วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์บ้านฉัน

วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์บ้านฉัน ชุมชนเป็นเจ้าขององค์ความรู้ตนเอง เกิดประสิทธิภาพการเรียนรู้ที่ต่อยอดจากต้นทุนในชุมชนสู่อาชีพร่วมกัน ✨

พื้นที่เรียนรู้ที่เน้นผ่านการลงมือทำ
19/04/2026

พื้นที่เรียนรู้ที่เน้นผ่านการลงมือทำ

เพราะการลงมือทำของเด็ก ๆ คือกระบวนการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ชวนส่อง 3 พื้นที่ ทำกิจกรรมสำรวจธรรมชาติช่วงปิดเทอม

🎨 จังหวัดน่าน กิจกรรมสำรวจธรรมชาติในชุมชน พาเด็ก ๆ ภายในชุมชน สำรวจห้วยฮ้าง บ้านเฉลิมราช ต.ปอน อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน มีสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำและได้ทำสีหินธรรมชาติเพื่อพิมพ์ภาพ
🌿 จังหวัดขอนแก่น ปิดเทอมสร้างสรรค์ มหาลัยไทบ้านและเที่ยววิถีสีชมพู สร้างความรู้ให้เด็ก ๆ ผ่านการศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ณ สถานีวนวัฒนวิจัยดงลาน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น และขูดหินสีธรรมชาติ ณ หมู่บ้านผาน้ำเที่ยง อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ที่มีต้นน้ำมาจากอุทยานแห่งชาติภูกระดึง
🌾 จังหวัดสงขลา ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ออกไปเรียนรู้ในทุ่งนาของชุมชน ที่ชวนให้เราได้ ทดลองดำนา เก็บข้าว ทำปี่ซังข้าว นวดข้าว ขวัดข้าว และตำข้าวแบบโบราณ ใช้กรรมวิธีการเรียนรู้ทั้งหมดผ่านการลงมือทำจากพื้นที่จริงของชุมชน สัมผัสกับความรู้สึกภายในตนเองผ่านกิจกรรมเช็คอิน และเล่นเกมลมเพ ลมพัดเพื่อสร้างฐานความเข้าใจ รู้จักตนเองและผู้อื่น
ขอบคุณภาพและเรื่องราว : apichaya I Sombat Drama I aunponnan
📌อ่านเพิ่มเติม กดด้านล่าง 👇
📲 คุณเองก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการบอกเล่าเรื่องราวบ้านฉันได้ทาง https://csite.thaipbs.or.th/newslist และกดเพิ่มข่าว

#ปิดเทอมสร้างสรรค์ #ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์ #สสส. #สสย. #นักข่าวพลเมือง

18/04/2026

เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วม
“กิจกรรม #วิถีตาลโตนดชุมชนวัดจันทร์”

โดย ณัฐกรณ์ แหละหีม

ดีใจที่ได้เจอกันอีก 💖
ขอบคุณที่มาร่วมเรียนรู้ด้วยกันนะ 🙏

17/04/2026

เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วม
“กิจกรรม #วิถีตาลโตนดชุมชนวัดจันทร์”

โดย เด็กหญิง นลินนิภา อินทนงลักษณ์
นางสาวธัญญมาศ เทพญา

ขอบคุณที่มาร่วมเรียนรู้ด้วยกันนะครับ 🙏💖

 #ตาลโตนดบอกเล่าเรื่องราว  #ชุมชนวัดจันทร์
16/04/2026

#ตาลโตนด
บอกเล่าเรื่องราว #ชุมชนวัดจันทร์

เรียนรู้วิถีตาลโตนดชุมชนวัดจันทร์ 🌴🌤️🥥
ตาลโตนด ไม่เพียงแต่เป็นต้นไม้ที่แสดงถึงสัญลักษณ์ของภูมิภาคพื้นที่ภาคใต้ แต่คือสัญลักษณ์แห่งภูมิปัญญาชุมชนที่แสดงออกผ่าน วิถีชีวิต อาหาร ความเป็นอยู่ และอาชีพที่ถูกส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
กิจกรรมเรียนรู้วิถีตาลโตนดและวิถีชาวนา เพื่ออนุรักษ์อาชีพพื้นบ้าน เรียนรู้วิถีชุมชน โดยใช้พื้นที่ชุมชนวัดจันทร์ อ.สทิงพระ จ.สงขลา เป็นฐานการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ลองสวมบทบาทอาชีพชาวนา และเรียนรู้กระบวนการตั้งแต่รู้จักต้นตาล ปีนตาล เคี่ยวน้ำตาล ทำน้ำผึ้งขี้ม้า ที่ได้เห็นตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางที่มีรายละเอียดการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน เพื่อปลูกฝัง และส่งต่อองค์ความรู้ให้กับผู้คนรุ่นต่อไป ให้ได้อนุรักษ์วิถีชีวิต ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
ปก : อภิชญา ทิพลักษณ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
ขอบคุณภาพและเรื่องราว : คุณสมบัติ เเก้วเนื้ออ่อน นักข่าวพลเมือง
คุณเองก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรายงานสถานการณ์สงกรานต์บ้านเราได้ทาง https://csite.thaipbs.or.th/newslist และกดเพิ่มข่าว
#ตาลโตนด #ชุมชนวัดจันทร์ #ต้นตาล #สงขลา #นักข่าวพลเมือง

การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ ไม่สิ้นสุด 💖
13/04/2026

การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ ไม่สิ้นสุด 💖

 #เรียนรู้วิถีตาลโตนดชุมชนวัดจันทร์ชุมชนวัดจันทร์ ปกคลุมไปด้วยต้นตาลโตนดสลับกับทุ่งนาเต็มพื้นที่ ตลอดทั้ง ม.6 บ้านพลีและ...
12/04/2026

#เรียนรู้วิถีตาลโตนดชุมชนวัดจันทร์

ชุมชนวัดจันทร์ ปกคลุมไปด้วยต้นตาลโตนดสลับกับทุ่งนาเต็มพื้นที่ ตลอดทั้ง ม.6 บ้านพลี
และ ม.5 บ้านพังเถร คนในชุมชนสมัยอดีตจึงยึดอาชีพทำนาและปีนต้นตาลเป็นหลัก
บ้างก็เอาลูก บ้างก็เอาน้ำ วิถีชีวิตเช่นนี้ถูกส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบันแม้อาชีพพื้นบ้านเช่นนี้จะเริ่มหายไป คนทำนาน้อยลง ที่นากลายเป็นที่ดินสวนผสม ทุ่งตาลก็เริ่มโดนตัดกลายเป็นสวนปาล์ม ด้วยปัจจัยจากหลากหลายปัจจัย เช่น ของขึ้นราคาลงทุนไม่พอผลกำไร ฤดูแปรเปลี่ยนผกผัน ผลผลิตตกต่ำ ค่านิยมและความเจริญครอบงำเข้าสู่แนวคิดสมัยใหม่ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศ ซึ่งกระทบหากันตลอดเวลา ซึ่งถ้าเราไม่สังเกต หรือหยุดตั้งคำถามอาจมองไม่เห็นเลยว่าชุมชนของเราเปลี่ยนแปลงไปถึงระดับไหนแล้ว ?

กิจกรรมเรียนวิถีชาวนา+วิถีตาลโตนด
จึงชวนปราชญ์ชาวบ้าน คนรุ่นใหม่ พ่อแม่/ผู้ปกครอง เด็กๆและเยาวชนที่สนใจเรียนรู้วิถีชุมชนออกเดินทาง ทดลองทำเพื่อหาคำตอบไปด้วยกันโดยใช้พื้นที่ชุมชนวัดจันทร์เป็นฐานการเรียนรู้

เราร่วมเรียนรู้ด้วยกันตั้งแต่
1. ผู้เข้าร่วมแนะนำตัวและภูมิลำเนาหรือพื้นที่ที่ตนเองอาศัยอยู่
2. คนในชุมชนแนะนำลักษณะพื้นฐานทางกายภาพและชีวภาพของชุมชน
3. ออกเดินเรียนรู้และทดลองถอนข้าวดีด ดำนา และเก็บข้าวจากแกะ
4. กินข้าว + เรียนรู้เรื่องลูกตาลโตนด (ผลไม้พื้นบ้านในชุมชน) พร้อมทดลองชิม
5. เรียนรู้วิถีตาลโตนดการปีนต้นตาล ทดลองปีน ฟังเรื่องเล่าอาชีพตาลโตนดกับวิถีความเป็นชุมชนวัดจันทร์ ดูวิธีการปีนต้นตาล ชิมน้ำตาลสด ดูวิธีการเคี่ยวน้ำผึ้งโตนด ทดลองชิมน้ำผึ้งโตนด
6. เรียนรู้และทดลองทำน้ำผึ้งขี้ม้า พร้อมทั้งอุดหนุนสินค้าชาวบ้านในชุมชน (ตลอดนัดเล็ก ๆ) จากผลผลิตของการออกไปเรียนรู้ เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวสังข์หยด เกล็ดน้ำตาลโตนด (น้ำผึ้งขี้ม้า) ลูกตาลโตนด เป็นต้น

