อาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม

อาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
https://www.facebook.com/EPV.or.th

อาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม กำเนิดมาจากโครงการอาสาสมัครพิทักษ์ภูกระดึงสู่ป่าทั่วไทย ของกลุ่ม อาสาสมัครพิทักษ์ภูกระดึง ซึ่งเป็นกลุ่มที่เกิดจากการรวมตัวกันของนักท่องเที่ยวและนักอนุรักษ์ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554 โดย ว่าที่ร้อยตรีสราวุฒิ สารคำ เปิดกลุ่มขึ้นใน facebook.com มีบทบาทในการกำหนดทิศทางอนาคตภูกระดึง เกี่ยวกับประเด็นเรื่องโครงการสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระ

ดึง ด้วยการจัดเสวนา และส่งตัวแทนไปร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อต่างๆ อีกทั้งยังได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยการรวมตัวกันไปเก็บขยะที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ต่อมา ว่าที่ร้อยโทสราวุฒิ สารคำ ได้รวบรวมเพื่อนสมาชิก จัดโครงการอาสาสมัครพิทักษ์ภูกระดึงสู่ป่าทั่วไทย เพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ ในประเทศ ได้มีการจัดกิจกรรมปลูกป่าขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอยเป็นพื้นที่แรก ต่อมาจึงได้ก่อตั้งขึ้นเป็นกลุ่มใหม่ ใช้ชื่อว่า “อาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม” เพื่อให้ครอบคลุมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ อย่างเต็มรูปแบบ

สส. ถ้าจะสื่อสารประเด็นนี้ ต้องใช้คำว่า “อยู่ก่อนประกาศเขตอุทยาน” ครับ ไม่ใช่ใช้คำว่า “อยู่ก่อนขีดเส้นป่า” คนจะได้เข้าใจ...
22/06/2026

สส. ถ้าจะสื่อสารประเด็นนี้ ต้องใช้คำว่า “อยู่ก่อนประกาศเขตอุทยาน” ครับ ไม่ใช่ใช้คำว่า “อยู่ก่อนขีดเส้นป่า” คนจะได้เข้าใจง่าย

บางคนก็ตึงเกิน มาเถียงว่าคนจะอยู่ก่อนป่าได้ยังไง ?

ทุกพื้นที่ในประเทศ แม้แต่ในกรุงเทพฯ หรือคอนโดที่หลายคนอาศัยอยู่ ล้วนเคยเป็นป่าทั้งนั้นครับ สส. คนนี้เขาหมายถึง ชาวบ้านบางกลุ่มอยู่ก่อนจะมีแนวเขตอุทยานแห่งชาติ

ซึ่งประเด็นทับลาน มันมีทั้งชาวบ้านที่อยู่ก่อนประกาศอุทยานจริง และมีทั้งชาวบ้านที่มาบุกรุกทีหลังแล้วสวมสิทธิ์ ตีเนียน ปะปนกับชาวบ้านกลุ่มเดิมที่อยู่มาตั้งแต่ปู่ย่า

บางส่วนยิ่งเลวร้ายกว่าคือเป็นนอมินีให้กลุ่มทุนเอาไปทำที่พักรีสอร์ท
ซึ่งนักอนุรักษ์ส่วนใหญ่ที่เซฟทับลาน เขามักจะหมายถึง ชาวบ้านที่มาสวมสิทธิ์ทีหลังนี้

สส.ปชน.เตือนสติ อย่ามั่ว!Saveทับลาน คนอยู่มาก่อน ขีดเส้นป่าทับทีหลัง

วันที่ 22 มิ.ย.69 นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสงดความคิดเห็นกระแส Save ทับลานว่า อย่ามั่ว “เซฟทับลาน” คนอยู่มาก่อน รัฐขีดเส้นป่าทับทีหลัง พื้นที่เพิกถอนคือหมู่บ้าน ที่ทำกิน ไม่ใช่ป่า ไม่มีสัตว์ป่า ขณะนี้กระแส “เซฟทับลาน” กลับมาอีกครั้ง และเกิดขึ้นเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง กระพือโดยสื่อและอินฟลูเอนเซอร์ ปล่อยข้อมูลที่เป็นเท็จและใช้รูปภาพจากที่อื่นมาบิดเบือน และยังปล่อยวาทะเหยียดคนชนบท ทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าการเพิกถอนแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน คือ การยกป่าให้พวกที่เพิ่งบุกรุกแล้วขายนายทุน

นายเลาฟั้ง กล่าวว่า เมื่อดูเนื้อหาของสื่อที่ถูกปล่อยออกมา เป็นการใช้วาทะปลูกระดม แล้วใส่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริงของพื้นที่ ทำให้คนเข้าใจผิดและเกิดอารมณ์ร่วม ซึ่งความจริงคือ พื้นที่ทับซ้อน 265,285 ไร่ นั้นมีคนอยู่อาศัยและทำกินมาก่อนแล้ว และแนวเขตป่ามาประกาศทับทีหลัง พูดง่ายๆ คือ ชาวบ้านเป็นผู้เสียหายจากการถูกแนวเขตป่าทับ ลองคิดในทางตรงกันข้าม หากที่ดินของคุณถูกประกาศทับเป็นเขตอุทยาน คุณจะยอมหรือไม่ การเพิกถอนไม่ใช่เพิ่งมาคิดเองทำเองตอนนี้ แต่มีการทำต่อเนื่องมานานมากแล้ว กล่าวคือ

