เฟมินิสต์โขงชีมูน-เฟมปลาแดก

เฟมินิสต์โขงชีมูน-เฟมปลาแดก สร้างเครือข่ายแนวร่วม ความเข้าใจและพื้นที่ปลอดภัยให้กับขบวนการเฟมินิสต์ภูมิภาคอีสาน

เฟมินิสต์ปลาแดกชวนออกแบบนโยบายองค์กร เพื่อป้องกัน รับมือ ยุติการคุกคาม และล่วงละเมิดทางเพศภายในองค์กร การล่วงละเมิดทางเพ...
27/08/2026

เฟมินิสต์ปลาแดกชวนออกแบบนโยบายองค์กร เพื่อป้องกัน รับมือ ยุติการคุกคาม และล่วงละเมิดทางเพศภายในองค์กร
การล่วงละเมิดทางเพศ การคุกคามทางเพศ และความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ เป็นลักษณะของความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการที่สังคมถูกดำเนินไปด้วยระบบปิตาธิปไตย ซึ่งหมายถึงระบบที่ให้คุณค่าแต่ละเพศไม่เท่ากัน กีดกันเพศใดเพศหนึ่งออกจากการจ้างงานแต่เอื้อให้เพศใดเพศหนึ่งได้เข้าถึงการจ้างงาน ไม่นับตัวตนหรือความคิดเห็นภายในครอบครัว รวมถึงการไม่มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการมีส่วนร่วมในระดับการออกแบบ และตัดสินใจ หรือแม้กระทั่งไม่มีพื้นที่ปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน

เฟมินิสต์ปลาแดก ซึ่งทำงานเพื่อความเป็นธรรมทางเพศ โดยเรามองว่าการทำงานของเราส่วนหนึ่งก็เพื่อตัวพวกเราเอง เพื่อให้เราที่เป็นเพศชายขอบได้ใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างอิสระ เข้าถึงโอกาสในการพัฒนาตัวเอง และเข้าถึงเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม แต่กระนั้นเอง ประสบการณ์การทำงานของพวกเรายังหนีไม่พ้นระบบปิตาธิปไตย

องค์กรของเราเคยมีประสบการณ์ที่อดีตสมาชิกได้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศบุคคลอื่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราใช้ความพยายามที่แก้ไขปัญหา หาทางออก และขอโทษต่อผู้ถูกกระทำ (Survivor) เท่าที่ศักยภาพของพวกเรา ณ ขณะนั้นจะสามารถทำได้
โดยเราได้

1. รับฟังผู้ถูกกระทำ (Suvivor) ถึงความต้องการ และความรู้สึกภายใต้แนวทางยึดผู้รอดชีวิตเป็นศูนย์กลาง (Survivor-Centred Approach) และหลักการความยินยอม (Consent)
2. ปรึกษาองค์กรเครือข่ายที่มีประสบการณ์และเราไว้วางใจในการจัดการเรื่องที่เกี่ยวข้อง
3. พูดคุยกับผู้กระทำเพื่อให้พื้นที่ในการรับทราบเรื่อง และให้โอกาสในการได้ขอโทษอย่างจริงใจ
4. ประชุมร่วมกันกับเพื่อนร่วมทีมเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญ แล้วนำไปปรึกษากับองค์กรเครือข่ายที่มีประสบการณ์และเราไว้วางใจอีกครั้ง
5. สรุปข้อมูล และทำมติเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับสถานการณ์
6. สื่อสารกับผู้ถูกกระทำเกี่ยวกับสถานการณ์ และสิ่งที่องค์กรมีมติ
7. แจ้งผู้กระทำเกี่ยวกับมติและสิ่งที่องค์กรตัดสินใจที่จะดำเนินการเพื่อเป็นการเยียวยาผู้ถูกกระทำและขอโทษเชิงสาธารณะ
8. ดำเนินการกระบวนการในการเยียวยาผู้ถูกกระทำ โดยสอบถามความสมัครใจ (Consent) ก่อนทุกครั้ง
จากสถานการณ์นั้น เราได้มีการเปิดเผยชื่อเล่น และชื่อจริง แต่ไม่ได้เปิดเผยนามสกุลของผู้กระทำ เนื่องจาก ณ ขณะนั้น ผู้กระทำมีลักษณะพฤติกรรมที่หลีกเลี่ยง, โกหก และกล่าวโทษผู้ถูกกระทำ (Victim Blaming) ซึ่งไม่ใช่การขอโทษอย่างจริงใจ เราจึงได้กระทำการเปิดเผยตัวตนเพื่อเป็นการส่งข้อมูลข่าวสารให้กับเครือข่ายทราบ และให้ช่วยกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อโอบอุ้มผู้ถูกกระทำ (Survivor) ให้ได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าถึงทรัพยากรมากขึ้น
หลังจากนั้น เราได้กลับมาพูดคุยกันเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณค่าร่วม (Core Value) ขององค์กร และข้อเรียนรู้ที่เราได้จากเหตุการณ์นี้ จึงได้จัดทำนโยบายเพื่อรับมือ ป้องกัน และยุติการคุกคามทางเพศในระดับองค์กร เพื่อเป็นแนวปฏิบัติร่วมกัน
ทั้งนี้ สืบเนื่องกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นปัจจุบัน เกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ล่วงละเมิดทางเพศ หรือแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศในขบวนการประชาธิปไตย เราจึงเห็นพ้องต้องกันว่า ในขบวนการประชาธิปไตยยังไม่ค่อยมีนโยบายที่ถูกออกแบบพัฒนาจากเจ้าของปัญหา และยังไม่สามารถใช้ได้จริง
เราจึงต้องการแบ่งปันชุดประสบการณ์ ข้อมูล และเครื่องมือในการพัฒนานโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ให้กับเพื่อน ๆ เครือข่ายทุกกลุ่มองค์กร โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะมาตรฐานตอนนี้ แค่คำพูดที่บอกว่าไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงทางเพศไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว พวกเราต้องมีนโยบายเพื่อสร้างความมั่นใจ และความปลอดภัยให้กับทุกคนเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างปลอดภัย

