คลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา

คลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา เพจทางการของคลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา เพื่องานสิทธิมนุษยชนของคนเปราะบาง

🪪 จาก “บัตรประชาชนใบแรก” สู่การได้กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวที่สิงคโปร์เรื่องราวของคุณแม่ยูนิซ คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศส...
10/09/2026

🪪 จาก “บัตรประชาชนใบแรก” สู่การได้กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวที่สิงคโปร์

เรื่องราวของคุณแม่ยูนิซ คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศสิงคโปร์
และไม่เคยมีบัตรประจำตัวประชาชนไทยมาก่อน
ก่อนเดินทางมาประเทศไทย คุณแม่ยูนิซได้รับแจ้งจากสถานทูตไทย
ว่าจำเป็นต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนไทยในการดำเนินการ
เกี่ยวกับหนังสือเดินทางและสถานะการพำนัก
จึงต้องเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อดำเนินการทำ “บัตรประชาชนใบแรก”
แม้จะเป็นคนไทย และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
แต่การทำบัตรประชาชนใบแรกเมื่อมีอายุเกิน 15 ปี กลับไม่ได้เป็นเรื่องง่าย
โดยเฉพาะสำหรับคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมาตั้งแต่เด็ก
และไม่เคยมีโอกาสทำบัตรประชาชนที่ประเทศไทยมาก่อน
กรณีของคุณแม่ยูนิซก็เช่นเดียวกัน ตลอดเวลาที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์
ไม่เคยประสบปัญหาเรื่องการยืนยันตัวตน และสามารถทำหนังสือเดินทางไทยได้มาตั้งแต่เด็ก
แต่เมื่อถึงวันที่ต้องดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารในฐานะคนไทย
กลับพบว่าตนเองต้องเดินทางกลับประเทศไทย
และต้องมีญาติมาช่วยยืนยันตัวตนเพื่อทำบัตรประชาชนใบแรก
สำหรับคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมาตั้งแต่จำความได้
เรื่องนี้อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ เพราะเพียงแค่ “ยังไม่เคยมีบัตรประชาชน”
ก็อาจทำให้การเข้าถึงสิทธิและการดำเนินการด้านเอกสารราชการบางอย่างติดขัดได้
โชคดีที่คุณแม่ยูนิซยังมีแม่เลี้ยงที่เลี้ยงดูมา และเจ้าบ้าน
ที่ยังคงมีชื่อคุณแม่ยูนิซอยู่ในทะเบียนบ้านและยินดีให้ความช่วยเหลือในการเป็นพยาน
รวมถึงได้พบกับเครือข่ายที่ช่วยให้คำแนะนำ ประสานงานและพาเรื่องเข้าสู่กระบวนการ
จนสามารถดำเนินการทำบัตรประชาชนไทยใบแรกได้สำเร็จ
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 คลินิกกฎหมายกระจกเงาได้พาคุณแม่ยูนิซ
เข้ายื่นคำร้อง ณ สำนักงานเขตจตุจักร โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงาน
ด้านการทะเบียนของกรุงเทพมหานคร กรมการปกครอง และสำนักงานเขตจตุจักร
ในการร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และหาแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม
จนท้ายที่สุด คุณแม่ยูนิซสามารถทำบัตรประชาชนไทยใบแรก
และดำเนินการทำหนังสือเดินทางเพื่อเดินทาง
กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวที่ประเทศสิงคโปร์ได้อีกครั้ง 🤍

🙇🏻‍♀️ คลินิกกฎหมายกระจกเงาและครอบครัว
ขอขอบคุณทุกหน่วยงานและทุกฝ่ายที่ร่วมกันประสานงานและช่วยกันแก้ไขปัญหา
จนทำให้ “บัตรประชาชนใบแรก” ที่ดูเหมือนเป็นเพียงบัตรหนึ่งใบ
กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คนไทยคนหนึ่งสามารถกลับไปใช้ชีวิต
และจัดการเรื่องต่าง ๆ ในฐานะคนไทยได้อย่างเต็มที่

จากกรณีนี้ คลินิกกฎหมายกระจกเงาจึงอยากชวนให้มองต่อไปว่า
📌 คนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมาตั้งแต่เด็ก และไม่เคยมีบัตรประชาชนไทยมาก่อน ควรมีช่องทางที่สะดวกและเหมาะสมในการทำบัตรประชาชนใบแรก โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทยในทุกกรณี
📌 การที่บุคคลยังไม่เคยมีบัตรประชาชน ไม่ควรกลายเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสิทธิหรือการต่ออายุเอกสารของคนไทยที่พึงมี
📌 การรวบรวมฐานข้อมูลคนไทยในต่างประเทศของกรมการกงสุลร่วมกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร เพื่อใช้ในการตรวจสอบและยืนยันสถานะการพำนักและประวัติการเดินทางเข้า–ออกประเทศของบุคคล

เพราะสำหรับบางคน “บัตรประชาชนใบแรก”
อาจไม่ใช่เพียงบัตรประจำตัว แต่เป็นกุญแจสำคัญง
ที่ทำให้สามารถเข้าถึงสิทธิและใช้ชีวิตในฐานะคนไทยได้อย่างเต็มที่
_________________________________

