25/07/2026
สมาคมนักทัศนมาตรศาสตร์ไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อ
๑. สร้างและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของวิชาชีพทัศนมาตรศาสตร์แก่สาธารณะ
๒. ส่งเสริมความรู้ทางทฤษฎีและปฏิบัติของวิชาชีพทัศนมาตรศาสตร์แก่สมาชิก
๓. สนับสนุนและดูแลให้ลมาชิกปฏิบัติในกรอบจริยาและจรรยาของวิชาชีพ
๔. เป็นตัวแทนของสมาชิกในการมีปฏิสัมพ้นธ์กับสมาคมและหรือสถานศึกษา ทั้งในและต่างประเทศที่เกี่ยวเนื่องกับทัศนมาตรศาสตร
๕. เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพทัศนมาตรศาสตร์แก่ประชาชนทั่วไปและผู้ที่สนใจ
๖. ทำประโยชน์แก่สาธารณชน
ข้อบังคับ ของ สมาคมทัศนมาตรแห่งประเทศไทย
หมวดที่ ๑ ความทั่วไป ฉบับใหม่
ข้อ ๑. สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมทัศนมาตรแห่งประเทศไทย” ยอว่า “ส.ท.ท.”เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Optometry Association of Thailand ยอว่า “OAT” ซึ่งต่อไปนี้ในข้อบังคับนี้ จะเรียกว่า “สมาคม”
ข้อ ๒. เครื่องหมายหรือตราประทับของสมาคมมีลักษณะเป็นรูป ตัว V และ A คือคำว่า VISION AHEAD และเมื่อวางรวมกัน จึงเกิดเป็นรูป Prism และทำให้เกิดเลนสเว้าขึ้นมาและเพื่อให้สัมพันธ์กับเรื่อง การมองเห็น จึงใส่รูปดวงตาลงไป ซึ่งจากรูปตา ทำให้เกิดรูปเลนส์นนด้วย และตรงปลายของตัวง A ทำให้เกิดเป็นรูม่านตาขึ้นมาด้วย Vision Ahead หรือ วิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำไปข้างหน้าคือหัวใจสำคัญ ของสมาคมทัสนมาตรซึ่งเป็น สมาคมที่เกิดจากการรวมกลุ่มของ สมาชิกทัศนมาตรในประเทศไทย โดยมีพันธกิจสำคัญคือยกระดับ มาตรฐานการดูแลสุขภาพปัญหาสายตา และระบบการมองเห็น สองตาของประชาชนคนไทยให้ได้รับ บริการทางสุขภาพการมองเห็นที่ดีที่สุด ตามมาตรฐานสากล ด้วยอุปกรณ์เทียมภายนอกอาทิเช่นเลนส์ ชนิดต่างๆ เลนส์สายตาเลนส์ปริซึม คอนแทคเลนส์และ อุปกรณ์ภายนอกอื่นๆ ตามกฎหมายกำหนด และด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับ คุณภาพของการ มองเห็นนั้นพัฒนาอยู่ตลอดเวลา วิสัยทัศน์ที่ก้าวไปข้างหน้าในการพัฒนาวิชาชีพเพื่อยกระดับ ประสิทธิภาพในการทำงานจึงเป็นหัวใจ สำคัญของสมาคมทัศนมาตรแห่งประเทศไทย
ข้อ ๓. สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ณ เลขที่ ๒๖๗๘ ถนนสุขมวิท แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ ๑๐๒๖๐
ข้อ๔. วัตถุประสงค์ของสมาคม
๔.๑ ส่งเสริมและช่วยเหลือการประกอบวิชาชีพทัศนมาตร ให้อยู่ในกรอบแห่งจรรยาบรรณของ วิชาชีพ
๔.๒ ส่งเสริมความร่วมมือในวิชาการทฤษฎีและปฏิบัติของการประกอบวิชาชีพทัศนมาตรระหว่าง สมาชิกสมาคม และประชาชนโดยทั่วไป
๔.๓ ส่งเสริมและสร้างภาพลักษณ์อันดีในวิชาชีพทัศนมาตรให้กับสมาชิก
๔.๔ ส่งเสริมสวัสดิภาพของสมาชิก
๔.๕ ร่วมมือกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ของรัฐและเอกชน ในประเทศและต่างประเทศ ในการ ร่วมกันพัฒนามาตรฐานการบริบาล ทางด้านการประกอบวิชาชีพทัศนมาตรและ การสาธารณะสุขของประชาชน ภายในประเทศทางด้านการมองเห็น ให้อยู่ในระดับทัดเทียม กับนานาอารยะประเทศ
