สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ SEAProTI is a professional association with the Reg. No. “Jor. 6037/2564” and CPD Certification

✈️ "Pay to Fly" เมื่อคนขับเครื่องบินต้องจ่ายเงินเพื่อได้บิน: เสียงเตือนจากกัปตันสนองที่สะเทือนวงการการบินไทย📅 เมื่อวันที...
20/06/2026

✈️ "Pay to Fly" เมื่อคนขับเครื่องบินต้องจ่ายเงินเพื่อได้บิน: เสียงเตือนจากกัปตันสนองที่สะเทือนวงการการบินไทย

📅 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 กัปตันสนองได้โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ เปิดเผยปัญหาระบบการจ้างงานที่เรียกว่า "Pay to Fly" จนกลายเป็นประเด็นร้อนและถูกแชร์อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ

🔍 หากอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด ระบบนี้คือการที่ นักบินต้องจ่ายเงินหลักล้านบาทให้สายการบิน เพื่อแลกกับโอกาสขึ้นบินและสะสมชั่วโมงการบิน แทนที่จะได้รับเงินเดือนจากการทำงานตามปกติ

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ นักบินต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้ทำงาน ไม่ใช่ทำงานแล้วได้รับเงิน

🚨 ทำไมเรื่องนี้จึงเกี่ยวข้องกับผู้โดยสารทุกคน

กัปตันสนองไม่ได้ออกมาพูดในฐานะนักบินที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ในฐานะ "ผู้โดยสาร" คนหนึ่งที่กังวลต่อความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ

เขาตั้งข้อสังเกตที่น่ากังวลหลายประการ ได้แก่

🔴 ภาระหนี้สินมหาศาล ที่นักบินต้องแบกรับจากการจ่ายเงินซื้อโอกาสบิน อาจก่อให้เกิดความเครียดทางการเงิน ซึ่งงานวิจัยด้านการบินหลายชิ้นชี้ว่า ส่งผลต่อสมาธิและการตัดสินใจในห้องนักบินโดยตรง

🔴 วัฒนธรรมความกลัวการสูญเสียงาน อาจทำให้นักบินไม่กล้ารายงานปัญหาทางเทคนิคหรือข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย เนื่องจากเกรงว่าจะถูกยกเลิกสัญญาหรือสูญเสียเงินลงทุนที่จ่ายไปแล้ว

🔴 คำถามด้านมาตรฐานวิชาชีพ ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมต้องการคำตอบว่า นักบินที่ได้ตำแหน่งผ่านระบบ Pay to Fly จะมีคุณภาพและผ่านการคัดเลือกตามมาตรฐานเดียวกับนักบินที่ได้รับการคัดเลือกตามกระบวนการปกติหรือไม่

⚖️ ประเด็นที่หลายประเทศไม่ยอมรับ

ระบบ Pay to Fly ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในหลายประเทศ โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรและบางประเทศในยุโรป ซึ่งมองว่าเป็นรูปแบบการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม และขัดต่อหลักกฎหมายแรงงาน

ขณะที่ในประเทศไทย ระบบดังกล่าวยังอยู่ใน "พื้นที่สีเทา" ทางกฎหมาย ทำให้การออกมาเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการท้าทายผลประโยชน์ของบางฝ่ายในอุตสาหกรรมการบิน

📢 กัปตันสนองจึงเรียกร้องให้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และ กระทรวงแรงงาน เร่งกำหนดมาตรการและกฎระเบียบเพื่อยุติระบบดังกล่าว พร้อมเชิญชวนให้ผู้โดยสารร่วมกันตั้งคำถามต่อมาตรฐานการจ้างงานในอุตสาหกรรมการบิน

🏛️ รัฐบาลเริ่มขยับ

หลังจากประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เพียงไม่กี่วันต่อมา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานการประชุมร่วมกับ สมาคมนักบินไทย (THAIPA) เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการจ้างงานนักบินและปราบปรามระบบ Pay to Fly อย่างจริงจัง

เบื้องหลังของปัญหานี้ยังเชื่อมโยงกับภาวะ นักบินไทยว่างงานสะสมเกือบ 3,000 คน ซึ่งทำให้บางส่วนยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อแลกกับโอกาสได้กลับเข้าสู่อาชีพ

