จ้างวานข้า โดยมูลนิธิกระจกเงา

จ้างวานข้า โดยมูลนิธิกระจกเงา จ้างงานคนไร้บ้าน ทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้พวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจ้างวานคนไร้บ้าน ให้มีงานทำ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยร่วมสมทบทุนผ่านบัญชี โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-258289-4 ธ.ไทยพาณิชย์

เป็นครั้งที่5แล้วที่สดชื่นสถานมีหมอนับ10คนมาเยือน การมาเยือนมีทั้งน้องหมอที่เป็นนศ.แพทย์ และ พี่หมอ ที่เป็นแพทย์วิชาชีพ ...
27/03/2026

เป็นครั้งที่5แล้วที่สดชื่นสถานมีหมอนับ10คนมาเยือน การมาเยือนมีทั้งน้องหมอที่เป็นนศ.แพทย์ และ พี่หมอ ที่เป็นแพทย์วิชาชีพ เป็นอาจารย์หมอ พวกเขาเป็นหมอจากรพ.ศิริราช ฝั่งตรงข้ามกับสดชื่นสถาน แม้อยู่อีกฟากฝั่งหนึ่ง แต่การมองเห็นความเจ็บป่วยของคนไร้บ้านในอีกฟากฝั่งหนึ่งได้จึงไม่ใช่สายตาที่ธรรมดา แต่เป็นสายตาที่ประกอบสร้างด้วยหัวใจ
"ผมเป็นนักศึกษาแพทย์กำลังขึ้นชั้นปีที่ 6 ครับ ปกติสนใจเกี่ยวกับกิจกรรมจิตอาสาเป็นทุนเดิม ถ้ามีโอกาสก็จะไปเข้าร่วมในบริบทที่เราทำได้ อย่างพวกกิจกรรมหมออาสา ไปออกตรวจตามชุมชน ตรวจชาวบ้านต่างจังหวัด พอได้เข้าร่วมมันก็เป็นประสบการณ์ที่ดี ทำให้เราได้ใช้ความรู้ ความสามารถที่เราได้เรียนมา ไปสร้างประโยชน์ให้คนไข้ได้จริง เพราะหลายคนก็เข้าไม่ถึงบริการทางสาธารณสุข"
"ก่อนมาออกตรวจคนไร้บ้านที่สดชื่นสถาน ผมเริ่มทำชมรมจิตอาสาของคณะพอดี เป็นชมรมที่ตั้งใหม่เมื่อปีที่แล้ว เราก็คิดว่าเราจะหากิจกรรมอะไรมาทำในชมรมดี พอมาเจอกิจกรรมนี้เลยลงล็อคเพราะได้ประโยชน์สองต่อ และได้ฝึกประสบการณ์และความรู้ทางการแพทย์ด้วย เพราะในศิริราชมีนักศึกษาแพทย์เยอะมากที่อยากทำกิจกรรมจิตอาสา และกิจกรรมออกตรวจคนไร้บ้านก็เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ เพราะได้มาเจอกับโรคที่หลากหลาย อาจจะเป็นโรคที่เราต้องเจอในการเป็นหมอในวันข้างหน้า และต้องอาศัยความเข้าใจหลายอย่าง ต้องเข้าใจว่าคนไร้บ้านเขามีความเป็นอยู่แบบไหน มีข้อจำกัดอะไรบ้างที่ส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วยแบบนั้นแบบนี้"
"ความท้าทายในการตรวจคนไร้บ้าน บางอย่างเราก็พยายามแนะนำด้วยความประสงค์ดี แต่ด้วยความเป็นอยู่ของเขามันไม่สามารถให้เขาทำตามแนวทางการรักษาได้ขนาดนั้น เราก็ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรามากขึ้น เพราะการใช้ชีวิตไร้บ้านมันมีผลแทบจะทุกระบบในร่างกาย ตั้งแต่หัวจรดเท้า เช่น การที่เขาไม่ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งที่ชัดเจน มันก็ทำให้คุณภาพการนอนของเขาไม่ดี รวมถึงอาหารการกินต่าง ๆ ที่เลือกไม่ได้ ก็ไม่ได้สารอาหารตามที่ควรจะเป็น สิ่งเหล่านี้ทำให้เขามีโอกาสเป็นโรคต่าง ๆ มากขึ้น เช่น ความดัน ไขมัน บางทีนอนไม่พอ มีเรื่องกังวลใจ มันก็เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้ได้ ประกอบกับที่เขาไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากขึ้น ทั้งโรคหัวใจ สโตรก ซึ่งพวกนี้เป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิต และที่พบมากก็คือโรคติดเชื้อต่าง ๆ ด้วยข้อจำกัดเรื่องสุขอนามัยที่ดีไม่พอ ก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และถ้าลุกลามก็อาจติดเชื้อเข้ากระแสเลือดได้ เห็นได้ชัดเจนว่าความเป็นอยู่มีผลต่อการเกิดโรคจริง ๆ "
"พอได้ทำกิจกรรม ได้มาเห็นความเป็นอยู่ของกลุ่มคนไร้บ้าน ผมตกผลึกเรื่องการมองคนไข้ในฐานะมนุษย์คนนึงมากขึ้น ทำให้ได้รู้ว่าในสังคมเรามีคนไร้บ้านที่ประสบปัญหาชีวิต ต้องการความช่วยเหลือ ชีวิตความเป็นอยู่ของเขามันยังขาดสิ่งพื้นฐานหลายอย่างที่มนุษย์ควรจะมี เราก็ได้เปิดมุมมองมากขึ้น ว่าคนคนนึงอาจจะมีปัญหาทั้งกับครอบครัว ทางสังคม ทางกฎหมาย จนต้องมาใช้ชีวิตไร้บ้าน และทำให้เรามองเขาในหลายมิติ แบบครอบคลุม พอเราเข้าใจ เราก็ได้ฝึกการคิดฝึกการตัดสินใจในการรักษา ทางผมเองก็ได้พัฒนาตัวเองในด้านของความเป็นแพทย์ด้วย ในขณะเดียวกันคนไร้บ้านก็มีโอกาสเข้าถึงบริการด้านสุขภาพมากขึ้น ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่ได้ไปรักษาโรคที่มีความซับซ้อนมากมาย แต่เราก็ได้ช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้นให้เขาอยู่แบบมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้นได้"
เราตั้งชื่อกิจกรรมนี้เล่นๆว่า น้องหมอใกล้ฉัน แต่แน่นอนว่ากิจกรรมนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น แต่มันคือการมาเอาจริงเอาจัง เพื่อให้ชีวิตใครบางคนได้ยืนยาวขึ้น มีความสุขขึ้นจากสุขภาพอนามัยที่ดีขึ้นด้วยวิชาชีพทางการแพทย์
___________
สนับสนุนสดชื่นสถานได้ที่…
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB

แกเดินมายกมือไหว้ขอบคุณ หลังจากที่เห็นผ้าที่ถูกซักถูกอบเรียบร้อยแล้ว ถูกพับไว้ในตะกร้า“ทำให้ลุงขนาดนี้เลยหรอ”“ลุงไม่ได้ซ...
25/03/2026

แกเดินมายกมือไหว้ขอบคุณ หลังจากที่เห็นผ้าที่ถูกซักถูกอบเรียบร้อยแล้ว ถูกพับไว้ในตะกร้า
“ทำให้ลุงขนาดนี้เลยหรอ”
“ลุงไม่ได้ซักผ้าสะอาดๆ แบบนี้มานานหลายปีแล้ว หนแรกในชีวิตเลยนะเนี่ย ทั้งชีวิตไม่มีใครทำแบบนี้ให้ลุงเลย ”
พูดจบพร้อมกับหยิบผ้าของตัวเองขึ้นมาดม
”ลุงเร่ร่อนไปเรื่อย ใช้ชีวิตแบบนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว เราเองก็ไม่ได้อยากเดือดร้อนใคร ถ้ามีเงินก็ซื้อกิน วันไหนไม่มีก็เดินสายรับของแจก แต่ส่วนใหญ่ลุงจะนอนอยู่แถววงเวียนใหญ่ ที่มาซักเนี่ยเพราะมีเพื่อนที่ต่อแถวรับข้าวด้วยกันเขาบอก ลุงไปทักว่า เฮ้ย ทำไมเสื้อผ้าเอ็งหอมจังวะ ดูเนื้อตัวสะอาดขึ้น เขาก็บอกว่ามาซักผ้าอาบน้ำที่นี่ พอเรารู้ว่าให้บริการฟรี ก็รีบไปเก็บเสื้อผ้าทั้งหมดมาซัก เอาง่ายๆ มาตามกลิ่นเลย (หัวเราะ)“
”ลุงไม่นึกเลยนะว่ามีที่แบบนี้ด้วย ลุงรู้จักกระจกเงาครั้งแรกสมัยที่มีรถมาแจกข้าว (รถหมูแดง) แต่ไม่คิดเลยว่าเดี๋ยวนี้มาเปิดห้องน้ำ มีรถซักผ้าให้บริการ ลุงมาถึงลงทะเบียน มีคนยกเสื้อผ้าลุงไปซักและอบเลย บริการดีสุดๆ เสียดายเรามารู้จักช้าไป ไม่งั้นคงมาตั้งแต่เปิดแรกๆ”
“ดีใจมาก ได้ใส่เสื้อผ้าสะอาดๆ เราจะได้มั่นใจมากขึ้น บางทีเห็นเสื้อผ้าที่ตัวเองใส่ แลดูผ้าขี้ริ้วยังดูดีซะกว่า ดีมากๆ ที่มีพื้นที่แบบนี้ ขอบคุณมากจริงๆ ขอให้ใครก็ตามที่สนับสนุนสิ่งนี้เจริญๆ สิ่งดีๆ กลับคืนร้อยเท่าพันเท่านะครับ“
ก่อนกลับ แกยืนอ่านป้ายโปรแกรมการให้บริการของสดชื่นสถาน
“มีสมัครงานด้วยหรอ คนแก่แบบลุงรับไหม ลุงเคยทาสี เคยทำงานก่อสร้างมา สายตายังพอได้ เรี่ยวแรงก็พอเหลืออยู่ อยากหางานทำ แต่ไม่กล้าไปสมัครที่ไหนเพราะกลัวว่าเขาจะไล่ตะเพิด“
สดชื่นสถานยังรอคอยแกกลับมาอีกครั้งในฐานะคนมาสมัครงาน
___________
สนับสนุนสดชื่นสถานได้ที่…
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
#สดชื่นสถาน #มูลนิธิกระจกเงา

คนซ้าย เป็นคนไร้บ้านที่มาใช้บริการที่สดชื่นสถานเป็นประจำ มาซักผ้าอบผ้า มาใช้ห้องน้ำห้องท่า ที่สำคัญคือ การมาสมัครงานจ้าง...
20/03/2026

คนซ้าย เป็นคนไร้บ้านที่มาใช้บริการที่สดชื่นสถานเป็นประจำ มาซักผ้าอบผ้า มาใช้ห้องน้ำห้องท่า ที่สำคัญคือ การมาสมัครงานจ้างวานข้า จากการแนะนำและดันหลังของแม่บ้านสดชื่นสถาน
คนขวา เป็นแม่บ้านที่สดชื่นสถาน เป็นคนที่ให้บริการ การซักผ้าอบผ้า และห้องน้ำห้องอาบน้ำที่สะอาดหอมฉุย และที่สำคัญเธอคืออดีตคนไร้บ้านเช่นกัน และสดชื่นสถานคือพื้นที่ที่ทำให้เธอได้มีการงานและหลุดจากสภาพคนไร้บ้านมาไกลโข
“ตอนนี้ป้าอายุ 73 ปีแล้ว มีความสุขและภูมิใจกับการทำงานมาก จำได้เมื่อก่อนคนไร้บ้านที่นอนอยู่แถวนี้ยังดูมอมแมม เสื้อผ้าดำสกปรก แต่ภาพแบบนี้เราไม่ได้เห็นมานานแล้วตั้งแต่มีสดชื่นสถาน หลายคนมาใช้บริการแล้วได้ทำงานจ้างวานข้า มีกลับมาเยี่ยมเยียนเรา บอกว่าตอนนี้เขาอยู่สุขสบายขึ้น ไม่ต้องมาคอยต่อคิวเข้าห้องน้ำแล้วนะ เราก็ยิ้มไม่หุบ เพราะมันแปลว่า ชีวิตเขาดีขึ้นแล้ว“

ป้าแม่บ้านเล่าภาพที่เธอเห็นในทุกวันนี้ เมื่อเริ่มมีสดชื่นสถานขึ้นมา
“ป้าป่วยเป็นลมชักตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่าชักบ่อยมาก พอโตมาเป็นสาวก็ชักน้อยลงปีละ 3-4 ครั้ง พอเข้าอายุ 30 ปีก็แทบไม่ชัก ทำงานได้ตามปกติมาตลอด พออายุจะ 60 ปีก็มาป่วยเป็นสโตรกตอนนั้นยังทำงานอยู่โรงไก่ โรงกุ้ง ได้เพื่อนพาไปหาหมอ หลังจากนั้นก็เริ่มมีปัญหากับทางบ้านก็เลยยอมออกจากบ้านมา”
“มารู้จักสดชื่นสถานได้เพราะเพื่อนบอกเลยเดินมาถามว่าซักผ้าได้มั้ย ตอนนั้นยังไม่ได้คุยอะไรกับแม่บ้านมากนัก ซักอยู่เป็นเดือน จนมีแม่บ้านถามป้าว่าไม่อยากทำงานเหรอป้า ป้าบอกอายุขนาดนี้แล้วเขาจะรับอยู่ใช่มั้ย เขาบอกให้มาสมัครได้เลยวันประชุมสมาชิกตามป้ายที่ติดไว้ แต่ป้าอ่านไม่ออก แม่บ้านเขาก็บอกอย่างดี คุยดีกับป้าทุกคน มีแต่บอกว่าให้สมัครจะได้ไม่ต้องลำบากนอนอยู่แถวนี้”

ป้าคนไร้บ้านถือโอกาสเล่าให้ฟังบ้าง สาเหตุที่ต้องมาไร้บ้าน และจุดเริ่มต้นที่ทำชีวิตเธอเปลี่ยนไป
”เวลาเราเจอคนเนื้อตัวมอมแมม เราเชื้อเชิญเขาเลยนะ ‘คุณมาอาบน้ำห้องน้ำสิ มีสบู่ มียาสระผมให้พร้อมเลยนะ เอาเสื้อผ้ามาซักได้ด้วย ฟรีทุกอย่าง’ ไม่น่าเชื่อ แค่มีห้องน้ำ มีรถซักผ้า มันเปลี่ยนชีวิตคนได้จริงนะคุณ จากเนื้อตัวเหม็นหึ่ง เดินออกมาตัวหอมฉุย ดูสดชื่นขึ้น ผิวพรรณดีขึ้นถนัดตา ดูไม่ออกเลยนะว่านอนข้างถนน“
”ป้ามาทำแม่บ้านที่สดชื่นสถานได้เกือบ 4 ปีแล้ว เป็นงานที่ป้ารักมาก มันไม่ใช่แค่งานทำความสะอาด แต่มันเป็นงานบริการที่ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากได้จริง “

