08/01/2026
23.12.68
เครดิต by @รัชยุทธ วรรณศิริบุญ
จากการที่เราใช้หลักการ PRM ถอดปัญหา
โดยถือว่าปัญหาทุกอย่างเกิดจากผลแห่งการกระทำ ดังนั้น
#เหตุ ที่ทำให้เกิดจาก #ผล ของการกระทำ ต่อผืนดินที่ #เคยอุดมสมบูรณ์
เราจึงต้องแยกแยะดู เริ่มจากการใช้ความอุดมสมบูรณ์ของดินขาดการเติมแต่งจนหลายอย่างในดินร่อยหลอ จนถึงขาดรุนแรง และการใช้สารเคมีควบคุม และ บีบเค้นเพื่อให้ได้ผลผลิต
เมื่อดิน #ขาดอินทรีย์วัตถุ ธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับชีวิตในดิน ก็ร่อยหลอลง ... ชีวิตในดินก็จะเสื่อมถอย จนกระทั่งดินตาย รากพืชส่วนหนึ่งต้องอาศัยชีวิตในดิน ซึ่งช่วยทำหน้าที่ #ตัวแตกตัว ธาตุอาหาร
เมื่อวงจรชีวิต/ห่วงโซ่อาหารเหล่านี้ หายไป รากพืชก็หยุดเจริญ
#การให้น้ำ เพราะขาดความเข้าใจในวิธีการรดน้ำที่ถูกต้อง ทำให้ส่วนเกินของน้ำที่ดินจะอุ้มไหว ไหลนองทิ้ง เปลืองทั้งน้ำและพลังที่ใช้ อีกทั้งน้ำที่ไหลนองทิ้งไปพร้อมกับความอุดมสมบูรณ์ของดิน ยิ่งทำให้ดินเสื่อมเร็วขึ้นความเป็นกรดของดินก็ตามมา
#ผลแห่งการกระทำ (Degenerative Management) ยังมีอีกมาก รวมๆ กันแล้วล้วนเป็น #ต้นเหตุ ทำให้คุณภาพดินเสื่อมถอย เมื่อเราถอดเหตุแห่งปัญหาได้แล้ว
ทีนี้เราก็ต้องมามองว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไร
หลักการ PRM (Practical Regenerative Management) คือ เอาปัญหามาแยกเหตุแห่งการเกิดปัญหา แล้วค่อยๆแก้ปัญหาให้เสร็จทีละข้อๆแก้เรื่องง่ายก่อน เช่น ..หน้าดินเปลือย ก็หาวัสดุมาคลุม ..ควบคุมการรดน้ำให้ถูกวิธี ..ค่อยๆ สร้างชีวิตในดิน เพื่อให้เกิดขบวนการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ ให้กลับมาเป็นธาตุอาหารจำเป็น ที่รากพืชสามารถดูดไปใช้ได้..ลด ละ เลิกการใช้สารเคมีต่างๆ ที่ทำให้ขบวนห่วงโซ่และนิเวศน์เสียหาย
เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่สมาชิก PRM ทุกท่านจำเป็นต้องรู้และเข้าใจใน วิถี PRM
ขบวนการ วิถี PRM จะจัดรูปแบบการอบรมสักครั้ง เพื่อให้สมาชิกที่สนใจได้เข้ามาสอบถามและเรียนรู้
ปัจจุบัน การทำเกษตรต้องแข่งกับเวลาและเพิ่มรายได้จากการเร่งผลผลิต
เพื่อแก้ปัญหาค่าใช้จ่าย/หนี้ ในฅรัวเรือน
การแก้ปัญหาดังกล่าว จึงจำเป็นต้อง อาศัยวิชาการเพื่อค้นหาวิธีการที่ใช้แก้ปัญหาได้
วิถึ PRM ได้พัฒนา #หลักการ และ #วิธีการ เพื่อช่วยทำให้ดินฟื้นตัวเร็วขึ้น
ด้วยวิธีการที่ใช้เวลาสั้น และง่ายที่สุด
จึงเกิดเป็นนวัตกรรม PRM ซึ่งได้เริ่มจากขบวนการทดลองอยู่ 4-6 ปี ก่อนสรุปและได้เดินทางเผยแพร่ทั่วประเทศไทย มาร่วม 20 ปีมาแล้ว