สรุปกิจกรรมร่วมกัน
**ช่วงวิถีนา** ผู้เข้าร่วมสะท้อนความรู้สึกว่า สนุก ได้ลองดำนา เก็บข้าวครั้บแรก ซึ่งเจออุปสรรคมากมาย เช่น แดดร้อน เท้าติดโคลน ใช้แกะไม่ถนัด โดยบางคนแก้ปัญหาโดยได้ลองทำวิธีอื่น ๆ ที่ตนเองตัดสินใจ เช่น ใช้สองมือช่วยตัด ใช้กรรไกรตัดแทน หรือบางคนก็ลองฝึกใหม่ ๆ บ่อย ๆ ซ้ำ ๆ เรียนรู้กับปัญหาและค่อย ๆ แก้มันไปทีละนิดเท่าที่ตนเองพอจะแก้ไหว ช่วงนี้ ป้าสุ ปราชญ์ชาวบ้านในชุมชนก็ร่วมแลกเปลี่ยนด้วยเหมือนกัน ป้าสุบอกว่า “ช่วงที่ตนเองทำนาก็เจอปัญหาเช่นเดียวกัน แต่มันมากขึ้นไปกว่านั้นเพราะเมื่อมีการลงทุนหรือมีส่วนได้ส่วนเสียในชีวิต ปัญหามันกระทบกับชีวิตโดยตรง เช่น ผลผลิตน้อย น้ำแล้งไม่มีน้ำให้ต้นข้าว น้ำมันขึ้นของขึ้นราคา ต้นทุนการทำนาสูงขึ้น ชาวนาบางคนถึงกับปล่อย (ทิ้งผลผลิต) เพราะลงทุนไม่ไหวแล้ว ปัญหาข้าวดีด/วัชพืชในนาสูงลดผลผลิตจากครึ่งต่อครึ่ง (จากที่เคยได้ 30 กระสอบ เหลือ 15) ซึ่งตนเองก็ปลูกข้าวไว้กินในครัวเรือน ปลูก 3 ไร่ เลี้ยงลูก 3 คนต่อปี (คนละไร่)” ก่อนที่จะมีผู้ปกครองท่านนึงเพิ่มเติมว่า “ตนเองก็เป็นลูกชาวนาเหมือนกัน วันนี้ได้มาสอนลูกเก็บข้าว แม่ของตนเคยบอกว่า ข้าว 1 รวง ได้กินแค่ 7 เมล็ด เพราะกว่าจะเป็นข้าวที่สุกแล้ว ต้องผ่านหลายวิธี ทั้งเก็บ ตาก นวด ขวัด โรย สี หุง ข้าวก็ถูกคัดและร่วงหล่นไปตามแต่ละขึ้นตอน”

***ช่วงสรุปปิดท้ายกิจกรรมทั้งวัน***
รู้สึกสนุก ท้าทาย ลุ้น อิ่ม อร่อย ร้อน เศร้า หมดหวัง มีความหวัง ชอบตอนเก็บข้าว ชอบตอนดำนา เพราะสนุก และได้ทำครั้งแรก ปลดล็อกในใจตนเองรู้แล้วว่าเขาดำนาเก็บข้าวกันยังไง จากที่เคยอยู่เกาะไม่เคยได้ทำได้แต่กินข้าววันนี้รู้แล้ว ชอบตอนพาไปดูกระบวนการตั้งแต่รู้จักต้นตาล ปีนตาล เคี่ยวน้ำตาล ทำน้ำผึ้งขี้ม้า ได้เห็นตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง รู้เลยว่ามันไม่ง่ายเลย แต่ละขั้นตอนล้วนมีรายละเอียดที่ต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะการทำน้ำผึ้งขี้ม้าเราต้องดูตั้งแต่จากน้ำผึ้งแล้ว มาสู่การกวนแล้วค่อย ๆ เปลี่ยนสีเปลี่ยนกลิ่น ช่วงการตัดสินใจยกกระทะขึ้น การกวน ก่อนแห้งและหลังแห้งเป็นเกล็ด ล้วนมีรายละเอียดที่แตกต่างซึ่งต้องเรียนรู้ผ่านการลงมือทำซ้ำๆ ถึงจะเข้าใจภูิมิปัญญาเช่นนี้ ทำให้มองเห็นว่าบรรพบุรุษ หรือคนในชุมชนรอบรู้มาก ๆ ที่ค้นเจอสิ่งนี้และแน่นอนต้องช่วยกันหลาย ๆ คน เสียดายถ้ามันจะสูญหายไป แต่ก็ดีใจที่ยังมีคนคอยสืบสานและจัดกิจกรรมส่งต่อองค์ความรู้เช่นนี้ มันดีมาก ๆ ทำให้เราเข้าใจอาหารที่เรากินเข้าไป และเข้าใจชุมชนผ่านอาหารร่วมไปด้วย เมื่อเข้าใจเราจะได้เลือก ได้ส่งต่อ และได้แบ่งปันต่อไปอย่างเกื้อกูลด้วยกันได้