เพราะประชาธิปไตยที่ขาดไร้ซึ่งความเป็นธรรมทางเพศ จะไม่สามารถเป็นประชาธิปไตยได้

หากกลุ่มองค์กรใดสนใจแบ่งปันข้อมูลเครื่องมือร่วมกัน สามารถติดต่อได้ทางเพจ facebook: เฟมินิสต์แม่โขงชีมูน (เฟมปลาแดก) หรือทางอีเมล [email protected]

เราเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมยืนยันค่ะ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคน
23/08/2026

เราเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมยืนยันค่ะ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคน

🔴 กป.อพช.ภาคอีสาน : ❌ ยืนยันต่อต้าน ❌ ความรุนแรง—การล่วงละเมิดทางเพศ—และการใช้อำนาจชายเป็นใหญ่ในสังคมทุกรูปแบบ ///
จากกรณีการเปิดเผยประสบการณ์การล่วงละเมิดทางเพศ การใช้อำนาจเหนือ และความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งกำลังได้รับความสนใจและการพูดถึงในสังคม เราเห็นความจำเป็นที่จะต้องพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงที่ใดที่หนึ่งเท่านั้น ในพื้นที่อื่นๆ รวมถึงในภาคอีสานของเราเอง ก็มีเหตุการณ์และประสบการณ์ในลักษณะเดียวดังกล่าวเกิดขึ้นเช่นกัน
กรณีเหล่านี้ทำให้เราต้องย้อนกลับมามองขบวนการของเราเองอย่างจริงจัง เพราะการรวมตัวกันเพื่อต่อสู้กับความอยุติธรรมจากรัฐ ทุน และโครงสร้างการกดขี่ต่างๆ ไม่ได้หมายความว่าเราจะหลุดพ้นจากวัฒนธรรมและความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ดำรงอยู่ในสังคมเสมอไป
การเป็นนักกิจกรรมหรือคนทำงานภาคประชาสังคม ไม่ได้ทำให้ใครเป็นคนดีโดยอัตโนมัติ และการมีอุดมการณ์ทางการเมือง ไม่ได้ทำให้ใครมีสิทธิอยู่เหนือร่างกาย ศักดิ์ศรี และการตัดสินใจของผู้อื่น
ในทางตรงกันข้าม หากขบวนการของเรามุ่งหมายที่จะสร้างสังคมที่ทุกคนมีสิทธิและศักดิ์ศรีอย่างเท่าเทียม เราจำเป็นต้องเริ่มต้นตรวจสอบการใช้อำนาจจากภายในขบวนการของเราเองด้วย
เราเห็นว่าปัญหานี้ไม่ควรถูกอธิบายเพียงว่าเป็นเรื่องของ “คนไม่ดีเพียงไม่กี่คน” เพราะความรุนแรงสามารถดำรงอยู่ได้นานเมื่อมีวัฒนธรรมที่ทำให้ผู้มีอำนาจได้รับการปกป้อง ขณะที่ผู้ถูกกระทำถูกตั้งคำถาม ถูกทำให้รู้สึกผิด หรือถูกขอให้เงียบเพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์และเป้าหมายของขบวนการ
โดยเฉพาะในขบวนการที่มีความสัมพันธ์ระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ มีความแตกต่างด้านประสบการณ์ ชื่อเสียง เครือข่าย และอำนาจในการเข้าถึงทรัพยากร ยิ่งจำเป็นต้องระมัดระวังไม่ให้ความอาวุโส ความไว้วางใจ หรือสถานะทางการเมืองกลายเป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียมและนำไปสู่การล่วงละเมิด
กป.อพช.อีสาน และองค์กรภาคีเครือข่าย จึงขอยืนยันหลักการและข้อเรียกร้อง ดังต่อไปนี้
1) ไม่ยอมรับความรุนแรงและการล่วงละเมิดในทุกรูปแบบ
ไม่ว่าจะเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ การคุกคาม การบังคับ การใช้กำลัง การข่มขู่ การควบคุมทางจิตใจ การลดทอนคุณค่าของผู้ถูกกระทำ หรือการใช้อำนาจและความสัมพันธ์ที่เหนือกว่า
ทั้งหมดล้วนเป็นความรุนแรงที่ไม่ควรถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในองค์กร กลุ่มกิจกรรม หรือความสัมพันธ์ส่วนตัวของคนในขบวนการ
2) ไม่มีใครอยู่เหนือการตรวจสอบเพราะเป็น “คนดี” หรือ “มีคุณูปการต่อขบวนการ”
ชื่อเสียง การเป็นนักกิจกรรมรุ่นใหญ่ การเป็นแกนนำ การมีประสบการณ์ในการต่อสู้ หรือการเคยเสียสละเพื่อสังคม ไม่ควรเป็นเกราะป้องกันการตรวจสอบ
เราสามารถยอมรับคุณูปการของบุคคลหนึ่งในประวัติศาสตร์การต่อสู้ และในเวลาเดียวกันก็สามารถตั้งคำถามต่อการใช้อำนาจของบุคคลนั้นได้ ซึ่งสองสิ่งนี้ไม่ขัดแย้งกัน

หลักการเรื่องสิทธิ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เรายืนยันต่อสังคมภายนอก ต้องเป็นหลักการเดียวกันกับที่ใช้ในการปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
3) เราจะไม่ทำให้ผู้ถูกกระทำต้องแบกรับความรับผิดแทนผู้กระทำ
คำถามเช่นว่า “ทำไมไม่พูดตั้งแต่ตอนนั้น” “ทำไมยังกลับไปหาเขา” “ทำไมยังทำงานด้วยกัน” “ทำไมไม่มีหลักฐาน” หรือ “ทำไมเพิ่งออกมาพูดตอนนี้”
ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือกล่าวโทษผู้เสียหาย
ความกลัว ความอับอาย ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ การพึ่งพิงทางเศรษฐกิจ การพึ่งพิงด้านงานหรือเครือข่าย ตลอดจนความกังวลว่าจะกระทบต่องานและขบวนการ ล้วนเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ผู้ถูกกระทำไม่สามารถพูดออกมาได้ในทันที
เราจึงควรถามให้มากขึ้นว่า เหตุใดผู้ถูกกระทำจึงรู้สึกว่าไม่สามารถพูดได้ แทนที่จะถามเพียงว่า เหตุใดเขาจึงไม่พูด
4) การปกป้องภาพลักษณ์ของขบวนการไม่ควรสำคัญกว่าความปลอดภัยของคนในขบวนการ
การขอให้ผู้เสียหายเงียบเพื่อ “ไม่ให้ภาพรวมเสียหาย” ไม่ใช่การปกป้องขบวนการ เพราะขบวนการที่ต้องรักษาความสามัคคีด้วยการทำให้ผู้ถูกกระทำเงียบเสียงลง ไม่ใช่ขบวนการที่ปลอดภัยและเป็นธรรม
การจัดการกับความรุนแรงไม่ได้ทำลายขบวนการ แต่การปล่อยให้ความรุนแรงดำรงอยู่ต่างหากที่ทำลายขบวนการ
5) เราต้องสร้างกลไกที่ทำให้ผู้คนสามารถร้องเรียนได้โดยไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกซ้ำเติม
องค์กรและกลุ่มกิจกรรม ควรมีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่ปลอดภัย เป็นความลับ เข้าถึงได้ และไม่ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้ถูกร้องเรียน
เมื่อมีข้อร้องเรียนเกิดขึ้น กระบวนการรับฟังและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและศักดิ์ศรีของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ควรเป็นที่พึ่งได้สำหรับทุกคน
และในระหว่างกระบวนการดังกล่าว ต้องไม่ปล่อยให้ผู้ที่ถูกร้องเรียนยังคงใช้อำนาจเดิมในการควบคุมงาน ให้โอกาส คัดเลือกคน เข้าถึงทรัพยากร หรือสร้างอิทธิพลเหนือผู้ร้องเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ตามปกติ
และความเป็นธรรมในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการใช้คำว่า “รอตรวจสอบจข้อเท็จจริง” เป็นข้ออ้างเพื่อปล่อยให้ผู้เสียหายต้องเผชิญกับแรงกดดันเพียงลำพัง
6) เราต้องทบทวนวัฒนธรรมอำนาจภายในขบวนการของเรา
เราไม่อาจเรียกร้องประชาธิปไตยจากรัฐ แต่ยอมรับลำดับชั้นอำนาจที่ตรวจสอบไม่ได้ภายในกลุ่มของเราเอง
เราไม่อาจพูดเรื่องความเสมอภาค แต่ปล่อยให้คนบางกลุ่มมีอภิสิทธิ์เพียงเพราะจุดยืนบนโครงสร้างการทำงานที่เหนือกว่า
และเราไม่อาจเรียกร้องสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของประชาชน หากเราไม่เคารพสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของคนที่ทำงานอยู่ข้างๆ เรา
ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของบุคคล แต่เป็นเรื่องของวัฒนธรรมและโครงสร้างการทำงาน เราขอเรียกร้องให้ทุกองค์กรและกลุ่มกิจกรรม ทบทวนประเด็นเหล่านี้อย่างจริงจัง
7) พื้นที่ในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคม ต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่โอบรับความแตกต่างหลากหลายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม
เราขอยืนยันว่า ขบวนการประชาธิปไตย ภาคประชาสังคม เเละในสังคมทุกรูปแบบ ต้องเป็นพื้นที่ที่คนรุ่นใหม่ ผู้หญิง ผู้มีความหลากหลายทางเพศ คนชายขอบ และทุกคนไม่ว่าใคร สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้โดยไม่ต้องแลกความปลอดภัยของตนเองกับโอกาสในการทำงานทางสังคม
พื้นที่ปลอดภัยที่แท้จริง ไม่ใช่พื้นที่ที่พยายามกลบฝังปัญหาเพื่อรักษาภาพลักษณ์ แต่คือพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเปิดเผยความรุนแรง ตั้งคำถามต่อการใช้อำนาจ และได้รับการปกป้องคุ้มครองอย่างเป็นธรรม
การต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมภายนอก จะไม่มีความหมายเลยหากเรายังปล่อยให้เกิดการล่วงละเมิดและการใช้อำนาจเหนือเพื่อกดทับภายในขบวนการ
เราเชื่อว่าการยอมรับว่าปัญหานี้มีอยู่จริง คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญกว่าการพยายามทำให้ขบวนการดูสมบูรณ์แบบ
เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เราต่างต่อสู้เพื่อให้เกิดขึ้น คือสังคมที่มนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรี มีสิทธิในร่างกายของตนเอง และสามารถดำรงชีวิตโดยปราศจากความกลัว
ขบวนการที่เข้มแข็ง ไม่ใช่ขบวนการที่ไม่มีใครกล้าวิพากษ์วิจารณ์ แต่คือขบวนการที่กล้ายอมรับความรุนแรงภายใน กล้าตรวจสอบอำนาจ และกล้าเปลี่ยนแปลงตัวเอง
———
22 สิงหาคม 2569
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน
(กป.อพช.) ภาคอีสาน และองค์กรภาคีเครือข่าย

