วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์บ้านฉัน

วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์บ้านฉัน ชุมชนเป็นเจ้าขององค์ความรู้ตนเอง เกิดประสิทธิภาพการเรียนรู้ที่ต่อยอดจากต้นทุนในชุมชนสู่อาชีพร่วมกัน ✨

06/10/2026

#นิเวศสุขภาวะ เมื่อชุมชน/ เมืองคือห้องเรียน และเยาวชนคือกลไกเปลี่ยนผ่าน
สุขภาวะที่แท้จริงไม่อาจถูกจำกัดความอยู่เพียงแค่ร่างกายที่แข็งแรงหรือจิตใจที่ไร้ความกังวล แต่มันคือ “นิเวศ/ ความสัมพันธ์" ที่เกื้อหนุนกันอย่างสมดุลระหว่างผู้คน ชุมชน และโครงสร้างของเมือง
ตลอดช่วงเวลาของการขับเคลื่อนเครือข่าย Feeltrip และการลงหลักปักฐานแนวคิด "สาธารณะศึกษา" สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการสร้างพื้นที่กิจกรรม แต่คือการเปลี่ยนเมืองให้เป็นห้องเรียนที่มีชีวิต การออกแบบเส้นทาง Creative Trail, การลงพื้นที่สำรวจบริบทเมือง หรือการเชื่อมต่อข้อมูลชุมชน ล้วนเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงสิทธิในการมีคุณภาพชีวิตที่ดี และช่วยกันฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่ซ่อนตัวอยู่
ฟันเฟืองสำคัญที่สุดในระบบนิเวศนี้คือ "เด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่" ในฐานะ "พลเมืองนักสำรวจ" พวกเขาไม่ได้อยู่ในฐานะผู้รับการสงเคราะห์ แต่เป็นกลไกหลักที่่ ขยับ-เขย่า-ขยาย ทลายกำแพงความต่างระหว่างวัย และเชื่อมร้อยทุนทางปัญญาของผู้คนหลากหลายวัยเข้าด้วยกัน เกิดเป็นพื้นที่ของการร่วมคิด ร่วมออกแบบ และร่วมลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม
ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. งานเหล่านี้จึงถูกยกระดับจากการแก้ปัญหาสุขภาพระดับปัจเจก สู่การสร้างกลไกทางสังคมที่มีเป้าหมายระยะยาวเป็นโจทย์ท้าทาย มุ่งเน้นการลงมือทำเชิงลึก และมองให้ไกลถึงการออกแบบเมืองที่เอื้อต่อการเติบโตของทุกคน
เราเชื่อ และอยากยืนยันว่า คุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชนและเมือง ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการสร้างตึกสูงหรือโครงสร้างพื้นฐานทางวัตถุเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นจากการบ่มเพาะความสัมพันธ์ที่เกื้อกูล และการมอบพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่ได้เป็นแกนสำคัญในการเชื่อมและร้อยนิเวศสุขภาวะนี้ด้วยตนเอง
บนเส้นทางในการประกอบสร้าง/ ก่อร่างนิเวศนี้ บทบาทของ สสส. จึงก้าวข้ามการเป็นเพียง "แหล่งทุน" สู่การเป็น "กลไกทางสังคม" ที่บูรณาการทุกองคาพยพเข้าด้วยกันทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน รวมทั้งภาคเอกชน และแน่นอนว่า การจะขับเคลื่อนและผลักดันห่วงโซ่ความสัมพันธ์อันทรงพลังนี้ให้เดินหน้าได้อย่างแท้จริงนั้น หัวใจสำคัญคือ "ความเป็นอิสระบนความรับผิดชอบ" การทำงานที่ต้องปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง ควบคู่ไปกับการมีระบบ ระเบียบ และโครงสร้างการบริหารจัดการ ทั้งด้านการเงิน บุคลากร และการสานพลังภาคีเครือข่ายที่ออกแบบมาอย่างจำเพาะเจาะจง จึงถือเป็นเสาหลักที่ปกป้องให้เจตนารมณ์ของการทำงานไม่บิดเบือน
เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ภาคประชาสังคมร่วมกันถักทอขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ สสส. ไม่ใช่ความสำเร็จแบบฉาบฉวยที่จบลงพร้อมโครงการ แต่คือการ "วางรากและสร้างฐาน" ทางสังคมอย่างมั่นคง ผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ที่สุดจึงไม่ใช่ตัวชี้วัดบนแผ่นกระดาษ หากแต่เป็นการเติบโตอย่างเข้มแข็งของ "พลเมือง" ผู้ซึ่งจะกลายเป็นพลังในการกำหนดทิศทาง พัฒนาสังคมและประเทศไทยต่อไป
Feeltrip …เราเป็นแค่จุดเล็กๆ ในนิเวศสุขภาวะ แต่เมื่อจุดเล็กๆ หลอมรวมกัน เราทุกคนจะร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลง
ส่งเสียง แสดงเจตจำนงค์ “ไม่เห็นด้วย” ต่อการแทรกแซงใดๆ จากทางการเมือง ภายใน 14 ตุลาคม 2569 นี้
>>> สสส.: https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php...

>>> ThaiPBs: https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php…

>>> กองทุนผู้สูงอายุ: https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php…

>>> กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ: https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php...

24/09/2026

คิดถึงห้องเรียนชุมชนของพวกเรา
ตุลาคมนี้อยากจัดทริปฮีลใจ
อยากเรียนอะไรกันดีน้าาา
#มาฮีลใจกัน

ชีวิตในวัย 32 ปีที่มองย้อนกลับไป เหมือนการเดินทางที่เต็มไปด้วยสีสัน ความอบอุ่น และความกล้าหาญที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ทุ...
16/09/2026

ชีวิตในวัย 32 ปีที่มองย้อนกลับไป เหมือนการเดินทางที่เต็มไปด้วยสีสัน ความอบอุ่น และความกล้าหาญที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ทุกช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ได้เพียงสร้างตัวตนในวันนี้ แต่ยังมอบ "ต้นทุนชีวิต" อันงดงามให้เรายิ้มได้อย่างภาคภูมิใจ

นี่คือเรื่องเล่าที่กลั่นมาจากหัวใจ เพื่อทบทวนและโอบรับทุกเวอร์ชันของชีวิตคุณ:

---

# # # **บันทึกวัย 32: น้ำชงแก้วนั้น กับการเดินทางของชีวิตที่ก้าวไปข้างหน้า**

ในวัย 32 ปี ภาพความทรงจำในวัยเด็กยังชัดเจนเสมอ… เสียงหัวเราะของแก๊งเด็กตัวน้อยที่นัดกันวิ่งเล่นตามธรรมชาติ วิ่งไล่จับ แอบซ่อนตามป่าไม้ เถาวัลย์ วิ่งเล่นจากวัด ไปทะเล จนถึงศาลาหมู่บ้าน บรรยากาศชุมชนที่อบอุ่น อบอวลด้วยบทสนทนาของลุงป้าน้าอาตั้งแต่เช้ายันค่ำ

และหนึ่งในความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเด็กคนหนึ่งในวันนั้น คือ **"การเฝ้ารอเวลาเที่ยงวัน"**

เสียงนาฬิกาบอกเวลาเที่ยง คือสัญญาณของการเดินทางไปยังร้านขายน้ำหน้าบ้านในชุมชน น้ำแก้วละ 5 บาท 10 บาท ไม่ว่าจะเป็นโกโก้ปั่น ชานมไข่มุก ชาเขียว หรือน้ำเผือก มันคือช่วงเวลาที่ชุ่มฉ่ำหัวใจที่สุด ยิ่งวันที่เริ่มขยับไปขอกินยำมะม่วง ยำมาม่า ความต้องการที่เติบโตขึ้นก็นำพาไปสู่ข้อตกลงเล็กๆ กับแม่—ข้อตกลงที่ทำให้รู้ว่า "เงินไม่ได้หากันได้ง่ายๆ"