พ.ศ. 2543 รัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานปรับปรุงแนวเขตและได้ทำการสำรวจร่วมกันระหว่างตัวแทนชาวบ้านกับหน่วยงานรัฐเพื่อกันพื้นที่ทับซ้อนออก และได้ข้อยุติแล้ว

พ.ศ. 2548 ในขณะรัฐบาลไทยนำอุทยานลับลานไปขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก ทาง UNESCO ก็ได้เสนอแนะให้รัฐบาลไทยเร่งกันแนวเขตที่มีคนอยู่ 273,581 ไร่ ออก ซึ่งรัฐบาลไทยก็ได้รับปากว่าจะทำให้เสร็จภายในปี 2550 แต่กลับล่าช้ามาจนถึงปัจจุบัน

พ.ศ. 2558 มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อจัดเวทีรับฟังความเห็น และได้ข้อยุติว่าให้ยึดตามแนวเขตที่มีการปรับปรุงใหม่เมื่อปี พ.ศ 2543

ดั้งนั้น การเพิกถอนแนวเขตอุทยานฯ ทับลานครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ทำต่อเนื่องมานาน และที่สำคัญมติของคณะกรรมการให้เพิกถอนน้อยกว่าพื้นที่ทับซ้อนจริง นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ที่ผ่านมามีการทำแบบนี้มาหลายต่อหลายครั้ง ที่ผ่านมามีสื่อบางกลุ่มและอินฟลูเอนเซอร์ออกมาสร้างกระแสโจมตีและบิดเบือนทางสื่อโซเชียล เพื่อขัดขวางการแก้ไขปัญหาที่ดินในเขตป่า เช่น กรณีบางกลอย ภูทับเบิก ทับลาน 1 นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า และครั้งนี้ก็คือทบลาน 2

นายเลาฟั้ง ระบุ สิ่งที่น่าสงสัย คือ ท่ามกลางความการสร้างกระแสให้เกิดความสับสนอย่างกว้างขวางในสังคม รัฐบาลแทบไม่ออกมาชี้แจงหรือให้ข้อมูลที่ถูกต้องให้แก่สังคม แม้จะมีอธิบดีกรมอุทยานออกมาพูดบ้าง แต่ไม่ถูกสื่อสารในวงกว้างพอ ทั้งๆ ที่รัฐบาลมีช่องทางสื่อสารสาธารณะมากมาย หรือว่าจริงๆ แล้ว ฝ่ายรัฐบาลต้องการให้เกิดความขัดแย้งเช่นนี้ เพื่ออ้างเป็นเหตุชะรอและยุติกเพิกถอนแนวเขตอุทยานฯ ทับลาน

#เลาฟั้งบัณฑิตเทอดสกุล #พรรคประชาชน

22/06/2026

วันนี้เห็นคุณอิงฟ้าออกมาโพสต์คอลเอาท์ทับลาน เรื่องนี้ท่าจะยุ่ง เนี่ย ที่ดินแถวบ้านเราเอง มีเพื่อนบ้านไปทำรีสอร์ทแถวนั้นด้วย อยู่คนละฝั่งภูเขานี่เอง

ยิ่งมีดารา มีคนดังออกมาช่วยรณรงค์ ยิ่งทะเลาะกันแรง ทั้งๆ ที่ทั้งสองฝ่ายต้องการช่วยชาวบ้าน และต้องการปกป้องป่าในอุทยานเหมือนกัน

ฟาดกันเอง ฟาดกันแรงอย่างนี้
นักการเมือง นายทุนคงนั่งหัวเราะกันสนุก

🌻

ใครที่บอกว่าที่ดิน ส.ป.ก. ซื้อขายไม่ได้นี่ไม่จริงเลย ใครอยู่แถวนี้ แวดวงนี้จะรู้ดีว่า แม้ไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ เลยก็ซื้อขายกันได้เยอะแยะ

เราเคยรู้จักชาวบ้านคนหนึ่งที่เอาที่ดินไปค้ำเงินกู้นอกระบบ จู่ๆ วันหนึ่งพบว่าหลังโฉนดเปลี่ยนเป็นชื่อคนอื่นได้เฉยเลย ทั้งๆ ที่เจ้าของโฉนดไม่เคยไปโอนให้

ประเทศเรามันเป็นได้ขนาดนั้นแหละ

ปัญหาที่ดินทับลานเป็นข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมานานกว่า 40 ปี เริ่มจากความผิดพลาดของรัฐเองล้วนๆ

ในช่วงปี 2519-2520 รัฐเคยนำพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมมาจัดสรรให้ชาวบ้านทำกินและอยู่อาศัย เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและความมั่นคงในพื้นที่

