AI Center for Education Science and Technology SDU

AI Center for Education Science and Technology SDU ศูนย์ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

“พันธุ์เพิ่มศักดิ์” ชูยุทธศาสตร์ “AI for All” เปิดตัว “อับดุล ยูนิ” ติวเตอร์อัจฉริยะ นำร่อง 20 มหาวิทยาลัย ตั้งศูนย์บ่มเ...
21/06/2026

“พันธุ์เพิ่มศักดิ์” ชูยุทธศาสตร์ “AI for All” เปิดตัว “อับดุล ยูนิ” ติวเตอร์อัจฉริยะ นำร่อง 20 มหาวิทยาลัย ตั้งศูนย์บ่มเพาะ AI หนุน SME-ดัน Wellness Thailand

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของกระทรวง อว. กับการขับเคลื่อนสังคมอัจฉริยะและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)“ ภายในงาน การประชุมวิชาการระดับชาติสวนดุสิต ครั้งที่ 8 หรือ SDNC 2026 โดยมี คณะผู้บริหาร ม.สวนดุสิต นักวิจัย คณาจารย์ และนักศึกษา เข้าร่วม ณ อาคารรักตะกนิษฐ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กรุงเทพมหานคร

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวง อว.ได้เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์ระดับชาติ โดยได้ประกาศแผนปฏิบัติการเร่งด่วน (Quick Win Action Plan) ตามนโยบาย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. ที่ดึงเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพลิกโฉมระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ของประเทศไทยในทุกมิติ ตั้งแต่การศึกษา ภาคธุรกิจ ไปจนถึงระบบสาธารณสุข โดยมีแนวทางสำคัญคือการนำองค์ความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ มาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ หรือที่เรียกว่าการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) ไม่ว่าจะเป็นการนำงานวิจัยไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือการให้คำปรึกษาแก่ภาคธุรกิจ เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศบนเวทีโลก

รองปลัดกระทรวง อว. กล่าวต่อว่า ในมิติของการปฏิวัติวงการศึกษา กระทรวง อว. ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการเรียนการสอนโดยไม่เน้นการเปิดรายวิชา AI ใหม่ แต่มุ่งเน้นการสอดแทรกเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เข้าไปในหลักสูตรเดิมที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้นักศึกษาทุกสายวิชา สามารถประยุกต์ใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลและแก้ปัญหาได้จริง พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม อับดุล ยูนิ (Abdul Uni) ติวเตอร์อัจฉริยะสัญชาติไทยที่ออกแบบมาเพื่อสถาบันอุดมศึกษาโดยเฉพาะ ทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้ช่วยอาจารย์ในการลดภาระงานซ้ำซ้อน และเป็นติวเตอร์ส่วนตัวที่สามารถปรับรูปแบบการสอนให้เข้ากับผู้เรียนแต่ละคนได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยขณะนี้ได้นำร่องใช้งานจริงแล้วใน 20 มหาวิทยาลัยเครือข่ายทั่วประเทศ และเตรียมขยายผลให้ครอบคลุมถึง 150 แห่งภายในปีหน้า

ในมิติด้านการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ภาคธุรกิจ กระทรวง อว. ได้ผลักดันการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) จากรั้วมหาวิทยาลัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ผ่านการตั้งศูนย์บ่มเพาะปัญญาประดิษฐ์ระดับภูมิภาค เพื่อติดปีกทักษะด้าน AI ให้กับผู้ประกอบการ SME นำไปสู่การลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนแล้วในกลุ่มธุรกิจที่พักและโฮมสเตย์ ที่สามารถนำ AI มาสร้างระบบจองห้องพักของตนเอง ช่วยลดภาระค่าธรรมเนียมจากแพลตฟอร์มออนไลน์ (OTA) ที่เคยสูงถึง 18-30% ให้เหลือไม่ถึง 5% ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีผลกำไรที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

“นอกจากนี้ อว. ยังเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย Wellness Thailand โดยดึงจุดแข็งด้านการแพทย์และการท่องเที่ยวของไทยมาต่อยอดด้วยนวัตกรรม ผ่านการนำ AI และ Data Analytics มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและพัฒนาแพลตฟอร์มการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ควบคู่ไปกับการทำหน้าที่เป็นหน่วยงานแกนกลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือกับกระทรวงอื่นๆ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงแรงงาน เพื่อขยายผลการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายและภาคการเกษตรอย่างครอบคลุม ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการนำพาประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ” ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว

#กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

20/06/2026
20/06/2026
20/06/2026
"พันธุ์เพิ่มศักดิ์“ เปิดเวทีวิชาการใหญ่ระดับชาติ SDNC 2026 ม.สวนดุสิต ยกทัพ "ปัญญาประดิษฐ์" ขับเคลื่อนสังคมอัจฉริยะแห่งอ...
20/06/2026