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ **"หัวใจนักสู้"** ที่ลุกขึ้นมาอยากหาเงินด้วยตัวเองตั้งแต่วัยเยาว์

---

# # # # **ก้าวแรกของการพึ่งพาตัวเอง: จาก 5 บาท สู้ความท้าทาย**

เมื่อตั้งเป้าว่าจะหาเงินเอง การเล่นซุกซนก็เปลี่ยนเป็นการมองหาโอกาสรอบตัว:

* **โรงงานตัดถุงพลาสติก:** นั่งตัดปุ่มถุง เช็ดทำความสะอาด ชั่งกิโลขาย ได้วันละ 5 บาท 10 บาท หรือบางวันแตะถึง 20 บาท ก็ยิ้มแก้มปริ
* **ขุมทรัพย์ใต้ต้นไม้:** สายตาสอดส่องเห็นขวดพลาสติกถูกทิ้งไว้ตามโคนต้นไม้ ก็เก็บไปขายได้ถึง 50–60 บาท
* **นักล่าผักสด:** เมื่อขวดหมด ก็ออกเดินหาพรัก กะเพรา โหระพา ขยับไปเก็บมะนาว สายบัว ยอดผักบุ้ง งานนี้เหนื่อยและท้าทาย แต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้การทำผักให้สวยเพื่อมัดใจแม่ค้าคนกลาง
* **เล้าเป็ดแสนอบอุ่น:** ตื่นเช้าขี่จักรยานไปเก็บไข่เป็ดกับป้า ได้วันละ 20 บาท พร้อมขนมเช้าแสนอร่อยจากป้าเจ้าของเล้า แม้ท่านจะจากไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่ผ่านเล้าเป็ด ภาพความสุขเรียบง่ายนั้นยังแจ่มชัด
* **สวนพริกของป้า:** นั่งซ้อนจักรยานไปเก็บดีปลี ได้เรียนรู้หยาดเหงื่อและความขยัน โดยมีแม่คอยซัพพอร์ตอยู่เบื้องหลังเงียบๆ เสมอ

---

# # # # **ก้าวสู่โลกกว้าง: โรงงานปลากระป๋อง และบทเรียนชีวิต**

ช่วงมัธยม 3 เมื่อความฝันอยากมีโน้ตบุ๊กเป็นของตัวเองโคจรมาเจอกับโอกาสทำงานโรงงานปลากระป๋องช่วงปิดเทอม นี่คือการก้าวเข้าสู่ระบบแรงงานอย่างเต็มตัวถึง 3 ปีซ้อน:

* **ปีที่ 1:** ฝึกแกะก้างปลา ชั่งกิโล จนได้โน้ตบุ๊กสมใจ
* **ปีที่ 2:** ขยับไปอยู่แผนกขูดเลือดแยกเนื้อปลา
* **ปีที่ 3:** ก้าวไปสู่ฝ่ายช่างน้ำหนัก คิดเปอร์เซ็นต์และคำนวณงาน

แม้วันที่ต้องก้าวออกมาจะมาพร้อมบทเรียนราคาแพงของการทำงานในระบบจริง แต่มันคือประสบการณ์ชั้นดีที่ทำให้เข้าใจแก่นแท้ของคนทำงานแลกแรงงานภายใต้ความกดดันอย่างลึกซึ้ง

---

# # # # **ดอกไม้แห่งศักยภาพ: จากเวทีการแสดง สู่ "กระบวนกร" ผู้ขับเคลื่อน**

เมื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย บทบาทการหาเงินก็ผลิดอกออกผลเป็นความภาคภูมิใจ:

* **ช่วง ม.ปลาย - มหาลัยปี 1-3:** เปลี่ยนทักษะการเต้น การรำ มาเป็นรายได้จากงานอีเวนต์ ก้าวสู่การเป็นศิลปินที่เลี้ยงดูตัวเองด้วยความสามารถ
* **ช่วงปี 4 ถึงปัจจุบัน:** เติบโตขึ้นอีกขั้น สู่การเป็น **"กระบวนกร"** ที่ผสานแนวคิด จิตปัญญา กระบวนการละคร และความเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมและดูแลโครงการอย่างเป็นระบบ

---

# # # # **วันนี้ในวัย 32: ต้นทุนชีวิตที่งดงาม**

ในวันนี้ แม้แม่จะมองดูเรามาจากบนฟ้า และเรามีหน้าที่สำคัญในการดูแลพี่ชาย แต่ชีวิตกลับไม่ได้รู้สึกหนักหนาจนท้อแท้ แม้จะไม่ได้อยู่ในระบบเงินเดือนประจำมานาน แต่ทุกประสบการณ์ได้หล่อหลอมให้เรามีทางเลือก มีทักษะ และเชื่อมั่นเสมอว่า **"เรามีหนทางที่จะใช้ชีวิตและรอดได้อย่างงดงามเสมอ"**

ย้อนกลับมาในเวลา 13:19 น. ของวันที่ 16 กันยายน 2569... การได้นั่งกินน้ำยามเที่ยงในวันนี้ ทำให้ยิ้มให้กับตัวเอง

ความชอบหรือรสชาติของน้ำอาจเปลี่ยนไปตามวัยและบริบทของสังคม แต่มันไม่ได้มีอะไรผิดหรือถูก เพราะทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา—ตั้งแต่แก้วน้ำ 5 บาท เล้าเป็ด สวนพริก โรงงานปลากระป๋อง เวทีการแสดง จนถึงงานกระบวนกรในปัจจุบัน—ล้วนเป็น **"ต้นทุนชีวิต"** อันทรงคุณค่าที่ทำให้เราเป็นเราในวันนี้ได้อย่างงดงามและเข้มแข็งที่สุด

12/09/2026

ดีใจที่ได้ทำงานชิ้นนี้ 💖

เล่าข่าวโดย #ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์เย็นนี้ ฝากติดตามด้วยนะครับ 🙏💖
12/09/2026

เล่าข่าวโดย
#ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์
เย็นนี้ ฝากติดตามด้วยนะครับ 🙏💖

🎪🤹‍♀️“เทศกาลละครปักษ์ใต้” เปลี่ยนเมืองหาดใหญ่เป็นโรงละคร

#นักข่าวพลเมือง วันนี้ จะพาไปชมสีสันและบรรยากาศเทศกาลละครปักษ์ใต้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของการรวมตัวกันของคณะละครทั้งในพื้นที่ภาคใต้และต่างประเทศ จัดแสดงกว่า 14 เรื่องราว ใน 17 สถานที่ เรียกว่าเนรมิตเมืองหาดใหญ่ให้กลายเป็นโรงละคร และเปิดพื้นที่สาธารณะให้ผู้คนได้ร่วมเสพงานศิลปะ ติดตามรายงานเรื่องนี้จากคุณสมบัติ แก้วเนื้ออ่อน

‼️ ติดตามได้ในรายการ "ข่าวค่ำ"
🗓️ วันนี้ เสาร์ ที่ 12 กันยายน 2569
⏰ เวลา 19.00 น.
📺 ทาง Thai PBS ช่องหมายเลข 3
🌐หรือรับชมได้ทาง www.thaipbs.or.th/live

#เทศกาลละครปักษ์ใต้ #งานศิลปะ #ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์ #หาดใหญ่ #นักข่าวพลเมือง

🙏💖
09/09/2026

🙏💖

📌การเดินทางต่างวิถี ต่างอำเภอ และต่างศาสนา เริ่มต้นขึ้นเมื่อเด็ก ๆ จากฝั่งตาลโตนด ได้มาเยือนชุมชนบ้านม่วงงาม โดยมี “ก๊ะดาหวัน” ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นผู้นำทางสู่โลกของชาวเล
ช่วงเช้าตื่นตาตื่นใจกับการเดินสำรวจหาดทราย พบเรือท้ายตัดขนาดเล็กที่ออกไปวางอวน 3 ตา ได้ทั้งปูม้า ปูลายเสือ ปลา หอย และหมึกสด ๆ มาแบ่งปันกินขายกันในชุมชน ระหว่างทางก๊ะดาหวันยังสาธิตภูมิปัญญาริมหาดอย่าง “ผักบุ้งทะเล” ยาสมุนไพรแก้พิษแมงกะพรุนสด ๆ เพียงขยี้หรือตำทาตรงแผล พิษร้อนก็บรรเทาลง
ที่นี่ เด็ก ๆ ได้ทำความรู้จักกันผ่านชื่อที่สะท้อนรากเหง้า อย่าง “ใบตาล” จากฝั่งสวน และ “อันวา” (แปลว่าแม่น้ำ) เด็ก ป.3 ชุมชนม่วงงาม ผู้ว่ายน้ำเป็นตั้งแต่จำความได้ด้วยเทคนิคการฝึกเอามือทาบหน้าอกแล้วตีขา อันวาเล่าถึงชีวิตประมงอย่างคล่องแคล่ว พร้อมเฉลยเกร็ดน่ารักว่า “ลูกทุ่นอวน” ที่ชาวเลนิยมใช้สีแดง เพราะมองเห็นชัดที่สุดในทะเลกว้าง และมันไม่ได้มีไว้แค่พยุงอวน แต่ยังใช้เป็นเชื้อเพลิงจุดไฟชั้นดี เป็นเครื่องดนตรี และเป็นของเล่นตัวต่อของเด็ก ๆ ได้อีกด้วย…อ่านเพิ่มเติม https://csite.thaipbs.or.th/newsdetail/57142
ขอบคุณภาพและเรื่องราว : Sombat Drama

#หลาดนัดเรียนรู้ชุมชน #ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์ #สสส #สสย #นักข่าวพลเมือง

06/09/2026

เรื่องเล่าจาก “อันวา”
ปราชญ์น้อยแห่งท้องทะเล ชุมชนบ้านม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

#หลาดนัด(เรียนรู้)ชุมชน
#ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์
#สสส #สสย

เมื่อวิถีตาลโตนด มาเจอวิถีชาวเล: การเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมผ่านรสชาติ “ขนมปำจี่“การเดินทางต่างวิถี ต่างอำเภอ และต่างศาสนา เ...
05/09/2026

เมื่อวิถีตาลโตนด มาเจอวิถีชาวเล: การเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมผ่านรสชาติ “ขนมปำจี่“

การเดินทางต่างวิถี ต่างอำเภอ และต่างศาสนา เริ่มต้นขึ้นเมื่อเด็กๆ จากฝั่งตาลโตนด ได้มาเยือนชุมชนบ้านม่วงงาม โดยมี “ก๊ะดาหวัน” ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นผู้นำทางสู่โลกของชาวเล

ช่วงเช้าตื่นตาตื่นใจกับการเดินสำรวจหาดทราย พบเรือท้ายตัดขนาดเล็กที่ออกไปวางอวน 3 ตา ได้ทั้งปูม้า ปูลายเสือ ปลา หอย และหมึกสดๆ มาแบ่งปันกินขายกันในชุมชน ระหว่างทางก๊ะดาหวันยังสาธิตภูมิปัญญาริมหาดอย่าง “ผักบุ้งทะเล” ยาสมุนไพรแก้พิษแมงกะพรุนสดๆ เพียงขยี้หรือตำทาตรงแผล พิษร้อนก็บรรเทาลง