#ในนามผู้จัด
ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ในวันนี้ ขอบคุณที่สู้แดดผ่านร้อนมาด้วยกัน
ขอบคุณที่เปิดใจเรียนรู้ภูิมิปัญญาเช่นนี้ และขอบคุณที่อุดหนุนหล่อเลี้ยงชุมชน
ทำให้เศรษฐกิจในชุมชนหมุนเวียน คนขายลูดตาลได้ คนขายน้ำผึ้งได้ คนปีนตาลได้ คนปลูกข้าวได้ ปราชญ์ชุมชนได้ แม้จะเป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ แต่เราจะช่วยกันนะ เจอสิ่งดี ๆ แล้วชวนส่งต่อเรียนรู้ชุมชนของกันและกันนะ ๆ ๆ “อย่าปล่อยให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นและผ่านไปโดยไม่ทันได้รูกจักมัน หรือได้หยุดคิด หยุดตั้งคำถามกับสิ่งที่จะเข้าม่” แล้วเจอกันใหม่จ้าา 🙏💖🙏

#ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์ #สสส. #สสย.

ประกาศรายชื่อ กิจกรรมเรียนรู้วิถีตาลโตนด1. เด็กหญิง นลินนิภา อินทนงลักษณ์2. นส.ธัญญมาศ เทพญา3. เด็กหญิงอารียา มัธยม4. เด...
10/04/2026

ประกาศรายชื่อ กิจกรรมเรียนรู้วิถีตาลโตนด

1. เด็กหญิง นลินนิภา อินทนงลักษณ์
2. นส.ธัญญมาศ เทพญา
3. เด็กหญิงอารียา มัธยม
4. เด็กหญิงธัญญารัตน์ พรหมมณี
5. เด็กหญิงณัฐชา ชูชื่น
6. เด็กหญิงณัฐนิชา เกษตรกาลาม์
7. เด็กหญิงณัฐธิดา เกสโร
8. เด็กชายศรัณย์ หีมหล๊ะ
9. ด.ญ.พูพิง สมาธิ
10. ด.ญ.อิ่ม บริสุทธิ์

เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม
นำเสื้อกันแดดหมวกกันร้อนมาด้วย

แล้วพบวันอาทิยต์นี้ ที่
📍https://maps.app.goo.gl/7TMXskk5Dxgjgor8A?g_st=ic นะครับ
💖💖🌟🌟🌱🌱

#กิจกรรมประจำเดือนเมษายน ช่วงปิดเทอม
ปิดจบฤดูกาลเก็บข้าวและวิถีตาลโตนด มาจ้า

#ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดวันจันทร์
ตอนหลาดนัด(เรียนรู้)ชุมชน
ชวนเด็ก ๆ และผู้คนทุกคนที่สนใจมาเรียนรู้
#วิถีตาลโตนด ไปด้วยกัน

ในวันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน 2569
เวลา 09.30 - 14.30 น.
ณ ห้องเรียนโหนดชุมชนจันทร์

เรียนรู้ความเป็นวิถี
ที่เชื่อมโยงต้นกำเนิดของแหล่งอาหาร
ผ่านการทำนาปลูกข้าว และรสชาติความหวานของน้ำตาลโตนด

เรียนเพื่อสร้างทักษะ องค์ความรู้สู่คุณค่าในการดำรงชีวิตของตนเองและคนรอบตัว

#ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์
#สสส. #สสย.