"พันธุ์เพิ่มศักดิ์“ เปิดเวทีวิชาการใหญ่ระดับชาติ SDNC 2026 ม.สวนดุสิต ยกทัพ "ปัญญาประดิษฐ์" ขับเคลื่อนสังคมอัจฉริยะแห่งอนาคต

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติสวนดุสิต ครั้งที่ 8 หรือ SDNC 2026 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิดที่กำลังตอบโจทย์เทรนด์โลกยุคดิจิทัลอย่าง "ปัญญาประดิษฐ์ สู่สังคมอัจฉริยะและคุณภาพชีวิตยั่งยืน: นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งอนาคต" (AI towards Smart Society and Sustainable Quality of Life) โดยมี ผศ.ดร.พรชณิตว์ แก้วเนตร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและกิจการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่แทนอธิการบดี ม.สวนดุสิต รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี ม.สวนดุสิต ศ.ดร.สุภา หารหนองบัว นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย รศ.ดร.ชื่นจิตต์ บุญเฉิด นายกสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย คุณเพ็ญวลี ธารีจิตต์ อุปนายกสมาคมโลว์คาร์บอนคอนสตรัคชั่นแอนด์เทคโนโลยี นักวิจัย คณาจารย์ และนักศึกษา เข้าร่วม ณ อาคารรักตะกนิษฐ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กรุงเทพมหานคร

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของเทคโนโลยีว่า ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ขับเคลื่อนนวัตกรรม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในทุกมิติ ทางกระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคน ส่งเสริมการวิจัย ตลอดจนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI อย่างสร้างสรรค์และมีความรับผิดชอบ เพื่อเตรียมประเทศให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวต่อว่า การประชุมในครั้งนี้จะเป็นมากกว่าเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ หากยังเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือครั้งใหม่ เป็นพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์แนวคิดและนวัตกรรม และเป็นพลังสำคัญในการร่วมกันออกแบบอนาคตของประเทศไทยให้ก้าวสู่สังคมอัจฉริยะที่มีความมั่นคง ยั่งยืน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับทุกคน"

“ขอชื่นชมมหาวิทยาลัยสวนดุสิตที่ได้ขับเคลื่อนเวทีวิชาการอันทรงคุณค่านี้อย่างต่อเนื่อง จนเข้าสู่ปีที่ 8 และกลายเป็นพื้นที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นำเสนอผลงานวิจัย และส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรม ระหว่างนักวิจัย คณาจารย์ ครู นักศึกษา ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน และที่สำคัญเป็นเวทีที่ โชว์ศักยภาพของนิสิตนักศึกษาได้นำผลงาน มาจัดแสดง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมอัจฉริยะในอนาคต“ ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้เปิดมุมมองใหม่ๆ จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในวงการผ่านประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่ (1) นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน (2) นวัตกรรมดูแลต้นไม้เมือง สู่โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว เพื่อสังคมอัจฉริยะและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และ (3) การนำ AI สำหรับเจ้าหน้าที่ไปใช้ในโลกแห่งความเป็นจริง: บทเรียนที่ได้จากการบริหารจัดการอาคารกว่า 100 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานทางวิชาการและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนของบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ระดับชั้นปฐมวัย ประถมศึกษา ไปจนถึงมัธยมศึกษา อีกด้วย

#กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

20/06/2026

ม.สวนดุสิต จับมือภาคีเครือข่าย จัดประชุมวิชาการระดับชาติ (SDNC) ครั้งที่ 8 ชูแนวคิด “ผสาน AI สู่สังคมอัจฉริยะและคุณภาพชีวิตยั่งยืน” หนุนนโยบาย อว. ขับเคลื่อนนวัตกรรมแห่งอนาคต

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายชั้นนำทั้งสมาคมวิชาชีพและภาคเอกชน จัดงานประชุมวิชาการระดับชาติสวนดุสิต 2026 (SDNC) ครั้งที่ 8 ภายใต้หัวข้อ “ปัญญาประดิษฐ์ สู่สังคมอัจฉริยะและคุณภาพชีวิตยั่งยืน: นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งอนาคต” (AI towards Smart Society and Sustainable Quality of Life) 19 มิถุนายน 2569 ณ หอประชุมรักตะกนิษฐ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยมีคณาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนครูและนักเรียนจากทั่วประเทศเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมขับเคลื่อนองค์ความรู้และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคม

งานประชุมวิชาการในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งให้เกียรติบรรยายพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของกระทรวง อว. กับการขับเคลื่อนสังคมอัจฉริยะและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนด้วยปัญญาประดิษฐ์” โดย ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของเทคโนโลยีว่า “ปัจจุบันโลกกำลังหมุนเวียนและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ บทบาทของกระทรวง อว. มุ่งเน้นการส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาเป็นแกนหลักในการสร้างระบบนิเวศน์ทางปัญญา (AI Ecosystem) และการพัฒนากำลังคนในทุกระดับ (AI Workforce) การจัดงานของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตร่วมกับภาคีเครือข่ายในวันนี้ ถือเป็นต้นแบบที่ดีเยี่ยมในการบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความท้าทาย และนำเทคโนโลยีมาใช้เสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรชณิตว์ แก้วเนตร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและกิจการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่แทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมทั้งนำเสนอนโยบายการขับเคลื่อนสถาบันในหัวข้อ “สวนดุสิตก้าวล้ำ: ผสาน AI ยกระดับการเรียนรู้ วิจัย และบริการวิชาการสู่อนาคต” โดยเปิดเผยทิศทางของมหาวิทยาลัยว่า “มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ตระหนักถึงภารกิจสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านองค์ความรู้และนวัตกรรมให้เท่าทันยุคสมัย นโยบาย ‘สวนดุสิตก้าวล้ำ’ คือการประกาศเจตนารมณ์ว่าเราจะนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาผสานและปฏิรูปในทุกมิติ ทั้งการยกระดับหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างทักษะแห่งอนาคตให้แก่บัณฑิต การสนับสนุนให้นักวิจัยผลิตผลงานวิจัยที่ใช้ AI มาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงการบริการวิชาการที่พร้อมตอบสนองต่อภาคสังคมและอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยพร้อมที่จะเป็นสะพานเชื่อมโยงเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”

ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฐิตินาถ สุคนเขตร์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในนามของคณะกรรมการดำเนินงานฯ ได้กล่าวรายงานถึงความเป็นมา วัตถุประสงค์ และความสำเร็จของผลลัพธ์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายและสปอนเซอร์ผู้สนับสนุน รวม 6 หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย 1) สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 2) สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย 3) สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย 4) สมาคมโลว์คาร์บอนคอนสตรัคชั่นแอนด์เทคโนโลยี 5) บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด และ 6) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ และกล่าวถึงวัตถุประสงค์สำคัญ ในการจัดงานครั้งนี้ว่า “ปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อวิถีชีวิต การศึกษา การสาธารณสุข และการพัฒนาสังคมในทุกมิติ การเตรียมความพร้อมด้านองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม จึงเป็นภารกิจหลักที่สถาบันอุดมศึกษาต้องร่วมขับเคลื่อน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้จัดงานนี้ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีระดับชาติในการเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ของคณาจารย์ นักวิจัย บุคลากรทางการศึกษา และนักศึกษา เป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ ระหว่างผู้เชี่ยวชาญและผู้สนใจ สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็ง ระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาความท้าทายของสังคมในอนาคตได้อย่างยั่งยืน”

สำหรับ ผลลัพธ์อันเป็นรูปธรรม ที่ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งจากการจัดงานในครั้งนี้ ผศ.ดร.ฐิตินาถ กล่าวเพิ่มเติมว่า “งานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือและกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากคณาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา ตลอดจนครูและนักเรียนจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ โดยเกิดผลลัพธ์ความสำเร็จทางวิชาการร่วมกัน ประกอบด้วยการคัดเลือกและนำเสนอผลงานรวมทั้งสิ้น 164 ผลงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น บทความวิชาการที่ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อนำเสนอภาคบรรยาย (Oral Presentation) จำนวน 85 บทความ และการจัดนิทรรศการแสดงผลงานทางวิชาการของบุคลากรทางการศึกษา ในรูปแบบโปสเตอร์ (Poster Presentation) อีกจำนวน 79 ผลงาน ซึ่งผลลัพธ์ทั้งหมดนี้ครอบคลุมเนื้อหาใน 5 กลุ่มสาขาวิชาหลัก ได้แก่ กลุ่มคอมพิวเตอร์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัล กลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพและสิ่งแวดล้อม กลุ่มศึกษาศาสตร์ งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนกลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์” ผลลัพธ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเข้มแข็งและหลากหลายขององค์ความรู้ทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมอย่างยั่งยืน’ ที่แสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของเครือข่ายสถาบันการศึกษาทั่วประเทศอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ภายในงานมีการร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการเป็นเจ้าภาพร่วมโดยผู้บริหารจากสมาคมชั้นนำ อาทิ ศาสตราจารย์ ดร.สุภา หารหนองบัว นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยฯ ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย รองศาสตราจารย์ ดร.ชื่นจิตต์ บุญเฉิด นายกสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย และ คุณเพ็ญวลี ธารีจิตต์ อุปนายกสมาคมโลว์คาร์บอนคอนสตรัคชั่นแอนด์เทคโนโลยี พร้อมทั้งการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ (Keynote Speakers) ถึง 3 หัวข้อหลักที่จุดประกายความคิดให้แก่ผู้ฟัง ได้แก่ ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ด้าน Core Business (สวทช.) บรรยายในหัวข้อ “The Future of Human-Centric AI: นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน” คุณประเสริฐ ธรรมมนุญกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด บรรยายในหัวข้อ “Tree Care Hospital by KEMREX: นวัตกรรมดูแลต้นไม้เมือง สู่โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว เพื่อสังคมอัจฉริยะและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน” ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย บรรยายในหัวข้อ “From AI Workforce Perspectives to Sustainable AI Ecosystem” และในช่วงท้ายของพิธีการช่วงเช้า ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นผู้มอบโล่รางวัลและของที่ระลึก พร้อมทั้งถ่ายภาพร่วมกับแขกผู้มีเกียรติเพื่อเป็นเกียรติแก่ภาคีเครือข่ายและผู้สนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ การประชุมวิชาการระดับชาติสวนดุสิต 2026 ครั้งที่ 8 ในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่บรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกประการ และสร้างผลลัพธ์ในการยกระดับขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมให้สังคมไทยก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนต่อไป