แต่พอถึงปี 2524 กรมป่าไม้ประกาศตั้งอุทยานแห่งชาติทับลานโดยใช้แผนที่เก่าที่ไม่ตรงกับสภาพพื้นที่จริง ทำให้แนวเขตอุทยานฯ ไปทับซ้อนกับที่ดินที่รัฐเองเคยจัดสรรให้ชาวบ้านไปแล้ว ผลคือชาวบ้านจำนวนมากกลายเป็นผู้บุกรุกป่าโดยไม่ตั้งใจ และมีคดีความสะสมหลายร้อยคดีตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

นอกจากปัญหาแนวเขตที่คลาดเคลื่อนแล้ว ยังมีปัญหาการบุกรุกป่าจริงที่ซับซ้อนไม่แพ้กัน คือการที่นายทุนใช้ชาวบ้านเป็นเครื่องมือ ลักลอบปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างยางพาราหรือปาล์มในป่า

รอจนต้นไม้โตมีอายุ แล้วค่อยตัดป่าเดิมออกเพื่อให้ดูเหมือนเป็นสวนที่ทำกินมานาน

จากนั้นจึงไปขอสิทธิ์ทำกินและขายต่อให้นายทุนผ่านสัญญากู้ยืมเงิน เพราะกฎหมายห้ามซื้อขายสิทธิ์ในที่ดิน ส.ป.ก. โดยตรง ทำให้ป่าหลายแห่งเสื่อมโทรมลงเรื่อย ๆ และรัฐต้องเข้าไปจัดการแก้ปัญหาตามหลัง

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติมีมติปรับปรุงแนวเขตทับลาน โดยเพิกถอนพื้นที่ราว 155,865 ไร่ ส่งมอบให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จัดสรรให้ชาวบ้านที่อยู่อาศัยทำกินมาก่อนจริง

ส่วนพื้นที่พิพาทที่เหลืออีกราว 109,420 ไร่ ซึ่งอยู่นอกเขต ส.ป.ก. และนอกโครงการรัฐ ทางบอร์ดอุทยานฯ ตัดสินใจชะลอไว้ก่อน ไม่เพิกถอนทันที แต่จะใช้มาตรา 64 ของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พิสูจน์สิทธิ์ประชาชนกว่า 5,200 รายให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน โดยใช้หลักฐานภาพถ่ายดาวเทียมและประวัติการครอบครองก่อนปี 2524

ส่วนคดีบุกรุกป่าที่มีอยู่ก่อนแล้วจะยังคงดำเนินต่อไปตามกฎหมาย ไม่มีการนิรโทษกรรม

ฝ่ายอนุรักษ์ นำโดยมูลนิธิสืบนาคะเสถียรและเครือข่ายนักอนุรักษ์ ออกมาคัดค้านการเพิกถอนแบบเหมาเข่ง เพราะกังวลว่ากระบวนการตรวจสอบสิทธิ์อาจไม่รัดกุมพอจนเปิดช่องให้นายทุนสวมสิทธิ์ปะปนกับชาวบ้านจริง และกลัวว่า "ทับลานโมเดล" นี้จะถูกนำไปอ้างใช้ปลดล็อกพื้นที่ป่าอนุรักษ์อื่นทั่วประเทศ เช่น เกาะเสม็ด หรือเกาะช้าง

ส่วนฝ่ายสิทธิชุมชน อย่างกลุ่ม Land Watch THAI และชาวบ้านในพื้นที่ มองว่าการกันแนวเขตออกคือการคืนความถูกต้อง ไม่ใช่การแจกป่าให้ใคร เพราะที่ดินเหล่านี้รัฐเองเป็นผู้จัดสรรให้ชาวบ้านมาก่อน การปล่อยให้สถานการณ์คาราคาซังต่อไปมีแต่จะทำให้ชาวบ้านถือเอกสารสิทธิ์ที่ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ และยังต้องเสี่ยงคดีบุกรุกป่าต่อไปเรื่อย ๆ

ความขัดแย้งนี้ไม่ได้อยู่ที่หลักการ เพราะทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรคุ้มครองชาวบ้านที่อยู่มาก่อนจริงและจัดการนายทุนที่บุกรุกป่าอย่างเด็ดขาด

แต่ความขัดแย้งอยู่ที่ความไว้ใจในกระบวนการตรวจสอบ ฝ่ายอนุรักษ์ไม่มั่นใจว่าหน่วยงานรัฐจะแยกแยะนายทุนออกจากชาวบ้านได้แม่นยำพอ

ในขณะที่ฝ่ายชุมชนมองว่าการรอพิสูจน์สิทธิ์โดยไม่กันแนวเขตออกก่อน คือการปล่อยให้คนบริสุทธิ์ต้องแบกรับสถานะผู้บุกรุกป่าต่อไปโดยไม่จำเป็น

การแก้ปัญหาครั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับว่ากระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ภายใน 6 เดือนข้างหน้าจะโปร่งใสและแม่นยำเพียงพอหรือไม่

คำว่า โปร่งใสนั้น
แค่พูดถึงมันตรงนี้ ก็ปวดใจแล้ว

🌻

ถ้าจะมีรางวัลออสการ์สาขานักแสดงยอดเยี่ยมประจำผืนป่า ทับลานคงได้เข้าชิงทุกปี เพราะที่นี่มีฉากเดิมเล่นซ้ำมาสี่สิบกว่าปี คือฉากชาวบ้านยากจนถูกจับเพราะปลูกมันสำปะหลังประทังชีวิตตัดสลับกับฉากรีสอร์ตหรูพูลวิลลากลางป่าที่บังเอิญมีนักการเมืองเป็นเจ้าของ