สนับสนุนดูแลเรื่องสิทธิให้เพื่อนมนุษย์ กับโครงการคลินิกกฎหมาย
ได้ที่ บัญชีคลินิกกฎหมาย โดยมูลนิธิกระจกเงา
เลขบัญชี 202-270402-2 ธ.ไทยพาณิชย์
#กฎหมายเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง
#คลินิกกฎหมาย #มูลนิธิกระจกเงา

ขอบคุณท่านพรชัย ที่ตั้งประเด็นสำคัญในสภาเพื่อดูแลเด็กในค่ายผู้ลี้ภัย ซึ่งเป็นทุนมนุษย์ที่เกิดและเติบโตเป็นราษฎรไทย จึงเป...
08/09/2026

ขอบคุณท่านพรชัย ที่ตั้งประเด็นสำคัญในสภาเพื่อดูแลเด็กในค่ายผู้ลี้ภัย ซึ่งเป็นทุนมนุษย์ที่เกิดและเติบโตเป็นราษฎรไทย จึงเป็นโอกาสในการจัดการศึกษาและพัฒนาศักยภาพให้พวกเขาเป็นกำลังของสังคมไทย ซึ่งเป็นเครื่องมือในการป้องกันอาชญากรรมและการค้ามนุษย์ในอนาคต
ท่านพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา และรองเลขานุการคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้ตั้งกระทู้เกี่ยวกับ "การดูแลให้เด็กนักเรียนจากค่ายผู้ลี้ภัยในจังหวัดตาก ได้กลับคืนสู่ระบบการศึกษา"
ข้อเสนอสำคัญ 3 เรื่อง คือ
1️⃣ ระยะสั้น : กระทรวงศึกษาธิการร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ เสนอคณะรัฐมนตรีให้ปรับปรุงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 เรื่อง การจัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคนในประเทศไทย (education for all) โดยให้มีความชัดเจนถึงการจัดการศึกษาสำหรับเด็กในค่ายผู้ลี้ภัยที่ครอบคลุมทั้งการเรียนในค่ายและนอกค่าย เพื่อป้องกันการตีความตัดสิทธ/ละเมิดสิทธิในการศึกษาของเด็ก
2️⃣ระยะสั้น : ระหว่างรอการปรับปรุงมติคณะรัฐมนตรีให้ทันสมัย ตามข้อ 1️⃣ให้กระทรวงศึกษาธิการมีประกาศแนวปฏิบัติซักซ้อมความเข้าใจในการรับเด็กมาเรียนนอกค่าย (ทั้งกลุ่มสมัครใหม่ / กลุ่มเรียนอยู่แล้ว / กลุ่มที่จบการศึกษา)
3️⃣ระยะยาว : กระทรวงศึกษาพัฒนาระบบการศึกษาในค่ายให้มีโรงเรียนตามมาตรฐาน และสามารถเทียบวุฒิการศึกษาได้ทั้งนอกค่ายและในประเทศที่สาม โดยสร้างความร่วมมือกับ Save the Children และ EU เพื่อลดภาระงบประมาณ

#ครั้งที่ 5 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)วันอังคารที่ 8 กันยายน พ....

เมื่อสิทธิทางการศึกษาที่ละเมิดในจุดเล็กๆ กำลังถูกมองเห็นเป็นภาพกว้างของรัฐไทยเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 มูลนิธิกระจกเงาแ...
08/09/2026

เมื่อสิทธิทางการศึกษาที่ละเมิดในจุดเล็กๆ กำลังถูกมองเห็นเป็นภาพกว้างของรัฐไทย

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 มูลนิธิกระจกเงาและภาคีเครือข่ายได้รับหนังสือแจ้งจาก สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอเรียนเรื่องการรับเรื่องราวร้องเรียน ต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ว่าเด็กที่หนีภัยการสู้รบและอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดตาก ถูกปฎิเสธสิทธิทางการศึกษา เนื่องจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตากเขต 2 ได้มีหนังสือให้โรงเรียนในสังกัดสำรวจข้อมูลเด็กกลุ่มดังกล่าว เพื่อนำชื่ออกจากระบบการศึกษาและคืนเงินอุดหนุน

ทาง กสม. ได้พิจารณาและมีมติรับไว้เป็นคำร้องเพื่อตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน และให้ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเป็นกรณีเร่งด่วน ไปยังกระทรวงศึกษาธิการและคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหา โดยให้คำนึงถึงสิทธิทางการศึกษาของเด็กเป็นสำคัญ และในระหว่างแก้ไขปัญหาให้ดำเนินการป้องกันมิให้เด็กออกจากระบบการศึกษา

ทั้งนี้ทางคลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงาขอขอบคุณ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ได้ปฎิบัติหน้าที่ในจุดยืนที่ต้องการปกป้องคุ้มครอง เด็กๆจากการถูกละเมิดสิทธิทางการศึกษาเพื่อให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมายรัฐธรรมนูญและอนุสัญญาระหว่างประเทศหลายฉบับ

การแสดงออกในครั้งนี้เป็นการแสดงให้ถึงจุดยืนอันดีงามของรัฐไทย ที่จะปฎิบัติตามกรอบของนโยบายของรัฐที่จะดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งแสดงถึงภาพลักษณ์ที่งดงามของรัฐไทยจะแสดงออกต่อประชาคมโลกว่าเรามองเห็นในเรื่องสิทธิมนุษยชน และประโยชน์สูงสุดของเด็กอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

สุดท้ายนี้ทางคลินิกกฎหมายมูลนิธิกระจกเงา ขอแสดงจุดยืนในหลักสิทธิมนุษยชน และมีความคาดหวังอย่างชัดเจนว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย (Law Enforcer) จะทำให้การถูกละเมิดสิทธิในครั้งนี้จบลงและพาเด็กๆกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้โดยเร็ว

#สิทธิมนุษยชน

✨ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานมอบรางวัลอุกฤษ มงคลนาวิน “นิติศาสตร์เพื่อสังคม” ประจำปี 2569 ✨เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 คลินิก...
12/08/2026

✨ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานมอบรางวัลอุกฤษ มงคลนาวิน “นิติศาสตร์เพื่อสังคม” ประจำปี 2569 ✨

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 คลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานมอบรางวัลอุกฤษ มงคลนาวิน “นิติศาสตร์เพื่อสังคม” ณ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูบุคคลผู้มีคุณูปการด้านนิติศาสตร์เพื่อสังคม และอุทิศตนทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างต่อเนื่อง

ในปีนี้ ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ได้รับรางวัลอุกฤษ มงคลนาวิน “นิติศาสตร์เพื่อสังคม” ในฐานะผู้ปฏิบัติงานด้านนิติศาสตร์เพื่อสังคมมาอย่างยาวนาน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และยึดมั่นในจริยธรรมแห่งวิชาชีพกฎหมาย

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและแรงบันดาลใจจากบุคคลในแวดวงกฎหมายที่มุ่งใช้ความรู้เพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม สะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายมิได้เป็นเพียงตัวบทหรือกระบวนการทางกฎหมายเท่านั้น หากยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับผู้คนในสังคม

สำหรับคลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา การได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้และรับแรงบันดาลใจจากผู้ที่อุทิศตนทำงานด้านนิติศาสตร์เพื่อสังคม ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่าการทำงานทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ลี้ภัย คนไร้รัฐไร้สัญชาติ และประชาชนผู้ประสบปัญหาการเข้าถึงสิทธิ ยังคงเป็นภารกิจที่มีคุณค่าและจำเป็นต่อการสร้างสังคมที่เป็นธรรมสำหรับทุกคน

คลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา ขอร่วมแสดงความยินดีกับศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ และขอขอบคุณคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้จัดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และส่งต่อแรงบันดาลใจในการใช้กฎหมายเพื่อสังคมให้แก่คนรุ่นใหม่และผู้ปฏิบัติงานด้านสิทธิในทุกภาคส่วน

และงานในครั้งนี้ไม่ได้ทิ้งไว้เพียงภาพบรรยากาศและความประทับใจ แต่ยังเป็นพื้นที่ให้คนทำงานได้กลับมาทบทวนถึงความหมายของ “นิติศาสตร์เพื่อสังคม” ผ่านประสบการณ์และมุมมองของแต่ละคน

ชวนอ่านบันทึกจากชาวกระจกเงา ที่ถ่ายทอดสิ่งที่ได้เรียนรู้ ความประทับใจ และความคิดที่อยากนำกลับไปใช้ในการทำงานต่อไป

✍️ ดร.ศิวนุช สร้อยทอง
https://www.facebook.com/share/p/1LnjGndZVj/

✍️ คุณญาณิสา ดาวเรือง
https://www.facebook.com/share/p/191L9kvvh3/

✍️ คุณเกรียงไกร ปานรักษา
https://www.facebook.com/share/p/1C62CxX83M/

✍️ คุณกันตวิชญ์ นวลใย
https://www.facebook.com/100014453141346/posts/2490878634737217/

✍️ คุณพลอย ศิริวรรณ
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2538611789944029&id=100013856970820

#รางวัลอุกฤษมงคลนาวิน #นิติศาสตร์เพื่อสังคม #คลินิกกฎหมายมูลนิธิกระจกเงา #กฎหมายเพื่อสังคม #สิทธิและความเป็นธรรม

🤱“แม่ต่างด้าว ไร้สัญชาติ” กับ 5 เรื่องราวชีวิตใต้เงาร่มไม้ของแผ่นดินไทย 🇹🇭🕊️ (เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 256...
12/08/2026

🤱“แม่ต่างด้าว ไร้สัญชาติ” กับ 5 เรื่องราวชีวิตใต้เงาร่มไม้ของแผ่นดินไทย 🇹🇭🕊️ (เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569)

