NGOs.ใต้ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอก?

จดหมายเปิดผนึกถึง..เครือข่ายนักพัฒนาเอกชน (NGO.) และเครือข่ายประชาชนภาคใต้“สามัคคีประชาชนเท่านั้น ที่จะหยุดแลนด์บริดจ์แล...
11/05/2026

จดหมายเปิดผนึกถึง..เครือข่ายนักพัฒนาเอกชน (NGO.) และเครือข่ายประชาชนภาคใต้

“สามัคคีประชาชนเท่านั้น ที่จะหยุดแลนด์บริดจ์และ SEC ที่กำลังแย่งยึดที่ดินและฐานทรัพยากรไปจากพวกเราได้”

เป็นที่ประจักษ์แล้วว่ารัฐบาลปัจจุบัน มีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะผลักดันให้โครงการแลนด์บริดจ์เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้เสียให้ได้ ทั้งที่มีเสียงทักท้วงจากภาคประชาชน นักวิชาการ และเครือข่ายองค์กรชุมชนหลายองค์กร ที่พยายามบอกถึงความไม่คุ้มค่าในการลงทุน ทั้งการต้องสูญเสียที่ดินที่อยู่อาศัยและที่ทำกินจำนวนมากเพื่อโครงการดังกล่าว เพื่อยกให้ทุนต่างชาติสามารถเข้ามามีกรรมสิทธิ์เหนือดินแดน 99 ปี หรืออาจจะมากกว่านั้น
โครงการแลนด์บริดจ์จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้ารัฐบาลไม่สามารถผลักดันร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือกฏหมาย SEC ให้ผ่านรัฐสภาในเร็ววันนี้ ด้วยเพราะโครงการแลนด์บริดจ์ต้องใช้ที่ดินเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 100,000 ไร่ พร้อมกับการสูญเสียฐานทรัพยากรและแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างไม่อาจประเมินมูลค่าได้ ที่รัฐบาลต้องอาศัยกฏหมายฉบับนี้เท่านั้นเพื่อยึดที่ดินของประเทศเพื่อยกให้กับทุนต่างชาติได้ ซึ่งรวมถึงการเอื้อประโยชน์ในด้านต่างๆอีกหลายมิติภายใต้กฎหมายฉบับนี้ที่พรรคภูมิใจไทยเคยเสนอร่างไว้แล้วถึง 2 ฉบับ

แม้รัฐบาลจะแก้เกี้ยวด้วยการตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยขอเวลา 90 วันเพื่อจะหาคำตอบที่สังคมตั้งคำถาม แต่ไม่สามารถเชื่อมั่นได้ว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวที่มีรองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธานฯ จะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างน่าเชื่อถือได้

ท่ามกลางความมั่นคงทางการเมืองของรัฐบาล ที่สามารถกุมสภาพกลไกของรัฐสภาและองค์กรอิสระของประเทศได้อย่างเบ็ดเสร็จ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะผลักดันโครงการและกฎหมายดังกล่าว และนั่นคือเป็นเป้าหมายที่เขาปักธงไว้ว่าจะทำให้ได้ในช่วงที่เขาเป็นรัฐบาล ซึ่งหมายถึงการ “ประเคน” ผืนแผ่นดินและฐานทรัพยากรของภาคใต้ให้กับกลุ่มทุนต่างชาติในระยะยาว แล้วอ้างว่าจะสร้างความเจริญให้กับพวกเรา

หนทางเดียวเท่านั้นที่จะหยุดยั้งความพยายามของรัฐบาลในเรื่องนี้ได้คือ “ความสามัคคีในหมู่พวกเรา” เท่านั้น จึงขอเชิญชวนมาร่วมกันปรึกษาหารือ สุมหัวเพื่อแสดงท่าทีและกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพียงเป้าหมายเดียวคือ “ปกป้องผืนแผ่นดินและฐานทรัพยากรไว้ให้ลูกหลายสืบไป” ก่อนทุกอย่างจะสายเกินแก้