ป้าแม่บ้านเล่าให้ฟังถึงความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือผู้คน
วันหนึ่งที่เธอคนไร้บ้านมาเอาผ้าที่ซักไว้ แต่ที่เปลี่ยนไปคือ เธอมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่อมทุกข์ รับผ้าไปแล้วเสร็จก็บอก ป้าๆ แม่บ้านที่สดชื่นสถานอย่างเสียงดังฟังชัดว่า “วันจันทร์หน้าไม่ได้เจอกันแล้วนะ ได้ไปทำงานที่จ้างวานข้าแล้ว”
เสียงปรบมือจากป้าๆ แม่บ้านสดชื่นสถานดังเกรียวกราว ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน “ดีใจด้วยนะคะ สู้ๆ นะยาย ร่างกายไม่ไหวแต่ใจต้องสู้”
คนถูกปรบมือให้ยิ้มหัวเราะอย่างชอบใจ เธอบอกอย่างเรียบๆ ว่า “รองานมานาน พอๆ กับที่ต้องรอความตายเลย ดีที่มีงานให้ทำก่อนตัวเองจะต้องตายจริงๆ”
___________
สดชื่นสถาน มีแม่บ้านอยู่ทั้งหมด 8 คน ทุกคนคืออดีตคนไร้บ้านหรือไม่ก็คนจนเมือง เมื่อมีสดชื่นสถาน ก็มีตำแหน่งงานให้ได้ทำ
สนับสนุนสดชื่นสถานได้ที่…
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
#สดชื่นสถาน #มูลนิธิกระจกเงา

สดชื่นสถานรับอาสาสมัคร 10 คน ในวันพุธที่ 25 มีนาคม เวลา บ่าย 2 ถึง 1 ทุ่มภารกิจอาสาสดชื่น…1. คัดกรองความต้องการความช่วยเ...
19/03/2026

สดชื่นสถานรับอาสาสมัคร 10 คน ในวันพุธที่ 25 มีนาคม เวลา บ่าย 2 ถึง 1 ทุ่ม
ภารกิจอาสาสดชื่น…
1. คัดกรองความต้องการความช่วยเหลือของคนไร้บ้าน
2. เช็กสิทธิการรักษา
3. จัดลำดับคิวเพื่อให้ความช่วยเหลือคนไร้บ้าน
4. แจกสิ่งของต่างๆ ที่จำเป็น
สดชื่นสถาน เราคือพื้นที่ให้ความช่วยเหลือคนไร้บ้านในด้านต่างๆ มีซักผ้าอบผ้า ห้องน้ำห้องอาบน้ำ ดูแลสิทธิสวัสดิการ ดูแลการจ้างงาน ดูแลสุขภาพ
ในทุกสิ้นเดือนเราจะมีการนัดประชุมสมาชิกสดชื่นสถาน สมาชิกสดชื่นสถานส่วนใหญ่คือคนไร้บ้าน และในงานประชุมเราต้องการพวกคุณ “อาสาสดชื่น”
สมัครเป็นอาสาได้ที่ 081-163-2626
เริ่มโทรสมัครได้ตั้งแต่ 10.00 น. ของวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. 2569 เป็นต้นไป
#สดชื่นสถาน #อาสาสมัคร #มูลนิธิกระจกเงา

“ปี 66 ออกมาไร้บ้าน ตอนนั้นอึดอัดกับที่บ้าน เพราะเราอาศัยเขาอยู่ ช่วงนั้นรับจ้างทั่วไปเล็กๆ น้อย แต่นายจ้างเขาก็ไม่ได้จ้...
18/03/2026

“ปี 66 ออกมาไร้บ้าน ตอนนั้นอึดอัดกับที่บ้าน เพราะเราอาศัยเขาอยู่ ช่วงนั้นรับจ้างทั่วไปเล็กๆ น้อย แต่นายจ้างเขาก็ไม่ได้จ้างประจำ รายได้หดหาย ไปสมัครหลายที่เขาก็ไม่รับ เขาบอกบุคลิกภาพไม่ดี พูดไม่ชัด เดินขากะเผลก คงมองว่าเราเป็นคนพิการมั้ง เลยตัดสินใจมานอนริมฟุตบาทแถวสนามหลวงให้ตัวเองรอดไปก่อน”
“ใครบอกใช้ชีวิตเร่ร่อนมันง่าย อยากให้มาเห็นสภาพ ก่อนมาเจอสดชื่นสถาน พี่ใช้ชีวิตอาบน้ำในคลอง ตรงพระแม่ธรณีบีบมวยผม ไปหากระบอกน้ำในถังขยะมาตักอาบ โทษทีนะแล้วพี่ตัวใหญ่ ตักน้ำในคลองมาอาบจนเหนื่อย 20-30 รอบ กว่าตัวจะเปียก ถ้าวันไหนน้ำขึ้น มันดูสะอาด พี่ก็ตัดสินใจกระโดดลงคลองไปอาบเลย น้ำมันลึกมากต้องเอามือจับราวสะพานเพราะกลัวจม อาบน้ำทีก็เสี่ยงตายที”
“4 เดือนกว่าๆ ที่พี่ต้องใช้ชีวิตแบบนี้ อาบน้ำแต่ละทีหาความสบายใจไม่ได้เลย สบู่ก็ไม่ค่อยได้ถู เพราะมันอาบลำบาก บางวันอาบแล้วนะแต่ตัวยังเหม็นอยู่เลย เข้าใจคนอื่นเวลาเขาเดินผ่านแล้วเอามือปิดจมูกใส่ บางทีพี่นั่งอยู่ในสวนสาธารณะ หลายคนก็บอกว่า อย่าเข้าใกล้มันนะ มันสกปรก ดูติดยา เพียงเพราะเราใส่เสื้อผ้ามอมแมม มีกลิ่นตัว ไม่ค่อยได้อาบน้ำ”
“ยิ่งช่วงฤดูฝน ยิ่งแย่ ช่วงนั้นเสื้อผ้ายิ่งเหม็นอับ บางครั้งแอบตากตอนกลางคืน แขวนตามต้นไม้ เช้ามามันก็อับ แต่จะตากทั้งวันก็ไม่ได้อีก เดี๋ยวคนเก็บไปทิ้ง เพราะมันทำให้พื้นที่ดูไม่เรียบร้อย”
“เมื่อก่อนเข้าห้องน้ำเสียครั้งละ 5 บาท เงินมาจากการที่เราเวียนรับข้าวแจกแล้วเอาไปขาย 5 บาท 10 บาท ทำแบบนี้ทั้งวันเพื่อจะได้สะสมเงินไว้”
“แต่พอได้มารู้จัก ‘สดชื่นสถาน’ ชีวิตก็สบายขึ้น ถึงแม้ตอนนั้นยังนอนข้างฟุตบาท แต่ยังพอได้เข้าห้องน้ำ ซักผ้า เนื้อตัวมันก็สะอาดขึ้น มั่นใจขึ้นเวลาต้องไปที่ที่เจอคนเยอะๆ หรือไปเข้าห้องน้ำสาธารณะที่อื่นก็ไม่ถูกแม่บ้านตวาดใส่ พี่จำได้ว่า ครั้งแรกที่อาบน้ำที่นี่ พี่อาบร่วมชั่วโมงเลยนะ อยากขัดล้างขี้ไคลจากน้ำคลองที่อาบมาเมื่อคืน ได้สระผมด้วย ที่นี่มีสบู่ ยาสระผมมีให้พร้อม และเป็นของดีด้วย เราแค่เดินตัวเปล่าเข้าไปได้เลย พออาบเสร็จรู้สึกดีมาก สดชื่น เคยยืนมองป้ายสดชื่นสถานคิดในใจเลยว่า เออ สมแล้วที่ชื่อนี้”
“สำหรับพี่จุดให้บริการแบบนี้มันจำเป็นสำหรับคนไร้บ้านมาก อีกอย่างมันช่วยคนที่รายได้น้อยด้วย พี่เคยเห็นบางคนเพิ่งได้งานแต่ยังไม่มีเงินมีทุน เขาก็มาซักชุดทำงานที่นี่ เขาจะได้ประหยัดตังไง ลดต้นทุนไปได้เยอะ อย่างว่าเนอะ ซักผ้าหยอดเหรียญราคาก็แพงนะ ถ้าอบด้วยนี่ฝันไปเลย อย่างพี่ไม่มีงานทำถ้าจะซักอบผ้าครั้งนึงคงต้องเวียนเอาข้าวแจกไปขาย 3-4 วัน และคนไร้บ้านหลายคน พี่คิดว่า ตลอดทั้งชีวิตเขาคงไม่เคยเอาผ้าตัวเองไปอบด้วยซ้ำ แต่ที่นี่เปิดให้ฟรี มีคนพับให้ด้วย เหลือเชื่อมากๆ ”
“พี่มาใช้บริการที่นี่ได้สักพัก พี่ก็รู้จักโครงการจ้างวานข้า เพราะมีคนแถวนี้บอกแหละ ว่าทุกเดือนเขาจะเปิดรับสมัครงาน ตอนแรกก็คิดว่าเขาจะรับเราหรอ แต่มาเห็นคนไร้บ้านคนนึง มองแล้วนึกถึงตัวเอง ดูเหมือนพิการ ตัวอ้วนๆ เดินขากะเผลก คนนี้เขาโดนคนอื่นแกล้งเหมือนเราเลย เมื่อก่อนเห็นเขาอาบน้ำไปทำงานทุกเช้า พักหลังไม่เห็น มารู้อีกทีคือเขาทำงานจนเช่าห้องได้แล้ว พี่ก็บอกกับตัวเองนะ ถ้าคนนี้ทำได้ เราก็น่าจะทำได้เหมือนกันสิวะ เลยตัดสินใจสมัครดู”
“ตอนนี้พี่ทำงานจ้างวานข้ามาได้ 2 ปี แล้ว มีห้องเช่าอยู่เรียบร้อย ใกล้ที่ทำงาน เดินมาทำงานไม่เหนื่อยมาก ชีวิตดีขึ้นมาระดับนึงจากแต่ก่อน มีห้องนอนสบายๆ อยู่ ไม่ต้องนอนกลางดินกินกลางทรายเหมือนเก่า อีกอย่างพี่ก็ดีใจที่พี่ไม่ต้องไปสนามหลวงคอยไปรับข้าวแจก ไม่ต้องไปอาบน้ำที่สดชื่นเหมือนเแต่ก่อนแล้ว เพราะเรามีเงินซื้อกิน มีห้องเช่า มีห้องน้ำ เป็นของตัวเอง มันเป็นความสบายใจที่ไม่รู้จะอธิบายยังไงเลยล่ะ”
___________
สนับสนุนสดชื่นสถานได้ที่…
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
#สดชื่นสถาน #มูลนิธิกระจกเงา

