09/09/2026
CHERY ยืนยัน! ลงทุนไทยจริงจัง⚡️⚡️ จากโรงงาน 5,000 ล้าน สู่คลังอะไหล่-ศูนย์ซ่อมครบวงจร🤩🤩
ท่ามกลางคำถามที่เกิดขึ้นกับค่ายรถยนต์จีนในประเทศไทยว่า เข้ามาเพื่อ “ขายรถ” หรือเข้ามา “ลงทุนระยะยาว” ล่าสุด CHERY GROUP กำลังพยายามแสดงให้เห็นภาพที่ชัดขึ้น ด้วยการขยายการลงทุนจากโรงงานผลิตรถยนต์ ไปสู่ระบบหลังบ้าน ทั้งคลังอะไหล่ โลจิสติกส์ ศูนย์ซ่อมตัวถังและสี ศูนย์ซ่อมอุปกรณ์สำคัญของรถ EV รวมถึงการพัฒนาบุคลากรในประเทศไทย
เรียกได้ว่า จากเดิมที่การแข่งขันของรถจีนเน้นกันเรื่องราคา สเปก และเทคโนโลยี สนามต่อไปกำลังเปลี่ยนมาเป็นคำถามว่า “ซื้อรถไปแล้ว ใครจะดูแลลูกค้าได้ดีกว่ากัน”
ลงทุนโรงงานกว่า 5,000 ล้านบาท ผลิตแล้วประมาณ 20,000 คัน
หนึ่งในฐานสำคัญของ CHERY ในประเทศไทยคือโรงงานผลิตรถยนต์ที่จังหวัดระยอง ซึ่งบริษัทระบุว่ามีมูลค่าการลงทุนมากกว่า 5,000 ล้านบาท และเริ่มเดินสายการผลิตในเดือนเมษายน 2569
จากช่วงแรกที่ผลิตรถได้เพียงไม่กี่คัน ปัจจุบันกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 5,000 คันต่อเดือน และมียอดผลิตสะสมประมาณ 20,000 คัน
เป้าหมายต่อจากนี้ไม่ได้มีเพียงการเพิ่มจำนวนรถที่ผลิตในไทย แต่ยังรวมถึงการเพิ่มสัดส่วน Local Content ปัจจุบันบางรุ่นมีสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศมากกว่า 45% แล้ว ขณะที่บริษัทระบุว่ากฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องไม่ได้พิจารณาเฉพาะจำนวนชิ้นส่วนที่ใช้ในประเทศ แต่ยังครอบคลุมถึงกระบวนการผลิตด้วย
จุดนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังถกเถียงกันอย่างหนักเรื่องความเป็นธรรมระหว่างรถนำเข้าและรถที่ผลิตในประเทศ โดยข้อมูล 7 เดือนแรกของปี 2569 รถ EV มียอดขาย 125,411 คัน เพิ่มขึ้น 97.39% แต่ประมาณ 63% ยังเป็นรถนำเข้า ขณะที่รถผลิตในประเทศมีสัดส่วนประมาณ 37%
แต่การมีโรงงานอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการแข่งขันระยะยาว
CHERY จึงประกาศยกระดับระบบบริการหลังการขายครั้งใหญ่ ครอบคลุม 5 ด้าน ตั้งแต่การขยายคลังอะไหล่ พัฒนาระบบโลจิสติกส์ ตั้งศูนย์ซ่อมอุปกรณ์สำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า ขยายเครือข่ายศูนย์ซ่อมตัวถังและสี ไปจนถึงการเปิด Technical Center สำหรับฝึกอบรมช่างเทคนิค
ปัจจุบัน CHERY GROUP มีพื้นที่คลังอะไหล่รวมประมาณ 17,000 ตารางเมตร รองรับอะไหล่มากกว่า 8,400 รายการ รวมเกือบ 200,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 250 ล้านบาท
เฉพาะ OMODA & JAECOO มีอัตราความพร้อมในการจัดส่งอะไหล่ หรือ Part Fill Rate อยู่ที่ประมาณ 94% และใช้งบประมาณกว่า 60 ล้านบาทต่อปี สำหรับการจัดเก็บและบริหารอะไหล่
เป้าหมายของระบบโลจิสติกส์คือ หากเป็นศูนย์บริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อะไหล่สามารถจัดส่งได้ภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนต่างจังหวัดตั้งเป้าภายใน 2 วัน
อีกส่วนที่ CHERY ให้ความสำคัญคือศูนย์ซ่อมตัวถังและสี ซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นในรถยนต์ยุคใหม่ โดยเฉพาะรถ EV ที่มีระบบไฟฟ้าแรงดันสูง แบตเตอรี่ เซนเซอร์ และระบบช่วยขับขี่จำนวนมาก
บริษัทจะเริ่มจาก OMODA & JAECOO ซึ่งปัจจุบันมี Certified Body & Paint Shop ที่ผ่านการรับรองแล้ว 35 แห่งทั่วประเทศ และตั้งเป้าพัฒนา Authorized Body & Paint Repair Center เพิ่มเป็น 10 แห่งภายในปี 2569 แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 5 แห่ง และต่างจังหวัดอีก 5 แห่ง
ศูนย์เหล่านี้จะไม่ได้มีเพียงห้องพ่นสี แต่ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องมือเฉพาะทาง เครื่องดึงตัวถัง ระบบจัดเก็บอะไหล่ ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากรและมาตรฐานกระบวนการซ่อม
อีกด้านหนึ่งคือการขยายเครือข่ายของแบรนด์ในกลุ่ม CHERY ข้อมูลล่าสุดระบุว่า OMODA & JAECOO มีโชว์รูมและศูนย์บริการประมาณ 90 แห่ง CHERY 50 แห่ง และ LEPAS อีก 40 แห่ง รวมเครือข่ายประมาณ 180 แห่งทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน CHERY GROUP ประเทศไทยมีพนักงานประมาณ 1,300 คน โดยเป็นชาวจีนเพียงประมาณ 10-15 คน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานคนไทย
นอกจากนี้ยังเริ่มทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษา เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ รวมถึงฝึกอบรมช่างและบุคลากรก่อนเข้าสู่สายการผลิตจริง😍😍
#รถยนต์ไฟฟ้า #รถใหม่