05/04/2026

ประวัติศาสตร์ชุมชนวัดจันทร์
โดย เจ้าอาวาสวัดจันทร์ (พระสมุห์วิจิตร ผลธัมโม)

เล่าให้ฟังว่า
“วัดจันทร์ก่อตั้งมาประมาณปี พ.ศ.1673 ก่อนอยุธยา แต่ไม่ปรากฏในหนังสือ
(ราว 896 ปีมาแล้ว) ซึ่งชาวบ้านช่วงนั้นมีอาณาจักรของชุมชนในแถบนี้อยู่ตลอดตั้งแต่ บ้านม่วงงาม บ้านมะขามคลาน และบ้านเสื้อเมือง จึงได้สร้างวัดไว้ ณ ที่แห่งนี้ โดยมีสวนจันทน์เทศ หรือต้นจันทน์เทศเป็นสัญลักษณ์หรือจุดเด่น แล้วก็ตั้งชื่อบ้านคือบ้านพังเถร (ปัจจุบันเป็นชื่อหมู่บ้านที่อยู่ข้าง ๆ วัด) แต่หลังจากนั้นมามีการขึ้นทะเบียนเป็นวัด

แต่คำว่า “วัดจันทน์” มีที่มาจาก “ต้นจันทน์เทศ” แต่พอยุคปัจจุบันเรื่อยมา วัดจันทน์ ได้ถูกเปลี่ยน เป็นวัดจันทร์ (ทร์) คือเป็นดวงจันทร์ไปเลย อบต.จึงใช้วัดนี้เป็นวัดประจำตำบลเพราะตั้งวัดมาก่อน

ซึ่งตรงบริเวณนี้เมื่อก่อนเป็นที่ราบลุ่ม มีทุ่งนาล้อมรอบ สังเกตได้จากบ่อน้ำที่มีอยู่บริเวรส่วนหน้าของวัด ซึ่งที่ไม่สาถารถถมได้เพราะบริเวณนั้นเป็นแอ่งน้ำ คนสมัยโบาณเขานับถือกัน ถ้าแอ่งนำจะถมหรือจะปิดอะไรต้องไม่ให้ปิดหมด (เอาไว้หายใจ) จึงทำบ่อเอาไว้ ซึ่งเมื่อก่อนศาลาโรงครัว ศาลาหอฉันก็อยู่ใกล้ ๆ บ่อน้ำทั้งหมด ด้านในมีเพียงศาลาโรงธรรม และศาลาอุโบสถเท่านั้น

พระอาจารย์ชี้แจงเพิ่มเติมว่า บางครั้งวัดก่อนที่จะมีการขึ้นทะเบียนเป็นวัดนั้น จะยังเป็นที่พักสงฆ์ หรือจากที่พักสงฆ์ก็จะยกเป็นสำนักสงฆ์ก่อน เมื่อมีพระอยู่เรื่อย ๆ จึงยกตั้งเป็นวัด (เข้ากรมศาสนา) เพราะฉะนั้นการนับช่วงเวลาของการก่อร่างสร้างวัดจึงนับเพียงช่วงเวลาที่มีการขึ้นทะเบียนแล้วเท่านั้น

ในส่วนของต้นจันทน์เทศ ที่เป็นที่มาของชื่อวัดและชื่อตำบล พระอาจารย์บอกเล่าเพิ่มเติมว่าไม่ใช่จันทน์กินลูก แต่เป็นจันทน์เทศ ซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้ว แต่ได้ปลูกจันทน์กินลูกเข้ามาทดแทน

หลังจากมีการจัดตั้งวัดขึ้นจึงมีการสร้างอุโบสถ ไว้ประดิษสถานพระพุทธรูป สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา ตรงจุดนี้พระอาจารย์ไม่มั่นใจว่าพระพุทธรูปจะมาสร้างก่อนวัดหรือไม่ แต่อุโบสถนั้นสร้างมาแล้วราว 200 กว่าปี แต่พระธศรี หรือพระสีมา {ใบเสมา =เครื่องหมายบอกเขตแดนที่พระสงฆ์ทำสังฆกรรม (พัทธสีมา)} ที่อยู่รอบอุโบสถมีอายุเกือบ 300 ปีมาแล้ว (ราวปี 2351)”

#ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์
#สสส. #สสย.

 #ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์ เปิดห้องเรียน หลาดนัด(เรียนรู้)ชุมชน วันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 09.30-14.30 น.ศ...
04/04/2026

#ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์ เปิดห้องเรียน หลาดนัด(เรียนรู้)ชุมชน

วันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 09.30-14.30 น.
ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์ ตอน หลาดนัดเรียนรู้ชุมชน
ชวนเด็ก ๆ ทั้งในและนอกชุมชนที่สมัครเข้ามาเป็นนักเรียนรู้ประจำศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์ ต.วัดจันทร์ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ประจำปี 2569

ภายใต้โครงการ และสนับสนุนทุนโดย #สสส. #สสย.