กระดานไวท์บอร์ด มันตั้งตระหง่านอยู่หน้าพื้นที่สดชื่นสถาน เนื้อความของกระดานถูกเขียนถึงวันรับสมัครงานจ้างวานข้ามันถูกนำมา...
13/03/2026

กระดานไวท์บอร์ด มันตั้งตระหง่านอยู่หน้าพื้นที่สดชื่นสถาน เนื้อความของกระดานถูกเขียนถึงวันรับสมัครงานจ้างวานข้า
มันถูกนำมาอยู่ข้างหน้าสดชื่นสถาน เพื่อคนไร้บ้านที่มาใช้บริการซักอบผ้าและอาบน้ำจะได้มองเห็นอย่างชัดเจน เพราะเรารู้ว่าข่าวสารนี้สำคัญ
เป็นข่าวสารอันประเสริฐ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของคนไร้บ้าน
มีหลายคนแล้วที่ได้อ่านข้อความนั้น และอีกไม่กี่เดือนเขาก็เปลี่ยน เขาก็รอด เขาได้มีชีวิตที่ดีขึ้น
หนุ่มใหญ่จากอยุธยานับเป็นหนึ่งในนั้น
“มีอยู่วันนึง ผมเร่ร่อนเดินอยู่แถวราชดำเนินก็มีเพื่อน ๆ แถวนั้น เขาบอกว่ามีที่อาบน้ำฟรีนะที่ใต้สะพานปิ่นเกล้า ผมก็เลยลองเดินมาดู ผมเห็นเขาติดป้ายว่ารับสมัครงาน จำได้แม่นเลยว่าเป็นวันที่ 28 มกราคม 2569 ก็เลยถามคนที่รับซักผ้าตรงนั้น เขาบอกว่ามาสมัครสมาชิกได้เลย ผมก็เลยสมัครตามที่เขาบอก“
“ก่อนหน้ามาเร่ร่อน ผมอยู่กับแฟนกับลูกชาย 2 คน ที่บางประหันอยุธยา ทำงานโรงงาน เป็น Subcontract พอบริษัทซื้อเครื่องจักรมาเขาก็เริ่มเลิกจ้างคนงาน ผมก็กลายเป็นคนตกงาน จากนั้นก็ไปหาสมัครงานบริษัทก็มีแต่จะเอาวุฒิ ม.3 ขึ้นไป ก็เลยหารับจ็อบทำงานก่อสร้างบ้าง ใครให้ทำอะไรก็ไปทำแถวบ้าน แต่มันไม่ประจำ”
“หลังจากนั้นก็พาตัวเองเข้ามากรุงเทพฯมาหางาน อายุสี่สิบกว่าแล้วที่ไหนก็ไม่รับ เงินก็ไม่มี บ้านก็ไม่ได้กลับ จนต้องมาเป็นคนไร้บ้านแถวสนามหลวง มีเพื่อนที่นอนแถว ๆ เดียวกัน ชวนไปทำงานก่อสร้างบ้าง รับพระเครื่องบ้าง ต่อคิวซื้อของในห้าง แต่มันเป็นงานไม่ประจำ เราก็ยังเก็บเงินกลับบ้านไปหาลูก หาเมียไม่ได้ งานนึงได้แค่ 200-300 บาท ”
“วันที่ 28 มกราคม ผมก็มาสมัครงานในใจก็หวังล่ะครับว่าให้รับผมด้วย เผื่องานนี้จะทำให้ผมได้กลับบ้านไปหาแฟนหาลูกได้ วันนั้นก็มีน้องผู้หญิงเขาบอกว่าได้ค่าแรงวันละ 500 บาท แต่ช่วงแรกนี้จะได้งานแค่ 2 วันก่อน ในใจผมจะได้กลับไปอยู่กับแฟนกับลูกแน่ๆ เพราะว่าคำนวณค่ารถจากที่เขาให้ไปทำงานกับบ้านที่บางปะหัน ผมกลับบ้านคุ้มกว่าแต่ผมต้องมีวินัยเรื่องเวลา”
แล้วหนุ่มใหญ่ก็ได้งาน เป็นงาน5วันต่อสัปดาห์ แต่เขาก็ยังไปกลับกทม.อยุธยาแบบนี้เป็นอาจิณ
”ผมทำมาได้ 5 อาทิตย์แล้ว ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปเยอะได้กลับบ้าน มีรายได้มั่นคง ที่ผมบอกว่ามั่นคงมันคือได้เงินที่แน่นอนไม่เหมือนตอนรับจ็อบไปรับพระเครื่องกว่าจะเก็บเงินกลับบ้านได้ยากมาก”
ถ้านับเรื่องนี้เป็นซีรี่ส์สักเรื่อง บทจบนี้คงมีเพลงประกอบหวาน ๆ หรือถ้าเป็นเพลงที่มีคำร้อง เนื้อหาก็คงประมาณเพลงHomeของ ธีร์ ไชยเดช
“เพราะว่าใจของเธอ คือบ้านของฉัน”
___________
สนับสนุนสดชื่นสถานได้ที่…
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
#สดชื่นสถาน #มูลนิธิกระจกเงา

10 ปีที่ไร้บ้าน หนุ่มใหญ่ได้ผ่านอะไรมาก็ไม่น้อย เอาแค่เรื่องของการได้อาบน้ำอาบท่า ชายหนุ่มก็สามารถเล่าเปรียบเทียบให้เห็น...
11/03/2026

