ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย

ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย STRONG Thailand Anti-corruption องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
(5)

20/06/2026
โครงการปรับปรุงอาคารหอประชุม มศว.ประสานมิตร งบประมาณ 165 ล้านบาท ผ่านมา 2 ปี 4 เดือน กับ 1 ศพ แต่ไม่คืบ..โครงการปรับปรุง...
19/06/2026

โครงการปรับปรุงอาคารหอประชุม มศว.ประสานมิตร งบประมาณ 165 ล้านบาท ผ่านมา 2 ปี 4 เดือน กับ 1 ศพ แต่ไม่คืบ..

โครงการปรับปรุงอาคารหอประชุม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 165 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงอาคารหอประชุมและระบบประกอบอาคารให้มีความพร้อมสำหรับการใช้งานด้านการเรียนการสอน การประชุม และกิจกรรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย

จากเอกสารกำหนดราคากลางของโครงการ พบว่าคณะกรรมการกำหนดราคากลางได้ประเมินราคากลางไว้ที่ 165,040,248.69 บาท เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565

โดยแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ งานอาคาร 114.56 ล้านบาท
งานครุภัณฑ์ 45.06 ล้านบาท
และค่าใช้จ่ายพิเศษ 5.41 ล้านบาท

ต่อมา มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามระบบ e-GP ของภาครัฐ โดยมีผู้ชนะการเสนอราคา ได้แก่ กิจการค้าร่วมระหว่าง บริษัท โบราณ เฮลธ์ จำกัด
และ บริษัท อี.ซี.ที. โปรเฟสชั่นแนล จำกัด
ซึ่งเสนอราคาที่ 125,000,000 บาท ต่ำกว่าราคากลางประมาณ 40 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 24 ของราคากลางที่กำหนดไว้

สัญญาก่อสร้างเลขที่ สก 50/2565 ลงนามเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2565
และกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 510 วัน
โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2565
และกำหนดวันสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567

ข้อมูลจากเอกสารประมาณราคากลางแสดงให้เห็นว่า โครงการดังกล่าวครอบคลุมงานปรับปรุงอาคารในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานรื้อถอน งานวิศวกรรมโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานระบบสุขาภิบาล งานระบบป้องกันอัคคีภัย งานระบบไฟฟ้าและสื่อสาร งานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ตลอดจนงานติดตั้งครุภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบอาคาร

อย่างไรก็ตาม ภาพถ่ายสภาพอาคารที่ปรากฏในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่บางส่วนยังคงอยู่ในลักษณะงานก่อสร้าง มีทั้งงานโครงสร้างเหล็กที่ยังไม่แล้วเสร็จ ระบบไฟฟ้าและระบบประกอบอาคารที่ยังอยู่ระหว่างการติดตั้ง รวมถึงพื้นที่ภายในอาคารที่ยังไม่พร้อมสำหรับการใช้งานเต็มรูปแบบ

ในส่วนของการตรวจสอบนั้น มีหนังสือจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2569 แจ้งผลการตรวจสอบกรณีการร้องเรียนเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว โดยระบุว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่และประเด็นที่ได้รับการร้องเรียนแล้ว และผลการตรวจสอบในชั้นนี้ไม่ปรากฏข้อบกพร่องอันเป็นสาระสำคัญ จึงเห็นควรยุติเรื่อง

สาระสำคัญของหนังสือดังกล่าวเป็นการแจ้งผลการตรวจสอบตามประเด็นที่ได้รับร้องเรียน ซึ่งเป็นกระบวนการตรวจสอบตามหน้าที่ของหน่วยงานตรวจสอบภาครัฐ โดยมิได้เป็นการรายงานสถานะความแล้วเสร็จของโครงการ หรือประสิทธิภาพการใช้งานของอาคารภายหลังการดำเนินงาน

กรณีของโครงการปรับปรุงอาคารหอประชุม มศว ประสานมิตร จึงเป็นตัวอย่างหนึ่งของโครงการภาครัฐที่มีมูลค่างบประมาณสูงและได้รับความสนใจจากสาธารณชน
เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ตลอดจนเป็นทรัพย์สินสาธารณะที่มีบทบาทสำคัญต่อการจัดการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักศึกษา บุคลากร และผู้ใช้ประโยชน์จากอาคารในอนาคต

การเปิดเผยข้อมูลโครงการ การบริหารสัญญา ความคืบหน้าของงานก่อสร้าง ตลอดจนสถานะการใช้งานจริงของอาคาร เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยส่งเสริมความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ และทำให้สังคมสามารถติดตามผลสัมฤทธิ์ของโครงการที่ใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง

ปล.ใช้ข้อมูลและอ้างอิงข้อเท็จจริงจากเอกสารราคากลาง สัญญา e-GP และหนังสือ สตง.

้านทุจริตประเทศไทย

19/06/2026

ตามคดีอาญา บก.สอท.1 ที่ 632/2568 คดีระหว่าง พ.ต.ท.สมภพ บัวเทศ ผู้กล่าวหา นางสาวนิรดา สิริอัยรากุล หรือนางขนิษฐา เลิศบรรเจิดวงศ์ กับพวกรวม 3 คน ในความผิดฐาน ร่วมกันทำให้เสียหายทำลายซ่อนเร้นเอาไปเสียหรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารใดของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
จากกรณีลักลอบเอาข้อสอบ ของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยภาคค่ำ ไปเพื่อทำทุจริตการสอบ
โดยพนักงานสอบได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา และพนักงานอัยการได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลอาญากรุงเทพใต้แล้ว
โดยต่อมาเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ อ่านคำพิพากษาในส่วนของนางขนิษฐาฯ หรือดร.นิด จำเลยที่ 1
ว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 ประกอบ มาตรา 83 จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยที่ 1 ของพนักงานคุมประพฤติแล้ว ได้ความว่า พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 บ่งชี้ให้เห็นว่าเจตนาต้องการช่วยเหลือผู้มีชื่อให้ผ่านการทดสอบระดับความรู้ในรายวิชานี้ อันมีลักษณะเป็นการทุจริตในการสอบ นำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อสถาบันการศึกษาผู้เสียหาย โดยตรงหากมีการนำกระดาษข้อสอบไปใช้จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นในคุณภาพการศึกษาของสถาบันนั้น และผู้เสียหาย เป็นสถาบันทางการศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้าของประเทศย่อมเกิดความเสียหายในวงกว้าง นอกจากนี้ถ้าผู้สอบรู้คำถามก่อนทดสอบถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมให้มีการทุจริตในการสอบ แสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่าผู้นั้นไม่มีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์ อาจสร้างความเดือดร้อนต่อสังคมในภายหน้าก็เป็นได้ แม้จำเลยที่ 1 ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน และมีภาระต้องเลี้ยงดูมารดาซ้ำอยู่ในวัยชราก็ตาม พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง กรณียังไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษให้จำเลยที่ 1
สำหรับผู้ได้รับประโยชน์จากการกระทำของนางขนิษฐาฯและพวก คือพล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก อดีตรองผบ.ตร. โดยบิ๊กโจ๊ก ซึ่งได้จบการศึกษาปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปแล้ว เมื่อหลายปีก่อน ดังนั้นไม่ว่าจะรู้เห็นเป็นใจ หรือใช้ให้นางขนิษฐาทำการทุจริตข้อสอบหรือไม่ เมื่อมีคำพิพากษาออกมาแล้ว จุฬาฯจะต้องทบทวนพิจารณาการได้รับปริญญาของบิ๊กโจ๊กใหม่ ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ทั้งนี้ต้องทำการตรวจสอบ และมีคำสั่งออกมาโดยเร็วเพื่อรักษาเกียรติภูมิ ศักดิ์ศรีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย..............

19/06/2026

เด้ง..ผู้การภาค 8

19/06/2026

คุณจะไม่ทุจริตคอร์รัปชันโกงชาติบ้านเมือง

ให้ตอบแค่ ใช่ หรือ ไม่

งบจัดซื้อเรือท้องแบน ส่วนต่างเกือบ 2แสน/ลำอบจ.สงขลาการจัดซื้อเรือท้องแบนอลูมิเนียมพร้อมเครื่องยนต์และอุปกรณ์กู้ภัย เป็นภ...
19/06/2026

งบจัดซื้อเรือท้องแบน ส่วนต่างเกือบ 2แสน/ลำอบจ.สงขลา

การจัดซื้อเรือท้องแบนอลูมิเนียมพร้อมเครื่องยนต์และอุปกรณ์กู้ภัย เป็นภารกิจสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากอุทกภัยและภัยพิบัติทางน้ำ การจัดหาอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพย่อมส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชน

อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณเป็นอีกมิติหนึ่งที่สังคมควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน

ยกตัวอย่าง จากเอกสารโครงการจัดซื้อเรือท้องแบนอลูมิเนียมพร้อมเครื่องยนต์ จำนวน 10 ลำ วงเงิน 6.5 ล้านบาท หรือเฉลี่ยลำละ 650,000 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับราคาตลาดของอุปกรณ์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน พบว่าต้นทุน+กำไร โดยประมาณของเรือพร้อมเครื่องยนต์ เทรลเลอร์ และอุปกรณ์กู้ภัย อยู่ในระดับประมาณ 445,000 บาทต่อชุด

องค์ประกอบหลักของต้นทุนประกอบด้วย
ตัวเรืออลูมิเนียมขนาด 4.6 เมตร
เครื่องยนต์ Mercury ขนาด 40 แรงม้า
เทรลเลอร์ลากเรือ
และอุปกรณ์กู้ภัยประจำเรือ ซึ่งรวมกันมีมูลค่าตลาดใกล้เคียง 445,000 บาทต่อชุด

เมื่อเปรียบเทียบกับราคากลางที่กำหนดไว้ 650,000 บาทต่อชุด จึงปรากฏส่วนต่างประมาณ 205,000 บาทต่อชุด

การเปรียบเทียบดังกล่าวไม่ได้เป็นการชี้ว่ามีความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้าง แต่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลต้นทุน รายละเอียดอุปกรณ์ และที่มาของการกำหนดราคากลาง เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณได้อย่างโปร่งใส

การบริหารงบประมาณภาครัฐที่ดี ไม่ได้วัดเพียงว่าดำเนินการถูกต้องตามระเบียบเท่านั้น แต่ต้องสามารถอธิบายได้ว่าเงินภาษีทุกบาทถูกใช้ไปอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

เพราะความโปร่งใส คือรากฐานสำคัญของการป้องกันการทุจริต และความคุ้มค่า คือหัวใจของการบริหารงบประมาณแผ่นดิน

้านทุจริตประเทศไทย
#ภาษีประชาชน
#ตรวจสอบงบประมาณ
#งบประมาณท้องถิ่น
#เรือกู้ภัย
#ความคุ้มค่าการใช้งบประมาณ

19/06/2026

ศาลพระนเรศวรแม่สอด เบิกจ่ายไปแล้วกว่า 75 ล้านบาท...แต่ทำไมยังเปิดใช้งานไม่ได้ ❓
.
หากใครเคยผ่านบริเวณศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอแม่สอด #ตาก น่าจะคุ้นตากับป้ายข้อความขนาดใหญ่ที่เขียนว่า “ผู้รับเหมาทิ้งงาน กรมโยธาธิการและผังเมืองกำลังจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่” ก่อนจะมีอีกป้ายตามมาในเวลาต่อมาว่า “เทศบาลนครแม่สอดและประชาชนอำเภอแม่สอดขอทวงคืนศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช”

คำถามคือ...โครงการนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ❓
วันนี้ #ต้องแฉ พาไป #สอดแนมงบประมาณ 👀
จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบ e-GP พบว่า โครงการดังกล่าวคือ โครงการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ที่ใช้งบกว่า 78,827,760 บาท !

เริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2563 และสิ้นสุดสัญญาเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2567 และมีข้อมูลส่งมอบงานตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2566

ปัจจุบันมีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วจำนวน 75,811,083 บาท แต่โครงการยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติ ?!
โครงการนี้ประกอบด้วยงานก่อสร้างและปรับปรุงหลายรายการ เช่น

1.งานปรับปรุงบริเวณศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและศาลหลักเมือง ราคากลาง 57,399,000 บาท

2.งานก่อสร้างห้องน้ำสาธารณะ จำนวน 3 หลัง ราคากลาง 9,186,000 บาท (9 ล้านเลยอ่อออพี่)

3.งานถนนบริเวณรอบศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ราคากลาง 2,243,000 บาท

4.งานปรับปรุงพื้นที่ในเขตเทศบาล ราคากลาง 5,165,000 บาท
แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ตัวโครงการ คือ "การแข่งขันการเสนอราคา"