๔.๖ เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริม การป้องกัน การรักษา การพื้นฟูดูแลสุขภาพตาและการ มองเห็นโดยวิธีการทางทัศนมาตร ให้แก่ประชาชนภายในประเทศ เพื่อให้ปฏิบัติตนได้อย่าง เหมาะสมและถูกต้อง
๔.๗ ร่วมมือกับองค์กรทางด้านวิชาชีพทัศนมาตรในระดับประเทศ ในการดูแลรักษามาตรฐานการ ดูแลสุขภาพสายตาของประชากรโลก
๔.๘ ทำประโยชน์ต่อสาธารณชน ทั้งนี้ไม่จัดตั้งโต๊ะบิลเลียด ไม่ดำเนินกิจการใดๆ อันเกี่ยวกับการพนัน และการหาผลกำไรมา แบ่งปันกันตลอดจนไม่ทำให้เสื่อมเสียต่อ ศีลธรรมจารีตประเพณี และ วัฒนธรรม อันดีงามของชาติ
ข้อ ๕. ประเภทสมาชิกแบ่งออกเป็น ๔ ประเภท คือ
๕.๑ สมาชิกสามัญ
๕.๒ สมาชิกวิสามัญ
๕.๓ สมาชิกนักศึกษา
๕.๔ สมาชิกกิตติมศักดิ์
ข้อ ๖. สมาชิกสามัญ ตามข้อ ๕.๑ ได้แก่ บุคคลที่สำเร็จการศึกษา ทัศนมาตรศาสตร์ หรือ ชื่ออื่นที่มี ความหมายอย่างเดี่ยว กัน ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น ๒ ประเภท ดังต่อไปนี้ คือ
- ประเภท.ก. คือ ผู้ถือใบประกอบโรคศิลปะหรือหนังสืออนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะ โดยอาศัยทัศนมาตรศาสตร์
- ประเภทข. คือ ผู้ไม่ได้ถือใบประกอบโรคศิลปะหรือหนังสืออนุญาตให้ประกอบโรค ศิลปะ โดยอาศัยทัศนมาตรศาสตร์
สมาชิกวิสามัญ ตามข้อ ๕.๒ ได้แก่ บุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในทัศนมาตรศาสตร์
สมาชิกนักศึกษา ตามข้อ ๕.๓ ได้แก่ บุคคลที่กำลังศึกษาสาขาทัศนมาตรศาสตร์
สมาชิกกิตติมศักดิ์ ตามข้อ ๕.๔ ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิในทางทัศนมาตรและสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงเกียรติหรือผู้ที่มีอุปการะคุณแก่สมาคม โดยทางคณะกรรมการได้ลงความเห็นเป็นมติเชิญเป็น สมาชิก
ข้อ ๗. สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
๗.๑ เป็นผู้ที่มีอายุ๑๘ ปีบริบูรณ์
๗.๒ เป็นผู้ที่มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหาย ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าจะ นำมาซึ่งความเสียหาย แก้วิชาชีพและสมาคม
๗.๓ ไม่เป็นผู้ว่าร้ายต่อวิชาชีพ และเพื่อนสมาชิกในสมาคม
๗.๔ ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง
๗.๕ ไม่ต้องคำพิพากษาของศาล ถึงที่สุดให้ต้องโทษจำคุก หรือ ให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือ ให้ เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือ เสมือนไร้ความสามารถ ยกเว้นเป็นความผิดที่กระทำโดย ประมาท หรือ เป็นความผิดลหโทษ ทั้งนี้ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดแล้วในกรณี ดังกล่าวจะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคม เท่านั้น
ข้อ ๘. ค่าลงทะเบียน และ ค่าบำรุงสมาคม
๘.๑ สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก ๒,๐๐๐ บาท และค่าบำรุงสมาคมจ่ายเป็นรายปี ปีละ ๑,๐๐๐ บาท ๘.๒ สมาชิกวิสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก ๒,๐๐๐ บาท และค่าบำรุงสมาคมจ่ายเป็นรายปี ปีละ ๑,๐๐๐ บาท ๘.๓ สมาชิกนักศึกษา จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก ๒๐๐บาท และค่าบำรุงสมาคมจ่ายเป็นรายปี ปีละ ๑๐๐ บาท ๘.๔ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใด
โดยทั้งนี้สมาชิกที่สมัครลงทะเบียนเข้าในครั้งแรก จะได้รับการยกเว้นการจ่ายค่าบำรุง สมาชิกรายปี ของปีแรกที่เข้าสมัคร และส่วนค่าบำรุงสมาคมที่ต้องจ่ายเป็นรายปีตาม ข้อ ๘.๑,๘.๒ และ๘.๓ นั้น สมาชิกจะต้องชำระภายในวันที่ ๓๐ เมษายน ของทุกปี หากสมาชิก ไม่ชำระค่าบำรุงสมาคม สมาชิกจะพ้นจากการเป็นสมาชิกตามหมวด ๒นี้
อนึ่ง เงินค่าลงทะเบียนที่สมาชิกได้ชำระมาตามข้อ 4 ให้กับทางสมาคมแล้วไม่อาจที่จะ เรียกคืนได้
ข้อ ๙. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่น ใบสมัครตามแบบฟอร์มของสมาคม ต่อเลขานุการ โดยมีสมาชิกสามัญเป็นผู้รับรองอย่างน้อย ๒ คน และให้เลขานุการติดประกาศรายชื่อ ผู้สมัครนั้นไว้ ณสำนักงานของสมาคม เป็นเวลา ไม่น้อยกว่า๑๕ วัน เพื่อให้สมาชิกสามัญอื่นๆ ของสมาคมจะได้รับทราบคุณสมบัติความเหมาะสมในการเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม โดยหากมีสมาชิกสามัญไม่เห็นพ้องด้วยต่อการที่ผู้สมัครนั้นจะเข้าเป็นสมาชิกกับทาง สมาคม ให้สมาชิกสามัญผู้นั้น ทำหนังสือการคัดค้าน ผู้ขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกกับทางสมาคมโดยยื่นหนังสือนั้นผ่านทางเลขานุการสมาคม เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการ สมัครเข้าเป็นสมาชิกกับทางสมาคมต่อไป ทั้งนี้ เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการพิจาราณาแล้ว มีความเห็นเป็นเช่นไร ให้เลขานุการแจ้ง ผลการประชุมที่เป็นมตินั้นแก่ผู้สมัครให้ทราบโดยไม่ชักช้าต่อไป
ข้อ ๑๐. เมื่อคณะกรรมการพิจารณาและได้อนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกกับทางสมาคมแล้ว ๑๐.๑ ผู้สมัครนั้นจะต้องชำระเงินค่าลงทะเบียนตามข้อ ๘.๑,๔.๒ และ๘.๓ ให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการว่ามีสิทธิเข้าเป็นสมาชิกกับทางสมาคม ๑๐.๒ เมื่อผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนตามข้อดังกล่าวข้างต้นแล้ว ในปีถัดไปให้ผู้สมัครนั้น ชำระค่าบำรุงสมาคมตามข้อ๘ ภายในวันที่ ๓๐ เมษายน ของทุกปี หากผู้สมัคร มิได้ปฏิบัติการชำระค่าลงทะเบียนตามข้อ ๑๐.๑ และ๑๐.๒ ดังกล่าวข้างต้น ในปีแรก และในปีถัดไป ให้ถือว่าผู้มีสิทธิสมัครเข้าเป็นสมาชิกกับทางสมาคมนั้น ยังไม่ได้เป็น สมาชิกกับทางสมาคมตามหมวด๒ ดังกล่าวข้างต้น
ข้อ ๑๑. ในข้อ ๘.๔ สมาชิกกิตติมศักดิ์ จะมีสถานะของการเป็นสมาชิกสมาคมได้ ก็ต่อเมื่อ บุคคลผู้ที่ได้ เชิญนั้นตอบรับการเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์กับทางสมาคม
ข้อ ๑๒. สมาชิกภาพของสมาชิก ให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้ ๑๒.๑ ตาย ๑๒.๒ ลาออก โดยหากสมาชิกผู้ประสงค์จะลาออกนั้น มีสินทรัพย์ค้างชำระแก่ทางสมาคมอยู่ สมาชิกผู้นั้นจะต้องชำระ ค่าดังกล่าวให้แก่สมาคมให้เป็นที่เรียบร้อยเสียก่อน ๑๒๒.๓ ขาคคุณสมบัติตาม ข้อ ๓ ๑๒.๔คณะกรรมการ หรือที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน สมาคม ด้วยเหตุเพราะ สมาชิกผู้นั้นประพฤติตนไม่เหมาะสมต่อการเป็นสมาชิกของสมาคม ด้วยการสร้างความแตกแยกในหมู่สมาชิก หรือ นำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของ วิชาชีพทัศนมาตร และสมาคมจนเป็นที่เสียหาย
ข้อ ๑๓.การเปลี่ยนแปลงประเภทสมาชิก