น่าทึ่งที่ทั้งสองฉากนี้มักเกิดในที่ดินผืนเดียวกัน ห่างกันแค่ไม่กี่ปี

เปิดสถิติ กรมอุทยานฯ เคยดำเนินคดีบ้านพักตากอากาศและรีสอร์ตที่บุกรุกทับลานไปแล้วกว่า 400 คดี และพบว่าเจ้าของหลายรายเป็นผู้มีอันจะกิน ตั้งแต่นักการเมืองระดับชาติ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ไปจนถึงอดีตตำรวจยศพลตำรวจเอก

แปลกที่คนกลุ่มนี้ไม่ค่อยปรากฏตัวในข่าวชาวบ้านเดือดร้อนไม่มีที่ทำกินสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่คงยุ่งอยู่กับการดูแลสระว่ายน้ำวิวเขาใหญ่ของตัวเองนั่นแหละ

แต่ก่อนจะถึงขั้นมีสระว่ายน้ำ มันต้องผ่านขั้นตอนที่ดูบริสุทธิ์ผุดผ่องเสียก่อน คือให้ชาวบ้านเดินเรื่องขอสิทธิ์ทำกินในนามตัวเอง ปลูกพืชเศรษฐกิจทิ้งไว้สักพัก รอให้ดูเป็นสวนเก่าแก่ จากนั้นจึงค่อยทำสัญญากู้ยืมเงินผูกมัดกันไว้

เพราะกฎหมายบอกว่าที่ดิน ส.ป.ก. ห้ามซื้อขาย แต่ไม่มีกฎหมายข้อไหนห้ามนายทุนใจดีปล่อยกู้ให้ชาวบ้านในอัตราที่บังเอิญเท่ากับราคาที่ดินพอดิบพอดี

ส่วนเรื่องที่ชาวบ้านจะ “เบี้ยวหนี้” คืนที่ดินภายหลังนั้น แทบไม่เคยเกิดขึ้น เพราะสัญญาเขียนมาดีเหลือเกิน

ที่น่าขำแบบขมๆ คือ พอเจ้าหน้าที่ไปถึงหน้างานจริง ภาพที่เห็นมักไม่ใช่ชาวนาสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ยืนน่าเศร้า แต่จัเป็นสวนยางพาราเรียงแถวเป็นระเบียบราวกับใช้เลเซอร์วัด ถามใครก็ไม่มีใครรับว่าเป็นเจ้าของ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ฟันต้นยางสักสองสามต้น เสียงร้องไห้ก็ดังขึ้นทันที พร้อมคำให้การว่า รับจ้างปลูกเฉยๆ มีคนจ้างให้ดูแลแล้วใช้ชื่อตัวเองในเอกสารสิทธิ์

กลายเป็นว่าน้ำตาที่หลั่งจริง คือน้ำตาของลูกจ้าง ส่วนคนได้ที่ดินไปนั่งอยู่อีกที่หนึ่ง ไกลจากกลิ่นยางและฝุ่นดินมากพอสมควร

วงการนี้มีศัพท์เทคนิคคำหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘ส.ป.ก. บวม’ คือเอกสารสิทธิ์ที่ออกไปไกลเกินกว่าคนจนจะตามไปถึง

วันดีคืนดีกลับพบว่าที่ดินแปลงเดียวกันนั้นมีโฉนดทับซ้อนเขตอุทยานฯ และดันกลายเป็นรีสอร์ตหรูในเวลาไล่เลี่ยกัน เหมือนที่ดินผืนนี้มีพรสวรรค์พิเศษ เปลี่ยนร่างจากแปลงเกษตรยากจนเป็นบ้านพักตากอากาศได้ในไม่กี่ปี โดยไม่ต้องพึ่งนักมายากลที่ไหนเลย

เมื่อมาถึงจุดที่รัฐต้องแก้ปัญหา เกมยิ่งเข้มข้น เพราะคนที่ได้เสียงดังที่สุดในการ ’ปกป้องสิทธิชาวบ้าน‘ บางครั้งกลับไม่ใช่ชาวบ้านตัวจริง อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ ท่านหนึ่งถึงกับออกมาเตือนตรงๆ ว่าการเพิกถอนพื้นที่ครั้งนี้เสี่ยงเอื้อ ’นอมินี‘ มากกว่าคนจนจริง เพราะที่ดินกว่าแสนห้าหมื่นไร่ในเขตวังน้ำเขียวนั้น เจ้าของตัวจริงบางรายมีรถหรูจอดหน้าบ้านมากกว่าจอบเสียมเสียอีก

ฝ่ายรัฐเองก็ยืนยันหนักแน่นทุกครั้งว่า “ทำเพื่อคนจนจริง ไม่ใช่นายทุน” มันก็ฟังดูน่าดูดีอยู่หรอกจนกว่าจะถามต่อว่าแล้วใครจะเป็นคนพิสูจน์ว่าใครจนจริง