อะแฮ่ม โหลๆ‼️ พรุ่งนี้ชวนทุกคนมาฟังเรื่องทำแท้งปลอดภัยและสิทธิในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล—————————————————————-เพราะการทำ...
09/08/2026

อะแฮ่ม โหลๆ‼️ พรุ่งนี้ชวนทุกคนมาฟังเรื่องทำแท้งปลอดภัยและสิทธิในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล
—————————————————————-
เพราะการทำแท้งไม่ใช่แค่เรื่องของการตัดสินใจส่วนบุคคล แต่ยังเกี่ยวข้องกับ สิทธิในร่างกาย สิทธิในการเข้าถึงบริการสุขภาพ และความเป็นธรรมทางสังคม
แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะมีช่องทางให้เข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยและถูกกฎหมายมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง หลายคนยังต้องเผชิญกับคำถามสำคัญว่าที่ว่าเราจะเข้าถึงบริการที่ปลอดภัยได้ที่ไหน สิทธิในการรักษาพยาบาลของคนที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง ทำไมบางคนยังเข้าไม่ถึงบริการ แม้กฎหมายจะเปิดทางไว้แล้ว แล้วเราจะทำอย่างไรให้การเข้าถึงบริการสุขภาพเป็นสิทธิของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
.
ชวนฟังมุมมองจากคนทำงานด้านสิทธิและการเข้าถึงบริการสุขภาพ พร้อมแลกเปลี่ยนว่ากับแขกรับเชญทั้งสามคนค่ะ

🪴แขกรับเชิญ
- กรชนก คำตา อาสามูลนิธิทาง
- ศตคุณ คนไว ผู้ประสานงาน ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองจังหวัดขอนแก่น
- พักตร์วิไล สุหนาพุ กลุ่ม Thai Intersex Rights