๑๓.๑ การเปลี่ยนจากสมาชิกวิสามัญ เป็น สมาชิกสามัญ จะเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อสมาชิกผู้นั้น มีคุณสมบัติครบถ้วน ทุกประการตามประเภทของสมาชิกสามัญ โดยให้ยื่นคำร้องต่อ เลขานุการเช่นเดียวกับการสมัคร เข้าเป็นสมาชิกในข้อ ๕
๑๓.๒ การเปลี่ยนจากสมาชิกสามัญ เป็น สมาชิกวิสามัญ สามารถเปลี่ยนได้ทันที โดยยื่นคำร้องต่อเลขานุการ และในการนี้ สมาชิกที่เปลี่ยนมาเป็นสมาชิกวิสามัญ จะเสียค่า บำรุงสมาคม เป็นแบบรายปีตามประเภทของสมาชิกวิสามัญที่ต้องชำระต่อไป
๑๓.๓ ผู้ต้องการเปลี่ยนประเภทสมาชิกจะสามารถทำได้ ก็ต่อเมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม คุณสมบัติของสมาชิกในข้อ๕ โดยจะต้องยื่นคำร้องต่อเลขานุการ เช่นเดียวกับการสมัคร สมาชิกตามข้อ ๕ โดยชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมตามข้อ๘
ข้อ ๑๔.สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก มีดังต่อไปนี้
๑๔.๑ มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมด้วยความเสมอภาค ในอันที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆ
๑๔.๒ มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการอันเป็นประโยชน์ต่อสมาคม มาเป็นลำดับ ขั้นตอนที่ คณะกรรมการได้กำหนด
๑๔.๓ มีสิทธิได้รับสวัสติการต่างๆที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
๑๔.๔ มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
๑๔.๕ สมาชิกสามัญ ประเภทก. มีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือ ได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็น กรรมการสมาคมและมีสิทธิออกเสียงลงมติ ในที่ประชุมได้คนละ ๑ คะแนนเสียง
๑๔.๖ จำนวนสมาชิกสามัญประเภท ก.ไม่น้อยกว่า๑ ใน ๕ มีสิทธิเข้าชื่อเพื่อยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสาร และ/หรือ บัญชีทรัพย์สินของสมาคม
๑๔.๗ จำนวนสมาชิกสามัญประเภท ก.ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ มีสิทธิเข้าชื่อทำคำร้องเป็นหนังสือ ต่อคณะกรรมการให้มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
๑๔.๘ มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
๑๔.๙ มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
๑๔.๑๐ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินการกิจการของสมาคม
๑๔.๑๑ สมาชิกสามัญทั้งหมดมีหน้าที่เข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
๑๔.๑๒ มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงและกิจกรรมของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
๑๔.๑๓ สมาชิกผู้ใดย้ายที่อยู่ เปลี่ยนชื่อ-สกุลยศ หรือเปลี่ยนข้อมูลใดนอกเหนือจากที่ได้ลงสมัคร ไว้ สมาชิกจะต้องแจ้งกับทางฝ่ายทะเบียนให้รับทราบภายใน ๓๐ วัน
๑๔.๑๔ สมาชิกผู้มีสิทธิได้รับเครื่องหมาย สัญลักษณ์ วุฒิบัติ ของทางสมาคมซึ่งได้ให้การรับรองได้ แล้วนั้น สามารถใช้ได้ในโอกาสที่เหมาะสม
๑๔.๑๕ สมาชิกกิตติมศักดิ์ สามารถแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ในการทำงานต่อการ ขับเคลื่อนสมาคม อันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมได้