30/07/2026
🔵 ความสำเร็จของโครงการ LE จะไม่ได้วัดเพียงแค่รายได้หรือ GDP แต่เน้นที่ สุขภาวะ (Well-being Index) และความแข็งแกร่งจากภายใน เปรียบเหมือน "หินก้อนเล็กๆ" ที่แข็งแรงพอจะพึ่งพาตนเองได้ ทั้งในแง่ของการทำให้คนในพื้นที่มีงานทำ มีสุขภาวะที่ดี และลดหนี้ครัวเรือนลงได้อย่างถาวร ซึ่งนี่คือเป้าหมายสูงสุดที่โครงการ LE ต้องการส่งมอบคืนให้แก่แผ่นดินไทย
ถอดบทเรียนความสำเร็จ โครงการ Local Enterprises บพท. กับภารกิจพลิก “ธุรกิจชุมชน” ให้เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืน
ในโลกที่ผู้คนยังให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดความสำเร็จระดับประเทศ ที่บ่อยครั้งเมื่อเจาะลึกลงไปแล้วกลับสร้างประโยชน์ให้คนเฉพาะกลุ่มแบบไม่ยั่งยืน เปรียบเหมือนการเอาเข็มเจาะลงไปในลูกโป่ง ที่ข้างในอัดแน่นไปด้วยอากาศที่จับต้องไม่ได้ วันนี้เราจึงอยากชวนทุกคนมาถอดบทเรียนความสำเร็จจากโครงการวิจัย Local Enterprises (LE) ที่เลือกจะสร้าง ‘หินก้อนเล็กๆ” ซึ่งก็คือ “ธุรกิจชุมชน ที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของไทยให้มีความแข็งแกร่ง สามารถยืนหยัดได้อย่างเข้มแข็งบนแผ่นดินเกิด
โดย โครงการวิจัย Local Enterprises (LE) ได้รับการสนับสนุนในการดำเนินงานจาก กองทุนส่งเสริม ววน. และหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) สังกัด สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. และมี Key Person คนสำคัญที่เปรียบเสมือน “ผู้คุมบังเหียน” ของโครงการนี้ คือ รองศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต อินณวงศ์ ผู้อำนวยการกรอบการวิจัย Local Enterprises
ด้วยความเชื่อมั่นของ รศ.ดร.บัณฑิต และทีมทำงานโครงการ LE ว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องเริ่มที่การ “เปลี่ยนคน” ควบคู่ไปกับการสร้างวินัยผ่านหลักคิด คน-ของ-ตลาด ด้วยกลไกการแยกกระเป๋าตังค์ครัวเรือนออกจากธุรกิจไปจนถึงการเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าประจำ นำสู่การวางแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการฯ ผ่าน 2 ภาคส่วนสำคัญ (Key Acting Engines) คือ การทำงานร่วมกับนักวิจัยเศรษฐกิจชุมชนใน 51 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และ การทำงานร่วมกับ 21,759 ธุรกิจชุมชน และ 45 นักพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน (45 LE Heroes) ทั้งหมดนี้ เป็นจิ๊กซอว์ที่มาเรียงร้อยเชื่อมกันจนเกิดเป็นภาคความสำเร็จที่จับต้องได้ของ โครงการ LE ที่ได้เห็นในวันนี้
เพื่อให้เห็นเส้นทางของการดำเนินโครงการ LE วันนี้ เราได้รับโอกาสพูดคุยกับ รศ.ดร.บัณฑิต ที่จะมาถอดรหัสเบื้องหลังภารกิจการใช้เครื่องมือทางธุรกิจมากำกับกระบวนการทางสังคม เพื่อสร้างรากแก้วที่แข็งแรงให้แก่เศรษฐกิจฐานรากของไทย
รศ.ดร.บัณฑิต ได้เริ่มถ่ายทอดแนวทางสำคัญและกลไกของโครงการ LE ที่มุ่งเน้นเปลี่ยน “ธุรกิจชุมชน” ให้เป็น “เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก” (Local Growth Engine) ผ่านกระบวนการวิจัยเชิงสังคมที่ใช้เครื่องมือทางธุรกิจเป็นตัวกำกับ