สมบูรณ์ คำแหง
11 พฤษภาคม 2569

วันนึ้ประชุมเครือข่ายประมงพื้นบ้านในสตูล ที่  #ร้านคนจับปลาสตูล  #สมาคมชาวประมงพื้นบ้านปากน้ำ มื้อเที่ยง กินกันแต่  #หมู...
06/05/2026

วันนึ้ประชุมเครือข่ายประมงพื้นบ้านในสตูล ที่ #ร้านคนจับปลาสตูล #สมาคมชาวประมงพื้นบ้านปากน้ำ

มื้อเที่ยง กินกันแต่ #หมูหมากาไก่และสัตว์น้ำ แถม #แกงเลียงยอดหมากเม่า #ปลาทูทอด #แกงส้มปลากะมง ไม่ต้องไปหาไกล ไม่ต้องขายแผ่นดินไปซื้อกิน

ฮายยย กินตามมีตามเกิด #ไม่บ้าหวัน...

04/05/2026

ความคิดเห็นของภาคประชาชนกับโครงการ #แลนด์บริดจ์ [Land Bridge] ชุมพร-ระนองและกฎหมาย โดย บรรจง นะแส
#คัดค้านแลนด์บริดจ์..
ที่มา เสียงประชาชนคนใต้

02/05/2026

รัฐบาลจัดฉากสร้างความชอบธรรมโครงการแลนด์บริจด์ ให้ต่างชาติถือครองที่ดิน99ปี (EP2)

สภาประชาชนภาคใต้กังวลการลงพื้นที่ของนายพิพัฒน์รัชกิจประการรองนายกรัฐมนตรีในโครงการแลนด์บริดจ์ จัดเป็นเพียงพิธีกรรมและจัดฉากสร้างความชอบธรรมในโครงการขอรัฐบาลจริงใจศึกษาข้อมูลและเปิดกว้างรับฟังความเห็นอย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน

นายสมบูรณ์ คำแหง สภาประชาชนภาคใต้ กังวลว่าการลงพื้นที่ของรองนายกรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการเพื่อรับฟังความเห็นโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ในวันที่ 8 พฤษภาคม2569 นั้นจะเป็นเพียงการจัดฉากและมีการระดมเฉพาะผู้คนที่เห็นด้วยกับโครงการ

ซึ่งอาจจะไม่มีใครกล้าที่จะปฏิเสธโครงการนี้และสุดท้ายโครงการนี้ก็จะถูกอ้างจากคณะที่ลงมาว่าชาวบ้านในพื้นที่เห็นด้วยซึ่งเราไม่อยากเห็นภาพเช่นนั้น

โดยอยากให้นายพิพัฒน์แสดงความจริงใจด้วยการเชิญนักวิชาการจากสภาพัฒน์รวมถึงผู้ที่เห็นต่างจากรัฐมนตรีและรัฐบาลโดยสิ้นเชิงมาให้ข้อมูลและหากจะมีการเปิดเวทีรับฟังความเห็นก็ควรเปิดโอกาสให้คนที่ไม่เห็นด้วยกลุ่มคนที่เห็นด้วยมาแสดงความเห็นอย่างหลากหลาย

สิ่งสำคัญอีกประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจบริดจ์ คือเรื่องการผลักดันร่างพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้หรือ sec

ซึ่งกฎหมายนี้จะมาทำหน้าที่ในการเร่งรัดให้โครงการแลนด์บริดจ์ ดำเนินการอย่างรวดเร็วมากขึ้นภายใต้กฎหมายพิเศษที่ให้สิทธิไว้มากมาย

ที่สำคัญกฎหมายฉบับนี้จะนำไปสู่การเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนักลงทุนอย่างไร้ขีดจำกัดโดยเฉพาะเรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินจริงๆที่เราเข้าใจกันว่า 99 ปี

ถ้าเราไปอ่านกฎหมายดีๆกฎหมาย sec ฉบับนี้ที่นำเสนอโดยพรรคภูมิใจไทย 2 ฉบับในนั้นเขียนไว้ชัดเจนว่ากรรมสิทธิ์ในการถือครองที่ดินของคนต่างชาติน่าจะมากกว่า 99 ปีด้วยซ้ำ

และมีการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการนักลงทุนต่างชาติอีกหลายประการนี่คือสิ่งที่หลายคนได้ออกมาส่งเสียงสื่อสาร ช่วยกันเตือนรัฐบาลว่าการดำเนินนโยบายภายใต้การจะให้ภาคใต้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

และเอาโครงการแลนด์บริดจ์ เข้ามาลงทุนน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องมีกระบวนการในการศึกษาที่เป็นทางการที่เป็นวิชาการแล้วก็มีกระบวนการตัดสินใจที่จะต้องให้คนภาคใต้ร่วมกันตัดสินใจเรื่องนี้อย่างจริงจังไม่ใช่เป็นการขับเคลื่อนผลักดันโดยอำนาจของรัฐบาลเท่านั้น

ที่มา #สื่อเถื่อน
#แลนด์บริดจ์

01/05/2026

เครือข่ายประมงพื้นบ้าน​ 5 จังหวัด​ ภาคใต้​ ประกาศไม่เอา​ #แลนด์ลริจด์​ &

แถลงการณ์ร่วม ภาคประชาสังคมและนักวิชาการเรื่อง เรียกร้องยุติปฏิบัติการข้อมูลบิดเบือน (Information Operation: IO) และการใ...
25/04/2026

แถลงการณ์ร่วม ภาคประชาสังคมและนักวิชาการ
เรื่อง เรียกร้องยุติปฏิบัติการข้อมูลบิดเบือน (Information Operation: IO) และการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความเกลียดชังในสังคม

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เผชิญกับปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสาร (Information Operation: IO) อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ภายหลังเหตุการณ์ลอบสังหารนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รวมถึงปฏิกิริยาทางสังคมต่อกรณีการสื่อสารของแม่ทัพภาคที่สี่ ได้ปรากฏแนวโน้มการใช้ IO และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการผลิตและเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ข้อมูลบิดเบือน และเนื้อหาที่สร้างความเกลียดชัง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน และระหว่างประชาชนด้วยกันเอง

การสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ดังกล่าว ไม่เพียงทำให้สถานการณ์ในพื้นที่มีความตึงเครียดเพิ่มขึ้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อบรรยากาศของสังคมไทยโดยรวม โดยเฉพาะการแสดงออกที่มุ่งโจมตี สร้างความเกลียดชัง และลดทอนความน่าเชื่อถือของผู้มีบทบาทสำคัญในการสื่อสารข้อเท็จจริง อาทิ ผู้สื่อข่าว นักวิชาการ นักกิจกรรมในพื้นที่ รวมถึงสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสะท้อนสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้และส่งเสริมกระบวนการสันติภาพมาอย่างต่อเนื่อง

ปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลให้พื้นที่กลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ ถูกจำกัดและแคบลงอย่างน่ากังวล หากประเด็นเกี่ยวกับสันติภาพและข้อเรียกร้องเพื่อยุติความรุนแรงถูกปิดกั้นหรือบิดเบือนผ่านปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสาร ย่อมเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสร้างความเข้าใจร่วม การสร้างความไว้วางใจ และการเดินหน้าสู่สันติภาพอย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ เครือข่ายภาคประชาสังคมและภาควิชาการ ขอแสดงจุดยืนร่วมกันในการปกป้องเสรีภาพในการสื่อสารโดยสุจริต และยืนหยัดเคียงข้างสื่อมวลชน นักวิชาการ และนักกิจกรรมที่ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีและการสร้างความเกลียดชังในโลกออนไลน์ที่พร้อมจะนำไปสู่ความรุนแรงทางกายภาพ

ข้อเรียกร้อง

เรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคง ยุติการดำเนินปฏิบัติการ Information Operation (IO) ที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ การบิดเบือนข้อเท็จจริง และการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความเกลียดชังในสังคม พร้อมทั้งยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเคารพสิทธิมนุษยชนในการสื่อสารสาธารณะ

เรียกร้องให้มีการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นอิสระและโปร่งใส ต่อการใช้สื่อออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลในการโจมตี ใส่ร้าย หรือคุกคามผู้สื่อข่าว นักวิชาการ นักกิจกรรม และบุคคลสาธารณะ พร้อมทั้งดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม

เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนในสังคมร่วมกันปกป้องและรักษาพื้นที่ปลอดภัยในการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชน สื่อมวลชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น และข้อเสนอเกี่ยวกับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างเสรี ปลอดภัย และสร้างสรรค์ อันเป็นพื้นฐานสำคัญของกระบวนการสันติภาพ

เครือข่ายภาคประชาสังคมและภาควิชาการตามรายนามด้านล่างนี้ ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันยืนหยัดบนหลักการของความจริง ความรับผิดชอบ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อสร้างสังคมที่เคารพความแตกต่างและมุ่งสู่สันติภาพอย่างยั่งยืน

องค์กรร่วมลงนาม
เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพชายแดนใต้
เครือข่ายบัณฑิตอาสาปาตานี (INSOUTH)
เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล
เครือข่ายปกป้องสิ่งแวดล้อมสงขลา - สตูล
เครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้
เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ JASAD
เครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้
เครือข่ายครูตาดีกาจังหวัดชายแดนใต้ (JARUM)
บุหงารายาเพื่อการศึกษา
ผดุงธรรมเพื่อสันติ (JOP)
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาการสื่อสารสันติภาพ
ศูนย์อัลกุรอานและภาษา QLCC
สภาประชาสังคมชายแดนใต้
สภาประชาชนภาคใต้
สมาคมการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา
สมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
สมาคมฟ้าใสส่งเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชนชายแดนใต้
สมาคมเพื่อสันติภาพและการพัฒนา
สมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน (APP)
สมาคมลู่มน้ำสายบุรี
สมาคมวาดิลไนล์ ประเทศไทย
สมาคมโรงเรียนเอกชนจังหวัดปัตตานี
สมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จังหวัดยะลา
สมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดนราธิวาส
สมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามสตูล
สภาประชาสังคมชายแดนใต้
มูลนิธิดารุลอินฟาก
มูลนิธิดารุนนาอีม
มูลนิธิดิจิทัลเพื่อสันติภาพ
มูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา
องค์กรผู้หญิงปาตานี PERWANI
องค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี(HAP)

บุคคลร่วมลงนาม
งามศุกร์ รัตนเสถียร สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา
ซาฮารี เจ๊ะหลง นักศึกษาปริญญาโท สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ดร.ธนพัชญ์ จันทร์ดิษวงษ์ มหาวิทยาลัยริวกิว
ธรรมศาสตร์ โสตถิพันธุ์ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ นักกฎหมาย/ทนายความสิทธิมนุษยชน
ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ผศ.ดร.ตรีพล เกิดนาค หลักสูตรสื่อและการสื่อสาร วิทยาลัยนานาชาติมหิดล
ตูแวดานียา มือรีงิง สำนักข่าวอามาน
ผศ.ดร.ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ผศ.ดร. พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
ผศ.ดร.วลักษณ์กมล จ่างกมล คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ผศ.ดร.สมัชชา นิลปัทม์ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
ผศ.ดร.อลิสา หะสาเมาะ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ผศ.ดร.อัมพร หมาดเด็น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผศ.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ผศ.อสมา มังกรชัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
ฟารีดา ปันจอร์ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
รศ.ดร.บัณฑิต ไกรวิจิตร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
รศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
รักชาติ สุวรรณ์ นักศึกษาปริญญาโท สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ลม้าย มานะการ นายกสมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้
อิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้

เลขาธิการ​ กป.อพช.ใต้ ยื่น​ นายกฯ พัฒนาโลจิสติกส์-รถไฟรางคู่แนวเส้นเดิม แทน ‘ #แลนด์บริดจ์’ชี้กฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิ...
21/04/2026

