12/08/2026
ขอให้ทุกดวงวิญญาณไปสู่สุคติ
ขอให้ทุกชีวิตคลายจากทุกข์และมีความสุขและได้พบสันติสุขในใจ
ขอบคุณคุณพ่อสำหรับตัวอย่างอันประเสริฐ
🙏
11 ส.ค. 69 วัดลาดปลาดุก ในเขตอำเภอบางบัวทอง มีอยู่ไม่กี่ศาลา ศาลา 3 กางเต็นท์เตรียมที่นั่งไว้เยอะพอควร ช่วง 5 โมงเย็นมีเด็กผู้ชาย 6-7 คนของชั้น ม.1 กำลังช่วยคุณครูนำขวดน้ำใส่ถังน้ำแข็งและจัดเรียงเก้าอี้ ที่ด้านหน้ามีบอร์ดเขียนชื่อ ‘ด.ญ.นภัทร ชัยมา’
ไม่นานนัก คุณพ่อเดินทางมาถึง หน้าตาเรียบนิ่งและดูอิดโรย เขาเดินประสานงานส่วนต่างๆ แทบไม่ได้หยุด สักพักทีมเจ้าหน้าที่ใส่เสื้อกั๊กเขียน ‘MCATT กรมสุขภาพจิต’ 5-6 คนนั่งเตรียมการอยู่ในพื้นที่ข้างๆ ศาลา เจ้าหน้าที่หญิงทยอยเข้ามาพูดคุยกับเด็กนักเรียนชายที่มาช่วยงาน เพื่อสอบถามถึงสภาพจิตใจและผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เด็กชายบางคนเล่นเกมในมือถือไปพลางตอบคำถามไป ทีมเจ้าหน้าที่ยังชวนผู้ใกล้ชิดคนอื่นทำแบบประเมินและพูดคุย เมื่อสอบถามได้ความว่า ทีมปฏิบัติการนี้จะติดตามผู้ใกล้ชิดไปอีกนานหลายเดือน
ใกล้เวลาสวดตอน 1 ทุ่ม นักข่าวเข้าไปแนะนำตัวกับคุณพ่อ แสดงความเสียใจ พร้อมให้นามบัตร แจ้งคุณพ่อถึงเหตุที่มา โควทการให้สัมภาษณ์สั้นๆ ของคุณพ่อที่ให้อภัยทุกคนนั้นสะเทือนใจ บันดาลใจ และทำให้อยากสนทนาเพิ่มเติมหากคุณพ่อต้องการ และในเวลาที่พร้อม คุณพ่อมองหน้าเล็กน้อยก่อนบอกว่า “คุยได้เลยครับ แต่คงสั้นๆ นะ” นักข่าวลังเลแจ้งว่าไม่อยากรบกวนในช่วงเวลานี้ คุณพ่อยังคงยืนยัน
โควทที่ปรากฏในสื่อมวลชนมีหลากหลายท่อนแต่เนื้อหาเป็นไปในทางเดียวกัน The Reporter หยิบยกโควทดังกล่าวเผยแพร่ไว้ดังนี้ “ตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรแล้ว เพราะมันผ่านมาแล้ว และก็จะดูแลน้องให้ดี แค่นั้นเอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายส่วน หลายฝ่ายก็คงต้องไปดูแลกันอยู่แล้ว และก็อโหสิกรรมให้ทุกสิ่งทุกอย่าง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้โทษใคร คนก่อเหตุเขาก็คงจะเจออะไรมาบ้าง เราก็ไม่รู้ ไม่เป็นไร ผมก็ขอให้ลูกของผมไปมีความสุข” บิดาของเด็กหญิงนภัทร กล่าว
พ่อเล่าว่า ในวันที่เกิดเหตุ ที่จริงแล้วตัวเองยังไม่อยากพูดอะไรเยอะ แต่ก็ตัดสินใจที่จะพูด
“ผมเห็นพี่ๆ นักข่าวมายืนรอกันเยอะเนอะ ก็คุยกับแม่น้องเขาว่า พี่ๆ เขาก็ทำงาน เขามาหาเรา เราก็... ผมก็หลบจากที่นู่นมาก็รู้สึกไม่ดีแล้ว ก็เลยบอกให้พี่ๆ เขาฟังนิดนึง เพราะเราเองก็เห็นเขาทำงานเนาะ เขาก็มายืนรอเยอะแยะ ยังไงก็ต้องได้พูดอยู่ดีแหละ”
“สิ่งที่พูดไปตามที่ปรากฏในสื่อนั้นพูดไปตามความรู้สึกว่าอยากให้ลูกมีความสุข”
“การที่พูดไปและทำไปแบบนั้น มันเป็นเรื่องที่ผมเป็นห่วงครอบครัว อยากให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับครอบครัวมากกว่า เพราะตอนนี้เราก็ผ่านสิ่งที่เลวร้ายมาอยู่แล้ว เราไม่น่าจะเอาอะไรเข้าไปซ้ำให้มันแย่ลงไปอีกครับ”
“ผมขออวยพรให้ทุกๆ ครอบครัวสามารถลุกขึ้นยืนได้ ดูแลครอบครัวตัวเองให้ได้โดยเร็ว บางครอบครัวอาจจะเจอเยอะกว่า บางครอบครัวอาจจะเจอน้อยกว่า ขอให้อดทนและพยายามประคองกันให้ผ่านพ้นตรงนี้ไปให้ได้เร็ว คนที่เขาจากไปเขาจะได้ไปมีความสุข ก็แค่นั้นเลยครับ”