🍒 ดำเนินรายการโดย
- ดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์ เฟมินิสต์แม่นโขงชุม (เฟมินิสต์ปลาแดก)

⭕️ Live วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 ผ่านเพจ Facebook เฟมินิสต์โขงชีมูน-เฟมินิส์ปลาแดก
🕰️เวลา 10.00–11.00 น.
มาร่วมฟัง ร่วมตั้งคำถาม และชวนกันมองว่า การเข้าถึงบริการที่ปลอดภัยควรเป็นสิทธิ์ของทุกคนไม่ใช่สิทธิต้องร้องขอจากระบบกันค้าาา แล้วพบกันในไลฟ์นะคะ
#สิทธิบัตรทอง #ทำทาง

เคยสงสัยไหม เซ็กส์ที่ปลอดภัยคืออะไร การขอความยินยอม (Consent) ต้องขอยังไง ต้องขอทุกครั้งไหม แล้วถ้าอีกฝ่ายเงียบแปลว่ายิน...
07/08/2026

เคยสงสัยไหม เซ็กส์ที่ปลอดภัยคืออะไร การขอความยินยอม (Consent) ต้องขอยังไง ต้องขอทุกครั้งไหม แล้วถ้าอีกฝ่ายเงียบแปลว่ายินยอมรึเปล่า แล้วจะทำยังไงให้เรื่องการมีเซ็กส์เป็นทั้งเรื่องที่ปลอดภัยและเคารพกัน และมีความสุขสำหรับทุกคน
ถ้าคุณเคยมีคำถามแบบนี้หรืออยากเข้าใจเรื่องเพศ ในมุมมองที่เปิดกว้างและเป็นมิตร เราอยากชวนมาฟังไลฟ์ “Safe S*x and Consent”
มาคุยกันเรื่องการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย การยินยอมและความสุขทางเพศ ที่จะช่วยให้เรา เข้าใจตนเอง เข้าใจคนที่เรามีความสัมพันธ์ด้วย และทำให้เซ็กส์เป็นประสบการณ์ที่ปลอดภัย และรื่นรมย์มากยิ่งขึ้น
🍄 วันเสาร์ที่ 8 สิหาคม 2569
⏰ เวลา 10.00-11.00 น.
🎥 Live ผ่านเพจ Facebook เฟมินิสต์ปลาแดก นี่หละจ้าา มาฟังนำกันเด้ออออ❤️‍🔥
แขกรับเชิญ
🪴 ดร. มลฤดี มโนรัตน์
อาจารย์สาขาผดุงครรภ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
🪴 ประติมา รักษาชนม์
Co-founder of Day/DM และนักรณรงค์ด้านความสุขทางเพศ
🍒 ดำเนินรายการโดย
กีกี้ จิตลดา เฟมินิสต์แม่โขงชีมูน (เฟมินิสต์ปลาแดก)
มาเรียนรู้แลกเปลี่ยน และตั้งคำถามไปด้วยกันนะ เพราะเรื่องเพศไม่ใช่เรื่องน่าอาย และการยินยอมคือสิ่งที่ทำให้ทุกความสัมพันธ์ปลอดภัย เคารพกันและเต็มไปด้วยความสุข

——————————————————เก็บบรรยากาศFem & Law มาฝากจ้าา——————————————————🌱🍒🍃🐦‍🔥🌿ใครบอกว่าเจน X และเจน Baby Boomer ไม่สนใจเรื่อ...
07/08/2026

