็นเวลา 2 เดือน สาเหตุจากเส้นเลือดในสมองตีบ ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองและสื่อสารกับผู้อื่นไ...
11/06/2026

ลุงสหัส อายุ 60 ปี ป่วยมาเป็นเวลา 2 เดือน สาเหตุจากเส้นเลือดในสมองตีบ ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองและสื่อสารกับผู้อื่นได้ ก่อนหน้านี้ลุงสหัสทำงานบริษัท มีหน้าที่การงานมั่นคง สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้
ทั้งบ้านเป็นครอบครัวใหญ่ แต่ละคนมีภาระต้องแยกกันอยู่ ผู้ดูแลหลักในตอนนี้คือภรรยา ที่ต้องตื่นเช้ามาเช็ดตัว ทำความสะอาด ป้อนข้าวและยาให้ทุกวัน เธอต้องหยุดงานประจำลงเพื่อดูแลลุงสหัสเต็มเวลา
หลังจากลุงล้มป่วย ครอบครัวก็ไม่มีรายได้เข้ามาอีก เพราะก่อนหน้านี้ลุงเป็นเสาหลักของบ้าน รายได้ที่ใช้จ่ายในแต่ละเดือนมาจากญาติพี่น้องที่คอยช่วยกันส่งมาให้ หากช่วงไหนเศรษฐกิจไม่ดี ก็ต้องประหยัด ใช้กับข้าวแบบง่าย ๆ เพื่อให้พอมีแรงสู้กันต่อไป แม้บางครั้งจะรู้สึกท้อ แต่ก็ไม่เคยทอดทิ้งลุงสหัส
ภาระที่หนักที่สุดคือค่าใช้จ่ายในการพาไปโรงพยาบาล เพราะแต่ละครั้งค่าใช้จ่ายสูงมาก เดิมทีลุงสามารถเดินทางไปเองได้ แต่เมื่อป่วยเป็นเส้นเลือดสมองตีบ ทำให้ต้องใช้รถพยาบาลทุกครั้ง
ต่อมาลูกหลานของลุงได้เจอโครงการจากมูลนิธิเส้นด้าย จึงรีบประสานงานเข้ามาขอความช่วยเหลือ ทางมูลนิธิยินดีให้การช่วยเหลือโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อบรรเทาภาระของครอบครัวลุงสหัส และทำให้พวกเขามีกำลังใจสู้ต่อไป

______________________________

บริจาคอุปกรณ์การแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมาได้ที่
มูลนิธิเส้นด้าย เลขที่ 8 อาคารโกลด์ มาร์เก็ต
ชั้น 2 โซน 1 (ห้อง 2D-03,2D-04,2D-05 )
ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร 10900
โทร.02-096-5000
ร่วมสนับสนุนบริจาคกองทุน ผู้ประสบภัยทางสังคม
ธนาคารกสิกรไทย
เลขบัญชี 219-116508-2
หรือหากคุณเป็นบริษัท กลุ่มองค์กร
โครงการกิจกรรม CSR
ประสงค์จะช่วยเหลือในการบริจาคอุปกรณ์การแพทย์
สามารถติดต่อเราได้ที่ โทร.02-096-5000

จู่ๆ แขนขาก็อ่อนแรง เสก(นามสมมติ)วัย 54 ปี แข็งใจจอดให้ลูกค้าลงจากรถ ก่อนจะวูบล้มไปกับพื้นก่อนหน้านี้ เสกทำอาชีพวิ่งวินม...
10/06/2026

จู่ๆ แขนขาก็อ่อนแรง เสก(นามสมมติ)วัย 54 ปี แข็งใจจอดให้ลูกค้าลงจากรถ ก่อนจะวูบล้มไปกับพื้น