เมื่อพูดถึงคำว่า “แม่” ภาพที่เราทุกคนนึกถึงตรงกัน คือความรัก การเสียสละ และโอบกอดที่อบอุ่นที่สุด แต่คุณรู้หรือไม่ว่า... ในประเทศไทย ยังมี “คุณแม่” อีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่เพียงแต่ต้องสู้กับความยากลำบากในการเลี้ยงดูลูก แต่ยังต้องสู้กับ “ภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติทางกฎหมาย”
เนื่องในวันแม่แห่งชาติ คลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา ร่วมกับ รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร และนักวิชาการด้านสิทธิมนุษยชน ได้รวบรวม "จดหมายเล่าเรื่องราวจากหัวใจของลูกๆ และนายจ้าง ถ่ายทอดถึง 5 คุณแม่ไร้สัญชาติ/เสมือนไร้สัญชาติ" ยื่นตรงถึงท่านนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อขอคืนสิทธิ ความหวัง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้แก่พวกเธอ
อ่านจดหมายได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1Sez3mt4B7Clz8HC3MBp8QM2ZPLvPIiVt/view?usp=sharing
📌 5 เรื่องราวชีวิต 5 บทเรียนกฎหมายสถานะบุคคล
1️⃣ “แม่ดาว” (สมุทรสาคร) — แม่ผู้ยอมอดเพื่อให้ลูกอิ่ม แต่ต้องอยู่อย่างกังวลกว่า 26 ปี
แม่ดาวผ่านการถูกทำร้ายและถูกขายแรงงานมาตั้งแต่วัยเยาว์ ก่อนมาสร้างครอบครัวสุจริตในไทยนานกว่า 26 ปี แต่เพราะไม่มีเอกสารตัวตน ในช่วงโควิด-19 เธอจึงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับวัคซีน และเมื่อเจ็บป่วยก็ไม่สามารถเข้าถึงประกันสังคมได้
💡 มุมกฎหมาย: ปัจจุบันแม่ดาวอยู่ระหว่างกระบวนการจัดทำทะเบียนประวัติ "บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน” ตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (มาตรา 38 วรรค 2) เพื่อให้ได้สถานะราษฎรไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
2️⃣ “แม่ปุ๊” (กาญจนบุรี) — หนีสงครามมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร
แม่ปุ๊อพยพจากรัฐมอญเข้ามาตั้งรกรากใน อ.สังขละบุรี ทำงานรับจ้างสุจริตส่งเสียลูกสาว (“คุณหวิน”) จนลูกสาวสามารถผลักดันสิทธิและได้รับสัญชาติไทยได้สำเร็จ
💡 มุมกฎหมาย: แม้ตัวแม่ปุ๊เองจะมีสิทธิยื่นขอรับสถานะ “คนต่างด้าวอยู่อาศัยถาวร” หรือขอแปลงสัญชาติ ตามมติ ครม. แต่ด้วยความชราและขาดความเข้าใจทางกฎหมาย ทำให้คนเปราะบางจำนวนมากตกหล่นจากการพัฒนาสถานะบุคคล
3️⃣ “แม่ไพรินทร์” (พระนครศรีอยุธยา) — โรคร้ายในวัยชรา กับค่ารักษาที่ไม่มีสวัสดิการ
แม่ไพรินทร์ย้ายมาจากประเทศลาวตั้งแต่ปี 2528 ทำงานก่อสร้างตรากตรำเลี้ยงลูก 5 คนจนโต ปัจจุบันวัยชราและป่วยหนัก การไปโรงพยาบาลแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 2,000 บาท ซึ่งครอบครัวรับจ้างแบกรับไม่ไหว จนทำให้แม่ต้องขาดนัดหมอบ่อยครั้งเพราะไม่มีเงิน และต้องอยู่อย่างหวาดระแวง
💡 มุมกฎหมาย: การไม่มีสถานะทางทะเบียน ตัดสิทธิ์การเข้าถึง “กองทุนคืนสิทธิการรักษาพยาบาล (ท.99)” ของรัฐ คลินิกกฎหมายกำลังเร่งประสานสำนักทะเบียนท้องถิ่นเพื่อพิสูจน์และรับรองสถานะ เพื่อให้ท่านได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน
4️⃣ “แม่อ่อน” (นนทบุรี) — แม่ผู้เสียสละสิทธิ์การเรียน เพื่อให้ลูกได้มีอนาคต
แม่อ่อนหนีภัยความตายจากเมียนมาเข้ามาไทยตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ทำงานรับจ้างสุจริตและสละโอกาสเรียนหนังสือของตนเองเพื่อให้ลูกสาวทั้งสองได้เรียน จนลูกสาวคนโต (“น้องพลอย”) สอบเข้าเรียนคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมาฝึกงานที่คลินิกกฎหมายมูลนิธิกระจกเงา
💡 มุมกฎหมาย: แม่อ่อนมีเอกสารพิสูจน์สัญชาติเมียนมาแล้ว แต่ไม่สามารถกลับไปขอใบรับรองความโสดจากบ้านเกิดที่มีการสู้รบได้ ทำให้ไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกับสามีคนไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้
5️⃣ “แม่น่อมูคริ” (ตาก) — หมออนามัยกะเหรี่ยงในค่ายผู้หนีภัยการสู้รบ
แม่น่อมูคริเป็นผู้หนีภัยสงครามมาอาศัยในค่ายแม่หละ อ.ท่าสองยาง กว่า 27 ปี เธอใช้ความรู้ทางหมอพื้นบ้านทำหน้าที่เป็นหมอทำคลอดและรักษาผู้ป่วยในค่าย อดทนทำหน้าที่แม่เพื่อส่งเสียลูกสาว (“หมอซูซูมู”) ให้เติบโตมาเป็นหมออนามัยรับใช้ชุมชน
💡 *มุมกฎหมาย: ปัจจุบันรัฐไทยเริ่มมี "มติ ครม. รับรองสิทธิอาศัยตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ให้แก่ผู้หนีภัยการสู้รบในค่ายพักพิง เพื่อเปลี่ยนสถานะให้เป็นราษฎรไทย (บัตรเลข 000) ให้เข้าถึงสุขภาวะและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
🕊️ กฎหมายไม่ใช่แค่ข้อบังคับ... แต่คือ “โอกาส” ในการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
บัตรประจำตัวหรือเอกสารทางทะเบียน สำหรับคนทั่วไปอาจเป็นเพียงกระดาษหรือพลาสติกใบหนึ่ง แต่สำหรับ "แม่ไร้สัญชาติ” ทั้ง 5 ท่านนี้ มันคือความหวังในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล สิทธิในการทำงานอย่างปลอดภัย และการได้เห็นลูกๆ เติบโตอย่างมีศักดิ์ศรีบนแผ่นดินที่พวกเธอรัก
คลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรม เพื่อไม่ให้แม่คนใดต้องถูกลืมไว้ในเงามืดอีกต่อไป
หากท่านพบเห็นหรือกำลังประสบปัญหาข้อกฎหมายเรื่องสถานะบุคคล สิทธิการรักษาพยาบาล หรือการถูกละเมิดสิทธิ สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ที่ "คลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา"
-----------------------
สนับสนุนดูแลเรื่องสิทธิให้เพื่อนมนุษย์ กับโครงการคลินิกกฎหมาย
ได้ที่ บัญชีคลินิกกฎหมาย โดยมูลนิธิกระจกเงา
เลขบัญชี 202-270402-2 ธ.ไทยพาณิชย์
-----------------------
#มูลนิธิกระจกเงา #คลินิกกฎหมาย #คนไร้สัญชาติ #วันแม่แห่งชาติ #สิทธิมนุษยชน #คืนสิทธิคืนสุข #กฎหมายน่ารู้

