สิทธิสุขภาพ กับ คชส.

สิทธิสุขภาพ กับ คชส. สิทธิสุขภาพ กองทุนคืนสิทธิ ตามมติคณะรัฐมนตรี Healthcare Rights and the Rights Restoration Fund, as per a Cabinet resolution.

เครือข่ายสุขภาพชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง (คชส.) เป็นเครือข่ายที่เกิดจากการรวมตัวขององค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรชุมชน และองค์กรศาสนาในต้นปี พ.ศ. 2550

คชส. ทำงานร่วมกับกลุ่มชนพื้นเมืองและชาติพันธุ์ ตลอดทั้งกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ในประเด็นด้านการส่งเสริมการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ การรับเรื่องร้องเรียนปัญหาสุขภาพและส่งเสริมสิทธิด้านต่าง ๆ

คชส. ยังเป็นกลไกภาคประชาชนในระดับพื้นที่ ทำหน้าที่ดำเนินงานติดตามและร่

วมสนับสนุนให้เกิดการเข้าถึงการบริการในกลุ่มชนพื้นเมืองและชาติพันธุ์

ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2553 ว่าด้วยกองทุนการให้สิทธิ์ (คืนสิทธิ์) ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขกับผู้ที่ปัญหาสถานะและสิทธิ

เครือข่ายสุขภาพชาติพันธุ์ฯ (คชส.) ยังได้ดำเนินโครงการสตรีนานาชาติพันธุ์ (PEEW) เพื่อจัดการศึกษาในกลุ่มผู้หญิงชาติพันธุ์และแรงงานข้ามชาติในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

Highland People’s Health Network (HPH) was formed in early 2007 by the gathering of NGOs, Community Organizations, and Religious Organizations. HPH works together with indigenous groups, ethnic groups, and migrant workers including stateless persons. HPH helps to promote access to the health service system, receiving complaints from the community about health problems and promoting various rights. HPH is also a mechanism for the people sector at the local level that responsible for implementing, monitoring, and supporting access to the services of indigenous groups and ethnic groups. The Thai Cabinet has issued a resolution dated 23 March 2010 on “Reinstatement of the basic rights to public health for persons with legal status and rights problems”. These basic rights cover health promotion, healthcare service, rehabilitation and disease control, and prevention for persons with legal status and rights problems. HPH has also implemented the International Women Project as Project Education for Ethnic Women (PEEW Club) to provide education for ethnic women and migrant workers in Mae Sai District, Chiang Rai Province, Thailand.

