สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุโขทัย

สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุโขทัย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร

ขออนุญาตแชร์บทความเกี่ยวกับการฟื้นกลไก กรอ. ซึ่งมีการกล่าวถึงบทบาทของ 3 สถาบันเศรษฐกิจหลัก รวมถึง ส.อ.ท. ในการร่วมผลักดั...
16/05/2026

ขออนุญาตแชร์บทความเกี่ยวกับการฟื้นกลไก กรอ. ซึ่งมีการกล่าวถึงบทบาทของ 3 สถาบันเศรษฐกิจหลัก รวมถึง ส.อ.ท. ในการร่วมผลักดันข้อเสนอของภาคเอกชนสู่การดำเนินงานเชิงนโยบาย

ภายใต้การนำของท่านประธานพิมพ์ใจ ประเด็นนี้น่าจะเป็นโอกาสสำคัญในการสะท้อนปัญหาและข้อเสนอของภาคอุตสาหกรรมให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะเรื่อง SMEs, ต้นทุน, กฎหมาย, logistics และแรงงานครับ

https://www.facebook.com/share/18Ug6E7PPL/?mibextid=wwXIfr

ฟื้นตำนาน “กรอ.” ยุคป๋าเปรม กู้ชีพเศรษฐกิจไทยปี 69
การกลับมาของกลไก "กรอ." หรือ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ ในปี 2569 นี้ เปรียบเสมือนการปัดฝุ่นสูตรสำเร็จในตำนาน เพื่อนำมาแก้วิกฤตเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง หากจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุด เศรษฐกิจของประเทศก็เหมือนกับรถยนต์คันใหญ่ที่เครื่องยนต์กำลังอืดหรือติดหล่มอยู่ ลำพังแค่ "เจ้าของรถ" อย่างรัฐบาลขยับพวงมาลัยอย่างเดียว รถก็คงไม่ไป จึงต้องอาศัย "ทีมช่าง" เก่งๆ จากภาคเอกชนมาช่วยกันออกแรงเข็นและซ่อมเครื่องยนต์ไปพร้อมๆ กันเพื่อให้รถคันนี้วิ่งฉลุยได้อีกครั้ง
ถอดบทเรียนจาก "พระเอก" ยุคอีสเทิร์นซีบอร์ด กุญแจดอกสำคัญที่เคยเปลี่ยนประเทศ
หากย้อนมองอดีต “กรอ.” เคยเป็นพระเอกที่ทำให้ประเทศไทยแจ้งเกิดในยุค "อีสเทิร์นซีบอร์ด" มาแล้ว นายเสนาะ อูนากูล อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ กลไก กรอ. ไว้ว่า “เป็นกุญแจดอกสำคัญที่เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจากการเกษตรไปสู่อุตสาหกรรม ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 5 และ 6 สมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้ตั้ง “กรอ.” ขึ้น เพื่อสร้างระบบที่ทำให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
ในยุคนั้นรัฐและเอกชนมีความไม่ไว้วางใจกันอย่างมาก ฝ่ายรัฐมองว่าเอกชนจ้องแต่จะหากำไร ขณะที่เอกชนบอกว่ารัฐไม่มีประสิทธิภาพ ทำอะไรล่าช้า คิดแต่จะหาประโยชน์ในทางที่ไม่ชอบ กว่าจะรวมสองฝ่ายเข้าด้วยกันเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก แต่เมื่อมีกลไก กรอ. ก็ทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในอดีต "เหล่าเทคโนแครต" จากสภาพัฒน์ รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคนสำคัญ เนื่องจากในยุคนั้นนักธุรกิจส่วนใหญ่ยังเป็นระบบ "เถ้าแก่" ที่เชี่ยวชาญการค้า แต่ไม่สันทัดงานเอกสารราชการ เหล่าข้าราชการในสภาพัฒน์จึงต้องยอมอดหลับอดนอนช่วยเรียบเรียงประเด็นและร่างข้อเสนอ เพื่อให้เสียงของภาคเอกชนสามารถสื่อสารกับรัฐบาลได้อย่างมีชั้นเชิงและเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ กรอ. ยังตั้งอยู่บนรากฐานของความโปร่งใสและความกล้าหาญทางการเมือง พลเอกเปรม มีความระมัดระวังอย่างยิ่งในการติดต่อกับนักธุรกิจเพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ด้วยการยืนยันจากคณะทำงานว่า การพูดคุยใน กรอ. จะเป็นการเจรจา "บนโต๊ะ" เพื่อประโยชน์ส่วนรวมเท่านั้น จึงทำให้เกิดการผลักดันนโยบายระดับชาติที่พลิกโฉมประเทศได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน หรือการพัฒนาชนบท
หัวใจสำคัญ 3 ข้อที่ทำให้ กรอ. เป็น "พระเอก"
1.สร้างตามสั่ง รัฐไม่ได้เดาว่าควรสร้างอะไร แต่ใช้เวที กรอ. ถามเอกชนตรงๆ ว่า "อยากให้สร้างท่าเรือที่ไหน ถนนกว้างเท่าไหร่ ภาษีต้องลดแค่ไหนถึงจะกล้ามาลงทุน" เมื่อรัฐสร้างได้ตรงจุด เอกชนก็แห่กันมาตั้งโรงงานทันที
2.ทุบกำแพง ปกติราชการจะทำงานแยกส่วนกัน แต่ กรอ. เอาทุกกระทรวงมานั่งโต๊ะเดียวกับนายกฯ ปัญหาที่เคยติดขัดเป็นปีๆ จึงถูก "ทุบโต๊ะ" แก้ไขได้ในวันเดียว เพื่อให้โปรเจกต์ระดับชาติเดินหน้าแบบไม่สะดุด
3.สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน การเห็นรัฐกับเอกชนจับมือกันแน่น ทำให้นักลงทุนต่างชาติ มั่นใจว่าเข้ามาแล้วจะไม่โดนทิ้ง
กรอ. ในอดีตเปรียบเสมือน "ทางด่วน" ที่เชื่อมความฝันของรัฐเข้ากับเงินทุนของเอกชน แต่พอเวลาผ่านไป กลไกนี้อาจจะดูห่างเหินไปบ้าง การกลับมาในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การนัดประชุมตามระเบียบราชการ แต่เป็นการรื้อฟื้นความร่วมมือครั้งใหญ่ที่รัฐบาลประกาศชัดเจนว่าจะเปลี่ยนบทบาทตัวเองจากการเป็น "ผู้ควบคุม" ที่คอยออกกฎระเบียบมายับยั้ง มาเป็น "ผู้สนับสนุน" ที่คอยถางทางให้ภาคธุรกิจเดินหน้าได้สะดวกขึ้น
โครงสร้าง กรอ. จากส่วนกลางสู่ระดับท้องถิ่น
เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจครอบคลุมทุกมิติ กลไก กรอ. ไม่ได้ทำงานแค่ในทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น แต่มีการจัดโครงสร้างออกเป็น 2 ระดับหลักที่ทำงานประสานกัน คือ
กรอ. ส่วนกลาง มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรวมตัวแทนจาก 3 สถาบันหลัก (กกร.) คือ สภาอุตสาหกรรมฯ สภาหอการค้าฯ และสมาคมธนาคารไทย ระดับนี้จะเน้นไปที่การแก้ปัญหาเชิงนโยบายระดับประเทศ การแก้กฎหมายใหญ่ๆ และโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับมหาภาค
กรอ. ภูมิภาค (จังหวัด/กลุ่มจังหวัด) มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ทำงานร่วมกับหอการค้าจังหวัดและสภาอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อแก้ปัญหาที่ "ตรงจุด" ในพื้นที่ เช่น การส่งออกพืชผลเกษตรในท้องถิ่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัด หรือการเคลียร์ปัญหาผังเมืองที่ติดขัดในระดับพื้นที่ ทำให้ปัญหาของพ่อค้าในระดับรากหญ้าถูกส่งต่อขึ้นมาแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
‘ปี 2569’ จุดเริ่มต้น ฟื้นกลไก กรอ.
การฟื้น กรอ. ในครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 12 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา นายกฯ ตั้งวงหารือกับ 3 สถาบันเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย คุยปัญหาที่ค้างคาหรือแก้ไม่ได้เพราะติดขั้นตอนราชการที่ยุ่งยาก ว่าจากนี้ปัญหาจะถูกนำมาวางบนโต๊ะเพื่อหาจุดจบร่วมกัน
