Grit Training การฝึกอบรมเป็นการเพิ่มพูนสมรรถภาพและประสิทธิภาพด้านความรู้ เพิ่มเสริมทักษะในด้านต่าง ๆ

01/01/2024

สวัสดีปีใหม่ 2024

ปีใหม่นี้ เราขออวยพรให้เทศกาลวันหยุดของคุณเติมเต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์และความเบิกบานใจ

ด้วยความปรารถนาดี
ผู้บริหารและพนักงาน
บริษัท กริท คอนซัลแทนท์ จำกัด

13/10/2023

13 ตุลาคม "วันนวมินทรมหาราช"

วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นวันเเห่งการน้อมรำลึกและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท กริท คอนซัลเเทนท์ จำกัด

10 อันดับ ภาษาโปรแกรมที่นายจ้างต้องการ ในปี 2023นักพัฒนาโปรแกรมผู้ที่ต้องการก้าวไปข้างหน้าในอาชีพของตน มักต้องการเลือกภา...
27/09/2023

10 อันดับ ภาษาโปรแกรมที่นายจ้างต้องการ ในปี 2023

นักพัฒนาโปรแกรมผู้ที่ต้องการก้าวไปข้างหน้าในอาชีพของตน มักต้องการเลือกภาษาโปรแกรมที่ไม่เพียงถูกใจตนเองเท่านั้น แต่ยังจะช่วยปูพื้นฐานสำหรับอาชีพที่มั่นคงในอนาคตด้วย ดังนั้น เป็นสาเหตุทำไมถึงแนะนำให้เรียนรู้และติดตามภาษาโปรแกรมที่มีความต้องการในตลาดจากผู้ว่าจ้างชั้นนำ
ในรายงานล่าสุดที่เผยแพร่ในวันศุกร์ ผู้ให้บริการการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยี เปิดเผยว่าภาษาโปรแกรมพัฒนา 10 อันดับแรกที่ผู้ว่าจ้างต้องการในผู้สมัครงาน

เพื่อรวบรวมรายการนี้ Coding Dojo ได้ตรวจสอบโพสต์งานใน Indeed และ LinkedIn จากนั้นได้ประเมินดัชนีชุมชนโปรแกรมมิ่ง TIOBE เพื่อประเมินภาษาโปรแกรม 20 ภาษาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และเลือกภาษาโปรแกรม 10 ภาษาที่มีงานอยู่ในอันดับสูงสุด

ตามการวิเคราะห์ข้อมูล นี่คือภาษาโปรแกรมที่ตลาดงานต้องการมากที่สุด 10 อันดับ ปี 2023:

Python: 68,534 งาน (อันดับที่ 2 ในปี 2022)
SQL: 57,971 งาน (อันดับที่ 3)
Java: 57,236 งาน (อันดับที่ 1)
JavaScript: 48,041 งาน (อันดับที่ 4)
C: 35,702 งาน (อันดับที่ 7)
C++: 35,281 งาน (อันดับที่ 5)
Go: 32,503 งาน (อันดับที่ 8 )
C #: 29,084 งาน (อันดับที่ 6)
Assembly: 14,866 งาน (อันดับที่ 10)
MATLAB: 8,504 งาน (ไม่อยู่ในอันดับในปีก่อน)

Python เป็นที่นิยมอันดับต้นๆ
เกือบ 69,000 งานใหม่ที่ค้นพบ Python ได้รับตําแหน่งสูงสุดในรายการ โปรแกรมไพธอน เรียกได้ว่าเป็น “หนึ่งในภาษาการเขียนโปรแกรมที่หลากหลายและใช้งานง่ายที่สุด” องค์กรสามารถใช้มันในหลายวิธีรวมถึงการสร้างแอปและเว็บไซต์รวมถึงอัตโนมัติกระบวนการทางธุรกิจ
นักพัฒนาโปรแกรมที่มีทักษะโปรแกรมไพธอน จะเป็นที่ต้องการในหมู่ผู้จ้างต่าง ๆ ตั้งแต่หน่วยงานรัฐบาลไปยังสถาบันการเงินไปจนถึง บริษัท เทคโนโลยี นอกจากนี้ โปรแกรมไพธอนยังนิยมใช้โดยนักพัฒนาที่ทุ่มเทและมืออาชีพที่ไม่ใช่ทางเทคนิคเช่นนักบัญชีและนักวิเคราะห์ธุรกิจ

Java ยังเป็นที่นิยมเสมอ
ไม่น่าแปลกใจที่ Java ยังคงเป็นหนึ่งในภาษาการเขียนโปรแกรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกและได้รับตําแหน่งที่สาม ภาษาที่มุ่งเน้นวัตถุ Java เป็นภาษาที่ใช้งานได้ฟรีและมักจะใช้ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นและเว็บและปรากฏบนด้านหลังของเว็บไซต์หลักเช่น Google, YouTube และ Amazon
ผู้ที่เพิ่งเรียนรู้วิธีการเขียนโค้ดจะพบว่า Java เป็นภาษาที่เหมาะสําหรับการเริ่มต้นและใช้ในการก้าวสู่ความสำเร็จไปสู่ภาษาโปรแกรมอื่น ๆอีกด้วย

MATLAB ก็ติดอันดับตามคาด
ในอันดับที่ 10, MATLAB เป็นเหมือนเด็กที่เจ๋งสุดยอดในโรงเรียนซึ่งหมายความว่าทุกคนต้องการเรียนรู้มันโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ เพื่อจุดประสงค์นี้ MATLAB เป็นภาษาการเขียนโปรแกรมที่นิยมสําหรับการแก้ปัญหาการเทียบเท่าทางคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรใช้มันสําหรับงานเช่นการสื่อสารไร้สาย,vการวิเคราะห์ข้อมูล, ระบบควบคุม, หุ่นยนต์, และการประมวลผลสัญญาณและภาพ
ข้อเสียเพียงอย่างเดียของ MATLAB คือ ยากที่จะเข้าใจเนื่องจากการเขียนโปรแกรมที่มุ่งเน้นวัตถุมีความทันสมัยและซับซ้อนมากดังนั้นนี่จึงไม่ใช่ภาษาที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

โอกาสในการทํางานทางเทคนิคมีอยู่แม้จะมีการเลิกจ้างงาน
แม้จะมีการเลิกจ้างงานในภาคเทคโนโลยีเมื่อเร็ว ๆ นี้, เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ, นักพัฒนาซอฟต์แวร์, นักเขียนโค้ดและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอื่น ๆ ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด หลายคนที่ถูกเลิกจ้างงาน สามารถหางานอื่นได้ค่อนข้างรวดเร็วและมากกกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่หางานใหม่มักได้งานที่มีรายได้สูงขึ้น ซึ่งสําหรับปี 2023 มากกว่า 375,000 งานเทคโนโลยีเป็นที่ต้องการในสหรัฐอเมริกา

ที่มา https://www.sorndekcoding.com/10-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99/

7 ขั้นตอนเริ่มทำ Content Marketing 1. ตั้งเป้าหมายก่อนเริ่มทำ Content Marketing ควรมีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งก็คือก...
20/09/2023

7 ขั้นตอนเริ่มทำ Content Marketing

1. ตั้งเป้าหมายก่อนเริ่มทำ
Content Marketing ควรมีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งก็คือการตั้งเป้าหมายตลาด และผลักดันคอนเทนต์ของคุณให้ไปถึงเป้าหมายได้สำเร็จ โดยที่เป้าหมายจะต้องให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อธุรกิจ ไม่เช่นนั้นก็ถือเป็นการเสียทุนและแรงไปอย่างเสียเปล่า เป้าหมายของการทำ Content Marketing ที่ดีควรอยู่ในหลัก SMART โดยจะมีลักษณะดังนี้

Specific – เจาะจงเป้าหมาย เช่น ต้องการสร้าง Awareness หรือ Conversion

Measurable – สามารถวัดผลได้ เช่น จำนวนกดไลค์ 300 ครั้งจากโพสต์

Attainable – เป็นไปได้จริง เช่น ยอดผู้ติดตามถึง 1,000,000 คน

Relevant – จะต้องมีความเกี่ยวข้องหรือเป็นไปในทางเดียวกับเป้าหมายทางธุรกิจ

Time-bound – มีระยะเวลากำกับ เช่น มี Follower สะสม 10,000 คน ภายใน 3 เดือน เป็นต้น

โดยการวัดว่าคอนเทนต์ของเรานั้น เป็นไปตามหลัก SMART ที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้หรือไม่ สามารถทำได้จากการใช้ตัวชี้วัดค่าต่างๆ เช่น ยอดคนเยี่ยมชมเว็บไซต์ จำนวนผู้ติดตาม การมีปฎิสัมพันธ์ทางโซเชี่ยล เช่น ไลค์ แชร์ คอมเมนท์ อันดับบนหน้าเสิร์ช และอื่นๆ อีกมากมาย

2.Landscape Research
ต่อมา เป็นหัวข้อที่ต้องทำควบคู่ไปกับการตั้งเป้าหมาย เพราะเป้าหมายของแบรนด์และลูกค้านั้น จะต้องเป็นไปในทางเดียวกัน โดยขั้นตอนในการทำ Landscape Research นั้น มีอยู่ 3 เรื่องสำคัญด้วยกัน

เราคือใคร

แบรนด์ต้องมีความเข้าใจในตัวเองให้ดีว่าแบรนด์กำลังขายอะไร สินค้าแบบไหน มีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร แบรนด์ของคุณมีความแตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างไร ซึ่ง Framework ยอดนิยมที่สามารถใช้ทำความเข้าใจและกำหนดทิศทางธุรกิจก็คือ SWOT

ใครคือลูกค้าของเรา

แบรนด์ต้องเข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายไหนที่เป็นลูกค้า เพื่อจะได้เข้าใจว่าสินค้าแบบไหนเหมาะกับคนกลุ่มไหน เมื่อแบรนด์มีความเข้าใจก็จะสามารถวาง Content Strategy ได้อย่างเหมาะสมว่าควรสื่อสาร หรือใช้ช่องทางได้ที่จะสามารถเข้าถึงเป้าหมายได้ดีที่สุด ซึ่ง Persona เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือยอดฮิตที่ใช้ในการรีวิวและเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของเรา

ใครคือคู่แข่ง

แบรนด์หรือองค์กรอื่นที่เป็นทางเลือกอีกทางของลูกค้า ถือเป็นคู่แข่งของเรา ซึ่งแบรนด์ควรศึกษากลยุทธ์ของพวกเขาเอาไว้เพื่อนำมาพัฒนากลยุทธ์ของตัวเอง วิธีง่ายๆสำหรับการหาคู่แข่ง เช่น ลองสัมภาษณ์จากกลุ่ม Persona ของเราว่าตอนนี้พวกเขากำลังติดตามอะไรอยู่ มีเทรนด์อะไรบ้าง เสพคอนเทนต์แนวนี้จากที่ไหน

3.Brand Voice
ท่าทีหรือน้ำเสียงของแบรนด์ที่ ใช้ในการสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่งครอบคลุมไปถึงองค์ประกอบอื่นๆ เช่นคำและภาษาที่ใช้ ไปจนถึงบุคลิกภาพของแบรนด์และรูปภาพที่ใช้ในงานด้านการตลาด เช่น สีที่ใช้ โลโก้ เป็นต้น

ซึ่งน้ำเสียงที่แบรนด์ใช้ ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าจะมีลักษณะแบบไหน จริงจังหรือสนุกสนาน เด็กหรือผู้ใหญ่ เพื่อให้เกิด Branding ที่แข็งแรงผ่านการใช้น้ำเสียงที่สม่ำเสมอ ทำให้ผู้อ่านเกิดความคุ้นเคยและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ น้ำเสียงที่สื่อถึงบุคลิกภาพของแบรนด์นั้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่จะสามารถปรับเปลี่ยนโทนได้ ขึ้นอยู่กับบริบทของข้อความที่ต้องการจะสื่อสาร

4.Buyer Persona & Buyer Journey
อีกเรื่องที่คุณควรมีความเข้าใจ คือ ระยะหรือขั้นตอนการตัดสินใจของลูกค้า เพื่อให้สามารถสร้างคอนเทนต์ที่ตรงกับความต้องการของเขาได้พอดี โดยส่วนมากแล้วจะใช้ Sales Funnel เข้ามาประกอบกับคอนเทนต์ เพื่อให้สามารถเข้าใจลูกค้ามากขึ้น เพราะ Buyer Journey และ Sales Funnel นั้น คือมุมมองตรงข้ามกัน ซึ่งเมื่อเราเข้าใจมุมมองของลูกค้า ว่าต้องการอะไร เราก็แค่ตั้งเป้าหมายและสร้างคอนเทนต์ที่สามารถตอบโจทย์ระยะการตัดสินใจและความต้องการเขา ซึ่งในแต่ละช่วงตัดสินใจก็จะมี แตกต่างกัน

Awareness เป็นระยะที่ยังไม่รับรู้ ไม่ได้สนใจในสินค้า ควรทำคอนเทนต์ดึงดูดใจให้พวกเขารู้สึกสนใจ อยากจับจองเป็นเจ้าของ

Consideration เป็นระยะพิจารณาเลือกซื้อสินค้า ควรทำคอนเทนต์ประกอบการตัดสินใจเพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น เช่น ข้อมูลสินค้า เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย ทดลองใช้ฟรี

Decision เป็นระยะที่ลูกค้าตกลงเลือกซื้อสินค้าแน่นอนแล้ว ซึ่งในส่วนนี้ควรคอนเทนต์ช่วยซื้อ เช่น วิธีการซื้อ ช่องทางชำระเงิน เป็นต้น

5.Content Strategy
การทำคอนเทนต์นั้นจำเป็นจะต้องมีกลยุทธ์วางแผน เพื่อที่จะได้รู้ว่าเราจะทำคอนเทนต์อะไร รูปแบบไหน เพื่อให้ตอบโจทย์กับเป้าหมายทางการตลาดและธุรกิจ ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมี Content Strategy ที่แตกต่างกันออกไปตามเป้าหมายที่พวกเขาวางไว้

โดยในขั้นตอนการวางแผน Content Strategy ก็จะเอาข้อมูลจากการทำ Landscape Research, Buyer Persona & Buyer Journey รวมถึงจุดประสงค์ของคอนเทนต์ทั้ง 4 อย่าง แล้วนำมาวิเคราะห์ เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

6.Content Creation
ในส่วนของขั้นตอนการผลิต เราก็นำแผน Content Strategy ที่วางเอาไว้ ได้แก่ รูปแบบคอนเทนต์ จำนวนที่จะทำ น้ำเสียงของแบรนด์ แล้วมาวางแผนการผลิตคอนเทนต์ ซึ่งการวางแผนทำคอนเทนต์นั้นง่ายกว่าที่คุณคิดมาก เพียงแค่ต้องมีรายละเอียด ตามนี้

หัวข้อคอนเทนต์ที่จะทำ

รายละเอียดงาน จะทำรูปแบบไหน

วันที่งานต้องเสร็จ (Due Date)

วันเผยแพร่ผลงาน (Publish Date)

ผู้รับผิดชอบ เช่น Author, Designer, Video Creator

แคมเปญและจุดประสงค์ของผลงาน

ช่องทางที่เผยแพร่ เช่น เว็บไซต์, อีเมล, Social Media, YouTube

สำหรับการวางแผนทำคอนเทนต์ คุณสามารถใช้เครื่องมือเป็น Excel หรือ Google Sheet ในการวางแผนก็ได้ เพราะสะดวก ใช้งานง่าย และสามารถเข้าถึงได้ทุกคน

7.Content Promotion
ขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นในส่วนของการเผยแพร่ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นส่วนหลังการผลิต แต่ก็ควรที่จะวางแผนเอาไว้ตั้งแต่เริ่มการผลิต เพราะช่องทางหรือแม้แต่ช่วงเวลาเผยแพร่คอนเทนต์ต่างก็มีผลต่อความสำเร็จของคอนเทนต์ ถึงจะปล่อยคอนเทนต์ในช่องทางหรือช่วงเวลาเดียวกันแต่ก็อาจจะได้รับผลตอบรับที่แตกต่างกัน

ซึ่งการจะเลือกช่องทางการเผยแพร่คอนเทนต์ให้เหมาะสมนั้น จึงต้องคำนึงถึง กลุ่มเป้าหมาย ของเราว่า พวกเขาชอบคอนเทนต์แบบไหน ใช้งานผ่านช่องทางใด แล้วเราจึงปล่อยคอนเทนต์ไปตามที่ลูกค้าใช้งาน

ที่มา https://www.rocket.in.th/blog/content-marketing/

Content Marketing คืออะไร ทำอย่างไรให้คอนเทนต์ปังContent Marketing คือ กลยุทธ์ทางการตลาดผ่านการสร้างเนื้อหา และแบ่งปันข้...
18/09/2023

Content Marketing คืออะไร ทำอย่างไรให้คอนเทนต์ปัง

Content Marketing คือ กลยุทธ์ทางการตลาดผ่านการสร้างเนื้อหา และแบ่งปันข้อมูลที่ให้ความรู้ เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้อ่าน ทำให้พวกเขาประทับใจ และเปลี่ยนให้ผู้อ่านเหล่านั้นกลายมาเป็นลูกค้าในที่สุด โดยที่เนื้อหาจะต้องไม่ยัดเยียดการขายของหรือโน้มน้าวใจมากเกินไป

Content Marketing มีกี่รูปแบบ
ทีนี้คุณน่าจะพอเข้าใจแล้วว่า Content Marketing นั้นคืออะไร แต่อาจจะยังไม่ทราบว่ามีกี่รูปแบบ โดยรูปแบบของ Content Marketing หลักๆแล้ว จะมีทั้งหมด 7 รูปแบบด้วยกัน ดังนี้

1.Promotional Content
คอนเท้นต์ที่กลุ่มเป้าหมายหลายๆคนน่าจะถูกใจกันเป็นพิเศษ นั่นคือคอนเทนต์โปรโมชั่นกระตุ้นส่งเสริมการขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมแจกสินค้า แจกส่วนลด หรือโปร 1 แถม 1 โดยมีการตั้งกฎกติกาต่างๆ เช่น กดแชร์ หรือคอมเมนต์ เพื่อจะได้รับสิทธิพิเศษนี้ ทำให้คุณได้ทั้งยอด Engagement ยอดขายที่เพิ่มขึ้น และเปลี่ยนเป้าหมายให้กลายเป็นลูกค้าของคุณ

2.Solvable Content
คอนเทนต์ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หรือคอนเท้นต์ที่ช่วยแก้ปัญหาต่างๆให้กับกลุ่มเป้าหมาย เช่น เทคนิคการทำธุรกิจออนไลน์ให้ปัง หรือ วิธีใช้งานระบบ POS ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเป็นเนื้อหาที่สามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจของคุณด้วย เพื่อให้พวกเขาได้ทั้งข้อมูลที่มีประโยชน์ และยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับแบรนด์ของคุณเพิ่มเติมอีกด้วย

3.Video Content
การถ่ายทอดเนื้อหาผ่านวิดิโอภาพเคลื่อนไหว เป็นอีกหนึ่งคอนเทนต์ยอดนิยม เพราะสามารถเสนอสิ่งที่คุณต้องการให้กลุ่มเป้าหมายเห็นได้อย่างชัดเจน และสามารถเข้าถึงอารมณ์ร่วมได้ง่ายมากที่สุด ความยากของคอนเทนต์ประเภทนี้คือต้องทำออกมาได้สนุก น่าติดตาม เพื่อให้พวกเขารู้สึกอยากดูจนจบวิดิโอ

4.Real Time Content
การใช้คอนเทนต์เกาะกระแสที่กำลังเป็นที่นิยม จะช่วยให้แบรนด์ของเราดูทันสมัย ทันเหตุการณ์ และสามารถเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายได้ โดยแต่ละแบรนด์ก็จะต้องสร้างสรรค์เนื้อหาให้ออกมาน่าสนใจ สนุกสนาน และสัมพันธ์กับเทรนด์ฮิตในช่วงเวลานั้น เป็นคอนเทนต์ที่สามารถเรียกยอด Engagement ได้ดีที่สุด เพราะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย

5.Album Content
การถ่ายทอดด้วยรูปภาพ หรือ Artwork แบบหลายๆรูปติดต่อกัน ลงเป็นอัลบั้ม เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณ หรือเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย เพื่อดึงดูดความสนใจและเรียกยอด Engagement จากกลุ่มเป้าหมายได้ดี

6.Question & Answer Content
คอนเท้นต์ถาม-ตอบข้อสงสัยหรือปัญหาต่างๆจากกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อสินค้าจากแบรนด์ของคุณ จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพวกเขา เพราะได้ติดต่อกับแบรนด์โดยตรง แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจจากทางแบรนด์ และยังช่วยให้พวกเขาไม่ต้องไปเสียเวลาหาคำตอบด้วยตนเอง

7.Quote Content
หลายๆ คนอาจจะเคยเห็นกันอยู่บ้าง กับโพสท์ที่ใช้ประโยคหรือคำพูดจากบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือจากแบรนด์ พร้อมมีหน้าของคนที่กล่าวประกอบไว้อยู่ด้วย ซึ่งคอนเทนต์ประเภทนี้ จะช่วยกระตุ้น Engagement ได้ดี เพราะดึงความสนใจจากผู้คนได้ง่าย เนื้อหาไม่จำเป็นต้องมีเยอะ

ทำไมต้องทำ Content Marketing
Content Marketing มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ถือเป็นตัวเชื่อมโยงกลยุทธ์การทำการตลาดเกือบทั้งหมด เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยธุรกิจแบบ Digital Marketing หรือ Social Media Marketing นั้น ทำให้คอนเทนต์เป็นตัวกลางที่จะสามารถสื่อสารไปสู่กลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าได้ดีที่สุด เพราะทุกคนต่างก็เลือกสนใจคอนเทนต์ที่ตัวเองประทับใจ และต่อยอดไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้า

ซึ่งการทำ Content Marketing นั้นก็สามารถทำได้หลากหลายแบบ ตามเป้าหมายที่แบรนด์ต้องการ เช่น การทำ SEO, การยิงแอด Facebook, Social Media Post, การทำ Marketing Automation ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนจำเป็นที่จะต้องใช้ Content Marketing เป็นตัวกลางที่ขับเคลื่อนให้เนื้อหานั้นสามารถไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้

วัตถุประสงค์ในการทำ Content Marketing

เพื่อให้ความรู้
เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการทำ Content Marketing ที่สามารถโฆษณาแบรนด์ทางอ้อมได้อย่างแนบเนียน โดยจะให้ข้อมูลที่เป็นความจริง เน้นที่การให้ข้อมูล และสามารถตอบหรือช่วยแก้ปัญหาที่ผู้อ่านต้องการทราบได้ ซึ่งส่วนมากจะนิยมใช้เป็นรูปแบบของบทความต่างๆ เช่น วิธีการ เทคนิค หรือเป็น Infographic ให้ความรู้

เพื่อให้ความบันเทิง
คอนเทนต์ประเภทนี้ จะเน้นที่การสร้างหรือกระตุ้นอารมณ์ของผู้อ่าน ซึ่งจะเน้นความสนุกสนาน บันเทิงใจ ดึงดูดให้ผู้อ่านรู้สึกอยากติดตามเนื้อหาต่อไปเรื่อยๆจนจบ เป็นอีกหนึ่งคอนเทนต์ที่ช่วยสร้าง Awareness และยอด Engangement ให้กับแบรนด์ได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นเนื้อหาที่สามารถตอบสนองความบันเทิงให้กับกลุ่มเป้าหมาย ก็จะยิ่งทำให้แบรนด์ได้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ
Content Marketing แบบสร้างแรงบันดาลใจ คืออะไร? ลองนึกถึงคอนเทนต์ต่างๆในปัจจุบันที่มักมีการใช้ Influencer หรือผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการเข้ามาเป็นตัวหลัก เพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าหรือบริการของแบรนด์นั้นได้ไวขึ้น เพราะการใช้ผู้ที่มีชื่อเสียงมาเป็นจุดนำเสนอ จะทำให้ลูกค้าสนใจมากขึ้น เพราะติดตามมาจากผู้ทีมีชื่อเสียงนั่นเอง คอนเทนต์ประเภทนี้จะเน้นที่การสร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้น

เพื่อโน้มน้าว
คอนเทนต์เพื่อโน้มน้าวใจ จะไม่เน้นการให้ความบันเทิงทางอารมณ์ แต่จะเน้นไปที่การให้เหตุผลเป็นหลัก เพื่อนำมาโน้มน้าวใจลูกค้าหรือใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เช่น การเปรียบเทียบราคา การให้ข้อมูลคุณสมบัติของสินค้า เพื่อให้ลูกค้าเห็นความแตกต่างและตัดสินใจเลือกซื้อง่ายมากขึ้น คอนเทนต์ประเภทนี้จึงมักเอามาใช้เพื่อส่งเสริมการขาย เน้นที่การสร้างลูกค้า

ที่มา : https://www.rocket.in.th/blog/content-marketing/

เอไอกำลังจะครองโลก เมตาเวิร์สกำลังจะตกยุคกระแสเรื่องของ “ปัญญาประดิษฐ์” ที่รุนแรงเหลือเกินในช่วงเกือบครึ่งปีที่ผ่านมา กำ...
15/09/2023

เอไอกำลังจะครองโลก เมตาเวิร์สกำลังจะตกยุค
กระแสเรื่องของ “ปัญญาประดิษฐ์” ที่รุนแรงเหลือเกินในช่วงเกือบครึ่งปีที่ผ่านมา กำลังทำให้ “เมตาเวิร์ส” กลายเป็นของตกยุคหรือไม่?

เมื่อไม่ถึง 2 ปีก่อน วงการเทคโนโลยีต่างแสดงความตื่นตาตื่นใจไปกับเทรนด์ของ “เมตาเวิร์ส” หรือโลกเสมือนที่บริษัทเฟซบุ๊กเชื่อมั่นเหลือเกินว่า มันจะเป็นอนาคตของเทคโนโลยีโลกยุคใหม่ ถึงขนาดเปลี่ยนชื่อบริษัทเป้น “เมตา” เพื่อประกาศเจตนารมณ์ของตัวเอง

แต่ ณ ขณะนี้ เมื่อโลกกำลังพูดถึงความเจ๋งของแชตบอตอัจฉริยะ ChatGPt และระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ต่าง ๆ ก็ทำให้ดูเหมือนว่า เมตาเวิร์สขณะนี้อาจกำลังกลายเป็นของตกยุค เหมือนดอกไม้ไฟที่เบ่งบานเพียงวูบเดียวแล้วมอดดับไป

นอกจากความน่าตื่นเต้นของปัญญาประดิษฐ์ สภาวะเศรษฐกิจมหภาคโดยภาพรวมที่ทรง ๆ ทรุด ๆ ก็ทำให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีต้องมุ่งเน้นที่ทรัพยากร หลายบริษัทจึงถอนการลงทุนด้านประสบการณ์เสมือนจริง

ในสัปดาห์นี้ มีการรายงานข่าวว่า บริษัท วอลต์ ดิสนีย์ ประกาศยุบแผนกกลยุทธ์เมตาเวิร์ส ขณะที่ไมโครซอฟต์ก็เพิ่งปิดแพลตฟอร์มโซเชียลเสมือนจริงของตัวเองไปหมาด ๆ เมื่อไม่นานมานี้ หรือกระทั่งเมตาเอง ก็มุ่งเน้นการพัฒนาเอไอมากกว่าเมตาเวิร์สเสียอย่างนั้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ราคาของอสังหาริมทรัพย์เสมือนจริงในโลกออนไลน์บางแห่งที่ผู้ใช้สามารถออกไปเที่ยวในฐานะอวตารก็ได้ร่วงดิ่งลงมา โดย WeMeta เว็บไซต์ที่ติดตามการขายที่ดินในเมตาเวิร์สรายงานว่า ราคาขายเฉลี่ยของที่ดินใน Decentraland ลดลงเกือบ 90% จากปีที่แล้ว

จากกระแสที่เกิดขึ้น ทำให้ นิก เคล็กก์ หัวหน้าฝ่ายกิจการระดับโลกของเมตา ต้องออกมายืนยันว่า อนาคตของวงการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีจะยังคงเกิดขึ้นในโลกเสมือนจริง

“เราจะเชื่อมั่นในเมตาเวิร์ส เพราะเราเชื่อจริง ๆ หลักฐานทั้งหมดบ่งชี้ว่า สิ่งนี้จะเป็นหัวใจของแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ใหม่ ... แต่คงอีกสักพัก” เคล็กก์กล่าว

เขาเสริมว่า บางแวดวง เช่น เกม และฟิตเนส สามารถยอมรับโลกเสมือนจริงได้เร็วกว่าแวดวงอื่น ๆ แต่เชื่อว่ามีศักยภาพที่ยังไม่ได้ใช้สำหรับแอปพลิเคชันในด้านต่าง ๆ เช่น การศึกษาและการดูแลสุขภาพ

นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการให้นักวิจัย องค์กรพลเรือน และบริษัทอื่น ๆ มีส่วนร่วมในการพัฒนาเมตาเวิร์ส เพื่อสร้างประสบการณ์ที่จะช่วยให้เกิด “ความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริง ความเฉลียวฉลาดที่แท้จริง และความสุขและความเพลิดเพลินอย่างแท้จริง

ที่มา https://www.pptvhd36.com

เปิด 3 พฤติกรรมลูกค้ายุคใหม่ ปัจจัยขับเคลื่อน SME ไทยเติบโต จากงาน BOOTCAMP DAY 1 Trust - ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ไม่ใช่เพ...
13/09/2023

เปิด 3 พฤติกรรมลูกค้ายุคใหม่ ปัจจัยขับเคลื่อน SME ไทยเติบโต
จากงาน BOOTCAMP DAY

1 Trust - ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ไม่ใช่เพียงคุณภาพของสินค้าหรือบริการอีกต่อไป แต่ภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ และดีไซน์ที่ใช่ ได้กลายเป็นปัจจัยในด้านคุณภาพด้วยเช่นกัน

2 Try - ชอบทดลองสิ่งใหม่ ผู้ประกอบการควรออกสินค้าใหม่ๆ อยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความน่าสนใจ น่าตื่นเต้นให้กับแบรนด์

3 Trace - ให้ความสำคัญกับที่มาที่ไปของสินค้า ข้อมูลโดยละเอียดของสินค้ากลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริโภคสนใจอยากรู้ เช่น วัตถุดิบ กรรมวิธีการผลิต ไปจนถึงข้อมูลการขนส่งไปจนถึงมือลูกค้า เป็นต้น

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3404714

Cybersecurity ปี 2023 ขับเคลื่อนผ่าน People, Process และ Technologyจากความท้าทายใหม่ด้าน Security ในปี 2023 องค์กรต้องรั...
08/09/2023

Cybersecurity ปี 2023 ขับเคลื่อนผ่าน People, Process และ Technology

จากความท้าทายใหม่ด้าน Security ในปี 2023 องค์กรต้องรับมืออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูลนั้นขยายตัวมากขึ้น ตั้งแต่การวิเคราะห์ทั้งผลประกอบการ กลยุทธ์ และเมื่อข้อมูลเป็นขุมทรัพย์ที่สำคัญขององค์กร หากถูกโจมตีจนเสียหาย จะทำให้ลูกค้าขาดความเชื่อมั่น ขณะเดียวกันคู่แข่งก็อาจจะใช้โอกาสนี้ในการจัดแคมเปญเพื่อเอาชนะในทางธุรกิจ เพราะฉะนั้นองค์กรจึงต้องให้ความสำคัญกับ 3 ส่วน ดังนี้

1.People เพราะปัจจัยของการถูกโจมตีส่วนมากนั้นมาจากการขาดความรู้ และลักษณะการโจมตีมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา “องค์กรควรให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้ด้าน Cybersecurity กับบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับองค์กรในระยะยาว”

2.Process ปรับกระบวนการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยเทคโนโลยีเพื่อไปสู่เป้าหมายองค์กร ปัจจุบันคนทำงานได้จากทุกที่ “องค์กรจะต้องพร้อมในการเตรียมอุปกรณ์ ให้ทุกคนสามารถเชื่อมต่อการทำงานได้ เปลี่ยนระบบ Manual ต่างๆ ให้เป็น Automation มากขึ้น เพื่อความรวดเร็วและลดความยุ่งยากของการเดินเอกสาร”

3.Technology วางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีให้มีความพร้อมด้านการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะองค์กรที่ย้ายข้อมูลขึ้นไปบนคลาวด์ “จะต้องสร้างความแข็งแรงเลือกพาร์ทเนอร์ที่เข้ามาสนับสนุนเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ที่มีทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต” สามารถเปิด API รองรับกับคลาวด์ต่างๆ ได้ รวมถึงการมีทีมสนับสนุนที่แข็งแรง

ที่มา https://www.biztalknews.com/technology-it/it-security/trend-micro-cybersecurity-2023/

9 ข้อที่ควรปฎิบัติตามเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกหลอกลวงทางโลกออนไลน์สามารถปฏิบัติตามได้ ดังนี้1.ระวังการขอรายละเอียดหรือขอเงิน...
06/09/2023

9 ข้อที่ควรปฎิบัติตามเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกหลอกลวงทางโลกออนไลน์

สามารถปฏิบัติตามได้ ดังนี้

1.ระวังการขอรายละเอียดหรือขอเงิน
หลีกเลี่ยงการส่งเงินหรือให้รายละเอียดบัตรเครดิต รายละเอียดบัญชีออนไลน์ หรือสำเนาเอกสารส่วนตัวแก่คนที่คุณไม่รู้จักหรือไว้วางใจ ใช้วิธีการชำระเงินที่ปลอดภัยที่คุณคุ้นเคยเท่านั้น อย่าตกลงที่จะโอนเงินหรือสินค้าให้คนอื่น เพราะการฟอกเงินเป็นความผิดทางอาญา

2.ระวังการหลอกลวงแบบฟิชชิง
รูปแบบของการหลอกลวงทางออนไลน์จำนวนมากคือฟิชชิง หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ หรือเปิดไฟล์แนบในอีเมล หรือข้อความที่น่าสงสัย และอย่าตอบกลับข้อความที่ไม่พึงประสงค์ และการโทรเพื่อขอรายละเอียดส่วนตัวหรือการเงิน

3.อย่าตอบรับโทรศัพท์ที่ขอการเข้าถึงระยะไกลไปยังคอมพิวเตอร์ของคุณ
หากมีคนอ้างว่ามาจากบริษัทโทรคมนาคมหรือบริษัทเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียง และต้องการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อแก้ไขปัญหาหรือติดตั้งการอัปเกรดฟรี ให้วางสายทันที แรงจูงใจที่แท้จริงคือการควบคุมคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อติดตั้งมัลแวร์ เพื่อให้การเข้าถึงรหัสผ่านและรายละเอียดส่วนตัวของคุณ

4.รักษาอุปกรณ์พกพาและคอมพิวเตอร์ของคุณให้ปลอดภัย
ใช้รหัสผ่านเพื่อป้องกันอุปกรณ์และหลีกเลี่ยงการให้สิทธิ์การเข้าถึงแก่ผู้อื่น (รวมถึงจากระยะไกล) ปกป้องเครือข่าย Wi-Fi ด้วยรหัสผ่าน และหลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะหรือ Wi-Fi hotspot เพื่อเข้าถึงธนาคารออนไลน์หรือให้ข้อมูลส่วนบุคคล

5.ใช้รหัสผ่านที่รัดกุมรหัสผ่านที่รัดกุม
ทำให้คาดเดาได้ยาก และควรประกอบด้วยตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก อักขระพิเศษ และตัวเลขผสมกัน ผู้ใช้มักจะปล่อยรหัสผ่านไว้โดยไม่เปลี่ยนเป็นเวลาหลายปี ซึ่งทำให้ความปลอดภัยลดลง แอป password manager เป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ยอดเยี่ยมในการดูแลรหัสผ่านของคุณ

6.ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยบนโซเชียลมีเดีย
หากคุณใช้เว็บไซต์เครือข่ายสังคม ควรระวังว่ากำลังเชื่อมต่อกับใคร และเรียนรู้วิธีใช้การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยเพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัย หากสังเกตเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย เคยคลิกสแปม หรือถูกหลอกลวงทางออนไลน์ ให้ดำเนินการเพื่อรักษาบัญชีให้ปลอดภัย และอย่าลืมรายงานแก่ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย

7.หลีกเลี่ยงการสตรีมจากเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก
การสตรีมเนื้อหาจากเว็บไซต์ที่ไม่คุ้นเคยและอาจไม่น่าเชื่อถืออาจมีความเสี่ยงสูงต่อมัลแวร์ อาชญากรที่อยู่เบื้องหลังการละเมิดลิขสิทธิ์ดิจิทัลมักทำเนื้อหาฟรีที่ผิดกฎหมาย เพื่อเป็นเหยื่อล่อผู้เยี่ยมชมจำนวนมาก สตรีมเนื้อหาจากเว็บไซต์ที่คุณรู้จักและเชื่อถือได้เท่านั้น

8.ปฏิเสธแรงกดดันที่ต้องการให้คุณดำเนินการต่างๆทันที
บริษัทธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายจะให้เวลาคุณในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ หากใครก็ตามกดดันให้คุณจ่ายเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณนั้นให้สงสัยว่าอาจเป็นผู้ที่กำลังล่อลวง

9.ถ้ามันดูดีเกินกว่าจะเป็นจริง ก็น่าจะไม่ใช่เรื่องจริง
หากเว็บไซต์หรือใครก็ตามที่คุณกำลังติดต่อด้วยทางออนไลน์เสนอส่วนลดจำนวนมาก หรือรางวัลก้อนโตที่ดูเหมือนไม่จริงหรือไม่น่าเชื่อ ให้ใช้ความระมัดระวัง อย่างที่สุภาษิตโบราณว่าไว้ ถ้าบางสิ่งดูดีเกินกว่าจะเป็นจริง ก็น่าจะไม่ใช่เรื่องจริง

โดยสรุปแล้ว แนะนำให้ผู้ใช้ตื่นตัวและระแวดระวังคนที่ติดต่อคุณโดยไม่คาดคิดทางอีเมลหรือโทรศัพท์ ที่ถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล หากคุณตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์ ให้รายงานต่อเจ้าหน้าที่ได้ วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันตัวเองจากการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต คือการติดตั้งซอฟต์แวร์ความปลอดภัยทางไซเบอร์บนอุปกรณ์ทั้งหมดและอัปเดตให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

ที่มา : https://www.biztalknews.com/technology-it/it-security/cyberthreat-website-growth/