🌟 บทเรียนจากความกล้าหาญ

เรื่องราวของกัปตันสนองอาจไม่ใช่เพียงข่าวในวงการการบิน แต่เป็นตัวอย่างของการกล้าพูดในสิ่งที่สังคมควรรับรู้

บางครั้ง การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เริ่มต้นจากผู้มีอำนาจสูงสุด หากแต่อาจเริ่มจากคนเพียงคนเดียวที่กล้าตั้งคำถามต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แม้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงก็ตาม

🗣️ ดังที่กัปตันสนองกล่าวไว้ว่า

"ในประเทศไทย ถ้าเราไม่ถาม ก็ไม่มีใครตอบ จนกว่าจะเกิดอุบัติเหตุ"

✈️ เพราะบางครั้ง การเงียบเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง อาจต้องแลกมาด้วยความปลอดภัยของผู้คนอีกหลายร้อยชีวิตบนท้องฟ้า

https://www.facebook.com/share/p/18mmNKA3ud/

"กัปตันสนอง" ชายผู้กล้าพูดความจริงกลางห้องนักบิน เปิดโปงระบบที่อาจเอาชีวิตผู้โดยสารเป็นเดิมพัน

มีคนจำนวนไม่น้อยที่ "รู้" ว่ามีอะไรผิดปกติ แต่เลือกจะเงียบ

แต่ชายคนนี้เลือกที่จะพูด...

เขาคือ "กัปตันสนอง มิ่งเจริญ" อดีตกัปตันสายการบินการบินไทย และเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการการบินไทย คนที่ใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่บนท้องฟ้า และวันนี้เขาตัดสินใจใช้ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมา ออกมาเปิดโปงความจริงที่หลายคนในวงการไม่กล้าแตะ

เรื่องที่เขาออกมาพูด

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 69 กัปตันสนองโพสต์ข้อความที่กลายเป็นไวรัลข้ามคืน เปิดโปงระบบการจ้างงานที่เรียกว่า "Pay to Fly"

พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด — ปกติเราทำงานแล้วได้รับ "เงินเดือน" จริงไหม? แต่ระบบนี้กลับด้านกันสิ้นเชิง เพราะมันคือการที่ นักบินต้อง "จ่ายเงิน" หลักล้านบาท ให้สายการบิน เพื่อแลกกับการได้ขึ้นบินสะสมชั่วโมง

นักบินจ่ายเงินเพื่อให้ได้ทำงาน ไม่ใช่ทำงานแล้วได้เงิน

ทำไมเรื่องนี้ถึงเกี่ยวกับ "เรา" ทุกคน

นี่คือจุดที่ทำให้คำเตือนของกัปตันสนองทรงพลัง เพราะเขาไม่ได้พูดในฐานะนักบินที่เดือดร้อน แต่พูดในฐานะ "ผู้โดยสาร" คนหนึ่งที่ห่วงความปลอดภัยของทุกคนบนเครื่อง

เขาตั้งคำถามที่ชวนขนลุก:

🔴 นักบินที่ได้งานแต่ต้องแบกหนี้ก้อนโต ย่อมมีแรงกดดันทางการเงินสูง — และงานวิจัยด้านการบินพบว่า ความเครียดทางการเงินส่งผลโดยตรงต่อสมาธิและการตัดสินใจในห้องนักบิน

🔴 นักบินที่จ่ายเงินซื้อที่นั่งมา อาจ "ไม่กล้ารายงานปัญหาทางเทคนิค" เพราะกลัวถูกเลิกจ้างและสูญเงินที่จ่ายไปแล้ว — วัฒนธรรม "กลัวตกงาน" คือศัตรูตัวร้ายที่สุดของความปลอดภัยการบิน

🔴 และคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ — คุณภาพของนักบินที่ "ซื้อที่นั่ง" จะเท่ากับนักบินที่ผ่านการคัดเลือกตามมาตรฐานจริงๆ หรือไม่?