 #มาสมัครกันครับ  #ด่วนพิเศษ @แฟนตัวยง
10/06/2026

#มาสมัครกันครับ #ด่วนพิเศษ @แฟนตัวยง

18/05/2026

🛰️ ชาวสวนทุเรียนยุคดิจิทัล ใช้ AI - ดาวเทียม GISTDA จัดการน้ำและพื้นที่เพาะปลูก ช่วยลดต้นทุนได้กว่า 80%
เมื่อโลกเปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ การปรับตัวให้เข้ากับยุคถือเป็นบทบาทสำคัญของทุกอาชีพ เช่นเดียวเกษตรกรที่ปัจจุบันไม่ได้ทำเกษตรแบบลองผิดลองถูกเหมือนในอดีต แต่ปัจจุบันมีการนำ AI และข้อมูลจาก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA มาเปลี่ยน "พื้นที่ทำกิน" ให้กลายเป็น "สมาร์ตฟาร์ม" ที่แม่นยำขึ้นมาก
สวนทุเรียนกว่า 10 ไร่ ของรัตนา ชาวสวนทุเรียน อ.แกลง จ.ระยอง ยกระดับการทำสวนรับมือสภาวะเอลนีโญด้วยการนำระบบ AI และข้อมูลดาวเทียมจากแอปพลิเคชัน "Dragonfly" ของ GISTDA มาใช้บริหารจัดการน้ำและพื้นที่เพาะปลูกอย่างมีประสิทธิภาพ
เดิมทีแล้วการทำสวนทุเรียนในแต่ละปี ต้องใช้ต้นทุนกว่า 200,000 บาทต่อปี ทั้งเรื่องปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และการรดน้ำให้หน้าดินสวนทุเรียนเพื่อสร้างความชุ่มชื้น ถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่หลังจากที่มีการนำระบบ AI แอปพลิเคชัน "Dragonfly" มาปรับใช้ในสวน ทำให้ลดต้นทุนลงไปได้กว่า 80%
เครื่องมือหลักที่ GISTDA พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์นี้คือแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า "Dragonfly" (แอปฯ แมลงปอ) เรียกง่ายๆว่า "ดวงตาจากอวกาศ" ของเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการแปลงเกษตรได้แบบ "รายแปลง"
📲 ระบบการทำงานของแอปพลิเคชัน Dragonfly
1. ตรวจเช็กสุขภาพพืช : AI จะวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อบอกว่าพืชตรงไหนในแปลงมีปัญหา เช่น ขาดสารอาหาร หรือโดนแมลงรบกวน ทำให้เกษตรกรไม่ต้องเดินสำรวจทั้งไร่ แต่พุ่งเป้าไปแก้จุดที่มีปัญหาได้ทันที
2. พยากรณ์อากาศรายชั่วโมง : ให้ข้อมูลอากาศที่แม่นยำระดับพิกัดแปลง ช่วยในการวางแผนฉีดพ่นยาหรือใส่ปุ๋ย ไม่ให้เสียของเพราะฝนตกชะล้าง
3. วัดความชื้นในดิน : ช่วยให้คำนวณการให้น้ำได้อย่างพอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป
การปรับใช้เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้รอดพ้นจากวิกฤตภัยแล้ง แต่ยังช่วย ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต และยกระดับเกษตรกรรมไทยสู่ดิจิทัลอย่างเต็มตัว เป็นต้นแบบสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่ผันผวน
📌 รายงานโดย วรรณิษา ศรีรื่น สถานีประชาชน ไทยพีบีเอส
--------------------------
🌍 “รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #เกษตร #ทุเรียน

ที่อยู่

เลขที่ 228-228/1-3 ถนนสิรินธร แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด
Bangkok
10700

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

+6624239401

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ AI Center for Education Science and Technology SDUผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง AI Center for Education Science and Technology SDU:

ทางลัด

แชร์