——————————————————
เก็บบรรยากาศFem & Law มาฝากจ้าา
——————————————————
🌱🍒🍃🐦‍🔥🌿

ใครบอกว่าเจน X และเจน Baby Boomer ไม่สนใจเรื่องเพศเรื่องความรุนแรงอย่าเพิ่งเชื่อนะคะ เพราะเราไปเห็นด้วยตาเนื้อมาแล้วว่าไม่จริงเลย แม่ๆ ที่นี่ให้ความสนใจกับเรื่องเพศและความรุนแรงทางเพศเป็นอย่างดี
สืบเนื้องจากเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมาเราเฟมินิสต์ปลาแดกได้มีโอกาสเข้าไปจัดกิจกรรม Fem & Law ชวนเครือข่ายของคณะประสานงานองค์กรชุมชนภาคอีสาน (คปอ.ภาคอีสาน) ดูหนังเรื่องทนายปีศาจ ep.5 ซึ่งเป็นตอนที่เกี่ยวข้องกับคดีล่วงละเมิดทางเพศระหว่างหมอกับคนไข้ที่ถูกตรวจภายใน
ก่อนเริ่มดูหนังเราชวนผู้เข้าร่วมวิเคราะห์เรื่องบบาททางเพศ ชาย หญิง LGBTQIAN+ และแหล่งอำนาจเพื่อให้เห็นความคาดหวังของสังคมไทยเกี่ยวกับบทบาของแต่ละเพศที่มีความแจกต่างกัน และเพื่อคลี่ให้เห็นว่าแต่ละคน แต่ละอาชีพ แต่ละเพศมีแหล่งอำนาจที่ไม่เท่ากัน หลังจากดูหนังเสร็จบางคนบอกว่าพูดไม่ค่อยเก่ง อาย แต่พอเปิดพื้นที่ให้ลองแลกเปลี่ยนเรื่องความรุนแรงในหนังเท่านั้นแหละ ......ไหนบอกว่าพูดไม่เก่งคะ ฮ่าๆๆๆๆ เบรคแทบไม่ทันคุณแม๊ๆๆๆ
จากการดูหนังทุกคนสามารถวิเคราะเรื่องอำนาจที่ไม่เท่ากันของหมอกับคนไข้ อำนาจของทนายฝ่ายจำเลย ทนายจิตตรีซึ่งเป็นทนายของหมอที่ใช้ท่าทีกดดันจำเลยให้รู้สึกอึดอัดและรู้สึกอบอาย กลัว รวมไปถึงใช้คำถาม ถามพยานที่ไม่เหมาะสมต่อสภาพจิตใจและความรุนแรงของผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือแม้แต่อำนาจของศาลที่ปล่อยให้ทนายใช้คำถามที่ทำให้ผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศเสมือนถูกข่มขืนซ้ำ สะท้อนว่าศาลไม่เข้าใจเรื่องความรุนแรง จากนั้นทุกคนได้วิเคราะห์เชื่อมโยงไปจนถึงระบบการศึกษาที่ละเลยความรุนแรง เพราะความรุนแรงไม่ได้เกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ แต่มันอาศัยการหล่อหลอมทั้งจากสังคม วัฒนธรรม ความเชื่อ ประเพณี กฎหมาย นโยบาย ครอบครัว สถาบันการเมืองและสถาบันอื่นๆ ในสังคม
เราได้ชวนผู้เข้าร่วมวิเคราะห์ต่อด้วยการสลับบทบาทของผู้เสียหาย หากผู้ถูกกระทำเป็นผู้ชาย เป็น LGBTQIAN+ หรือเป็นคนที่หน้าตาไม่ดีตามบรรทัดฐานทาสังคม มุมมองของสังคมต่อเหตุการณ์นี้จะเปลี่ยนไปหรือไม่ ถ้าเปลี่ยนจะเปลี่ยนไปอย่างไร เรายังชวนกันวิเคราะห์ไปจนถึงกระบวนการยุติธรรมของไทยโดยเฉพาะในเรื่องความรุนแรงทางเพศเริ่มตั้งแต่ชั้นตำรวจไปถึงชั้นศาลเกิดอะไรขึ้นบ้าง ก่อนผู้เข้าร่วมจะเชื่มโยงเรื่องราวมาถึงชุมชนที่ตนเองอยู่ ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มแชร์เรื่องราวของแต่ละชุมชนกันอีกครั้ง
การเดินทางไปทำกิจกรรมในครั้งนี้ทำให้เห็นว่าไม่ว่าจะวัยไหน ถ้าเรามีโอกาสในการเข้าถึงพื้นที่ที่สามารถเรียนรู้ พูดคุยแลกเปลี่ยนอย่างปลอดภัยได้ เราจะเห็นพลังที่งดงามของคนในชุมชน เห็นวิธีคิดที่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีโดยเฉพาะเรื่องความรุนแรงทางเพศ เห็นการถูกกดขี่ในบางมิติที่เหมือนๆ กัน และเห็นว่าเราไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปหากเกิดเรื่องราวเหล่านี้ขึ้น
ก่อนกลับขอนแก่นเราถามแม่ๆ ว่า “อยากบอกอะไรกับเราไหม” แม่ๆ บอกว่า “อยากให้กลับมาทำอีก และอยากให้เข้าไปทำกิจกรรมในชุมชน ในโรงเรียนด้วย” เรายิ้มและตอบกลับว่า “ถ้าหาเงินได้เราจะกลับมาทำอีกนะคะ” ^ ^”

สิ่งที่ประทัปใจมากๆ นอกจากการทำกิจกรรมแล้ว คือเวลาได้มีโอกาสเข้าไปร่วมทำงานกับชุมชน แม่ๆ มักจะมีของฝากให้ลูกๆ ติดไม้ติดมือมาเสมอ ที่นี่ก็เอามะละกอ พริก มะเขือเทศ ซึ่งเป็นทรัพยากรในท้องถิ่นให้เรา แม้จะบอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่ฟัง ความน่ารักของคนธรรมดา การให้ของฝากแบบธรรมดา แต่มันช่างงดงามและมีคุณค่ามาก ขอบคุณ คปอ.อีสาน ที่ประสานเครือข่ายให้เข้าร่วมกิจกรรมกับเรา และยังให้ใช้สถานที่จัดกิจกรรม และขอบคุณผู้เข้าร่วมทุกคนค่ะ
#ทนายปีศาจ #ขอนแก่น #ชัยภูมิ