“หัวใจสำคัญของการพัฒนาธุรกิจชุมชนต้องเริ่มที่การเปลี่ยน “คน” โดยเฉพาะ Mindset และสมรรถนะของเจ้าของธุรกิจ เปรียบเหมือนการสอนให้ขับรถคันเดิมแต่ให้ขับได้เก่ง ระมัดระวังมากขึ้น จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุ จากนั้น ให้ความรู้ในเรื่องการแยก “กระเป๋าตังค์ครัวเรือน” ออกจาก “กระเป๋าตังค์ธุรกิจ” ซึ่งนี่คือคานงัดสำคัญที่ทำใหเผู้ประกอบการเห็นว่าจุดที่เขาพลาดทำให้เกิดปัญหาหนี้สินเกิดขึ้นที่จุดไหนกันแน่ เพราะผู้ประกอบการธูรกิจชุมชนส่วนใหญ่ มักไม่แยกกระเป๋าตังค์สองกระเป๋านี้ออกจากัน โดยมักจะนำรายได้จากการทำธุรกิจไปปะปนกับรายจ่ายในบ้านจนมองไม่เห็นกำไรหรือขาดทุนที่แท้จริง”
“ต่อมาจึงสร้างความเข้าใจในโมเดล คน-ของ-ตลาด เพื่อเปลี่ยนธุรกิจชุมชนให้เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย กระบวนการวิจัยเชิงสังคมที่ใช้เครื่องมือทางธุรกิจเป็นตัวกำกับ ซึ่งในมุมของ นักวิจัยเศรษฐกิจชุมชน แนวคิดนี้เปลี่ยนบทบาทของอาจารย์จากนักวิชาการบนหิ้งให้กลายเป็น “Knowledge Manager” ที่ทำงานบนฐานความเป็นจริง”
“ตั้งแต่การปรับเป้าหมายงานวิจัย ให้นักวิจัยมีเป้าให้ยึด ไม่ทำงานวิจัยแบบสะเปะสะปะหรือเน้นแค่การทำผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เปลี่ยนไปมุ่งเน้นการเปลี่ยนคนหรือเจ้าของธุรกิจให้มีสมรรถนะสูงขึ้น ขณะเดียวกัน กระตุ้นให้นักวิจัยวิเคราะห์ปัญหาที่มองหา “ทุกข์ของพื้นที่” และปัญหาธุรกิจให้เจอก่อนลงมือทำรากเหง้า เช่น การแก้ปัญหาหนี้สินก่อนการพัฒนาสินค้า”
“และเมื่อแก้ปัญหาทุกข์ของพื้นที่แล้ว นักวิจัยต้องสวมบทบาทแบบ “3 ประสาน” เป็นทั้ง ครู ผู้ถ่ายทอดความรู้ หมอผู้วินิจฉัยโรคทางธุรกิจและชีวิตและ ผู้ใหญ่บ้านที่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจ ทั้งหมดนี้ จะทำให้งานวิจัยมีมิติของความเป็นมนุษย์และเข้าถึงใจคนในพื้นที่มากขึ้น”
“ส่วนในมุมของการนักพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน หรือ LE Heroes ผู้ประกอบการที่จะเป็น “หัวหน้าชั้น” ที่ได้รับการติดตั้งความรู้สำคัญของ LE และสามารถไปสอนผู้อื่นได้ เป็นอีกคนที่ต้องเข้าใจโมเดล คน-ของ-ตลาด อย่างแท้จริง โดยเฉพาะเทคนิคในการแยกกระเป๋าตังค์ครัวเรือนและธุรกิจ เพราะนี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจชุมชนรอดพ้นจากปัญหาหนี้ครัวเรือน”
“และสำหรับ LE Heros นอกเหนือจากการสวมบทบาท 3 ประสาน ไม่ต่างกับ นักวิจัยเศรษฐกิจชุมชน แล้ว ยังต้องมีความเข้าใจในทุกข์ของพื้นที่หรือปัญหาที่แท้จริงของชุมชนและมีแรงผลักดันที่จะแก้ปัญหานั้นด้วยตัวเอง ด้วยการทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง เช่น การแยกกระเป๋าตังค์ การหาต้นทุนที่แท้จริง และการรักษาฐานลูกค้าประจำด้วย”
ประเด็นต่อมาที่ รศ.ดร.บัณฑิต ได้อธิบายเพิ่มเติม คือ การนำเอาเครื่องมือและเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนและนักพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งมี 3 เครื่องมือหลัก ได้แก่