เลขาธิการ​ กป.อพช.ใต้ ยื่น​ นายกฯ พัฒนาโลจิสติกส์-รถไฟรางคู่แนวเส้นเดิม แทน ‘ #แลนด์บริดจ์’
ชี้กฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ​ ละเมิดสิทธิการพัฒนาของประชาชนในพื้นที่ ตัด ลดทอนบทบาทอำนาจของท้องที่ ท้องถิ่น แนะออกแบบ พัฒนาบนพื้นฐานศักยภาพ ความต้องการของชุมชน ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันรับรอง.
วานนี้ (21 เม.ย. 69) หลังจากนายวิโชคศักดิ์​ รณรงค์ไพรี​ ได้รับการลงมติให้ดำรงตำแหน่ง​ เลขาธิการ​คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ภาคใต้) อีกสมัย​
ได้นำสมาชิก​ กป.อพช.ใต้​ เข้ายื่นยื่นข้อเสนอแนะต่อแนวทางการพัฒนาภาคใต้ที่ยั่งยืน ถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ..
โดยมีรายละเอียดสำคัญ ระบุว่า ตามที่รัฐบาล ประกาศจะเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระรอง และกำลังจะสานต่อให้มีพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC (Southern Economic Corridor) ในภาคใต้ เริ่มจาก นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ระนอง และชุมพร ซึ่งมีข้อกำหนดให้สิทธิพิเศษแก่กลุ่มทุนข้ามชาติ ในหลายมิติที่มีมาตรฐานแตกต่างจากข้อกำหนดที่ประชาชนปกติทั่วไปต้องถูกบังคับใช้ เป็นการเอื้ออำนวย ให้กลุ่มนักลงทุนข้ามชาติรายใหญ่ รับประโยชน์จากสาธารณะสมบัติของไทย และมีแนวโน้มที่จะประกาศใช้กฎหมายนี้ในพื้นที่จังหวัดสงขลาเพื่อผลักดันให้มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในอำเภอจะนะเป็นพื้นที่ต่อไปด้วย
:
กป.อพช.ใต้ จึงเสนอให้รัฐบาล พิจารณาอย่างรอบคอบ บนฐานข้อเท็จจริงปัจจุบัน อย่างระมัดระวัง ดังนี้
● กฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ แม้จะอ้างหลักการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในรูปแบบใหม่ แต่จะเกิดการละเมิดสิทธิชุมชน สิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง สร้างความเหลื่อมล้ำระหว่างการใช้กฎหมายที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างประชาชนกับนักลงทุน เช่น การยกเว้นการบังคับใช้กฏหมายปกติกว่า 20 ฉบับ การให้กรรมสิทธิในที่ดินแก่ต่างชาติ การจัดการทรัพยากรและพื้นที่อนุรักษ์ การประกอบอาชีพ สิทธิทางการเงิน นำเข้าแรงงานโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการตามกฎหมายปกติการเปลี่ยนผังเมือง ฯลฯ ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษที่พลเมืองไทยไม่เคยได้รับ ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย แต่ กฎหมายดังกล่าว จะเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนักลงทุน (ต่างชาติ) เกือบทุกมิติ
● บทเรียนจาก การใช้พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 มีนักวิชาการได้ศึกษาผลสัมฤทธิ์การใช้กฎหมายดังกล่าว พบความล้มเหลวหลายกรณี เช่น การบริหารจัดการมลพิษและกากสารเคมี การคุ้มครองด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค การคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการอยู่อาศัยและทำกิน รวมถึงเรื่องกองทุนการช่วยเหลือเยียวยา ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงภายใต้กฎหมายดังกล่าว รัฐบาลจึงควรจัดสรุปบทเรียนก่อน นำความล้มเหลวมาดำเนินการในพื้นที่ภาคใต้หรือภาคอื่น ๆ ต่อไป
● ร่างกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ จะละเมิดสิทธิการพัฒนาของประชาชนในพื้นที่ ตัดและลดทอนบทบาทของท้องที่ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในออกแบบหรือพัฒนาบนพื้นฐานศักยภาพและความต้องการของชุมชนท้องถิ่นตามที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันรับรองไว้..
ทั้งนี้ได้ยื่นข้อเสนอ ถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านจังหวัดนครศรีธรรมราช ดังนี้

1. รัฐบาลต้องทบทวนแนวคิดโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนองอย่างจริงจัง