10 ปีที่ไร้บ้าน หนุ่มใหญ่ได้ผ่านอะไรมาก็ไม่น้อย เอาแค่เรื่องของการได้อาบน้ำอาบท่า ชายหนุ่มก็สามารถเล่าเปรียบเทียบให้เห็นถึงพัฒนาการได้อย่างชัดเจน ยิ่งในวันที่สดชื่นสถานได้โผล่ขึ้นมาเกี่ยวพันกับการใช้ชีวิตของตัวเขา
“ก่อนจะมีสดชื่นสถานผมอาบน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำมันสกปรกที่สุด เชื้อโรคทั้งเพ แต่มันต้องการความเย็นสบายเลยจำใจต้องลงอาบ เพื่อให้นอนหลับได้บ้าง ไม่งั้นมันคันมันร้อน แต่เอาเข้าจริงมันก็คันเหมือนเดิมนะ ห้องส้วมต้องไปหาเข้าวัด เข้าปั๊ม ลำบากมากทรมาน ยิ่งเวลาท้องเสีย อาบน้ำที่ปั๊มก็โดนด่า หลายคนก็ไปแอบอาบ แต่ผมก็ไม่อยากโดนด่าเลยเลือกเจ้าพระยาดีกว่า”
งานวิจัยเมื่อหลายปีที่แล้ว ที่ถามคนไร้บ้านเรื่องอาบน้ำวันละกี่ครั้ง คำตอบของพวกเขา คือวันละ 2 ครั้ง แม้ยากลำบากในการอาบก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังต้องการที่จะอาบ ความสะอาดจึงเป็นความต้องการของพวกเขา จึงเป็นความผิดเพี้ยนอย่างแน่นอนที่คนอื่นมักเข้าใจว่าพวกเขามีนิสัยเป็นคนสกปรก
“การได้อาบน้ำสะอาดๆ ห้องน้ำสะอาดอีกมันดีมาก เพราะปกติห้องน้ำทั่วไปที่ผมเคยไปเข้า เขาไม่ค่อยมีคนดูแล ถ้ามีพื้นที่แบบสดชื่นสถานที่มีคนดูแลห้องน้ำตลอดแบบนี้นะ ผมหายห่วงบอกตรงๆ เรื่องเชื้อโรค ผมเข้าอาบน้ำแบบถอดรองเท้าได้เลย มันให้ความรู้สึกเหมือนห้องน้ำที่บ้าน กลิ่นหอมด้วย”
“พอมีสดชื่นสถานมันดีขึ้นมาก สะดวกสบายมาก ตัวไม่คันไม่เป็นผื่น ร้อนอยากอาบตอนไหนก็อาบได้เลยจนกว่าแม่บ้านเขาจะปิดห้องน้ำ มีห้องส้วมดีๆ สะอาดอีกต่างหาก ไม่ต้องไปลำบากหาวัดเข้า วิ่งไปหาปั๊มเข้า มันโคตรจะอำนวยความสะดวกให้กับคนไม่มีที่อยู่แบบพวกผมมากๆ “
เหมือนที่ข้อมูลงานวิจัยคนไร้บ้านบอกไว้ คนไร้บ้านส่วนใหญ่อาบน้ำวันละ 2 ครั้ง เหมือนที่หนุ่มใหญ่คนนี้บอกอีกเหมือนกันว่า ร่างกายเขาต้องการน้ำสะอาด ห้องน้ำสะอาด เพื่อใช้มันปลดทุกข์หนักเบา และหาความสดชื่นให้กับชีวิต และเหมือนกับที่หนุ่มใหญ่บอกอีกเช่นกันว่า เหมือนได้อาบน้ำที่บ้าน
สดชื่นสถานถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อสนองตอบต่อสิ่งเหล่านี้ให้กับคนไร้บ้าน เพื่อให้อย่างน้อยที่สุดการได้อาบน้ำ ได้ทำความสะอาดร่างกายตัวเองด้วยน้ำสะอาดๆ มันควรเป็นเรื่องปกติที่แม้ชีวิตจะอยู่ในสถานะคนไร้บ้าน พวกเขาก็สมควรที่จะได้เข้าถึงได้อย่างเป็นปกติที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
___________
สนับสนุนสดชื่นสถานได้ที่…
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
#สดชื่นสถาน #มูลนิธิกระจกเงา

ก่อนจะทำสดชื่นสถาน เราตั้งเป้าหมายไว้ว่า มันจะต้องเป็นสถานที่ที่ค่อยๆ ประคับประคองให้กับคนไร้บ้านบางคนที่ยังมีเรี่ยวมีแร...
06/03/2026

ก่อนจะทำสดชื่นสถาน เราตั้งเป้าหมายไว้ว่า มันจะต้องเป็นสถานที่ที่ค่อยๆ ประคับประคองให้กับคนไร้บ้านบางคนที่ยังมีเรี่ยวมีแรง มีความมุ่งมั่นที่จะหลุดให้พ้นจากชีวิตเร่ร่อนไร้บ้านนอนข้างถนน
“ตอนนี้ผมทำงานเป็น รปภ. ครับ รายได้ผมมันยังไม่เยอะมาก แต่กำลังเก็บเงินเพื่อไปเช่าห้องให้ได้ ระหว่างนี้ผมก็ไปทำงานเข้าเวรตอนกลางคืน เช้ามาผมก็จะมาที่สดชื่นสถาน ได้อาบน้ำ เข้าห้องน้ำ บางวันก็มาซักผ้าด้วย มานั่งเล่นนั่งคุย นั่งรอเวลาไปทำงาน“
ก่อนหน้านั้น…ชายหนุ่มตกงานมา ด้วยต้นทุนชีวิตที่น้อยนิด หาการงานใหม่ก็ใช่ว่าจะง่ายดาย หมดงานก็หมดเงินเช่าห้อง
“ผมเคยได้งาน รปภ. มาเหมือนกัน ได้เงินมาก็เก็บเงินเช่าห้อง ผ่านไปสักพักเขาเริ่มหักเงินเดือน ด้วยเหตุผลนั่นนี่สารพัด จนผมทนไม่ไหว ไม่มีเงินเช่าห้องอีกแล้ว คราวนี้ได้ออกมาเร่ร่อนจริงๆ เลย หลังจากไม่มีห้องเช่าแล้ว ผมเร่ร่อนมาเรื่อยๆ จนถึงสนามหลวง ระหว่างนี้ไปสมัครงาน รปภ. อีก ก็ไม่มีใครรับ เขาคงคิดว่าผมสกปรกเกินไป มันไม่เรียบร้อย เสื้อผ้าดีๆ ก็ไม่มี ตอนนั้นตัวผมสกปรกมาก อาทิตย์นึงได้อาบน้ำสัก 2-3 หน ก็หรูแล้ว เพราะต้องไปแอบอาบตามปั๊ม ตามวัด”
“วันนั้นลุงคนเร่ร่อนแถวนี้เขามาบอกกับผมว่า มึงไปสดชื่นสิ มันมีห้องอาบน้ำ มีห้องขี้ห้องเยี่ยวด้วย มึงได้ซักผ้าด้วย ผมเลยถาม สดชื่นตรงไหน แกก็บอกสดชื่นสถาน บอกทางผม บอกว่าให้มึงเดินมาเรื่อยๆ จะหลงก็ถามคนเอา คนแถวนี้รู้จักทุกคน แล้วผมก็มาถึงที่นี่ ทันทีที่เห็นผมคิดเลยว่าทำไมกูเพิ่งมาเจอนะ (หัวเราะ)”
“เช้าวันต่อมาผมตั้งใจเลยว่า จะมาอาบน้ำ เอาผ้าที่เก็บไว้จนแทบจะเหม็นเน่ามาซัก เครื่องนี้ซักสะอาดมาก อบให้แห้งเลย ระหว่างรอผ้า ผมก็อาบน้ำ แล้วเอาผ้าที่ซักใหม่ใส่ทันที จำได้เลยว่า เสื้อออกจากเครื่องอบใหม่ๆ มันร้อนจนสะดุ้งเลย”
หลังจากได้อาบน้ำและซักเสื้อผ้า ในวันนั้นเขาเดินทางไปสมัครงานทันที ชายหนุ่มได้งาน รปภ.
“ถ้าไม่มีที่ตรงนี้ผมคิดว่าตอนนี้ก็คงจะยังเป็นคนเร่ร่อนไปวันๆ เหมือนเดิม เพราะตอนนั้นมันไม่มีทางออกจริงๆ สกปรกมอมแมมทุกวัน ใครเห็นก็รังเกียจอย่าว่าแต่ไปสมัครงานเลย”
“ผมเคยเร่ร่อน แต่ตอนนี้ไม่ได้เร่ร่อนแล้ว แม้ว่าตอนนี้ยังไม่มีบ้านนอนก็ตาม”
ชายหนุ่มให้นิยามชีวิตของช่วงเวลานี้ทิ้งท้ายไว้
มันดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องเร่ร่อนเพราะใช้สดชื่นสถานเป็นที่ตั้งหลัก และท่อนสุดท้ายคือภาพจบภาพฝันของชีวิตที่หลุดพ้นจากชีวิตข้างถนน ชีวิตอย่างคนไร้บ้าน
___________
สนับสนุนสดชื่นสถานได้ที่…
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
#สดชื่นสถาน #มูลนิธิกระจกเงา

