03/12/2025
มอง ‘ขอนแก่นทศวรรษหน้า’ โดย นพ.พลเดช ปิ่นประทีป #อดีตรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ประชาคมขอนแก่น บนเส้นทางสู่ทศวรรษหน้า
บนเส้นทางประชาสังคม (031) โดย หมอพลเดช
“พระธาตุขามแก่น เสียงแคนดอกคูน ศูนย์รวมผ้าไหม ร่วมใจผูกเสี่ยว
เที่ยวขอนแก่นนครใหญ่ ไดโนเสาร์สิรินธรเน่ สุดเท่เหรียญทองแรกมวยโอลิมปิก”
ขอรแก่น ขรแก่น ขรแกน หรือขามแก่น เป็นชื่อเดิม ประวัติเมืองขอนแก่นมีความเกี่ยวข้องกับเหตุความวุ่นวายในราชอาณาจักรล้านช้างและการสร้างบ้านแปงเมืองในเขตภาคอีสานตอนกลาง โดยเดิมเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเมืองสุวรรณภูมิประเทศราช (เมืองท่งศรีภูมิ) ภายใต้การสถาปนาแต่งตั้งของกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรล้านช้างจำปาสัก
พ.ศ. 2331 เพี้ยเมืองแพน กรมการเมืองสุวรรณภูมิ นำพาราษฎรและไพร่พล 330 คน แยกตัวออกจากเมืองสุวรรณภูมิ ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ฝั่งบึงบอน (บ้านเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่) ส่วนพระยานครศรีบริรักษ์อพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่ในบ้านชีโหล่นและบริเวณเมืองเก่า ริมบึงแก่นนครในปัจจุบัน
ขอนแก่น มีพื้นที่ 10,885.9 ตร.กม. ประชากร 1.768 ล้านคน แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 26 อำเภอ 199 ตำบล 2331 หมู่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 225 แห่ง (อบจ. 1 เทศบาลนคร 1 เทศบาลเมือง 7 เทศบาลตำบล 76 และ อบต. 140 แห่ง) มีองค์กรชุมชน 4,251 องค์กร ชุมชนเข้มแข็ง 42 กรณีศึกษา ผู้นำชุมชน 602 คน กลุ่มจิตอาสาประชารัฐ 140 เครือข่าย ผู้ยากลำบาก 1,322 ราย
เศรษฐกิจขอนแก่นปี 2566 มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) 225,107 ล้านบาท ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีภาคบริการ การเกษตร และการท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก พร้อมกับการพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา การแพทย์ และการเชื่อมต่อภูมิภาค
🏙️🌆 ประชาคมขอนแก่น 🌆🏙️
เจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ นักสื่อสารมวลชนอิสระ เป็นนักพัฒนาสังคมและชุมชนท้องถิ่น มีเจตคติและบุคลิกภาพที่สามารถประสานเชื่อมร้อยกับผู้นำชุมชน เอ็นจีโอ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิทางสังคม นักธุรกิจ และภาคีเครือข่ายต่างๆในพื้นที่ได้อย่างกว้างขวาง หลากหลาย และทำงานแบบมีลูกอึด จึงนำพาประชาคมขอนแก่นให้โดดเด่นในระดับแถวหน้า
กลุ่มของเขายังประกอบด้วย กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อดีตอธิการบดี มข., รังสรรค์ เนียมสนิท, สมพันธ์ เตชะอธิก, พีระพล พัฒนพีระเดช, ชาญณรงค์ บุริสตระกูล, กัลปพฤกษ์ ผิวทองงาม, สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์, สถาพร เริงธรรม, สมคิด สิงสง, สุนทรี หัตถี-เซ่งกิ่ง, ฯลฯ