“ เมื่อเกิดการล่วงละเมิดทางเพศ กฎหมายไทยคุ้มครองผู้เสียหายได้จริงหรือ?“ นี่อาจจะเป็นคำถามหลังจากที่เราได้ดูหนัง เรื่องทน...
28/07/2026

“ เมื่อเกิดการล่วงละเมิดทางเพศ กฎหมายไทยคุ้มครองผู้เสียหายได้จริงหรือ?“

นี่อาจจะเป็นคำถามหลังจากที่เราได้ดูหนัง เรื่องทนายปีศาจ ตอนที่ 5 ซึ่งเป็นตอนที่เกี่ยวข้องกับการสืบพยานในคดีล่วงละเมิดทางเพศ หลายครั้ง ผู้เสียหายต้องเผชิญกับคำถามที่ไม่ควรเป็นคำถาม เช่น แต่งตัวแบบนั้นทำไม ทำไมไม่ขัดขืน ทำไมเพิ่งมาแจ้งความ คุณฟินหรือไม่ ผู้กระทำเอาเข้าไปลึกไหม ผู้กระทำทำจนเสร็จไหม มีน้ำออกไหม หรือแม้แต่ก็ถูกข่มขืนซ้ำด้วยคำถามจากผู้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม

ในขณะที่สิ่งที่ควรถูกตั้งคำถามมากที่สุด คือ ผู้กระทำและโครงสร้างของกฎหมายกับกระบวนการยุติธรรม ที่ยังอาจทำให้ผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่าการออกมาพูดความจริงนั้นยากยิ่งกว่าการเก็บเงียบ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงอคติทางเพศที่ส่งผลต่อการสืบสวน การดำเนินคดี และการตัดสินคดี นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ถูกกระทำในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกด้วย

จากการได้ถกเถียงพูดคุยหลังดูหนัง เราได้ชวนผู้เข้าร่วมทดลองออกแบบวิธีการรับมือกับภัยคุกคามในการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง เพื่อให้เห็นถึงปฏิกิริยาและความรู้สึกของผู้ถูกกระทำ ก่อนจะทดลองออกแบบชุดเครื่องมือในการรับมือเบื้องต้น เพื่อให้ผู้ที่ถูกกระทำรู้สึกไม่โดดเดี่ยวและยังมีพื้นที่ปลอดภัย และช่องทางการช่วยเหลือให้สามารถลุกขึ้นยืนในอนาคตได้
จึงเป็นคำถามหลังจากหนังจบว่า “ถึงเวลาแล้วหรือยังที่สังคมไทยต้องตระหนักถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทุกกระบวนการ รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศควรถูกแก้ไขอัพเดท และควรถูกระบุอย่างจริงจังในรัฐธรรมนูญ

📸: เก็บภาพบรรยากาศในการพูดคุยแลกเปลี่ยนของผู้เข้าร่วมดูหนังมาฝากค้าาา #ดูหนัง #ทนายปีศาจ #กฎหมาย #รัฐธรรมนูญ #พนักงานสอบสวนหญิงต้องมี

26/07/2026

พูดทำไม คำทักทายแบบนี้เมื่อหลายคนคิดว่าก็แค่ ทักทายขำ ๆ พูดแชว แต่กลับเป็นคำพูดที่ทำให้คนฟังรู้สึก 'ไม่ปลอดภัยสุด ๆ ' แล้วมีคำพูดไหนที่รู้สึกปลอดภัย และคำแบบไหนที่ไม่ต้องพูดออกมาบ้าง ?
#แซว #คำทักทาย #สัมภาษณ์ #เฟมินิสต์ปลาแดก

💥เธอ ดูหนังกันไหมมมเพื่อนๆ คนไหนอยู่สารคาม เราอยากชวนมาดูหนังกัน ดูแค่สั้นๆ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับคดีการล่วงละเม...
25/07/2026

💥เธอ ดูหนังกันไหมมม

เพื่อนๆ คนไหนอยู่สารคาม เราอยากชวนมาดูหนังกัน ดูแค่สั้นๆ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับคดีการล่วงละเมิดทางเพศ สิ่งที่เกิดขึ้นในหนังกำลังสื่อสารอะไรกับสังคมบ้าง แล้วเรื่องคดีการล่วงละเมิดทางเพศเกี่ยวข้อมกับรัฐธรรมนูญยังไง
🌿🌱🍃🍄🐦‍🔥🍄‍🟫🌵

พรุ่งนี้ใครสนใจมาเจอกัน มาดูหนังด้วยกันนะงับ💫
สถานที่ สวนซุมแซง มหาสารคาม
เวลา 10.00-15.น.