📌 มีผู้ซื้อเอกสาร 12 ราย

📌 ผ่านคุณสมบัติเพียง 3 ราย

📌 ผู้ชนะเสนอราคา 79,200,000 บาท

📌 ต่อมาลดลงเหลือ 78,827,760 บาทตามสัญญาโครงการ

📌 ผู้เสนอราคาอีก 2 ราย เสนอราคาเท่ากันเป๊ะที่ 79,620,000 บาท (บังเอิญ...หรือมีอะไรที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม ?)
เมื่อดูสภาพพื้นที่ปัจจุบันก็ยิ่งเกิดคำถามตามมา หลายอาคารยังไม่ติดตั้งประตูและหน้าต่าง ระบบไฟฟ้ายังไม่สมบูรณ์ ฝ้าเพดานและสุขภัณฑ์บางส่วนยังไม่ติดตั้ง พื้นที่โดยรอบมีหญ้าขึ้นรกร้าง และยังพบนั่งร้านก่อสร้างตั้งอยู่ภายในพื้นที่ ราวกับโครงการที่ถูกหยุดไว้กลางทาง ทั้งที่มีข้อมูลการส่งมอบงานและเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วเป็นจำนวนมาก
ที่สำคัญปัญหาของโครงการนี้อาจไม่ได้มีเพียงเรื่อง "ผู้รับเหมาทิ้งงาน"

เพราะในช่วงการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา มีการออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า โครงการดังกล่าวเผชิญทั้งปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน และปัญหาเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณ ขณะที่ฝ่ายผู้บริหารชุดปัจจุบันก็มีการยื่นหนังสือติดตามเรื่องงบประมาณกับกระทรวงมหาดไทยหลายครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดสรรหรือการโอนงบประมาณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน
ดังนั้นคำถามสำคัญ คือ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาที่แท้จริงของโครงการอยู่ตรงไหนกันแน่ แล้วแก้ไขกันไปยังไงบ้าง

❓ ปัญหาที่แท้จริงของโครงการนี้คืออะไร

❓ ติดขัดที่ผู้รับเหมา

❓ ติดขัดที่การเบิกจ่ายเงิน

❓ ติดขัดที่การโอนงบจากส่วนกลาง

❓ หรือเกิดจากการบริหารจัดการโครงการหลังเกิดปัญหา
หากปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่จริง ก็ยิ่งทำให้เกิดคำถามต่อว่า จะต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมอีกหรือไม่ในการก่อสร้างส่วนที่เหลือ รวมถึงซ่อมแซมความเสียหายจากการปล่อยโครงการทิ้งไว้นานหลายปี ทั้งที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วกว่า 75 ล้านบาท หากมีการของบประมาณเพิ่มเติมจริง งบประมาณก้อนใหม่จะต้องใช้เท่าใด และคุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชนหรือไม่
และหากวันนี้กำลังอยู่ระหว่างการจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่จริง ก็ยิ่งมีคำถามตามมาอีกว่า

💰 จะต้องใช้งบประมาณเพิ่มอีกเท่าไรเพื่อให้ก่อสร้างได้เสร็จและพร้อมใช้งาน

💰 งบก้อนใหม่จะนำมาใช้ซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดจากการปล่อยทิ้งไว้นานหลายปีหรือไม่

💰 และส่วนที่จ่ายไปแล้วกว่า 75 ล้านบาท เกิดความคุ้มค่าบ้างหรือไม่
สุดท้ายแล้ว ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแห่งนี้จะได้รับการฟื้นฟูจนกลับมาใช้งานได้จริง หรือจะยังคงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ถูกปล่อยทิ้งร้างต่อไป อยากชวนทุกคนมาร่วมติดตามและช่วยกันหาคำตอบว่า 75 ล้านบาทหายไปกับอะไร ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความล่าช้าที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา และจะต้องเสียงบประมาณอีกเท่าไรโครงการจะกลับมามีประโยชน์กับประชาชนจริง ๆ สักที #สอดแนมงบประมาณ

📍ขอขอบคุณข้อมูลจากเพจ
ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน : https://web.facebook.com/share/p/1bz2nahvna/
Burnout News: https://web.facebook.com/share/p/17kLjrtv2d/

🚨 ถนนงบ 39.27 ล้าน แตกร้าวทรุดตัว! TOR ระบุ "ไหล่ทาง Asphalt" แต่ภาพหน้างานกลับไม่พบ?📍 ชาวบ้านร้องเรียนถนนรอบอ่างเก็บน้ำ...
19/06/2026

🚨 ถนนงบ 39.27 ล้าน แตกร้าวทรุดตัว! TOR ระบุ "ไหล่ทาง Asphalt" แต่ภาพหน้างานกลับไม่พบ?