#เกื้อกูลซูเปอร์บอร์ดเกม ใช้จำลองสถานการณ์การทำธุรกิจเสมือนจริงเพื่อให้ผู้ประกอบการเรียนรู้เหตุของปัญหาหนี้สิน ช่วยให้เห็นภาพการแยกกระเป๋าตังค์ได้อย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย แม้สำหรับผู้ที่มีระดับการศึกษาแตกต่างกัน
#เกื้อกูลซูเปอร์แอปพลิเคชัน เป็น Super Data Analytic ซึ่งระบบจะบันทึกข้อมูลและวิเคราะห์ผลแบบ Real-time เพื่อสร้างวินัยทางการเงินและจากการทดลองพบว่าสามารถ ลดหนี้ครัวเรือนลงได้เกือบ 30% และมี เงินออมเพิ่มขึ้นประมาณ 14-15% ภายในเวลาเพียง 90 วัน และนำไปสู่การปลดหนี้ครัวเรือนได้ในระยะยาว
#เกื้อกูลซูเปอร์โค้ช ทำหน้าที่เป็นทั้ง ครู ผู้สอนความรู้ หมอ ผู้วินิจฉัยโรคทางธุรกิจและ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้สนับสนุนและให้กำลังใจช่วยติดตามและประคับประคองผู้ประกอบการตลอดกระบวนการ 6 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจริง
ด้วยกลไกและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาตลอด 7 ปีตลอด โครงการ LE สามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นรายได้รวมให้ธุรกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการถึง 9,448 ล้านบาทต่อปี ก่อให้เกิดเม็ดเงินในการจ้างงานและสร้างงานในพื้นที่ 3,024 ล้านบาทต่อปี และเกิดการหมุนเวียนของการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นมูลค่า 3,402 ล้านบาทต่อปี นอกจากนั้น ข้อมูลวิจัยยังระบุว่า รายจ่ายของธุรกิจ LE ถึงร้อยละ 71 จะหมุนเวียนอยู่ภายในท้องถิ่น ทำให้เกิดการกักเก็บเม็ดเงินไม่ให้ไหลออกจากพื้นที่ตามแนวทาง “ฝายชะลอเงิน” อย่างเป็นรูปธรรม
มาถึงตอนนี้ รศ.ดร.บัณฑิต ได้กล่าวถึงแนวทางการต่อยอดความสำเร็จของโครงการ LE ในอนาคตว่ายังคงมุ่งหวังให้ธุรกิจชุมชนเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจระดับพื้นที่ หรือ Local Growth Engine ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนผ่านกลยุทธ์สำคัญ ซึ่งมีการตั้งเป้าหมายที่ท้าทายในการขยายเครือข่ายธุรกิจชุมชนให้ครอบคลุม 47,000 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2570 และในปัจจุบันมีการดำเนินงานไปแล้วกว่า 35,000 ธุรกิจโดยอาศัยกลไกการขยายผลแบบทวีคูณผ่าน LE Heroes นั่นเอง
“เราจะสร้างเครือข่ายมดงาน LE Heroes อย่างน้อยจังหวัดละ 10 คน กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ โดยให้ LE Heros หนึ่งคน รับผิดชอบดูแล 100 ธุรกิจชุมชน ซึ่งนี่จะพิสูจน์ได้ว่าแม้จะมีงบประมาณจำกัด แต่หากมีกลไกที่ถูกต้องก็สามารถสร้างแรงกระเพื่อมในวงกว้างได้ เพราะถ้าสามารถขับเคลื่อนธุรกิจชุมชนได้ถึง 200,000 ราย ก็เท่ากับประมาณร้อยละ 10 ของธุรกิจชุมชนทั้งหมด 2 ล้านราย ย่อมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบของเศรษฐกิจฐานรากได้ทันทีในปี 2571”
“และต่อไป จะมีการประสานความร่วมมือกับทั้งหน่วยงานภาครัฐที่มีเครือข่ายทั่วประเทศ เช่น กรมการพัฒนาชุมชน หรือ สำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อนำชุดความรู้ LE ไปปรับใช้กับตัวแทนที่มีอยู่แล้ว ทำให้การขยายผลทำได้รวดเร็วกว่าการทำงานเพียงลำพัง ส่วนภาคเอกชน จะมีการร่วมมือกับบริษัทเอกชน เพื่อนำแนวคิด LE ไปใส่ในโครงการด้าน CSR หรือ ESG ขององค์กรนั้นด้วย”