ความกล้าที่ต้องแลกมา

สิ่งที่ทำให้กัปตันสนองน่ายกย่อง คือการที่เขาเลือกพูดในเรื่องที่ "พูดยาก"

ระบบ Pay to Fly ในหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักรและบางส่วนของยุโรป ถือว่า ผิดกฎหมายแรงงานชัดเจน แต่ในประเทศไทยกลับยังเป็น "พื้นที่สีเทา" ที่กฎหมายตามไม่ทัน การออกมาพูดจึงเท่ากับการแตะผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม

แต่เขาก็ยังเลือกที่จะส่งเสียง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐอย่าง สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และกระทรวงแรงงาน เร่งออกระเบียบกวาดล้างระบบนี้ และชวนผู้โดยสารทุกคนร่วมกันตั้งคำถามกับสายการบินที่ใช้บริการ

ประโยคที่เขาทิ้งท้ายไว้ สะเทือนใจคนทั้งประเทศ:

"ในประเทศไทย ถ้าเราไม่ถาม ก็ไม่มีใครตอบ จนกว่าจะเกิดอุบัติเหตุ"

เสียงเดียว ที่สะเทือนทั้งระบบ

และเสียงของเขาก็ไม่ได้หายไปในอากาศ

หลังโพสต์กลายเป็นกระแส เพียงไม่กี่วันต่อมา (15 มิ.ย. 69) นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม ได้เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสมาคมนักบินไทย (THAIPA) เพื่อแก้ปัญหาการจ้างงานนักบินและเดินหน้าปราบระบบ Pay to Fly อย่างจริงจัง

เบื้องหลังของปัญหานี้ยังเชื่อมโยงกับวิกฤตนักบินไทยว่างงานสะสมเกือบ 3,000 คน ที่รอโอกาสได้บิน จนบางคนยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อแลกที่นั่ง

สิ่งที่กัปตันสนองสอนเรา

เรื่องของกัปตันสนองไม่ใช่แค่ข่าวในวงการการบิน แต่เป็นบทเรียนเรื่อง "ความกล้าหาญ"

บางครั้งการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เริ่มจากคนที่มีอำนาจมากที่สุด แต่เริ่มจากคนคนหนึ่งที่กล้าพอจะพูดในสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะต้องเสี่ยงก็ตาม

เพราะบางครั้ง การเงียบเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง อาจแลกมาด้วยความปลอดภัยของคนอีกหลายร้อยชีวิต ✈️

🎓🤖 จีนปรับโครงสร้างหลักสูตรมหาวิทยาลัยครั้งใหญ่ รับยุค AI ยกเลิกกว่า 12,000 หลักสูตร เปิดใหม่กว่า 10,000 หลักสูตร🇨🇳 จีนเ...
20/06/2026

🎓🤖 จีนปรับโครงสร้างหลักสูตรมหาวิทยาลัยครั้งใหญ่ รับยุค AI ยกเลิกกว่า 12,000 หลักสูตร เปิดใหม่กว่า 10,000 หลักสูตร

🇨🇳 จีนเดินหน้าปรับโครงสร้างการศึกษาระดับอุดมศึกษาครั้งใหญ่ โดยมหาวิทยาลัยทั่วประเทศได้ยกเลิกหรือระงับการเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีจำนวน 12,200 หลักสูตร และเปิดหลักสูตรใหม่อีก 10,200 หลักสูตร ในช่วงปี 2564–2568 เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

📊 ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการจีน ซึ่งสำนักข่าวซินหัวอ้างถึง ระบุว่า มีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรมากกว่าร้อยละ 30 ของหลักสูตรทั้งหมดในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยการยกเลิกส่วนใหญ่เกิดขึ้นในสาขา ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ และบริหารจัดการ ซึ่งทางการมองว่ามีความต้องการในตลาดแรงงานลดลงหรือมีบัณฑิตล้นตลาด

🚀 ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้เพิ่มหลักสูตรใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะเชิงกายภาพ (Embodied Intelligence) สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลปักกิ่งที่มุ่งผลักดันจีนสู่การเป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีขั้นสูง

💼 การปรับโครงสร้างครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตการจ้างงานของบัณฑิตในจีน โดยอัตราการว่างงานของคนหนุ่มสาวยังอยู่ในระดับสูงกว่า 16% ส่งผลให้ภาครัฐต้องเร่งปรับระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานในอนาคต

🔍 นักวิเคราะห์มองว่า การปรับหลักสูตรครั้งใหญ่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของจีนในการเชื่อมโยงระบบการศึกษาเข้ากับยุทธศาสตร์การแข่งขันด้านเทคโนโลยี และแก้ปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างทักษะของบัณฑิตกับความต้องการของตลาดแรงงานในระยะยาว

China’s universities have revoked or suspended 12,200 undergraduate degree programs and introduced 10,200 new ones between 2021 and 2025 as the country reshapes higher education for the AI era.