วันนี้เป็นการเปิดห้องเรียนเรียนรู้ครั้งแรก
ผ่านกิจกรรมออกตามหาเรื่องเล่าในชุมชนวัดจันทร์

ที่เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้พื้นฐานของการสร้างโครงเรื่องละครอย่างง่าย
ด้วยการทำสตอรี่บอร์ดเล่าเรื่อง
- โดยเริ่มต้นกิจกรรมด้วยการทำแบบประเมินก่อนการเรียนรู้
- ต่อด้วยกิจกรรมเช็คอิน ความรู้สึกและชื่อเล่นของฉัน
- และเล่นเกมยักษ์ตาเดียว (ผู้เล่น 1 คนเป็นยักษ์วิ่งไล่จับ ใครโดนแตะจะต้องหยุดแข็งเป็นหินในท่าวิ่งนั้น ๆ สองคนจับมือกันและคล้องตัวผู้ที่โดนแตะจึงมีสิทธิ์ช่วยได้วิ่งต่อ ถ้ายักษ์แตะได้หมดทุกคนจะเป็นผู้ชนะไป)
- ชวนละลายพฤติกรรมและวอร์มร่างกายวอร์เสียงเพิ่มขึ้นจากกิจกรรม 1 ท่า 1 เสียง (เริ่มต้น 1 คนใช้เสียงชื่อเล่นตัวเองพร้อมท่า 1 ท่า ที่เหลือทำตามให้เหมือน เวียนสลับกันจนครบทั้งวง เป็นเป็นเสียงที่ให้ความรู้สึกใหญ่ และเล็ก
- จากนั้นเด็ก ๆ ค่อย ๆ เดินในระดับเร็วช้า และหยุดทำท่านั่ง นอน ยืนท่าแปลก ก่อนจะมาประกอบร่างกันเป็นกิจกรรมต่อตัวกลไก ทำภาพนิ่งรูปดอกไม้ พัดลม และสถานที่
- จากสถานที่ชวนเด็ก ๆ ต่อยอดภาพนิ่งต่อเป็น 3 ภาพเล่าเรื่อง ที่มีทั้ง จุดเริ่มต้น จุดขัดแย้ง และจุดจบ ก่อนจะมาใส่คำพูดและภาพเคลื่อนไหวเล็กน้อย และบันทึกเป็นสตอรี่บอร์ดในสมุดบันทึกตนเอง (นอกจากเด็ก ๆ ต้องจัดองค์ประกอบภาพให้น่าสนใจ ทั้งระดับ จุดเด่นที่ต่างกันแล้ว ในสตอรี่บอร์ดเด็ก ๆ จะต้องบันทึกให้เห็นว่า ใคร+ทำอะไร+ที่ไหน+กับใคร+อย่างไร ด้วย)

เรียนไปบ้างมีช่วงพักกินน้ำกินขนมไปบ้าง บรรยากาศการเรียนสบาย ๆ ค่อย ๆ ดูแลกันไปตามวัยที่หลากหลาก หลังจากแลกเปลี่ยนสตอรี่บอร์ดด้วยกันแล้ว เรา เด็ก ๆ และผู้ปกครองชวนออกเดินทางกันไปกินก๋วยเตี๋ยวโบราณหน้าวัดจันทร์ต่อ เพราะกิจกรรมต่อไปจะเกิดขึ้นในวัดจันทร์

กินอิ่มแล้ว เป็นบรรยากาศการกินที่สนุก น่ารักดี ส่วนตัวชอบตอนนั่งกินก๋วยเตี๋ยวกับเด็ก ๆ มาก มันทำให้เราได้คุยกันจริง ๆ ได้รู้จักกันมาขึ้นผ่านความชอบของแต่ละคน บางคนชอบเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ บางคนชอบกินเนื้อก่อน บางคนขอกินเส้นก่อน บางคนกินน้ำกินข้าวไปด้วย 555 เราต้องฝึกกันใหม่ทุกเรื่องจริง ๆ เราคุยแลกเปลี่ยนกันไปถึงสีที่แต่ละคนชอบร่วมกันบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะชวนกันไปฟังเรื่องเล่าจากเจ้าอาวาสในวัดจันทร์ต่อ