ที่สุดแล้ว รศ.ดร.บัณฑิต เน้นย้ำว่าต่อไปความสำเร็จของโครงการ LE จะไม่ได้วัดเพียงแค่รายได้หรือ GDP แต่เน้นที่ สุขภาวะ (Well-being Index) และความแข็งแกร่งจากภายใน เปรียบเหมือน "หินก้อนเล็กๆ" ที่แข็งแรงพอจะพึ่งพาตนเองได้ ทั้งในแง่ของการทำให้คนในพื้นที่มีงานทำ มีสุขภาวะที่ดี และลดหนี้ครัวเรือนลงได้อย่างถาวร ซึ่งนี่คือเป้าหมายสูงสุดที่โครงการ LE ต้องการส่งมอบคืนให้แก่แผ่นดินไทย
----------
The Changemaker says :
โครงการวิจัย LE เป็นอีกหนึ่งต้นแบบโครงการวิจัยเพื่อชุมชนที่สร้างผลลัพธ์เป็นรูปธรรมชัดเจน และมีส่วนช่วยสร้างธุรกิจชุมชนทั่วไทยให้เข้มแข็งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลลัพธ์นี้ไม่แค่แสดงให้เห็นผ่านตัวเลขรายได้ของธุรกิจชุมชนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ทว่า ยังเห็นได้จากคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดีขึ้นในทุกด้าน รวมถึงยังสะท้อนผ่านความประทับใจของบุคลากรทุกภาคส่วนที่มีโอกาสได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการ LE นี้ไปพร้อมกัน
• การคืนศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์ สะท้อนจากการดำเนินโครงการที่ เกาะปูลาโต๊ะบีซู ซึ่ง รศ.ดร.บัณฑิต เล่าว่าโครงการนี้ช่วยพาหัวหน้าครอบครัวชาวประมงที่เกาะกลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้ง จากเดิมที่สามีต้องไปรับจ้างที่มาเลเซีย ภรรยาต้องอยู่กับลูกรอวันที่สามีจะกลับมา จนเมื่อวันที่ธุรกิจชุมชนเกาะหัวใจเกื้อกูล สามารถผลิตสินค้าแปรรูปจากทะเลเข้มแข็งขึ้น สามีก็กลับมาทำอาชีพที่บ้านได้ ความอบอุ่นในครอบครัวก็กลับคืนมาอีกครั้ง และนี่คือสิ่งที่ รศ.ดร.บัณฑิต ระบุว่าเป็นการคืนศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์ ซึ่งมีความหมายและคุณค่าที่ยิ่งใหญ่กว่าผลลัพธ์ของโครงการวิจัยทั่วไป
• ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดจากความเข้าใจ “ทุกข์ที่แท้จริง” ของชาวบ้าน โครงการ LE นี้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าใจกระบวนการวิจัยเชิงสังคมที่สามารถเจาะลงไปถึง "รากเหง้าของปัญหา" ได้จริง ปละการได้เห็นชาวบ้านสามารถแยกกระเป๋าตังค์ครัวเรือนออกจากธุรกิจ จนสามารถ ลดหนี้ครัวเรือนได้เกือบ 30% และเริ่มมีเงินออมภายใน 90 วัน เป็นบทพิสูจน์ที่ทำให้ทีมงานทุกคนรู้สึกว่างานวิจัยสามารถแก้ปัญหาความยากจนได้จริง
• จิตวิญญาณของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจากการเดินตามรอยพ่อหลวง รศ.ดร.บัณฑิต กล่าวถึงอีกหนึ่งความประทับใจจากการรวมตัวกันของทีม Super Coach และนักวิจัยที่ทุ่มเททำงานโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย โดยย้ำว่าแรงขับเคลื่อนสำคัญของทีมงานทุกคน คือ ความรักใน “ในหลวงรัชกาลที่ 9” และความต้องการที่จะทำตามพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน โดยยึดหลักคิดที่ว่า “เราไม่เคยตั้งคำถามว่าเราทำแล้วได้อะไร แต่เราตั้งคำถามว่าถ้าไม่ทำเราเสียใจหรือเปล่า”
----------
#ธุรกิจชุมชน #บพท. #อาจารย์บัณฑิตอินณวงศ์