ในเมื่อระบบเดิมที่ผ่านมาก็ปล่อยให้รีสอร์ตหรูสร้างเสร็จไปแล้วถึง 400 กว่าหลัง กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นที่ป่า ความซื่อสัตย์ของกระบวนการตรวจสอบจึงเป็นโจทย์ที่หนักกว่าการตรวจ DNA เสียอีก เพราะอย่างน้อย DNA ยังโกหกไม่ได้

เรื่องทับลานไม่ใช่แค่เรื่องคนจนโดนเอาเปรียบอย่างที่หลายคนชอบเล่า มีชาวบ้านเดือดร้อนจริง ตรงนี้หาหลักฐานพิสูจน์ได้ไม่ยาก ปัญหาจึงอยู่ที่พวกปรสิตที่แอบอยู่ข้างหลังชาวบ้านเหล่านั้นต่างหาก

การที่คนออกมาปกป้องทับลานกันไม่ใช่เพราะเขามองไม่เห็นความลำบากของชาวบ้าน ทุกคนเห็น และยังเห็นด้วยว่าละครเรื่องเฉือนป่านี้ มีนายทุนเขียนบท มีนักการเมืองกำกับ และชาวบ้านบางส่วนรับบทเป็นแค่นักแสดงประกอบฉากเท่านั้น

ส่วนคนที่ได้รับเงินค่าตัวจริง ได้ประโยชน์จากการเฉือนป่าจริงครั้งนี้ คือคนที่ไม่เคยปรากฏตัวในกองถ่ายเลยสักครั้งต่างหาก

🌻

ใครเคยไปเที่ยวทับลาน จะรู้ดีว่าทำไมมันจึงมีคนอยากได้นัก โดยเฉพาะในหลายปีมานี้ ความนิยมเรื่องพูลวิลล่าในไทยแรงจัด จากหลายแรงผลักดันที่มาบรรจบกันพอดี

จุดเริ่มต้นจริง ๆ มาจากกลุ่มรีสอร์ตหรูในภูเก็ตและบาหลีช่วงปี 2000s ที่นำคอนเซปต์ความเป็นส่วนตัวระดับวิลล่ามาแทนห้องพักโรงแรมแบบเดิม จับกลุ่มฮันนีมูนและนักท่องเที่ยวต่างชาติระดับบนเป็นหลัก แล้วโมเดลนี้ค่อยๆ ไหลลงมาสู่ตลาดในประเทศ

ตัวเร่งสำคัญที่ทำให้พูลวิลล่ากลายเป็นกระแสมวลชนจริง ๆ คือโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ Instagram และต่อมาคือ TikTok เพราะพูลวิลล่าตอบโจทย์การถ่ายรูปสวย มีสระส่วนตัว มีมุมถ่ายที่ดูเหมือนหลุดมาจากรีสอร์ตต่างประเทศ โดยไม่ต้องเดินทางไกล กลายเป็นสัญลักษณ์สถานะ (status symbol) แบบหนึ่งที่คนรุ่นใหม่อยากแชร์ในฟีด

อีกแรงหนุนคือพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปหลังโควิด คนเริ่มหันมาเที่ยวใกล้บ้าน (staycation) และเลี่ยงพื้นที่ส่วนกลางแออัดแบบโรงแรม พูลวิลล่าตอบโจทย์เพราะเช่าทั้งหลัง ไปกันเป็นกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว ทำกิจกรรมส่วนตัวได้เต็มที่ ทั้งปาร์ตี้ บาร์บีคิว คาราโอเกะ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรบกวนคนอื่นหรือถูกมองจากแขกข้างห้อง

ในมุมธุรกิจ พูลวิลล่ายังเป็นโมเดลที่ลงทุนสร้างง่ายกว่าโรงแรมขนาดใหญ่ ใช้พื้นที่ดินเป็นแปลงๆ ไม่ต้องขออนุญาตอาคารสูงหรือโรงแรมแบบเต็มรูป จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักลงทุนรายย่อยถึงรายใหญ่ที่อยากเข้าตลาดท่องเที่ยวเร็ว

จุดนี้เองที่ทำให้พื้นที่ธรรมชาติสวยงามอย่างเขาใหญ่ วังน้ำเขียว หรือเขตติดป่า กลายเป็นทำเลทองสำหรับการพัฒนาพูลวิลล่า

เพราะวิวภูเขาผสมผสานกับความเงียบสงบคือจุดขายที่สำคัญที่สุด และนี่ก็คือจุดสำคัญที่ทำให้การบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างทับลานเป็นกระบวนการที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง

🌻

ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับรีสอร์ท/พูลวิลล่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน (ข้อมูล ณ มิถุนายน 2569) กรมอุทยานฯ และสื่อรายงานว่า มีคดีบุกรุกที่เกี่ยวข้องกับรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ และสิ่งปลูกสร้างหรู ประมาณ 400-493 คดี (ตัวเลขอาจแตกต่างเล็กน้อยตามแหล่งข้อมูล) ในพื้นที่ทับซ้อน/พิพาท

