AI Center for Education Science and Technology SDU

AI Center for Education Science and Technology SDU ศูนย์ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

18/05/2026

🛰️ ชาวสวนทุเรียนยุคดิจิทัล ใช้ AI - ดาวเทียม GISTDA จัดการน้ำและพื้นที่เพาะปลูก ช่วยลดต้นทุนได้กว่า 80%
เมื่อโลกเปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ การปรับตัวให้เข้ากับยุคถือเป็นบทบาทสำคัญของทุกอาชีพ เช่นเดียวเกษตรกรที่ปัจจุบันไม่ได้ทำเกษตรแบบลองผิดลองถูกเหมือนในอดีต แต่ปัจจุบันมีการนำ AI และข้อมูลจาก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA มาเปลี่ยน "พื้นที่ทำกิน" ให้กลายเป็น "สมาร์ตฟาร์ม" ที่แม่นยำขึ้นมาก
สวนทุเรียนกว่า 10 ไร่ ของรัตนา ชาวสวนทุเรียน อ.แกลง จ.ระยอง ยกระดับการทำสวนรับมือสภาวะเอลนีโญด้วยการนำระบบ AI และข้อมูลดาวเทียมจากแอปพลิเคชัน "Dragonfly" ของ GISTDA มาใช้บริหารจัดการน้ำและพื้นที่เพาะปลูกอย่างมีประสิทธิภาพ
เดิมทีแล้วการทำสวนทุเรียนในแต่ละปี ต้องใช้ต้นทุนกว่า 200,000 บาทต่อปี ทั้งเรื่องปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และการรดน้ำให้หน้าดินสวนทุเรียนเพื่อสร้างความชุ่มชื้น ถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่หลังจากที่มีการนำระบบ AI แอปพลิเคชัน "Dragonfly" มาปรับใช้ในสวน ทำให้ลดต้นทุนลงไปได้กว่า 80%
เครื่องมือหลักที่ GISTDA พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์นี้คือแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า "Dragonfly" (แอปฯ แมลงปอ) เรียกง่ายๆว่า "ดวงตาจากอวกาศ" ของเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการแปลงเกษตรได้แบบ "รายแปลง"
📲 ระบบการทำงานของแอปพลิเคชัน Dragonfly
1. ตรวจเช็กสุขภาพพืช : AI จะวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อบอกว่าพืชตรงไหนในแปลงมีปัญหา เช่น ขาดสารอาหาร หรือโดนแมลงรบกวน ทำให้เกษตรกรไม่ต้องเดินสำรวจทั้งไร่ แต่พุ่งเป้าไปแก้จุดที่มีปัญหาได้ทันที
2. พยากรณ์อากาศรายชั่วโมง : ให้ข้อมูลอากาศที่แม่นยำระดับพิกัดแปลง ช่วยในการวางแผนฉีดพ่นยาหรือใส่ปุ๋ย ไม่ให้เสียของเพราะฝนตกชะล้าง
3. วัดความชื้นในดิน : ช่วยให้คำนวณการให้น้ำได้อย่างพอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป
การปรับใช้เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้รอดพ้นจากวิกฤตภัยแล้ง แต่ยังช่วย ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต และยกระดับเกษตรกรรมไทยสู่ดิจิทัลอย่างเต็มตัว เป็นต้นแบบสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่ผันผวน
📌 รายงานโดย วรรณิษา ศรีรื่น สถานีประชาชน ไทยพีบีเอส
--------------------------
🌍 “รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #เกษตร #ทุเรียน

18/05/2026

เจาะลึก 7 ความสามารถสุดล้ำของ Claude Cowork
คุณ Jeff Su ได้พามาดูความสามารถหลักของ Claude Cowork ซึ่งเป็นแอป Desktop ที่ถูกออกแบบมาให้เป็น AI ที่ลงมือทำงานให้เราจริง ๆ เพราะ Cowork สามารถเข้าถึงไฟล์ในเครื่องและเชื่อมต่อกับเครื่องมืออื่น ๆ ได้อย่างทรงพลัง
งั้นมาดูกันดีกว่าว่า 7 ความสามารถหลักของ Claude Cowork ที่จะช่วยให้การทำงานของเราเร็วขึ้นแบบก้าวกระโดดมีอะไรบ้าง!
(1) การจัดการไฟล์ในเครื่องได้โดยตรง
Cowork ต่างจาก Claude Chat ที่จำกัด Limit การอัปโหลดไฟล์ เพราะ Cowork สามารถเข้าถึงไฟล์บนคอมพิวเตอร์ของเราได้โดยตรง ทำให้สามารถจัดการไฟล์จำนวนมากหรือไฟล์ขนาดใหญ่ได้แบบสบาย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งให้รวมใบเสร็จนับร้อยใบเป็นไฟล์ Excel การตัดแบ่งไฟล์ PDF ขนาดใหญ่ หรือแม้แต่การเปลี่ยนสไลด์ PowerPoint ที่เป็นรูปภาพให้กลายเป็นข้อความที่แก้ไขได้
(2) มีความจำระยะยาวที่แม่นยำ
Cowork ไม่ได้เก็บความจำไว้แค่บนคลาวด์ แต่จะบันทึกความจำและสไตล์การทำงานไว้ในไฟล์จริงบนเครื่องของเรา (เช่น CLAM.md และ memory.md) ทำให้มันสามารถจดจำการตัดสินใจ รูปแบบงาน หรือ Feedback ที่เราเคยให้ไว้ได้ตลอดไป แม้จะเริ่มบทสนทนาใหม่มันก็ยังจำได้ว่าเราชอบงานสไตล์ไหน
(3) สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมือทำงานอื่น ๆ ได้
Cowork สามารถออกไปทำงานร่วมกับแอปที่เราใช้ประจำอย่าง Gmail, Google Drive หรือ Notion ได้โดยตรง ตัวอย่างเช่น เราสามารถสั่งให้มันไปอ่านอีเมลย้อนหลังเพื่อวิเคราะห์ Tone of Voice ของเราแล้วบันทึกไว้เป็นหลักการเขียน หรือสั่งให้มันเช็คสรุปการประชุมใน Google Drive เทียบกับโน้ตใน Notion เพื่อหาประเด็นที่ตกหล่นไปได้ด้วย
(4) สามารถสร้าง "Skills" ส่วนตัวเพื่อทำงานซับซ้อน
เราสามารถสอนให้ Cowork ทำงานที่มีหลายขั้นตอนซับซ้อนให้กลายเป็น "Skills" อัตโนมัติได้ เช่น หากเราต้องทำรายงานสรุปประจำสัปดาห์ที่ต้องรวมข้อมูลจากหลายทีม เราสามารถสอนลำดับขั้นตอนให้มันครั้งเดียว แล้วในครั้งต่อไปแค่สั่งใช้สกิลนั้น Cowork ก็จะจัดการงานทั้งหมดให้เสร็จในไม่กี่นาที
(5) จัดการโปรเจกต์อย่างชาญฉลาด
ในโหมดโปรเจกต์ Cowork มีความสามารถที่เหนือกว่า Claude Chat ทั่วไปคือมันสามารถเขียนข้อมูลลงในไฟล์ความรู้ (Knowledge files) ของโปรเจกต์ได้โดยตรง เมื่อเรามีการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ร่วมกัน เราแค่สั่งให้มันบันทึกหลักการนั้นไว้ในโปรเจกต์ Cowork จะทำการอัปเดตไฟล์คำสั่งให้ทันทีโดยที่เราไม่ต้องกดลบหรือเพิ่มไฟล์เองให้ยุ่งยาก
(6) ส่งต่องานไปยัง Browser ได้
หากเราติดตั้ง Extension ในเบราว์เซอร์ Cowork จะสามารถส่งต่องานไปทำต่อบนเว็บได้ แม้ว่าในปัจจุบันความสามารถนี้อาจจะยังมีความล่าช้าหรือทำงานได้ไม่เต็มร้อยนักในบางกรณี แต่ก็ถือเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ AI สามารถข้ามขีดจำกัดจากหน้าจอแอปไปยังโลกเว็บไซต์ได้
(7) ตั้งเวลาทำงานล่วงหน้าได้ด้วย!
นี่คือจุดสูงสุดของการดึงความสามารถทั้งหมดมาใช้ เพราะเราสามารถตั้งเวลาให้ Cowork ทำงานอัตโนมัติได้ เช่น ตั้งให้มันคัดกรองอีเมลและร่างคำตอบรอไว้ให้ทุก 6 โมงเช้า โดยอาศัยทั้งการเชื่อมต่อ Gmail และการจดจำสไตล์การตอบของเรา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำเหมือนเราทำเอง
ความสามารถทั้ง 7 ข้อนี้คือการเปลี่ยนจากการสั่งงานทีละขั้นตอน ไปสู่การกำหนดเป้าหมายและเราภาพที่ต้องการ แล้วปล่อยให้ AI เป็นคนลงมือทำให้สำเร็จจริงในโฟลเดอร์งานของเรา
ใครที่อยากยกระดับการทำงานให้โปรขึ้นไปอีกขั้น ลองโหลด Claude Cowork มาใช้และฝึกสร้าง Skills ของตัวเองกันดูนะครับ รับรองว่าชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ!