เจ้าอาวาสวัดจันทร์ (พระสมุห์วิจิตร ผลธัมโม) เล่าให้ฟังว่า
“วัดจันทร์ก่อตั้งมาประมาณปี พ.ศ.1673 ก่อนอยุธยา แต่ไม่ปรากฏในหนังสือ
(ราว 896 ปีมาแล้ว) ซึ่งชาวบ้านช่วงนั้นมีอาณาจักรของชุมชนในแถบนี้อยู่ตลอดตั้งแต่ บ้านม่วงงาม บ้านมะขามคลาน และบ้านเสื้อเมือง จึงได้สร้างวัดไว้ ณ ที่แห่งนี้ โดยมีสวนจันทน์เทศ หรือต้นจันทน์เทศเป็นสัญลักษณ์หรือจุดเด่น แล้วก็ตั้งชื่อบ้านคือบ้านพังเถร (ปัจจุบันเป็นชื่อหมู่บ้านที่อยู่ข้าง ๆ วัด) แต่หลังจากนั้นมามีการขึ้นทะเบียนเป็นวัด

แต่คำว่า “วัดจันทน์” มีที่มาจาก “ต้นจันทน์เทศ” แต่พอยุคปัจจุบันเรื่อยมา วัดจันทน์ ได้ถูกเปลี่ยน เป็นวัดจันทร์ (ทร์) คือเป็นดวงจันทร์ไปเลย อบต.จึงใช้วัดนี้เป็นวัดประจำตำบลเพราะตั้งวัดมาก่อน

ซึ่งตรงบริเวณนี้เมื่อก่อนเป็นที่ราบลุ่ม มีทุ่งนาล้อมรอบ สังเกตได้จากบ่อน้ำที่มีอยู่บริเวรส่วนหน้าของวัด ซึ่งที่ไม่สาถารถถมได้เพราะบริเวณนั้นเป็นแอ่งน้ำ คนสมัยโบาณเขานับถือกัน ถ้าแอ่งนำจะถมหรือจะปิดอะไรต้องไม่ให้ปิดหมด (เอาไว้หายใจ) จึงทำบ่อเอาไว้ ซึ่งเมื่อก่อนศาลาโรงครัว ศาลาหอฉันก็อยู่ใกล้ ๆ บ่อน้ำทั้งหมด ด้านในมีเพียงศาลาโรงธรรม และศาลาอุโบสถเท่านั้น

พระอาจารย์ชี้แจงเพิ่มเติมว่า บางครั้งวัดก่อนที่จะมีการขึ้นทะเบียนเป็นวัดนั้น จะยังเป็นที่พักสงฆ์ หรือจากที่พักสงฆ์ก็จะยกเป็นสำนักสงฆ์ก่อน เมื่อมีพระอยู่เรื่อย ๆ จึงยกตั้งเป็นวัด (เข้ากรมศาสนา) เพราะฉะนั้นการนับช่วงเวลาของการก่อร่างสร้างวัดจึงนับเพียงช่วงเวลาที่มีการขึ้นทะเบียนแล้วเท่านั้น

ในส่วนของต้นจันทน์เทศ ที่เป็นที่มาของชื่อวัดและชื่อตำบล พระอาจารย์บอกเล่าเพิ่มเติมว่าไม่ใช่จันทน์กินลูก แต่เป็นจันทน์เทศ ซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้ว แต่ได้ปลูกจันทน์กินลูกเข้ามาทดแทน

หลังจากมีการจัดตั้งวัดขึ้นจึงมีการสร้างอุโบสถ ไว้ประดิษสถานพระพุทธรูป สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา ตรงจุดนี้พระอาจารย์ไม่มั่นใจว่าพระพุทธรูปจะมาสร้างก่อนวัดหรือไม่ แต่อุโบสถนั้นสร้างมาแล้วราว 200 กว่าปี แต่พระธศรี หรือพระสีมา {ใบเสมา =เครื่องหมายบอกเขตแดนที่พระสงฆ์ทำสังฆกรรม (พัทธสีมา)} ที่อยู่รอบอุโบสถมีอายุเกือบ 300 ปีมาแล้ว (ราวปี 2351)”