📍 ชาวบ้านร้องเรียนถนนรอบอ่างเก็บน้ำปราณบุรี อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังเกิดการทรุดตัวและแตกร้าวเป็นแนวยาว สร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทาง โดยเฉพาะช่วงกลางคืน

🔎 STRONG ประเทศไทย ตรวจสอบข้อมูลโครงการและแบบก่อสร้าง พบประเด็นที่น่าสนใจ

📌 ข้อมูลโครงการ

🆔 รหัสโครงการ 68029268422

🏗 โครงการปรับปรุงถนนรอบอ่างเก็บน้ำปราณบุรี ระยะที่ 1

🏢 หน่วยงาน กรมชลประทาน

💰 ราคากลาง 40,778,583.38 บาท

💰 วงเงินงบประมาณ 39,320,000.00 บาท

💰 วงเงินสัญญา 39,268,931.66 บาท

🏅 ผู้รับจ้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจ วี ซี ก่อสร้าง

━━━━━━━━━━━━━━

📄 จากการตรวจสอบแบบ TOR

โครงการกำหนดให้ใช้

✅ ผิวจราจร PARA ASPHALTIC CONCRETE

✅ ความหนาผิวทาง 5 เซนติเมตร

✅ ความกว้างผิวจราจร 6 เมตร

✅ ไหล่ทางกว้างข้างละ 1 เมตร

และที่สำคัญ

✅ ระบุชัดว่า "ไหล่ทางลาดยางแบบ PARA ASPHALTIC CONCRETE หนา 0.05 เมตร"

พร้อมกำหนดให้ดินไหล่ทางบดอัดไม่น้อยกว่า 95% Standard Proctor Density

━━━━━━━━━━━━━━

📸 แต่เมื่อเปรียบเทียบกับภาพหน้างาน

พบข้อสังเกตหลายประเด็น

⚠️ ขอบถนนสิ้นสุดที่เส้นสีขาว แล้วเป็นลาดดินทันที

⚠️ ไม่ปรากฏผิว Asphalt ของไหล่ทางตามแบบ

⚠️ ขอบผิวทางเกิดช่องว่างและการทรุดตัว

⚠️ รอยแตกร้าวเริ่มจากขอบถนนลุกลามเข้าสู่ผิวจราจร

ลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับอาการสูญเสียแรงพยุงด้านข้าง (Loss of Edge Support) ซึ่งมักเกิดเมื่อไหล่ทางไม่มีประสิทธิภาพ หรือไม่ได้ทำหน้าที่รองรับโครงสร้างผิวทาง

━━━━━━━━━━━━━━

🔍 ประเด็นที่ควรตรวจสอบ

❓ มีการก่อสร้างไหล่ทาง Asphalt ตามแบบ TOR หรือไม่

❓ ความกว้างและความหนาของไหล่ทางเป็นไปตามแบบหรือไม่

❓ มีการตรวจรับงานตามมาตรฐานหรือไม่

❓ หากก่อสร้างครบ เหตุใดจึงเกิดการแตกร้าวและทรุดตัวหลังใช้งานไม่นาน

━━━━━━━━━━━━━━

📢 STRONG ประเทศไทย ขอเรียกร้องให้

✅ กรมชลประทาน

✅ หน่วยงานควบคุมงาน

✅ ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง

✅ หน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง

เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และป้องกันความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้เส้นทาง

📌 หมายเหตุ การนำเสนอครั้งนี้เป็นการตั้งข้อสังเกตจากเอกสารแบบก่อสร้าง (TOR) และภาพหน้างานที่ได้รับการเผยแพร่ ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีการก่อสร้างผิดแบบ โดยข้อเท็จจริงควรได้รับการพิสูจน์จากการตรวจสอบแบบ As-built, BOQ, ผลการตรวจรับงาน และการตรวจสอบหน้างานโดยวิศวกรผู้มีอำนาจ

cr.ข้อมูล นสพ.ประจวบโพสต์
#ร่วมต้านทุจริต #ตรวจสอบงบประมาณแผ่นดิน #ถนนปราณบุรี #กรมชลประทาน #ภาคประชาชนร่วมตรวจสอบ #ทุกบาทต้องคุ้มค่า

