KU.UDC ศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Kasetsart Universal Design Center (KU.UDC)
"Universal Design for Brain Disorder"

15/05/2026

⭐️⭐️วันนี้ KU UDC Free Time ⭐️⭐
….จะพาทุกท่านมาชมแนวทางออกแบบโดยทาง KU.UDC ของเรา....ในตัวอย่างในวันนี้คือ
📍อ่านเปลี่ยนโลก: การออกแบบห้องสมุดที่ทลายกำแพงตัวอักษรเพื่อเด็ก LD และทุกคน”
(Beyond Words: Designing Inclusive Libraries for LD and Neurotypical Children)
เป็นแนวทางการออกแบบอาคารสาธารณะให้เหมาะสมกับเด็กพิเศษ มาให้ทุกท่านได้รับชมกัน👏
ส่วนในครั้งหน้าจะมีกิจกรรมอะไรอีกนั้นโปรดติดตามได้ที่หน้าเพจ KU.UDC เพื่อรับกิจกรรมข่าวสารที่น่าสนใจต่อไป
#ศุกร์นี้ku_udc_freetime #เด็กพิเศษ #ออทิสติก #ดาวน์ซินโดรม ื่องของKU_UDC

📍เตรียมพบกับ Pnru.UDC เร็วๆ นี้
06/05/2026

📍เตรียมพบกับ Pnru.UDC เร็วๆ นี้

รู้หรือไม่? เรือนจำที่ออกแบบดี เปลี่ยนชีวิตคนได้

“…แม้ว่าโลกจะไม่จำเป็นต้องมีเรือนจำมากขึ้น แต่โลกต้องการเรือนจำที่ดีกว่าเดิม…”

จากการวิเคราะห์บทความของ Dr. Marayca López
ผู้เขียนซึ่งมีพื้นฐานด้านอาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา
กล่าวถึงสถาปัตยกรรมเดิมของเรือนจำที่มีปัญหา
* อาคารขนาดใหญ่ ตั้งอยู่นอกเมืองหรือพื้นที่ห่างไกล
* กำแพงสูง ลวดหนาม หอคอยเฝ้ายาม
* ห้องขังเล็ก มืด อึดอัด
* ทางเดินยาวแคบ
* วัสดุแข็งกระด้าง เช่น คอนกรีต เหล็ก
ที่สะท้อนการ ลงโทษ มากกว่าการ ฟื้นฟู
แนวคิดแบบใหม่
งานสถาปัตยกรรมเพื่อการฟื้นฟูการออกแบบควรคำนึงถึง 8 ข้อดังนี้
(1) ความเชื่อที่ว่า “ทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้”
ผู้ต้องขังสามารถพัฒนาและแก้ไขได้เมื่อได้รับ
“โอกาส” และ “ทักษะ” ที่เหมาะสม
(2) ใช้หลักการพื้นฐานที่มีงานวิจัยรองรับ
(3) ทำให้เรือนจำเป็น “เพื่อนบ้านที่ดี”
อาคารควรกลมกลืนกับชุมชน ไม่สร้างการตีตราการตัดขาดจากสังคม
จะทำให้การกลับคืนสู่สังคมทำได้ยาก
(4) ขนาดเหมาะสม ไม่ใหญ่จนเกินไป
เรือนจำไม่ควรมีจำนวนผู้ต้องขังเกิน 1,000 คน
เจ้าหน้าที่สามารถดูแลได้รายบุคคล ลดความแออัด และโดดเดี่ยว
(5) ส่งเสริมความปลอดภัยและการดูแลที่ใกล้ชิด
พื้นที่ต่าง ๆ ควรมองเห็นได้อย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ควรอยู่ร่วมกับผู้ต้องขังในพื้นที่เดียวกันทำให้สื่อสารได้ทันที
ป้องกันปัญหาและลดความตึงเครียดระหว่างผู้ต้องขังกับเจ้าหน้าที่
(6) การมีสภาพแวดล้อมที่ดี
การใช้แสงธรรมชาติ สีสันที่ผ่อนคลาย อากาศถ่ายเท
ลดกลิ่นอับ เสียงรบกวน สามารถลดความเครียดและการทะเลาะ
ลดการขาดงานของเจ้าหน้า รวมถึงทำให้ผู้มาเยี่ยม อาสาสมัคร
และชุมชนโดยรอบรู้สึกปลอดภัย
(7) จัดบรรยากาศให้เหมือน “บ้าน”
หน้าต่างใหญ่ มีเฟอร์นิเจอร์เหมือนบ้าน ใช้วัสดุดูอบอุ่น
ใช้โทนสีที่อ่อนนุ่ม และมีพื้นที่ส่วนตัวที่ปลอดภัย
เพื่อสร้างความเคารพตนเอง ศักดิ์ศรี และสร้างความรับผิดชอบ
(8) มีพื้นที่เพื่อการเรียนรู้และบำบัดที่เพียงพอ
ทั้งห้องเรียน ฝึกอาชีพ ห้องให้คำปรึกษา พื้นที่ทางศาสนา
และการสร้างกิจกรรมแบบกลุ่ม
เรือนจำที่ดีจึงไม่ใช้แค่ที่ไว้ขังผู้คน แต่ต้องมีการออกแบบเพื่อให้คนกลับสู่สังคมและมีชีวิตที่ดีขึ้นได้

✨สรุปและเรียบเรียงจาก: Dr Marayca López, 2014

📚🌿KU.UDC แจกไฟล์หนังสือ “แนวทางการออกแบบที่พักอาศัยสําหรับเด็กพิเศษ: กรณีศึกษาบ้านสำหรับเด็กพิเศษในเขตจังหวัดนครปฐม"ผู้แ...
01/05/2026

📚🌿KU.UDC แจกไฟล์หนังสือ “แนวทางการออกแบบที่พักอาศัยสําหรับเด็กพิเศษ: กรณีศึกษาบ้านสำหรับเด็กพิเศษในเขตจังหวัดนครปฐม"
ผู้แต่ง: รศ.ดร. นวลวรรณ ทวยเจริญ
แจกฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ตามลิงก์ที่อยู่ด้านล่างนี้
🔽🔽🔽🔽🔽🔽🔽
https://drive.google.com/file/d/1V-g0ZNd34Wik7ic-boRzoE5hKPBwuewD/view?usp=sharing
🔼🔼🔼🔼🔼🔼🔼
ส่วนในครั้งหน้าจะมีกิจกรรมอะไรอีกนั้นโปรดติดตามได้ที่หน้าเพจ KU.UDC เพื่อรับกิจกรรมข่าวสารที่น่าสนใจต่อไป 😀
#ศุกร์นี้KU_UDC_Freetime ื่องของKU_UDC #ออทิสติก #ดาวน์ซินโดรม #สภาพแวดล้อมเยียวยา #เด็กพิเศษ

⭐️29 เมษายน 2569📍นำโดย รศ.ดร. นวลวรรณ ทวยเจริญ และทีมสถาปนิก KU.UDC ได้มีการประสานงานภาคีเครือข่ายศูนย์การศึกษาพิเศษ เขต...
28/04/2026

⭐️29 เมษายน 2569
📍นำโดย รศ.ดร. นวลวรรณ ทวยเจริญ และทีมสถาปนิก KU.UDC ได้มีการประสานงานภาคีเครือข่ายศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 1 จังหว้ดนครปฐม นำโดย นางสาววราภรณ์ อารีชินรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษฯ ในการปรับปรุงพื้นที่ ณ หน่วยบริการบ่อพลับ

💚ขอขอบคุณบริษัท TOA ที่่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการปรับปรุงพื้นที่ให้กับหน่วยบริการบ่อพลับ ตามรูปแบบที่ทาง KU.UDC ได้ให้คำแนะนำในการออกแบบให้เหมาะสมกับเด็กพิเศษมากๆ นะคะ

เตรียมพบกับ "หน่วยบริการบ่อพลับ" โฉมใหม่เร็วๆ นี้คะ

#ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตหนึ่ง #ออทิสติก #ดาวน์ซินโดรม ื่องของKU_UDC #สสส.

📚🌿KU.UDC แจกไฟล์หนังสือ “แนวทางการออกแบบอาคารสาธารณะสําหรับเด็กพิเศษ: กรณีศึกษาห้องสมุดโรงเรียนวัดปทุมวนารามในพระราชูปถั...
24/04/2026

📚🌿KU.UDC แจกไฟล์หนังสือ “แนวทางการออกแบบอาคารสาธารณะสําหรับเด็กพิเศษ: กรณีศึกษาห้องสมุดโรงเรียนวัดปทุมวนารามในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี"
ผู้แต่ง: รศ.ดร. นวลวรรณ ทวยเจริญ
แจกฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ตามลิงก์ที่อยู่ด้านล่างนี้
🔽🔽🔽🔽🔽🔽🔽
https://drive.google.com/file/d/1E5vCcsc32NqU1oXA5VSnZ30bUcJt_fzE/view?usp=sharing
🔼🔼🔼🔼🔼🔼🔼
ส่วนในครั้งหน้าจะมีกิจกรรมอะไรอีกนั้นโปรดติดตามได้ที่หน้าเพจ KU.UDC เพื่อรับกิจกรรมข่าวสารที่น่าสนใจต่อไป 😀
#ศุกร์นี้KU_UDC_Freetime ื่องของKU_UDC #ออทิสติก #ดาวน์ซินโดรม #สภาพแวดล้อมเยียวยา #เด็กพิเศษ

💚💚เตรียมตัวพบกับ Pnru.UDC คะ💚💚
21/04/2026

💚💚เตรียมตัวพบกับ Pnru.UDC คะ💚💚

“UD” Universal Design คืออะไร
การออกแบบเพื่อคนทุกคน คุณรู้จักไหม?
_________

🦽 ความหมายของ UD ..Universal Design “อารยสถาปัต์” หรือ การออกแบบเพื่อคนทุกคน
เป็นหลักการออกแบบพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ร่วมกับการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
เพื่อทำให้พื้นที่ดังกล่าว “ทุกคน” สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและปลอดภัยตามมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
_________

👶 “ทุกคน” ในที่นี้หมายถึงใคร
…เด็กเล็กในรถเข็น คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้บาดเจ็บชั่วคราว
และคนทั่วไปไม่จำกัดเพศ อายุ หรือสภาพร่างกายที่แตกต่างกัน
_________

⚖️ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
…มีกฏหมายที่เกี่ยวข้องหลัก ๆ 2 ฉบับคือ
(1) กฎกระทรวง กำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคาร สำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา พ.ศ. 2548
https://download.asa.or.th/03media/04law/cba/mr/mr48-58e-upd(02).pdf

(2) กฎกระทรวง กำหนดลักษณะ หรือการจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ และบริการขนส่ง เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ พ.ศ. 2556
https://law.m-society.go.th/law/view/281
_________

💁🏻‍♀️ UD มีประโยชน์นะ
…มีประโยชน์ต่อทุกคนในด้านการดำเนินชีวิตประจำวัน
ส่งเสริมความปลอดภัย ป้องกันอุบัติเหตุ และสร้างความเท่าเทียม
…ผู้สูงอายุ ผู้บาดเจ็บชั่วคราว และผู้พิการ สามารถพึ่งพาตนเองได้
เกิดความภาคภูมิใจ และส่งผลต่อทัศนคติที่ดี
_________

UD จึงเป็นการตอบโจทย์ Lifestyle ของทุกคน ตั้งแต่การดูแลครอบครัว จนไปถึงการอยู่ร่วมกับคนในสังคมอย่างเท่าเทียม

✨สรุปและเรียบเรียงจาก: คู่มือสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อทุกคนในสังคม

04/04/2026

เริ่มต้นจากท้องถิ่นเชื่อมั่นว่า “พื้นที่ของตัวเองเปลี่ยนชีวิตคนได้”
ตลอดกว่า 2 ปีของการทำงานร่วมกันระหว่าง สมาคมมหาวิชชาลัยดอนแก้วสร้างสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 แห่ง และ กสศ. มีบทเรียนสำคัญข้อหนึ่งที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือ

การสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้เด็ก เยาวชน และวัยแรงงานนอกระบบ จะเกิดขึ้นจริงไม่ได้
ถ้าพื้นที่ยังไม่เชื่อในศักยภาพของตัวเอง

ดร.อิทธิพล มาชื่น ภาคีสำคัญของกสศ. ผู้จัดการโครงการนี้ สะท้อนว่าจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่งบประมาณก้อนใหญ่แต่คือการที่คนทำงานในพื้นที่เริ่มต้นจากการ “เข้าใจ” เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย เข้าใจบริบทชีวิต และเข้าใจว่าปัญหาของคนในชุมชน ไม่ได้มีคำตอบแบบเดียวกันทั้งหมด
เมื่อเข้าใจ จึงค่อยมี ข้อมูล ที่ใช้วางแผนร่วมกัน
ค่อยสร้างกลไกความร่วมมือ ค่อยออกแบบ การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น และค่อย ๆ เชื่อมต่อ ส่งต่อ ไปสู่หน่วยงานหรือโอกาสอื่นที่จำเป็น
บทเรียนนี้ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ไม่ได้เกิดจากการทำงานเป็นโครงการ ๆ แต่เกิดจากการที่ท้องถิ่นมีระบบคิดร่วมกันว่าจะไม่ปล่อยให้ใครค่อย ๆ หลุดหายไปจากโอกาสของชีวิต
สิ่งที่หลายพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน คือการทำงานต้องค่อย ๆ เติบโตเป็น 3 ระยะ เริ่มจาก พัฒนาระบบจัดการในพื้นที่ ต่อด้วย สร้างรูปธรรมกับคนจริง ครอบครัวจริง และชีวิตจริง ก่อนจะไปสู่ การขยายผล ทั้งในพื้นที่ข้างเคียงและระดับนโยบาย
เพราะถ้าพื้นที่ยังไม่มีกลไกที่เข้มแข็งต่อให้มีความตั้งใจมากแค่ไหน การช่วยเด็ก เยาวชน หรือวัยแรงงานนอกระบบ ก็อาจเป็นเพียงการช่วยเป็นรายคนแต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังของทั้งพื้นที่ได้
อีกบทเรียนสำคัญที่ ดร.อิทธิพล ชวนทบทวน คือการทำงานเรื่องการเรียนรู้ ไม่ควรมองแค่เรื่อง “พาใครกลับเข้าเรียน” แต่ต้องมองให้ลึกกว่านั้นว่า จะทำอย่างไรให้ผู้คน อยู่ได้ และอยู่ดี
มีทั้งทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ คุณภาพชีวิต และความหวังที่จะเดินต่อ
นี่จึงไม่ใช่งานของโรงเรียนเพียงอย่างเดียว
ไม่ใช่งานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง
แต่เป็นงานของ ท้องถิ่นที่มองเห็นคนของตัวเอง
และพร้อมลุกขึ้นมาจัดการปัญหาร่วมกัน
บทบาทของ กสศ. คือการเข้าไป หนุนเสริมพื้นที่ให้เข้มแข็ง เชื่อมภาคี เชื่อมองค์ความรู้ เชื่อมทรัพยากร และเชื่อมบทเรียน
เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถออกแบบโอกาสการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์คนในพื้นที่ของตัวเองได้จริง
เพราะสุดท้ายแล้ว พื้นที่ที่เปลี่ยนชีวิตคนได้
ไม่ใช่พื้นที่ที่รอความช่วยเหลืออย่างเดียว
แต่คือพื้นที่ที่เริ่มลงมือ และมีคนพร้อมร่วมเดินไปด้วยกัน
หากท้องถิ่นใดกำลังตั้งคำถามว่า จะเริ่มต้นสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้เด็ก เยาวชน หรือวัยแรงงานนอกระบบอย่างไร บทเรียนนี้อาจเป็นคำตอบแรกว่า เริ่มจากเชื่อในศักยภาพของพื้นที่ตัวเองแล้วชวนคนที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันออกแบบทางไปต่อ
>>ถอดบทเรียนจากการขับเคลื่อนของท้องถิ่น

การขับเคลื่อนงานให้เกิดผล ต้องอาศัย “ความพร้อม” 5 ด้านไปพร้อมกัน ได้แก่
1. เข้าใจ เข้าถึงและเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย
2. ข้อมูล มีระบบข้อมูลและใช้ข้อมูลเพื่อวางแผนร่วมกัน
3. กลไก มีกลไกสร้างความร่วมมือในพื้นที่
4. รูปแบบการเรียนรู้ หลากหลาย ยืดหยุ่น และตอบโจทย์ชีวิต
5. เชื่อมต่อและส่งต่อ ไปสู่ระดับอำเภอ จังหวัด และหน่วยงานเชิงยุทธศาสตร์
ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา หลายพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันผ่านการทำงาน 3 ระยะ
ระยะที่ 1 พัฒนาระบบ วางระบบจัดการในพื้นที่ให้ทำงานร่วมกันได้
ระยะที่ 2 สร้างรูปธรรม ทำงานกับกลุ่มเป้าหมาย ครอบครัว และคนทำงานในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ
ระยะที่ 3 ขยายผล จากพื้นที่ของตนเองไปสู่ตำบลใกล้เคียง ระดับอำเภอ จังหวัด และต่อยอดเชิงนโยบาย
เมื่อทบทวนบทเรียนจากการทำงานต่อเนื่อง สิ่งที่เห็นชัดมีอย่างน้อย 5 เรื่องสำคัญ
1.พัฒนาคนควบคู่พัฒนาระบบเพราะหากพัฒนาระบบโดยไม่พัฒนาคน การเปลี่ยนแปลงย่อมไม่ยั่งยืน