สดชื่นสถาน เปิดมาได้ 2 ปีกว่าแล้ว…มันทำหน้าที่ต้อนรับขับสู้ดูแลผู้คนเร่ร่อนไร้บ้านนับ 1,000 คน ดูแลตั้งแต่จากหัวจรดยันเท...
04/03/2026

สดชื่นสถาน เปิดมาได้ 2 ปีกว่าแล้ว…
มันทำหน้าที่ต้อนรับขับสู้ดูแลผู้คนเร่ร่อนไร้บ้านนับ 1,000 คน ดูแลตั้งแต่จากหัวจรดยันเท้า ด้วยห้องอาบน้ำ ห้องน้ำ บริการซักผ้าอบผ้า ทุกอย่างบริการฟรี ที่สำคัญมันทำหน้าที่ดูแลและเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของพวกเขาด้วยการทำงาน นับได้เกือบ 100 คน
ชายชราคนนึงเล่าประสบการณ์พบเจอสดชื่นสถานให้ได้ฟัง…
“ผมเคยนั่งร้องไห้อยู่แถวราชดำเนิน ตอนนั้นตกงาน โดนไล่ออกจากห้องเช่า ได้มาเจอเพื่อนที่รับข้าวด้วยกันเขาบอกว่ากระจกเงาเขารับสมัครงาน มีห้องน้ำ มีให้ไปซักผ้าฟรี เราก็รู้สึกว่านี่แหละทางออก ผมเลยมาใช้บริการที่นี่ จนถึงตอนนี้ได้ทำงานมีห้องเช่าของตัวเองแล้ว เคยคุยกันกับเพื่อนที่เขานอนไร้บ้านมาเป็น 10 ปี เขาบอกเมื่อก่อนอยู่ลำบากกว่านี้อีก ต้องไปซักผ้าริมคลอง ไปแอบอาบน้ำที่วัด เข้าห้องน้ำทีก็ 5 บาท 10 บาท ยังนึกดีใจเลยว่า เออ กูไม่ต้องใช้ชีวิตทรหดขนาดนั้นเพราะสดชื่นสถานแท้ๆ”
หรือปากคำของคนไร้บ้านบางคนที่ใช้ชีวิตไร้บ้านมาอย่างยาวนาน…
“ผมบังเอิญไปเจอเพื่อนคนไร้บ้านที่ไปรับข้าวแจกที่แม้นศรีบอกมา มันบอกว่ามีพื้นที่ให้ความสดชื่นอยู่แถวสะพานปิ่นเกล้า ผมเลยมาทำความสะอาดร่างกายอาบน้ำเนี่ย มันสดชื่นอย่างที่เพื่อนบอกจริงๆ ผมรู้สึกดี สดชื่นจริงๆ ไม่มีที่ไหนให้อาบน้ำฟรี ถ้าฟรีต้องสดชื่นสถานเท่านั้น”
”ปกติอบผ้า 70 บาทนะครับ แต่สดชื่นสถานฟรี พอเราได้ใส่เสื้อผ้าซักแล้วมันสร้างความมั่นใจในการเจอคน เหมือนตอนขึ้นรถเมล์ก็จะไม่มีกลิ่นตัว ไม่โดนกระเป๋ารถเมล์ไล่ลง มั่นใจในการอยู่กับคนอื่นมากขึ้น“
ปากคำจากหญิงวัยกลางคนที่เป็นคนไร้บ้านหน้าใหม่ไม่กี่วัน…
“ตอนป้าตกงาน เข้ากรุงเทพฯ แรกๆ ไม่มีเงินไปเช่าห้อง เดินเตร็ดเตร่อยู่แถวราชดำเนิน วันนั้นเคว้งมาก ไม่รู้จะไปนอนตรงไหน เข้าห้องน้ำอาบน้ำที่ไหน มีกลุ่มคนไร้บ้านแถวนั้นเดินเข้ามาหา เขาน่าจะไม่คุ้นหน้าเรา เขาก็ถามว่า ป้ามาจากไหน เดี๋ยวตามผมมา แล้วเขาก็พาไปเอาข้าวตามจุดแจกต่างๆ รับข้าวเสร็จก็พาเดินมาสดชื่นสถาน เขาอธิบายเลยนะว่า เนี่ย กระจกเงาเขามีรถซักอบผ้า มีห้องน้ำให้เข้า เรามาใช้บริการได้ฟรีทุกอย่างเลย และทุกเดือนเจ้าหน้าที่เขามารับสมัครงานด้วย เราก็เลือกนอนใต้สะพานปิ่นเกล้าเลย อย่างน้อยก็ไม่ได้อยู่อนาถาเท่าที่คิด อีกอย่างถ้าได้งานทำ เราจะได้ไม่ต้องนอนข้างถนนนาน”
จริงอย่างที่หญิงวัยกลางคนบอก หลังจากวันนั้นเธอก็ได้ทำงานกับเรา และกลับคืนสู่ที่หลับที่นอนห้องหับส่วนตัวอีกครั้งหนึ่ง
นี่คือหน้าที่ขั้นสุดของสดชื่นสถานเลยทีเดียว…
___________
สนับสนุนสดชื่นสถานได้ที่
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา
เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
#สดชื่นสถาน #มูลนิธิกระจกเงา

“ตอนใช้ชีวิตข้างถนน 3-4 เดือน ผมได้ยินเสียงหูแว่วตลอดทั้งกลางวันกลางคืน ไม่ได้หลับได้นอน ได้ยินเสียงรถยนต์พระที่นั่ง ผมใ...
25/02/2026