ที่นี่ เด็กๆ ได้ทำความรู้จักกันผ่านชื่อที่สะท้อนรากเหง้า อย่าง “ใบตาล” จากฝั่งสวน และ “อันวา” (แปลว่าแม่น้ำ) เด็ก ป.3 ชุมชนม่วงงาม ผู้ว่ายน้ำเป็นตั้งแต่จำความได้ด้วยเทคนิคการฝึกเอามือทาบหน้าอกแล้วตีขา อันวาเล่าถึงชีวิตประมงอย่างคล่องแคล่ว พร้อมเฉลยเกร็ดน่ารักว่า “ลูกทุ่นอวน” ที่ชาวเลนิยมใช้สีแดง เพราะมองเห็นชัดที่สุดในทะเลกว้าง และมันไม่ได้มีไว้แค่พยุงอวน แต่ยังใช้เป็นเชื้อเพลิงจุดไฟชั้นดี เป็นเครื่องดนตรี และเป็นของเล่นตัวต่อของเด็กๆ ได้อีกด้วย

ก๊ะดาหวันเล่าถึงความทรงจำเมื่อ 30 ปีก่อน ท่าเรือแห่งนี้เคยเนืองแน่นด้วยเรืออวนลากกว่า 300 ลำ จนเกิดเป็นตลาดสดคึกคัก และมี “ขนมปำจี่” เป็นขนมท้องถิ่นยอดฮิต แต่เมื่อทรัพยากรทะเลลดลง เรือใหญ่หายไป ขนมโบราณชนิดนี้ก็ค่อยๆ สูญหายตาม ก๊ะดาหวันจึงชวนเด็กๆ ชุบชีวิตขนมปำจี่ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเป็นสะพานเชื่อมเรื่องราวในอดีตสู่การอนุรักษ์ในปัจจุบัน

กระบวนการทำขนมปำจี่ และเทคนิคภูมิปัญญา:

เตรียมอุปกรณ์: เด็กๆ ชุมชนพาปีนต้นปอริมหาดไปเก็บใบมาห่อขนม ส่วนไฟจุดด้วยลูกทุ่นอวนติดยางไฟลุกง่าย ใช้พัดมะพร้าวแตะน้ำมันผสมไข่ทากระทะกันแป้งติด

สูตรแป้งนุ่มฟู (พักแป้ง 1 ชั่วโมง): แป้งข้าวเจ้า 1 กก. + แป้งหมี่ 200 กรัม + แป้งมัน 100 กรัม + น้ำตาลโตนด 500 กรัม + น้ำตาลทราย 300 กรัม + น้ำเปล่า 1 กก. + เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ + ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ (ผสมให้เข้ากัน ไม่เหนียวหรือเหลวเกินไป)

การละเลงและห่อ: ตักแป้ง 1 จวักลงกระทะ ร่อนเป็นแผ่นบาง ปิดฝา พอขอบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลให้พลิกอีกด้าน เมื่อสุกดีนำขึ้นมาโรยมะพร้าวทึนทึกคลุกเกลือ แล้วม้วนเป็นวงกลม

สัมผัสแรกของขนมปำจี่คือความกรอบนอกนุ่มใน หอมหวานกลิ่นน้ำตาลโตนด ตัดกับความมันเค็มของมะพร้าวสดอย่างลงตัว กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่ให้ความอร่อยและฝึกสมาธิในการทำขนม แต่ยังสร้างความภูมิใจให้ปราชญ์ชุมชน และจุดประกายให้เด็กๆ ต่างพื้นที่ได้เข้าใจถึงความสำคัญของการตั้งรับและเคารพการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติร่วมกัน

#หลาดนัด(เรียนรู้)ชุมชน
#ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์
#สสส #สสย

01/09/2026

#น้ำท่วมหาดใหญ่

 #ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์
30/08/2026

#ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์

ที่อยู่

วัดจันทร์
Amphoe Sathing Phra
90190

เบอร์โทรศัพท์

+66839736516

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์บ้านฉัน โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์บ้านฉัน:

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่