2.ใช้การเรียนรู้เป็นเครื่องมือให้ผู้คน “อยู่ได้และอยู่ดี”ไม่ใช่เพียงพาเด็กกลับเข้าระบบการศึกษา แต่ต้องช่วยให้เขามีทักษะ มีอาชีพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

3.มองการศึกษาเป็นเรื่องของ “นิเวศ”
เพราะชีวิตคนไม่ได้มีแค่เรื่องเรียน แต่เชื่อมโยงกับครอบครัว ชุมชน โครงสร้างสังคม ความเชื่อ และทรัพยากรในพื้นที่ทั้งหมด

4.กล้าทบทวนกรอบและเงื่อนไขการทำงาน
หลายครั้งสิ่งที่ทำให้ไปต่อไม่ได้ อาจไม่ใช่เพราะไม่มีทางออก แต่อาจเป็นเพราะยังไม่กล้าก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ

5.เสริมความเข้มแข็งของการจัดการเชิงพื้นที่
เพื่อให้พื้นที่มีระบบและกลไกพร้อมรองรับการทำงานกับเด็ก เยาวชน และกลุ่มเป้าหมายที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

#กสศเชื่อมพลังเพื่ออนาคตเด็ก
#กสศ #กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
#สร้างโอกาสสร้างงานสร้างชุมชน #ชุมชนเป็นฐาน

#การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น

02/04/2026
😍😍😍😍https://www.facebook.com/photo/?fbid=1237302758594205&set=a.1237303378594143
28/03/2026

😍😍😍😍
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1237302758594205&set=a.1237303378594143

“กรุงเทพฯ มิได้ก่อรูปจากมาตรฐานเดียว หากดำรงอยู่ผ่านความหลากหลายที่ซ้อนทับกันอย่างต่อเนื่อง รวมมิตรบางกอกถือกำเนิดขึ้นจากความเข้าใจนี้ — ว่าความแตกต่างมิใช่ส่วนเกินของสังคม หากเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของมันเอง
เทศกาลนี้จึงมองศิลปะในฐานะกระบวนการทางสังคม เป็นการปฏิบัติการที่เปิดพื้นที่ให้ร่างกาย ประสบการณ์ และวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลายดำรงอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม
การเข้าถึงไม่ใช่เพียงเรื่องโครงสร้างทางกายภาพ หากคือการออกแบบความสัมพันธ์ใหม่ การสร้างระบบที่ไม่กำหนดให้ใครต้องปรับตัวเข้าหามาตรฐานกลาง แต่ยอมรับว่ามาตรฐานนั้นเองสามารถขยายและปรับเปลี่ยนได้
รวมมิตรบางกอกจึงเป็นทั้งนิทรรศการ ตลาดสร้างสรรค์ เวทีสนทนา การแสดง และพื้นที่ทดลองทางสังคม ที่ซึ่งศิลปะทำหน้าที่เป็นกลไกในการนิยามความหมายของการอยู่ร่วมกันใหม่
เทศกาลนี้มิได้ตั้งคำถามว่าใครควรถูกนับรวม หากตั้งคำถามว่าระบบใดที่ทำให้การนับรวมยังไม่สมบูรณ์ และเราจะร่วมกันปรับเปลี่ยนโครงสร้างนั้นอย่างไรให้ทุกการดำรงอยู่มีพื้นที่โดยไม่ต้องลดทอนคุณค่า
รวมมิตรบางกอก คือการยืนยันว่าความแตกต่างไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำให้กลมกลืน หากคือพลังที่ทำให้เมืองมีความหมาย และเมื่อศักยภาพไม่ถูกจำกัด เมืองก็ไม่ควรถูกจำกัดเช่นกัน”
#หอศิลปกรุงเทพฯ ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ มูลนิธิเดอะเรนโบว์ รูม บริติช เคานซิล ประเทศไทย และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ไทยพีบีเอส) จัดงาน “รวมมิตรบางกอก : Bangkok Inclusive Art Festival” ระหว่างวันที่ 1-12 เมษายน 2569 ณ บริเวณโถง ชั้น 1-5 และห้องนิทรรศการ ชั้น 3 หอศิลปกรุงเทพฯ
พบกับ …
– นิทรรศการโดย องค์กรภาคีเครือข่าย นำเสนอผลงานศิลปะที่หลากหลาย ทั้งในเชิงกระบวนการและรูปแบบการสร้างสรรค์
– ตลาดงานศิลปะเพื่อความยั่งยืน พื้นที่ต่อยอดผลงานสู่โอกาสทางอาชีพและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
– องค์ความรู้ด้านการออกแบบและนวัตกรรมเพื่อการเข้าถึง (Universal Design & Creative Access)
– การพูดคุยและเสวนา (Conference & Panel Discussions) เวทีสนทนาระหว่างนักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงาน ผู้กำหนดนโยบาย และชุมชน
– การแสดงเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ สนับสนุนการแสดงออกและการพัฒนาศักยภาพของบุคคลที่มีความหลากหลายของร่างกายและรูปแบบการเรียนรู้
– องค์ความรู้ด้านสิทธิและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมบริบทสังคมไทยและตัวอย่างจากต่างประเทศ
กิจกรรมเวิร์กช็อปเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับความหลากหลาย เปิดพื้นที่การเรียนรู้ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม
* เข้าชมฟรี
* กิจกรรม workshop บางรายการ มีค่าวัสดุ/ลงทะเบียนล่วงหน้า
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ฝ่ายกิจกรรมเครือข่าย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
โทร. 02-214 6630 ต่อ 526
Email: [email protected]