🤝 อีกหนึ่งก้าวของการทำงานร่วมกันเพื่อไม่ให้ใครต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง...เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทีมคลินิกกฎหมาย มูลนิธิ...
10/08/2026

🤝 อีกหนึ่งก้าวของการทำงานร่วมกัน
เพื่อไม่ให้ใครต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง...

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทีมคลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา
ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านในจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับหลายหน่วยงานและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งทีมสภาทนายความ ทีมสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ทีมชมรมรักษ์จิตรฉะเชิงเทราเพื่อผู้บกพร่องทางจิต รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากกรมสุขภาพจิต
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ทุกฝ่ายได้พูดคุย
ทำความเข้าใจสถานการณ์ของครอบครัว
และแลกเปลี่ยนข้อมูลจากมุมมองของแต่ละวิชาชีพ
เพื่อช่วยกันมองหาแนวทางการช่วยเหลือที่เหมาะสมที่สุด
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่พบ คือปัญหาของคนพิการทางจิต
ที่ถูกหลอกหรือชักจูงให้ไปเปิดบัญชีธนาคาร
สำหรับคนทั่วไป การถูกหลอกให้เปิดบัญชีอาจะเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอยู่แล้ว
แต่สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางจิต หรือผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการตัดสินใจและการทำความเข้าใจสถานการณ์
ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น เพราะพวกเขาอาจไม่รู้ว่าการกระทำดั่งกล่าวจะส่งผลอะไร
นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องปัญหา "บัญชีม้า"
แต่เป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญของการคุ้มครองสิทธิคนพิการ
สิ่งที่ประทับใจคือ ไม่มีใครทำงานอยู่เพียงลำพัง
แต่ละทีมเข้ามาช่วยกันในสิ่งที่ตัวเองถนัด
ทั้งด้านกฎหมาย สุขภาพจิต การคุ้มครองสิทธิ และการช่วยเหลือด้านคุณภาพชีวิต
หลังจากการพูดคุย ยังมีการแลกเปลี่ยนแนวทางการประเมินและการดูแลที่เหมาะสม
รวมถึงการช่วยเหลือครอบครัวในด้านต่าง ๆ ต่อไป
โดยทุกฝ่ายจะร่วมกันประสานงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือเดินไปในทิศทางเดียวกัน
บางปัญหาอาจไม่มีทางออกที่ง่ายในทันที
แต่การได้เห็นหลายคน หลายหน่วยงาน และหลายวิชาชีพ
มานั่งอยู่ด้วยกันเพื่อหาทางออกให้กับคนหนึ่งคน เป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่า
อย่างน้อยวันนี้ เขาไม่ได้ต้องเดินอยู่คนเดียว 🤍
ขอบคุณทุกทีมและทุกคนที่ร่วมกันลงพื้นที่ ร่วมกันรับฟัง และร่วมกันคิดหาทางช่วยเหลือ
เพราะการทำงานเพื่อคนเปราะบาง บางครั้งอาจไม่ได้เริ่มจากการมีคำตอบ
แต่อาจเริ่มจากการที่เรา ไม่ปล่อยให้คำถามของเขาถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง

_________________________________
สนับสนุนดูแลเรื่องสิทธิให้เพื่อนมนุษย์ กับโครงการคลินิกกฎหมาย
ได้ที่ บัญชีคลินิกกฎหมาย โดยมูลนิธิกระจกเงา
เลขบัญชี 202-270402-2 ธ.ไทยพาณิชย์

#กฎหมายเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง
#คลินิกกฎหมาย #มูลนิธิกระจกเงา

21/07/2026

“ผมเป็นคนไร้บ้านมา 5 - 6 ปี เศรษฐกิจมันไม่ดี ก่อนหน้านี้ประกอบอาชีพช่างไม้ ตอกลัง ทำอยู่แถววรจักร พอช่วงโควิด ร้านที่ทำอยู่เลิกกิจการ ผมก็พยายามหางานใหม่ มีงาน รปภ. บ้าง งานอื่น ๆ บ้าง แต่ไม่ใช่ลูกจ้างประจำ เป็นไม่ได้
“เพราะผมป่วยด้วยโรคกระดูกพรุน (อ้าปากให้ดูว่าตนไม่เหลือฟันสักซี่) หมอเขาถอนออกหมด ต้องทำฟันปลอม แล้วทีนี้ ถ้าเป็นพนักงานประจำ ทางบริษัท รปภ. เขาจะให้ผมเข้าระบบประกันสังคม แต่ผมเข้าไม่ได้ ถ้าเข้า ผมต้องเสียตังค่าทำฟันปลอมเป็นหมื่น หมื่นกว่าบาท ซึ่งตอนแรกผมใช้สิทธิ์บัตรทองผมไม่ต้องเสียตัง สุดท้ายผมเลยจำใจลาออก เพราะไม่มีตังจ่ายค่าฟันปลอม
“ที่ผ่านมา ถ้าบริษัท รปภ. ขาดคน เขาก็จะเรียกผมไปเป็นงาน ๆ แต่นี่เขาไม่ได้เรียกผมไปทำหลายเดือนแล้ว ผมนอนอยู่แถวตลาดมหานาคครับ ไปรับข้าว หางานรายวัน เดินไปเรื่อย ถ้าเห็นพ่อค้าแม่ค้าเขาต้องการขึ้นของลงของ ผมก็ไปถามเขาว่าต้องการคนไหม ใช่ครับ หาวันต่อวัน บางวันก็ไม่มี
“พอรู้จักโครงการจ้างวานข้าจากเพื่อนที่แม้นศรี ผมก็ลองสมัคร ได้เข้ามาหน้างานช้าการช่าง คอยรื้อ กับประกอบเฟอร์นิเจอร์ มีงานให้ทำแน่ ๆ สองวันต่อสัปดาห์ ผมทำมาได้ห้าสัปดาห์แล้ว
“แล้วมีอยู่วันหนึ่ง เจ้าหน้าที่เขาถามว่าอยากทำบัตรคนจนไหม ถ้าจะทำ ให้ไปหาโครงการคลินิกกฎหมาย เขามีเจ้าหน้าที่คอยช่วยจัดการให้ทั้งหมดเลย เขาจะเรียกเราสัมภาษณ์ สอบถามข้อมูล
“พอสัปดาห์ต่อมา เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าผมได้สิทธิ์แล้ว เหลือแค่ยืนยันตัวตน ผมก็ดีใจ (หัวเราะ)
“แต่ดีใจได้แป๊บเดียวครับ (พูดเสียงเบาลง) เพราะผมต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ เป๋าตัง ซึ่งโทรศัพท์ที่ผมมี ระบบมันไม่ถึง เครื่องมันเก่า โหลดแอปฯ ไม่ได้ ผมเลยแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าผมยังมีโทรศัพท์อีกเครื่อง เครื่องใหม่ เพื่อนเพิ่งให้มา แต่พอลองทำ ช่องใส่ซิมของโทรศัพท์เครื่องใหม่มันเสีย ดันใส่ซิมไม่ได้
“ตอนแรกก็กังวลครับ เครียด คิดว่าจะยืนยันสิทธิ์ไม่สำเร็จ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่ายังไปยืนยันที่ธนาคารได้นะ เขาจะพาไป
“พอรู้ว่าจะมีคนพาไปก็ใจชื้น เพราะถ้าผมไปทำเอง เวลาไปพูดไปสื่อสารกับธนาคาร บางทีเขาอาจไม่เข้าใจ ผมก็เลยคิดว่าให้เจ้าหน้าที่กระจกเงาพาไปจัดการให้ดีกว่า
“ตอนนี้ผมยืนยันสิทธิ์เรียบร้อยแล้วครับ คิดว่าอย่างน้อยมันก็ช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย ช่วยค่าซื้อของซื้อกินได้ เนื่องจากผมมีโอกาสได้ทำงานกับกระจกเงาแล้ว พอมีเงินบัตรสวัสดิการมาช่วยอีกเล็กน้อยมันก็ยังดี“
_______________
มูลนิธิกระจกเงาจะตั้งโต๊ะทำเอกสารให้กลุ่มคนไร้บ้านที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจน
ในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569 นี้
เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป

ขอชวนสื่อมวลชนที่สนใจ
เก็บบรรยากาศการทบทวนสิทธิร่วมกัน
ได้ที่ สดชื่นสถาน ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า
_______________
ร่วมสนับสนุนดูแลเรื่องสิทธิให้เพื่อนมนุษย์
กับโครงการคลินิกกฎหมาย
ได้ที่ บัญชีคลินิกกฎหมาย โดยมูลนิธิกระจกเงา
เลขบัญชี 202-270402-2 ธ.ไทยพาณิชย์
#กฎหมายเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง
#คลินิกกฎหมาย #มูลนิธิกระจกเงา

20/07/2026

คลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา
เตรียมอุทธรณ์ 65 รายชื่อ
กลุ่มคนไร้บ้าน และกลุ่มเปราะบาง
ขอทบทวนสิทธิบัตรคนจน
เกือบสองเดือนนับตั้งแต่รัฐบาลเปิดให้มีการลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่ มูลนิธิกระจกเงามีการตั้งโต๊ะขึ้น 2 จุด เพื่อตรวจสอบสิทธิให้กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนจนเมืองที่ทำงานในมูลนิธิ รวมถึงคนไร้บ้านที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ที่ทั้งหมดนี้อาจมีสิทธิได้รับบัตรคนจนตามเกณฑ์ของรัฐ
มีคนสนใจมาตรวจสอบสิทธิทั้งหมด 176 คน แบ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ/คนจนเมืองที่ทำงานกับมูลนิธิ 77 คน, กลุ่มคนไร้บ้าน 99 คน
และเมื่อถึงการพิจารณาสิทธิรอบสุดท้าย เราพบว่ามี 65 คน ตกหล่น ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ
สาเหตุที่แจ้งในระบบ เช่น มีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อปี, มีสินเชื่อบัตรเครดิต, สินเชื่อเช่าซื้อ, เป็นเจ้าของรถยนต์/มอเตอร์ไซค์ ฯลฯ ทั้งที่ชีวิตปัจจุบันหลายคนเพิ่งหลุดพ้นจากการตกงาน เพิ่งเปลี่ยนผ่านจากการนอนข้างถนนมามีห้องเช่า บางรายต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียง และบางรายยังนอนไร้บ้านอยู่ในกรุงเทพมหานคร
ทุกคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา จึงแทบจะใกล้ชิด สนิทกับความจนกว่าสิ่งใด ทรัพย์สินเดียวที่แต่ละวันต้องมองหา คือข้าวปลาอาหาร และที่อยู่
เราจึงพยายามสันนิษฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่อาจเป็นไปได้
พบว่าใน 65 คนนี้ มีผู้สูงอายุ 10 คน ที่อดีตเคยไร้บ้าน และปัจจุบันเปลี่ยนผ่านมาทำงานในโครงการจ้างวานข้ามูลนิธิกระจกเงา ทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ รับรายได้วันละ 500 บาท เมื่อมีรายได้จึงอาจเป็นสาเหตุให้ไม่เข้าเกณฑ์รับสิทธิบัตรคนจน
7 คน เป็นกลุ่มคนจนเมือง รายได้น้อย ที่มีห้องเช่าอยู่แต่เสี่ยงหลุดมาไร้บ้าน เพราะสูงอายุ มีปัญหาสุขภาพ ตกงาน ปัจจุบัน 7 คนนี้ ได้ทำงานในโครงการจ้างวานข้ามูลนิธิกระจกเงา รับรายได้วันละ 500 บาทเช่นกัน แต่ทำงานสูงสุดแค่ 2 วันต่อสัปดาห์
อีก 48 คนที่เหลือ คือกลุ่มที่เราตั้งข้อสังเกตว่ามีความจนชัดเจนทั้งสภาพความเป็นอยู่และรายได้ ส่วนหนึ่งเป็นคนไร้บ้านที่ทำงานกับมูลนิธิกระจกเงาได้ไม่กี่เดือน อีกส่วนเป็นคนไร้บ้าน ใช้ชีวิตร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ข้างถนน ไม่มีบ้าน ไม่มีงาน ไม่มีรายได้ประจำ
ลงทะเบียน > รอพิจารณาคุณสมบัติ > ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา เมื่อถึงขั้นนี้ ประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ต้องยื่นอุทธรณ์ขอทบทวนสิทธิด้วยตัวเอง กลุ่มเปราะบางที่จนอยู่แล้ว ต้องออกเดินทางจากบ้านไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมการขนส่ง สรรพากร จ่ายเงินค่าเดินทางเพื่อไปยื่นเอกสาร พิสูจน์ความจนของตัวเองซ้ำอีก
ในส่วนของคนไร้บ้านและกลุ่มเปราะบาง ที่มูลนิธิกระจกเงาพบไม่ผ่านเกณฑ์ 65 คนนี้ โครงการคลินิกกฎหมายจะดูแลต่อ ด้วยการยื่นอุทธรณ์ให้
และติดตามอย่างใกล้ชิดว่า สุดท้ายแล้ว ความยากลำบากและความจน จะถูกพิจารณาอย่างจริงจัง คนจนจริง ๆ นั้น จะได้เข้าถึงสิทธิบัตรคนจนหรือไม่
————————————————
วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569 นี้ มูลนิธิกระจกเงาจะตั้งโต๊ะทำเอกสารให้กลุ่มคนไร้บ้าน ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจน
ชวนสื่อมวลชนที่สนใจ เก็บบรรยากาศการทบทวนสิทธิร่วมกัน
ได้ที่สดชื่นสถาน ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป
#คลินิกกฎหมาย
#มูลนิธิกระจกเงา