18/05/2026

จาก Vibe Coding สู่ Spec-Driven Development..
AI ในปี 2026 ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือแรงงานสำคัญ Techhub มีโอกาสได้ไปงาน GitHub BKK Roadshow 2026 ซึ่งทำให้เราได้เห็นภาพจำของ AI ในฐานะ Co-pilot ที่ได้ถูกยกระดับสู่ยุค Agentic AI อย่างเต็มตัว ท่ามกลางวิกฤต Technical Debt และ Backlog ที่ล้นมือ การปรับตัวสู่ AI Transformation ไม่ใช่ทางเลือกเพื่อความล้ำสมัย แต่กำลังจะกลายเป็นความอยู่รอดพื้นฐาน
คุณเชาวลิต รัตนกรไกรศรี รองกรรมการผู้จัดการ สายงานโซลูชั่นองค์กร บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สิ่งนี้ เปรียบได้กับการมาถึงของไฟฟ้า ที่เคยเปลี่ยนโฉมประวัติศาสตร์ AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ต้องมีเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมในโลกที่ซอฟต์แวร์ซับซ้อนเกินกว่ามนุษย์จะจัดการได้ด้วยตัวคนเดียว
1. AI คือ ไฟฟ้า ของธุรกิจยุค Frontier Firm
โลกกำลังถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งชัดเจน ระหว่างองค์กรที่เป็นผู้นำนวัตกรรม (Frontier Firm) และผู้ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดย AI ได้เปลี่ยนสถานะจากเครื่องมือฟุ่มเฟือย มาเป็นสาธารณูปโภค ที่จำเป็นต่อ GDP ของทุกภาคส่วน เทคโนโลยี AI วันนี้เหมือนไฟฟ้าแล้ว ประเทศที่ไม่ใช้ไฟฟ้ากับประเทศที่ใช้ไฟฟ้า จะทำให้เราได้เห็น GDP ที่ต่างกันแน่นอน
ความแตกต่างระหว่างผู้ชนะและผู้แพ้ในสมรภูมินี้ ไม่ใช่อยู่ที่งบประมาณ แต่อยู่ที่ความเข้าใจและการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อเปลี่ยน AI ให้เป็นพลังงานหลักที่ฝัง อยู่ในทุกแอปพลิเคชันขององค์กร
2. กฎ 60% และการก้าวพ้นขีดจำกัดของ Coding Assistant
ข้อมูลจาก Gartner ระบุว่า 60% ของเวลาทำงานนักพัฒนาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเขียนโค้ด แต่หมดไปกับการเก็บ Requirement, วาง Spec, ออกแบบ และทดสอบ หากเราใช้ AI เป็นเพียง Coding Assistant เราจะแก้ปัญหา Productivity ได้เพียง 40% ของเนื้องานทั้งหมดเท่านั้น
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการขยับสู่ Agentic SDLC หรือวงจรการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agent แบบ End-to-End โดย AI จะทำหน้าที่เป็นทีมงานดิจิทัลในบทบาทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
- Database Designer: ผู้ออกแบบโครงสร้างข้อมูลตาม Business Logic
- Test Lead: ผู้ควบคุมและวิเคราะห์คุณภาพการทดสอบ
- Deployment Manager: ผู้ดูแลการนำซอฟต์แวร์ขึ้นระบบอย่างปลอดภัย
การเพิ่ม Productivity ที่แท้จริงต้องมองที่ทั้งกระบวนการ (End-to-End) ไม่ใช่แค่การช่วยพิมพ์โค้ดในบรรทัดถัดไป
3. จาก Vibe Coding สู่ Spec-Driven Development
ปัจจุบัน เรากำลังข้ามผ่านยุค Vibe Coding (การเขียนโค้ดตามความรู้สึกหรือการ Prompt รายครั้ง) สู่ Spec-Driven Development ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับ Enterprise ที่เน้นความชัดเจนและปลอดภัย
AI ยุคใหม่มีความสามารถด้านการใช้เหตุผล (Reasoning) สูงพอที่จะรับบริบทจากการประชุมธุรกิจ (Business Context) แล้วเปลี่ยนให้กลายเป็น Technical Specification และพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันได้โดยอัตโนมัติ โดยมีหัวใจสำคัญคือ Security by Default ผ่านเครื่องมืออย่าง GitHub Advanced Security และ Auto-Fix ที่ช่วยตรวจจับและแก้ไขช่องโหว่ทันทีที่ AI สร้างโค้ดขึ้นมา
