ลานร่วม Collective Ground

ลานร่วม Collective Ground พื้นที่กลาง เพื่อผู้คนตัวเล็กตัวน้อย ที่ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง

09/09/2026

(English Below)

เริ่มจากหน้าบ้าน พลิกฟื้นพื้นที่ว่างให้กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ปลอดภัยสำหรับเด็กและชุมชน
หากลองดูว่าพื้นที่เรียนรู้ทั้ง 13 แห่งในโครงการนี้ตั้งอยู่ที่ไหน จะพบว่าทุกแห่งเริ่มจากพื้นที่ที่มีอยู่แล้วในชุมชน บางแห่งพัฒนาพื้นที่รกร้างในชุมชนขึ้นมาเป็นลานเล่น บางแห่งใช้พื้นที่หน้าบ้าน อาคารเก่ากลางชุมชน ศาลาวัด ป่าชุมชน และพื้นที่ริมน้ำที่เด็กๆ เดินผ่านกันทุกวัน
ความหมายของคำว่าพลิกฟื้นในที่นี้จึงไม่ใช่การสร้างของใหม่ แต่คือการมองสิ่งที่มีอยู่แล้วในชุมชนให้เป็นประโยชน์กับเด็กที่อยู่ตรงนั้น
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นพร้อมกันที่ตัวเด็ก ที่คนทำงาน และที่ชุมชน เด็กๆ ห่างจากหน้าจอมากขึ้นและกล้าแสดงออกมากขึ้น แกนนำคนรุ่นใหม่จัดกิจกรรมได้ยืดหยุ่นขึ้นและประสานงานกับผู้คนได้ดีขึ้น ส่วนผู้ปกครองและผู้คนในชุมชนเริ่มเปิดพื้นที่ และเข้ามาร่วมออกแบบกิจกรรมให้เด็กๆ
ก้าวต่อไปคือคำถามเรื่องความยั่งยืน แต่ละพื้นที่จึงเริ่มออกแบบวิธีหารายได้ของตัวเอง เพื่อให้สามารถจัดสรรทรัพยากรและดูแลกิจกรรมของตัวเองต่อไปได้ ทั้งหลักสูตรการเรียนรู้ท้องถิ่นที่สร้างจากประวัติชุมชน โปรแกรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีเด็กเป็นไกด์ และคาเฟ่ชุมชนที่เชื่อมกับกิจกรรมสำรวจธรรมชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบ
โครงการคนรุ่นใหม่กับการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้บนฐานชุมชนสำหรับเด็ก ดำเนินการโดยมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ปัจจุบันดำเนินการมาถึงรุ่นที่ 3 มีพื้นที่เรียนรู้เข้าร่วมทั้งหมด 13 แห่ง ใน 11 จังหวัด
อ่านฉบับเต็มภาษาไทย https://thaivolunteer.org/turning-unused-spaces-into-safe-learning-spaces-for-children-and-communities-th/

///

Starting at the Doorstep: Turning Unused Spaces into Safe Learning Spaces for Children and Communities
Look at what the 13 learning spaces in this project are actually built on, and you find that every one of them started with something the community already had. One developed an abandoned plot into a play area. Others use an old building in the middle of the community, a temple pavilion, a community forest, or a riverbank the children walk past every day.
Renewal here does not mean building something new. It means looking again at what a community already has and finding a way for it to serve the children who live there.
Over the past year, change has appeared at the same time in the children, in the people running these spaces, and in the communities around them. Children have moved away from their screens and speak up more. The young leaders have become more flexible in how they run activities and better at coordinating with people. Parents and community members have begun opening up their spaces and helping design activities for the children.
The next question is sustainability. Each space has begun designing its own way of generating income so that it can allocate resources and keep its activities going. These include local learning courses built on community history, eco-tourism programs with children as guides, and community cafés linked to nature exploration activities. All of them are still in the design phase.
The New Generation and the Development of Community-Based Learning Spaces for Children Project is run by the Thai Volunteer Service Foundation (TVS) with support from the Thai Health Promotion Foundation. It is now in its 3rd cohort, with 13 learning spaces taking part across 11 provinces.
Read the full article in English: https://thaivolunteer.org/turning-unused-spaces-into-safe-learning-spaces-for-children-and-communities-eng/
#สสส

