22/08/2026
ในภาวะที่หูทั้งสองข้างไม่ได้ยินเสียงแม้แต่สิ่งใด
การสื่อสารของตากับยาย จึงอาศัยเพียงการอ่านปากของคนตรงหน้า
ทั้งสองอยู่ในวัย 71 และ 73 ปี
และในคืนที่น้ำไหลทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็วและรุนแรง
สิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญ ไม่ได้มีเพียงความมืดของค่ำคืน
แต่ยังมีมวลน้ำที่กำลังเข้ามาถึงบ้านโดยไม่มีเสียงเตือนใด ๆ ให้ได้ยิน
ตาปลั่งนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงชั้นล่างของบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้
ยายผ่อนตื่นขึ้นในเวลาประมาณตีสี่ครึ่ง เพราะตั้งใจจะไปหุงข้าว
เมื่อเหลือบตามองออกไป จึงเห็นมวลน้ำขนาดใหญ่กำลังไหลเข้ามา
เมื่อเทียบระดับจากสายตา น้ำสูงขึ้นมาถึงกลางอกแล้ว
ยายผ่อนจึงรีบตรงไปปลุกตาปลั่ง
ลูกสาววัย 53 ปี ซึ่งมานอนเฝ้าแม่ที่ป่วย
ด้วยโรคหัวใจมานานกว่าสองเดือน
ได้ยินเสียงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น จึงรีบเข้ามาช่วย
“แม่ก็เลยรีบให้ตากับยายหนีออกทางหน้าต่างก่อน
เพราะแรงดันน้ำที่หน้าประตูทำให้สู้ไม่ไหว
ยายเองก็กังวลว่าของในบ้านจะพัง
พยายามบอกให้ตาปิดประตูบ้าน”
ในเวลานั้น ความห่วงของยายยังคงอยู่กับข้าวของที่อยู่ในบ้าน
แต่ลูกสาวรู้ดีว่า สิ่งที่ต้องรักษาไว้ก่อน
ไม่ใช่ของเหล่านั้น แต่คือชีวิตของคนในบ้าน
“แม่ได้แต่บอกตากับยายว่าไม่ต้องห่วงของแล้ว เอาชีวิตรอดก่อน”
เธอจึงช่วยดันตากับยายฝ่ากระแสน้ำ
พากันคลานขึ้นบันไดไม้ไปยังชั้นสองของบ้าน
ส่วนตัวเธอเองรีบไปปิดคัตเอาต์ไฟของบ้านลงก่อน
เมื่อทั้งสามชีวิตขึ้นมาอยู่บนชั้นสอง
แรงกระทบของสิ่งต่าง ๆ ที่มากับกระแสน้ำ
ยังคงปะทะเข้ากับเสาบ้านอย่างต่อเนื่อง
“บ้านมันสั่นไปหมด…”
ยายผ่อนบอกด้วยท่าทาง
ก่อนที่ลูกสาวจะช่วยแปลให้ฟัง
ในเวลานั้นยายผ่อนตัวสั่นไหวด้วยความกลัว
ใบหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งสามชีวิตรออยู่บนชั้นสองประมาณสองชั่วโมง
ก่อนจะมีทหารเข้ามาช่วยพาออกจากบ้าน
ทุกคนต้องฝ่ากระแสน้ำ
อาศัยกำแพงเป็นที่เกาะ
แล้วค่อย ๆ เดินไปทีละนิด
จากความกลัวในคืนนั้น
วันนี้กลับกลายเป็นความกังวลอีกอย่างหนึ่ง
แล้วหลังจากนี้ บ้านของตากับยาย
จะกลับมาเป็นที่อยู่อาศัยได้อย่างไร
แม้จะยังสามารถใช้ชีวิตอยู่บนบ้านไม้ชั้นสองได้
แต่สำหรับร่างกายในวัย 71 และ 73 ปี
การขึ้นลงบันไดในแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ด้านล่างของบ้านยังเต็มไปด้วยชั้นโคลน
ที่ถูกขุดออกทีละนิดโดยชาวบ้านและอาสาสมัครในพื้นที่
ขณะเดียวกัน เครื่องจักรทั้งรถแบ็กโฮและรถตัก
กำลังเข้ามาช่วยเคลียร์โคลนบริเวณโดยรอบบ้าน
โคลนที่หนากว่าครึ่งแข้งกำลังถูกทยอยนำออกไป
เพื่อเปิดพื้นที่ให้บ้านหลังนี้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
และเมื่อเครื่องจักรเปิดทางให้
ภารกิจต่อจากนั้นจึงเป็นหน้าที่ของทีมอาสาล้างบ้าน
ทีมจะเข้ามารับไม้ต่อ
ขจัดคราบโคลนที่ยังหลงเหลืออยู่
ทำความสะอาดด้วยน้ำยา
ล้าง เช็ด และจัดการพื้นที่ภายในบ้านทีละส่วน
เพื่อให้บ้านที่วันนี้ยังเต็มไปด้วยร่องรอยของน้ำ
ค่อย ๆ กลับมาเป็นบ้านที่ตากับยาย
สามารถกลับเข้ามาอยู่ได้อีกครั้ง
สนับสนุนเป็นแบ็กอัพช่วยอาสาล้างบ้าน
และการเปิดโรงครัวเพื่อผู้ประสบภัย ได้ที่
บัญชี โครงการภัยพิบัติ โดยมูลนิธิกระจกเงา
เลขที่ 507-410183-8 ธนาคารไทยพาณิชย์
พิกัดศูนย์อาสาล้างบ้าน วัดภูเก็ต
https://maps.app.goo.gl/MoB1An8nFZcHnLqS7?g_st=ic
สำหรับอาสาสมัครที่ต้องการเข้าช่วยเหลือในพื้นที่ สามารถติดต่อได้ที่
คุณเนียร์เบอร์ 06-2923-1503
เวลา 09:00-16:00 น.
#ฟื้นฟูบ้านเรือนช่วยเหลือผู้ประสบภัย
#น้ำท่วมน่าน
#น่าน
#อาสาล้างบ้าน
#มูลนิธิกระจกเงา