โดยเฉพาะในกลุ่มพื้นที่ ‘สีชมพู’ ประมาณ 109,420 ไร่ ที่บอร์ดอุทยานฯ ชะลอการเพิกถอนเพื่อตรวจสอบสิทธิ์เพิ่มเติม

จากคดีทั้งหมดส่วนใหญ่เป็น รีสอร์ทหรูและบ้านพักตากอากาศ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกระดับสูง เช่น สระว่ายน้ำส่วนตัว (พูลวิลล่า) หลายแห่ง

พื้นที่บุกรุกจากคดีเหล่านี้อย่างน้อย 11,000 ไร่ (ข้อมูลจากกรมอุทยานฯ) และเคยมีการยึด/รื้อถอนมาแล้วหลายร้อยรายการ (เช่น ปี 2559-2560 ยึดกว่า 200 รายการ) แต่ยังเหลือคดีค้างจำนวนมาก

ตัวอย่างคดีเด่น เช่น 88 การ์มองเต้ รีสอร์ท เป็นหนึ่งในคดีดังที่ถูกพูดถึงบ่อย มีรายงานการบุกรุกเพื่อสร้างรีสอร์ทโดยนักการเมือง ข้าราชการ และนายทุน

ส่วนรีสอร์ทที่อยู่ นอกเขตอุทยาน หรือใกล้เคียง (เช่น ในวังน้ำเขียว) มีหลายแห่งที่เปิดให้บริการปกติและมีพูลวิลล่า แต่ที่อยู่ในพื้นที่พิพาท/บุกรุก คือส่วนที่มีปัญหาคดี

รวมรีสอร์ทและสิ่งปลูกสร้างบุกรุกที่หรูหรา (รวมพูลวิลล่า) อยู่ในระดับหลายร้อยคดี โดยส่วนใหญ่ยังค้างคดีและถูกชะลอตรวจสอบในพื้นที่ 109,420 ไร่

🌻

ถึงวันนี้ เราเองคนในพื้นที่ติดๆ กันยังงงไม่หาย ว่ารัฐปล่อยมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

ป่าทับลานเองก็คงงงไม่น้อย ที่ตัวเองต้องเป็นทั้งบ้านของชาวบ้านยากไร้ เป็นทั้งสนามหญ้าเขียวขจีในสวนหลังบ้านของนายทุน รวมถึงเป็นเวทีหาเสียงของนักการเมืองไปพร้อมกัน

หากต้นไม้พูดได้ ภูเขาทับลานพูดได้ มันคงอยากถามสักคำว่า ทุกคนอ้างว่าจะทำเพื่อคนจนกันขนาดนี้ แล้วทำไมที่ดินแถวนี้ถึงไปจบที่สระว่ายน้ำวิวภูเขาเสียทุกที

โคตรเศร้า!

🌻

22/06/2026

เบรกอิงฟ้า ทับลานอ่อนไหวที่มาที่ไปเยอะ ต้องศึกษาก่อนโพสต์ พูดแทนสัตว์ป่าอย่าลืมความเป็นมนุษย์