07/09/2026

พี่ต้อมเปิ้นเฮ็ดหยังกันน้อ 🫶🏽✌🏼

04/09/2026

EP3 ภาคเหนือมาแล้วครับ!
ครั้งนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักคนรุ่นใหม่คืนถิ่นตำบลคอรุมกัน 🤩

02/09/2026

“ง่าย ๆ Bike Coffee” เมื่อคนรุ่นใหม่เลือกกลับบ้านเริ่มต้นความฝันด้วยจักรยานหนึ่งคัน

"จากคำถามเรื่องศิลปะ แรงงาน และความสุข ก่อนพากันกลับนครพนม เพื่อค้นพบว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่อาจไม่ต้องยิ่งใหญ่ แค่จักรยานหนึ่งคัน กาแฟไม่กี่กิโล และความฝันที่ยังอยากทำต่อ"

ที่บริเวณริมโขงหน้าโรงเรียนสุนทรวิจิตร อ.เมืองนครพนม หากใครเดินผ่านในช่วงเวลา 11.00–15.00 น. อาจสะดุดตากับจักรยานคันหนึ่งที่ถูกปรับเปิดท้ายเป็นร้านกาแฟขนาดเล็ก ร้านนี้ชื่อ “ง่าย ๆ Bike Coffee” เจ้าของร้านคือ “น้องโก้” ปรีชา วงศรีลา และ “น้องเพ่ย เพ่ย” ภัทร์ตรา เจริญพร คู่รักวัย 24 ปี คนรุ่นใหม่ที่เกิดและเติบโตในนครพนม ก่อนจะเดินทางไปเรียนต่อด้านศิลปะการแสดงที่กรุงเทพฯ ออกไปทำงาน ใช้ชีวิต และตั้งคำถามกับโลกใบใหญ่ ก่อนตัดสินใจกลับบ้านเกิดเมื่อประมาณกลางปีที่ผ่านมา แต่การกลับบ้านของทั้งคู่เริ่มต้นด้วยจักรยานหนึ่งคันและกาแฟที่บรรทุกไปได้เท่าที่จักรยานจะรับไหว

ก่อนจะมาเป็นคนขายกาแฟ โก้ และ เพ่ย เพ่ย ต่างเป็นนักศึกษาที่เลือกเรียนด้านศิลปะการแสดงในกรุงเทพฯ พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ เรียนรู้ทั้งการเขียนบท การแสดง และการทำงานสร้างสรรค์ ก่อนจะออกไปสัมผัสโลกของการทำงานจริง ช่วงหนึ่งทั้งคู่เดินทางไปใช้ชีวิตที่จังหวัดระยอง เมืองที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ที่นั่นกลับทำให้พวกเขาเริ่มตั้งคำถามบางอย่าง เพราะแม้เมืองจะเติบโต แต่คนไม่ได้หมายความว่าจะมีความสุขมากขึ้นเสมอไป ทั้งคู่สนใจเรื่องแรงงาน ความเหลื่อมล้ำ และค่าจ้างที่เป็นธรรม พร้อมกับย้อนกลับมาถามตัวเองว่า ศิลปะที่เรียนมาจะสามารถทำอะไรกับสภาพสังคมที่ผู้คนกำลังเผชิญอยู่ได้บ้าง

พวกเขาใช้เวลาอยู่ระยองเกือบครึ่งปี ก่อนจะรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เรามาอยู่ที่นี่ทำไม ท้ายที่สุดความคิดเรื่องการกลับบ้านเกิดจึงค่อย ๆ ชัดขึ้นเมื่อตัดสินใจกลับนครพนม ทั้งคู่ไม่ได้รีบหางานประจำ แต่เลือกไปใช้ชีวิตอยู่ที่สวนกาแฟของครอบครัวฝ่ายแฟนในพื้นที่ บ.ปากทวย อ.ท่าอุเทน เพื่อพักและตั้งหลักกับตัวเอง พวกเขาเรียกช่วงเวลานั้นว่าเป็นการ “Detox ตัวเอง”