สิ่งที่ชาวบ้านจะสัมผัสได้ก่อน คือการใส่ใจ "คนตัวเล็ก" อย่างกลุ่ม SMEs ที่กำลังจะจมน้ำจากปัญหาหนี้เสียและหนี้นอกระบบ รัฐบาลจะปลดล็อกให้ผู้ประกอบการกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจปกติให้มากที่สุด พร้อมเสนอโยบาย "Made in Thailand" หรือการสนับสนุนให้ซื้อของคนไทยกันเองมาเป็นตัวช่วย วิธีนี้จะทำให้โรงงานเล็กๆ มีรายได้ที่แน่นอน มีหลักประกันไปกู้เงินธนาคารได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการเร่งอุดรอยรั่วหรือ "Missing Link" ในระบบขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงการจัดระเบียบแรงงานเพื่อนบ้านให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อลดต้นทุนสินค้าและช่วยให้ราคาสินค้าเกษตรและอาหารของเราส่งออกได้เร็วขึ้น ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เพื่อทำให้ไทยกลับมาเป็น “ศูนย์กลางการผลิตและการค้าของภูมิภาค”
ก้าวแรก ความร่วมมือยุคใหม่ รัฐบาล-เอกชน
อีเว้นท์ยิ่งใหญ่ที่จะชวนคนไทยติดตาม นั่นก็คือ นายกฯ เตรียมเปิดเวทีหารือร่วมรัฐบาล-เอกชนครั้งแรกของรัฐบาล ในวันที่ 15 พ.ค.69 เวลา 17.00 น. ในหัวข้อ "ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง" ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นับเป็นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ในการเปิดวงสนทนา Open Dialogue ให้ 10 กลุ่มธุรกิจ ตั้งแต่ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานไปจนถึงสมาพันธ์เอสเอ็มอี ได้สะท้อนปัญหาตรงๆ แบบ "เจอกันบนโต๊ะ" เพื่อเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเชิงลึกจากภาคเอกชน ทั้งตัวแทนสถาบันหลักอย่าง กกร. และบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ (เช่น เครือ CP, ไทยเบฟ, กัลฟ์, เซ็นทรัล)
โจทย์เศรษฐกิจปี 2569 อาจจะยากกว่ายุคก่อน แต่ที่หยิบยกเรื่องนี้มาเล่า เพราะในแวดวงเศรษฐกิจไทย "ยุคป๋าเปรม" ถูกยกให้เป็น ต้นแบบ (Model) ของความสำเร็จในการที่รัฐบาลยอมฟังเสียงเอกชนอย่างจริงจัง จนทำให้ไทยพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจหลังสงครามเวียดนามมาได้ จากวันนั้นถึงวันนี้ ภาคเอกชนไทยได้วิวัฒนาการจากระบบเถ้าแก่สู่ความเป็นมืออาชีพที่มีความพร้อมสูง แต่กลไก กรอ. ยังคงทำหน้าที่เป็นมรดกทางความคิด ที่ย้ำเตือนเราว่า เมื่อใดก็ตามที่ภาครัฐยอมลดบทบาทจากผู้คุมกฎมาเป็นผู้สนับสนุน และภาคเอกชนยอมรับบทบาทในการสร้างสรรค์เศรษฐกิจอย่างโปร่งใส เมื่อนั้นประเทศไทยจะสามารถก้าวข้ามทุกวิกฤตและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้เสมอ เช่นเดียวกับที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในยุคทองของอีสเทิร์นซีบอร์ดนั่นเอง
และการที่รัฐบาลปัจจุบัน กลับมาพูดถึงการฟื้นกลไก กรอ. จึงเป็นสัญญาณที่บอกเราว่า รัฐบาลกำลังเลือกใช้กุญแจดอกเดิมที่เคยไขประตูสู่ความมั่งคั่งมาแล้ว... เพียงแต่ครั้งนี้ เราไม่ได้แค่จะพาประเทศพ้นวิกฤต แต่จะพาไทยไปสู่ศูนย์กลางของภูมิภาค