6 เทคนิค รับมือ ภัยไซเบอร์ในปัจุปัน มิจฉาชีพ มาในรูปแบบหลากหลายรูปแบบโดยเฉพาะในโลกไซเบอร์ ที่มิจฉาชีพมักแอบอ้างเป็นบริษั...
04/09/2023

6 เทคนิค รับมือ ภัยไซเบอร์

ในปัจุปัน มิจฉาชีพ มาในรูปแบบหลากหลายรูปแบบโดยเฉพาะในโลกไซเบอร์ ที่มิจฉาชีพมักแอบอ้างเป็นบริษัทเอกชนส่งข้อความ SMS ให้กับผู้เสียหาย และแจ้งเหยื่อว่าจะได้รับของรางวัลต่างๆ หากหลงเชื่อก็จะหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน แล้วให้พิมพ์ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น ซึ่งมิจฉาชีพจะควบคุมมือถือจากระยะไกล และจะทำการโอนเงินไปสู่บัญชีเป้าหมายด้วยตนเองจนเงินหายไปหมดบัญชี เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของ "มิจฉาชีพ" และนี่คือ 6 เทคนิค รับมือ ภัยไซเบอร์ มีดังนี้

1.มีสติ ตั้งใจฟัง และไตร่ตรองให้ดี เมื่อมีเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานใดติดต่อไปไม่ว่าเรื่องใด ๆ

2.โทรสอบถามจากเบอร์กลางของหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงเพื่อตรวจสอบโดยตรง

3.ห้ามกดลิงก์หรือติดตั้งแอปพลิเคชั่นที่ไม่น่าไว้ใจหรือไม่ทราบที่มาที่ไป

4.ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวชัดเจน ใด ๆ เมื่อรับสายจากต้นทางที่ไม่ทราบที่มาที่ไป

5.รีบลบแอปฯ ที่อันตราย และรีเซ็ตเครื่องใหม่ทันที หากเผลอกดลิงก์ติดตั้งแอปฯ แปลกปลอม

6.จำกัดยอดวงเงินในธนาคารที่รับความเสี่ยงได้ และหลีกเลี่ยงการติดตั้งแอปฯธนาคาร กับบัญชีธนาคารที่มียอดเงินสูง

ที่มา : https://www.benchachinda.co.th/th/news-detail/88

Login ด่วน ! Google เตรียมลบข้อมูลของบัญชีที่ไม่มีการใช้งานใด ๆ เกิน 2 ปีติดต่อกัน เมื่อปี 2020 Google เคยกล่าวไว้ว่า จะ...
01/09/2023

Login ด่วน ! Google เตรียมลบข้อมูลของบัญชีที่ไม่มีการใช้งานใด ๆ เกิน 2 ปีติดต่อกัน เมื่อปี 2020 Google เคยกล่าวไว้ว่า จะทำการลบเนื้อหาที่ถูกจัดเก็บไว้ในบัญชีที่ไม่มีการใช้งานนานกว่า 2 ปี เพื่อรักษาพื้นที่จัดเก็บของ Google ไว้ ซึ่งในปีนี้ มีอัปเดตนโยบายนี้มาแล้ว และในปีนี้อาจเริ่มทำการลบข้อมูลดังกล่าว

Google ได้ให้รายละเอียดว่า หากไม่มีการลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี Google จะลบบัญชีส่วนตัว (ไม่เกี่ยวกับบัญชีแบบธุรกิจและสถานศึกษา) และข้อมูลต่าง ๆ ในนั้น ซึ่งตัวอย่างข้อมูล Google มีทั้ง ที่อยู่อีเมล Gmail, กิจกรรมใน Calendar, ไฟล์ใน Google Drive และ Workspace รวมถึงรูปภาพบน Google Photos อย่างไรก็ตาม วิดีโอบน YouTube กลับไม่ถูกลบ เนื่องจากวิดีโอบางคลิปอาจมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์

ทาง Google ชี้แจงว่า จำเป็นต้องลบบัญชีเหล่านี้ทิ้ง เนื่องจากเป็นบัญชีที่เสี่ยงต่อการถูกคุกคาม ถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวได้ง่าย มักใช้รหัสผ่านเก่าหรือรหัสผ่านซ้ำกับบัญชีอื่น บัญชีส่วนใหญ่ไม่ได้เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบ 2FA (Two-Factor Authentication) ฉะนั้น การลบบัญชีที่ไม่มีการใช้งานนาน ๆ ออกไป จะเป็นผลดีมากกว่า

โดย Google จะเริ่มลบบัญชีที่เข้าข่ายในเดือนธันวาคมปีนี้ โดยเริ่มจากบัญชีที่ถูกสร้างขึ้นมาและไม่ได้ใช้งานใด ๆ เลย และนำไปสู่บัญชีประเภทอื่น ๆ ต่อไป โดยทางกูเกิลสัญญาว่าจะกระทำการอย่างช้า ๆ และระมัดระวัง และทยอยแบ่งกลุ่มบัญชีที่จะลบทิ้งเป็นระยะ ๆ แน่นอนว่าทางกูเกิลจะส่งแจ้งเตือนล่วงหน้า ทั้งทางอีเมลของบัญชีนั้น ๆ และอีเมลสำรอง

สำหรับใครที่ยังไม่อยากเสียบัญชี Google เก่า ๆ ของตัวเองไป นอกจากการ Log In เข้าไปแล้ว ยังมีการใช้งานอีกหลายอย่างที่ขอแนะนำ และอย่าลืมเข้าไปใช้งานกันบ่อย ๆ ด้วยนะ

ที่มา : https://news.thaiware.com/20871.html

ที่อยู่

Amphoe Muang Khon Kaen
40000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Grit Trainingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Grit Training:

แชร์