การได้กลับมาอยู่ใกล้ธรรมชาติ ทำให้ทั้งคู่มีโอกาสย้อนกลับไปยังชีวิตที่ผ่านมา และเห็นบางอย่างชัดขึ้น เดิมตั้งใจจะกลับมาทำงานสร้างสรรค์ด้านศิลปะในนครพนม พวกเขาคิดว่าถ้าไม่มีงานประจำแล้วจะดูแลตัวเองอย่างไร ขณะเดียวกันก็ยังอยากพบผู้คนและสร้างงานศิลปะต่อไป ระหว่างอยู่ที่สวนทั้งคู่พบว่าที่นั่นมีเมล็ดกาแฟอยู่จำนวนหนึ่ง เป็นกาแฟโรบัสต้าที่ปลูกในพื้นที่ และนั่นกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญของการเริ่มต้นครั้งนี้ ทั้งคู่เริ่มแพ็กทุกอย่างใส่หลังจักรยานแล้วปั่นออกไปเจอผู้คน จักรยานหนึ่งคันบรรทุกอุปกรณ์เสริมนั่นคือกล่องด้านหลัง พร้อมกับเมล็ดกาแฟจากสวนจำนวนหนึ่ง

พวกเขามองว่าในแต่ละวัน สังคมเต็มไปด้วยเรื่องยาก เรื่องวุ่นวาย และความกดดันมากมาย จึงอยากสร้างพื้นที่เล็ก ๆ ที่ทำให้คนรู้สึกว่าชีวิตไม่จำเป็นต้องยากเสมอไป ชื่อ “ง่าย ๆ” ก็เหมือนทัศนคติในการใช้ชีวิตนั่นเอง

กาแฟมีทั้ง Robusta และ Arabica โดยใช้เมล็ดจากนครพนม จากพื้นที่ภาคเหนือของไทย รวมถึงเมล็ดจากฝั่งลาว มีระดับการคั่วตั้งแต่อ่อน กลาง ไปจนถึงเข้ม และมีเมนูชาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ราคาเริ่มต้นประมาณ 45 บาทสำหรับเมนูร้อน และ 50 บาทสำหรับเมนูเย็น โดยเฉลี่ยขายประมาณ 20–30 แก้วต่อวัน บางวันที่ลูกค้าเยอะอาจแตะถึง 50 แก้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเพิ่มจำนวนให้มากกว่านั้น เพราะจักรยานบรรทุกได้เท่านี้ และพวกเขาก็อยากให้ชีวิตยังสบาย ๆ แบบนี้ต่อไป

“สิ่งที่ร้านเราทำคือให้ง่าย ๆ แตกต่างจากร้านกาแฟทั่วไป อาจไม่ใช่เพียงวิธีการขายหรือสถานที่ตั้ง เน้นการใช้เวลากับลูกค้า เพราะบางคนที่แวะเข้ามานั่ง พูดคุย เหมือนได้แบ่งปันเรื่องราวซึ่งกันและกัน บางคนมานั่งเป็นชั่วโมงบางคนถามกลับว่าทำไมร้านทำง่ายจัง หรือบางคนอาจกำลังเผชิญเรื่องราวยุ่งยากในชีวิต กลับค้นพบว่าพื้นที่เล็ก ๆ ทำให้พวกเขาหยุดพักได้"

มีคนจากหลายจังหวัดเดินทางมาหา ตั้งแต่ภูเก็ต ตราด ยโสธร ระนอง ไปจนถึงกรุงเทพฯ บางคนตั้งใจเดินทางมาเพราะเห็นร้านจาก TikTok บางคนไม่ได้อยู่จังหวัดนครพนมแล้วแต่ยังติดตามร้านผ่านโซเชียลมีเดีย ที่น่าสนใจคือ สิ่งที่เชื่อมคนเหล่านี้เข้าด้วยกันคือความรู้สึกบางอย่าง ความคิดถึงบ้าน บางคนที่ไปเรียนหรือทำงานต่างจังหวัด เห็นเรื่องราวของคนสองคนที่เลือกกลับบ้านอาจจะเกิดคำถามกับตัวเองว่า หรือจริง ๆ แล้วบ้านเราก็ยังมีพื้นที่ให้กลับไปเริ่มต้นใหม่ได้เหมือนกัน