The cuts were concentrated in arts, humanities, foreign languages, and management programs that officials increasingly view as outdated or oversaturated.

More than 30% of China’s university programs were adjusted during the overhaul, according to Ministry of Education data cited by Xinhua.

Many of the new programs focus on AI, robotics, and embodied intelligence as Beijing pushes to become a global leader in future technologies.

The changes come as China faces a graduate employment crisis, with more than 16% of young people unemployed.

20/06/2026

เกิดอะไรขึ้น? ครูแห่ลาออกทั่วประเทศทั้งที่งบการศึกษาพุ่งไม่หยุด

แม้ประเทศไทยจะใช้งบประมาณด้านการศึกษาสูงติดอันดับต้น ๆ ของงบประมาณแผ่นดินมาอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในระบบการศึกษากลับสร้างความกังวลให้กับหลายฝ่าย เมื่อมีสัญญาณว่าครูจำนวนไม่น้อยกำลังตัดสินใจลาออกจากวิชาชีพ ขณะที่ครูรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งเลือกที่จะไม่เข้าสู่ระบบตั้งแต่แรก

ปรากฏการณ์ดังกล่าวกำลังกลายเป็นคำถามสำคัญของสังคมว่า เกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาไทย เหตุใดงบประมาณจำนวนมหาศาลที่ถูกอัดฉีดเข้าสู่ระบบทุกปี จึงไม่สามารถหยุดยั้งปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นได้

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาในระดับหลายแสนล้านบาทต่อปี และมักอยู่ในกลุ่มงบประมาณสูงสุดของประเทศ แต่ผลลัพธ์ที่สะท้อนออกมากลับยังเป็นประเด็นถกเถียง ทั้งคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ตลอดจนความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างพื้นที่เมืองและชนบท

ขณะเดียวกัน ครูจำนวนมากกลับสะท้อนปัญหาที่คล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นภาระงานเอกสารที่เพิ่มขึ้น งานธุรการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน ระบบประเมินที่ซับซ้อน รวมถึงความกดดันจากหน้าที่รับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หลายคนมองว่า วันนี้ครูจำนวนไม่น้อยใช้เวลาไปกับการทำรายงาน ประชุม และดำเนินงานด้านเอกสาร มากกว่าการเตรียมการสอนหรือพัฒนาผู้เรียนอย่างที่ควรจะเป็น

ที่น่ากังวลคือ ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับครูที่อยู่ในระบบมานาน แต่ยังส่งผลต่อคนรุ่นใหม่ที่กำลังตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพ หลายคนที่จบการศึกษาทางด้านการศึกษาโดยตรง กลับเลือกไปทำงานในสายงานอื่น เนื่องจากมองว่าวิชาชีพครูในปัจจุบันเผชิญแรงกดดันสูง ขณะที่ผลตอบแทนและคุณภาพชีวิตอาจไม่สอดคล้องกับภาระงาน

ผลกระทบที่ตามมาอาจไม่ได้เกิดขึ้นกับครูเพียงอย่างเดียว แต่กำลังสะเทือนถึงคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยในระยะยาว เพราะเมื่อครูที่มีประสบการณ์ทยอยออกจากระบบ ขณะที่คนรุ่นใหม่ไม่ต้องการเข้าสู่วิชาชีพ การขาดแคลนบุคลากรทางการศึกษาอาจกลายเป็นอีกหนึ่งวิกฤตที่ประเทศต้องเผชิญ

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า ประเทศไทยใช้งบประมาณด้านการศึกษามากเพียงใด แต่คือ งบประมาณเหล่านั้นถูกใช้ไปอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ และสามารถตอบโจทย์ปัญหาที่แท้จริงของห้องเรียนได้มากน้อยเพียงใด

เพราะหากวันหนึ่งครูยังคงทยอยเดินออกจากระบบ ขณะที่คุณภาพการศึกษายังไม่สามารถยกระดับได้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงอาจไม่ใช่ตัวเลขงบประมาณที่เพิ่มขึ้นทุกปี แต่คืออนาคตของเด็กไทยที่กำลังเติบโตอยู่ในระบบการศึกษาของประเทศ