“Bangkok is not defined by a single standard, but by its continuous, intersecting diversity. was born from this understanding that difference is not a surplus to society, but its very foundation.
This festival therefore understands art as a social process an active practice that opens up space for bodies, experiences, and diverse modes of learning to coexist on equal terms.
Accessibility is not just about physical structures. It is about designing new relationships, creating a system that do not require anyone to conform to a central standard, but instead acknowledge that such standards themselves can expand and transform.
Bangkok Inclusive Art Festival is an exhibition, a creative market, a talk stage, a performance, and a social laboratory where art works as a tool to redefine what it means to live together.
This festival does not ask who should be included, but rather which systems make inclusion incomplete and how we can change those structures together, so that everyone has a space without having to lose their value.
Bangkok Inclusive Art Festival is a confirmation that difference is not something to be blended in, but a force that gives the city meaning. And when potential is not limited, the city should not be limited either.”
in collaboration with the Foundation for Children with Disabilities (FCD), The Rainbow Room Foundation, British Council Thailand, and the Thai Public Broadcasting Service (Thai PBS).
Bangkok Inclusive Art Festival
1 April – 12 April, 2026
At the Hall, 5th Floor; the Curved Wall 5th – 3rd Floor; and Exhibition Gallery, 3rd Floor; Balcony, 2nd Floor; Hall, 1st Floor and Multi-function Room, 1st Floor,
Discover:
Exhibition by Networks – Showcasing diverse artistic works, both in process and in creative form.
Sustainable Art Market – A space to extend artistic works into career opportunities and the creative economy.
Knowledge on Design and Innovation for Accessibility – (Universal Design & Creative Access)
Conference & Panel Discussions – Talk stage for academics, practitioners, policymakers, and the community
Performances for Learning and Capacity Development – Supporting the self-expression and potential of people with diverse bodies and learning styles.
Knowledge on Rights and Relevant Laws – Covering the Thai social context as well as international examples.
Workshops to Raise Awareness of Diversity – Opening spaces for learning through participatory processes.
*Free admission
*Some workshops require a material fee or advance registration.
For more information, please contact
Arts Network Department, Bangkok Art and Culture Centre
Tel. 02-214 6630 ext. 526
Email: [email protected]
#กิจกรรมเครือข่าย #รวมมิตรบางกอก

ที่อยู่

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 17:00
อังคาร 10:00 - 17:00
พุธ 10:00 - 17:00
พฤหัสบดี 10:00 - 17:00
ศุกร์ 10:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66949194642

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ KU.UDCผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง KU.UDC:

แชร์