โก้ และ เพ่ย เพ่ย บอกว่า อยากส่งสัญญาณไปถึงคนรุ่นเดียวกันที่กระจัดกระจายอยู่ตามเมืองต่าง ๆ สามารถกลับบ้านมาเริ่มต้นง่าย ๆ ก็ได้ สำหรับทั้งคู่ “ง่าย ๆ Bike Coffee” ไม่ต้องเป็นธุรกิจที่ขยายใหญ่โต ตรงกันข้าม พวกเขากลับระวังไม่ให้ร้านเติบโตจนกลืนกินเวลาของชีวิต เพราะโก้ยังมีความฝันที่จะเขียนบท ทำหนัง และสร้างงานศิลปะที่เล่าเรื่องนครพนม พวกเขาอยากเห็นคนรุ่นใหม่กลับบ้านมากขึ้น และอยากใช้ทั้งงานเขียน งานคอนเทนต์ งานศิลปะ และพื้นที่เล็ก ๆ อย่างร้านกาแฟ เป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่องนครพนมในมุมใหม่

ในอนาคตทั้งคู่อยากชวนเพื่อน ๆ ที่เป็นศิลปินหรือคนทำงานสร้างสรรค์มาร่วมกิจกรรม และอยากเห็นจักรยานกาแฟแบบนี้เกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งคัน เพื่อสร้าง Community ของคนรุ่นใหม่ที่อยากกลับบ้านหากิจกรรมเล็ก ๆ ทำร่วมกัน เพราะพวกเขาเชื่อว่านครพนมยังมีความเป็นไปได้ที่จะเติบโต โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งตัวตนของตัวเองไว้ข้างหลัง

ปก/ข่าว/บทความ : นครพนมโฟกัส

#ง่ายๆBikeCoffee #คนรุ่นใหม่กลับบ้าน #ชีวิตสร้างสรรค์ #นครพนม #นครพนมโฟกัส

02/09/2026

“อยากให้เชื่อในพลังเล็กๆของเยาวชน”

28/08/2026
สนใจสมัครเล๊ยย!
27/08/2026

สนใจสมัครเล๊ยย!

Youth Story Lab “เรื่องเล่าจากเด็กแถวบ้าน”
ชวนคนรุ่นใหม่จาก 6 ภูมิภาค ทั่วประเทศไทย จำนวน 60 คน
(อายุตั้งแต่ 18-25 ปี) มาเปิดพื้นที่ให้ได้ค้นหาเรื่องราวใกล้ตัว
พบกับ Boot Camp 2 วัน 1 คืน เรียนรู้การสร้างสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์
รวมถึงการเล่าเรื่อง และ วิธีการใช้เครื่องมือ ผ่านผู้มีประสบการณ์ด้านสื่อกว่า 10 ปี พร้อมเปิดโอกาสให้ได้คิด ทดลอง และ ลงมือทำจริง
ไม่ว่าทุกคนจะมาจากจังหวัดไหน เราอยากชวนกลับไปมองพื้นที่ที่คุ้นเคยอีกครั้ง
เพราะบางทีเรื่องราวแถวบ้านของเรา อาจจะกำลังรอให้ใครสักคนมองเห็น และ หยิบมันมาเล่าใหม่อีกครั้ง
เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569
👉 ส่งผลงานสมัครเข้าร่วม และ อ่านเงื่อนไขการสมัครเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScLzx2D8Aivms1BBZqhfB1ExQluryswtiz7X0RAy88VH8ki_A/viewform
สอบถามเพิ่มเติมโทร คุณมะเฟือง 096-207-1741 , คุณแสง 087-355-2468 ได้เลยค่า
ติดตามโครงการได้ที่ Instagram : youthstorylab.th
https://www.instagram.com/youthstorylab.th/
#เรื่องเล่าจากเด็กแถวบ้าน

#กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
#แถวบ้าน

เชิญชวนพี่น้องคนรุ่นใหม่ 🤩ใครสนใจประเด็น “รัฐธรรมนูญ” สมัครร่วมดีเบทกัน!
20/08/2026

เชิญชวนพี่น้องคนรุ่นใหม่ 🤩
ใครสนใจประเด็น “รัฐธรรมนูญ”
สมัครร่วมดีเบทกัน!

We Watch หลักสูตรรัฐศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง สำนักวิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์...

19/08/2026

ที่อยู่

912 คลองจั่น
Bang Kapi
10170

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ลานร่วม Collective Ground โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์