ขอบคุณข้อมูลและประเด็นจาก นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย และข้อมูลสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษาไทย

News1 รายงาน

📢 ตำแหน่ง: Interpreter (Japanese N2 Up) 🇯🇵🗣️🇹🇭📄 สัญญาจ้าง 6 เดือน – 1 ปี📍 อาคาร Bangkok Insurance / Y.W.C.A. Building ถน...
20/06/2026

📢 ตำแหน่ง: Interpreter (Japanese N2 Up) 🇯🇵🗣️🇹🇭

📄 สัญญาจ้าง 6 เดือน – 1 ปี

📍 อาคาร Bangkok Insurance / Y.W.C.A. Building ถนนสาทรใต้ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร

🚇 MRT ลุมพินี (เดินประมาณ 10 นาที)

💸 40,000 – 50,000 บาท

✅ คุณสมบัติ

🎓 วุฒิการศึกษาไม่จำกัดสาขา

🇯🇵 มีผลสอบภาษาญี่ปุ่นระดับ JLPT N2 ขึ้นไป

💼 มีประสบการณ์ด้านล่ามภาษาญี่ปุ่น-ไทย (Japanese ⇔ Thai Interpreter) อย่างน้อย 3 ปี

🗣️ สามารถล่ามในการประชุมและหน้างานได้อย่างมืออาชีพ

📄 มีทักษะการแปลเอกสาร อีเมล และเอกสารทางธุรกิจ

🤝 สามารถเข้าร่วมประชุมกับลูกค้าและสนับสนุนงานด้านการสื่อสารได้

🏢 มีความเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานแบบญี่ปุ่นเป็นอย่างดี

⭐ มีจรรยาบรรณในการทำงานและรักษาความลับทางธุรกิจได้ดี

👤 อายุ 25 – 49 ปี

🌏 หน้าที่ความรับผิดชอบ

🗣️ ล่ามภาษาญี่ปุ่น ⇄ ไทย ในการประชุมภายในบริษัท

🏭 ล่ามภาษาญี่ปุ่น ⇄ ไทย ในการประชุมและกิจกรรมหน้างาน

🤝 เข้าร่วมประชุมกับลูกค้าและสนับสนุนการสื่อสารระหว่างคู่ค้า

📄 แปลเอกสารภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย และภาษาไทยเป็นภาษาญี่ปุ่น

📧 แปลอีเมลและเอกสารทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

🔄 ประสานงานและสนับสนุนการสื่อสารระหว่างทีมงานชาวไทยและชาวญี่ปุ่น

💡 ลักษณะงาน

🇯🇵 ทำงานในสภาพแวดล้อมของบริษัทญี่ปุ่น

🗣️ ใช้ภาษาญี่ปุ่นในการทำงานเป็นหลัก

📄 รับผิดชอบทั้งงานล่ามและงานแปลเอกสาร

🤝 มีโอกาสเข้าร่วมประชุมกับผู้บริหาร ลูกค้า และทีมงานจากประเทศญี่ปุ่น

🏢 ปฏิบัติงานประจำออฟฟิศ

⏰ เวลาทำงาน

08:00 – 17:00 น.

📅 วันทำงาน

📌 วันจันทร์ – วันศุกร์

📌 หยุดวันเสาร์ – อาทิตย์

📌 วันหยุดนักขัตฤกษ์

🏢 ประเภทธุรกิจ

🇯🇵 บริษัทสัญชาติญี่ปุ่น

🤝 ดำเนินธุรกิจร่วมกับลูกค้าและองค์กรญี่ปุ่นในประเทศไทย

📌 หมายเหตุเพิ่มเติม

• ต้องการผู้สมัครที่มีความเชี่ยวชาญภาษาญี่ปุ่นในระดับสูง

• มีประสบการณ์ล่ามภาษาญี่ปุ่น ⇄ ไทย อย่างน้อย 3 ปี

• สามารถเข้าร่วมประชุมกับลูกค้าและปฏิบัติงานนอกสถานที่ได้

• มีความเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานแบบญี่ปุ่น

• สัญญาจ้างระยะเวลา 6 เดือน – 1 ปี

📩 สนใจสมัคร ส่ง Resume ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษมาที่

📧 [email protected]

📞 099-052-6854

💬 LINE OA:

📌 กรุณาระบุหัวข้ออีเมล

“สมัครงานตำแหน่ง Interpreter (Japanese N2 Up)”

20/06/2026

#ข่าวร้อนในญี่ปุ่น 🔥 4 ค่ายใหญ่ประกาศหยุดฉบับเย็นวันเสาร์ หลังต้นทุนพุ่ง-คนส่งลดลง⠀

▪️ วงการนสพ. ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนครั้งใหญ่ หลัง 4 สำนักพิมพ์ใหญ่ประกาศยุติการออกหนังสือพิมพ์ฉบับเย็นวันเสาร์ ตั้งแต่เดือน ส.ค. เป็นต้นไป⠀
▪️ หนังสือพิมพ์ที่หยุดฉบับดังกล่าว ได้แก่ อาซาฮี, ไมนิจิ, โตเกียว และซังเคอิ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมการตีพิมพ์ที่อยู่มาหลายสิบปีในญี่ปุ่น⠀
▪️ สาเหตุหลักมาจากปัญหาคนทำงานลดลง ทั้งพนักงานขายหนังสือพิมพ์และพนักงานส่ง รวมถึงต้นทุนการผลิตและการขนส่งที่สูงขึ้น⠀
▪️ สำนักพิมพ์ระบุว่าต้องการปรับเวลาทำงานของนักเขียน บรรณาธิการ และพนักงานส่ง เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตและการพักผ่อนมากขึ้น⠀
▪️ เนื้อหาที่เคยลงในฉบับเย็นวันเสาร์ เช่น ข่าวบันเทิง กีฬา และบทความพิเศษ จะถูกย้ายไปลงในฉบับวันธรรมดาแทน⠀
▪️ แม้ลดจำนวนฉบับลง แต่ทั้ง 4 สำนักพิมพ์ยังไม่มีแผนลดค่าสมาชิกหนังสือพิมพ์รายเดือน⠀
▪️ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนว่าธุรกิจหนังสือพิมพ์แบบกระดาษในญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ยุคปรับตัวครั้งใหญ่ หลังคนอ่านลดลงและหันไปเสพข่าวออนไลน์มากขึ้น⠀

🙏 ที่มา https://www.japantimes.co.jp/news/2025/06/18/japan/media/newspaper-saturday-evening-editions/
🧧 คูปองลด 15-17% ตึกม่วงอุเอโนะ https://www.facebook.com/photo/?fbid=1517781273038247
🧧 คูปองลด 15% ร้านดองกี้ https://japanportal.donki-global.com/coupon/?ptcd=0030000105
🧧 คูปองลด 15% ประกันการเดินทางทั่วโลก https://bit.ly/krobkruengjapan
🧧 คูปองลด 40% ซื้อ e-Sim เที่ยวญี่ปุ่น https://esim.matcha-jp.com/?code=KROBKRUENGJAPAN
🧧 รวมคูปองลด 13-17% ร้านค้าทั่วญี่ปุ่น https://www.facebook.com/photo/?fbid=1547587503390957
👉 ติดตามพวกเราต่อได้ที่ https://linktr.ee/krobkruengJapan

20/06/2026

ตำรวจเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายนอมินีต่างด้าว ระยะที่ 3 ลงพื้นที่ตรวจค้นครั้งใหญ่ในกลุ่มจังหวัดอันดามัน “ภูเก็ต พังงา กระบี่” รวม 59 หมายจับ 60 หมายค้น มุ่งเป้าบริษัทและบุคคลต้องสงสัยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางการถือหุ้น รวมถึงการถือครองที่ดินผิดกฎหมาย

20/06/2026

ทันตแพทยสภาปิดโฆษณาเกินจริงไปแล้วกว่า 387 รายการ

20/06/2026

#ภูเก็ต-ลุยล้างบาง 'นอมินี' รองผบ.ตร. จนท.ชุดปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกำลังกว่า 500 นาย เปิดปฏิบัติการ ”ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3“ อึ้ง ยังพบว่ามีการใช้ลายมือคนตา_ย ใส่ชื่อแทน จนท.ปูพรมลงตรวจสอบ ทั้งในพื้นที่ 3 จังหวัด ภูเก็ต #พังงา และ #กระบี่ #นอมินี #ต่างชาติ #ถือครองที่ดิน #ผิดกฎหมาย

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้:

แชร์