2. รัฐบาลควรพัฒนาเส้นทางรถไฟรางคู่บนแนวเส้นเดิมเป็นแนวคิดที่น่าสนใจในการพัฒนาโลจิสติกส์ภาคใต้ และต้องดำเนินการอย่างมีส่วนร่วม

3. รัฐบาลควรต้องทบทวนแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจในรูปแบบการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษในทุกภูมิภาค และใช้มาตรการส่งเสริมการลงทุน ที่จะไม่ได้เป็นการสร้างสิทธพิเศษให้แก่คนพิเศษเพียงบางคนบางกลุ่มเป็นการเฉพาะ และต้องไม่เป็นการสร้างมาตรฐานทางกฎหมายที่แตกต่างกัน อันเป็นต้นเหตุของความเหลื่อมล้ำในสังคม

4. รัฐบาลต้องส่งเสริมให้มีการจัดทำแผนการพัฒนาประเทศแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยตั้งอยู่บนฐานศักยภาพของแต่ละภูมิภาคที่มีความโดดเด่นที่แตกต่างกัน คำนึงถึงความมั่นคงยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านสังคมวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และตั้งอยู่บนหลักความเท่าเทียมและเป็นธรรม
:
ในนามคณะกรรมการประสานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ ซึ่งเป็นเครือข่ายของนักพัฒนาเอกชนที่มีอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ที่ทำงานกระจายอยู่ในพื้นที่ทั้ง 14 จังหวัด ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจชุมชน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาคุณภาพชีวิต และอื่น ๆ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลและจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาภาคใต้ไปสู่ความมั่นคงยั่งยืนบนพื้นฐานศักยภาพที่เรามีอยู่ ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

แถลงการณ์สนับสนุน  #8กุมภากาเห็นชอบ เขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่รัฐธรรมนูญฉบับ ปี พ.ศ.2560 เกิดขึ้นภายใต้การกำกับควบคุมของคณะ...
04/02/2026

แถลงการณ์
สนับสนุน #8กุมภากาเห็นชอบ เขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

รัฐธรรมนูญฉบับ ปี พ.ศ.2560 เกิดขึ้นภายใต้การกำกับควบคุมของคณะรัฐประหาร และประกาศใช้บังคับด้วยบรรยากาศของความอึดอัด ขัดแย้ง เร่งรีบ ได้ส่งผลเชิงลบทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม ความไม่เป็นธรรม เช่น บัญญัติให้ทุกรัฐบาลบริหารประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ยี่สิบปีที่คณะรัฐประหารกำหนดขึ้น จะด้วยเจตนาใดก็ตาม มันคือการ “แช่แข็งพัฒนาการ” ขัดต่อหลักการมีส่วนร่วม ไม่มีความยืดหยุ่นให้สอดคล้องกับบริบทสังคมเศรษฐกิจในประเทศและโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว, กำหนดลักษณะสิทธิของประชาชนที่ควรมีอยู่ดั้งเดิม ย้ายไปเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะจัดให้มีหรือไม่ก็ได้ , กำหนดที่มาและบทบาทหน้าที่ขององค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ กกต., สตง., ปปช. ฯลฯ โดยไม่ยึดโยงกับอำนาจประชาชน ไม่มีระบบถ่วงดุลซึ่งกันและกัน, กำหนดวิธีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาแบบเลือกตั้งกันเอง เป็นต้น

รูปแบบรัฐธรรมนูญนี้ ได้ผู้มีอำนาจรัฐและกลไกต่างๆ ที่ปล่อยให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากรของประชาชน ออกกฎหมายเข้าข้างผู้ได้เปรียบ ประชาชนถูกกีดกันจากการมีส่วนร่วมและตัดสินใจ บ้านเมืองเต็มไปด้วยอำนาจทุนเทา ต่อให้สังคมและประชาชนพบเห็นการทุจริตคอรัปชั่น เอื้อประโยชน์กันโจ่งแจ้ง ก็มิอาจกระทำการใดหรือมีส่วนร่วมเพื่อนำไปสู่การเอาผิดใดๆ ได้