อ่านรายละเอียดในคอมเมนต์

ับลาน #ทับลาน #อิงฟ้า

17/06/2026

อธิบดีกรมอุทยานฯ ยันเฉือนทับลาน 1.5 แสนไร่ "ไม่แตะป่าสมบูรณ์" ลั่นใช้มาตรฐาน "One Map"
กรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อห่วงใยของสาธารณชนเกี่ยวกับกรณีการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เนื้อที่ 150,000 ไร่ ตาม ครม.วันที่ 14 มี.ค.2566 ภายใต้โครงการ One Map นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์วิธีการแก้ปัญหาในลักษณะนี้ ว่า มีความเหมาะสมและถูกต้องที่สุด และผ่านกระบวนการตัดสินใจร่วมกันจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แนวทางแก้ปัญหาทับลาน ต้องมองมิติดูแลทรัพยากรป่าไม้สัตว์ป่า และมิติช่วยเหลือประชาชน จะต้องช่วยคนที่เดือดจริงๆ และครั้งนี้ยังจะพิจารณาว่าที่เคยเป็นที่ดินในโครงการของรัฐมาก่อน ยังไม่ได้พิจารณาถึงคุณสมบัติของบุคคล สุดท้ายแล้วหากจัดสรรที่ดิน ทั้ง ส.ป.ก. ,คทช. หรือมาตรา 64 แต่ถ้าคนไม่มีคุณสมบัติ หรือครอบครองที่ดินไม่ถูกต้องจะไม่มีสิทธิได้รับที่ดิน ซึ่งเป็นหลักการสำคัญ พร้อมยืนยันว่าพื้นที่ 150,000 ไร่ที่เพิกถอนไม่แตะต้องป่าธรรมชาติ ไม่มีป่าธรรมชาติถูกเฉือนออกไป โดยพื้นที่ดังกล่าวมีประชาชนทำกินอาศัยอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องสกัดว่ากลุ่มไหนควรต้องได้รับการช่วยเหลือ
โดยเฉพาะกลุ่มที่ 1 , 2 และ 3 เป็นพื้นที่เคยประกาศผ่อนปรนให้ชาวบ้านอยู่อาศัยมาก่อน แต่หากตรวจสอบพบผู้ครอบครองที่ไม่ถูกต้องหรือไม่คุณสมบัติจะถูกตัดสิทธิ ส่วนกลุ่มที่ 4 พื้นที่กว่า 100,000 ไร่รวมหมู่บ้านไทยสามัคคี ที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการเพิกถอน เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่าในอดีตไม่เคยมีประวัติการประกาศเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. หรือจัดสรรโดยรัฐเพื่อความมั่นคง จึงต้องชะลอไว้ก่อน
การพิสูจน์สิทธิกลุ่มที่ 4 พบว่า 5,200 ราย ที่มีประวัติการทำกิน ได้รับข้อมูลหลักฐานจากสคทช.ที่ประชุมจึงมีมติให้เร่งสำรวจพิสูจน์สิทธิ์ให้เร็วที่สุดภายใน 6 เดือน หากใครอยู่มาก่อนจริงต้องให้สิทธิ สาเหตุต้องความเข้มงวด เพราะมีคดี 450 คดี จาก 550 คดีในทุกกลุ่ม จึงต้องระมัดระวังไม่ให้กลุ่มไม่ถูกต้องเข้ามาปะปนกับกลุ่มคนที่ทำถูกต้อง
นอกจากนี้แม้จะมอบป่าทับลานที่ถูกเพิกถอนให้ส.ป.ก.แล้ว กรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ ยังต้องช่วยควบคุมไม่ให้เกิดปัญหา หากส.ป.ก.ทำผิดเงื่อนไขนำไปออกโดยมิชอบ ส.ป.ก.ต้องรับผิดชอบ เพราะสถานภาพยังเป็นที่ดินของรัฐ ขณะเดียวกันพื้นที่มีศักยภาพเป็นอุทยานจะผนวกเป็นอุทยาน หรือป่าชุมชน ตัวเลขพื้นที่ 150,000 ไร่ จึงไม่ใช่พื้นที่ป่าที่หายไป ไม่ยกที่ดินหรือเอื้อประโยชน์ให้ใคร อีกทั้งจะมีการใช้ One Map มาตรฐานเดียวทั่วประเทศไม่ได้เลือกปฏิบัติเฉพาะที่ทับลาน.
#ทับลาน ับลาน
#เดลินิวส์ออนไลน์

กิจกรรมเมล็ดพันธุ์ความดี น้ำตกเก้าโจน สวนผึ้ง จ.ราชบุรี 14 มิ.ย. 2569
15/06/2026

กิจกรรมเมล็ดพันธุ์ความดี น้ำตกเก้าโจน สวนผึ้ง จ.ราชบุรี 14 มิ.ย. 2569

04/06/2026

ผลดีเอ็นเอออกแล้ว เหงา กระทิงหนุ่ม หนีไฟป่าชายแดน แท้จริงคือ กายาล อุทยานฯส่งคืนเจ้าของที่รัฐฉานทันที

อ่านรายละเอียดในคอมเมนต์

31/05/2026
โครงการเมล็ดพันธุ์ความดี ( รุ่นที่ 4 ) 14 มิถุนายน 2569ณ น้ำตกเก้าโจน ( น้ำตกเก้าชั้น ) ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรีวัต...
26/05/2026

โครงการเมล็ดพันธุ์ความดี ( รุ่นที่ 4 ) 14 มิถุนายน 2569
ณ น้ำตกเก้าโจน ( น้ำตกเก้าชั้น ) ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

วัตถุประสงค์และประโยชน์ของโครงการ
1. เผยแพร่ความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกผู้เข้าร่วม
2. สร้างแกนนำเครือข่ายนักอนุรักษ์ที่จะคอยเกื้อหนุนกันในภายภาคหน้า
3. รณรงค์สังคมโดยการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ผ่านสื่อ

กำหนดการ

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569

07.30 น ผู้ที่สมัครแบบเดินทางไปกับรถตู้ของทางคณะ ลงทะเบียนหน้าเซเว่นอีเลเว่น ปตท.สนามเป้า ( พหลโยธินฝั่งขาอนุสาวรีย์ชัยฯ ใกล้บีทีเอสสนามเป้าและ ททบ.5 ) , รถออก 08.00 น
- รถวิ่งเส้นบรมราชชนนี ไปทางนครปฐม-ราชบุรี

11.00 น ผู้ที่สมัครแบบเดินทางเอง นัดพบที่บริเวณศาลาลานจอดรถน้ำตกเก้าโจน ( น้ำตกเก้าชั้น )
- เมื่อพร้อมแล้ว ช่วยกันถือของ เสบียงอาหารและน้ำดื่ม เดินตามกันเข้าพื้นที่น้ำตก
- รวมตัวบริเวณใต้ร่มไม้ ฟังการบรรยายเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า อาสาสมัครจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการแบ่งประเภทป่า รู้จักพันธุ์ไม้ที่มีประโยชน์สำคัญๆ ของป่าเมืองไทย และการใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรต่างๆ

12.00 น แจกอาหารและน้ำดื่ม ปล่อยแยกย้ายพักรับประทานอาหารกลางวัน หาที่นั่งทานกันเองตามศาลา โขดหิน ริมลำธาร