“ตอนใช้ชีวิตข้างถนน 3-4 เดือน ผมได้ยินเสียงหูแว่วตลอดทั้งกลางวันกลางคืน ไม่ได้หลับได้นอน ได้ยินเสียงรถยนต์พระที่นั่ง ผมใส่ชุดขาวรอคนมารับเข้าวัง ผมนั่งรถไฟมาที่หาดใหญ่แล้วก็เดินเร่ร่อนแถวนั้น เสียงในหูสั่งให้ผมทำนู่นนี่นั่น บางทีก็เดินเข้าบ้านคนอื่นไม่รู้ตัว ผมควบคุมความคิดตัวเองไม่ได้เลย ตอนอยู่ข้างถนนมันลำบากมาก น้อยคนที่จะมองเห็นเราเป็นมนุษย์ แค่เราเดินตอนกลางคืนยังมีกลุ่มวัยรุ่นมารุมแกล้งรุมกระทืบเลย”
เขายังจดจำร่องรอยชีวิตในช่วงนั้นได้ไม่ลืม มันทั้งเจ็บปวดและขมขื่น วันนี้เขาเปลี่ยนไปแล้ว รอยแผลจากโรคจิตเวชที่กรีดลึกไปในชีวิตมันกลายเป็นแค่แผลเป็นแผลเก่า
“ผมทำงานจ้างวานข้ามา 2 ปี แล้วครับ เริ่มจากทำความสะอาดในพื้นที่สาธารณะ เข้ามาทำงานในมูลนิธิกระจกเงาแผนกคัดแยกสิ่งของส่งต่อให้โรงเรียนที่ด้อยโอกาส จนตอนนี้บทบาทที่ภูมิใจที่สุดในชีวิต คือการได้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสุขภาพ ตั้งแต่พาเพื่อนสมาชิกจ้างวานข้าไปหาหมอ จนงานล่าสุดคือการพาผู้ป่วยข้างถนนไปรักษา ถึงแม้จะทำได้ไม่นานและยังไม่เก่งมาก แต่มันเป็นบทบาทในชีวิตที่ผมภูมิใจ”
เราตั้งชื่องานของเขาที่ทำให้เห็นว่านี่คือการพัฒนาการของศักยภาพ นี่คือการต่อยอดจากงานจ้างวานข้าที่ใช้ทักษะง่ายๆ ไม่ซับซ้อนในการทำงาน ชื่อที่เราตั้งให้และเขาใช้เรียกตัวเองอย่างภาคภูมิใจว่า “จ้างวานข้าทะลุเพดาน”
“วันที่ได้ไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่นอนอยู่ริมคลอง ตอนที่เจอรู้สึกประหลาดใจมากที่เขาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เขาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ข้าวก็ถูกหมาแย่งกิน นอนอยู่ท่ามกลางยุง และสัตว์เลื้อยคลาน พูดคุยแทบไม่ได้ ผมก็เลยตั้งใจทำหน้าที่เหมือนญาติพาเขาไป โรงพยาบาล ไปถึงก็ให้ข้อมูลอาการป่วยกับหมอ ป้อนข้าวแก นั่งรถไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนแก รู้สึกดีใจมากที่ได้ช่วยแก และไม่ได้ส่งแกกลับไปนอนข้างถนนเหมือนเดิม อย่างน้อยช่วงเวลาสั้นๆ เราก็เป็นที่พึ่งให้เขาได้”
“ตั้งแต่ได้มาทำงานเป็นผู้ดูแลสุขภาพ มันเป็นงานที่มีคุณค่าสำหรับผม ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ดี โดยเฉพาะคนที่ยังต้องนอนข้างถนนอยู่ การได้ช่วยพวกเขาให้เข้าถึงการรักษาที่ดี ได้กินอยู่หลับนอนในที่ดีๆ มันก็เหมือนช่วยชีวิตพวกเขาให้ดีขึ้น เขาอาจจะรู้สึกกลับมามีความหวังในชีวิตอีกครั้งก็ได้”
“สำหรับผม ความเป็นผู้ป่วยจิตเวชมันคงติดตัวผมไปตลอดชีวิต แต่ความรู้สึกวันนี้ ผมไม่ได้แอนตี้มันเหมือนเดิมแล้ว ผมกลับภูมิใจในตัวเอง ที่ผมได้ทำงาน มีรายได้เลี้ยงดูตัวเอง ไม่ต้องเป็นภาระใคร และสุดท้ายงานที่ผมทำมันได้ช่วยเหลือคนอื่น มันมีความหมายกับผมมากในเวลานี้ครับ”
“ถ้าผมต้องแนะนำตัวให้คนรู้จัก ผมคงบอกพวกเขาว่า ผมเป็นผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรัง ผมเชื่อมั่นในการรักษา ผมตั้งใจกินยาเป็นประจำทุกมื้อ ผมเชื่อเสมอว่าการรักษากับการกินยาจะทำให้ผมหายจากอาการหูแว่วและสามารถทำงานเหมือนคนปกติได้ครับ“
___________
สนับสนุนจ้างวานข้าและผู้ป่วยข้างถนนได้ที่
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
#จ้างวานข้า #มูลนิธิกระจกเงา

“ตอนไปทำงานที่ญี่ปุ่น ผมเริ่มได้ยินเสียงในหู มันเหมือนเสียงมาจากฟากฟ้า สั่งผมให้ทำนู้นนี่นั่น จนผมต้องหนีออกมาเร่ร่อนตาม...
20/02/2026

“ตอนไปทำงานที่ญี่ปุ่น ผมเริ่มได้ยินเสียงในหู มันเหมือนเสียงมาจากฟากฟ้า สั่งผมให้ทำนู้นนี่นั่น จนผมต้องหนีออกมาเร่ร่อนตามถนน ถอดเสื้อผ้า เดินเยี่ยวราด มาได้สติอีกทีก็คือรู้ว่า ตม.เอามาส่งที่เมืองไทยแล้ว”
ความหวังว่าจะทำงานมีรายได้งานที่ญี่ปุ่นเพื่อปลดหนี้ให้ครอบครัวก็พังทลาย
“พอมาถึงไทย อาการยังไม่ดีนะ ผมก็ออกไปเดินเร่ร่อนบนถนนแถวดอนเมือง ไม่ได้อาบน้ำ มอมแมมสกปรกมาก จำได้ลางๆ นอนหลบในโพรงหญ้าเพราะกลัวคนมาฆ่า เดินพูดคนเดียวเพ้อเจ้อไปเรื่อย ไปเที่ยวบอกคนอื่นให้ไปส่งผมขึ้นเครื่องบินไปอเมริกาที บางทีก็วิ่งเข้าไปในสนามบินจนสุดท้ายมีคนรู้จักมาเจอ แล้วพาไปรักษาที่ศรีธัญญา”
“อาการที่เล่าจำได้ไม่ละเอียดมาก แต่ที่จำได้ดีคือภาพที่แม่และน้องชายมาเดินตามหา จำได้เลยว่า แม่ถือรูปตามหา พอมาเจอเรา น้องชายตะโกนบอก ‘พี่นงค์กลับบ้านเรากัน’ ผมจำประโยคนี้ได้แม่นในหัวใจเลย”
“พอได้รักษาได้กลับบ้านบางครั้งอาการเราก็กำเริบ เพราะบางทีเราขาดยา กลับมาสูบบุหรี่ กินเหล้าบ้าง สุดท้ายก็เข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น รวมๆ แล้วก็ 30 ปี ที่เป็นโรคนี้ แต่ดีนะครอบครัวไม่ทิ้งผมเลย อย่างน้องชายคนนี้คือตัวแปรสำคัญเลย เขาจะบอกผมเสมอว่า เราไม่ได้บ้านะ มันเป็นความผิดปกติของสารเคมีในสมอง ตั้งใจกินยาเดี๋ยวเราจะอยู่กับมันได้”
คำของน้องชายเป็นเหมือนพรจากฟ้าก็ไม่ปาน
“ตอนนี้ผมเลิกทุกอย่างที่มันจะไปกระตุ้นเสียงในหู ทั้งบุหรี่ เหล้า เบียร์ ไม่เอาแล้ว พอรู้ว่ามูลนิธิกระจกเงาให้โอกาสจ้างงาน ผมดีใจมาก รู้ว่าต้องรับผิดชอบตัวเองด้วยการกินยาจะได้ทำงานได้นานๆ อีกอย่างได้มาเป็นผู้ช่วยดูแลผู้ป่วยจิตเวช ตอนทำงานมันมีความภาคภูมิใจ เหมือนเราได้เป็นครูดูแลคนที่ป่วยเหมือนกับเรา ผมบอกเสมอว่า พวกเอ็งน่ะ อย่าขาดยานะ รักษาจบแล้วก็ต้องกินยา ถ้าไม่อยากมาอยู่แบบนี้อีก”
“สำหรับผมที่อยากหายจากโรคนี้ นอกจากตัวเองแล้ว ก็อยากให้น้องชายมันภูมิใจด้วย มันเป็นโลกทั้งใบของผม”
“ผมขาดน้องชายไม่ได้เหมือนที่ผมขาดยาจิตเวชไม่ได้นั่นล่ะครับ”
“สำหรับผม พอได้ทำงานมันเหมือนได้รับการยอมรับว่า เราเป็นคนปกติ ไม่ใช่คนบ้า ยังเลี้ยงชีพชอบได้ ผมยังคิดอยู่เลยว่า เฮ้ย สมองผมขนาดเจ๊งมานานแล้ว มันยังหายได้ คนอื่นก็น่าจะหายได้ รวมๆ แล้วชีวิตผมตอนนี้ ผม say good bye เสียงบนฟ้านั้นได้แล้วครับ”
_______________
โครงการผู้ป่วยข้างถนนXโครงการจ้างวานข้า…
ทั้ง 2 โครงการรู้ดีว่าการแก้ปัญหาการวนลูปของผู้ป่วยจิตเวช คือ การจ้างงาน เราจึงสร้างระบบการจ้างงานผู้ป่วยจิตเวชที่เราคิดว่าจะมีประสิทธิภาพที่สุดขึ้นมา โดยเครื่องมือสำคัญในการจ้างงานที่เราโหยหาคือ โควตาการจ้างงานผู้พิการตามมาตรา 35 (ผู้พิการทางจิตใจและพฤติกรรม) ปัจจุบันเราทำการจ้างงานผู้ป่วยจิตเวชอยู่ที่ 19 คน และเรามีแผนที่จะทำเพิ่มขึ้นให้ได้อีกหลายเท่าตัว
สนับสนุนจ้างวานข้าและผู้ป่วยข้างถนนได้ที่
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
#จ้างวานข้า #มูลนิธิกระจกเงา