ศักยภาพด้านทำเลที่ตั้ง เชื่อมโยงวัฒนธรรมที่หลากหลาย-ผสมผสาน ทั้งวิถีคนอีสาน คนภาคกลาง คนจีนและคนญวน อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกวางไว้ตั้งแต่แผนพัฒนาประเทศฉบับแรก เช่น มหาลัยขอนแก่น เขื่อนอุบลรัตน์ แบงก์ชาติ ศูนย์กลางหน่วยราชการ สนามบิน สถานีรถไฟ ถนนหนทาง รวมไปถึงองค์กรชาวจีน 24 กลุ่มตระกูลแซ่ กลายเป็นฐานทุนให้ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางของภาคอีสานและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
🏙️🌆 พัฒนาการเครือข่าย 🌆🏙️
🚩 ปี 2540 เกิดสภาเมืองขอนแก่น รูปแบบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาเทศบาลนคร
🚩 ปี 2545 รวมตัวเป็นกลุ่มปัญจมิตร (หอการค้า สภาอุตสาหกรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ เทศบาลนครขอนแก่น สภาทนายความจังหวัดขอนแก่น ) ชูประเด็นภาคธุรกิจร่วมใจเสียภาษีเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
🚩ปี 2551 สมชาย เสตกรณุกูล ผอ.แบงก์ชาติอีสาน ประสานหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ ชมรมธนาคารฯ และคณะวิทยาการจัดการ มข. พัฒนาเป็น 8 องค์กรเศรษฐกิจร่วมจัดการปัญหาเมืองขอนแก่น ซึ่งต่อมา เจริญลักษณ์ ได้ขยายภาคีความร่วมมือเป็น“เครือข่ายประชาสังคมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ขอนแก่น”
🚩ปี 2558 ได้รับอนุมัติการจัดตั้ง “มูลนิธิชุมชนขอนแก่นทศวรรษหน้า” อาจารย์หมอประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส แสดงปาฐกถาแนวคิด “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” พร้อมทั้งชี้แนะให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นหัวรถจักรทางปัญญา จนต้องหันกลับมาทบทวนบทบาทงานพัฒนาและอุทิศตนเพื่อสังคม
🚩ห้วงเวลาใกล้เคียงกัน พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษ และ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ได้รับเชิญมาแสดงปาฐกถา เรื่อง“เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” และ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” โดยย้ำว่าประเทศอับจนคนเก่ง ไม่แย่เท่าอับจนคนดี
🏙️🌆 ธุรกิจ-ชุมชนท้องถิ่น-ประชาสังคม 🌆🏙️
.
สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย นักธุรกิจแถวหน้าของขอนแก่นได้ตั้งประเด็นกับภาคประชาสังคมว่า “เห็นจะมีเพียงการพูดคุยที่ไม่ปฏิบัติการ?” จึงชักชวนกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ของจังหวัด 20 บริษัท รวมตัวกันจัดตั้งบริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง (KKTT) เพื่อให้เอกชนเข้ามาร่วมพัฒนาเมือง ในรูปบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ไม่แบ่งปันกำไร
เป้าหมายแรก จะก่อสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติแต่ถูกทุนยักษ์ชิงทำไปเสียก่อน จึงเบนเป้าหมายไปศึกษาโครงการรถไฟฟ้าระบบรางเบา(LRT) เพื่อหวังแก้ไขปัญหาจราจรของจังหวัดที่นับวันวิกฤตมากขึ้น พร้อมจัดตั้ง“บริษัทขอนแก่นทรานซิท ซิสเต็ม” โดยรวม 5 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบนเส้นทางรถไฟฟ้าขึ้นมาเป็นผู้ดำเนินโครงการฯ โมเดลเดียวกับบริษัทกรุงเทพธนาคมที่สร้างรถไฟฟ้า BTS ในกรุงเทพฯ หวังเป็นจุดคานงัดการพัฒนาท้องโดยไม่รอรัฐส่วนกลางแต่ถ่ายเดียว