#ข่าวจริงประเทศไทย

---------

แหล่งอ้างอิง :

- 30 ปี ทีดีอาร์ไอ 30 ปี การพัฒนาเศรษฐกิจไทย : สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ
- คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เว็บไซต์ jsccib.org
- เว็บไซต์ รัฐบาลไทย

29/04/2026

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับ
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล
ในโอกาสดำรงตำแหน่ง ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย วาระปี 2569–2571

ขออำนวยพรให้ท่านประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ นำพาอุตสาหกรรมไทยก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

28 เม.ย. 2569......'พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล' ประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ ชู '5I' พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย
28/04/2026

28 เม.ย. 2569......
'พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล' ประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ ชู '5I' พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย

ส.อ.ท. มติเอกฉันท์เลือก "พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล" ดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย วาระปี 2569-2571 ประก...

https://www.facebook.com/share/p/18G6MJC4pL/?mibextid=wwXIfr
28/04/2026

https://www.facebook.com/share/p/18G6MJC4pL/?mibextid=wwXIfr

กลับมาอีกครั้ง! 𝗡𝗼𝗿𝘁𝗵𝗲𝗿𝗻 𝗙𝗼𝗼𝗱 𝗜𝗻𝗴𝗿𝗲𝗱𝗶𝗲𝗻𝘁𝘀 𝗮𝗻𝗱 𝗡𝘂𝘁𝗿𝗶𝘁𝗶𝗼𝗻
𝗦𝘂𝗺𝗺𝗶𝘁 𝟮𝟬𝟮𝟲
Informa market จัดงานร่วมกับ สภาอุตสาหกรรม จังหวัดเชียงใหม่

เวทีที่พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมอาหาร สารสกัด และโภชนาการ
ภาคเหนือสู่ตลาดโลก 🚀
ภายใต้แนวคิด “จากรากฐานสู่ตลาดโลก: เหนือคิด เหนือทำ เหนือตลาด”

สิ่งที่คุณจะได้รับจากงานนี้:
✅ Connection: เชื่อมต่อผู้นำอุตสาหกรรม นักวิจัย และผู้กำหนด
ทิศทางตลาด
✅ Trend Update: อัปเดตเทรนด์ Global Food & Nutrition
ที่กำลังเปลี่ยนเกมธุรกิจ
✅ Innovation: สำรวจนวัตกรรมส่วนผสมอาหาร สารสกัด และ Functional Ingredients ใหม่ล่าสุด
✅ Networking: ขยายเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ
✅ Global Standard: ยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่มาตรฐานการแข่งขันระดับสากล

📅 วันที่: 29–30 เมษายน 2569
⏰ เวลา: 9:00 – 17:00 น.
📍 สถานที่: The Empress Convention Center จังหวัดเชียงใหม่

ลงทะเบียนเข้างานฟรี! คลิกเลยที่นี่ 👉 https://bit.ly/NFINS2026-prereg
ดูกำหนดการสัมมนา 👉 https://fiasia.my.canva.site/foodandnutritionexpo

28/04/2026
02/04/2026

📍 เอกชนไม่ทน โพล ส.อ.ท. ชี้คอร์รัปชันรุนแรงขึ้น ดันต้นทุนพุ่ง 20%

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 49 ประจำเดือนมีนาคม 2569 ภายใต้หัวข้อ “เอกชนไม่ทน : เสียงสะท้อนภาคธุรกิจกับปัญหาคอร์รัปชัน” ซึ่งเป็นการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 645 ท่าน ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อสะท้อนมุมมองของภาคเอกชนต่อปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