13.00 น กิจกรรมปลูกป่าเชิงสัญลักษณ์ให้รู้สึกถึงการมีส่วนร่วม แจกกระสุนเมล็ดพันธุ์และหนังสติ๊ก พากันเดินขึ้นไปตามน้ำตกชั้นต่างๆ ยิงหนังสติ๊กปลูกป่า ( น้ำตกเก้าโจนไม่ใช่เขตอุทยาน เป็นป่าชุมชนที่อยู่ในความดูแลของ อบต.สวนผึ้ง ใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวนำรายได้เข้าท้องถิ่น และมีสวนป่าที่บริษัทเอกชน และชมรมอาสาเคยมาทำโครงการปลูกป่าเอาไว้ )
- ทยอยเดินกลับลงมา เวลาที่เหลือให้เล่นน้ำตกหรือพักผ่อนตามอัธยาศัยได้ หรือช่วยกันบำเพ็ญประโยชน์เก็บขยะที่พบเห็นตามบริเวณน้ำตก
- รับเกียรติบัตรก่อนกลับ

15.30 น ( หรือฟังการนัดเวลา ) ขึ้นรถ เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

คาดว่าน่าจะกลับถึง กทม. ประมาณ 18.30-19.00 น ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร ความตรงต่อเวลาของสมาชิก เหตุสุดวิสัย และปัจจัยแวดล้อมต่างๆ

รับสมัคร
1. ผู้ที่เดินทางไปกับรถตู้ของทางคณะ ( นัด ปตท.สนามเป้า 07.30 น ) ค่าสมัครคนละ 550 บาท
2. ผู้ที่เดินทางไป-กลับเอง ( นัดศาลาลานจอดรถน้ำตกเก้าชั้น 11.00 น ) ค่าสมัครคนละ 350 บาท

ค่าสมัครรวมค่าอาหารกลางวันและน้ำดื่ม ค่าธรรมเนียมเข้าชมน้ำตก วัสดุอุปกรณ์หนังสติ๊กและกระสุนเมล็ดพันธุ์ปลูกป่า เอกสารเรียนรู้ สตาฟ วิทยากร และเกียรติบัตร

การเตรียมตัว
(1) แต่งกายฟรีสไตล์ ไม่บังคับ ถ้าแต่งแบบทะมัดทะแมง ชุดพร้อมลุย รองเท้าผ้าใบก็จะเป็นการดี แต่ถ้าบางคนถนัดรองเท้าแตะ กระโปรงหรือกางเกงขาสั้น ก็ได้ แล้วแต่สะดวก เพราะว่าไม่ใช่กิจกรรมเดินป่า-ส่องสัตว์-ดูนก แค่เดินไปตามทางเตียน ที่มีไว้ให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นลงน้ำตก ไม่ได้บุกป่าฝ่าดงมากนัก
(2) สำหรับคนที่จะลงเล่นน้ำตกควรนำชุดเปลี่ยนมาด้วย หรือจะซื้อที่ร้านขายเสื้อผ้าหน้าทางเข้าน้ำตกก็ได้
(3) ยาโรคประจำตัว
(4) อื่นๆ ได้แแก่ หมวก ร่ม ครีมกันแดด กระเป๋าเป้ ฯลฯ แล้วแต่ดุลพินิจหรือความสะดวก แต่เสื้อกันฝนแนะนำว่ามีติดมาด้วยจะเป็นการดี เพราะพยากรณ์อากาศไม่สามารถทราบได้ล่วงหน้าหลายวัน ต้องรอดูสถานการณ์ใกล้ๆ วัน ( เสื้อกันฝนในร้านสะดวกซื้อราคาไม่กี่บาท มีติดมาด้วยก็ไม่เสียหาย )

*** ขั้นตอน/วิธีการสมัคร ***

1. ส่งข้อมูลผู้สมัครมาที่ In Box (กล่องข้อความแชท) เพจ อาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม https://www.facebook.com/EPV.or.th
ช่องทางสำรอง สำหรับผู้ที่ไม่สามารถติดต่อกับทางเพจได้ ไอดีไลน์ yobireley หรือเบอร์ไลน์ 0845266834 ว่าที่ร้อยเอก สราวุฒิ สารคำ ( ผู้กองโย )
ข้อมูลที่ต้องการมีดังนี้
- บอกชื่อกิจกรรมที่ต้องการสมัคร ( เมล็ดพันธุ์ความดี )
- คำนำหน้าชื่อ-ชื่อจริง-นามสกุล ( เพื่อพิมพ์ใบประกาศ )
- เบอร์โทรศัพท์มือถือ ( ไว้ติดต่อเวลาฉุกเฉิน )

2. หลังจากส่งข้อมูลมาแล้วเราจะตอบกลับเป็นเลขบัญชีและกำหนดเวลา 2-3 วันให้ท่านแจ้งโอนค่าสมัครเพื่อเป็นการยืนยัน ยิ่งใกล้เต็มจะปรับลดเวลาลงเหลือ 1-2 วัน

ห้องกิจกรรมของเพจ https://facebook.com/events/s/993657219711465

ที่อยู่

Ban Kaeng Kachan

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง อาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม:

แชร์