หลังจากได้ฟังเรื่องเรื่องเล่าจากพระอาจารย์เจ้าอาวาสแล้ว เด็ก ๆ ก็มีคำถามเพิ่ม เช่น
- ทำไมมีพระชำรุดอยู่รอบต้นไม้ใหญ่ในวัดเยอะเลย
- ยักษ์มีจริงไหม
- ทำไมผู้ชายทุกคนต้องบวช
ซึ่งพระอาจารย์ก็อธิบายตามเชื่อ และหลักศาสนาให้เด็ก ๆ ได้ฟังจนเข้าใจ ก่อนจะออกเดินทางไปสำรวจสถานที่ในวัดตามเรื่องเล่าของพระอาจารย์ ซึ่งได้เห็นบ่อน้ำจริง ๆ เห็นพระชำรุด เห็นพระพุทธรูป เห็นอุโบสถ ทั้งหมดที่เห็นล้วนเป็นเรื่องตื่นตาตื่นใจและรู้จักที่มามันมากขึ้น มีความหมายกับสิ่งนั้น ๆ ที่เห็นมากขึ้น เพราะได้รู้ข้อมูลจากที่พระอาจารย์เล่าให้ฟัง

เรานั่งพักไว้พระกันที่อุโบสถหลังเก่าที่มีอายุกว่า 200 ปี มีการบูรณะซ่อมแซมใหม่บ้าง เพราะพระอาจารย์บอกว่าของเดิมเป็นไม้ล้วน ซึ่งปัจจุบันกรมศิลปากรเป็นผู้ดูแลอยู่ สัมผัสได้ถึงความร่มเย็นใต้หลังคามุงกระเบื้องเก่าโบราณจนรู้สึกได้ว่าภายในจิตใจของเราก็เย็นตามไปด้วย

เรานำเรื่องเล่าของพระอาจารย์ที่ได้ฟัง มาเลือกและเขียนเป็นสตอรี่บอร์ดเป็นเรื่องเล่าของตนเอง โดยตั้งชื่อว่า ”เรื่องเล่าของวัดจันทน์“ ที่ยังคงจุดเริ่มต้น จุดขัดแย้ง จุดจบของเรื่องเอาไว้ แต่รอบนี้ทุกคนสามารถใส่บทถพูดและเสริมสร้างจินตนาการที่มีที่มาจากเหตุการณ์จริงของแต่ละคนได้เลย

เสร็จพักใช้ฐานหัวกันเยอะแล้ว แวะเล่นเกมฐานกายกันนิดหน่อยผ่านเกมฟันดาบและซิบแซบซับ เพราะปล่อยพลังภายในทั้งร่างกายและเสียงเพื่อจะกล้าเล่าเรื่องออกมา

เด็ก ๆ เล่าเรื่องผ่านสตอรี่บอร์ดตามความเข้าใจของตนเองออกมาอย่างไม่ติดขัด เรื่องราวชุมชนวัดจันทร์ถูกนำมาเล่าต่อในมุมมองของเด็ก ๆ ได้อย่างน่าสนใจ ก่อนจะปิดจบกิจกรรมผ่านการสะท้อนความรู้สึกหลังการเรียนรู้ครั้งนี้ด้วยกัน เด็ก ๆ และผู้ปกครองสะท้อนว่า
- สนุกมาก ได้รู้จักชุมชนวัดจันทน์ที่แม้ตนเองอยู่ในชุมชนมานานแต่ไม่เคยได้รู้ที่มาของชุมชนแบบนี้เลย
- สนุก ได้เรียนรู้เรื่องการเล่าเรื่องผ่านภาพ
- ชอบตอนวาดภาพ และเล่นเกมฟันดาบ
- ชอบตอนกิจกรรมต่อตัวกลไล ได้ทำภาพเป็นต้นตาลโตนดซึ่งชื่อเดียวกับชื่อตนเองเลย
- กิจกรรมดี ทำให้เด็ก ๆ ซึมซับเรื่องราวเล็ก ๆ ในชุมชนผ่านมุมมองของเขาเอง
- ได้ให้เด็ก ๆ กล้าเรียนรู้ มีความคิดริเริ่ม

ส่วนตัววัดนี้ก็ขอขอบคุณเด็ก ๆ และผู้ปกครอง เจ้าอาวาส และทุก ๆ คนมาก ๆ ตัวเองก็ได้เรียนรู้ไปพร้อมเด็ก ๆ เหมือนกันโดยเฉพาะเรื่อง “วัดจันทน์”

แล้วเจอกันใหม่ต้นเดือนเมษายนที่จะพาไปหาเรื่องเล่าจากทุ่งนากัน 🙏💖

ที่อยู่

วัดจันทร์
Amphoe Sathing Phra
90190

เบอร์โทรศัพท์

+66839736516

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์บ้านฉันผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์บ้านฉัน:

แชร์