ผลสำรวจพบว่า ผู้บริหารภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ถึง 85.7% เห็นว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในปัจจุบัน รุนแรงมากขึ้น เมื่อเทียบกับอดีต สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวยังคงฝังลึกและบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

อ่านต่อ คลิกที่ https://www.fti.or.th/News/details?id=1268

#เศรษฐกิจ #สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย #กกร #สภาอุตสาหกรรม #ภาคเอกชน #สอท

31/03/2026

“จ้าวช้างไวไฟ เกษตรพัฒนา” หนึ่งในผู้นำเครื่องจักรกลเกษตรสัญชาติไทย ด้วยประสบการณ์ในภาคเกษตรกว่า 51 ปี นำมาสู่การสร้างแบรนด์ส่งออกไปได้กว่า 10 ประเทศทั่วโลก
__________________

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “นางสาวจีรธิดา นฤมิตเลิศ” หรือคุณแพท กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกษตรพัฒนาอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตเครื่องจักรกลเกษตรแบรนด์ “จ้าวช้างไวไฟ เกษตรพัฒนา” ถึงเส้นทางการบริหารธุรกิจ จากธุรกิจครอบครัว สู่การก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านเครื่องจักรกลการเกษตรของไทย

คุณแพทเล่าว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 51 ปีที่แล้ว ครอบครัวได้ทำธุรกิจเป็นพ่อค้าพืชไร่ใน จ.ฉะเชิงเทรา ได้คลุกคลีอยู่กับเกษตรกรมาตลอด จนกระทั่งนางสาววราภรณ์ หยกอุบล (มารดา) ได้มองเห็นปัญหาสำคัญของเกษตรกรไทย คือขาดเครื่องจักรมาช่วยทุ่นแรงการผลิต

ต่อมาได้เริ่มลงทุนก่อตั้งโรงงานเมื่อปี 2518 นำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศมาใช้ แต่ก็ยังไม่เจอรุ่นเหมาะสมกับพื้นที่และพืชพันธุ์ในไทย

ปัญหาดังกล่าวได้จุดประกายความคิดให้คุณแพทเริ่มพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตรด้วยแนวคิด “เครื่องจักรที่เกษตรกรไทยใช้ได้จริง ราคาเข้าถึงได้ คุ้มทุนไว” แม้ว่าจะไม่ได้มีพื้นฐานด้านวิศวกรรมมาก่อนเลยก็ตาม

แต่อาศัยประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด ทำให้เข้าใจความต้องการของภาคเกษตรอย่างแท้จริง จนสามารถตั้งโรงงานเพิ่มได้ที่ ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกที่พัฒนาคือเครื่องนวดข้าว

ด้วยการสั่งสมประสบการณ์ในวงการเครื่องจักรกลการเกษตรกว่า 10 ปี ทำให้นำพาธุรกิจก้าวสู่การเติบโตในยุคทายาทรุ่นที่สองอย่างเต็มตัว พร้อมอาศัยความรู้ด้านการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีจากประเทศอังกฤษและสวิตเซอร์แลนด์เข้ามาปรับปรุงกระบวนการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับเครื่องจักรกลการเกษตรไทยสู่มาตรฐานระดับสากล

พร้อมขยายไลน์ผลิตและขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศมากขึ้น ด้วยวิสัยทัศน์ “ผู้นำในธุรกิจเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่มีมาตรฐานระดับสากล เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเก็บเกี่ยวพืชทั่วโลก”

จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงได้รับโล่เชิดชูเกียรติมากมาย เช่น สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ใน พ.ศ. 2532, รางวัลเทคโนโลยีเครื่องจักรกลยอดเยี่ยม รางวัลที่ 1 สาขาเครื่องจักรกลเกษตร จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใน พ.ศ. 2551 เป็นต้น