17/05/2026

"พี่ไม่รับเลือดกะเทย เพราะว่าน้องคือกลุ่มเสี่ยง"
คำปฏิเสธของเจ้าหน้าที่หลังแคนดี้ ประธานชมรมความหลากหลายทางเพศขอนแก่น ไปบริจาคเลือด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอโดนปฏิเสธ แต่นี่คือครั้งแรกที่บัตรบริจากเลือดมีข้อความว่า "ALL PERMANET" ซึ่งแปลว่า "ห้ามรับบริจาคเลือดตลอดชีวิต"
เธอกล่าวกับผู้สัมภาษณ์ว่า สิ่งนี้ไม่ถูกต้องเพราะเราก็เป็นคนๆ นึงที่ดูแลสุขภาพร่างกายอย่างดี และที่สำคัญเราไม่ได้มีพฤติกรรมเสี่ยง ทำไมเราจึงไม่สามารถบริจาคเลือดหรือเอาเลือดของเราส่งต่อให้กับคนอื่นได้

เนื่องในวัน IDAHOT ซึ่งเป็นวันยุติการเกลียดกลัวความหลากหลายทางเพศ และยุติการเลือกปฏิบัติ เราชวนฟังเรื่องราวของแคนดี้ ผู้ถูกปฏิเสธห้ามรับเลือดของเธอตลอดชีวิต อะไรคือสิ่งต้องห้าม ทำไมถึงต้องห้ามบริจาค แล้วเรื่องนี้ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ ชวนทุกคนมาฟังและถกเถียงไปด้วยกันค่ะ

#ยุติการเลือกปฏิบัติ + #บริจาคเลือด

10/05/2026

“แรงงานทุกคนต้องได้รับการคุ้มครอง”
_______________________________

หนึ่งในข้อความที่สกรีนบนเสื้อของสมาชิกเครือข่ายแรงงานผู้หญิงใน จ.ขอนแก่นใส่ในวันเดินขบวนรณรงค์วันแรงงานสากล (May day) เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา
เราอยากชวนทุกคนมาดู มาฟังเสียงของผู้ใช้แรงงาน ผู้ใช้ร่างกายของตนเองทำมาหากินจากหลากหลายอาชีพกับปัญหาที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ การเมืองที่ไม่มีความมั่นคงจึงส่งผลต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชนที่ถดถอย ส่งผลต่อกฎหมายแรงงานที่ถูกแช่แข็งไม่สอดคล้องกับสภาพงานในปัจจุบันที่ ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างขั้นต่ำที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่พุ่งขึ้นรายวัน กฎหมายยังไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มคนที่ทำงานอิสระ (Freelance) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าแรงงานนอกระบบ อาทิ Rider คนทำงานแพตฟอร์​มต่าง ๆ อาชีพฟรีแลนซ์ออนไลน์​ อาชีพนักดนตรีอิสระ กราฟฟิก แม่บ้าน คนรับจ้างเย็บผ้า คนขนผัก ขนของในตลาด นักเขียน นักข่าว รวมไปถึงอาชีพบริการ (S*x workers) และอาชีพอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีลักษณะจ้างประจำ
ปัญหาคือ หากพวกเขาไม่ได้ถูกคุ้มครองตามกฎหมายในฐานลูกจ้างพวกเขาจะไม่มีสวัสดิการอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นประกันสังคม ค่าชดเชยเยียวยาเมื่อถูกเลิกจ้าง เงินชดเชยหรือค่ารักษาเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน และไม่มีความมั่นคงใดๆ ในชีวิต สิ่งเหล่านี้ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตในระยะยาวของคนทำงานอิสระเหล่านี้อีกด้วย
นี่จึงเป็นเสียงสะท้อนที่สำคัญของคนทำงานที่รัฐควรได้ยิน และเป็นคำถามสำคัญอีกประการที่ว่า แล้วเมื่อไหร่กฎหมายแรงงานถึงจะถูกแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ต้องเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อให้รัฐธรรมนูญนั้นได้ดูแล คุ้มครองและปกป้องสิทธิทั้งชีวิตและสวัสดิภาพของประชาชนอย่างแท้จริง

#วันแรงงานสากล #1พฤษภา #กฎหมายแรงงาน #รัฐธรรมนูญใหม่

ที่อยู่

Ban Ped

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ เฟมินิสต์โขงชีมูน-เฟมปลาแดก โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง เฟมินิสต์โขงชีมูน-เฟมปลาแดก:

ทางลัด

แชร์