🏗️ ส่องงบรัฐวันนี้! 1,731 โครงการ งบกว่า 14,325 ล้านบาทTOP 10 ใช้งบกว่า 4,080 ล้านบาท พร้อมจับตา 668 โครงการที่เดินหน้าส...
18/06/2026

🏗️ ส่องงบรัฐวันนี้! 1,731 โครงการ งบกว่า 14,325 ล้านบาท

TOP 10 ใช้งบกว่า 4,080 ล้านบาท พร้อมจับตา 668 โครงการที่เดินหน้าสู่ขั้นประกาศผู้ชนะและลงนามสัญญา

ทุกวันมีการประกาศจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐจำนวนมาก และนี่คือข้อมูลที่ประชาชนควรร่วมกันติดตาม

📊 ข้อมูล ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2569

🔹 โครงการทั้งหมดในระบบ 1,731 โครงการ

💰 งบประมาณรวม 14,325.79 ล้านบาท

🏆 เฉพาะ TOP 10 โครงการ ใช้งบรวมสูงถึง 4,080.36 ล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบ 28.5% ของงบทั้งหมดในวันเดียว

📌 งบประมาณกระจุกตัวอยู่ใน 3 กลุ่มหลัก

🏢 อาคารราชการ/อาคารสำนักงาน 💰 1,498.71 ล้านบาท (36.7%)

🌉 โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม 💰 1,202.30 ล้านบาท (29.5%)

📍 เช่าที่ดิน/ทรัพย์สิน 💰 460.19 ล้านบาท (11.3%)

นอกจากนี้ยังมีโครงการด้านสนามบิน สาธารณสุข ระบบป้องกันน้ำท่วม และการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ใช้งบประมาณจำนวนมากเช่นกัน

🏅 โครงการเริ่มเดินหน้าสู่การใช้จ่ายงบประมาณจริง

จากข้อมูลล่าสุด พบว่า

🏆 ประกาศผู้ชนะเสนอราคาแล้ว 495 โครงการ

🤝 อยู่ระหว่างจัดทำสัญญา/ลงนามสัญญา 173 โครงการ

รวม 668 โครงการ ที่กำลังเข้าสู่กระบวนการเบิกจ่ายและดำเนินงาน

ตัวอย่างโครงการสำคัญ ได้แก่

📍 ปทุมธานี

เช่าที่ดินองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย 460.19 ล้านบาท

📍 ตรัง

บูรณะปรับปรุงทางรถไฟ ช่วงชุมทางทุ่งสง–กันตัง 399.80 ล้านบาท

📍 ยะลา

ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 229.28 ล้านบาท

📍 พะเยา

ก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมบ้านพักและสิ่งก่อสร้างประกอบ

📍 กรุงเทพมหานคร และปทุมธานี

โครงการจัดซื้อและจัดหาพัสดุของกรมราชทัณฑ์

👀 การติดตามไม่ได้จบแค่การประกาศราคา

ประชาชนสามารถร่วมตรวจสอบได้ว่า

✅ ผู้รับจ้างเริ่มงานหรือไม่

✅ งานก่อสร้างเป็นไปตามแบบและระยะเวลาหรือไม่

✅ มีการส่งมอบงานครบถ้วนตามสัญญาหรือไม่

เพราะ ทุกบาทคือภาษีของประชาชน

การมีส่วนร่วมของสังคมจะช่วยให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด โปร่งใส และลดความเสี่ยงของการทุจริต

📢 หากพบโครงการที่ล่าช้า งานไม่ได้มาตรฐาน หรือมีข้อสังเกต สามารถร่วมแจ้งข้อมูลเพื่อร่วมกันเฝ้าระวังได้

้านทุจริตประเทศไทย #ส่องรัฐ #จับตางบประมาณ #จัดซื้อจัดจ้าง #ภาษีประชาชน #โปร่งใสตรวจสอบได้ #ประชาชนมีส่วนร่วม

18/06/2026

ที่อยู่

Bangkok Yai

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย:

แชร์