และนั่นจะทำให้บทบาทของโปรแกรมเมอร์จะเปลี่ยนจาก ผู้ลงมือเขียน ไปเป็น "Agent Boss" หรือ "AI Manager" ที่ใช้ประสบการณ์กำกับดูแลผลลัพธ์ให้ถูกต้องตามมาตรฐานองค์กร
4. ชุบชีวิต Legacy System เปลี่ยน Cobol เป็นภาษาสมัยใหม่ในครึ่งวัน
คุณ ศุภกิจ ยงวิทิตสถิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิวชั่น โซลูชั่น จำกัด พูดถึงกรณีศึกษาจาก Exim Bank ที่เป็นข้อพิสูจน์ถึงพลังของ AI ในการล้างหนี้ทางเทคนิค ของระบบธนาคารที่ซับซ้อน
ก่อนการใช้ AI : ระบบเก่า (Legacy) ที่ใช้ภาษาอย่าง Cobol หาคนดูแลยาก การ Modernize โค้ดเดิมประเมินไว้ที่ 6-12 เดือน
หลังการใช้ AI : การ Modernize ระบบเดิม ลดเวลาเหลือเพียงครึ่งวัน
ผลลัพธ์ที่จับต้องได้คือ
- เพิ่ม Productivity สูงถึง 30-50%
- สร้างผลตอบแทนการลงทุน (ROI) 5-10 เท่า
- เห็นผลลัพธ์ความสำเร็จภายใน 1 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน
5. ยุคของ Digital Workforce 1,300 ล้าน Agent ใน 2 ปี
IDC พยากรณ์ว่าภายในปี 2026 จะมี AI Agent ถูกสร้างขึ้นทั่วโลกกว่า 1,300 ล้านตัว นี่ไม่ใช่แค่แชทบอทตอบคำถาม แต่คือ Digital Workforce ที่มีทักษะการใช้เหตุผล และทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างไร้รอยต่อ
ต้องบอกว่า AI ไม่ได้มาแทนที่คน แต่คนกับ AI จะทำงานร่วมกัน และคนที่ใช้ AI เป็นจะเข้ามาแทนที่คนที่ไม่ใช้ AI
ในยุคที่ Backlog ล้นมือและนวัตกรรมใหม่ต้องการความเร็วสูง Digital Workforce คือกำลังเสริมที่จะเข้ามาเคลียร์งานประจำเพื่อให้มนุษย์มีเวลาสร้างสรรค์งานที่ซับซ้อนกว่า โดยมีมนุษย์ทำหน้าที่วาง Governance และควบคุมทิศทางบนแพลตฟอร์มที่ปลอดภัย
The Future is Agentic
AI Transformation ไม่ใช่เรื่องของเครื่องมือ แต่คือการประสานกันของ คน , กระบวนการ และการกำกับดูแล เป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่การเป็น Agent Boss ที่บริหารจัดการทีมงานดิจิทัลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
คำถามสำคัญสำหรับผู้นำองค์กรในวันนี้ไม่ใช่แค่เราจะใช้ AI หรือไม่? แต่คือ gikพร้อมที่จะบริหารจัดการ Digital Workforce หรือจะรอให้คู่แข่งที่ใช้มันเป็นคนเข้ามาจัดการ...
สำหรับ งาน GitHub BKK Roadshow 2026 คือเวทีแสดงวิสัยทัศน์การยกระดับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยสู่ยุค Agentic AI ที่ได้มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการเขียนโค้ดทั่วไป สู่การพัฒนาเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่ฝังอยู่ในทุกขั้นตอน และการกำกับดูแลที่ตรวจสอบได้ ตลอดทั้งวงจรการพัฒนา
โดยภายในงาน เป็นการผนึกกำลังของ 4 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่
- GitHub & Microsoft ในฐานะผู้พัฒนาเทคโนโลยี Platform และ AI Agents
- Fusion Solution ในฐานะพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญที่เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นโซลูชันที่ใช้งานได้จริงในระดับองค์กร
- EXIM Bank ในฐานะองค์กรต้นแบบ ที่นำ AI มาปรับใช้จริงในภาคธุรกิจที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง
ที่มา
https://www.techhub.in.th/ai-is-more-than-just-an-assistant-5-key-turning-points-to-build-a-new-infrastructure/
——————
⭐️ ติดตามอัปเดตข่าวไอที How To , Tips เทคนิคใหม่ ๆ ได้ทุกวัน
ค้นหาข่าวที่อยู่ในความสนใจได้ที่ >> www.techhub.in.th
มีข้อสงสัยทัก LINE Techhub : https://lin.ee/Sietmnt