แม้ว่าปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมยังสามารถใช้ข้อกฎหมายเฉพาะเรื่องฉบับเดิมได้ แต่หากไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่กำหนดวิธีการได้มาซึ่งผู้ใช้อำนาจให้เป็นธรรม ไม่มีกระบวนการให้สิทธิประชาชนตรวจสอบองค์กรอิสระด้วยแล้ว ย่อมบังคับใช้กฎหมายให้ดีได้ยาก หรือกระทั่งว่าจะให้แก้เพิ่มเติมรายมาตรา มีข้อพิสูจน์ชัดแจ้งแล้ว มากว่า 20ครั้งที่มีการเสนอก็ไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะผู้มีอำนาจจากรัฐธรรมนูญเดิมไม่ยินยอมให้แก้ไข

อีกทั้งปรากฏว่า มีการให้ข้อมูลสร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน ว่า หากลงประชามติเห็นชอบในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับฉีกรัฐธรรมนูญฉบับเดิมยกเลิกทั้งหมดทุกหมวด ทั้งที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ถูกกำหนดให้ต้องประชามติถึง3 รอบ ครั้งแรกในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 วันเดียวกับการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร เพื่อจะถามประชาชน ว่า ควรแก้ไขปรับปรุงรัฐธรรมนูญหรือไม่ ? ครั้งที่สอง หากผลเห็นชอบมากกว่า คือการกำหนดกรอบการแก้ไข และการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ และไปรับฟังความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และครั้งที่สาม หลังจากที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้ยกร่างตามกรอบที่ร่วมกันกำหนดแล้วเสร็จ ประชาชนจะต้องลงประชามติว่าจะยอมรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ร่วมกันร่างขึ้นใหม่หรือไม่ ซึ่งจะเห็นว่า การกาเห็นชอบในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คือการเปิดประตูบานแรกนำไปสู่กระบวนการมีส่วนร่วมในระยะต่อไปเท่านั้น

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) และสมาชิกมุ่งเป้าทำงานส่งเสริมพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนระดับพื้นฐานมายาวนาน ทั้งในชุมชนเกษตรกรชนบท ชาวประมงพื้นบ้าน ชาวนา ชาวสวน ชาติพันธ์ แรงงาน การจัดการสุขภาพครัวเรือนและชุมชน ฯลฯ เราย่อมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการเปิดให้ประชาชนทุกระดับมีส่วนร่วมในการพัฒนากลไกในรัฐธรรมนูญร่วมกัน เป็นการสร้างสรรค์สังคมให้เกิดการเรียนรู้เข้าใจมากขึ้น เรายังเห็นว่า ทุกการลงทุนเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน “คุ้มค่าอย่างยิ่งเสมอ” ไม่ควรคำนวณ “การจัดประชามติ” ไปเปรียบเทียบกับการลงทุนทางธุรกิจ การมีส่วนร่วมของประชาชนไม่ใช่การลงทุนทางธุรกิจ ประชามติคือการลงทุนทางสังคม ที่มีผลตอบแทนเป็นการเพิ่มบทเรียนรู้ทางตรงแก่ประชาชน

เพื่อยืนยันที่เจตนารมณ์ และเชิญชวนประชาชนร่วมกันสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้เกิดในสังคมไทย ไม่ปล่อยให้ความเฉื่อยชาของเราในวันนี้ กลายเป็นข้อผูกมัดที่ขัดขวางการเจริญเติบโตของอนาคตลูกหลานเราในวันหน้า

กป.อพช.ใต้ ขอเชิญชวนประชาชน เข้าคูหาลงประชามติเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ #8กุมภากาเห็นชอบ #ก้าวสู่ขั้นตอนต่อไป #เปลี่ยนอนาคตรัฐธรรมนูญใหม่ด้วยมือประชาชน

4 กุมภาพันธ์ 2569
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้)

ที่อยู่

Amphoe Hat Yai
90110

เบอร์โทรศัพท์

+66923694289

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ NGOs.ใต้ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง NGOs.ใต้:

แชร์