🔴 ผุดนวัตกรรมลดต้นทุน

คุณแพทเล่าต่อว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนาเครื่องจักรคือ ความเข้าใจในภาคเกษตรกรรมไทย จึงต่อยอดรถนวดข้าวและธัญพืชซึ่งเป็นสินค้าตัวแรก ให้กลายเป็นรถเกี่ยวข้าวอเนกประสงค์ สามารถทำงานเก็บเกี่ยวพืชได้หลากหลายในคันเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นข้าว, ข้าวโพด, ถั่ว, ข้าวฟ่าง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มฟังก์ชั่นลดปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยการเก็บเศษวัสดุจากไร่ข้าวโพด เพื่อลดการเผาและลดต้นทุนแรงงาน

นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาเครื่องจักรเตรียมดินในพื้นที่นาข้าว หรือ ‘รถตีดิน’ ช่วยประหยัดต้นทุนการเตรียมพื้นที่ก่อนทำนาข้าวและลดการเผาหลังเกี่ยวข้าว ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดินจากการหมักฟาง ถือเป็นการช่วยประหยัดค่าปุ๋ยและค่าเตรียมดินจากรถแทรกเตอร์

บริษัทเราเป็นเจ้าแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พัฒนา “รถเก็บฝักข้าวโพด” เพื่อมาช่วยลดต้นทุนการเก็บเกี่ยว เพิ่มประสิทธิภาพ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน สามารถใช้เก็บเกี่ยวข้าวโพดหวาน, ข้าวโพดเมล็ดพันธุ์ และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้

เช่น การเก็บเกี่ยวข้าวโพดฝักสด หากใช้แรงงานคนจะมีต้นทุน 1,000-1,500 บาท/ไร่ และใช้เวลาเฉลี่ย 1ไร่/คนและต่อวัน แต่ถ้าใช้รถเก็บฝักข้าวโพดจะมีต้นทุน 700-800 บาท/ไร่ ระยะเวลาเพียงเวลา 1 ชม. สามารถเก็บเกี่ยวได้ 3 ไร่ เฉลี่ยวันละ 20-30 ไร่

ส่วน “รถถอดดอกข้าวโพด” เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่มีเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน สามารถทำงานได้เหมาะสมกับภูมิอากาศและสภาพพื้นที่ในไทย ช่วยให้อุตสาหกรรมการผลิตข้าวโพดเมล็ดพันธุ์ซึ่งเป็นเกษตรมูลค่าสูงให้เติบโตได้

🔴ส่งออกเครื่องจักรสัญชาติไทยไปกว่า 10 ประเทศ

จุดเด่นของเครื่องจักรของจ้าวช้างไวไฟ เกษตรพัฒนา คือความแข็งแรง ทนทาน ใช้งานง่าย บำรุงรักษาง่าย คุ้มทุนไว ตามสโลแกน ‘จ้าวช้างไวไฟ คล่อง คุ้ม ง่าย ไม่จุกจิก’ ไม่ว่าจะพื้นที่หล่มถึงหัวเข่า เลนถึงโคนขา น้ำท่วมถึงเอว หรือพายุฝนเร่งมา รถเกี่ยวของเราก็ยังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันบริษัทได้ขยายเครือข่ายการจำหน่ายและบริการหลังการขายในพื้นที่การเกษตรหลักของประเทศ ได้แก่ พิษณุโลก (สำนักงานใหญ่), นครราชสีมา, เชียงราย, ร้อยเอ็ด, นครสวรรค์ และสุโขทัย

เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการด้านเครื่องจักร อะไหล่ และการดูแลหลังการขายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า

นอกจากตลาดภายในประเทศ บริษัทได้ขยายการส่งออกเครื่องจักรกลการเกษตรสู่ต่างประเทศกว่า 10 ประเทศ เช่น ในเอเชีย ได้แก่ เกาหลีใต้, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, ศรีลังกา, บังกลาเทศ, กัมพูชา, เมียนมา และลาว รวมถึงประเทศในทวีปแอฟริกา เช่น ไอวอรีโคสต์ และไนจีเรีย เป็นต้น
___________________