18/05/2026
18/05/2026
18/05/2026

📍กทม. จับมือ ศธ. ดัน Traffy Fondue สู่โรงเรียน สพฐ. ยกระดับความปลอดภัยเด็ก–ครู ผ่านระบบดิจิทัล 📱🏫
(18 พ.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุมเตรียมลงนาม MOU ขับเคลื่อนโครงการนำร่อง (Sandbox) ใช้แอปพลิเคชัน Traffy Fondue ดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภายใต้ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ (AOC)
🤝 ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งใช้เทคโนโลยีเป็นช่องทางรับแจ้งเหตุ ร้องเรียน และติดตามการแก้ไขปัญหาในโรงเรียน ให้เด็ก ครู และผู้ปกครองเข้าถึงการช่วยเหลือได้รวดเร็ว โปร่งใส และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
🔎 ปัจจุบัน กทม. ใช้ Traffy Fondue รับแจ้งปัญหาจากประชาชนแล้วกว่า 1.3 ล้านเรื่อง แก้ไขแล้วมากกว่า 1 ล้านเรื่อง ลดเวลาการดำเนินงานจากเฉลี่ย 2 เดือน เหลือเพียง 1.9 วันต่อเรื่อง
💬 ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุว่า เทคโนโลยีจะช่วยลดขั้นตอนราชการ ทำให้หน่วยงานหันมาโฟกัสการแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมเชื่อมั่นว่าระบบดังกล่าวจะช่วยสร้างความปลอดภัยและความไว้วางใจในสถานศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม
📚 ด้านกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมขยายผลการใช้งานไปยังโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 20,000 แห่ง เพื่อยกระดับระบบคุ้มครองนักเรียนและสร้างความโปร่งใสในระบบการศึกษาไทย
------------------------------------
👉 รายละเอียดเพิ่มเติมในคอมเมนต์

18/05/2026
18/05/2026
18/05/2026

AI Disruption การเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงจาก AI ไทยจะรอดได้อย่างไร ?
ในขณะที่ทั่วโลกกำลังกังวลเรื่องคนตกงานเพราะ AI ก็มีอีกแนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจ จะช่วยให้เรารอดพ้นจาก AI Disruption ได้ไหม?
รับชมได้จากคลิปรายการย้อนหลังในคอมเม้นต์ ⤵️

ออกอากาศในรายการดิจิทัลไทยแลนด์วันเสาร์ที่ 16 พ.ค.69 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 กด 33 และ CH3+

ขอขอบคุณ 🙏 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. ,ดร.พีพี-พัทน์ ภัทรนุธาพร MIT Professor, Founding Director of the Cyborg Psychology research group & Co-director of the MIT Media Lab’s Advancing Humans with AI (AHA) research program

#ทางรอด 

17/05/2026

ที่อยู่

เลขที่ 228-228/1-3 ถนนสิรินธร แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด
Bangkok
10700

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

+6624239401

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ AI Center for Education Science and Technology SDUผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง AI Center for Education Science and Technology SDU:

แชร์