ชาติชาย โฆษะวิสุทธิ์ เชื่อมโยงกับอดีตประธานองค์มนตรีและรัฐบุรุษ จัดทำโครงการคืนแผ่นดินให้พระเจ้าอยู่หัว ในพื้นที่ 42 ไร่ ตามทฤษฎีใหม่ ทำแหล่งเก็บน้ำ 2 ใน 3 ส่วน เป็นศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชา ออกแบบบ้านสู้ภัยน้ำท่วม จัดตั้งโรงบรรจุสัมภาระสำหรับบรรเทาทุกข์และสาธารณภัยร่วมกับสภากาชาดไทย มีผลงานรับบริจาคโลหิต 900,000 ยูนิต (37 ล้านซีซี)
โชคชัย คุณวาสี ขานรับนโยบายกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของขอนแก่น รวบรวมภาคธุรกิจเข้ามาเป็นเครือข่าย จัดทำข้อมูลแสดงผลงานทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง จัดตั้งครัวกลางในยุคโควิดระบาดหนัก ตั้งกุฏิชีวบาลที่วัดท่าประชุมมุ่งพัฒนาระบบดูแลคุณภาพชีวิตในระยะสุดท้าย และรณรงค์สวมหมวกกันน็อคลดอุบัติเหตุจราจร ฯลฯ
วิพัฒนาชัย พิมพ์หิน ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดฯ ได้สนับสนุนเครือข่ายป่าชุมชน 234 แห่ง รวมเนื้อที่กว่า 50,000 ไร่ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และต้นแบบฟื้นฟูชุมชน ฟื้นฟูป่า ฟื้นฟูการท่องเที่ยว เช่นที่ตำบลสารถี ตำบลทรายมูล ดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้โบราณ และพื้นที่ป่ากันชน รวมทั้งขับเคลื่อนแก้ปัญหาพีเอ็ม 2.5
แม่สนอง รวยขุนทด ผู้นำชุมชนโครงการบ้านมั่นคงในเครือข่ายสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนภาคอีสาน ขับเคลื่อนชุมชนบ้านมั่นคง สร้างที่อยู่อาศัยให้คนจน รวม 1,052 หลัง ปัจจุบันต่อยอดเป็นโครงการทำนารวม 38 ไร่ โดยเครือข่ายร่วมกันอดออมเงิน จัดซื้อที่ดินเป็นของส่วนรวม มีเครือข่ายสวัสดิการออมเงินวันละบาท นำมาจัดสวัสดิการกันเอง รวม 150 กองทุน
พรเทพ สุตะชา ผู้นำรุ่นใหม่ที่สืบสานภารกิจจากพ่อบุญเลี้ยงและแม่จารุณี ประธานชุมชนบ้านบะขาม เทศบาลนคร จัดทำครัวกลางชุมชนขอนแก่นไม่ทิ้งกันในช่วงโควิดระบาด ใน 95 ชุมชนภายใต้สโลแกน“มีก็จ่าย ไม่มีก็แจก อยากทำบุญก็บริจาค” จนผลงานได้ถูกนำไปบรรจุไว้ในหอจดหมายเหตุของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
🏙️🌆 มองไปข้างหน้า 🌆🏙️
กลุ่มขอนแก่นทศวรรษหน้า สนับสนุนนโยบายระเบียงเศรษฐกิจภาคอีสาน หรือ NeEC ซึ่งประกอบด้วยนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย มุ่งยกระดับเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เติบโต โดยพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายด้านอุตสาหกรรมชีวภาพและเกษตรกรรมสมัยใหม่ เชื่อมโยงการขนส่งทางรางไปยังประเทศจีน และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยจะบุกเบิกไปล่วงหน้า ใครพร้อมก็ลุกขึ้นตามมา.
===================
“การสร้างสรรค์สติปัญญาควรคำนึงถึง ความรู้-ปัญญา-จิตสำนึก โดยตลอดสาย เพื่อให้สติปัญญามาเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม อันเป็นความเจริญอย่างแท้จริง” ประเวศ วะสี
===================
บทความสัมภาษณ์พิเศษในชุด #บนเส้นทางประชาคมจังหวัด
27 พ.ย. 2568