📍 อ่านบทสัมภาษณ์ต้นฉบับที่นี่ : https://www.prachachat.net/local-economy/news-1985336

ภาพประชุมสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือครั้งที่1/2569 (30/1/2569) @จังหวัดเชียงใหม่
03/02/2026

ภาพประชุมสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือครั้งที่1/2569 (30/1/2569) @จังหวัดเชียงใหม่

📣ฝากประชาสัมพันธ์ค่ะ📢เชิญร่วมศึกษาดูงาน “Factory Connect  #1”เชื่อมแนวคิด–เชื่อมธุรกิจ สู่สมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอ่าง...
20/08/2025

📣ฝากประชาสัมพันธ์ค่ะ

📢เชิญร่วมศึกษาดูงาน “Factory Connect #1”
เชื่อมแนวคิด–เชื่อมธุรกิจ สู่สมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอ่างทอง

🗓️ วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2568
🕘 เวลา 07.00–18.00 น.
📌 สถาบันนวัตกรรมฯ​ม.มหิดล ศาลายา จ.นครปฐม + บจก.อนุสรณ์มหาชัยซูริมิ จ.สมุทรสาคร

✨ ไฮไลท์การเยี่ยมชม
🚩สถาบันนวัตกรรมฯ​ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา
• Matching​ งานวิจัยเกษตร/อาหาร • Shelf life • Smart Farming • Waste Valorization

🚩 บจก.อนุสรณ์มหาชัยซูริมิ
• ลดต้นทุนการผลิต • การตลาดใน/ต่างประเทศ • สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน • FTI Networking

👉 ค่าสมัคร
- สมาชิก 1,800 บาท/ท่าน
- บุคคลทั่วไป 2,300 บาท/ท่าน

👉ลงทะเบียนได้ที่ :
https://forms.gle/YhCKDzh5NWjN2S978

🔶 ชำระเงิน : บัญชี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดอ่างทอง ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 118-077713-1

📲แจ้งชำระ/สอบถาม : คุณรัตนฉัตร์ (แนน)
095-979-4566 หรือ [email protected]

🎉🎉depa ประกาศโครงการใหม่ไฉไลกว่าเดิม!! ✨✨  “OTOD AI Transformation ช่วยชาติ” ยกระดับ SMEs ไทย ภายมาตรการ T2 เช่นกันช่วยแ...
13/08/2025

🎉🎉depa ประกาศโครงการใหม่ไฉไลกว่าเดิม!! ✨✨ “OTOD AI Transformation ช่วยชาติ” ยกระดับ SMEs ไทย ภายมาตรการ T2 เช่นกัน
ช่วยแบกรับความเสี่ยงการลงทุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลร้อยละ 50 ของราคาเทคโนโลยี หรือสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย 🚀

🎀ที่สำคัญ OTOD AI Transformation ช่วยชาติ : SMEs ไม่ต้องสำรองจ่ายแล้วค่อยทำเอกสารมาเบิกเงินสนับสนุนคืนทีหลังด้วย ตัดปัญหาเรื่องสภาพคล่อง และเงินสดหมุนเวียน ความวุ่นวายเรื่องเอกสารไปได้เลย

🎁 นอกจากนั้นยังใช้สิทธิลดหย่อนภาษี TAX 200% ได้อีกค่ะ

🖍️ รายละเอียดเพิ่มเติม : https://short.depa.or.th/cokjE

👉 ท่านใดที่สนใจ สามารถติดต่อได้ที่ 089-5693368 คุณปารนีย์ ดิบดี (คุณกิ๊ก) ค่ะ

ที่อยู่

4/4 Teechid Road T. Tanee
Amphoe Sukhothai
64000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66620452702

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุโขทัยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุโขทัย:

แชร์