ก่อนหน้านี้ เสกทำอาชีพวิ่งวินมอเตอร์ไซค์มาตลอด เขาไม่เคยตรวจโรคประจำตัวเลย เพราะคิดว่าตัวเองร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นอะไรง่ายๆ และคิดว่าการไปหาหมอมันเสียเวลาทำมาหากิน เขาเลือกวิ่งรถทุกวันเพื่อหาเงินมาดูแลลูกและภรรยา จนกระทั่งวันนั้น วันที่ชีวิตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ
หลังจากเขาวูบล้มลงไป
เพื่อนๆ ร่วมวินมอเตอร์ไซค์ ก็รีบช่วยกันส่งโรงพยาบาล และขี่มอเตอร์ไซค์ไปบอกครอบครัวของเขา
ผลตรวจออกมาคือ เสกต้องผ่าตัดสมอง ถ้าไม่ผ่าเขาก็ต้องเสียชีวิต ตอนนั้นน้องสาวนึกถึงบ้านข้างๆ ที่เคยผ่าตัดสมองแล้วรักษาตัวจนดีขึ้น กลับมาพูดได้ ทานข้าวได้ เลยคิดว่าพี่ชายก็น่าจะหายเหมือนกันภายใน 1-2 ปี ครอบครัวเลยตัดสินใจให้ผ่าตัด
แต่ร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน ผ่านมา 8 ปีแล้ว เสกไม่มีท่าทีจะหาย เขายังคงนอนติดเตียง ไม่ตอบสนอง ไม่มีความรู้สึก สิ่งเดียวที่ยังขยับได้มีแค่ดวงตา
ปัจจุบัน เสกอาศัยอยู่กับครอบครัว มีภรรยาและลูกเป็นผู้ดูแลหลัก และมีน้องสาวที่ทำงานอาชีพเข็นรถน้ำขาย คอยช่วยดูแลเป็นอย่างดี
รายได้หลักของบ้านมาจากน้องสาว แต่พอนานวันเข้า ค่าใช้จ่ายมันสูงจนเธอรับไม่ไหว พี่สะใภ้เลยต้องออกไปหางานทำอีกแรงเพื่อประคับประคองให้ครอบครัวเดินหน้าต่อ
และได้ติดต่อขออุปกรณ์ทางการแพทย์กับแพมเพิสจากศูนย์ฯ เพื่อมาช่วยแบ่งเบาภาระ
แต่ถึงยังไงรายรับก็ยังไม่ค่อยพอใช้
พี่น้องเลยช่วยกันหาทางลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนอื่น โดยเฉพาะเรื่องรถรับส่งเวลาไปโรงพยาบาล จนกระทั่งได้มาเจอกับพวกเรามูลนิธิเส้นด้าย
ที่มีโครงการรถรับส่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร (สปสช.)
เพื่อเข้ามาช่วยแบกรับภาระเรื่องการเดินทางของครอบครัวนี้ การมีรถรับส่งคอยช่วยเหลือ ทำให้ครอบครัวไม่ต้องกังวลกับค่าเดินทางที่แสนแพง และช่วยให้คนข้างหลังมีกำลังใจที่จะสู้ต่อในทุกๆ วัน

______________________________

บริจาคอุปกรณ์การแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมาได้ที่
มูลนิธิเส้นด้าย เลขที่ 8 อาคารโกลด์ มาร์เก็ต
ชั้น 2 โซน 1 (ห้อง 2D-03,2D-04,2D-05 )
ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร 10900
โทร.02-096-5000
ร่วมสนับสนุนบริจาคกองทุน ผู้ประสบภัยทางสังคม
ธนาคารกสิกรไทย
เลขบัญชี 219-116508-2
หรือหากคุณเป็นบริษัท กลุ่มองค์กร
โครงการกิจกรรม CSR
ประสงค์จะช่วยเหลือในการบริจาคอุปกรณ์การแพทย์
สามารถติดต่อเราได้ที่ โทร.02-096-5000

ที่อยู่

2D-03-05 ชั้น 2 โซน 1 เลขที่ 8 อาคารโกลด์มาร์เก็ต ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
Bangkok
10900

เบอร์โทรศัพท์

+6620965000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มูลนิธิเส้นด้าย - Zendai Foundationผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง มูลนิธิเส้นด้าย - Zendai Foundation:

แชร์