เขาแนะนำตัวเองด้วยชื่อเล่น คำแปล และความหมายที่อยากให้ตัวเองเป็น“ผมชื่อ เชส ชอ-เอ-สอ-เชส (Chase) ชื่อผมแปลว่า ’นักล่า‘ พ...
18/02/2026

เขาแนะนำตัวเองด้วยชื่อเล่น คำแปล และความหมายที่อยากให้ตัวเองเป็น
“ผมชื่อ เชส ชอ-เอ-สอ-เชส (Chase) ชื่อผมแปลว่า ’นักล่า‘ พ่อเป็นคนตั้งให้ ผมคิดว่าพ่อคงเห็นว่าผมมันตัวอ้วน เวลาหิวเหมือนนักล่า กินเยอะ”
เชส เป็นผู้ป่วยจิตเวช รักษาอยู่ที่รพ.จิตเวชขอนแก่น
เชส เป็นผู้ป่วยจิตเวชที่ยังมีศักยภาพพอที่จะทำงานได้
เชส และครอบครัวมีปัญหาทางเศรษฐกิจ เหตุจากพ่อล้มป่วย
จ้างวานข้าทำการจ้างงาน ‘เชส’ ให้ได้ทำงานช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลในห้องยา
“ผมออกจากบ้านมาทำงานทุกวัน เช้ามาผมต้องมาตัดบับเบิ้ล พับกล่อง เอาไปให้ห้องยา เพื่อเภสัชเขาจะจัดยาจิตเวชส่งผู้ป่วยทางบ้าน 1 วัน พับไป 70 – 80 กล่อง ได้เจอเพื่อนๆ เจ้าหน้าที่ คุณหมอ มันทำให้เราไม่ต้องอยู่กับแค่ตัวเอง ตอนทำงานผมลืมเสียงหูแว่วไปเลย ตอนนี้แทบไม่ได้ยินแล้ว จะเหลือแค่ก่อนนอนที่ได้ยินบ้าง แต่มันเบามาก มากจนผมแทบจะไม่ได้ยินมันด้วยซ้ำ”
“ผมเรียนจบอาชีวะ สาขาคอมพิวเตอร์ กราฟิก ผมก็มีอาการทางจิตช่วงนั้นพอดี หลังจากเรียนจบพยายามหางานทำมาตลอด ไม่มีที่ไหนรับเข้าทำงานเลยสักที่ แรกๆ ก็ยังไม่เครียดมากแม่ยังคอยดูแล พาไปอบรมเพิ่มความรู้เพิ่มเติมบ้าง แต่พ่อที่เป็นเสาหลักของครอบครัว พ่อเป็นสโตรก ครอบครัวเราที่เคยสุขสบายเริ่มเจอกับความลำบาก”
“หลังจากนั้นผมเริ่มได้ยินเสียง (ที่จิตแพทย์เรียกว่าหูแว่ว) เป็นเสียงคนมาด่า ขู่ผม จะแจ้งความผม จะมาจับตัวผมไป ผมนอนไม่หลับได้ยินเสียงนี้ทั้งวัน ทั้งคืน ทั้งกลัวทั้งกระวนกระวายใจ เลยขังตัวเองอยู่ในบ้าน เป็นปีๆ แม่ทนสภาพผมไม่ไหว ร้องไห้ แล้วแม่ถามผมว่า ‘ไปรักษากันมั้ยลูก’ ผมไม่รู้หรอกว่าผมป่วยเป็นอะไรกันแน่ แต่ผมก็อยากหาย อยากรักษาเหมือนที่แม่บอก”
“ผมเข้าออกโรงพยาบาล รักษาตั้งแต่กินยายันช็อตไฟฟ้า แต่อาการก็ไม่ได้ใกล้เคียงคำว่าหายดีเลย ผมยังได้ยินเสียงวนๆ ซ้ำๆ พอถึงช่วงที่กลัวจนนอนไม่หลับ อาการก็จะหนักขึ้น วนอยู่แบบนี้เป็นลูปของชีวิตผม มาดีขึ้นจนผมกล้าพูดว่า ‘เกือบหายแล้วนะ’ ตอนมูลนิธิกระจกเงามาที่นี่ มาบ้านผม คุยกับผมกับแม่ แล้วบอกว่าจะจ้างงานผม”
เชสให้ข้อมูลนี้ปิดท้ายกับเรา และนั่นเป็นการยืนยันว่า การจ้างงานผู้ป่วยจิตเวช (ที่มีอาการเรื้อรัง) ที่เราเริ่มทำขึ้นมา มันกำลังเดินทางไปในทิศทางที่ทำให้ผู้ป่วยจิตเวชสามารถกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนในสังคมได้ ดูแลตัวเองได้ หรือกระทั่งบางคนที่ก้าวข้ามไปถึงดูแลคนในครอบครัวได้จากน้ำพักน้ำแรงการทำงาน
“พี่รู้ไหม ตอนนี้ผมอินชื่อเชสมากๆ แต่ก่อนผมไม่กล้าทำอะไร แต่ว่าตั้งแต่มาทำงาน ผมกล้ามากขึ้น มันทำให้ผมรู้สึกว่า อย่าจมปลักกับอดีต อยู่กับปัจจุบัน กล้าคิดถึงอนาคต ผมกล้าที่จะล่าชีวิตที่ดีของตัวเองมากขึ้น เพราะว่าเชส แปลว่านักล่าไงพี่”
_______________
โครงการผู้ป่วยข้างถนนXโครงการจ้างวานข้า…
ทั้ง 2 โครงการรู้ดีว่าการแก้ปัญหาการวนลูปของผู้ป่วยจิตเวช คือ การจ้างงาน เราจึงสร้างระบบการจ้างงานผู้ป่วยจิตเวชที่เราคิดว่าจะมีประสิทธิภาพที่สุดขึ้นมา โดยเครื่องมือสำคัญในการจ้างงานที่เราโหยหาคือ โควตาการจ้างงานผู้พิการตามมาตรา35 (ผู้พิการทางจิตใจและพฤติกรรม) ปัจจุบันเราทำการจ้างงานผู้ป่วยจิตเวชอยู่ที่ 19 คน และเรามีแผนที่จะทำเพิ่มขึ้นให้ได้อีกหลายเท่าตัว
สนับสนุนจ้างวานข้าและผู้ป่วยข้างถนนได้ที่
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
#จ้างวานข้า #มูลนิธิกระจกเงา

ที่อยู่

191 ซอยวิภาวดีรังสิต 62 แยก 4-7 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 09:30 - 18:00
อังคาร 09:30 - 18:00
พุธ 09:30 - 18:00
พฤหัสบดี 09:30 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66910468598

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ จ้างวานข้า โดยมูลนิธิกระจกเงาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์