24/05/2026

7,480 ล้านบาท หายไปจากกระเป๋าคนไทยในเวลาแค่ 4 เดือน... ตัวเลขมันใหญ่จนเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ลองนับดูเล่นๆ ว่ารอบตัวคุณ มีใครเคยโดนหลอกบ้าง ทั้งแม่ที่สั่งของจากเพจ โอนเงินไปแล้วเงียบหาย เพื่อนที่ถูกชวนลงทุนผ่านแชต ครั้งแรกได้กำไรจริง พอลงก้อนใหญ่ก็ถอนไม่ออก คนรู้จักที่กดลิงก์พัสดุตกค้างแล้วเงินในบัญชีหายเกลี้ยงข้ามคืน หรืออาจเป็นคุณเองที่เคยได้รับความเสียหาย
แค่ 4 เดือนแรกของปี 69 คนไทยแจ้งความคดีออนไลน์ไปแล้ว 121,921 คดี เฉลี่ยวันละ 62 ล้านบาท แพลตฟอร์มอันดับ 1 ที่ถูกใช้หลอก ก็คือเฟซบุ๊ก ที่หลายคนเปิดดูทุกเช้านั่นเอง ขณะที่ตัวเลขเงินที่ผู้เสียหายได้เยียวยากลับคืน คือ ศูนย์บาท
👏 ข่าวดีที่สภาผู้บริโภคติดตามมาตลอด คือเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา "กฎกระทรวงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2569" ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว สาระสำคัญคือบังคับให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ต้องรายงานธุรกรรมต้องสงสัยให้ ปปง. ทันทีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อระงับบัญชีม้า อายัดเงิน และเปิดช่องให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอรับเงินคืนได้อย่างเป็นระบบ
🥲 แต่ข่าวที่ต้องลุ้นต่อ คือกฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้จริง ก็ต่อเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับจากวันประกาศ แปลว่าระหว่างนี้ ผู้บริโภคยังต้องดูแลตัวเองไปก่อน และเมื่อกฎหมายมีผลแล้ว ต้องช่วยกันจับตาต่อว่า คืนเงินได้จริง เร็ว และเป็นธรรมหรือไม่
ช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา สภาผู้บริโภคเสนอต่อหลายพรรคการเมืองให้ตั้ง "กองทุนเยียวยาความเสียหายจากภัยมิจฉาชีพออนไลน์เบื้องต้น" ที่มีลักษณะคล้ายสถาบันคุ้มครองเงินฝาก โดยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งแพลตฟอร์ม ธนาคาร และผู้ให้บริการโทรคมนาคม ร่วมจ่ายเงินสมทบ เพื่อจ่ายเงินเยียวยาก้อนแรกให้ผู้เสียหายได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอจนกว่าจะตามเงินคืนจากมิจฉาชีพได้สำเร็จ เพราะที่ผ่านมา คนถูกโกงคือคนที่เดือดร้อนที่สุด แต่กลับเป็นฝ่ายต้องไล่ตามเงินเอง ในขณะที่แพลตฟอร์มและระบบการเงิน ที่ปล่อยให้มิจฉาชีพใช้หากินได้ง่าย ๆ ไม่เคยร่วมรับผิดชอบ
คำถามที่สังคมต้องช่วยกันถามต่อ คือ เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้ว ข้อเสนอนี้จะถูกหยิบมาทำให้เกิดขึ้นจริงเมื่อไหร่
✅ ระหว่างที่รอกฎหมายและกองทุนเป็นจริง ขอให้ทุกคนระวัง อย่ากดลิงก์แปลก อย่าโอนเงินก่อนได้ของ อย่าเชื่อโฆษณาลงทุนกำไรสูง อย่าให้ OTP หรือข้อมูลส่วนตัวกับใคร และหากถูกหลอก ถูกโกงออนไลน์ ให้รีบโทร. 1441 สายด่วนตำรวจไซเบอร์
#ฉันก็โดนเหมือนกัน #แอปฟ้าพาหมดตัว #เฟซบุ๊กเพื่อนลัก
#สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคที่ไม่ใช่สคบ.

19/05/2026

💥🚐 อุบัติเหตุรถนักเรียนพุ่ง ปี 69 เจ็บแล้ว 167 ชง 4 มาตรการเร่งด่วน
-----
📆 แค่ต้นปี 2569 เกิดอุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียน แล้วอย่างน้อย 11 ครั้ง เด็กบาดเจ็บรวม 167 คน

⭐️ สภาผู้บริโภค ร่วมกับ สสส. จึงเสนอ 4 มาตรการเร่งด่วน ยกระดับ “รถรับส่งนักเรียนปลอดภัย” ช่วงเปิดเทอม ทั้งเร่งจัดฐานข้อมูลรถรับส่งทั่วประเทศ สนับสนุนงบปรับปรุงรถ ช่วยผู้ประกอบการที่เข้าสู่ระบบ และเปิดทางให้ท้องถิ่นจัดบริการรถรับส่งนักเรียนได้อย่างปลอดภัยและเป็นธรรม

เพราะ “การเดินทางไปโรงเรียน” ไม่ควรต้องแลกด้วยความเสี่ยงของเด็ก ✊
-
อ่านรายละเอียดได้ที่ลิงก์ด้านล่าง
#อุบัติเหตุ #รถรับส่งนักเรียน #เปิดเทอม
#สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคที่ไม่ใช่สคบ.

05/05/2026

“โดนบวกเพิ่มค่าน้ำ ค่าไฟ
ต้องร้องเรียน
เพื่อให้ สคบ. จัดการกับ…
เจ้าของห้องเช่า อะพาร์ตเมนต์ ”

สารี อ๋องสมหวัง
เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค
ชมคลิปเต็มได้ที่
https://www.facebook.com/share/v/1JZfP6apuf/
เสียงของผู้บริโภคทุกคนมีความหมาย
มาร่วมกันส่งเสียงแสดงพลังของผู้บริโภค
ได้ที่ เฟซบุ๊กสภาองค์กรของผู้บริโภค

#สภาผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคที่ไม่ใช่สคบ.
#เพื่อนผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคLIVE
#สิทธิผู้บริโภค #คุ้มครองผู้บริโภค
#ห้องเช่า #สัญญาที่เป็นธรรม #ค่าน้ำค่าไฟ

วันปลาทูน่าโลก เดือนนี้มีวันสำคัญเยอะมาก
04/05/2026

วันปลาทูน่าโลก เดือนนี้มีวันสำคัญเยอะมาก

2 พฤษภาคม วันทูน่าโลก (World Tuna Day)
กินปลา…ต้องได้มากกว่า “อร่อย”
เพราะสิ่งที่ต้องมาก่อนความอร่อย คือ
👉 “ความปลอดภัย”
ในยุคที่สารปนเปื้อนอาจอยู่ในอาหารที่เรากิน
แต่ระบบคุ้มครองผู้บริโภคไทย พร้อมแค่ไหน
เนื่องในวันทูน่าโลก ขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาการพบสารปรอทในปลาทูน่ากระป๋องในยุโรปและสารเคมีตกค้างในองุ่นไชน์มัสแคทในไทย แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน
ฝรั่งเศส ตรวจพบ “สารปรอท” ในปลาทูน่ากระป๋อง
→ มีการ เตือนภัย-ตรวจสอบ-เรียกร้องมาตรการเข้มงวด อย่างรวดเร็ว
ประเทศไทย พบ “สารเคมีตกค้าง” ในองุ่นไชน์มัสแคท
→ แต่การจัดการยัง ล่าช้า ไม่ชัดเจน และไม่เป็นรูปธรรม
📌 ความต่างนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องการจัดการ
แต่สะท้อนถึง “ระบบคุ้มครองผู้บริโภค” ที่ยังเหลื่อมล้ำ
หนึ่งในรากของปัญหา คือ
พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522
ที่ใช้มานานกว่า 40 ปี
ในวันที่โลกอาหารเปลี่ยนเร็วขึ้น
ทั้งการนำเข้า เทคโนโลยี และความเสี่ยงใหม่ๆ
แต่กฎหมายไทย ยังไม่สามารถ
❌เตือนภัยได้ทัน
❌เรียกคืนสินค้าได้ไว
❌ปกป้องผู้บริโภคได้จริงในทุกสถานการณ์
วันทูน่าโลกปีนี้
จึงไม่ใช่แค่เรื่องของปลาในทะเล
แต่คือการตั้งคำถามสำคัญว่า
เราจะปล่อยให้ผู้บริโภค “เสี่ยงเอง” ไปอีกนานแค่ไหน?
👉 ด้วยเหตุนี้ สภาผู้บริโภค จึงผลักดันให้มีการ “แก้ไข พ.ร.บ.อาหาร”
เพื่อให้เกิดระบบที่
✅ เตือนภัยได้รวดเร็ว
✅ เรียกคืนสินค้าไม่ปลอดภัยได้จริง
✅ยกระดับมาตรฐานให้เทียบเท่าสากล
📢 ถึงเวลาแล้วหรือยัง
ที่จะ ยกระดับ พ.ร.บ.อาหารไทย
ให้ทันโลก และทันความเสี่ยง
เพราะ อาหารต้อง “ปลอดภัย”
ไม่ใช่แค่ “กินได้”
👉อ่านบทความกรณีศึกษา ความแตกต่างในการจัดการปัญหาอาหารไม่ปลอดภัยระหว่างประเทศไทยและประเทศในยุโรป เพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ใต้โพสต์
#สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคที่ไม่ใช่สคบ.
#วันทูน่าโลก #อาหารปลอดภัย #สิทธิผู้บริโภค

27/04/2026

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ปี 2522
ถูกเขียนขึ้นเมื่อกว่า 40 ปีก่อน
ในยุคที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต
จึงไม่ทันกับโลกที่เต็มไปด้วย
แพลตฟอร์มออนไลน์ การโฆษณารูปแบบใหม่
แม้จะแก้มาแล้ว 3 ครั้ง
แต่สิทธิผู้บริโภคไทยยังมีแค่ “5 ข้อ”
ไม่ทันกับโลกออนไลน์ที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน
ถึงเวลาต้อง “ปรับเพื่อเปลี่ยน”
ใน 2567 สภาผู้บริโภครวมพลังประชาชน เสนอร่าง “พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ….” เข้าสู่รัฐสภา เพื่อยกระดับกฎหมายผู้บริโภคไทยให้เท่าทันโลก
แต่การยุบสภา ทำให้ร่างกฎหมายต้อง “หยุดชั่วคราว” และกำลังรอเดินหน้าต่ออีกครั้ง
ชวนทุกคนมาทำความเข้าใจว่า “พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. …” จะเปลี่ยนอะไรให้ผู้บริโภคได้บ้าง
👉 ข้อเสนอสำคัญคือ
✔ ขยายนิยาม “ผู้บริโภค–ผู้ประกอบธุรกิจ” ให้ครอบคลุมยุคดิจิทัล
✔ เพิ่มสิทธิผู้บริโภคเป็น 10 ข้อ
✔ แก้คอขวด ให้ สคบ. รับเรื่องร้องเรียนแทนกรรมการ
✔ เพิ่มผู้เชี่ยวชาญ และคณะเฉพาะด้านใหม่ (เช่น อีคอมเมิร์ซ)
✔ เพิ่มโทษ และป้องกันการ “ฟ้องปิดปาก”
สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. … เพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ใต้โพสต์
📍30 เมษายน “วันคุ้มครองผู้บริโภคไทย” สภาผู้บริโภคชวนทุกคน ร่วมจับตาความคืบหน้า “กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค” ที่ยังรอการผลักดันให้เกิดขึ้นจริง
📍 และในวันที่ 29 เมษายนนี้ สภาผู้บริโภคจะเดินหน้าติดตามกฎหมายดังกล่าว ที่อาคารรัฐสภา ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจสภาองค์กรของผู้บริโภค
#สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคที่ไม่ใช่สคบ.
#สิทธิผู้บริโภค #คุ้มครองผู้บริโภค #กฎหมายผู้บริโภค

หมอเจตเตือน
26/04/2026

หมอเจตเตือน

21/04/2026
18/04/2026

สิทธิในการเดินทางและต้องดูค่าแรงขั้นต่ำไม่ควรจะเกิน10%นะ

17/04/2026

ค่าโดยสารสาธารณะไม่ควรแพง ลดอัตรารถติด ลดมลภาวะ ฯลฯ รัฐต้องจัดการ

ที่อยู่

300/35 หมู่บ้านเอื้ออาทร ต. โป่งผา อ. แม่สาย จ. เชียงราย 300/35 Eua-Athorn Village, Tambol Pong Pha
Amphoe Mae Sai
57130

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66894338840

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สิทธิสุขภาพ กับ คชส.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สิทธิสุขภาพ กับ คชส.:

แชร์