ขอบคุณจังหวัดตาก ที่ไม่นิ่งเฉยต่อสิทธิการศึกษาของ "น้องชัดดู" #สิทธิเด็กผู้ลี้ภัย  #สิทธิทางการศึกษา  #ประโยชน์สูงสุดของ...
20/07/2026

ขอบคุณจังหวัดตาก ที่ไม่นิ่งเฉยต่อสิทธิการศึกษาของ "น้องชัดดู"
#สิทธิเด็กผู้ลี้ภัย #สิทธิทางการศึกษา #ประโยชน์สูงสุดของเด็ก
ทำความรู้จัก "น้องชัดดู" หรือ ด.ช.ก่อคึมูโก เด็กชายวัย 4 ขวบ ที่เกิดและเติบโตในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
"หมอซูซูมู" หรือ นส.คึคึ คุณแม่ของน้องชัดดู มีความกังวลใจเรื่องอนาคตของลูกชายมาโดยตลอด เพราะโรงเรียนในค่ายแม่หละยังไม่มีหลักสูตรสอนภาษาไทย และแม้จะเรียนจบ ก็ไม่สามารถนำวุฒิการศึกษาไปใช้ต่อยอดชีวิตนอกค่ายได้จริง นั่นหมายความว่าน้องชัดดูอาจไม่มีโอกาสเติบโตและใช้ชีวิตในสังคมไทยได้อย่างเต็มศักยภาพ
📌 17 เมษายน 2569 — คลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา ร่วมกับบางกอกคลินิก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลท่าสองยาง และภาคประชาสังคม จึงได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และนายอำเภอท่าสองยาง เพื่อขออนุญาตให้น้องชัดดูออกนอกพื้นที่พักพิงชั่วคราวตามความจำเป็น เพื่อเข้าถึงสิทธิทางการศึกษา และเข้าเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บ้านตีนดอย
โดยยึดหลัก "ประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ" ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) ข้อ 3 ตลอดจนหลักสิทธิในการศึกษาเพื่อทุกคน (Education for All) ซึ่งสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางการศึกษาหลายฉบับ (ข้อ 26 UDHR, ข้อ 13 ICESCR และข้อ 28 CRC)
📌 13 กรกฎาคม 2569 — จังหวัดตากมีหนังสือตอบกลับมายังคลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา แจ้งว่าได้ส่งเรื่องหารือไปยังกระทรวงมหาดไทยแล้ว และขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบจากประเทศเมียนมา ภายใต้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
🙏 ขอขอบคุณจังหวัดตาก
ที่ดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความใส่ใจ ไม่นิ่งเฉยต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และให้ความสำคัญกับความจำเป็นด้านการศึกษาของน้องชัดดู
การดำเนินงานในครั้งนี้ไม่ได้มีความหมายเพียงต่อเด็กคนเดียว แต่ยังเป็นการวางบรรทัดฐานสำคัญที่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นที่ตั้ง และสะท้อนภาพลักษณ์อันงดงามของฝ่ายความมั่นคงไทย ในฐานะผู้ปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กผู้ลี้ภัย บนเวทีสิทธิมนุษยชนระดับสากลต่อไป

19/07/2026

"เราพบคนรวยในหมู่คนไร้บ้านทีมจ้างวานข้า"

หลังการประกาศผลการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
ทีมคลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา
นัดทีมจ้างวานข้ามาตรวจสอบผลการพิจารณา
และเตรียมช่วยยื่นอุทธรณ์ให้กับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์
พบชายพิการคนหนึ่งในทีมจ้างวานข้า
ที่เคยใช้ชีวิตเร่ร่อนมานานกว่าห้าปี

วันนี้เขาเพิ่งทำงานกับจ้างวานข้าได้ราวสองเดือน
ได้เข้าสู่โปรแกรมเปลี่ยนผ่าน
มีงานทำห้าวันต่อสัปดาห์
และเพิ่งมีห้องเช่าเป็นของตัวเองได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน

แต่ผลที่ปรากฏบนหน้าจอระบุว่า
เขาไม่ผ่านเกณฑ์
เนื่องจากมีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี
ทางโครงการคลินิกกฎหมาย
จะช่วยยื่นอุทธรณ์พร้อมประสานตรวจสอบข้อมูลกับกรมสรรพากร
เพื่อหาสาเหตุของผลการพิจารณาที่เกิดขึ้น
Pic of สัปดาห์
#ภาพเล่าเรื่อง
#มูลนิธิกระจกเงา

ที่อยู่

คลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา 143/19 แจ้งวัฒนะซอย 1 แยก 6 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 09:30 - 17:30
อังคาร 09:30 - 17:30
พุธ 09:30 - 17:30
พฤหัสบดี 09:30 - 17:30
ศุกร์ 09:30 - 17:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ คลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์